ตอนที่ 7
หลอกตัวเอง........
“มีอะไรเร่งด่วนถึงได้โทรตามฉันมากินข้าวด้วยแบบนี้”
ธีภพถามเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยที่อยู่ดี ๆ ณภัทรก็โทรศัพท์ตามเขาให้มากินข้าวเย็นด้วยทั้งที่ตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะตกดินเลย
“ก็..เอ่อ จริง ๆ มันก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไร ฉันแค่มาลองคิดดูว่าบางทีที่เมียแกหนีไปอาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าที่โดนขอแต่งงานเป็นเพราะกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของแกหรือเปล่า”
คนโกหกพยายามทำท่าทางให้มีพิรุธน้อยที่สุดเพราะถ้าเพื่อนของเขาเกิดสงสัยขึ้นมาแล้วคาดคั้นความจริงขึ้นมาชายหนุ่มกลัวว่าตัวเองจะเผลอบอกความจริงที่เขาเจอกับธิชาวันนี้ออกไป
“เป็นไปไม่ได้แน่ ๆ ธิชาจะรู้ได้อย่างไรกันนอกจากแกกับฉันก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”
ธีภพส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับความคิดของเพื่อน เรื่องนี้ไม่มีใครรู้นอกจากเขาสองคนไม่มีทางที่ภรรยาของเขาจะรู้จากคนอื่นแน่ ๆ
“หรือเธอไม่ได้จากรู้จากคนอื่น” ณภัทรเดาต่อ
“อะไรของแก เธอจะรู้จากเราสองคนได้อย่างไรกันหรือแกบอก”
ธีภพเริ่มหงุดหงิดเพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เพื่อนพูดมันไม่มีทางเป็นไปได้ ชายหนุ่มยังคงคิดว่าเหตุผลที่ภรรยาหนีไปเป็นเพราะ หญิงสาวไม่รู้จักพอกับความสุขที่เขามอบให้มากกว่า
“ธีไม่ต้องหงุดหงิดแบบนี้ก็ได้ ฉันแค่คิดว่าบางทีเวลาที่เราคุยกันเมียนายอาจจะได้ยินหรือไม่ก็เอาโทรศัพท์ไปอ่านข้อความที่เราเคยคุยก็ได้”
ณภัทรมองหน้าเพื่อนด้วยความรู้สึกน้ำท่วมปาก เขาเชื่อว่าตอนนี้ธีภพไม่มีความสุขและคิดถึงภรรยาแต่นั่นมันก็คงไม่มีประโยชน์ตราบใดที่เพื่อนของเขายังไม่รู้จักรักใคร ณภัทรเองก็ไม่อยากให้ธิชาต้องกลับมาทุกข์ใจแบบเดิมอีก
“ช่างมันไม่ว่าธิชาจะรู้หรือไม่รู้แต่ฉันถามแกจริง ๆ นะ เมียหายไปแบบนี้แกไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม”
ธีภพนั่งนิ่งก่อนจะตะโกนสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มานั่งดื่มโดยที่ไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ
“รักมันเป็นแบบไหนวะ เอาจริงฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ชายหนุ่มพูดออกมาหลังจากที่นั่งเงียบมานาน ความเมาจากเครื่องดื่มตรงหน้าทำให้เขากล้าพอที่จะพูดความรู้สึก
“อะไรกัน แต่งงานมาตั้งหลายเดือนถามว่าความรักเป็นอย่างไร เพื่อนหนอเพื่อน ฉันไม่แปลกใจเลยที่เมียแกถึงได้หนีไปแบบนี้ เอาเป็นว่าตอนนี้แกคิดถึงธิชาไหม”
ณภัทรเองก็ไม่รู้จะอธิบายว่าความรักเป็นแบบไหนเพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึก
“คิดถึง คิดถึงมากด้วยเคยกลับบ้านมาก็เจอธิชาทำกับข้าวเคยนอนกอดกันแต่ตอนนี้เหมือนตัวคนเดียวแต่แกไม่ต้องคิดนะว่าจะให้ฉันไปตามหาตามง้อไม่มีทาง เขาทิ้งฉันไปเพราะเขาไม่อยากอยู่ด้วยกันแล้วเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องเป็นฝ่ายไปง้อให้กลับมา”
คนเมาพูดออกมาได้ไม่ตรงกับสีหน้าและแววตาที่แสดงออกเลย ณภัทรมองแล้วก็อดอมยิ้มและสงสารเพื่อนไปพร้อมกันไม่ได้
“ไม่ง้อก็ไม่ง้อแต่ลองคิดดูดี ๆ นะเพราะยิ่งปล่อยเวลาให้นานไปบางทีนายอาจจะเสียธิชาไปจริง ๆ ก็ได้”
ทั้งสองคนแยกย้ายกันกลับบ้านเพราะธีภพยังดื่มไม่ถึงกับเมามากเขาจึงไม่ยอมให้เพื่อนไปส่ง
ชายหนุ่มนั่งคิดถึงคำพูดของเพื่อนจากที่ตั้งใจจะกลับบ้าน ธีภพก็เปลี่ยนใจขับรถไปที่คอนโดมิเนียมที่ธิชาเคยมาเช่าและตอนนี้เขาก็ไม่ได้ให้ใครเช่าแล้วเพื่อหวังว่าเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นที่นั่นอาจจะทำให้เขารู้ใจตัวเองขึ้นมาบ้างก็ได้
ห้องยังคงอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนที่ธิชาเคยอยู่เพราะหญิงสาวเก็บเสื้อผ้าไปเท่านั้นตอนที่ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้านของสามี
ธีภพมองดูข้าวของทุกอย่างน้ำตาที่ไม่เคยคิดว่ามันจะไหลมันก็ดันหยดออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ธี...แกจะอ่อนแอแบบนี้ไม่ได้ คนเขาไม่อยากอยู่เราก็ต้องปล่อยเขาไป”
ชายหนุ่มได้แต่บอกกับหัวใจตัวเองที่ตอนนี้มันอ่อนแอและคิดถึงผู้หญิงที่ปากบอกว่าไม่รู้สึกอะไรจนรู้สึกเหมือนใจจะขาดอยู่ตรงนี้
หัวใจที่กำลังอ่อนแอร่างกายที่เมามายด้วยฤทธิ์ของเครื่องดื่มที่ธีภพซื้อมานั่งดื่มอยู่คนเดียวทำให้เขาเผลอหลับไปที่คอนโดมารู้สึกตัวอีกทีก็เช้าแล้วและเมื่อเปิดโทรศัพท์ดูก็พบว่ามีทั้งสายโทรเข้าของพ่อและณภัทรที่เขาไม่ได้รับสาย
ธีภพโทรศัพท์ไปหาคนทั้งสองทันทีเพราะเขาไม่อยากให้ใครเป็นห่วง ความเมาทำให้เขาหลับได้ชายหนุ่มเริ่มหันหน้าเข้าเพิ่งแอลกอฮอล์อย่างจริงจังทุก ๆ คืน
หนึ่งเดือนเต็มที่ธิชาไม่อยู่และเป็นหนึ่งเดือนเต็มที่ชายหนุ่มที่เคยขยันขันแข็งทำงานกลายเป็นเพียงคนขี้เมาในทุกค่ำคืน
ณภัทรทนเห็นเพื่อเป็นแบบนี้ไม่ได้แล้ว เขาจึงตัดสินใจที่จะบอกความจริงที่เขารู้ว่าธิชาน่าจะรู้เรื่องที่ธีภพแต่งงานกับเธอเพียงเพราะต้องการใช้เธอเป็นเครื่องมือทำให้พ่อของชายหนุ่มพอใจ
“ธีฟังฉันนะ ความจริงแล้วฉันไม่เคยคิดจะเป็นคนไม่รักษาคำพูดแต่ฉันทนเห็นแกในสภาพนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว”
คนที่กำลังเป็นห่วงเพื่อนมากกว่าสิ่งใดก็เริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้คุยกับธิชาในวันนั้นให้เพื่อนของเขาฟังและหวังว่าสิ่งที่เขาเล่าจะทำให้ชายหนุ่มคิดอะไรได้บ้างเพราะตอนนี้เวลาผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วณภัทรกลัวว่าทุกอย่างอาจจะสายเกินไป ธิชาเองก็อาจจะหมดรักในตัวเพื่อนของเขาแล้วเพราะเธอคงเจ็บตลอดเวลาที่หนีไปจากที่นี่
“คิดเอานะว่าจะเอาอย่างไรต่อไป”
“ฉันรักธิชาว่ะความจริงอาจจะรักมาตั้งแต่วันแรกที่เจอกันเลยก็ได้แต่ตอนนั้นฉัน...กลัว กลัวว่าการที่เรารักใครสักคนมันจะทำให้เราแพ้ อ่อนแอ แต่ตอนนี้ฉันแพ้จริง ๆ แล้ว”
ธีภพพูดความรู้สึกออกมาอย่างที่ณภัทรเองก็ไม่คิดว่าจะ ได้ยินแบบนี้
“ความรักไม่มีใครแพ้หรือชนะมันมีแต่ว่าใครจะสมหวังหรือผิดหวังเท่านั้นที่แน่ ๆ ธิชาผิดหวังแน่นอน แกเลิกเมาได้แล้วและออกตามหาเมียตามหาหัวใจตัวเองให้เจอ”
คนเป็นเพื่อนดีใจที่วันนี้คำพูดของเขามันทำให้คนเมาตรงหน้าได้ยอมรับความรู้สึกของหัวใจตัวเองส่วนพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรณภัทรคงไม่เข้าไปยุ่งด้วยแล้วเพราะเขาคิดว่าเขาได้พูดในสิ่งที่ควรพูดไปจนหมดที่เหลือก็คงปล่อยให้เป็นไปตามที่เพื่อนอยากให้เป็น
ชายหนุ่มกลับมาบ้าน เขานั่งคุยกับบิดาเล่าความจริงทั้งหมดตั้งแต่แรกที่เขาขอธิชาแต่งงานว่าเป็นเพราะอะไรจนถึงตอนนี้เขายอมรับว่ารักภรรยาตัวเองเข้าแล้วและนับจากวันนี้ไป เขาจะตามหาหัวใจตัวเองให้เจอให้ได้
“พ่อดีใจนะที่วันนี้พ่อจะได้ลูกชายคนเดิมของพ่อคืนและที่พ่อดีใจที่สุดคือลูกของพ่อได้รู้จักความรักจริง ๆ เสียที โลกใบนี้ยังมีความรักที่งดงามรออยู่เรื่องราวในอดีตของพ่อและแม่มันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกครอบครัว ความรักที่พ่อมีให้แม่ถึงมันจะเจ็บปวดแต่มันก็มีความงดงามอย่าปล่อยให้ทุกอย่างสายเกินไปเหมือนพ่อนะกว่าจะรู้ตัวว่าผิดกับแม่ก็ไม่มีโอกาสให้แก้ตัวแล้ว”
เทวนาถมองดูลูกชายอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ จนวันนี้ที่ธีภพเข้ามาคุยเปิดอกกับเขา ชายสูงอายุจึงได้สอนเตือนสติก่อนที่ ทุกอย่างจะสายเกินไปเหมือนความรักของเขากับวิกานดา
ชายหนุ่มเริ่มต้นตามหาหญิงสาวที่เขาแสนจะคิดถึงจากห้างสรรพสินค้าที่ณภัทรไปเจอเธอและตามหาตามที่พักต่าง ๆ ที่เขาคิดว่าธิชาจะไปเช่าอยู่นอกจากตามหาด้วยตัวเองเขายังจ้างนักสืบราคาแพงช่วยตามหาอีกแรง
เทวนาถลองติดต่อไปทางพ่อกับแม่ของลูกสะใภ้ก็ได้รู้ว่าทั้งสองคนยังไม่รู้ว่าลูกสาวของตัวเองหนีจากสามีไปแล้ว ธิชายังคงติดต่อพ่อกับแม่ตามปกติและบอกเล่าเรื่องราวเหมือนกับว่าเธอยังอยู่กับธีภพไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน
“พ่อแม่ของหนูธิชายังไม่รู้เรื่อง พ่อคิดว่าเป็นเพราะเธอยังอยากให้โอกาสลูกนะเพราะถ้าเรื่องนี้ถึงผู้ใหญ่เมื่อไหร่คงยากที่ลูกจะไปขอคืนดีแต่เวลาและโอกาสไม่ได้มีให้ลูกได้ทั้งชีวิต ตามหาหัวใจของลูกให้เจอและพิสูจน์ให้เธอรู้ว่าลูกรักเธอจริง ๆ ”
เทวนาถเป็นกำลังใจให้ลูกชายเสมอ เขาไม่อยากเห็นครอบครัวของลูกต้องพังเหมือนเมื่อครั้งรุ่นเขาแต่ทุกอย่างก็คงต้องแล้วแต่ธีภพและธิชาจะตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองเขาทำได้แค่ให้กำลังใจและเป็นห่วงทั้งสองคนอยู่ตรงนี้
ตอนที่ 8ยอมแล้วยอมทำตามหัวใจ........ วันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ธีภพมานั่งที่ร้านอาหารใกล้กับประตูเข้าออกของห้างสรรพสินค้าเพียงเพราะหวังว่าจะเจอกับภรรยา ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ชายหนุ่มเฝ้ารอข่าวจากบริษัทนักสืบและออกตามหาด้วยตัวเองแต่ไม่มีแม้ข่าวคราวอะไรให้เขาได้รู้เพิ่มเติม “เอาผัดมักกะโรนีกุ้งหนึ่งจานแล้วก็เอาผัดมะโรนีหมูสับ กลับบ้านหนึ่งที่ด้วยค่ะ” คนที่กำลังนั่งใจลอยมองผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาอย่างสิ้นหวังรู้สึกตัวชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหลังของเขาสั่งอาหารเพราะมันเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยและกำลังนั่งคิดถึงเจ้าของเสียงอยู่ ธีภพลังเลว่าตัวเองควรจะหันไปดูที่มาของเสียงที่แสนคุ้นเคยนั้นดีไหมเพราะเขากลัวว่าถ้าเป็นธิชาจริง
ตอนที่ 1ความทรงจำที่เลวร้าย........“ภพ” เทวนาถเรียกชื่อลูกชายที่กำลังทำเป็นมองไม่เห็นเขาที่นั่งรออยู่ที่โซฟากลางบ้าน “คุณพ่อ...มานั่งทำไมตรงนี้ ดึกแล้วยังไม่เข้านอนพรุ่งนี้จะความดันสูงได้นะครับ” ธีภพเมื่อหลีกไม่ได้ก็เปลี่ยนใจกลับมานั่งคุยกับบิดาแทนทั้งที่รู้ว่าพ่อของเขากำลังจะพูดเรื่องที่เขาไม่อยากฟัง “ลูกจำอาพชรเพื่อนของพ่อที่เคยมาที่บ้านเราบ่อย ๆ จำได้ไหม วันนี้ลูกสาวเขาโทรศัพท์มาบอกพ่อว่าพชรมีอาการ หัวใจล้มเหลวเฉีบพลัน พ่อตามไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่ทัน ทุกอย่างมันเร็วมากเมื่อวานตอนบ่ายยังไปดื่มกาแฟด้วยกันอยู่เลย ” “ผมเสียใจด้วยนะครับคุณพ่อ ” ธีภพไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อเพราะตอนนี้บิดาของเขาอยู่ในห้วงอารมณ์ที่เศร้าจนเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก “ชีวิตพ่อก็ยังไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้ได้อีกสักกี่วัน ธีภพลูกก็รู้ว่าพ่อมีห่วงอยู่เพียงเรื่องเดียวมันยากนักหรือที่ลูกจะทำให้พ่อสบายใจหรือจะรอให้พ่อต้องไปอย่างพชรลูกถึงจะทำให้พ่อได้” เทวนาถพูดจบก็ลุกจากโซฟาและเดินขึ้นไปยังห้องนอนด้วยท่าทางเหมือนคนกำลังสิ้นหวัง
ตอนที่ 2เธอคือคนที่ใช่........ “คุณธีผ่านมาทำอะไรแถวนี้คะ” ธิชาหันไปถามเจ้านายทันทีหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถเพราะบ้านของธีภพไม่ได้อยู่ทางเดียวกับคอนโดที่เธออยู่เสียหน่อย “ผมแวะมาทำธุระให้คุณพ่อเห็นธิชาบ่นว่ารถติดก็เลยแวะ มารับกลัวเริ่มงานเดือนแรกเธอจะไปสายเดี๋ยวหัวหน้าแผนกจะว่าเอา” ธีภพโกหกอย่างไม่มีพิรุธเพราะเขาเตรียมคำตอบมาแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันเขาถึงได้ยอมตื่นเช้าและรีบมารับธิชาทั้งที่มันเป็นคนละทางกับที่ทำงานของเขา “คุณธีแวะร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างหน้าหน่อยค่ะ” “แวะทำไมเธอหิวหรือ” “หิวสิคะ อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญร้านนี้อร่อยมาก ธิชากินเกือบทุกวันเลยค่ะเพราะปกติลงรถประจำทางเสร็จก็จะซื้อเดินกินไปจนถึงที่บริษัทก็อิ่มพอดี” ธีภพไม่เต็มใจจอดแต่ก็ไม่รู้จะใช้เหตุผลอะไรเพราะเขาแค่คิดว่าอาหารข้างทางมันดูไม่สะอาดและไม่น่าจะอร่อยแต่ก็ต้องยอมจอดให้สาวน้อยได้ลงไปซื้อกิน “คุณธีอ้าปากค่ะเดี๋ยวธิชาป้อนเองรับลองคุณจะต้องติดใจแน่ ๆ” ชายหนุ่มทำตัวว่านอนสอนง่ายอ้าปากให้อีกฝ่ายป้อนทั้งข้าวเหนีย
ตอนที่ 3สุดท้ายคือ........ ความสัมพันธ์ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนเจอกัน ทุกวันเพราะหลังจากที่ธิชายอมเป็นคนรักเจ้านายสุดหล่อก็ย้ายเธอไปทำงานที่เดียวกับเขาทันที ธิชาพาธีภพไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเธอหลังจากนั้นไม่ถึงเดือนเทวนาถก็ทำหน้าที่พ่อไปสู่ขอสาวให้ลูกชายทันที “คุณธีคะเราเพิ่งคบกันไม่ถึงปีมันเร็วไปไหมที่เราจะแต่งงานกัน” หญิงสาวเริ่มรู้สึกกลัวเมื่อเพื่อน ๆ หลายคนต่างพากันทักท้วงเพราะทั้งคู่ยังรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่ “ทำไมถึงคิดแบบนั้นคนเราจะอยู่ด้วยกันได้ไหมมันไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเราคบกันมานานแค่ไหนแต่มันอยู่ที่ว่าเราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขหรือความทุกข์มากกว่ากัน ธิชาไม่มีความสุขหรือเปล่าเวลาที่อยู่กับผม” ธีภพเล่นบทหน้าเศร้าเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมแต่งงานด้วย “ธิชามีความสุขที่สุดเลยค่ะ แต่แค่อดคิดไม่ได้ว่ามันเร็วไป” “กว่าจะถึงวันแต่งงานก็อีกตั้งหลายเดือน รวม ๆ แล้วเราก็คบกันเกือบปีและทุกวันนี้เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันบางคนคบกันเป็นหลายปีแต่เจอกันแค่เดือนละครั้ง อย่าคิดมากไปเลยชีวิตของแต่ ละคนมั
ตอนที่ 4ตัดสินใจ........ ธิชาตัดสินใจที่จะไม่อ่านข้อความย้อนหลังต่อเพราะเท่าที่เธอเห็นตอนนี้มันก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของเธอเหมือนจะขาดลง ความรักที่มันเกิดขึ้นในหัวใจเธอและหญิงสาวคิดมาตลอดว่ามันก็คงเกิดขึ้นกับธีภพเหมือนกันแต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเธอกำลังรักเขาฝ่ายเดียวชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทุกอย่างขอเธอแต่งงานเพียงเพราะคิดว่าเธอดูซื่อเหมาะกับการที่เขาจะหลอกใช้เป็นเครื่องมือทำให้บิดาของเขาพอใจก็เท่านั้น “คุณธีไม่จริงใช่ไหม คุณรักธิชาและเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” สาวน้อยนั่งร้องไห้สองมือลูบเบา ๆ ลงไปที่ท้องของเธอ ที่ตอนนี้มีอีกชีวิตกำลังเติบโตอยู่ในนั้นเป็นพยานความรักของเธอที่มีต่อสามีแต่ตอนนี้ธิชาเริ่มไม่แน่ใจว่าข่าวดีที่เธอรอจะบอก กับคุณพ่อคนใหม่เธอควรเลือกที่จะเก็บไว้เป็นความลับก่อนดีหรือเปล่า “ธิชา ผมกลับมาแล้ววันนี้ลืมเอาโทรศัพท์ไป ไม่ได้คุยกันเลย” ธีภพกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้ามาหาภรรยาที่กำลังทำอาหารมื้อเย็นอยู่ในครัวทันที “โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณธีนะคะ กลับมา เหนื่อย ๆ ไปอาบน้ำก่อนดีไหม อาบน้ำเสร็จกับข้าวก็
ตอนที่ 5ยังไม่รู้ใจตัวเอง........ “คุณพ่อครับทำไมบ้านเงียบจัง” ธีภพกลับมาถึงบ้านพร้อมกับบิดาปกติเวลานี้จะต้องได้ยินเสียงภรรยาทำกับข้าวอยู่ในครัวแต่ในบ้านกลับเงียบมากมีเพียงแค่คนสวนเท่านั้นที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ด้านนอกเพราะแม่บ้านของที่นี่จะมาแบบไปกลับไม่ได้มีใครค้างคืน “ไม่สบายหรือเปล่าเมื่อตอนสายเห็นทำท่าแปลก ๆ พ่อจะถามว่าไม่สบายหรือเปล่าก็ไม่ทันขึ้นบ้านไปเสียก่อน” ธีภพรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านและเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนด้วยความรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบ้างอย่าง ห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิททำเอาชายหนุ่มที่ใจคอไม่ดีอยู่แล้วรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดร่วงลงไปอยู่กับพื้น ประตูตู้เสื้อผ้าที่ปิดไม่สนิทกระเป๋าเดินทางที่หายไป ธีภพทรุดตัวลงนั่งบนเตียงทันทีเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มอ่อนแรง “ธิชา ธิชา” เทวนาถรีบวิ่งตามเสียงตะโกนเรียกหาภรรยาของลูกชายที่ดังจนไปถึงชั้นล่างด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นธี” “ธิชาไปแล้ว เธอไปแล้วครับทำไมต้องเป็นแบบนี้ในที่สุดเธอก็ทิ้งผมไปเหมือนคุณแม่” คนเป็นพ่อได้แต่นั่งลงข้าง ๆ โอบกอดลูกชายไ
ตอนที่ 6ปมหลัง........ เช้าวันนี้ธิชาตั้งใจจะไปฝากท้องเพราะตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้ชีวิตน้อย ๆ ในท้องมีอายุครรภ์เท่าไหร่ “ตอนนี้คุณท้องได้สองเดือนแล้วนะคะ ” คุณหมอท่าทางใจดีส่งสมุดฝากท้องให้ธิชาเพื่อให้เธอเขียนรายละเอียดลงไป สิ่งที่เธอไม่ตอบและเลือกที่จะเว้นว่างไว้คือชื่อของบิดา “ไม่เขียนชื่อบิดาได้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามแบบไม่แน่ใจเพราะกลัวว่าคุณหมออาจจะบังคับให้เขียนลงไปบางทีมันอาจจะเป็นข้อมมูลที่จำเป็น “ถ้าคุณแม่ไม่สะดวกก็ไม่เป็นอะไรค่ะ” ธิชาส่งยิ้มอย่างสบายใจให้คุณหมอเพ
ตอนที่ 8ยอมแล้วยอมทำตามหัวใจ........ วันนี้ก็เป็นเหมือนเช่นทุกวันที่ธีภพมานั่งที่ร้านอาหารใกล้กับประตูเข้าออกของห้างสรรพสินค้าเพียงเพราะหวังว่าจะเจอกับภรรยา ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ชายหนุ่มเฝ้ารอข่าวจากบริษัทนักสืบและออกตามหาด้วยตัวเองแต่ไม่มีแม้ข่าวคราวอะไรให้เขาได้รู้เพิ่มเติม “เอาผัดมักกะโรนีกุ้งหนึ่งจานแล้วก็เอาผัดมะโรนีหมูสับ กลับบ้านหนึ่งที่ด้วยค่ะ” คนที่กำลังนั่งใจลอยมองผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาอย่างสิ้นหวังรู้สึกตัวชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินเสียงของผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหลังของเขาสั่งอาหารเพราะมันเป็นเสียงที่เขาคุ้นเคยและกำลังนั่งคิดถึงเจ้าของเสียงอยู่ ธีภพลังเลว่าตัวเองควรจะหันไปดูที่มาของเสียงที่แสนคุ้นเคยนั้นดีไหมเพราะเขากลัวว่าถ้าเป็นธิชาจริง
ตอนที่ 7หลอกตัวเอง........ “มีอะไรเร่งด่วนถึงได้โทรตามฉันมากินข้าวด้วยแบบนี้” ธีภพถามเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยที่อยู่ดี ๆ ณภัทรก็โทรศัพท์ตามเขาให้มากินข้าวเย็นด้วยทั้งที่ตอนนี้พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะตกดินเลย “ก็..เอ่อ จริง ๆ มันก็ไม่ได้เร่งด่วนอะไร ฉันแค่มาลองคิดดูว่าบางทีที่เมียแกหนีไปอาจจะเป็นเพราะเขารู้ว่าที่โดนขอแต่งงานเป็นเพราะกำลังถูกใช้เป็นเครื่องมือของแกหรือเปล่า” คนโกหกพยายามทำท่าทางให้มีพิรุธน้อยที่สุดเพราะถ้าเพื่อนของเขาเกิดสงสัยขึ้นมาแล้วคาดคั้นความจริงขึ้นมาชายหนุ่มกลัวว่าตัวเองจะเผลอบอกความจริงที่เขาเจอกับธิชาวันนี้ออกไป “เป็นไปไม่ได้แน่ ๆ ธิชาจะรู้ได้อย่างไรกันนอกจากแกกับฉันก็ไม่มีใ
ตอนที่ 6ปมหลัง........ เช้าวันนี้ธิชาตั้งใจจะไปฝากท้องเพราะตัวเธอเองก็ยังไม่แน่ใจว่าตอนนี้ชีวิตน้อย ๆ ในท้องมีอายุครรภ์เท่าไหร่ “ตอนนี้คุณท้องได้สองเดือนแล้วนะคะ ” คุณหมอท่าทางใจดีส่งสมุดฝากท้องให้ธิชาเพื่อให้เธอเขียนรายละเอียดลงไป สิ่งที่เธอไม่ตอบและเลือกที่จะเว้นว่างไว้คือชื่อของบิดา “ไม่เขียนชื่อบิดาได้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามแบบไม่แน่ใจเพราะกลัวว่าคุณหมออาจจะบังคับให้เขียนลงไปบางทีมันอาจจะเป็นข้อมมูลที่จำเป็น “ถ้าคุณแม่ไม่สะดวกก็ไม่เป็นอะไรค่ะ” ธิชาส่งยิ้มอย่างสบายใจให้คุณหมอเพ
ตอนที่ 5ยังไม่รู้ใจตัวเอง........ “คุณพ่อครับทำไมบ้านเงียบจัง” ธีภพกลับมาถึงบ้านพร้อมกับบิดาปกติเวลานี้จะต้องได้ยินเสียงภรรยาทำกับข้าวอยู่ในครัวแต่ในบ้านกลับเงียบมากมีเพียงแค่คนสวนเท่านั้นที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ด้านนอกเพราะแม่บ้านของที่นี่จะมาแบบไปกลับไม่ได้มีใครค้างคืน “ไม่สบายหรือเปล่าเมื่อตอนสายเห็นทำท่าแปลก ๆ พ่อจะถามว่าไม่สบายหรือเปล่าก็ไม่ทันขึ้นบ้านไปเสียก่อน” ธีภพรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านและเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนด้วยความรู้สึกเหมือนมีลางสังหรณ์อะไรบ้างอย่าง ห้องนอนที่ปิดไฟมืดสนิททำเอาชายหนุ่มที่ใจคอไม่ดีอยู่แล้วรู้สึกเหมือนหัวใจจะหลุดร่วงลงไปอยู่กับพื้น ประตูตู้เสื้อผ้าที่ปิดไม่สนิทกระเป๋าเดินทางที่หายไป ธีภพทรุดตัวลงนั่งบนเตียงทันทีเมื่อรู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มอ่อนแรง “ธิชา ธิชา” เทวนาถรีบวิ่งตามเสียงตะโกนเรียกหาภรรยาของลูกชายที่ดังจนไปถึงชั้นล่างด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นธี” “ธิชาไปแล้ว เธอไปแล้วครับทำไมต้องเป็นแบบนี้ในที่สุดเธอก็ทิ้งผมไปเหมือนคุณแม่” คนเป็นพ่อได้แต่นั่งลงข้าง ๆ โอบกอดลูกชายไ
ตอนที่ 4ตัดสินใจ........ ธิชาตัดสินใจที่จะไม่อ่านข้อความย้อนหลังต่อเพราะเท่าที่เธอเห็นตอนนี้มันก็มากพอที่จะทำให้หัวใจของเธอเหมือนจะขาดลง ความรักที่มันเกิดขึ้นในหัวใจเธอและหญิงสาวคิดมาตลอดว่ามันก็คงเกิดขึ้นกับธีภพเหมือนกันแต่สุดท้ายกลายเป็นว่าเธอกำลังรักเขาฝ่ายเดียวชายหนุ่มที่เพียบพร้อมทุกอย่างขอเธอแต่งงานเพียงเพราะคิดว่าเธอดูซื่อเหมาะกับการที่เขาจะหลอกใช้เป็นเครื่องมือทำให้บิดาของเขาพอใจก็เท่านั้น “คุณธีไม่จริงใช่ไหม คุณรักธิชาและเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน” สาวน้อยนั่งร้องไห้สองมือลูบเบา ๆ ลงไปที่ท้องของเธอ ที่ตอนนี้มีอีกชีวิตกำลังเติบโตอยู่ในนั้นเป็นพยานความรักของเธอที่มีต่อสามีแต่ตอนนี้ธิชาเริ่มไม่แน่ใจว่าข่าวดีที่เธอรอจะบอก กับคุณพ่อคนใหม่เธอควรเลือกที่จะเก็บไว้เป็นความลับก่อนดีหรือเปล่า “ธิชา ผมกลับมาแล้ววันนี้ลืมเอาโทรศัพท์ไป ไม่ได้คุยกันเลย” ธีภพกลับมาถึงบ้านก็รีบเข้ามาหาภรรยาที่กำลังทำอาหารมื้อเย็นอยู่ในครัวทันที “โทรศัพท์อยู่บนโต๊ะทำงานของคุณธีนะคะ กลับมา เหนื่อย ๆ ไปอาบน้ำก่อนดีไหม อาบน้ำเสร็จกับข้าวก็
ตอนที่ 3สุดท้ายคือ........ ความสัมพันธ์ถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนเจอกัน ทุกวันเพราะหลังจากที่ธิชายอมเป็นคนรักเจ้านายสุดหล่อก็ย้ายเธอไปทำงานที่เดียวกับเขาทันที ธิชาพาธีภพไปทำความรู้จักกับพ่อแม่ของเธอหลังจากนั้นไม่ถึงเดือนเทวนาถก็ทำหน้าที่พ่อไปสู่ขอสาวให้ลูกชายทันที “คุณธีคะเราเพิ่งคบกันไม่ถึงปีมันเร็วไปไหมที่เราจะแต่งงานกัน” หญิงสาวเริ่มรู้สึกกลัวเมื่อเพื่อน ๆ หลายคนต่างพากันทักท้วงเพราะทั้งคู่ยังรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่ “ทำไมถึงคิดแบบนั้นคนเราจะอยู่ด้วยกันได้ไหมมันไม่ได้ขึ้นอยู่ว่าเราคบกันมานานแค่ไหนแต่มันอยู่ที่ว่าเราอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุขหรือความทุกข์มากกว่ากัน ธิชาไม่มีความสุขหรือเปล่าเวลาที่อยู่กับผม” ธีภพเล่นบทหน้าเศร้าเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมแต่งงานด้วย “ธิชามีความสุขที่สุดเลยค่ะ แต่แค่อดคิดไม่ได้ว่ามันเร็วไป” “กว่าจะถึงวันแต่งงานก็อีกตั้งหลายเดือน รวม ๆ แล้วเราก็คบกันเกือบปีและทุกวันนี้เราก็อยู่ด้วยกันทุกวันบางคนคบกันเป็นหลายปีแต่เจอกันแค่เดือนละครั้ง อย่าคิดมากไปเลยชีวิตของแต่ ละคนมั
ตอนที่ 2เธอคือคนที่ใช่........ “คุณธีผ่านมาทำอะไรแถวนี้คะ” ธิชาหันไปถามเจ้านายทันทีหลังจากที่ขึ้นมานั่งบนรถเพราะบ้านของธีภพไม่ได้อยู่ทางเดียวกับคอนโดที่เธออยู่เสียหน่อย “ผมแวะมาทำธุระให้คุณพ่อเห็นธิชาบ่นว่ารถติดก็เลยแวะ มารับกลัวเริ่มงานเดือนแรกเธอจะไปสายเดี๋ยวหัวหน้าแผนกจะว่าเอา” ธีภพโกหกอย่างไม่มีพิรุธเพราะเขาเตรียมคำตอบมาแล้ว ชายหนุ่มก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันเขาถึงได้ยอมตื่นเช้าและรีบมารับธิชาทั้งที่มันเป็นคนละทางกับที่ทำงานของเขา “คุณธีแวะร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งข้างหน้าหน่อยค่ะ” “แวะทำไมเธอหิวหรือ” “หิวสิคะ อาหารเช้าเป็นมื้อสำคัญร้านนี้อร่อยมาก ธิชากินเกือบทุกวันเลยค่ะเพราะปกติลงรถประจำทางเสร็จก็จะซื้อเดินกินไปจนถึงที่บริษัทก็อิ่มพอดี” ธีภพไม่เต็มใจจอดแต่ก็ไม่รู้จะใช้เหตุผลอะไรเพราะเขาแค่คิดว่าอาหารข้างทางมันดูไม่สะอาดและไม่น่าจะอร่อยแต่ก็ต้องยอมจอดให้สาวน้อยได้ลงไปซื้อกิน “คุณธีอ้าปากค่ะเดี๋ยวธิชาป้อนเองรับลองคุณจะต้องติดใจแน่ ๆ” ชายหนุ่มทำตัวว่านอนสอนง่ายอ้าปากให้อีกฝ่ายป้อนทั้งข้าวเหนีย
ตอนที่ 1ความทรงจำที่เลวร้าย........“ภพ” เทวนาถเรียกชื่อลูกชายที่กำลังทำเป็นมองไม่เห็นเขาที่นั่งรออยู่ที่โซฟากลางบ้าน “คุณพ่อ...มานั่งทำไมตรงนี้ ดึกแล้วยังไม่เข้านอนพรุ่งนี้จะความดันสูงได้นะครับ” ธีภพเมื่อหลีกไม่ได้ก็เปลี่ยนใจกลับมานั่งคุยกับบิดาแทนทั้งที่รู้ว่าพ่อของเขากำลังจะพูดเรื่องที่เขาไม่อยากฟัง “ลูกจำอาพชรเพื่อนของพ่อที่เคยมาที่บ้านเราบ่อย ๆ จำได้ไหม วันนี้ลูกสาวเขาโทรศัพท์มาบอกพ่อว่าพชรมีอาการ หัวใจล้มเหลวเฉีบพลัน พ่อตามไปที่โรงพยาบาลแต่ไม่ทัน ทุกอย่างมันเร็วมากเมื่อวานตอนบ่ายยังไปดื่มกาแฟด้วยกันอยู่เลย ” “ผมเสียใจด้วยนะครับคุณพ่อ ” ธีภพไม่รู้ว่าควรพูดอะไรต่อเพราะตอนนี้บิดาของเขาอยู่ในห้วงอารมณ์ที่เศร้าจนเขาไม่กล้าพูดอะไรมาก “ชีวิตพ่อก็ยังไม่รู้ว่าจะมีพรุ่งนี้ได้อีกสักกี่วัน ธีภพลูกก็รู้ว่าพ่อมีห่วงอยู่เพียงเรื่องเดียวมันยากนักหรือที่ลูกจะทำให้พ่อสบายใจหรือจะรอให้พ่อต้องไปอย่างพชรลูกถึงจะทำให้พ่อได้” เทวนาถพูดจบก็ลุกจากโซฟาและเดินขึ้นไปยังห้องนอนด้วยท่าทางเหมือนคนกำลังสิ้นหวัง