แชร์

บทที่ 1686

ผู้เขียน: จุ้ยหลิงซู
"จาวหนิง พวกเราต้องเร่งเดินทางแล้วกระมัง?"

ฟู่จิ้นเชินให้พวกสืออีไปตรวจสอบรถม้าแต่ละคันอีกหน่อย ดูว่าสัมภาระมัดแน่นดีหรือไม่

เขาเองก็ไม่คิดจะเปลืองน้ำลายอธิบายเรื่องนี้

ความจริงมันเกิดขึ้นแล้ว เมื่อครู่จูเฉียนเฉี่ยนก็พูดเรื่องที่พวกเขาเคยเจอกันออกมาชัดเจนแล้ว ไม่มีอะไรให้อธิบายอีก

ยิ่งไปกว่านั้น ปฏิกิริยากับการจัดการของฟู่จาวหนิงก็เด็ดขาด

ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรอีก

"รีบเดินทางเถอะ" ฟู่จาวหนิงเองก็ไม่ติดใจกับเรื่องนี้

อันที่จริง เรื่องราวก็แค่นี้เอง ทุกคนเข้าใจแล้ว พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ต่อให้เป็นเซียวหลันยวนเองถ้าเจอกับเรื่องนี้ หลังจากนางชัดเจนแล้วก็จะปล่อยมันไปเหมือนกัน แล้วนี่ก็เป็นพ่อของนางด้วยนะ

เพียงไม่นาน ทุกหลังจากที่พวกเขาจัดขบวนเรียบร้อยก็เดินทางต่อ ทิ้งจูเฉียนเฉี่ยนทั้งขบวนไว้ด้านหลัง

จูเฉียนเฉี่ยนมองเงาของพวกเขาที่จากไป ยืนนิ่งอยู่ที่นั่น

"แม่นาง ช่างมันดีกว่าไหม?" ไฉ่เอ๋อร์อดเตือนนางขึ้นมาไม่ได้ "คุณชายฟู่คนนั้น ดูแล้วก็ไม่ได้ต้องการให้แม่นางตอบแทนนี่นา แล้วก็แม่นางข้างๆ เขาคนนั้น ข้ากลัวอยู่หน่อยๆ ด้วย"

ฟู่จาวหนิงหน้าตาสะสวย ดูแล้วยังอายุน้อย ไม่ได้ลงไม้ลงมืออะ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1687

    อันเหนียนเองก็เป็นคนมีความสามารถ ฟู่จิ้นเชินเองก็ด้วย สองวันต่อมาพวกเขาก็ไม่อยู่บนรถม้าแล้ว แต่ออกไปเดินกับพวกผู้ประสบภัยเวลาสองวัน พวกเขาสองคนก็เลือกผู้ประสบภัยมาสิบคน ถึงเวลาสามารถนำมาใช้งานได้เป็นพวกที่ซื่อๆ คล่องแคล่วไม่พูดมาก เนื่องจากในบ้านประสบภัยจนไปต่อไม่ไหวแล้วจึงตรงมาที่เมืองเจ้อ แต่พวกเขาก็ไม่อยากจะเอาแต่ขอความช่วยเหลือจากจวนทางการ แต่ยังคิดว่าหลังจากถึงเมืองเจ้อแล้วจะทำอะไรได้บ้าง เอามาแลกข้าวไปกินฤดูใบไม้ผลเมืองเจ้อหนาวเย็น พวกเขาอย่างน้อยยังต้องผ่านมันไปอีกสองเดือนภายใต้สิ่งแวดล้อมเช่นนี้ อากาศเย็นๆ เอาชีวิตพวกเขาไปได้ ถึงอย่างไรก็กลัวจะไม่มีที่คุ้มกะลาหัว กลัวไม่มีข้าวต้มร้อนๆ กิน และยิ่งไม่มีเงินที่จะหาหมอซื้อยาด้วยอันเหนียนกับฟู่จิ้นเชินเลือกผู้ประสบภัยมาสิบคน ว่าจ้างพวกเขาชั่วคราว ถึงเวลาถ้าช่วยเหลือได้ ก็รับประกันว่าได้กินอิ่ม เจ็บป่วยมียาให้สิ่งนี้ถือว่าดีมากๆ สำหรับพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นในใจก็เกิดความปลอดภัยขึ้นมาทันทีพวกเขาอย่างน้อยยังมีประโยชน์บ้าง ยังมีความรู้สึกพึ่งพาได้ ตอนมาถึงเมืองเจ้อก็ไม่ต้องชะเง้อซ้ายขวา ไม่รู้ว่าควรไปที่ไหน จะถูกจัดแจงที่พั

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1688

    "หมอเทวดาฟู่"ทุกคนราวกับเพิ่งตื่นจากฝัน ทำความเคารพฟู่จาวหนิงกันอย่างระมัดระวังพวกเขาอันที่จริงอยากจะคุกเข่าลงโขกศีรษะด้วยซ้ำ แต่พวกสืออีกประคองตัวไว้ เป็นสัญญาณว่าพวกเขายืนไว้ก็พอ"เรียท่านหมอฟู่ก็พอแล้ว"ฟู่จาวหนิงเองก็จนใจหน่อยๆ พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากฏพวกนี้ตั้งขึ้นตั้งแต่เมื่อไร ที่ว่าพอเข้าร่วมสมาคมหมอใหญ่ จะถูกเรียกว่าหมอเทวดาอันที่จริง เทวดาก็ไม่ได้เป็นเทวดาอะไร นางเองก็มีโรคที่รักษาไม่ได้เหมือนกัน"ทุกคนรู้จักกันไว้ก่อนก็พอ อีกเดี๋ยวข้าจะจับชีพจรให้พวกเจ้าทั้งสิบคน ถ้ามีตรงไหนไม่สบาย มีโรคระบาดอะไรให้บอกข้าไว้ก่อน"ในเมื่อต้องใช้พวกเขา ฟู่จาวหนิงก็ต้องตรวจอาการพวกเขาก่อน"ข้าไม่มีโรคอะไร ข้าชื่ออาเหอ ใต้เท้าอันให้ขาพาพวกเขามา แล้วต้องฟังการกำชับจากหมอ ท่านหมอฟู่"อาเหอมองฟู่จาวหนิง รู้สึกประหม่าหน่อยๆหมอเทวดาหญิงที่สูงส่งเช่นนี้ ไม่รู้ว่าจะรังเกียจพวกเขาไหม"ได้ ไม่ต้องเครียดนัก บอกชื่อของตัวเองมาหน่อย"อาเหออันที่จริงก็ไม่ค่อยเชื่อนักว่าพูดเพียงรอบเดียว ฟู่จาวหนิงก็จะจำชื่อพวกเขาได้ แต่ว่า ได้พูดชื่อของตนเองออกมารอบหนึ่งต่อหน้านาง พวกเขากลับรู้สึกว่า

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1689

    ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวรู้ว่าอันเหนียนจะมาเมืองเจ้อ จึงพยายามจัดหาที่พักให้พวกเขาอย่างสุดกำลัง สองวันนี้ก็คอยมาวนไปวนมาที่ประตูเมืองด้วยตนเอง รอต้อนรับพวกเขาพวกอันเหนียนอยู่ที่นอกประตูเหมืองมองแล้วเหมือนยังพอไหว แค่สองข้างทางของถนนทางการนอกเมืองมีขยะที่คนผ่านทางบางส่วนทิ้งเอาไว้ และยังมีก้อนหินไม้กระดานที่ทำขึ้นเป็นเพิงง่ายๆ ดูแล้วค่อนข้างระเกะระกะ"ก่อนหน้านี้น่าจะมีผู้ประสบภัยมากมายที่เข้าเมืองไม่ได้ จึงมาพักเท้ากันที่นี่" อันเหนียนเอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงยังมองเห็นบางจุดบนพื้นที่รอยเปื้อนสีน้ำตาลเข้มที่น่าสงสัยอยู่น่าจะเป็นรอยเลือดที่แห้งแล้วกระมังก่อนหน้านี้ที่นี่คงวุ่นวายมาก น่าจะมีคนตายด้วยพวกเขาเดิมทีคิดว่านั่นคงเป็นก่อนหน้า ตอนนี้คนพอเข้าไปในเมืองก็น่าจะดีขึ้นหน่อย ผลลัพธ์คือพอเข้าประตูเมือง ก็เห็นว่าพื้นที่ว่างใกล้ๆ ประตุเมืองมีกระดจมทหารง่ายๆ ตั้งอยู่เต็มไปหมดผ้าหลากสีสัน ด้านบนยังมีรอยเปื้อนมากมาย ใช้ไม้ไผ่กระบองอะไรยันค้ำไว้เป็นกระโจม บางส่วนยังขาดเป็นรู เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่นตอนนี้ในกระโจมเหล่านี้มีคนอัดกันแน่น นั่งบ้างพิงบ้างนอนบ้าง แต่ละคนหน้าตาซีดเซียว ดวงตาเห

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1690

    ฟู่จาวหนิงเลิกม่านมองไปด้านนอกสภาพของสองฟากถนน และสถานการณ์ของร้านเล็กบ้านเรือนต่างๆ ขณะที่แล่นผ่าน นางเห็นแน่นอนอยู่แล้วนางกระทั่งเห็นเด็กหลายคนกระจุกอยู่ด้วยกัน ตัวสั่นงันงก ล้อมไฟเล้กองหนึ่งไว้ เบ้าตาดำลึก"คุณหนู ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าผู้ประสบภัยที่นี่จะมากขนาดนี้" เสี่ยวเยว่ใจผวาขึ้นมา"ก็จริง ใครจะคิดออกกัน ว่าที่นี่ห่างจากเมืองหลวงแค่ห้าหกวันเท่านั้น?"ฟู่จาวหนิงเองก็รู้สึกไม่อยากเชื่อผู้ประสบภัยเดินได้ช้า เช่นนั้นถ้าจะเดินไปเมืองหลวงก็น่าจะกินเวลาครึ่งเดือนใกล้กันแค่นี้ แต่เมืองเจ้อกับเมืองหลวงก็ต่างกันราวฟ้ากับเหวเมืองหลวงทางนั้น ถ้าไม่ใช่ก่อนหน้านี้ต้องลำบากกันเพราะเรื่องโรคระบาดของชินอ๋องเซียวล่ะก็ อย่างน้อยก็ยังถือว่าร้องรำทำเพลงกันได้อยู่แต่ทางนี้กลับสภาพเลวร้ายมากตอนที่ผ่านซอยหนึ่ง ฟู่จาวหนิงได้ยินเสียงหมาร้อง จากนั้นไม่นานก็กลายเป็นเสียงครางเบาๆ แล้วก็เงียบเสียงไปมีคนนับสิบถือกระบองรวมตัวอยู่ที่นั่น เอะอะมะเทิ่งกันตอนที่รถม้าแล่นผ่านฟู่จาวหนิงก็เห็นว่าพวกเขาจู่ๆ ก็ต่อสู้กันขึ้นมาน่าจะไม่ได้แย่งหมาตัวนั้นกันหรอกกระมัง?นางยังได้

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1691

    สืออีเดินมาข้างๆ พวกเขา คุกเข่าลงมา สบกับดวงตาแดงก่ำชอบหนุ่มน้อยคนนั้นเขาหยิบขวดยาใบหนึ่งออกมา เทยาลูกกลอนเม็ดหนึ่ง ยัดเขาไปในปากเขา แต่ก็รู้สึกเหมือนชาหนุ่มคิดจะคายยานั้นออกมา"นี่เป็นยาห้ามเลือดรักษาแผล หมอเทวดาทำขึ้นมา ถ้าเจ้าไม่อยากตายก็รีบกินเสีย ข้าไม่มีความจำเป็นต้องมาทำร้ายเจ้าเวลานี้" สืออีเอ่ยขึ้นทันทีชายหนุ่มจึงกลืนกลืนยาลงไปพร้อมกับเลือดทันควันฟังรู้เรื่องสินะ ดีมาก"ครอบครัวพวกเจ้าล่ะ?" สืออีถามต่อแม่นางน้อยยังคงร้องไห้จ้า สองมือกอดแขนพี่ชายไม่ยอมปล่อยแต่พอได้ยินเสียงเขา แม่นางน้อยยังก็ยังตอบกลับพลางสะอื้น "พ่อ ตายแล้ว แม่ตายแล้ว ไม่ ไม่มีใคร...โฮ!"สืออีไม่รู้ควรจะพูดอย่างไรต่อดีตอนนี้เขาก็เพิ่งเห็นว่าท้ายทอยของแม่นางน้อยก็มีคราบเลือดอยู่ จนผมติดกันเป็นก้อน ไม่รู้ว่าบาดเจ็บมานานแค่ไหนแล้วพออยู่กับฟู่จาวหนิงนานไป แม้เขาจะไม่มีวิชาแพทย์ แต่ก็ยังรู้ว่าบาดเจ็บที่หัวเป็นไปทั้งเรื่องใหญ่เรื่องเล็ก จึงรีบบอกกับแม่นางน้อยว่า "เด็กน้อยรีบหยุดร้องเร็ว พวกเราพาพี่ชายเจ้าไปหาหมอดีไหม?""ไม่ ไม่มีหมอ..."แม่นางน้อยเพิ่งพูดประโยคนี้จบ ดวงตาก็เหลือก แล้วก็สลบลงไปกะทัน

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1692

    ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวเดิมทียังคิดว่าผ่านการเร่งเดินทางมาหลายวัน บวกกับพอเข้าเมืองเจ้อก็เห็นสภาพแบบนี้ พระชายาอ๋องเจวี้ยนน่าจะหน้าซีดเซียว สีเหน้าตึงเครียดเป็นกังวล แต่คิดไม่ถึง ว่าที่เขาเห็นจะเป็นฟู่จาวหนิงที่เคร่งขรึม แต่ไม่ได้ร้อนรนและตึงเครียดสีหน้านางยังคงดีมาก ท่วงท่าบุคลิกก็ไม่ธรรมดา จะมองอย่างไรก็ไม่เหมือนหญิงสาวอ่อนหวานที่ถูกเลี้ยงดูมาจากครอบครัวเล็กที่ตกอับตามที่ลือกันเลยผู้บริหารท้องถิ่นโหยวเก็บความรู้สึกดูถูกลงไปทันทีเดิมทีเขายังคิดว่า พระชายาสูงส่งคนหนึ่งวิ่งแจ้นเข้ามาที่แบบนี้ ไม่ใช่ยังต้องจ่ายเงินแรงคนออกมาปกป้องรึ? น่าจะเป็นคนที่เวลาเดินทาง จะต้องมีองครักษ์มากมายติดตาม ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้บ้างตอนนี้เขารู้สึกคาดหวังมากคิดอยากจะเห็นว่าฟู่จาวหนิงจะทำอะไรได้"พระชายา!"ฟู่จาวหนิงกำลังจะให้ผู้บริหารท้องถิ่นโหยวเล่าเรื่องสภาพผู้ประสบภัยเมืองเจ้อ พวกของสืออีก็รีบร้อนเข้ามาแล้ว"เมื่อครู่ตอนที่ข้าไปเด็กคนนี้กำลังถูกทุบตี ส่วนแม่นางน้อยคนนี้เป็นน้องสาวนาง ที่ท้ายทอยมีแผล" สืออีรีบบอกออกมาอย่างชัดเจนฟู่จาวหนิงดูอยู่ครู่เดียว "เอาพวกเขาไปในห้องโถง เสี่ยวเยว่ กล่องยา"

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1693

    พอเห็นแผลนี้ ก็เป็นไปได้มากว่าสมองจะกระทบกระเทือน แผลน่าจะสองวันแล้ว ทนมาได้อย่างไรกันนี่?นางกับเสี่ยวเยว่ช่วยกันล้างแผลให้แม่นางน้อย ทายา พันผ้าไว้หลังจากเสื้อผ้าส่งเข้ามา ก็จัดแจงเปลี่ยนให้กับเด็กทั้งสองคนสืออีดึงผ้ากั้นแยกทั้งสองคนไว้ พวกเขาเปลี่ยนให้เด็กหนุ่ม ส่วนทางนี้ ฟู่จาวหนิงกับเสี่ยวเยว่เปลี่ยนให้แม่นางน้อยพวกเขาไม่ใช่แค่มีแผลเต็มตัว แต่ทั้งตัวยังหนาวเย็น บวกกับเสื้อผ้าที่ทั้งบางทั้งขาด เต็มไปด้วยรอยเย็บมากมาย กระทั่งยังมีกลิ่น"คุณหนู เสื้อผ้าสองชุดนีต้องเผาไหม?" เสี่ยวเยว่ถามฟู่จาวหนิงเหลือบมอง "วางไว้ด้านนอกก่อน รอพวกเขาตื่นแล้วค่อยถามพวกเขา"ผ้าเผื่อนี่เป็นเสื้อผ้าสุดท้ายที่พ่อแม่พวกนางทำไว้ให้ล่ะ? ต่อให้จะขาดจะเก่าจะสกปรก แต่สำหรับพวกเขาอาจจะล้ำค่ามากก็ได้เสี่ยวเยว่พยักหน้านางมองฟู่จาวหนิง รู้สึกว่าคุณหนูเป็นคนที่ละเอียดและจิตใจดีมากฟู่จาวหนิงจัดการแผลให้แม่นางน้อยเรียบร้อย ก็ได้ยินเสียงท้องของนางร้องขึ้นมา จากนั้นจึงเป็นเสียงโครกครากต่อเนื่องอีกครั้ง"หิวมากเลย""ใต้เท้าอันให้คนไปทำกับข้าวแล้ว ข้าไปเอาของวางมาให้ก่อน" เสี่ยวเยว่เอ่ยขึ้นฟู่จาวหนิงพย

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1694

    "ให้เสี่ยวยากิน ค่อยๆ กิน กินของวางชิ้นหนึ่งก่อน ตอนนี้อากาศเย็น รอข้าวเย็นเสร็จก่อนแล้วค่อยกินข้าวนะ" ฟู่จาวหนิงลูบหัวนางเบาๆเสี่ยวเยว่ยื่นของว่างชิ้นหนึ่งเข้ามาเสี่ยวยารับไปแบบใจตุ้มต่อม มองของว่างชิ้นนั้นแล้วก็ร้องไห้ขึ้นมา จากนั้นจึงมองไปทางพี่ชาย"ข้าอยากให้พี่ตื่นขึ้นมา แล้วให้พี่ชายกิน..."ของว่างดีดีแบบนี้ นางได้กลิ่นหอมหวานแล้ว นางจะกินเองไม่ได้ ต้องเหลือไว้ให้พี่ชาย"รอพี่ชายเจ้าตื่นก็ยังมีอีก เจ้ากินเถอะ"เสี่ยวเยว่รีบปลอบนางฟู่จิ้นเชินเองก็หาไม้กระดานกลับมาแล้ว ฟู่จาวหนิงเริ่มทายาพันแผลให้เด็กหนุ่มทันที ขึ้นไม้กระดาน พลางบอกจุดที่ต้องระวังกับฟู่จิ้นเชินสืออีกไป๋หูก็ฟังอยู่ข้างๆ เผื่อนำไปใช้ได้เสี่ยวยาตอนนี้จึงเพิ่งสังเกตเห็นอย่างตกใจ เสื้อผ้าบนตัวพี่ชายเปลี่ยนไปแล้ว สวมใส่ชุดที่สะอาดเอี่ยมทั้งตัวนางเองก็ยกมือของตัวเองขึ้นมาดู แล้วก้มลงมองตัวเอง จึงพบว่าตัวเองก็เปลี่ยนชุดใหม่แล้วเหมือนกันเป็นชุดผ้าฝ้ายที่อุ่นมากนางมองงงๆ ไปทางฟู่จาวหนิงอีกครั้ง แล้วนางก็บอกว่านางไม่ใช่พี่สาวนางฟ้า!ไม่ใช่พี่สาวนางฟ้า แล้วทำไมถึงให้เสื้อผ้าใหม่กับนางและพี่ชายล่ะ?เสี่ยวยาร

บทล่าสุด

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1824

    ฟู่จาวหนิงพอได้ยินคำพูดของไฉ่เอ๋อร์ ก็รู้สึกพูดไม่ออกนางถามต่อถึงสถานการณ์ของกลุ่มเดินทางนั้น แล้วให้ไฉ่เอ๋อร์บรรยายหน้าตาของฮูหยินอะไรนั่น แล้วจึงเตรียมจะออกไปหาเซียวหลันยวนคนเดินทางกลุ่มนั้นน่าจะเป็นคนของลัทธิเทพทำลายล้าง แล้วยังตรงไปที่เมืองหลวงด้วย ต้องหาตัวพวกเขาให้พบฟู่จาวหนิงไม่ได้รู้สึกญาติดีด้วยกับคนของลัทธิเทพทำลายล้างเลย บวกกับเรื่องที่เสิ่นเชี่ยวถูกใส่ร้ายว่าวางยาเซียวหลันยวนในตอนนั้น ก็เป็นเรื่องที่ลัทธิเทพทำลายล้างจัดฉากขึ้นมา ลัทธิเทพทำลายล้างถือว่าเป็นศัตรูคู่แค้นของนางกับเซียวหลันยวนแล้วเสี่ยวเยว่ก็หิ้วยาน้ำเข้ามาพอดี"ให้นางแช่ไว้จนกว่าอุณหภูมิลดลงก็พอแล้ว อย่าให้เย็นจนจับไข้ หลังจากแช่เสร็จก็ให้นางดื่มน้ำร้อน อย่ากินของซี้ซั้ว ถ้าหิวก็ทนไว้ก่อน" ฟู่จาวหนิงกำชับกับเสี่ยวเยว่"คุณหนู คุณสมบัติทางยาในตัวนางแก้แล้วใช่ไหม?""ตอนนี้แก้ไปเจ็ดส่วนแล้ว ถัดจากนี้อีกสองสามวันยังต้องดื่มยาอีก แล้วก็ยังจะรู้สึกทรมานอยู่บ้าง แต่ก็พอทนได้ ไม่ต้องดูแลมากนักแล้ว"นางเองก็ขี้เกียจจะมาสนใจจูเฉียนเฉี่ยนถ้ามาได้ยินคำพูดพวกนั้นของจูเฉียนเฉี่ยนอีก นางกลัวว่าจะกินข้าวไม่ลง"เ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1823

    นางชอบฟู่จิ้นเชินจริงๆ ครั้งนี้พอได้เห็นก็ยิ่งชอบ ก่อนหน้าครั้งนั้น ฟู่จิ้นเชินอยู่ในชุดเรียบง่าย ก็ทำให้นางรู้สึกดูสง่ามากแล้วครั้งนี้ฟู่จิ้นเชินพอสุขภาพกลับมาแข็งแรง แล้วยังอยู่ในชุดผ้าไหมใหม่ พอมองใบหน้าหล่อเหลา นางก็ลุ่มหลงไปแล้วจริงๆ"ข้าจะไม่แย่งความโปรดปรานจากแม่ของท่านหรอก พวกท่านมองข้าเป็นคนที่เพิ่มเข้ามาในบ้านไม่ใช่คนที่เข้ามาแย่งเขาไปก็พอ มองข้าเป็นคนในครอบครัวด้วยได้ไหม?"จูเฉียนเฉี่ยนมองฟู่จาวหนิงอย่างลึกซึ้ง ถ้าไม่ใช่ว่ามือนางขยับไม่ได้ คงจะเข้าไปกุมมือฟู่จาวหนิงอย่างจริงใจไว้แล้วสายตาตอนนี้ของฟู่จาวหนิงที่มองนางก็เหมือนกับมองคนปัญญาอ่อนคนหนึ่ง"ตอนที่พบเจ้าครั้งแรก" จู่ๆ นางก็เอ่ยขึ้นอย่างสงบ ทำให้จูเฉียนเฉี่ยนมองมาที่นางอย่างคาดหวัง "ก็ยังรุ้สึกว่าเป็นแม่นางที่ดูร่าเริงคนหนึ่ง"จูเฉียนเฉี่ยนตาเปล่งประกาย "ข้าเองก็ใช่นั่นล่ะ พวกเราหลังจากนี้ยังเป็นเพื่อนกันได้นี่""แต่ว่าตอนนี้" ฟู่จาวหนิงเอ่ยต่อมาว่า "กลับสมองมีปัญหาเหมือนคนป่วยหนัก"จูเฉียนเฉี่ยนงงงันฟู่จาวหนิงเปลี่ยนหัวข้อทันที "ถัดจากนี้ข้าต้องการให้เจ้าปิดตาปิดปาก จากนั้นก็ไปซะ"เข็มในมือนางแทงเข้าไปที่

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1822

    พวกของหมอหลวงเผียวเห็นจูเฉียนเฉี่ยนถูกหิ้วออกมา ก็อยากจะถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่เสียงของฟู่จาวหนิงก็ดังลอดออกมาจากในห้อง"หมอหลวงเผียว พาคุณชายหยวนไปช่วยด้านหน้า อย่ามาเกะกะลูกตาที่นี่"หยวนอี้ร้องซู๊ด ถึงกับบอกว่าเขาเกะกะลูกตาเลยหรือนี่?หมอหลวงเผียวเองก็ไม่คิดว่าพระชายาอ๋องเจวี้ยนจะไม่เกรงใจต่อคุณชายหยวนขนาดนี้ นางน่าจะรู้ว่าเขาเป็นคุณชายทูตจากแคว้นหมิ่นแล้วนี่?"ไม่ได้ยินหรือ?"ฟู่จาวหนิงเริ่มหมดความอดทน จูเฉียนเฉี่ยนเป็นหญิงสาว ติดพิษแบบนี้มา พวกเขาเป็นผู้ชายสองคนยังจะมาอยู่วุ่นวายกันที่นี่อีก?ยังไว้หน้าคนอื่นเขาไหมเนี่ย?"คุณหนู ข้าจะหิ้วคุณชายหยวนออกไปเอง" ไป๋หู่ขึ้นหน้ามาหยวนอี้พอเห็นว่าเขามาจริงๆ ก็รีบก้าวเท้าออกไปทันที"ไม่ต้องลงไม้ลงมือหรอก ข้าออกไปเองได้"เขารู้สึกว่าฟู่จาวหนิงคงจะเห็นด้วยที่ให้องครักษ์ลงไม้ลงมือกับเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่ได้รับการเคารพยกย่องหลังจากมาถึงแคว้นเจาเหล่าขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงพวกนั้น คนไหนบ้างที่ไม่ยกย่องต้อนรับเขา?แต่ละคนล้วนพูดกันว่าเขาอายุน้อยแต่ชาญฉลาดมีความสามารถ เป็นคนที่ยอดเยี่ยมอะไรเทือกนั้น อยากจะเชิญเข้าไปกินข้าวร่ำส

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1821

    พอเห็นออร่าแบบนี้ของฟู่จาวหนิง ก็รู้สึกว่านางน่าจะมีวิธีอยู่หมอหลวงเผียวก็รู้สึกว่าฟู่จาวหนิงใจเย็นและนิ่งมาก เหมือนทำทุกอย่างให้ลุล่วงได้ แต่เขาก็ยังไม่ได้มองในแง่ดีนัก"เจ้าสิ่งนี้แก้ไขได้ยากมากจริงๆ"หยวนอี้ตอนนี้เองก็พูดอะไรไม่ค่อยได้ แต่เขาก็จับจุดสำคัญอีกจุดได้ "สาวใช้คนเมื่อครู่ไม่ใช่กำลังถามถึงคุณชายฟู่หรือ? ที่นี่ยังมีคุณชายฟู่คนไหนอีก? ข้าจำได้ว่าพระชายาอ๋องเจวี้ยนไม่มีพี่ชายนี่"ไม่ใช่แค่ไม่มีพี่ชาย เหมือนว่าพี่ทางญาติก็ไม่มีด้วย"นางมีน้องชาย" หมอหลวงเผียวกดเสียงต่ำ"อ้อ ที่แต่ก่อนเป็นคุณชายน้อยเฮ่อเหลียนนั่นน่ะหรือ?""คุณชายหยวนนี่เข้าใจเรื่องของพระชายาอ๋องเจวี้ยนดีเสียจริง?" หมอหลวงเผียวมองหยวนอี้อย่างสงสัย ทำไมต้องคอยหาข่าวของฟู่จาวหนิงขนาดนี้ด้วย?"ก็ไม่หรอก รู้แค่คร่าวๆ เท่านั้น"หยวนอี้เอ่ยต่อ "แต่ว่าคุณชายน้อยฟู่คนนั้นอายุยังน้อยอยู่นี่? คงไม่น่าใช่ผู้มีพระคุณของแม่นางจูนี่หรอกกระมัง?"หมอหลวงเผียวเดิมทีก็ไม่อยากสนทนาหัวข้อนี้กับเขา แต่พอถูกเขาถามแบบนี้ เขาเองก็คุมปากตัวเองไม่อยู่เหมือนกัน"ก็ไม่เหมือนจริงๆ นั่นล่ะ"หยวนอี้เลิกคิ้ว "หรือก็คือ คุณชายฟู่คน

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1820

    ฟู่จาวหนิงมาถึงเรือนหน้า เสี่ยวเยว่กับไฉ่เอ๋อร์ก็แทบจะรับมือไม่ไหวแล้วเพราะจูเฉียนเฉี่ยนกระชากเสื้อผ้าตนเองออกหมดแล้ว สีหน้าก็แดงก่ำ สายตาที่มองพวกนางล้วนประกายที่ทำให้คนหวาดกลัวได้อยู่ถ้าไม่ใช่เพราะอายคน เสี่ยวเยว่ก็อยากจะถามหมอหลวงเผียว ว่าพอโดนยานี้แล้ว จะกลายเป็นพวกกินไม่เลือก แล้วหันมากัดนางกับไฉ่เอ๋อร์หรือเปล่า?หญิงสาว ไม่น่าจะมีประโยชน์หรอกกระมัง?"แม่นาง ขอร้องล่ะ รีบได้สติเสียที!" ไฉ่เอ๋อร์เห็นสภาพนี้ของจูเฉียนเฉี่ยนแล้วรู้สึกพังทลายมากพวกนางลงกลอนที่ประตู ไม่เช่นนั้นถ้ามีชายหนุ่มทะเล่อทะล่าเข้ามาแล้วเห็นสภาพของจูเฉียนเฉี่ยนเข้าล่ะก็ จูเฉียนเฉี่ยนคงจะมีชีวิตต่อไปไม่ได้แล้วเสี่ยวเยว่เห็นแล้วก็รู้สึกไม่มีทางเลือก นางคิดจะฟาดจูเฉียนเฉี่ยนให้สลบไปแต่หมอหลวงเผียวบอกว่าสกัดจุดชีพจรก็ยังไม่ได้ผล"สาดน้ำเย็นใส่นางได้ไหม" เสี่ยวเยว่ถามที่นี่มีน้ำเย็นอยู่กาหนึ่ง เย็นชืดไปแล้ว"แบบนั้นแม่นางข้าจะเป็นหวัดไหม?" ไฉ่เอ๋อร์กลัวขึ้นมาเสี่ยวเยว่เอาชุบน้ำ จากนั้นปิดไปบนหน้าจูเฉียนเฉี่ยน"ทำแบบนี้จะได้สติมาหน่อยไหม?"จูเฉียนเฉี่ยนรู้สึกเย็ฯวาบ แต่ก็แค่สั่นขึ้นมา ยังไม่ได้สติ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1819

    ชื่อซุนฉงหมิง ไป๋หู่กับสืออีแน่นอนว่ารู้จัก ตอนอยู่ในเมืองจี้ที่ต้าชื่อ พวกเขาก็เจออยู่บ่อยครั้งซุนฉงหมิงคิดจะมาขัดขวางฟู่จาวหนิงเข้าร่วมกับสมาคมหมอใหญ่ เพียงแต่การสร้างความลำบากของเขาขวางฟู่จาวหนิงไว้ไม่ได้ประธานกงซุนของสมาคมหมอใหญ่เองก็สนับสนุนฟู่จาวหนิง ซุนฉงหมิงจึงทำอะไรไม่ได้"ถ้าอย่างนั้นก็หนักมาก แม่นางคนนี้ดูเหมือนจะยังไม่แต่งงานด้วย" หยวนอี้ขมวดคิ้วขึ้นมาเจ้าพวกลัทธิเทพทำลายล้างนั่น แต่ละคนมันบ้าบอสิ้นดีทำยาแบบนี้ออกมา ที่บอกว่าแก้ยาก มันก็แก้ได้ยากจริงๆ ไม่มียารักษาแต่จะบอกว่าแก้ง่าย อันที่จริงก็ไม่ได้ยาก เอาจริงๆ ก็คือยาที่ทำให้คนเสียความบริสุทธิ์! มีผู้ชายสักคนก็พอแล้วแต่ว่า แม่นางคนนี้ยังไม่ได้แต่งงาน แล้วจะไปหาผู้ชายจากไหนมาให้นาง?ถ้าหาผู้ชายส่งเดชมาให้นาง หลังจากนี้นางไม่ต้องเอาหัวไปชนกำแพงตายรึ? นี่ไม่ต่างอะไรกับการไม่ช่วยเหลือเลย"ยานั่นหรือ?" ไป๋หู่หน้าเย็นชาลงมาลัทธิเทพทำลายล้าง ลัทธิเทพทำลายล้างอีกแล้ว"ใช่เลย เจ้ายานี่ชื่อว่ามหารัญจวน"หมอหลวงเผียวเอ่ยขึ้น สีหน้ากระดากเล็กน้อย เขาเองก็เจอกับยาทำนองนี้มาไม่น้อยในวังหลัง ตอนที่พวกนางในทะเลาะกันแย่

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1818

    จูเฉียนเฉี่ยนพยายามลืมตามองเขา พอเห็นใบหน้าชายแปลกหน้า ก็ร้องเสียงแหลมถอยออกไปสองก้าวทันที เกือบจะล้มคะมำลงพื้นหยวนอี้ที่ตามมาก็รีบยื่นมือประคองนาง.แต่จูเฉียนเฉี่ยนยืนไม่มั่นคง ทั้งตัวจึงแนบชิดเข้าไปที่อ้อมกอดนาง"ยืนดีๆ ยืนดีๆ!" หยวนอี้หน้าเปลี่ยนสี รีบผลักนางไปบนตัวเสี่ยวเยว่ ตนเองก็ผละออกมาเหมือนสัมผัสกับสิ่งสกปรก "ประคองนางดีดี""แม่นางเสี่ยวเยว่ ขอร้องท่านล่ะ ให้แม่นางของข้าเข้าไปในห้อง แล้วให้คนอื่นออกไปให้หมดด้วย" ไฉ่เอ๋อร์ลนลานขึ้นมา"ไปทางนั้น" เสี่ยวเยว่ชี้ไปที่ห้องหนึ่ง หมอหลวงเผียวจึงเดินตามเข้ามาตอนนี้เขาก็พยายามช่วยรักษาคนไข้อยู่เพียงแต่แม่นางคนนี้ดูแล้วไม่เหมือนผู้ประสบภัย"แม่นางของพวกเรามาให้หมอฟู่รักษาน่ะ ไม่ต้องการหมอหลวงเผียวคนนี้" ไฉ่เอ๋อร์พอเห็นหมอหลวงเผียวก็ตามเข้ามา สีหน้าเปลี่ยนไปอีก"ตอนนี้คุณหนูของข้าไม่ว่าง หมอหลวงเผียวตรวจอาการให้พวกท่านก็ดีอยู่แล้ว เขาอยู่ในวังก็คอยรักษาให้กับเหล่าขุนนางที่วังหลัง พวกท่านยังจะกลัวอะไรอีก?" เสี่ยวเยว่น้ำเสียงเย็นชาจูเฉียนเฉี่ยนที่ถูกประคองให้นั่งลงตัวก็ยังบิดไปบิดมาเหมือนนั่งไม่นิ่ง"แม่นาง ยื่นมือออกมา ข้าจ

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1817

    สืออีมองตามนิ้วของเสี่ยวเยว่ไปพอเห็นรถม้านั่น สืออีเองก็จำได้ หน้าเปลี่ยนสีไป"ไม่ใช่หรอกกระมัง? ห่างกันตั้งครึ่งเดือนกว่าแล้ว ทำไมยังมาที่นี่อีก?" นี่มันเวรกรรมอะไรกัน?หรือก็คือ อีกฝ่ายจงใจเข้ามาโดยเฉพาะ? แต่ก็ไม่ควรจะใช้เวลานานขนาดนี้สิ"ลองดูก่อนว่าสถานการณ์ไหน"ตอนที่รถม้ามาถึงประตูใหญ่ ก็ถูกองครักษ์ขวางเอาไว้ม่านรถเลิกขึ้น สาวใช้ผมกระเซิงคนหนึ่งกระโจนลงมาจากรถม้า องครักษ์จำใจต้องเข้าไปประคอง จากนั้นจึงรีบถอยออกมา"ขอบคุณ" ไฉ่เอ๋อร์เสียงเล็กเหมือนยุง รีบเหลือบมองไปทางองครักษ์ผาดหนึ่ง หน้าแดงหน่อยๆองครักษ์คนนี้ดูแล้วไม่เหมือนองครักษ์ทั่วไปเลย ดูห้าวหาญดีจริงเสี่ยวเยว่ให้คนประคองคนป่วยเข้าไป หมุนตัวออกมาอีกครั้งก็เห็นไฉ่เอ๋อร์ สายตาเย็นเยียบลงมาสาวใช้คนนี้จริงๆ ด้วยนี่คือสาวใช้ข้างกายแม่นางจูในจุดพักม้าระหว่างทางคนนั้นมองไม่ผิดจริงๆไฉ่เอ๋อร์รีบลงจากรถม้า มองมาทางเสี่ยวเยว่ จากนั้นก็เห็นสืออี นางจำได้แล้วแต่นางก็เขินอายที่จะพูด ก้มหน้าลงต่ำทันทีในรถม้ามีเสียงอ่อนแอดังขึ้น"ไฉ่เอ๋อร์ มาถึงแล้วใช่ไหม? รีบประคองข้าลงจากรถม้าที"เสี่ยวเยว่เดินเข้ามา ยื่นหน้ามอง

  • อ๋องพิการผู้โปรดปรานชายาแพทย์หยิ่งยโส   บทที่ 1816

    จากนั้นนางก็ร้อนรนขึ้นมา รีบพลิกค้นของด้านใน แต่ไม่ว่าจะพลิกอย่างไร กล่องใบนั้นก็หายไปแล้ว!พอเห็นท่าทางของเฉินเซียง องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที"มีอะไรหรือ?""ของหายไปแล้วเจ้าค่ะ!"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลุกพรวดขึ้นมา เดินโซซัดโซเซเข้าไป และรื้อคนพลิกหาด้วยเช่นกัน"หายไปได้อย่างไรกัน? ข้าเห็นเจ้าเอามาใส่ในกล่องนี้แล้วแท้ๆ!""นั่นสิ ข้าน้อยวางมันไว้ในนี้จริงๆ แล้วยังลงกลอนไว้อีก หลังจากลงกลอนแล้วก็ไม่ได้เปิดออกอีกเลย แล้วมันหายไปได้อย่างไรกัน?"เมื่อครู่นางเองก็หยิบกุญแจปิ่นปักผมออกมาเปิดกลอน ไม่มีร่องรอยถูกแตะต้องเลย!"รีบหาดูให้ทั่ว"องค์หญิงใหญ่ฝูอวิ้นลนลานมาก สิ่งของไม่ใช่แค่นางต้องการนำไปเจรจาเงื่อนไขเท่านั้น แต่สำหรับอ๋องเจวี้ยนแล้วยังสำคัญมากอีกด้วย ถ้าหากมาหายในมือนาง แล้วอ๋องเจวี้ยนรู้เข้าภายหลัง แล้วนางจะทำอย่างไรกัน?นายบ่าวทั้งสองรื้อค้นในห้องกันเลเเทะ ค้นหาทุกซอกทุกมุม แต่ก็หาไม่พบ"จะต้องถูกหมอเทวดาฟู่เอาไปแล้วแน่ นางเคยเข้ามาในห้องพวกเรา" เฉินเซียงร้องขึ้นมา "ที่นี่มีแต่คนของนาง คนเหล่านั้นล้วนช่วยเหลือนาง ตอนที่พวกเรากลับมาจะต้องถูกคนเห็นแล้วแน่..."

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status