แม้นางจะกลับมาเกิดใหม่แล้วก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเลือกที่จะรักคนเดิม เยว่ชิงเดินเล่นอยู่ในสวนที่กว้างขวางของจวนแม่ทัพอย่างไม่มีจุดหมาย นางเดินไปเรื่อยๆ เพื่อครุ่นคิดทำใจเรื่องอดีตคนรักที่เขาเพิ่งบอกกับนางว่ากำลังจะหมั้นหมายกับสตรีอื่น
เมื่อเดินวนเวียนอยู่ในสวนเพื่อครุ่นคิดทบทวนตัวเองจนคิดได้ และตกลงใจว่าจะเลิกทำตัววุ่นวายกับอดีตคนรักที่ปัจจุบันนางต้องยอมรับให้ได้ว่าเขาไม่ใช่คนรักของนางอีกต่อไปแล้ว และเมื่อเขาต้องการเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น นางควรจะส่งเสริมให้เขาได้ทำเช่นที่ใจของเขาต้องการ นางก็เคยพบสตรีคนนั้นที่ดูแล้วก็เป็นสตรีที่ทันสมัย ปราดเปรียวน่ารัก และนิสัยก็คงจะดีไม่น้อย
เยว่ชิงยืนพิงก้อนหินก้อนใหญ่ที่ใช้ตกแต่งในสวนแห่งนี้ แล้วค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งพิงมันเอาไว้ แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างสุดที่จะกลั้นมันเอาไว้ นางอยากจะร้องไห้เสียให้พอ ร้องให้สาแก่ใจ เพื่อที่ต่อไปนางจะไม่ร้องไห้ให้กับอดีตคนรักที่ต่อไปนี้ไม่ใช่คนที่นางควรจะรักอีกแล้ว เยว่ชิงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลรินอยู่สองข้างแก้มแล้วก็พยายามหยุดสะอื้นไห้ นางคิดได้แล้ว ต่อไปนางจะทำตัวเสียใหม่ ทำตัวเป็นแค่หลานสาวในอุปการะของเขาจริงๆ ไม่วุ่นวายกับเขา และพยายามหางานทำเพื่อจะได้ออกไปจากจวนแม่ทัพแห่งนี้ หรือไม่ก็ลองคบหากับบุรุษที่นางพึงใจสักคน เพื่อจะแต่งงานออกไปจากจวนแม่ทัพนี้
เพราะยิ่งอยู่ห่างกันมันจะทำให้นางนั้นลืมเลือนเขาไปได้เร็วยิ่งขึ้น และมันก็เป็นทางออกที่ดีกับทุกฝ่ายแล้ว เยว่ชิงได้ข้อสรุปกับตนเองแล้ว นางจึงได้ออกเดินกลับไปยังเรือนเล็กของตนเอง เพื่อจะเตรียมตัวออกไปเดินเล่นที่ตลาดเพื่อมองหาลู่ทางทำมาหากิน ที่นางคิดว่าพอจะทำได้ หรือไม่ก็หาทางย้ายกลับอยู่ที่จวนของท่านพ่อของร่างนี้ก็ได้ ใช่แล้ว ตอนนี้นางเรียนจบแล้ว อาจจะขยับขยายย้ายออกไปอยู่ที่บ้านเดิมก็ได้ มันคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าจะต้องทนเห็นหน้ากันเช่นนี้
ก่อนอาหารกลางวัน เยว์ชิงก็เดินออกไปจากจวนแม่ทัพกับชุ่ยเอ๋อสาวใช้คนสนิทของนาง โดยเดินผ่านหน้าเรือนหลักที่มีสายตาคมของแม่ทัพหนุ่มที่จับจ้องมองตามนางไป เพราะเขานั้นเฝ้าครุ่นคิดสงสัยถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกระทันหันของหลานสาวตั้งแต่ตอนมื้ออาหารเช้าแล้ว
นางรีบผลุนผลันออกไปหลังจากที่บอกเขาว่านางอิ่มแล้วและมีธุระที่จะต้องไปข้างนอก และเมื่อนางเดินผ่านเรือนของเขาเพื่อออกไปด้านนอกนั้น นางก็ไม่หันมามองร่างของเขาที่ยืนอยู่หน้าประตูเลยสักนิดหรือว่านางจะไม่ทันเห็นเขากัน นางนั้นเดินหลังตรงผ่านเรือนออกไปพร้อมกับสาวใช้เหมือนไม่ได้สนใจที่จะหันมามองเรือนหลังนี้เลย แต่แม่ทัพหนุ่มคิดว่าคงไม่มีอะไรกระมังนางคงจะรีบออกไปทำธุระของนางก็เป็นได้
แต่หลายวันหลังจากนั้น คุณหนูต้วนเยว่ชิงก็ไม่มาที่เรือนหลักอีกเลย นางไม่มาร่วมสำรับอาหารกับแม่ทัพหนุ่มเลยแม้แต่สักมื้อ เขาเคยให้คนไปตาม แต่นางกลับบอกว่านางมีงานที่ต้องทำค้างอยู่และนางนั้นยังไม่หิว และได้เตรียมสำรับจากโรงครัวเอาไว้แล้ว ให้ท่านแม่ทัพทานอาหารไปได้เลยไม่ต้องรอนาง และหลังจากนั้นนางก็ไม่เคยมาร่วมสำรับอีกเลยไม่ว่าเวลาใด นางไม่มาจัดเตรียมสิ่งใดให้กับเขาอีก กลิ่นอาภรณ์ของเขาที่เคยหอมกลิ่นดอกไม้แห้งที่เขาชื่นชอบนั้นก็ไม่มีอีกแล้ว เขาถามสาวใช้นางบอกว่าคุณหนูไม่ได้มาจัดการเรื่องอาภรณ์ของท่านแม่ทัพนานแล้ว คงมีแต่สาวใช้ที่คอยซักรีดอาภรณ์ให้กับเขาดังเช่นเดิม
อาหารว่างที่นางเคยทำมาให้เขาก็ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีทั้งขนมหลากชนิดที่นางคอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนทำมา และนางมักจะเลือกเฉพาะที่เขาชื่นชอบ ไม่มีผลไม้ที่ปอกและหั่นเป็นชิ้นสวยงามมาให้กับเขาแล้ว ส่วนชารสดีกลิ่นหอมที่เขาชื่นชอบนั้น อยู่ๆวันหนึ่งมันก็เปลี่ยนรสไปกลิ่นหอมพิเศษที่เขานั้นชอบสูดดมและติดใจนักหนานั้นมันหายไป กลายเป็นรสของชาธรรมดาทั่วไป
“ ชาที่ชงเป็นประจำมันหายไปไหน ทำไมรสชาไม่ดีเช่นเมื่อก่อนอีกแล้ว เจ้าเปลี่ยนชาชนิดใหม่หรือ ไปบอกกับท่านพ่อบ้านว่าข้าต้องการชาชนิดเดิมให้หามาเปลี่ยนให้กับข้าด้วย ” เขาออกคำสั่งอย่างหัวเสียไม่น้อยที่อะไรๆ มันก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม นับแต่ที่สตรีผู้นั้นไม่ได้ย่างกรายมาที่เรือนหลักนี้อีก
แทนที่แม่ทัพหนุ่มจะดีใจ และสบายใจที่หลานสาวผู้งดงามไม่มาวุ่นวายทำตัวดังเช่นฮูหยินของเขาอีกแล้ว แต่เขากลับรู้สึกว่าทุกเวลาที่อยู่ในเรือนของตนเองมันว่างเปล่าพิกล นับจากไม่มีร่างของสตรีนางนั้นเข้ามาในเรือนแห่งนี้ แต่ที่จริงมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ นางไม่มาวุ่นวายกับเขาจนเกินงามมันก็ดีแล้ว ผู้อื่นจะได้ไม่ครหานางได้
แต่ในอกใจของเขานี่สิมันวูบโหวงแปลกๆ มันเหงาๆ มันว่างเปล่า มันรอคอย สิ่งใดก็ไม่รู้ได้ ถึงเวลาอาหารเขามักจะชะเง้อมองไปที่ประตูหวังว่าจะมีร่างอวบอิ่มขาวผ่องที่มีกลิ่นหอมนำหน้ามาก่อนตัวของนางจะปรากฏขึ้นที่ประตูดังเช่นที่เคยมา แต่มันก็ไม่มีอีกเลย นางไม่เคยย่างกรายมาที่นี่อีก เหมือนกับว่านางไม่ได้อยู่ในจวนแห่งอีกนี้แล้ว หรือว่านางไม่ได้กลับมาที่จวนกัน นางเป็นอะไรหรือไม่ และเกิดอะไรขึ้นกับนางกัน เขาต้องรู้ให้ได้
“ พ่อบ้านจาง เยว่ชิง ไม่สบายหรือไม่ หรือนางเป็นอะไร หรือว่านางไม่ได้กลับมาที่จวนหรือเปล่า ทำไมหมู่นี้ข้าไม่พบหน้าของนางเลย นางไม่มากินอาหารกับข้าเลย เกิดอะไรขึ้นกับนางกัน ” พ่อบ้านจางหันไปจ้องมองใบหน้าเคร่งเครียดของท่านแม่ทัพ แล้วก็ขมวดคิ้วที่เริ่มมีสีเทาสลับดำ เขาก็พอจะรู้เรื่องราวซุบซิบในจวนนี้มาบ้าง คุณหนูต้วนผู้นั้นไม่มามันก็น่าจะดีแล้ว จะได้ไม่มีผู้ใดมาคอยจับผิดนางกับท่านแม่ทัพ
“ คุณหนูนางอยู่แต่ที่เรือนเล็กขอรับ ได้ยินว่านางวาดภาพเขียนขอรับ มีคนมาว่าจ้างนางบ่อยๆ นางจึงได้เขียนภาพให้กับพวกเขา จึงไม่ค่อยจะว่างมาที่เรือนนี้กระมังขอรับ ตอนนี้นางก็วาดภาพให้คุณชายหลี่ที่ศาลาริมบึงขอรับ เขามานั่งเป็นแบบให้นางวาดภาพมาเกือบจะชั่วยามแล้วขอรับ ” พ่อบ้านจางรายงานสิ่งที่เขานั้นรู้ แต่ที่ไม่ได้บอกท่านแม่ทัพเพราะเห็นว่าไม่ได้เสียหายอะไร นางแค่วาดภาพคนที่มาว่าจ้างเท่านั้นเอง และมันก็หลายคนแล้ว มีทั้งสตรีมีฐานะหลายๆคน และบุรุษก็มีมาสองสามคนมาแล้ว เขาได้ยินว่าค่าจ้างงามอีกด้วย
แม่ทัพหนุ่มขมวดคิ้วเข้มของเขาเข้าหากัน นางวาดภาพให้กับบุรุษผู้นั้นมาเกือบจะชั่วยามแล้วเช่นนั้นหรือ มันเหมาะสมหรือไม่ วาดภาพขายอย่างนั้นหรือ แล้วให้บุรุษเข้ามาหาถึงที่จวนนางทำเช่นนี้มันจะควรหรือไม่ แม่ทัพจางหย่งเล่อไม่พอใจเลยสักนิด นับจากได้ยินว่าพ่อบ้านจางบอกว่านางกำลังวาดภาพของบุรุษอยู่ที่ศาลาริมบึง
เขาจึงได้ลุกออกไปเพื่อสอดส่องดูนางกับชายผู้นั้น แต่ไม่ได้เข้าไปในศาลา เพียงแอบมองอยู่ด้านนอก เพื่อจับผิดสตรีในศาลานั่นว่าทำตัวไม่เหมาะสมหรือไม่ ยิ่งเขาเห็นสายตาที่เจ้าหมอนั่นจ้องมองมาที่นี่นางมันดูแวววาวผิดปกติ หรือเจ้าหมอนั่นพึงใจนาง จึงได้หาเรื่องมาจ้างให้นางวาดภาพ จิตรกรอื่นก็มีออกจะมากมาย ใยจึงมาจ้างงานสตรีเช่นนางที่ไม่ได้มีชื่อเสียงมากมายอะไร เขาพลันรู้สึกไม่ค่อยพอใจนัก อาชีพอื่นก็มีออกจะมากมาย และนางนั้นก็ไม่จำเป็นต้องทำงานเลี้ยงชีพอีกด้วย เขาเองก็พอมีเงินทองเลี้ยงดูนางให้สุขสบายไม่ต้องทำงานสิ่งใดทั้งสิ้นเพียงอยู่เป็นคุณหนูในจวนแม่ทัพเช่นนี้ ทำไมต้องทำงานหาเงินด้วย เขาเองก็ไม่เข้าใจนางนัก แต่คงจะต้องเรียกมาพูดกันให้รู้เรื่องว่านางทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน เมื่อนางไม่ยอมเหยียบย่างมาที่เรือนของเขาเลย แม่ทัพหนุ่มจึงจำต้องไปหานางที่เรือนของนางแทน “ เยว่เอ๋อ เหตุใดถึงไม่ไปกินข้าวกับอาที่เรือน แล้วหมู่นี่เจ้าทำตัวแปลกๆไปนะ ทำไมไม่ไปที่เรือนของอาบ้าง หรือเคยทำสิ่งใดก็ทำไปจะมีใครกล้าปากมากมาว่าเจ้า หากผู้ใดในจวนนี้ว่ากล่าวเจ้าก็บอกอามา อาจะจัดการให้ ” เขาบอกกับนางเช่นนั้
“ ขอบคุณท่านอามาก แต่ข้าขึ้นเองได้เจ้าค่ะ ” แล้วเย่ว์ชิงก็พยายามเดินขึ้นไปด้วยตนเอง นางไม่อยากจะให้มือของนางสัมผัสกับมือของเขา เพราะตอนนี้นางทำใจเรื่องของเขาได้มากแล้ว นางไม่อยากจะรื้อฟื้นความรู้สึกเจ็บปวดนั่นขึ้นมาอีก แม่ทัพหนุ่มรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่หลานสาวไม่ยอมส่งมือของนางมาวางบนมือของเขาเพื่อช่วยพยุงตัวของนางขึ้นไปบนรถม้า นางรังเกียจเขาถึงขนาดนี้เลยหรือ แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดขณะที่เขาเดินตามหลังนางเข้าไปนั่งในรถม้า และทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับนาง แต่แม่ทัพหนุ่มก็ไม่ปริปากอะไร เขาเพียงชำเลืองนางเล็กน้อยวันนี้นางงามมาก งามจนเขาตะลึง เขาแน่ใจมากว่านับจากวันนี้จวนแม่ทัพของเขาคงจะไม่ว่างเว้นจากแม่สื่ออย่างแน่นอน รถม้ายังคงแล่นไปเรื่อยๆ มุ่งตรงไปจวนคหบดีเหลียนที่อยู่ค่อนไปทางนอกเมืองเล็กน้อย เพราะจวนนี้เป็นจวนใหม่ที่สร้างขึ้นมาใหม่อีกหลังของเขา ที่หลังใหญ่กว่าเดิมพื้นที่กว้างขวางกว่าเดิมมาก คุณหนูเหลียนบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขามักจะใช้ที่นี่เป็นที่จัดงานเลี้ยงรื่นเริงเพราะบรรยากาศดี สวนกว้างขวางที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามมากนั้น เหมาะแก่การจัดเลี้ยงในสวนทั้งยามบ่ายและยามค่ำคืนที่มองเห็น
“ อ้าว !! นั่นคุณชายเสิ่นใช่หรือไม่ ท่านมาตั้งแต่เมื่อใดกัน ไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านพ่อบ่นคิดถึงท่านมาก หากว่างแล้วก็แวะไปหาท่านพ่อที่จวนบ้างนะเจ้าคะ ” คุณหนูเหลียนหันไปเห็นสหายรุ่นน้องของบิดา เขาแม้จะหนุ่มแน่นมีวัยมากกว่านางเพียงแค่ไม่กี่ปี แต่ก็เก่งกาจทางการค้าหาตัวจับยาก แม้แต่บิดาก็ชมเชยเขาอยู่บ่อยครั้ง คุณชายเสิ่นเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาเขายิ้มกว้างให้กับคุณหนูเหลียนซิงซิง แล้วหันไปคารวะท่านอ๋องกับพระชายาและทักทายแม่ทัพจางและหันมาจ้องมองคุณหนูต้วนเยว่ชิงอย่างพินิจและจ้องมองนางอย่างตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคร้ามคมของเขามีสีแดงระเรื่อเมื่อรู้สึกกว่าตนเองนั้นจ้องมองนางนานไปหน่อย “ คุณหนูผู้นี้มีนามว่าอะไร เราเคยพบกันหรือไม่ ” เขาถามนาง พร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนเป็นหวานฉ่ำยามจ้องมองใบหน้าหวานของเยว่ชิงอย่างพึงใจ เยว่ชิงยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร “ คงไม่เคยพบกันหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าต้วนเยว่ชิง เป็นบุตรสาวของรองแม่่ทัพต้วน แต่บิดาของข้าเสียชีวิตไปแล้ว ” นางบอกกับเขาไปตามตรง“ เจ้าพักอยู่ในเมืองหลวงนี้หรือ เหตุใดข้าถึงไม่เคยพบเจ้าเลย ” เขายังคงใคร่รู้เรื่องของนาง “ คุณชายเสิ่น ข้าคิดว่า
คืนนั้นแม่ทัพหนุ่มมาดักรอหลานสาวกาฝากของเขาที่ทางเดินระหว่างสวนเพราะนางจะต้องเดินผ่านมาทางนี้เพื่อจะไปที่เรือนของนาง เขายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มเงาของใบไม้บดบังแสงสว่าง ผู้ที่เดินมาตามทางเดินจะไม่ทันสังเกตุเห็นเขาอย่างแน่นอน ผ่านไปครู่ใหญ่นางก็เดินตรงมาทางเขาอย่างไม่รู้ชะตากรรมตนเอง ขณะนี้แม่ทัพหนุ่มเมามายไม่น้อยเพราะเมื่อกลับมาถึงที่จวนแม่ทัพ เขาให้สาวใช้ยกสุรามานั่งดื่มที่หน้าเรือนของเขา เพื่อเฝ้ารอแม่หลานสาวตัวดีให้กลับมา แต่เฝ้ารออยู่นานนางก็ไม่กลับมาเส่ียท่ี เขาจึงได้เดินมารอนางที่ริมทางเดินนี้ คืนนี้หากเขาไม่ได้พูดกับนางให้รู้เรื่อง เขาจะต้องบ้าอย่างแน่นอน ยิ่งเขาเห็นนางใกล้ชิดกับเจ้าคหบดีเสิ่นนั่นหัวใจของเขามันร้อนรุ่มอยากจะตรงไปกระชากนางให้ออกมาจากเจ้าหมอนั่น แต่คงจะทำอย่างนั้นต่อหน้าผู้อื่นมิได้ เขากลั้นใจอดทนไว้ ยิ่งนางมาหายไปที่ใดก็ไม่รู้กับเจ้าหมอนั่น คนที่เพิ่งพบกันเสียด้วยซ้ำ โดยไม่มาขออนุญาติเขาก่อนอีกด้วย หากแม่หลานสาวตัวดีมาถึงจวนเมื่อไหร่เขาจะคิดทบต้นทบดอกกับนางอย่างขั้นเด็ดขาดจนนางไปหาบุรุษที่ไหนอีกไม่ได้เลย เมื่ออยากจะได้สามีนัก เขาก็จะเป็นสามีใ
คืนนั้นทั้งคืนแม่ทัพหนุ่มสุขสมยิ่งนัก ยิ่งกว่าที่เคยกับหญิงคณิกาที่เขาเคยผ่านมา และนางคล้ายกับอดีตคนรักของเขามาก มากจนแทบจะเป็นคนเดียวกัน ทั้งลีลารักที่มีเพียงเขาที่เป็นสามีของนางที่รู้ เขาจะเก็บเยว่ชิงไว้เป็นเมียบำเรอลับ ๆ ของเขา แม้อาจจะดูเห็นแก่ตัวเหลือเกินที่คิดเช่นนี้ แต่เขากับเยว่ชิงนั้นมีวัยที่ต่างกันถึงสิบกว่าหนาว เขาเป็นบุรุษที่เคร่งขรึมและหมกมุ่นกับการงาน จนมิเคยมีตาไว้สนใจสตรีใด เมื่อครั้งได้ใกล้ชิดกับท่านหญิงอวี้ชางจนก่อเกิดเป็นความรักต้องห้าม ที่พวกเขามิอาจหักห้ามใจไม่ให้รักกันได้ จึงได้หนีตามกันไปนั้น เพราะเขารักนางจริงๆ รักนางเพียงผู้เดียว แต่เมื่อสูญเสียนางไป เขาก็เหมือนคนไร้หัวใจไปเลย จนน้องสาวของเขามาพูดเตือนสติเขา จึงได้เริ่มเปิดใจให้กับคุณหนูเหลียนที่นางเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อน และเขาก็รู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายทำเหมือนเขามีนางเพียงผู้เดียว ทำให้นางมีความหวัง ทำให้นางปักใจคิดว่าเขาจะต้องไปสู่ขอนางมาเป็นฮูหยินของเขาอย่างแน่นอน แม้มีชายอื่นมาสู่ขอนางก็ปฏิเสธไปเสียหมด แล้วเขาจะทำเช่นไรได้ เมื่อครั้งนี้เขากลับเปิดหัวใจที่เคยบอบช้ำจนมันแทบไม่อาจรักใครได้อีกนั้นใ
หลายวันต่อมาเหลียนซิงซิงมาเยี่ยมแม่ทัพหนุ่มที่จวน ขณะที่แม่ทัพจางหย่งเล่อกับภรรยาในความลับที่มีเพียงบ่าวไพร่ในจวนที่เห็นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปนี้ แต่เบื้องหน้าก็คือหลานสาวในอุปการะของแม่ทัพจาง กำลังนั่งกินอาหารเช้ากันในห้องโถงหน้าเรือนของแม่ทัพหนุ่ม ทั้งสองต่างผลัดกันคีบอาหารให้แก่กัน บรรยากาศนั้นอวลไปด้วยความรักทั้งสองส่งสายตาหวานฉ่ำให้แก่กัน จนสาวใช้ในเรือนต่างก็พากันรับรู้หมดแล้วว่าบัดนี้ความสัมพันธ์ของอาหนุ่มและหลานสาวบุญธรรมที่งดงามปานจะล่มเมืองผู้นี้ พัฒนากลายมาเป็นยิ่งกว่าคนรักแล้ว เพราะบางวันนางก็เข้ามานอนในห้องนอนของท่านแม่ทัพจาง หากนางไม่มาเมื่อเขาอาบน้ำแล้วก็มักจะสวมเสื้อคลุมที่เขามักจะสวมตอนเข้านอน เดินไปที่เรือนหลังเล็กของหลานสาวคนงามและหายเข้าไปในนั้นทั้งคืน จะเดินกลับมาเข้าเรือนของเขาก็เมื่อฟ้าเริ่มจะสางแล้ว และตอนนั้นก็มีแสงแดดส่องรำไรในสวนกว้างหน้าจวนแม่ทัพแล้ว เขาไม่ได้คิดจะปิดบังซ่อนเร้นแต่อย่างใด บ่าวไพร่ในจวนก็ต่างเห็นประจักษ์ด้วยตาของตนเองแต่ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรมาก ได้แต่แอบซุบซิบกันเบาๆ ระหว่างกันเท่านั้นเอง และการแสดงออกต่อคุณหนูต้วนก็เปลี่ย
แถมเมื่อครู่ที่นางออกปากเรื่องการแต่งงานกับเขา พี่หย่งเล่อก็นิ่งฟังอย่างเงียบเฉย ไม่เอ่ยคัดค้านเลยสักคำ เหมือนกับว่าเขาเองก็คิดเช่นเดียวกับคุณหนูผู้นั้น ที่อีกไม่นานก็จะแต่งงานกับนาง รับนางมาเป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง แล้วข้าล่ะ เยว่ชิงผู้นี้ คนที่กลายเป็นของเขาแล้ว ข้าจะกลายเป็นอะไร เมื่อสตรีผู้นั้นเข้ามาเป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง อนุ หรือหญิงอุ่นเตียงเช่นนั้นหรือ ข้าคือท่านหญิงอวี้ชาง แม้กายจะไม่ใช่แต่จิตวิญญาณของข้าคือท่านหญิงอวี้ชาง ไม่ลดตัวลงไปเป็นเพียงอนุหรือหญิงอุ่นเตียงของชายใดหรอก เยว่ชิงยืดตัวขึ้น นางนั่งหลังตรงอย่างมีสง่า ด้วยท่าทีของท่านหญิงคนงามผู้สูงศักดิ์ แล้วก็เอ่ยขึ้นว่า “ ข้าก็ยินดีจะคบหาคุณชายเสิ่นเอาไว้เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเขาเองก็น่าสนใจไม่น้อย และหากคุณหนูเหลียนมีบุรุษคนอื่นที่น่าสนใจก็รบกวนคุณหนูเหลียนช่วยแนะนำกับข้าได้นะเจ้าค่ะ เพราะว่าตอนนี้ข้าเองก็เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาไม่นานนัก คงจะพอมีโอกาสเลือกอีกสักเล็กน้อย ข้าเป็นสตรีกำพร้า บิดาของข้าก็สิ้นชีวิตไปแล้ว คงต้องเลือกบุรุษที่ดูแลปกป้องข้าได้ แต่ข้าไม่ยอมเป็นอนุหรือหญิงอุ่นเตียงของชายใดหรอกนะเจ้าค่ะ
ตอนบ่ายวันนั้น ทางออกที่เยว่ชิงกำลังมองหาก็มาหานางถึงที่ โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนอันใด พระชายาจางมาเยี่ยมพี่ชายของนาง ตอนนั้นเขากำลังอ่านรายงานทางทหารอยู่ในห้องหนังสือ หลังจากที่คุณหนูเหลียนกลับไปแล้ว ตอนแรกเขาก็คิดจะไปง้องอนเมียในความลับของเขา แต่มีหนังสือด่วนมาให้เขาลงนามเสียก่อน เขาจึงได้เข้าไปทำงานในห้องหนังสือและคิดว่าตอนกลางคืนเขาค่อยไปหานางที่เรือน แล้วค่อยพูดกับนางเรื่องนี้ก็ได้ ตอนนี้เยว่เอ๋อกลายเป็นเมียของเขาแล้ว นางก็คงจะแต่งให้ใครไม่ได้อีก เพียงแต่เขาคงจะรับนางเป็นอนุหลังจากที่แต่งงานกับคุณหนูเหลียนซิงซิงแล้ว เพราะเขามาใคร่ครวญดูแล้ว คุณหนูเหลียนก็ไม่ได้ผิดอะไรนางนั้นเทียวไปเทียวมาหาเขาที่จวนแม่ทัพ จนผู้อื่นต่างก็รับรู้กันจนทั่วไปแล้ว ว่านางกับเขานั้นคบหาดูใจกัน หากเขาบอกกับนางไปตามตรงในตอนนี้ชื่อเสียงของนางก็คงจะเสียหายมาก ความเสียใจและผิดหวังนั่นยังไม่เท่าไหร่ แต่นางจะอับอายขายหน้าผู้อื่น และอีกอย่างบิดาของนางนั้นเป็นคหบดีใหญ่ที่มีบุญคุณกับกองทัพไม่น้อย เขาบริจาคเสบียงให้กับกองทัพคราวละมากๆ หากหักหาญน้ำใจกัน เขาก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้น จึงได้แต่นั่งอึดอัดไม่รู้จะทำเช่น
เมื่อรถม้ารับจ้างมาแล้ว ก็พอดีข้าวของที่บ่าวชายไปช่วยกันขนมาจากเรือนหลังเล็กของคุณหนูต้วนก็มากองอยู่หน้าประตูพอดี “ พวกเจ้าช่วยกันขนใส่รถม้ารับจ้างดีกว่า ขนใส่ให้มากที่สุดนะ ที่เหล่ือหากไม่พอก็ค่อยขนใส่รถม้าของพระชายา ” ชุ่ยเอ๋อบอกกับบ่าวชายที่มาช่วยกันขนข้าวของ ส่วนเยว่ชิงก็เดินมาตามทางเดินเพื่อจะมารอพระชายาจางที่ยังไม่ออกมาจากห้องหนังสือของพี่ชายของนาง “ เจ้าจะมาพาคนของพี่ไปง่ายๆเช่นนี้เลยหรือ ” แม่ทัพจางถามน้องสาวอย่างทนไม่ไหว “ ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อพี่รองนะเจ้าค่ะ หลานสาวของพี่รองนั้นงามเกินไป และนางก็ถึงวัยที่กำลังสาวสะพรั่งแล้ว หากมาอยู่ใกล้ชิดพี่รองในจวนแม่ทัพที่ส่วนมากมีแต่บุรุษมันคงไม่เหมาะสม และอีกอย่างพี่รองก็กำลังจะแต่งงานกับคุณหนูเหลียนซิงซิงแล้ว ยิ่งไม่เหมาะใหญ่ที่จะให้เยว่ชิงอยู่ในจวนนี้ ผู้อื่นจะครหาเอาได้ว่าไม่เหมาะสม รวมถึงคุณหนูเหลียนซิงซิงก็คงไม่สบายใจนักที่มีสตรีที่งดงามปานนี้อยู่ใกล้กับว่าที่สามีของนาง ” น้องสาวบอกกับพี่ชายด้วยความหวังดี แต่พี่ชายนั้นรู้สึกว่าอยากจะบ้าตายอยู่แล้ว เขาอ้ำๆอึ้งๆ อยากจะโพล่งออกไปใจจะขาดว่าคงไม่ต้องมาห่วงเรื่องนั้นแล้วเพราะนางกล
พระชายาจางเห็นท่าไม่ดี เพราะถ้าทำเช่นนั้นแผนการณ์ที่อุตส่าห์วางไว้ก็อาจจะสูญเปล่า “ ท่านอ๋องต้องการจ้างครูไปสอนกิริยามารยาท การศึกษาและศาสตร์ทั้งสี่ของสตรีด้วยเจ้าค่ะ ท่านอ๋องได้ยินว่าคุณหนูต้วนเก่งกาจเรื่องเรื่องศิลปะด้วย เขาก็อยากจะให้หนิงเอ๋อนั้นได้ร่ำเรียนศิลปะเอาไว้ตั้งแต่ยังเล็กจะได้เรียนรู้ได้เร็วเจ้าค่ะ พี่รอง และท่านอ๋องยังเห็นว่ากิริยามารยาทและท่าทางของคุณหนูต้วนผู้นั้นน่ารักนัก อยากจะให้หนิงเอ๋อของเราเติบโตมาเป็นเช่นนั้นบ้าง จึงจะว่าจ้างนางไปสอนหนิงเอ๋อน่ะเจ้าค่ะ หวังว่าท่านพี่คงจะอนุญาตินะเจ้าค่ะ ข้าจะไปรับนางไปพำนักที่ตำหนักในวันนี้เลย ให้นางพักที่เรือนเล็กที่ว่างอยู่ในตำหนักจะได้ใกล้ชิดกับหนิงฮวาเพคะ ” แม่ทัพจางขมวดคิ้ว ถ้าทำเช่นนั้นก็แปลว่าเมียของเขาจะต้องไปพักที่ตำหนักของท่านอ๋องรุ่ยหยางล่ะสิ คงจะไม่ได้หรอก อยู่ๆจะให้นอนไปนอนค้างที่อื่นเขาไม่เห็นด้วย ขณะนั้นคุณหนูต้วนเยว่ชิงก็เคาะประตูห้องหนังสือพอดี เพราะสาวใช้ไปตามนางว่าพระชายาจางมาพบนางต้องการสอบถามเรื่องการว่าจ้างนางไปสอนท่านหญิงหนิงฮวา ซึ่งเยว่ชิงเห็นว่าเป็นทางออกที่ดีมาก ที่นางกำลังคิดหาหนทางปลีกตัวไปจากจ
ตอนบ่ายวันนั้น ทางออกที่เยว่ชิงกำลังมองหาก็มาหานางถึงที่ โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนอันใด พระชายาจางมาเยี่ยมพี่ชายของนาง ตอนนั้นเขากำลังอ่านรายงานทางทหารอยู่ในห้องหนังสือ หลังจากที่คุณหนูเหลียนกลับไปแล้ว ตอนแรกเขาก็คิดจะไปง้องอนเมียในความลับของเขา แต่มีหนังสือด่วนมาให้เขาลงนามเสียก่อน เขาจึงได้เข้าไปทำงานในห้องหนังสือและคิดว่าตอนกลางคืนเขาค่อยไปหานางที่เรือน แล้วค่อยพูดกับนางเรื่องนี้ก็ได้ ตอนนี้เยว่เอ๋อกลายเป็นเมียของเขาแล้ว นางก็คงจะแต่งให้ใครไม่ได้อีก เพียงแต่เขาคงจะรับนางเป็นอนุหลังจากที่แต่งงานกับคุณหนูเหลียนซิงซิงแล้ว เพราะเขามาใคร่ครวญดูแล้ว คุณหนูเหลียนก็ไม่ได้ผิดอะไรนางนั้นเทียวไปเทียวมาหาเขาที่จวนแม่ทัพ จนผู้อื่นต่างก็รับรู้กันจนทั่วไปแล้ว ว่านางกับเขานั้นคบหาดูใจกัน หากเขาบอกกับนางไปตามตรงในตอนนี้ชื่อเสียงของนางก็คงจะเสียหายมาก ความเสียใจและผิดหวังนั่นยังไม่เท่าไหร่ แต่นางจะอับอายขายหน้าผู้อื่น และอีกอย่างบิดาของนางนั้นเป็นคหบดีใหญ่ที่มีบุญคุณกับกองทัพไม่น้อย เขาบริจาคเสบียงให้กับกองทัพคราวละมากๆ หากหักหาญน้ำใจกัน เขาก็เกรงว่าจะเกิดปัญหาขึ้น จึงได้แต่นั่งอึดอัดไม่รู้จะทำเช่น
แถมเมื่อครู่ที่นางออกปากเรื่องการแต่งงานกับเขา พี่หย่งเล่อก็นิ่งฟังอย่างเงียบเฉย ไม่เอ่ยคัดค้านเลยสักคำ เหมือนกับว่าเขาเองก็คิดเช่นเดียวกับคุณหนูผู้นั้น ที่อีกไม่นานก็จะแต่งงานกับนาง รับนางมาเป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง แล้วข้าล่ะ เยว่ชิงผู้นี้ คนที่กลายเป็นของเขาแล้ว ข้าจะกลายเป็นอะไร เมื่อสตรีผู้นั้นเข้ามาเป็นฮูหยินของเขาอย่างถูกต้อง อนุ หรือหญิงอุ่นเตียงเช่นนั้นหรือ ข้าคือท่านหญิงอวี้ชาง แม้กายจะไม่ใช่แต่จิตวิญญาณของข้าคือท่านหญิงอวี้ชาง ไม่ลดตัวลงไปเป็นเพียงอนุหรือหญิงอุ่นเตียงของชายใดหรอก เยว่ชิงยืดตัวขึ้น นางนั่งหลังตรงอย่างมีสง่า ด้วยท่าทีของท่านหญิงคนงามผู้สูงศักดิ์ แล้วก็เอ่ยขึ้นว่า “ ข้าก็ยินดีจะคบหาคุณชายเสิ่นเอาไว้เจ้าค่ะ ข้าคิดว่าเขาเองก็น่าสนใจไม่น้อย และหากคุณหนูเหลียนมีบุรุษคนอื่นที่น่าสนใจก็รบกวนคุณหนูเหลียนช่วยแนะนำกับข้าได้นะเจ้าค่ะ เพราะว่าตอนนี้ข้าเองก็เพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาไม่นานนัก คงจะพอมีโอกาสเลือกอีกสักเล็กน้อย ข้าเป็นสตรีกำพร้า บิดาของข้าก็สิ้นชีวิตไปแล้ว คงต้องเลือกบุรุษที่ดูแลปกป้องข้าได้ แต่ข้าไม่ยอมเป็นอนุหรือหญิงอุ่นเตียงของชายใดหรอกนะเจ้าค่ะ
หลายวันต่อมาเหลียนซิงซิงมาเยี่ยมแม่ทัพหนุ่มที่จวน ขณะที่แม่ทัพจางหย่งเล่อกับภรรยาในความลับที่มีเพียงบ่าวไพร่ในจวนที่เห็นความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปนี้ แต่เบื้องหน้าก็คือหลานสาวในอุปการะของแม่ทัพจาง กำลังนั่งกินอาหารเช้ากันในห้องโถงหน้าเรือนของแม่ทัพหนุ่ม ทั้งสองต่างผลัดกันคีบอาหารให้แก่กัน บรรยากาศนั้นอวลไปด้วยความรักทั้งสองส่งสายตาหวานฉ่ำให้แก่กัน จนสาวใช้ในเรือนต่างก็พากันรับรู้หมดแล้วว่าบัดนี้ความสัมพันธ์ของอาหนุ่มและหลานสาวบุญธรรมที่งดงามปานจะล่มเมืองผู้นี้ พัฒนากลายมาเป็นยิ่งกว่าคนรักแล้ว เพราะบางวันนางก็เข้ามานอนในห้องนอนของท่านแม่ทัพจาง หากนางไม่มาเมื่อเขาอาบน้ำแล้วก็มักจะสวมเสื้อคลุมที่เขามักจะสวมตอนเข้านอน เดินไปที่เรือนหลังเล็กของหลานสาวคนงามและหายเข้าไปในนั้นทั้งคืน จะเดินกลับมาเข้าเรือนของเขาก็เมื่อฟ้าเริ่มจะสางแล้ว และตอนนั้นก็มีแสงแดดส่องรำไรในสวนกว้างหน้าจวนแม่ทัพแล้ว เขาไม่ได้คิดจะปิดบังซ่อนเร้นแต่อย่างใด บ่าวไพร่ในจวนก็ต่างเห็นประจักษ์ด้วยตาของตนเองแต่ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรมาก ได้แต่แอบซุบซิบกันเบาๆ ระหว่างกันเท่านั้นเอง และการแสดงออกต่อคุณหนูต้วนก็เปลี่ย
คืนนั้นทั้งคืนแม่ทัพหนุ่มสุขสมยิ่งนัก ยิ่งกว่าที่เคยกับหญิงคณิกาที่เขาเคยผ่านมา และนางคล้ายกับอดีตคนรักของเขามาก มากจนแทบจะเป็นคนเดียวกัน ทั้งลีลารักที่มีเพียงเขาที่เป็นสามีของนางที่รู้ เขาจะเก็บเยว่ชิงไว้เป็นเมียบำเรอลับ ๆ ของเขา แม้อาจจะดูเห็นแก่ตัวเหลือเกินที่คิดเช่นนี้ แต่เขากับเยว่ชิงนั้นมีวัยที่ต่างกันถึงสิบกว่าหนาว เขาเป็นบุรุษที่เคร่งขรึมและหมกมุ่นกับการงาน จนมิเคยมีตาไว้สนใจสตรีใด เมื่อครั้งได้ใกล้ชิดกับท่านหญิงอวี้ชางจนก่อเกิดเป็นความรักต้องห้าม ที่พวกเขามิอาจหักห้ามใจไม่ให้รักกันได้ จึงได้หนีตามกันไปนั้น เพราะเขารักนางจริงๆ รักนางเพียงผู้เดียว แต่เมื่อสูญเสียนางไป เขาก็เหมือนคนไร้หัวใจไปเลย จนน้องสาวของเขามาพูดเตือนสติเขา จึงได้เริ่มเปิดใจให้กับคุณหนูเหลียนที่นางเป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อน และเขาก็รู้สึกผิดที่เป็นฝ่ายทำเหมือนเขามีนางเพียงผู้เดียว ทำให้นางมีความหวัง ทำให้นางปักใจคิดว่าเขาจะต้องไปสู่ขอนางมาเป็นฮูหยินของเขาอย่างแน่นอน แม้มีชายอื่นมาสู่ขอนางก็ปฏิเสธไปเสียหมด แล้วเขาจะทำเช่นไรได้ เมื่อครั้งนี้เขากลับเปิดหัวใจที่เคยบอบช้ำจนมันแทบไม่อาจรักใครได้อีกนั้นใ
คืนนั้นแม่ทัพหนุ่มมาดักรอหลานสาวกาฝากของเขาที่ทางเดินระหว่างสวนเพราะนางจะต้องเดินผ่านมาทางนี้เพื่อจะไปที่เรือนของนาง เขายืนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีร่มเงาของใบไม้บดบังแสงสว่าง ผู้ที่เดินมาตามทางเดินจะไม่ทันสังเกตุเห็นเขาอย่างแน่นอน ผ่านไปครู่ใหญ่นางก็เดินตรงมาทางเขาอย่างไม่รู้ชะตากรรมตนเอง ขณะนี้แม่ทัพหนุ่มเมามายไม่น้อยเพราะเมื่อกลับมาถึงที่จวนแม่ทัพ เขาให้สาวใช้ยกสุรามานั่งดื่มที่หน้าเรือนของเขา เพื่อเฝ้ารอแม่หลานสาวตัวดีให้กลับมา แต่เฝ้ารออยู่นานนางก็ไม่กลับมาเส่ียท่ี เขาจึงได้เดินมารอนางที่ริมทางเดินนี้ คืนนี้หากเขาไม่ได้พูดกับนางให้รู้เรื่อง เขาจะต้องบ้าอย่างแน่นอน ยิ่งเขาเห็นนางใกล้ชิดกับเจ้าคหบดีเสิ่นนั่นหัวใจของเขามันร้อนรุ่มอยากจะตรงไปกระชากนางให้ออกมาจากเจ้าหมอนั่น แต่คงจะทำอย่างนั้นต่อหน้าผู้อื่นมิได้ เขากลั้นใจอดทนไว้ ยิ่งนางมาหายไปที่ใดก็ไม่รู้กับเจ้าหมอนั่น คนที่เพิ่งพบกันเสียด้วยซ้ำ โดยไม่มาขออนุญาติเขาก่อนอีกด้วย หากแม่หลานสาวตัวดีมาถึงจวนเมื่อไหร่เขาจะคิดทบต้นทบดอกกับนางอย่างขั้นเด็ดขาดจนนางไปหาบุรุษที่ไหนอีกไม่ได้เลย เมื่ออยากจะได้สามีนัก เขาก็จะเป็นสามีใ
“ อ้าว !! นั่นคุณชายเสิ่นใช่หรือไม่ ท่านมาตั้งแต่เมื่อใดกัน ไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านพ่อบ่นคิดถึงท่านมาก หากว่างแล้วก็แวะไปหาท่านพ่อที่จวนบ้างนะเจ้าคะ ” คุณหนูเหลียนหันไปเห็นสหายรุ่นน้องของบิดา เขาแม้จะหนุ่มแน่นมีวัยมากกว่านางเพียงแค่ไม่กี่ปี แต่ก็เก่งกาจทางการค้าหาตัวจับยาก แม้แต่บิดาก็ชมเชยเขาอยู่บ่อยครั้ง คุณชายเสิ่นเดินเข้ามาร่วมวงสนทนาเขายิ้มกว้างให้กับคุณหนูเหลียนซิงซิง แล้วหันไปคารวะท่านอ๋องกับพระชายาและทักทายแม่ทัพจางและหันมาจ้องมองคุณหนูต้วนเยว่ชิงอย่างพินิจและจ้องมองนางอย่างตะลึงงันไปครู่หนึ่ง ใบหน้าคร้ามคมของเขามีสีแดงระเรื่อเมื่อรู้สึกกว่าตนเองนั้นจ้องมองนางนานไปหน่อย “ คุณหนูผู้นี้มีนามว่าอะไร เราเคยพบกันหรือไม่ ” เขาถามนาง พร้อมกับสายตาที่เปลี่ยนเป็นหวานฉ่ำยามจ้องมองใบหน้าหวานของเยว่ชิงอย่างพึงใจ เยว่ชิงยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร “ คงไม่เคยพบกันหรอกเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าต้วนเยว่ชิง เป็นบุตรสาวของรองแม่่ทัพต้วน แต่บิดาของข้าเสียชีวิตไปแล้ว ” นางบอกกับเขาไปตามตรง“ เจ้าพักอยู่ในเมืองหลวงนี้หรือ เหตุใดข้าถึงไม่เคยพบเจ้าเลย ” เขายังคงใคร่รู้เรื่องของนาง “ คุณชายเสิ่น ข้าคิดว่า
“ ขอบคุณท่านอามาก แต่ข้าขึ้นเองได้เจ้าค่ะ ” แล้วเย่ว์ชิงก็พยายามเดินขึ้นไปด้วยตนเอง นางไม่อยากจะให้มือของนางสัมผัสกับมือของเขา เพราะตอนนี้นางทำใจเรื่องของเขาได้มากแล้ว นางไม่อยากจะรื้อฟื้นความรู้สึกเจ็บปวดนั่นขึ้นมาอีก แม่ทัพหนุ่มรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยที่หลานสาวไม่ยอมส่งมือของนางมาวางบนมือของเขาเพื่อช่วยพยุงตัวของนางขึ้นไปบนรถม้า นางรังเกียจเขาถึงขนาดนี้เลยหรือ แม่ทัพหนุ่มครุ่นคิดขณะที่เขาเดินตามหลังนางเข้าไปนั่งในรถม้า และทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามกับนาง แต่แม่ทัพหนุ่มก็ไม่ปริปากอะไร เขาเพียงชำเลืองนางเล็กน้อยวันนี้นางงามมาก งามจนเขาตะลึง เขาแน่ใจมากว่านับจากวันนี้จวนแม่ทัพของเขาคงจะไม่ว่างเว้นจากแม่สื่ออย่างแน่นอน รถม้ายังคงแล่นไปเรื่อยๆ มุ่งตรงไปจวนคหบดีเหลียนที่อยู่ค่อนไปทางนอกเมืองเล็กน้อย เพราะจวนนี้เป็นจวนใหม่ที่สร้างขึ้นมาใหม่อีกหลังของเขา ที่หลังใหญ่กว่าเดิมพื้นที่กว้างขวางกว่าเดิมมาก คุณหนูเหลียนบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขามักจะใช้ที่นี่เป็นที่จัดงานเลี้ยงรื่นเริงเพราะบรรยากาศดี สวนกว้างขวางที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงามมากนั้น เหมาะแก่การจัดเลี้ยงในสวนทั้งยามบ่ายและยามค่ำคืนที่มองเห็น