Share

บทที่ 95

Author: ใบไม้ร่วงในเมืองร้าง
หลังจากกลับมาตั้งสติได้ เขาก็รู้สึกถึงคลื่นลูกใหญ่ที่โหมกระหน่ำอยู่ในใจ!

เพราะเห็นได้ชัดว่า ฉินซูอยู่ห่างจากเขาเพียงสองสามจั้ง แต่พริบตาเขากลับมาปรากฏตรงหน้าเขาอย่างแปลกประหลาด

สิ่งที่ทำให้โอวหยางขุยตกใจยิ่งกว่านั้นคือ หลังจากที่ถูกฉินซูบีบคอ เขาก็มิสามารถรวบรวมปราณบริสุทธิ์ได้เลย!

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในมือของฉินซูยามนี้ เขามิต่างอะไรกับลูกไก่ในกำมือ ไม่มีพลังที่จะต้านทานได้แม้แต่น้อย!

เมื่อตระหนักถึงสิ่งนี้ สีหน้าของโอวหยางขุยเริ่มเปลี่ยนเป็นหวาดกลัว เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มหน้าผาก

ฉินซูเอ่ยอย่างใจเย็น “เจ้าอยากตาย หรืออยากอยู่?”

โอวหยางขุยต้องการตอบ แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงอุทานจากชายชราดังขึ้น!

“ท่านเจ้าสำนัก นี่ท่านเป็น...”

ผู้อาวุโสชุดเทาคนนี้มิใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสฉี ซึ่งในตอนแรกใช้หอกสกัดกั้นดาบบินของฉงชูโม่ได้!

เขานำคนของเขาไปค้นหาในเมือง เมื่อเขาพบว่ามิพบฉินซู จึงให้คนของเขาค้นหาต่อไปตามถนนหลวง ในขณะที่ตัวเขาเองกลับมารายงานต่อโอวหยางขุย

เมื่อเขาเห็นโอวหยางขุยถูกคว้าคอ ยกขึ้น เขาก็ตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง

เมื่อเขาเห็นชัดเจนว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาคือฉินซู เขาก็ยิ่งตกตะลึงม
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Peerapong
แพงเกิน จบเรื่องนี้ เลิกอ่าน
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 96

    ฉินซูยิ้มอย่างสงบ แล้วพูดว่า “คนฉลาดย่อมเข้าใจสถานการณ์ เจ้าช่างเป็นคนฉลาดจริง ๆ อีกอย่างหากกล้าเปิดเผยพลังของข้า เจ้าคงจะรู้ถึงผลที่จะตามมา”หัวใจของโอวหยางขุยเต้นรัว รีบบอกว่ามิกล้าทันทีฉินซูหันหลังกลับอย่างสงบและเข้าไปในป่าจากอีกด้านหนึ่งมินานหลังจากที่เขาจากไป ทุกคนจากสำนักอาทิตย์อัสดงก็กลับมา“ท่านเจ้าสำนัก เหตุใดท่านจึงได้รับบาดเจ็บ? อาการบาดเจ็บของท่านร้ายแรงหรือไม่?”“ท่านเจ้าสำนัก เจ้าฉงชูโม่อยู่ที่ใด?”ผู้อาวุโสทั้งสองถามอย่างกังวลโอวหยางขุยโบกมือแล้วพูดด้วยใบหน้าซีดเซียว “ยกเลิกภารกิจ กลับกันเถอะ”“หือ? กลับ... กลับหรือ?”“ท่านเจ้าสำนัก จวนอ๋องจิ้น…”ก่อนที่เขาจะพูดจบ โอวหยางขุยก็เอ่ยอย่างเย็นชา “ข้าบอกให้กลับ เจ้ามิเข้าใจรึ?”หัวใจของผู้อาวุโสทั้งสองสั่นไหว มิกล้าแย้งอีกต่อไป“ท่านเจ้าสำนัก ผู้อาวุโสฉีและผู้อาวุโสเฟิงอยู่ที่ใดเล่า?”“เขาตายแล้ว องค์รัชทายาท มียอดฝีมือมาช่วยเขาไว้!”โอวหยางขุยพูดอย่างกระชับและตรงประเด็น จากนั้นก็ก้าวขึ้นม้าไปก่อนใครเขาเห็นกับตาตนเองว่าผู้อาวุโสฉีกลายเป็นละอองเลือดด้วยฝีมือฉินซู ส่วนผู้อาวุโสเฟิงและผู้อาวุโสอีกคน ทั้งสองเข้

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 97

    “ความหมายโดยนัยของคำพูดของผู้อาวุโสคือ ข้ามิสามารถทะลวงไปสู่ระดับสวรรค์ได้หรือ?” ฉงชูโม่รู้สึกสงสัยเล็กน้อยชายในชุดคลุมสีดำพูดอย่างใจเย็น “การบ่มเพากำลังภายในของเจ้ามีปัญหาใหญ่ จุดลมปราณและเส้นลมปราณขัดหลายแห่งแย้งกัน เจ้ามิรู้สึกหรือว่า เวลาเจ้าต่อสู้กับผู้อื่น เป็นการยากนักที่จะไหลเวียนปราณบริสุทธิ์ของเจ้าให้ราบรื่น?”“ท่านผู้อาวุโสมีสายตาที่เฉียบแหลมยิ่งนัก เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นความแข็งแกร่งของข้าก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการบ่มเพากำลังภายในของข้านั้นบกพร่อง”“การที่เจ้าได้พบข้าก็ถือเป็นวาสนาของเจ้าแล้ว หากเจ้าเดินปราณบริสุทธิ์ตามแผนภาพนี้ ข้อบกพร่องในวรยุทธของเจ้าย่อมสามารถแก้ไขได้”หลังจากที่ชายในชุดคลุมสีดำพูดจบ เขาก็โยนบางอย่างให้ฉงชูโม่ฉงชูโม่มิได้หยิบมันขึ้นมาอย่างหุนหันพลันแล่น แต่ถอยกลับไปสองก้าววัตถุนั้นตกลงไปตรงหน้านางด้วยเสียง “ตุ้บ” และเมื่อนางก้มหน้าลงมอง ก็เห็นว่ามันเป็นเศษเปลือกไม้!เปลือกไม้มีการวาดเส้นทางลมปราณของร่างกายด้วยถ่าน และมีการใช้ลูกศรทำเครื่องหมายไว้ด้วยฉงชูโม่มองแวบเดียวก็เห็นความซับซ้อนของเส้นทางการเดินลมปราณนี้นางระดมปร

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 98

    ฉินซูส่ายหน้า “ข้ามองเห็นได้มิชัดเจน ชายคนนั้นเร็วเกินไป หลังจากที่เขาฟาดจนอีกฝ่ายกลายเป็นละอองเลือดแล้ว เขาก็บินหวือเข้าไปในป่า ข้าอยากจะวิ่ง แต่ขาของข้ามิเชื่อฟังข้าเลย”เมื่อเห็นท่าทางหวาดกลัวของฉินซู คิ้วของฉงชูโม่ก็อดมิได้ที่จะขมวดเล็กน้อยแล้วจึงถามว่า “องค์รัชทายาท ในเมื่อท่านทรงทราบว่าอีกฝ่ายมุ่งหมายต่อสำนักอาทิตย์อัสดง เหตุใดท่านจึงตื่นตระหนกเล่า?"“เหลวไหล บุรุษผู้นั้นตบผู้อาวุโสทั้งสองคนของสำนักอาทิตย์อัสดงจนกลายเป็นละอองเลือด ข้าจะมิกลัวได้หรือ?”เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฉินซูแสร้งทำเป็นแปลกใจและถามว่า “นี่ เจ้าคิดว่าข้าเห็นผีหรือไม่? จะมีใครเก่งขนาดนั้นได้ แม้แต่เจ้าก็ยังทำมิได้ใช่หรือไม่เล่า?”ฉงชูโม่พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมพลางกล่าวว่า “อย่าว่าแต่ข้าเลย แม้แต่ยอดฝีมือระดับสวรรค์ก็คงยากที่จะทำได้สำเร็จ ดูท่าทางผู้อาวุโสท่านนั้นจะเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดจริง ๆ มิแปลกใจเลยที่เขามองออกทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติกับการบ่มเพาะกำลังภายในของหม่อมฉัน และเขาก็แก้ไขปัญหาให้หม่อมฉันได้อย่างง่ายดาย”เมื่อพูดถึงสิ่งนี้ ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความเคารพและความหลงใหล“อ๋อ? เจ้าหมายความว่า ย

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 99

    “เจ้าคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ? ว่ากันตามหลักแล้วตอนนี้เป็นเวลามื้อเย็น แต่เมืองนี้กลับเงียบสงัด ข้าเกรงว่าจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว”เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ใบหน้าของฉงชูโม่ก็จริงจังขึ้นทันที “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็ควรรีบเข้าเมืองไปดูว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น”ฉินซูพยักหน้าเล็กน้อย ฟาดแส้ ควบม้าลงเขาไปทันทีเมื่อเข้าไปในเมือง สภาพแวดล้อมยังคงเงียบสงบ ราวกับสุสานยามเที่ยงคืน เงียบงันไปทั่ว บรรยากาศแฝงด้วยความลึกลับแม้แต่บ้านเรือนโดยรอบก็ยังมืดมิดฉงชูโม่กลั้นหายใจมองไปรอบ ๆ บ้านเรือน แล้วกระซิบว่า “องค์รัชทายาท บ้านเรือนเหล่านี้จริง ๆ แล้วมีคนอยู่ แต่พวกเขากำลังหลบอะไรบางอย่าง หรือว่า...ที่นี่มีผีจริง ๆ?”“เจ้าบอกว่ามิเชื่อเรื่องผีสางมิใช่รึ?”“แต่... นี่มันแปลกเกินไป เมืองใหญ่เพียงนี้ มีบ้านเรือนมากมาย ทว่าประตูทุกบานปิดหมด แม้แต่ไฟสักดวงก็มิจุด...”“ตรงนั้นมีโรงเตี๊ยมอยู่ ลองไปถามดูสิ”ฉินซูดึงสายบังเหียน และม้าก็เดินไปที่โรงเตี๊ยมอย่างเร่งรีบ“กุบกับ กุบกับ...”เสียงกีบม้าที่คมชัดดังก้องในความมืดเมื่อมาถึงประตูโรงเตี๊ยม ฉินซูก็เคาะประตูอย่างแรงแล้วตะโกนเรียก “เถ้าแก่ เปิดปร

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 100

    “กรรรจ์!!”เมื่อได้ยินเสียงคำรามของสัตว์ร้าย ทุกคนในโรงเตี๊ยมก็หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว รีบเอามือกุมหัววิ่งหนีกันอุตลุดฉงชูโม่ขมวดคิ้ว กำกริชเขี้ยวมังกรโดยมิรู้ตัว และจ้องมองที่ประตูโรงเตี๊ยมอย่างหวาดระแวงฉินซูมีสีหน้าประหลาด หันไปมองรอบ ๆ จากนั้นก็แสยะยิ้มเจ้าของโรงเตี๊ยมเร่งเร้าด้วยเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือ “แม่นาง เป่าตะเกียงน้ำมันเร็ว มิเช่นนั้นเราทุกคนแย่แน่”ฉงชูโม่เพิกเฉยต่อเจ้าของโรงเตี๊ยมและมองออกไปนอกประตู ลังเลว่าจะออกไปดูดีหรือไม่ในขณะที่นางกำลังลังเล เสียงฝีเท้าด้านนอกก็ค่อย ๆ จางหายไปเมื่อได้ยินการเคลื่อนไหวนี้ ทุกคนในโรงเตี๊ยมก็ถอนหายใจพรืดยาวด้วยความโล่งอกเส้นประสาทที่ตึงเครียดของฉงชูโม่ก็ผ่อนคลายลง นางแอบถอนหายใจยาวฉินซูเปิดประตูโรงเตี๊ยม และเตรียมจะออกไปเมื่อเห็นเช่นนี้ ฉงชูโม่ก็คว้าตัวเขาแล้วพูดว่า “องค์... อะแฮ่ม คุณชาย ท่านจะทำอะไร?”ฉินซูตอบคำถาม “เจ้าคิดว่าคนที่อยู่นอกประตูเมื่อครู่เป็นสัตว์ประหลาดจริงหรือ?”“เอ๋? มิใช่หรือ?”ฉงชูโม่สับสนเล็กน้อยเจ้าของโรงเตี๊ยมกล่าวอย่างเคร่งขรึม “คุณชาย นั่นเป็นเสียงคำรามของสัตว์ประหลาดจริง ๆ ช่วงเวลานี้ของทุก

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 101

    ในเวลานั้นเอง สัตว์ประหลาดขนแดงได้งัดกุญแจร้านค้าออก และเดินเข้าไปอย่างอุกอาจ มินานนัก สัตว์ประหลาดขนแดงนั้นก็ออกมาพร้อมกับกระสอบผ้าสีดำ เมื่อเห็นดังนั้น ฉินซูก็หัวเราะเยาะ “เห็นหรือไม่ นี่มันตั้งใจมาปล้นชัด ๆ หากเป็นสัตว์ประหลาดกินเนื้อคนจริง ๆ ตอนนี้คงกินคนไปแล้ว” ฉงชูโม่พยักหน้าช้า ๆ แววตาของนางเปลี่ยนเป็นคมกริบ! นางจับกริชไว้แน่น แล้วพุ่งเข้าใส่สัตว์ประหลาดขนแดงอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดขนแดงได้ยินเสียงแหวกอากาศ มันจึงหันกลับไปมองโดยมิรู้ตัว เมื่อเห็นฉงชูโม่พุ่งเข้ามา เขาก็อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว!ฉงชูโม่สังเกตเห็นสายตาตื่นตระหนกของอีกฝ่าย ทำให้นางเชื่อมั่นในคำพูดของฉินซูมากขึ้นนางแค่นเสียงเย็นชา “หึ แสร้งทำเป็นผี นอนลงซะ!”เมื่อสิ้นเสียง กริชเขี้ยวมังกรในมือของนางฟาดฟันอย่างรุนแรง!ปราณแห่งกระบี่ที่รวดเร็วพุ่งออกมา!“ฟึบ!”ลูกธนูเลือดพุ่งออกมาจากน่องของสัตว์ประหลาดขนแดง และร่างของมันก็เตี้ยลงโดยมิรู้ตัวในเวลานี้ฉงชูโม่ได้เข้ามาใกล้แล้ว และเตะไปที่หน้าอกของมัน!สัตว์ประหลาดขนแดงถูกเตะกระเด็นไปหลายจั้งในทันที และสุดท้ายก็ล้มลงกับพื้นหินสีเขี

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 102

    ฉินซูมือไขว้หลังเดินมาช้า ๆ เขาเหลือบมองชายวัยกลางคนและพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ถ้าข้าเดามิผิด เจ้าน่าจะเป็นคนจากที่ว่าการอำเภอ ใช่หรือไม่?”เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉงชูโม่ก็มองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าตกใจชายวัยกลางคนก็ตกใจมิแพ้กัน ความตื่นตระหนกวาบผ่านแววตาของเขา!เมื่อเห็นดังนั้น ฉินซูก็ยิ้มและพูดว่า “ดูเหมือนว่าข้าจะเดาถูก!”“เจ้าเป็นคนจากที่ว่าการอำเภอจริงหรือ?!”ฉงชูโม่ใช้กริชในมือจ่อที่คอของอีกฝ่ายอีกครั้งชายวัยกลางคนตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบพยักหน้าและพูดว่า “ใช่… ใช่แล้ว”“หากเป็นเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการอำเภอ ไฉนต้องปลอมตัวเป็นสัตว์ประหลาดเพื่อทำชั่วด้วย?” เสียงของฉงชูโม่เย็นชาขึ้นอีกเล็กน้อยชายวัยกลางคนมีสีหน้าขมขื่นและพูดว่า “นี่เป็นคำสั่งของท่านผู้ว่าการอำเภอ ข้ามิกล้าขัดขืน”เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฉงชูโม่ขมวดคิ้วราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างนางหันหลังกลับและเปิดกระเป๋าผ้าสีดำที่ชายวัยกลางคนนำออกมาจากร้านค้าเมื่อเห็นว่าข้างในบรรจุผ้าไหมชั้นดี นางก็พูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้าหน้าที่ชั่วคนนี้ กล้าละเมิดกฎหมาย ลุกขึ้น นำทางไป!”เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายวัยกลางคนถามด้ว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 103

    ในห้องโถงใหญ่ชายวัยกลางคนชื่อเหล่าไฉเห็นจูเจิ้งเสียนก็ร้องขอความช่วยเหลือทันที“ท่านผู้ว่าการอำเภอ ช่วยด้วย ช่วยข้าน้อยด้วย...”ก่อนที่เขาจะพูดจบ ฉงชูโม่ก็เตะเข้าที่เข่าของเขา พร้อมกับสั่งอย่างเฉียบขาดว่า “คุกเข่าลง!”ร่างของเหล่าไฉทรุดลงและคุกเข่าลงกับพื้นจูเจิ้งเสียนมองไปที่ฉงชูโม่และฉินซู แล้วดุว่า “พวกเจ้าช่างกล้าจริง ๆ กล้าที่จะแตะต้องคนของที่ว่าการอำเภอของเรา นี่มันมิเคารพกฎหมายเลย จับพวกเขาทั้งสองคนเข้าคุกแล้วรอการพิจารณาคดีเสีย!”“ขอรับ!”พวกเจ้าหน้าที่ตอบรับ และกำลังจะลงมือใบหน้าสวยของฉงชูโม่พลันเย็นชา และตะโกนอย่างดุเดือดว่า “องค์รัชทายาทอยู่ที่นี่ ดูสิว่าใครกล้าบังอาจ!”เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทุกคนก็ตกตะลึงและแข็งค้างอยู่กับที่!มุมปากของฉินซูก็กระตุกสองสามครั้ง รู้สึกพูดมิออกจากนั้นเขาก็เริ่มบ่นในใจ‘เจ้าเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ แค่เปิดเผยตัวตนของเจ้า ผู้ว่าการอำเภอตัวเล็ก ๆ ผู้นี้ก็มิกล้าสร้างปัญหาให้เจ้าแล้ว ไยต้องเอาชื่อข้ามาอ้างด้วยเล่า?’จูเจิ้งเสียนมองฉินซูด้วยความประหลาดใจสองสามครั้ง รู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายมิได้ จากนั้นเขาก็ถามฉงชูโม่ว่า “เจ้า… เจ้าพู

Latest chapter

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 662

    “ท่านอาจารย์ องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ฉินซู นำทัพบุกยึดถัวเฉิง เสด็จและเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดถูกสังหารด้วยน้ำมือของเขา ทหารรักษาการณ์ในแคว้นก็ยอมจำนนหมดแล้ว บัดนี้ศิษย์เหลือตัวคนเดียว ไร้ซึ่งกำลังและพวกพ้อง ขอท่านอาจารย์โปรดออกหน้าช่วยศิษย์ล้างแค้นให้วงศ์ตระกูลด้วยเถิดเจ้าค่ะ!”จ้าวอวี้เสวียนคุกเข่าลงกับพื้น กล่าวจบก็ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเศร้าโศกเมื่อได้ยินเช่นนั้น ซู่เสวียนก็ขมวดคิ้วพลางมองจ้าวอวี้เสวียนด้วยความมิพอใจเล็กน้อย“อวี้เสวียน ในเมื่อเจ้าได้เข้าสู่วิถีแห่งสำนักแล้วก็ควรตัดขาดจากตัณหา มุ่งมั่นบำเพ็ญเพียรเพียงอย่างเดียว เจ้าลืมคำสั่งสอนของอาจารย์ก่อนหน้านี้สิ้นแล้วหรือ?”จ้าวอวี้เสวียนกล่าวทั้งน้ำตา “ท่านอาจารย์ คำพูดของท่าน ศิษย์จดจำไว้ในใจเสมอ เพียงแต่ญาติสนิททั้งตระกูลถูกสังหารอย่างอนาถ ความแค้นใหญ่หลวงเช่นนี้หากมิได้ชำระ เกรงว่าภายหน้าต่อไปจะกินมิได้นอนมิหลับ ไหนเลยจะมีจิตตั้งมั่นบำเพ็ญเพียรบรรลุเซียนได้”“เจ้า… เฮ้อ!”ซู่เสวียนถอนหายใจยาว และหันหลังกลับไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนั้น จ้าวอวี้เสวียนก็อ้อนวอนอย่างสิ้นหวัง “ท่านอาจารย์ โปรดช่วยศิษย์ด้ว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 661

    “สำนักไท่เสวียนตั้งอยู่ที่ใด?”“ทางใต้ของเมืองลู่โจว บนเกาะกลางทะเลห่างออกไปแปดสิบลี้!”เมื่อชิวก่วนได้ยินดังนั้นก็หันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็วในมิช้าเขาก็พบฉินซู และเล่าเรื่ององค์หญิงอวี้เสวียนให้ฟังทั้งหมดหลังจากเล่าจบ เขาก็กล่าวด้วยความรู้สึกผิด “ข้าน้อยทำงานมิสำเร็จ ขอองค์รัชทายาทโปรดลงโทษด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรื่องนี้โทษเจ้ามิได้ พูดได้แค่ว่าองค์หญิงอวี้เสวียนโชคดีเกินไป จึงรอดพ้นไปได้”ชิวก่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “องค์รัชทายาท จะให้ส่งคนไปกวาดล้างพวกราชวงศ์จ้าวที่เหลือในสำนักไท่เสวียนหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”“มิต้อง อย่าว่าแต่พวกเรามิรู้กระไรเกี่ยวกับกำลังของสำนักไท่เสวียน ยามนี้ราชสำนักหนานเยวี่ยเพิ่งจะยอมจำนน อีกอย่างทหารของข้ามิชำนาญการรบทางน้ำ หากสำนักไท่เสวียนดักโจมตีจากทะเล พวกเราคงเสียเปรียบมิน้อย”“องค์รัชทายาททรงรอบคอบยิ่งนัก แต่คิดว่าองค์หญิงอวี้เสวียนคงจะหาโอกาสเคลื่อนไหว ขอพระองค์โปรดระมัดระวังด้วยพ่ะย่ะค่ะ”ฉินซูยิ้มน้อย ๆ “แค่ระดับครึ่งก้าวย่ำสวรรค์ หากนางกล้ามา ก็ถือว่าประหยัดแรงและเวลาให้ข้าไปได้มากทีเดียว”ชิวก่วนเตือน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 660

    ฉินซูยืนไพล่หลัง ทอดสายตามองคนเหล่านั้นจากเบื้องสูงโดยมิได้พูดกระไรแม่ทัพหลายนายรู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมาทันที หนึ่งในนั้นรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองฉินซูเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของฉินซู เขาก็ตระหนักได้ถึงบางสิ่งในทันทีเห็นเขายื่นมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบยันต์คุ้มภัยครึ่งแผ่นออกมาชูขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือทั้งสองข้าง พร้อมกล่าวด้วยความเคารพ “นี่คือยันต์คุ้มภัยที่ข้าน้อยดูแลอยู่ ขอองค์รัชทายาทโปรดทรงรับไว้ด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”คนอื่น ๆ อีกหลายคนก็ตระหนักได้ในทันที และต่างก็หยิบตราพยัคฆ์ออกมาเมื่อเห็นเช่นนั้น ฉินซูก็เผยรอยยิ้มพึงใจประดับใบหน้า!ครั้นเห็นเขากวักมือไปกลางอากาศ ตราพยัคฆ์ที่อยู่ในมือของแม่ทัพเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิต จู่ ๆ ก็ลอยเข้าไปในมือของเขา“พลังจิตเคลื่นย้าย!”เมื่อเห็นวิธีการอันน่าทึ่งของฉินซู ทุกคนที่อยู่ในที่แห่งนั้นรวมถึงแม่ทัพเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึงจนพูดมิออก!ฉินซูเก็บตราพยัคฆ์ไว้แล้วสั่งแม่ทัพเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าออกไปก่อน มิต้องกลับไปยังที่ตั้งกองกำลังแล้ว!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลายคนก็มืดครึ้มลงทันใดแต่พวกเขาก็เข้าใจความหมายของฉินซูดี คิดว่าใน

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 659

    “ท่านแม่ทัพ เข้าใจผิด เข้าใจผิดแล้ว พวกเรากำลังจะลงใต้ไปสมทบกับเจียวโจวพอดีขอรับ”“เช่นนั้นรึ? แล้วพวกเจ้ามาหลบอยู่ในป่านี้เพื่อการใด? อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ในป่านี้มีแต่ทหารที่อ๋องฉู่แอบซ่องสุมไว้ทั้งสิ้น หากมิอยากตายก็ส่งตราพยัคฆ์[footnoteRef:0]มา!” [0: ตราพยัคฆ์ คือ สัญลักษณ์ที่ใช้ยื่นยันสิทธิในการสั่งเคลือนทัพของจีน หรือก็คือตราอาญาสิทธิ์ทางทหารนั่นเอง] หวังซู่กล่าวลอดไรฟัน “อย่าได้หวัง หากจะฆ่าก็ฆ่าเสีย ข้ายอมตายเสียดีกว่ายอมศิโรราบ!”“ดี เช่นนั้นข้าจะสนองเจ้าเอง!”ฉงชูโม่ชักกระบี่ยาวออกมาจากฝัก แล้วเหวี่ยงฟันไปอย่างไร้ความลังเล!'ฉับ!'หูข้างหนึ่งของหวังซู่ก็ถูกตัดออกอย่างเรียบร้อยความเจ็บปวดรุนแรง ทำให้หวังซู่ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาฉงชูโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ข้าจะตัดแขนขาของเจ้าก่อน แล้วจะปล่อยให้เจ้าตายไปเอง!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวังซู่ก็หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบกล่าวว่า “อย่า อย่า ข้ายอมแล้ว ข้ายอมแล้ว!”พูดจบเขาก็ส่งตราพยัคฆ์ให้ฉงชูโม่ฉงชูโม่โยนตราพยัคฆ์ให้ตงฟางไป๋ กล่าวว่า “สั่งให้พวกเขาทิ้งอาวุธ แล้วพากลับไปรอรับพระราชโองการองค์จักรพรรดิที่ชานเมือง

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 658

    หลิวผู่มิสนใจจ้าวควง แต่กลับคุกเข่าลงต่อหน้าฉินซู กล่าวว่า “องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน ข้าน้อยยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ขุนนางคนอื่น ๆ ต่างพากันคุกเข่าลงตาม “พวกข้าน้อยเองก็ยินดีสวามิภักดิ์ ขอพระองค์โปรดละเว้นชีวิตราษฎรหนานเยวี่ยของข้าน้อยด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”ฉินซูโบกมือใหญ่แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ขุนนางทั้งหลาย ตราบใดที่พวกเจ้ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชวงศ์ต้าเหยียนของข้า ถึงกาลนั้น ราษฎรหนานเยวี่ยและราชวงศ์ต้าเหยียนของข้าก็จะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าย่อมดูแลพวกเจ้าอย่างดี อีกทั้งยังสามารถยกเว้นการเกณฑ์แรงงานและภาษีให้แก่ราษฎรทั่วทั้งแผ่นดินได้เป็นเวลาสามปี!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลิวผู่และคนอื่น ๆ ก็ซาบซึ้งใจจนน้ำตาไหลพราก!การยกเว้นภาษีเป็นเวลาสามปี เพียงเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ราษฎรหนานเยวี่ยหันมาภักดีจนสุดขั้วหัวใจแล้วเพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนานเยวี่ยต้องเลี้ยงดูกองทัพทหารมหาศาลเช่นนี้ ภาษีจึงสูงขึ้นทุกปี ราษฎรภายในแคว้นต่างแบกรับภาระมิไหวมานานแล้วเมื่อเป็นเช่นนี้ แม้ว่าหลิวผู่และพวกจะมิยอมสวามิภักดิ์ เกรงว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 657

    หลังจากนั้น เสียงระเบิดของระเบิดสายฟ้าก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เสียงร้องโหยหวนก็ดังมิขาดสายเมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ภายนอก จ้าวควงก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ฉินซู เจ้าพาทหารต้าเหยียนของเจ้าเข้ามาด้วยรึ?”ฉินซูหัวเราะเยาะ “ถูกต้องแล้ว พระราชวังของเจ้ามีทหารรักษาพระองค์เพียงหมื่นกว่านาย มินานก็ถูกสังหารหมดสิ้น!”เป็นจริงมิต่างจากที่คาดสักเท่าไร มินานเสียงต่อสู้ภายนอกก็เงียบลงจากนั้นเสียงฝีเท้าอึกทึกก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จ้าวควงมองไปยังนอกประตูท้องพระโรงด้วยความหวังเขาหวังสุดหัวใจว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นคนแรกจะเป็นทหารรักษาพระองค์ของตนน่าเสียดายที่ทุกอย่างมิเป็นไปตามที่หวัง คนที่บุกเข้ามาจากภายนอกล้วนเป็นคนแปลกหน้าชายผู้นำขบวนเข้ามาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กล่าวต่อฉินซูด้วยความเคารพ “องค์รัชทายาท ทหารรักษาพระองค์ในพระราชวังหนานเยวี่ยถูกสังหารไปสามพันนาย ที่เหลือทั้งหมดยอมศิโรราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของจ้าวควงก็เปลี่ยนไปฉับพลัน จากนั้นจึงคำรามออกมา “เป็นไปมิได้ เป็นไปมิได้เด็ดขาด ทหารรักษาพระองค์ของข้าจงรักภักดี พวกเขายอมตายเสียดีกว่าที่จะยอมจำนน เจ้าอย่ามาพูดจาเหลว

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 656

    “ฝ่าบาท!!”เหล่าขุนนางตกใจจนแทบสิ้นสติกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ต่างคนต่างยืนงงงันอยู่กับที่ ทำกระไรมิถูกส่วนองครักษ์พกดาบก็ชักดาบออกมาโดยมิลังเล หัวหน้าองครักษ์ตวาดเสียงดัง “เจ้าคนแซ่ตงฟาง รีบปล่อยฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้นเจ้าจะได้ตายไร้ที่ฝังศพ!”“ขออภัย ข้ามิได้แซ่ตงฟาง แต่แซ่ฉิน!”ฉินซูกล่าวพร้อมกับกระชากหน้ากากหนังออกดวงตาของจ้าวควงหดเล็กลง ในใจสั่นสะท้าน “เจ้า เจ้าคือองค์รัชทายาทผู้รอวันปลดแห่งต้าเหยียน...”“ข้าคือรัชทายาทแห่งต้าเหยียนจริง แต่คำว่า ‘รอวันปลด’ นับแต่นี้ไปคงต้องตัดทิ้งเสียแล้ว!”ฉินซูจับตัวจ้าวควงไว้ แล้วดีดนิ้วไปยังอากาศวูบ!ปราณดัชนีอันแข็งแกร่งพุ่งออกจากปลายนิ้ว เสาไม้แดงต้นหนึ่งในท้องพระโรงปรากฏรูลึกในทันใด!เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้างพวกเขาเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ฉินซูคือจอมยุทธ์ระดับสวรรค์!ฉินซูข่มขวัญจนทุกคนหวาดกลัวแล้วก็หันไปตวาดใส่ทหารเกราะเหล่านั้น “ข้ามิอยากเสียเวลาสู้กับพวกเจ้า หากมิอยากตาย อย่าริอ่านขยับ!”ทหารเกราะเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา ต่างก็มิแน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีหากลงมือ จ้าวควงผู้เป็นถึงองค์จักรพรรดิจะตกอยู่ใ

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 655

    "เรื่องอันใดเพคะ?"“ฉินอวี่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เจ้าพาทหารไปปิดล้อมเส้นทางสำคัญทุกสายทันที ป้องกันมิให้เขาลอบไปแจ้งข่าวให้หนานเยวี่ยรู้ตัว”“เพคะ! แล้วทหารชั้นยอดห้าหมื่นนายที่เขาซุกซ่อนไว้ที่ตงไห่เล่าเพคะ? เกรงว่าเขาจะหนีไปทางนั้นแล้วกระมัง?”“ในยามนี้ เกรงว่าทหารห้าหมื่นนายนั้นจะยกทัพขึ้นเหนือไปแล้ว คงกำลังรอคำสั่งใหม่ของฉินอวี่อยู่ที่ไหนสักแห่ง เอาเช่นนี้ เจ้าพาหูก่วงเซิงไปด้วย เขารู้จุดนัดพบ เมื่อไปถึงจุดนัดพบแล้วก็ให้ควบคุมตัวหัวหน้าของพวกมันเอาไว้!”ฉินซูพูดจบก็หันไปสั่งตงฟางไป๋ “ตงฟางไป๋ พวกเจ้าสองพี่น้องจงติดตามฉงชูโม่ไปด้วย!”“รับพระบัญชา!” สองพี่น้องตงฟางรับคำสั่งด้วยความเคารพฉงชูโม่ก็ยังคงกังวลอยู่บ้าง “แล้วอ๋องฉู่เล่าเพคะ? หากเขาล่วงหน้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้นก่อนพวกเรา เรื่องคงจะยุ่งแล้ว”ฉินซูกล่าวอย่างมั่นใจ “ข้าคาดการณ์ว่าฉินอวี่มิกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยง หากเขากล้าไปพบกับทหารห้าหมื่นนายนั้น ก็มิต่างอะไรกับการประกาศให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเขากำลังก่อกบฏ เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาย่อมไม่มีวันได้ฟื้นคืนอำนาจอีก!”ฉงชูโม่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็รู้สึกว่ามีเหตุผล นางจึงพยั

  • องค์รัชทายาทแห่งต้าเหยียน   บทที่ 654

    ภายในเมือง เสียงระเบิดดังสนั่น พร้อมกับเสียงลมแหวกอากาศของลูกธนูที่พุ่งผ่านดังมิขาดสายเสียงร้องโหยหวนยิ่งดังระงมมิหยุดหย่อน ต่อเนื่องเป็นระลอก!พื้นดินของเมืองอาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงฉาน สังหารหมู่ นี่คือการสังหารหมู่แต่เพียงฝ่ายเดียว!ในเวลานี้ ทหารหนานเยวี่ยที่ล้มลงจมกองเลือดมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆฉินซูเห็นเติ้งหม่างมิไหวติง จึงเตือนสติ “ทุกครั้งที่เจ้าลังเล จะมีทหารหนานเยวี่ยสังเวยชีวิตอีกนับมิถ้วน เจ้าจะเงียบต่อไปก็ได้ อย่างไรเสียก็มิใช่ทหารของข้า”เมื่อได้ยินเช่นนั้น เติ้งหม่างก็มองไปยังสถานการณ์การรบอันน่าอนาถที่อยู่ไกลออกไป ในที่สุดก็ยอมรับความจริงที่ว่าสถานการณ์พลิกผันไปแล้วเขาถอนหายใจอย่างคนหมดอาลัยตายอยาก ตะโกนเสียงดัง “แม่ทัพนายกองทั้งหลายจงฟัง วางอาวุธลงยอมจำนนเสีย!”คำสั่งของเขาแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วกองทัพหนานเยวี่ยในเมืองพากันโยนอาวุธในมือทิ้งพร้อมยกมือขึ้นยอมจำนนส่วนทหารแห่งต้าเหยียนก็หยุดการกระทำ มิยิงธนูต่อไปมินาน ฉงชูโม่ก็นำทัพใหญ่บุกเข้าเมือง ควบคุมทหารหนานเยวี่ยของเติ้งหม่างไว้ได้ทั้งหมดเติ้งหม่างมองโจวฉางที่ถูกตงฟางไป๋จับมัดไว้พลางหัวเราะอย่างข

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status