Share

111 เกินไปหน่อยหรือไม่ ++

last update Dernière mise à jour: 2025-03-08 15:11:02

"รู้ดีนักนะ" เหรินโยว่หลุนหลุดยิ้มออกมา เขาไม่เคยอธิบายนางเลยว่าทำไมตนต้องทำลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ ภรรยาตัวน้อยก็ไม่เคยซักถาม ที่แท้นางก็เข้าใจเรื่องราวมากมายอยู่ก่อนแล้ว "เป็นอย่างนั้นก็ดี นางจะได้ไม่มาหาเรื่องเจ้าอีก ดูท่าเจ้าก็มีดวงอยู่บ้าง หรือไม่ก็ฉลาดเกินไป เพียงแค่พูดคำว่าเรื่องคืนนั้น ผู้อื่นกลับคิดเป็นอย่างอื่นไปเสียได้"

"ท่านชมเกินไปแล้ว อ่อ แล้วเรื่องผ้าปูที่นอนยังต้องพิสูจน์อีกหรือไม่? คงไม่ต้องส่งให้ไทเฮาแล้วกระมัง คาดว่าสนมกูคงเอาเรื่องนี้ไปพูดแล้ว วังหลังคงรู้กันให้ทั่วแล้วว่าข้ากับท่านไม่ได้ร่วมหอกันจริงๆ"

"เรื่องผ้าปูไม่ต้องกังวล หากวันไหนความลับของข้าที่รักภรรยามากขนาดนี้แดงออกไป แน่นอนว่าข้าต้องมีเครื่องพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้เจ้าแน่" พูดจบก็ก้มลงไปหอมภรรยาที่แก้มนุ่มนิ่มอย่างแรงๆ หนึ่งที คิดถึงมาทั้งวันแค่นี้ยังไม่พอหรอก

"ท่านจะทำเช่นไร? เอาเลือดเป็ดเลือดไก่มาป้ายแบบที่พระสนมกูบอกหรือ" จูมี่เอินที่ถูกขโมยหอมแก้มไปหนึ่งทีก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมา นางยังคงไม่ชินที่ถูกอีกฝ่ายถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้

"คืนแรกของเจ้า เจ้าไม่คิดว่าข้าจะแอบเก็บผ้าปูไว้หรือไร" เ
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application
Chapitre verrouillé

Related chapter

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   112 คำร้องขอที่ไม่เป็นผล++++

    เหรินโยว่หลุนก็ไม่ดื้นรั้นเอาแต่ใจมากเกินไป หาไม่แล้ว นางคงไล่เขาให้ไปหาสนมอื่นเป็นแน่ ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไว้วันหลังค่อยหาเรื่องแง่งอนให้นางมาง้อ แล้วยามนั้นค่อยเอาแต่ใจให้ถึงที่สุดอีกทีละกัน "อื้ม ภรรยา ลิ้นเจ้าร้อนยิ่งนัก" มือใหญ่สอดเข้าที่เรือนผมของนางประคองศีรษะเล็กไว้ในมือ ดันหัวของนางขึ้นมาอีกนิดเพื่อให้นางไม่เมื่อยต้นคอจนเกินไป "อึก" จูมี่เอินดวงตาเปียกชื้นเมื่อเริ่มจะสำลักจึงผละออก แล้วไล่เลียลิ้นไปที่ด้านใต้แทน มือเล็กจับ 'เหรินโยว่หลุนน้อย' พลิกไปมาซ้ายทีขวาที่เพื่อไล่ละเลียดลิ้นร้อนไปทั่วบริเวณสิ่งที่อยู่ในมือของตน "ขออีกนิด" เหรินโยว่หลุนหรี่ตาลงอย่างต้องการ เมื่อเห็นว่านางได้หายใจได้คล่องขึ้นมาบ้างแล้วก็ขอเข้าไปด้านในปากของนางอีกครั้ง ใช้นิ้วไล่ริมฝีปากเล็กเบาๆ เพื่อบอกถึงสิ่งที่ตนปรารถนา "..." จูมี่เอินพยักหน้ารับ เผยอปากออกรับเขาเข้ามาอีกครั้ง มือเล็กขยับขึ้นลงไปมา แถมครานี้นางใช้แรงดูดเพิ่มขึ้นเพื่อเร่งความต้องการของอีกฝ่ายให้เสร็จสิ้น คราแรกที่เขาเริ่มสอนให้นางทำแบบนี้นั้นใช้เวลาไม่นานมาก แต่พักหลังเขาเริ่มอดทนได้เก่งขึ้น กว่าจะทำให้เขาพอใจได้

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   113 เลือกใครสักคน

    วันรุ่งขึ้นเห็นภรรยายังไม่ตื่นเขาก็สั่งคนห้ามรบกวน ทั้งยังให้คนไปนำผ้าเช็ดตัวกับอ่างน้ำมาให้ตน แล้วลงมือช่วยภรรยาเช็ดร่างกายด้วยความเบามือ ผิวหนังนุ่มนิ่มที่มีน้ำมีนวลเพิ่มมากขึ้นของนางนั้นทำให้เหรินโยว่หลุนชอบยิ่งนัก ขนาดเพียงแค่ใช้มือวาดผ่านแผ่วเบาโดยมีผ้ากั้นกลางระหว่างมือของตนและผิวของนางก็พาเอาใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว กึก เหรินโยว่หลุนหยุดมือลง ทำใจสักพัก ไม่ได้ๆ ห้ามรู้สึกตอนนี้ เขารีบหลับตาลงแล้วก็ลงมือทำความสะอาดตามผิวกายให้นางอีกรอบ อีกทั้งช่วยนางสวมอาภรณ์ปิดกายไว้อีกด้วย ภรรยาของเขาโตมาในหมู่บ้านธรรมดา ไม่เคยมีคนช่วยปรนนิบัติอาบน้ำให้ ครั้งที่เขามอบนางกำนัลสองแฝดให้นั้น สองคนนั้นก็กลับมาฟ้องว่าจูมี่เอินขออาบน้ำเพียงลำพัง ขนาดหญิงสาวด้วยกันนางยังกระดากอายถึงเพียงนั้น ก่อนจากไปเขาจึงไม่ลืมสวมอาภรณ์ปกปิดกายให้นาง เช้านี้เหรินโยว่หลุนเบิกบานใจยิ่งนัก ยามเดินออกไปเตรียมเข้าประชุมกับเหล่าขุนนางก็แอบอมยิ้มเงียบๆ อยู่คนเดียวตลอดทาง โดยไม่รู้ว่าวันนี้เขากลับต้องพบเจอเรื่องที่หนักใจและยากที่จะหลีกเลี่ยงได้เหมือนที่ผ่านมา หลังจากถกปัญหาบ้านเมืองจบไปเหรินโยว

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   114 คนชั่วก็ย่อมชั่วไม่เสื่อมคลาย

    เขาวางร่างบางอย่างแผ่วเบาลงที่เตียง ขยับผ้าห่มขึ้นคลุมกายให้นาง เป็นครั้งแรกที่เขาตัดสินใจปล่อยให้นางได้นอนพักอย่างสบาย เพราะหากนางตื่นมาก็ไม่รู้จะมองหน้านางยังไง ถ้าพูดเรื่องนั้นออกไปสีหน้าที่นางแสดงออกมาเขาจะสามารถรับไหวได้หรือ ตอนนี้ยังเขาแทบทำใจไม่ได้ ปัญหากลัดกลุ้มใจที่ไม่ค่อยมีมาบ่อยทำให้เหรินโยว่หลุนคิดไม่ตก หากคิดในทางกลับกันเป็นจูมี่เอินที่ต้องไปพบชายอื่นด้วยความจำเป็น ต่อให้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เขาเองก็ไม่อาจนิ่งนอนใจได้ นึกถึงตอนนั้นที่นางกลับมาพร้อมกับเหรินเยว่เทียน เขาเองยังควมคุมอารมณ์ตนไว้ไม่อยู่ ถึงขั้นบีบบังคับนางในคืนนั้นให้ตกเป็นของเขา ขนาดตนเองยังรู้สึกแย่เมื่อรู้ว่าเหรินเยว่เทียนตามนางไป หากตอนนี้เป็นนางได้รับรู้การตัดสินใจในวันนี้ของเขาแล้วนางจะเป็นเช่นไร เหรินโยว่หลุนนั่งขยับตัวลงนอนข้างภรรยา มองใบหน้ายามหลับที่เหมือนเด็กน้อยของนาง คำครหาเหล่านั้นที่มีคนกล่าวหาเขามาช้านาน เขาไม่ใส่ใจ ปล่อยผ่านมาตลอด เขาใจดีถึงขั้นไม่ทำโทษคนในวังที่พูดเรื่องนั้น เพราะมันไม่ใช่เรื่องจริง ตัวเขาเองก่อนเจอจูมี่เอินเขารู้ดีที่สุดว่าตนไม่ได้ชอบผู้ชาย เพียงแค

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   115 ไม่คิดว่าจะไวถึงเพียงนี้

    ....... "!!???" เหรินโยว่หลุนเปิดฤกษ์มงคลที่ท่านโหวส่งมาให้มองดูมันด้วยความฉงน รีบไล่สายตาอ่านอีกรอบอย่างไม่อยากเชื่อ "เร็วถึงเพียงนี้?" เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นแน่น เริ่มเดินไปเดินมาในห้องด้วยความกังวลใจอีกรอบ เขาไม่กลัวที่ต้องเผชิญหน้ากับสนมกู ที่เขากังวลนั้นคือเขายังไม่ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับภรรยาเลย เขาควรทำอย่างไรดี! เมื่อวานก็ได้แต่มองนางนอนอยู่เช่นนั้นไม่กล้าพูดอันใดกลับนาง กลุ้มใจถึงขั้นรีบจากมาในยามเช้ากลัวนางจะตื่นขึ้นมาเจอหน้ากัน ครั้นพอนึกถึงใบหน้าของนางยามที่เขาบอกว่าต้องไปหาสนมนางอื่นจะเป็นเช่นไรขึ้นมาก็ไม่อยากบอกเรื่องนี้กับนาง นางจะมีสีหน้ายังไรนะ โกรธเกรี้ยว? ผิดหวัง? หรือเสียใจ? ฎีกามากมายตรงหน้าที่ถูกถวายมาเขาไม่ใส่ใจอีกต่อไป "ฟางอี้" เหรินโยว่หลุนส่งเสียงเรียกหาคนสนิทออกไป "พะยะค่ะ" องครักษ์ส่วนพระองค์ก้าวออกมาจากในมุมมืด ยกมือขึ้นผสาน "ช่างเถอะๆ" ครั้นคิดว่าจะถามความเห็นจากฟางอี้แต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยมีความรัก ไม่เคยชอบสตรี ต่อให้เขาจะฉลาดเพียงใดและช่วยงานตนเองได้เป็นอย่างดี แต่ก็นั้นแหละ คงไม่สามารถช่วยอะไรได้ จึงโบกมือปัดๆ ไล่ๆ เขาไป

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   116 เกิดอันใดกัน

    หนึ่งชั่วยามหลังจากนั้น นางกำนัลใต้อาณัติของฮ่องเต้วิ่งสุดชีวิตมุ่งหน้าไปที่ตำหนักของจูมี่เอินด้วยความรีบร้อน "พระสนมจูๆๆ" ตัวยังไปไม่ทันถึงนางก็ส่งเสียงเรียกออกไปก่อนแล้ว มองเห็นประตูหน้าตำหนักมีสองแฝดเฝ้าอยู่ก็รู้ว่าพระสนมจูน่าจะยังอยู่ด้านในไม่ได้ออกไปเดินเล่นที่ไหนยามค่ำคืนก็โล่งใจออก รีบสาวเท้าวิ่งให้เร็วกว่าเดิม "..." เพยเพยและถิงถิงเห็นคนวิ่งมาแต่ไกล ทั้งยังได้ยินเสียงสตรีร้องเรียกเจ้านายของตนก็พากันมองหน้ากัน ด้านในห้องนั้นพระสนมจูของพวกนางต้องการความสงบ ใครกันกล้ามาเรียกผู้อื่นโหวกเหวกโวยวายเสียงดังเช่นนี้ ไม่กลัวโดนโบยหรือไร ในความมืดพอร่างนั้นเข้ามาใกล้เพยเพยก็จำได้ทันทีว่าเป็นนางกำนัลของฮ่องเต้ ด้านถิงถิงไม่ได้ทันมองเพราะนางหันกลับไปด้านหลังพอดี นางแง้มประตูเข้าไปมองดูพระสนมจูด้วยความเป็นห่วง ยังเห็นว่าพระนางยังนั่งเหม่อลอยอยู่ข้างกล่องไม้ใส่ของของตน ในมือยังถือคัมภีร์เล่มหนึ่งไว้ดังเดิม เป็นเช่นนี้มาเกือบครึ่งชั่วยามแล้ว น่าสงสารยิ่งนัก จะให้ใครมาเห็นพระสนมของนางในสภาพน่าเวทนาไม่ได้ ถิงถิงปิดประตูลง หันกลับไปมองคนที่กำลังวิ่งมาด้วยสายตาไม่พอใจ ตอน

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   117 ผลลัพธ์ของการกระทำ

    หนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ สนมกูไม่รู้ว่ามีใครกำลังสาปแช่งนางอยู่ ความปิติยินดีทำให้นางยิ้มจนเมื่อยแก้มไปแล้วทั้งวัน ขัดผิวขัดตัวตั้งแต่เช้าเตรียมพร้อมร่างกายทุกสัดส่วน เนื้อตัวหอมฟุ้งเหมือนเป็นสวนดอกไม้เคลื่อนที่ได้ก็ไม่ปาน เมื่อถึงเวลาที่นัดหมายก็บรรจงแต่งตัวงดงามราวเทพธิดา นางสวมชุดผ้าบาง ไม่ได้ปักเครื่องหัวเพื่อให้สะดวกในการปรนนิบัติฮ่องเต้ ภายในตำหนักเต็มไปด้วยอาหารมากมาย สุราชั้นเลิศ แถมยังจุดเทียนสร้างบรรยากาศ นอกเหนือจากยาที่นางแอบใส่ในสุรานางก็เตรียมอย่างอื่นไว้เพิ่มด้วย สิ่งนั้นก็คือธูปหอมที่ทำให้บุรุษปั่นป่วนไว้อีกด้วย ดูสิว่าคนที่ชอบบุรุษด้วยกันโดนทั้งยาปลุกกำหนัดในสุราและสูดดมกลิ่นธูปในอากาศจะทนไหวได้ยังไง คืนนี้ไม่ว่ายังไงนางก็คิดว่าตนนั้นวางแผนมาดีมากแล้ว ต่อให้ฮ่องเต้ไม่ยอมดื่มสุราที่นางเตรียมไว้ยังไงก็ต้องหายใจ เช่นนั้นวันนี้นางไม่มีทางผิดพลาด! "ฝ่าบาท..." ได้ยินเสียงผลักประตูออก ร่างแน่งน้อยก็รีบเดินไปที่ประตู เอ่ยเรียกอีกฝ่ายด้วยเสียงหวานใส ใบหน้าประดับรอยยิ้ม ก้าวเดินราวกับเต้นระบำ งดงามชดช้อยอย่างน่ามอง "..." หากแต่ผู้ที่มาเยือนกับมีใบหน้าบึ้

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   118 คนเดียวที่เขาจะฟัง

    ดี ดียิ่งนัก แอบไปหาภรรยาของเขา ไปพูดให้คนอื่นไม่สบายใจ ทั้งยังแอบปล่อยข่าวลือเรื่องที่เขาชอบบุรุษออกมาเพื่อบีบบังคับเขา ไหนจะวางยาเขาอีก หากปล่อยนางไปก็คงไม่ใช่ ข้า เหริน โยว่ หลุน แล้ว! "อึก" กูหยู่เยียนไม่มีแม้แต่เสียงที่จะร้องของความเมตตา คราวนี้เพิ่งจะนึกได้ว่านอกจากคำเล่าลือว่าฮ่องเต้ทรงชอบบุรุษ มีอีกอย่างที่นางลืมไป นั่นคือคำกล่าวถึงนิสัยแท้จริงที่โหดเหี้ยมของฮ่องเต้ เขาฆ่าคนได้โดยไม่สนความถูกผิด ไร้ความเมตตา เป็นยิ่งกว่าศาลเตี้ย นางไม่เคยประสบพบเจอด้วยตนเองจึงคิดว่านั่นเป็นเพียงแค่ข่าวลือเลยหลงลืมไปแล้วว่าควรจะกลัวคนตรงหน้าบ้าง ตอนนี้ก็แทบจะสิ้นลมหายใจอยู่แล้วถึงเพิ่งจะตระหนักได้ถึงความน่ากลัวของเขา นางกวาดสายตาไปทั่วอย่างลนลานเพื่อหาทางหนี ในตอนนั้นก็ได้เห็นหนทางรอดสุดท้ายของตน สิ่งที่อาจช่วยชีวิตนางได้คือกาสุราที่อยู่ไม่ไกล นางเอื้อมมือที่ไร้เรี่ยวแรงไปปัดแจกันลงพื้นทันที เพล้ง เสียงกาหล่นกระทบพื้น แตกกระจายทันที เศษแก้วกระเด็นไปทั่วบริเวณ ปกติหากเกิดเสียงดังเช่นเครื่องใช้แตกเช่นนี้แล้วฮ่องเต้ไม่ได้ทรงรับสั่งก็คงไม่มีใครกล้าเข้ามา แต่พวกเขากลั

    Dernière mise à jour : 2025-03-08
  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   119 กลืนกิน+++

    เมื่อเห็นว่าคนที่ถูกฟางอี้หามออกไปเป็นพระสนมกูจูมี่เอินก็แปลกใจว่าทำไมนางถึงถูกฮ่องเต้บีบคอเช่นนั้น พอเห็นว่ากูหยู่เยียนยังมีชีวิตอยู่จูมี่เอินก็เบาใจไปได้เล็กน้อย ในใจแม้จะยังหวาดกลัวภาพที่เห็นเมื่อครู่ แต่คล้ายกับรู้ว่าอาหลุนของนางไม่มีวันทำร้ายนางเช่นนั้นแน่ จึงไม่ได้หวาดกลัวเขาเท่าที่ควรเป็น เรื่องนี้ไม่อาจตัดสินด้วยภาพโหดร้ายเมื่อครู่ได้ "มี่เอิน..." เหรินโยว่หลุนเกาะเอวภรรยาแน่น ส่งเสียงเรียกหวานออกไป เห็นภรรยาเอาแต่หันมองไปทางประตูที่ถูกปิดลงก็เริ่มน้อยใจนางขึ้นมา เขาก็ซุกไซร้ใบหน้าของตนลงกับซอกคอของคนตัวเล็กด้วยความคนึงหา ความแนบชิดในระยะขนาดนี้ทำให้ได้กลิ่นกายของนางอย่างชัดเจนร่างกายก็ร้อนรุ่มขึ้นมากกว่าเดิม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยามได้กลิ่นหอมจากร่างบางเขามักจะรู้สึกสงบใจยามนี้กลับเปลี่ยนไป กลิ่นกายของนางกลับกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีแทน ราวกลับถูกนางโยนความต้องการที่มากล้นของตนลงไปในกองเพลิงที่กำลังโหมไหม้ในกายของเขา จุดประกายบางสิ่งที่ไม่อาจมอดดับลงไปง่ายๆ ให้หนักข้อขึ้นกว่าเดิม "อาหลุนท่าน ทำไมตัวร้อนเช่นนี้ ไม่สบายใช่หรือไม่" จูมี่เอินที่ถูกเรียกก็หันกลับมาถามสามีของ

    Dernière mise à jour : 2025-03-08

Latest chapter

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 8

    วันสถาปนา กัวเจียงมิ่งยืนอยู่รวมกับผู้คนสองฟากฝั่งของทางเดินในงานพิธี ดวงตาคู่คมมองสตรีตัวเล็กที่แต่งชุดเต็มยศ บนหัวเล็กๆ นั้นประดับไปด้วยเครื่องหัวหลากชิ้น ท่าทางการเดินที่มั่งคง ใบหน้าที่เรียบนิ่งแต่เป็นมิตร อาภรณ์สีแดงสดที่นางสวมคือลายหงษ์ปักด้วยด้ายทอง พอเห็นลูกศิษย์ใส่ชุดนี้แล้วก็นึกถึงวันแรกที่เจอกัน ยามนั้นเด็กน้อยก็สวมชุดสีแดงอยู่บนหลังของอาชาตัวใหญ่ คนตัวเล็กควบม้ามาหานางที่ลอยน้ำมาติดอยู่ข้างทาง กระโดดลงจากม้าด้วยความคล่องแคล่ว ออกแรงลากนางให้ห่างจากแม่น้ำที่ไหลเชี่ยว "แม่นาง แม่นางทำใจดีๆ ไว้ ข้าจะช่วยท่านเอง" นั่นคือคำที่จูมี่เอินกล่าวกับนางในครั้งแรกที่เจอกัน กัวเจียงมิ่งคิดว่าตนจะตายอยู่ที่นั่นเสียแล้ว นางได้รับบาดเจ็บมีแผลหลายแห่งแล้วพลัดตกน้ำมาไกล อีกทั้งที่ซึ่งนางพยายามตะเกียกตะกายขึ้นมาจากแม่น้ำนั้นก็ห่างไกลไร้ผู้คน แถมทางด้านหน้าที่สตรีชุดแดงควบม้าผ่านมายังมีต้นไม้และหญ้าหนาทึบ ต่อให้มีคนผ่านมาก็ไม่น่ามองเห็นนาง ทว่าสตรีตัวเล็กผู้นี้มาจากไหนไม่รู้ ราวกับตั้งใจมาหานางโดยเฉพาะ คนตัวเล็กสั่งม้าให้นั่งลงแล้วยกนางที่ตัวใหญ่กว่าให้ขึ้นไ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 7

    "เพราะนางคือหัตถ์เซียน นามเดิมของอาจารย์คือกู่เฟยเซียน" จูมี่เอินได้รู้ความลับนี้ผ่านการมองเห็นของนางในช่วงจังหวะหนึ่งหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับอาจารย์มาสักพักแล้ว หลอมรวมกับที่เคยสังเกตการณ์ดูก็พบว่ากัวเจียงมิ่งนั้นสามารถทำให้คนเจ็บหายป่วยได้ในเร็ววันกว่าที่ตำราบอกไว้มากนัก "ตอนเด็กข้าเคยอ่านเจอเกี่ยวกับคนที่มีพลังวิเศษเหนือคนทั่วไป นั่นเป็นครั้งแรกที่ข้าได้สัมผัสความรู้สึกดีอย่างหนึ่งว่าตนเองไม่ใช่คนที่แตกต่างจากคนอื่น ยังมีอีกหลายคนที่คล้ายกันกับข้า คราแรกที่ได้อ่านข้าสะดุดชื่อของนางและความสามารถของนางเป็นที่สุด ตอนที่ได้เจอกันข้ายังไม่รู้ว่านางคือคนที่ข้าเคยอ่านเจอในตำรา แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งในนิมิตร ข้าเห็นคนเจ็บและคนผู้นั้นไม่รอด ข้าพยายามเปลี่ยนนิมิตร ต่อมาจึงเกิดนิมิตรใหม่ขึ้น ในนิมิตรที่สองข้าไปช่วยคนเจ็บไว้แล้วพามาให้นางรักษา คนที่ไม่น่ารอดก็สามารถรอดได้อย่างปาฏิหาริย์ แต่เรื่องเหล่านั้นก็ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะข้าหาของไปขวางทางไว้ก่อนที่คนผู้นั้นจะเดินทางผ่านถนนเส้นหนึ่งซึ่งจะมีต้นไม้โค่นลงมาใส่เขา ภายหลังพอจับสังเกตดูและแน่ใจแล้วก็ลองถามท่านอาจารย์ออกไป นางก็เลยเล่

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 6

    ...... วันต่อมาก็ได้เวลาเดินทางกลับวังหลวง รอบนี้มีอาจารย์และโม่โฉวติดตามกลับไปร่วมงานสถาปนาด้วย นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมีคนเจ็บอีกคนที่ต้องพาเขากลับไปส่งบ้าน ซึ่งเป็นทางผ่านพอดี ที่รถม้าคันหน้า "กัวเจียงมิ่งท่านมายืนทำอะไรหน้ารถม้าผู้อื่น" เหรินโย่วหลุนเอามือพ่ายหลัง หันมองไปที่อื่น แสดงท่าทางวางอำนาจเต็มที่ แผ่รังสีความเป็นฮ่องเต้ที่มีมาแต่กำเนิดออกไปโดยรอบเพื่อกดดันสตรีชุดฟ้าหน้าไม่อายข้างกาย "สตรีก็ต้องนั่งไปกับสตรีด้วยกันสิ นู้น บุรุษไปขึ้นคันหลัง" กัวเจียงมิ่งเลียนแบบท่าทางเหรินโย่วหลุน นางหมุนตัวเอาหลังหันให้รถม้า ยืนเคียงข้างคนตัวสูงที่สูงเกือบเท่ากันแถมมือพ่ายหลังและหันหน้าไปทางเดียวกัน "สตรีหรือ? ท่านเหมือนสตรีตรงไหนกัน" รถม้าคันหลังนั้นมีคนเจ็บขึ้นไปก่อนแล้วและมีโม่โฉวเป็นคนคุมม้า ความจริงเขาก็ไม่ติดอะไรแม้รถม้าเก่ามากและจะต้องนั่งไปกับราษฎรของตนเอง แต่ที่นั่นไม่มีทั้งภรรยาไม่มีทั้งบุตรชาย เขาจึงไม่อยากไปนั่ง เขาห่างจากภรรยามาถึงสองปีแล้ว ได้อยู่ด้วยกันทั้งวันก็ยังคิดว่ายังไม่พออยู่ดี ยามนี้ยังต้องมานั่งแยกกันอีกเกือบสามวัน ยังไงเขาก็ไม่ยอม "เห

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 5

    "เดี๋ยว! ท่านจะทำอันใด?" จูมี่เอินรีบเอาตัวไปยืนขวางโม่โฉวไว้ "เจ้าปกป้องเขา?" เหรินโย่วหลุนแทบไม่อยากเชื่อ "อย่าบอกนะว่าเขาเป็นพ่อของเด็กคนนั้น" ทั้งที่ได้ยินเต็มสองหูแล้ว แต่เขาก็ยังอยากจะถามย้ำให้แน่ใจอีกรอบ "ใช่...อย่า!" จูมี่เอินเห็นเหรินโย่วหลุนยกมือสั่งฟางอี้ให้เข้ามาทางโม่โฉวนางก็รีบเบี่ยงตัวปิดคนด้านหลังไว้มากกว่าเดิม "เขาเป็นพ่อบุญธรรม เป็นพ่อบุญธรรม!" ก่อนจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นนางรีบพูดต่อให้จบประโยค เพราะไม่คิดว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่เข้าใจจริงๆ ตอนนั้นฟางอี้ก็หยุดเท้าลงพอดี พร้อมกับเก็บมีดลับที่ดึงออกมาจากไหนไม่รู้กลับไป เพราะการเดินทางฮองเฮาบอกไม่ให้สะดุดตา จึงต้องเก็บดาบที่ใช้ประจำไว้ในรถม้า แต่เขาเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ย่อมไม่อาจปล่อยปะละเลยความปลอดภัยของฮ่องเต้ได้ จึงได้พกมีดสั้นที่ยาวจนถึงข้อศอกซ่อนไว้ในกายด้วย "?!" เหรินโย่วหลุนเลิกคิ้วขึ้นสูง ตอนที่ได้ยินจูมี่เอินบอกว่านั่นเป็นลูกนางเขาก็คาดเดาไปหลายอย่าง คิดว่าอาจเป็นลูกของเขาแต่เพราะท่าทางที่สนิทสนมของภรรยากับคนผู้นั้นดูไม่ปกติ แถมเด็กน้อยก็เรียกคนด้านหลังว่าท่านพ่อ แล้วภรรยาก็ดันมาบอกอีกว่

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 4

    ....... "เจ้าอยู่ที่นี่มาตลอดหรือ" "ใช่แล้ว" จูมี่เอินยกกาชามาวางที่โต๊ะน้ำชา นั่งลงแล้วรินชาให้สามีก่อนจะรินให้ตัวเองทีหลัง "นี่ก็เป็นชาที่ข้าดื่มตลอดสองปีเช่นกัน ไม่หอมมาก หากแต่เมื่อลองได้จิบทีละนิดและมองออกไปที่ป่าไผ่ ต่อจากนั้นค่อยๆ หลับตาฟังเสียงลมที่กระทบผ่านไป ก็พอที่จะทำให้ชารสชาติธรรมดาเช่นนี้พิเศษขึ้นมามากกว่าเดิม ชนิดที่ว่าต่อให้หาที่ไหนก็หาไม่ได้อีกแล้ว" จูมี่เอินยกจอกชาขึ้นมาจิบทำท่าหลับตาพลางพูดอธิบายไปด้วย "..." เหรินโย่วหลุนก็ลองทำตาม จิบชามองป่าไผ่ หลับตาและฟังเสียงลมที่กระทบกับใบของต้นไผ่ "สงบยิ่งนัก" แถมยังได้กลิ่นของธรรมชาติที่สดชื่นลอยมาตามลมด้วย จูมี่เอินเองสองปีกว่าที่ผ่านมา ทุกครั้งที่มีเวลาว่างมานั่งจิบชาและได้ใช้เวลาอยู่กับตนเอง เมื่อจิบชาไปด้วยแล้วได้มองป่าไผ่ ทั้งที่ทำให้รู้สึกสบายใจแต่กลับทำให้นางนึกถึงสามีทุกครั้ง หลังจากที่มานั่งจิบชาคนเดียวทีไรต่อมานางก็จะต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองได้มีเวลาคิดถึงเขาอีก ช่างเป็นช่วงเวลาที่สงบสุขแต่ก็เศร้าใจในคราเดียว "เสียดายที่ไม่มีท่านอยู่ที่นี่" จูมี่เอินเอ่ยความรู้สึกออกมาจากใจจริง ลืมตาข

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 3

    ....... การเดินทางด้วยรถม้าเพื่อมาที่หมู่บ้านตงนั้นใช้เวลาเกือบสามวันเพราะมีแวะพักบ้าง ไม่เหมือนกับตอนแรกที่เหรินโย่วหลุนเร่งเดินทางอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อแบกภรรยากลับวังในตอนนั้น แต่ก็ใช้เวลาไม่นานเกินที่คาดการณ์ไว้พวกเขาก็มาถึง หน้าโรงหมอกัว หมู่บ้านตง "แปลกจัง..." จูมี่เอินที่ถูกเหรินโย่วหลุนประคองลงรถม้ามาก็มองไปที่รั้วไม้ไผ่ของโรงหมอซึ่งถูกเปิดแง้มไว้ "มีอะไรผิดปกติหรือ?" เหรินโย่วหลุนถามพลางยกมือขึ้นในระดับหัว เตรียมจะส่งสัญญาณให้องครักษ์เงาของตนที่แอบอยู่รอบตัวบุกเข้าไปด้านใน "เดี๋ยว!" ดีที่จูมี่เอินสังเกตทัน รีบยกมือดึงแขนของเขาลงทันที พอห้ามคนสั่งการได้แล้วนางก็ผ่อนลมหายใจออกมาแผ่วเบา เกือบเป็นเรื่องไปเสียแล้ว "ข้าแค่แปลกใจเล็กน้อย อาจารย์ปกติมักจะเอาแต่นั่งดื่มชามองต้นไผ่อยู่ที่โต๊ะน้ำชาตรงนั้นและไม่ค่อยเปิดรั้วทิ้งไว้ แต่บางทีนางอาจไปพักด้านในแล้วก็ได้" "อ่อ..." เหรินโย่วหลุนลากเสียงยาว ที่แท้นอกจากปากเสียแล้วก็ไม่ทำอะไรนอกจากจิบชาสินะ เป็นคนที่ขี้เกียจเสียจริง จูมี่เอินเปิดประตูเข้าไปด้วยความเคยชินและออกตัวเดินนำไปก่อน เมื่อได้กลับมา

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 2

    ....... รถม้าเดินทางออกจากวังแล้ว จูมี่เอินเลือกรถม้าที่ดูธรรมดาที่สุดแต่ก็ยังถือว่าค่อนข้างเตะตาไม่น้อย การเดินทางรอบนี้มีเพียงฟางอี้ที่เป็นคนขับรถม้าตามมาด้วยเท่านั้น เพราะจูมี่เอินไม่อยากให้สะดุดตา แต่นางก็รู้ว่าสามีได้เตรียมองครักษ์เงาให้ตามอยู่ห่างๆ แล้ว "ข้างนอกคึกคักยิ่งนัก" จูมี่เอินเลิกม่านมองดูเมืองหลวงที่ตนไม่ได้กลับมานานถึงสองปี ตื่นเต้นจนถึงขั้นเกาะขอบหน้าต่างดูเหมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยออกจากบ้าน "อดีตผู้สำเร็จราชการแทนทำงานได้ดี" เหรินโย่วหลุนยามนี้ใส่ชุดสีเขียวอ่อนกำลังนั่งกอดอกพิงพนักที่นั่งและมองดูด้านนอกรถม้าเช่นกัน ตอนนี้คือยามอู่[1] ผู้คนเลยสัญจรไปมาค่อนข้างมาก ของขายข้างทางก็มีไม่น้อย เหรินโย่วหลุนเองก็รู้สึกแปลกตาเช่นกัน แต่ก็รักษาท่าทีสุขุมไว้ ([1] ยามอู่ 11.00 น. -12.59 น.) "..." จูมี่เอินนิ่งไปสักพักเมื่อเห็นสตรีงดงามผู้หนึ่งเดินเคียงมากับบุรุษที่เหมือนจะคุ้นหน้าก็ขมวดคิ้วมอง "อาหลุน คนนั้นไม่ใช่...ฟู่เจาหยางกระมัง" "..."เหรินโย่วหลุนทันทีที่ได้ยินชื่อบุรุษอื่นออกจากปากของภรรยาก็หรี่ตาลงด้วยความไม่สบอารมณ์ ขยับเอนตัวไปมองผ่านศีรษะขอ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1 หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป เหรินโย่วหลุนเห็นถิงถิงวิ่งเข้ามาขอเข้าเฝ้าหน้าตื่นก็ลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ด้วยวางใจว่าตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา ภรรยาดูท่าตกลงปลงใจจะอยู่กับเขาไม่หนีไปไหนอีก เขาจึงกลับมาทำงานดังเดิม แต่ท่าทางของถิงถิงก็ทำกังวลขึ้นมา เหรินโย่วหลุนไม่แม้แต่จะรอเรื่องที่ถิงถิงได้รายงานก็รีบวิ่งออกจากห้องทรงงานของตนไปแล้ว เป็นดังคาด เมื่อเข้ามาถึงที่ห้องก็พบว่าภรรยากำลังเก็บเสื้อผ้าอยู่ "มี่เอิน เจ้าจะไปไหน!!!" เหรินโย่วหลุนตะโกนลั่นตำหนัก ดังไปไกลหลายจั้ง[1] ทำเอาคนที่กำลังหันหลังจัดห่อผ้าอยู่สะดุ้งเฮือก "อาหลุน..." คนตัวเล็กหันมาเรียกหาเขาเสียงเบา ตอนแรกยังยกยิ้มตาหยีส่งไปเพื่อระงับโทสะของอีกฝ่าย หากแต่เมื่อเห็นสามีเดินหน้าตั้งเข้ามาหาด้วยใบหน้าโกรธขึงนางก็หุบยิ้มลง หมุนกายรีบปีนหนีขึ้นเตียงไป ด้วยความตัวเล็กท่าทางตอนหนีเลยดูเหมือนกระต่ายน้อยกำลังกระโดดไปมา "ท่าน ท่าน! ใจเย็นก่อน" นางร้องเสียงหลง ไต่ตัวเข้าไปด้านในสุดของเตียง แต่พบว่าตนเองตัดสินใจผิดเสียแล้ว นอกจากทางที่เพิ่งขึ้นมาเมื่อครู่ รอบด้านก็ไม่มีทางให้หลบหนีอีก "จะหนีไปไหนอีก" เ

  • ฮ่องเต้เพคะ หม่อมฉันเป็นนักบวช   167 สัญญาที่จะอยู่ด้วยกันจนผมขาวนั้น จะคงเป็นนิรันดร์ตลอดไป (จบบริบูรณ์)

    จูมี่เอินยืนนิ่ง จ้องมองบานประตูตำหนักของเหรินเยว่เทียนเพราะเพิ่งโดนไล่ออกมา ก่อนจะหันมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของตน เอาเถอะ แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังโดนไล่ออกมา นางเองก็ควรปล่อยให้เหรินเยว่เทียนได้พักผ่อน จูมี่เอินจึงคิดจะกลับตำหนักของตนเอง "จะไปที่ใด?" เหรินโย่วหลุนเพียงแค่เห็นภรรยาขยับกายก็เอ่ยปากถามอีกรอบ วันนี้เขาพูดประโยคนี้ไปกี่ครั้งแล้วก็ไม่อาจนับได้ครบ "กลับตำหนัก" ความจริงแล้วเหรินโย่วหลุนไม่น่าถาม ที่ที่จูมี่เอินจะไปก็มีแค่ตำหนักของตนเองเท่านั้น หรือในตอนนี้ก็คือตำหนักบรรทมของฮ่องเต้นั่นเอง เพราะเขาไม่ยอมให้นางย้ายไปอยู่ที่ตำหนักในวังหลังเหมือนเมื่อก่อน กฏวังหลังถูกเขาเมินไปเสียแล้ว ครั้นพอได้นึกถึงก็คิดว่าที่แห่งนั้นยามนี้ต่อให้ไม่เหมือนในนิมิตรที่ถูกรื้อจนไม่เหลือเค้าเดิม แต่ก็คงเงียบเหงาไม่ต่างกัน พอคนตัวเล็กเดินนำ เหรินโย่วหลุนก็เดินตาม "..." ระหว่างทางเขาก็มองท้องฟ้า ยังไม่มืด หันมองภรรยาที่ร่างกายยังไม่หายดีจากรอยช้ำที่เขาทำไว้ก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หากรู้ว่าเรื่องจะมาถึงยามที่เขาและนางสามารถกลับมาอยู่ด้วยกันได้ปกติโดยที่นางไม่คิดหนีไปอีก หลายวันที่

Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status