EP. 24วันต่อมาหลังจากเกิดเรื่องนั้นฉันก็ถูกคนมองด้วยสายตาแปลก ๆ อยู่ตลอด ขนาดตอนที่มานั่งร้านกาแฟพวกเขาก็ยังมองเหมือนมีตราบาปติดอยู่ตรงหน้าฉันอย่างนั้นละ แต่ฉันกลับทำอะไรไม่ได้นอกจากอยู่นิ่ง ๆ ให้พวกนั้นคิดไปต่าง ๆ นานา “มองอะไรกันนักหนาวะ เพื่อนฉันไม่ได้ทำนะเว้ย !” จู่ ๆ ยัยเค้กก็หันไปตวาดใส่พวกที่มองมา ซึ่งนั่งอยู่ข้างโต๊ะของพวกเรา จนคนเหล่านั้นพากันลุกลี้ลุกลนแกล้งกลับไปอ่านหนังสือเหมือนเดิม“ยัยเค้ก” ฉันจับแขนของมันเอาไว้เพื่อให้ใจเย็นลง“เราห้ามความคิดคนอื่นไม่ได้หรอก เราต้องพิสูจน์ว่าเราไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น” ต้องตาพูดอย่างมีเหตุผลก่อนจะถอนหายใจออกมา“ต้องทำยังไง”“รอเวลาที่ผู้หญิงคนนั้นไลฟ์แล้วเราก็ไลฟ์บ้าง คราวนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เรา ดีไหม” “อืม แปลว่าเราต้องรอให้ยัยนั่นเผยตัวอีกรอบใช่ไหม” เค้กพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่าฉันที่โดนราวกับเป็นคนโดนกระทำ“เท่าที่อ่านคอมเมนต์ของผู้ชายพวกนั้นมา ฉันคิดว่ายัยนั่นจะไลฟ์ช่วงดึก ๆ ของทุกวัน เฮ้อ ฉันยังจะมีสมาธิสอบอีกไหมนะ” ฉันพูดด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจก่อนจะฟุบหน้าลงกับแขนตนเองที่วางบนโต๊ะ“แต่ยัยนั่นก็หน้าเหมือนแกจริง ๆ
EP. 25แกร๊กเสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าของคนที่เพิ่งเข้ามาทำให้ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก แต่ไม่ได้ลืมตาเพราะตอนนี้ง่วงงันเต็มทน “...” เขาวางอะไรบางอย่างลงบนโต๊ะก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำและกลับมาปิดไฟ ขยับตัวมานอนข้างฉันแล้วเอื้อมมือมากอดฉันไว้อ้อมแขนแข็งแรงที่สร้างความอบอุ่นของเขาทำให้ฉันรู้สึกดีไม่น้อย แต่ก็เหมือนมีอะไรบางอย่างระหว่างเราที่ฉันเองยังรู้สึกอึดอัดในใจและยังคงไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดออกมาได้เรารู้สึกดีและรักกันอยู่จริง ๆ หรือ...ไม่นานฉันก็ค่อย ๆ ผล็อยหลับไปอีกครั้งเลยทำให้เราไม่ได้คุยกันอีก พอตื่นเช้ามาฉันก็แต่งตัวไปสอบตั้งแต่เช้า ได้คุยกับเขาเพื่อบอกลากันแค่ไม่กี่คำเท่านั้นวันต่อมา หลังสอบเสร็จ ฉันก็มาติวหนังสือต่อกับเพื่อนที่ใต้ตึกเรียน สายตาที่ใครหลายคนมองฉันก็ยังทำให้รู้สึกเหมือนเดิม เหมือนฉันไปฆ่าใครมาน่าแปลกที่คนพวกนี้ไม่คิดที่จะรับฟังความจริง เชื่อในสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาหลอกลวงผ่านโลกออนไลน์แบบนั้นฉันไม่ได้ดูถูกอาชีพของใครหรอก แต่สิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำก็ไม่ใช่อาชีพที่ดี ถึงจะเป็นอาชีพอิสระแต่มันก็ไม่สมควรทำให้ใครเดือดร้อนไม่ใช่หรือครืด ~Sun : มีอะไรให้ฉ
EP. 26“ไปไหนมา” คิ้วเข้มขมวดเป็นปม ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหลังจากเลื่อนมือถือเครื่องราคาแพงของเขาที่กำลังกดโทรหาฉัน “ห้องน้ำ” ฉันตอบแล้วยิ้มบาง ๆ เลื่อนนิ้วบนจอเพื่อกดวางสายที่เขาโทร.เข้ามาค้างไว้ ฉันจะไม่ถามอะไรกับเรื่องที่ได้ยินมา ถ้าเขาคิดจะหักหลังกันฉันก็จะไม่ยอมเป็นคนดี คนโง่ให้เขาหลอกเหมือนกัน“ทำไมไม่เห็น” สีหน้าของเขาดูกังวลเล็กน้อยคงกลัวว่าฉันจะรู้เรื่องที่เขาปิดบังเอาไว้ละมั้งเสียความรู้สึก ! คำนี้คงน้อยไปถ้าเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาในใจของฉันตอนนี้ “เตยไปห้องน้ำชั้นสอง เพราะลืมของไว้ในห้องสอบ” เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาต่อจากนั้น พยักหน้ารับรู้แล้วเราก็พากันไปกินข้าวแถว ๆ หลังมหาวิทยาลัย ซึ่งตอนนี้คนเยอะพอสมควรและฉันก็หนีไม่พ้นสายตาของคนพวกนั้นที่มองมาอีกเช่นเคย ขณะที่พี่คิวยังคงทำหน้าเครียดเหมือนเดิมจนกระทั่งเจอโต๊ะเพื่อนของเขาที่นั่งอยู่กันครบแก๊ง“พี่เตยเป็นยังไงบ้าง” ญานิน แฟนของพี่ทศกัณฐ์รีบถามออกมาอย่างเป็นห่วง“ไม่เป็นอะไรแล้ว เดี๋ยวคนก็ลืม” ฉันตอบออกไปพร้อมรอยยิ้ม“พี่คิวเล่าให้ฟังวันก่อน นินตกใจมากเลย ไม่คิดว่าจะมีคนทำกับเราแบบนี้ อยากรู้จริง ๆ ว่ายัยนั่นเป็นใคร
EP. 27“แกโอเคแน่นะ” ฝ่ามือของเพื่อนสนิทเอื้อมมาจับข้อมือของฉันเอาไว้หลังจากที่เราตามพี่คิวมาจนกระทั่งเขาเข้าไปห้องหนึ่ง และตอนนี้ฉันก็มายืนอยู่ตรงหน้าห้องนี้แล้วด้วยหัวใจที่สั่นไหวจนเหมือนคนเป็นโรคร้ายอะไรสักอย่างลำคอแห้งผากราวกับขาดน้ำมาหลายวันจนแทบพูดอะไรไม่ออก แต่ฉันเคยผ่านสถานการณ์แบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้วตอนที่คบกับพี่ดรีม คิดเสมอว่ามันคงจะไม่เจ็บเหมือนตอนนั้น แต่เปล่าเลย...เมื่อเราเริ่มมีความรักครั้งใหม่เราก็ต้องเจ็บเท่าเดิม เผลอ ๆ มันอาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะเหมือนกับมันตอกย้ำแผลเก่าและความโง่เขลาของตนเอง“ผู้ชายคนนั้น...” อยู่ ๆ ซันก็พูดขึ้นแล้วมองหน้าฉันพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน“แฟนฉัน... เขารู้เร็วกว่าพวกเราอีก” ฉันพูดติดตลกพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะยกหลังมือขึ้นไปเคาะประตูห้องนั้นสองสามครั้งไม่นานนักก็มีคนมาเปิดห้อง...เป็นผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ แต่เธอกลับมองฉันเหมือนกำลังสงสัยและไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่าง ไม่มีท่าทีตกใจอะไรเลย“มาหาใครคะ” “มาหาเธอนั่นแหละ” ฉันบอกแล้วผลักประตูเข้าไปจนยัยนั่นตกใจ รวมถึงคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้นด้วย“เตย !!”สีหน้าของพี่คิวที่มองฉันเหมือนกำ
EP. 28“เตยรู้สึกว่าพี่คิวไม่ได้รักเตยขนาดนั้น พี่ไม่ได้รู้สึกอะไรไปมากกว่าการอยากมีเซ็กซ์ด้วยเลย” ฉันพูดขึ้นมาระหว่างที่เขากำลังขับรถออกจากคอนโดมิเนียมของยัยมัทนั่น เรานั่งเงียบกันมาตลอดทางจนฉันอดไม่ได้ที่จะต้องจัดการกับปัญหานี้ให้มันจบ เพราะหลังจากที่ฉันบอกเลิกไปเขาก็ไม่ยอมพูดอะไรเลยและยังบอกว่าไม่ยอมเลิกอีกด้วย“ทำไมถึงคิดแบบนั้น ถ้าฉันไม่รู้สึกอะไรฉันไม่ขอคบกับเธอหรอกเตย” เจ้าของใบหน้าคมคายนั่นพูดพร้อมกับขมวดคิ้วมองฉัน“ถ้าพี่รักเตยจริง ๆ พี่จะมองข้ามทุกอย่างแล้วปกป้องเตย ไม่ใช่ไปปกป้องคนอื่น ที่พี่ทำอยู่ตอนนี้แปลว่าคนคนนั้นสำคัญกว่าเตย เข้าใจไหม !” ฉันพูดออกไปอย่างที่ตนเองรู้สึกจริง ๆ ตอนนี้ไม่ว่าอย่างไรความรู้สึกที่เสียไปมันก็คงจะเอากลับคืนมาเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว “ขอถามหน่อยเถอะ ยัยนั่นมันสำคัญอะไรกับพี่คิวนัก” “...” เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มอธิบายให้ฟัง “ยัยนั่นก็เหมือนพี่น้อง เพื่อนและครอบครัวของฉัน”“หมายความว่าไง” คำตอบของเขาทำให้ฉันสับสนพอสมควร... ครอบครัวหรือ คำนี้คงมีค่ามากพอที่จะสำคัญกว่าคนอย่างฉันใช่ไหม“เราอยู่บ้านหลังเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน ใช้ชีวิตด้วย
EP. 29วันต่อมาวันนี้เป็นวันสอบวิชาสุดท้ายแล้ว แต่ดูเหมือนฉันจะทำมันได้ไม่ดีเอาเสียเลย เมื่อคืนกว่าจะหลับลงก็เกือบตีสอง ตื่นมาก็ตาบวมอีก รับสภาพตนเองไม่ได้แม้แต่น้อย“ไหวไหมแก” ยัยเค้กกอดอกมองฉันเหมือนกำลังมองดูตัวอะไรสักอย่างที่ถูกทิ้งอยู่ข้างทาง“ต้องตาว่าคงไม่ไหว”“ไปดื่มกันไหม สอบเสร็จแล้ว” ฉันบอกพวกมันไปแล้วหลับตาลง พิงศีรษะกับราวระเบียงหน้าห้องสอบที่ตอนนี้เพื่อนหลายคนสอบเสร็จและออกจากห้องกันมาหมดแล้ว“อยากไปก็จะพาไป”“แล้วสรุปเรื่องนั้นเป็นยังไง” ต้องตาหย่อนตัวลงมานั่งข้าง ๆ ฉันพร้อมกับมองหน้าเพื่อเอาคำตอบ“เลิกกันแล้ว”“เฮ้อ... แล้วยัยนั่นเป็นอะไรกับพี่คิว” ยัยเค้กเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้ง เตรียมตั้งท่าจะด่าคนที่กำลังพูดถึง“เป็นเหมือนครอบครัวเขา” ฉันตอบเสียงเรียบแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตากับเพื่อนสนิทเมื่อเห็นว่ามันอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง “เราเลิกคุยเรื่องนี้ดีกว่า”“...” พวกมันพยักหน้าโดยที่ไม่พูดอะไรออกมาอีก แต่สีหน้าเหมือนกำลังผิดหวังอยู่ไม่น้อยหลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันกลับห้อง ฉันกลับมางีบหลับเพราะรู้สึกเพลียมากจนไม่มีแรงจะเดิน เผลอหลับไปจนถึงหกโมงเย็น พอตื่นขึ้นมาก็ลุ
EP. 30หลังจากเรานั่งดื่มกันต่อยัยเค้กก็มาส่งฉันที่หอก่อนจะไปส่งต้องตา เวลานี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว และฝนก็ดันมาตกหนักเสียได้ เล่นเอาฉันสร่างเมาหมดแล้วเพราะความเย็นเยียบจากการเปียกฝนมานิดหน่อยตอนออกจากร้าน“เตย”“ตะ... ตกใจหมด”ฉันยกมือขึ้นมาทาบอกด้วยความตกใจเมื่อเดินมาถึงมุมบันไดแล้วพบกับคนที่ยืนกอดอกพิงกำแพงอยู่เงียบ ๆ และไม่ใช่ใครอีกแล้วนอกจาก... พี่คิวสภาพเขาเวลานี้บอกตามตรงว่าอย่างกับลูกหมาตกน้ำ แถมยังตาปรือ ๆ อย่างกับคนดื่มมาอย่างหนัก บอกตามตรงว่าฉันไม่เคยเห็นเขาในภาพแบบนี้มาก่อน มันเล่นเอาหัวใจของฉันปวดหนึบอย่างไม่มีสาเหตุ“ลืมกันแล้วเหรอ”เขาเอาแต่พูดอะไรเรื่อยเปื่อย บางคำก็จับใจความไม่ได้ ที่ยืนอยู่ก็จะล้มแหล่มิล้มแหล่จนฉันต้องเข้าไปพยุง น่าหงุดหงิดตรงที่โกรธเขาอยู่แต่มันก็ยังห่วงเขาด้วย“ทำไมต้องดื่มมาขนาดนี้ แล้วห้องตัวเองไม่รู้จักกลับหรือไง”“คิดถึงเธอ”“...”“กลับไหวไหม หรือจะให้เตยโทร.ให้คนอื่นมารับ”“กลับไปคืนดีกับมันเหรอ”เขายังคงถามไม่เลิก ร่างกายก็แทบจะยืนไม่ไหว แต่คำถามล่าสุดของเขาทำให้ฉันใจหายวาบ หมายความว่าคนที่ฉันเห็นเป็นเขาจริง ๆ“เพ้อเจ้อ อุ๊ย พี่คิว !”พอฉันพูดจบ
EP. 31“อยากโดนตบไหมล่ะ !”“ไม่อยาก...” พี่คิวหัวเราะคิกคักเบา ๆ แล้วซุกหน้าลงมาจนแก้มของเขาแนบกับศีรษะของฉัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่พ่นลงมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอกลิ่นกายหอม ๆ ที่คุ้นเคยของเขาทำให้ฉันรู้สึกว่าตนเองก็คงรู้สึกดีกับเขาเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ยอมรับว่าฉันชอบการถูกเขาสวมกอดแบบนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้เลย“ฝันดีนะ ง่วง... จะนอนแล้ว” เขาพูดด้วยเสียงงัวเงียหลังจากที่เงียบไปอยู่นาน ก่อนจะเงียบลงไปอีกครั้งซึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาหลับไปแล้วจริง ๆ “...” ฉันเฝ้าฟังเสียงลมหายใจของเขาอยู่พักหนึ่งแล้วสุดท้ายก็เป็นฝ่ายผล็อยหลับไปอีกคนในอ้อมแขนของคนตัวใหญ่วันต่อมา“จะไปไหน” พี่คิวลุกขึ้นมานั่งบนเตียงด้วยสีหน้าเหมือนคนไม่อยากตื่น ยกหลังมือขึ้นขยี้ตาพร้อมกับหาวหวอด ๆ มองฉันที่กำลังเก็บของใส่กระเป๋าของตนเองอยู่แน่ละ เพราะฉันไม่ได้บอกว่าจะกลับบ้าน เพิ่งคิดได้เมื่อคืนนี้เอง“กลับบ้าน” เพราะตอนนี้เป็นช่วงปิดเทอม ฉันคงต้องกลับไปให้ยายได้เห็นหน้าบ้าง อันที่จริงบ้านฉันหลังนี้ก็ไม่ได้ไกลเท่าไร เพียงแต่ที่บ้านไม่มีใครอยู่เพราะพ่อกับแม่ทำงานต่างจังหวัดและย้ายไปที่นั่นแบบถาวรเมื่อสองปีก่อน บ้านที่นี
พิเศษใส่ไข่หลังจากที่คุยกันไว้ว่าเราจะไปเที่ยวในวันหยุดของพี่คิวแล้ว สถานที่ที่เราเลือกไปก็เป็นทะเล เป็นเกาะที่อยู่ทางภาคใต้ของประเทศโชคดีว่าวันที่เราเดินทางมาไม่ใช่วันหยุดของคนส่วนใหญ่ ทำให้ผู้คนบางตาและสงบมากกว่าที่คิดไว้ บวกกับเกาะแห่งนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ที่พักไม่แอะอัด นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็ตั้งใจมาพักผ่อนและหาที่เงียบสงบอยู่กันใต้หล้ากับไต้ฝุ่นเล่นทรายด้วยกัน มีอุปกรณ์ที่พ่อของพวกเขาขนมาให้มากมาย หลังจากจัดการกับลูกแล้วพี่คิวก็เดินมาหาฉันที่กำลังจัดแจงของกินเล่นซึ่งสั่งมาจากร้านใกล้ ๆ นี้“ถ่ายรูปไหม เดี๋ยวพี่ถ่ายให้”พี่คิวถามเพราะเห็นว่าฉันแต่งตัวเตรียมพร้อมมาเพื่อถ่ายรูปแล้ว ที่พี่คิวยอมให้ใส่ทูพีซตัวนี้มาก็เพราะว่านักท่องเที่ยวไม่มาก เวลานี้มันก็ไม่โป๊มากเพราะมีเสื้อคลุมตัวยาวบาง ๆ คลุมอยู่“ถ่ายสิ แต่งตัวมาขนาดนี้แล้ว”ฉันบอกด้วยรอยยิ้มก่อนจะเปลื้องเสื้อคลุมตัวนั้นออกแล้วเดินนำสามีตนเองออกไปตรงบริเวณชายหาด เวลานี้แดดค่อนข้างแรง ฉันก็ไม่ค่อยชอบเท่าไรนักเพราะปกติทำงานอยู่แต่ในห้อง ไม่ค่อยโดนแดดอย่างนี้“สวย ๆ นะ แบบรูปเดียวลงได้เลย”เขาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะถือกล้องไว้ในระ
ตอนพิเศษ 4หลายปีต่อมาเราตัดสินใจมีเด็ก ๆ ไว้เป็นเพื่อนยามเหงาสองคน จากนั้นก็ทำการปิดอู่ทันทีเพราะฉันกับพี่คิวคิดไว้แล้วว่าจะให้เขามีพี่น้องไว้คอยปรึกษากัน ทีแรกตั้งใจจะให้อายุห่างกันสักสามปีแต่คนที่สองดันมาไวกว่าที่คิดคนพี่ชื่อใต้หล้า คนน้องชื่อไต้ฝุ่น เป็นชื่อที่พี่คิวตั้งให้เขาทั้งคู่ เรามีลูกชายทั้งสองคนขณะที่ใบชากับพี่ฮ่องเต้นั้นมีลูกชายหนึ่งกับลูกสาวอีกคน คนโตชื่อน้องฮัท แก่กว่าใต้หล้าหนึ่งปี แต่คนน้องนั้นอายุเท่าไต้ฝุ่น ชื่อว่าน้องฮานึล ตอนนี้กำลังน่าหยิกเลยทีเดียว“คุณแม่ !!”เสียงของใต้หล้าดังขึ้นมาแต่ไกล เขาจูงมือน้องชายที่อายุได้เพียงสามขวบเดินเข้ามาด้วย แต่ใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนกำลังจะร้องไห้“น้องเป็นอะไรคับ”“ฮือ ~”ทันทีที่ฉันย่อตัวไปถามลูกชายเขาก็ปล่อยเสียงร้องไห้โฮทันที ก่อนจะโผตัวเข้ามากอดฉันราวกับอัดอั้นตันใจ“ฝุ่นจะแย่งรถของใต้ ก็เลยล้มเอง” ลูกชายวัยห้าขวบอธิบายเมื่อฉันหันไปมองเขาเพราะต้องการเหตุผล“ฝุ่นล้มเองเพราะซนใช่ไหมครับ” ฉันดันตัวลูกชายออกอย่างเบามือแล้วถามเขาด้วยความเป็นห่วง “เจ็บตรงไหนไหมเอ่ย”“ตงนี้ ~ ฮึก” เขาตอบเสียงสั่นเจือด้วยเสียงร้องไห้เบา ๆ“ไม่ร้อ
ตอนพิเศษ 3ฉันหัวเราะใส่พี่คิวอย่างนึกตลก คนที่เคยเก่งเรื่องอย่างว่าพอโดนแกล้งถึงกับหน้าเสีย จนฉันต้องยอมหยุดแกล้งแต่โดยดี“เตยล้อเล่น”“เดี๋ยวเถอะ ร้องจริงนะ” พี่คิวทำหน้าเครียดแต่มือก็อยู่ไม่สุข ลูบไล้ไปตามผิวกายของฉันทั่วร่างจนขนอ่อน ๆ ของฉันมันลุกชันจากสัมผัสนั้นฉันก็แกล้งเขาไปไม่จริงจัง ทั้งที่จริงสำหรับฉันแล้วพี่คิวคือที่สุด เพราะเขาคือคนแรกและคนเดียวของฉัน ไม่คิดอยากมีใครมาแทนที่อีกแล้ว“อื้อ !”ฝ่ามือเย็นเฉียบของเขาลูบลงที่ต้นขา ขยับมาที่ขาอ่อน ก่อนจะค่อย ๆ ขยับมาที่กลีบดอกไม้สีระเรื่อและใช้ปลายนิ้วนั้นลากผ่านเพื่อแหวกเข้าหารอยแยกที่ผลิแย้ม“แกล้งกันดีนัก” เขาทำเสียงแข็ง แทรกนิ้วเข้าไปในช่องทางรักที่เริ่มมีน้ำหวานระบายออกมาจากการถูกสัมผัสที่ปลุกเร้าหัวใจของฉันวาบหวาม ถึงแม้จะเป็นคนที่คุ้นเคยแต่มันไม่เคยชินกับการถูกรุกล้ำตรงส่วนนั้นเลยสักนิด เหมือนมันคือการเริ่มใหม่ ราวกับเป็นครั้งแรก“อ๊า... พี่คิวขา เตยเสียว” ฉันร้องกระเส่าไม่รู้ตัวเมื่อถูกนิ้วเรียวยาวนั้นสอดแทรกและขยับเคลื่อนที่เข้าออกเนิบนาบ ปรนเปรอปลุกเร้ากลายเป็นความสยิวซ่านอย่างต่อเนื่องเขาใช้นิ้วกลางจ้วงแทงจนเกิดเป็น
ตอนพิเศษ 2“ประจำเดือนมาไหม เดือนนี้รู้สึกว่าไม่วานให้ไปซื้อของ”“ไม่”“ขาดไปกี่วันแล้ว”พี่คิวตั้งคำถามที่ตอนนี้มันถือว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้วสำหรับเราสองคน ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ละก็ฉันคงได้อายหน้าร้อนแน่ ๆ ก็มีที่ไหนล่ะที่จะมาถามเรื่องแบบนี้กัน“ห้าวันแล้วค่ะ แต่ช่วงนี้เตยนอนไม่ค่อยหลับเลยคิดว่าน่าจะเป็นเพราะตรงนั้น”“ลองตรวจดูหรือยัง หืม” เสียงพี่คิวยังคงถามต่อ หลังจากที่เขาเพิ่งเลิกงานมา ไม่รู้ไปโดนอะไรเข้า วันนี้ถึงได้เซ้าซี้นัก“ยังเลย ที่ซื้อมาก็หมดแล้วค่ะ ตรวจบ่อย วันนี้ก็ลองตกแต่งรูปขายของทั้งวัน ลืมไปเลย”ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าตนเองเบื่อ ๆ เพราะอยู่บ้านคนเดียวไม่มีอะไรทำ เลยขอพี่คิวสั่งของจากร้านค้าต่างประเทศมาขาย ก่อนหน้านี้ลองสั่งมาน้อย ๆ ลงขายในแพลตฟอร์มต่าง ๆ พอจับจุดได้ เจอตัวที่ขายดีเลยสั่งมาถ่ายรูปเอง ลงโพรโมตเพิ่มยอดขายได้มากเลยทีเดียว“บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ทำแก้เบื่อ อย่าจริงจังจนเครียด” พี่คิวพูดแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวฉันอย่างอ่อนโยน “เดี๋ยวพี่ไปซื้อ”เขาจริงจังกับการพยายามมีลูกมากถึงแม้ว่าจะแพ้พนันพี่ฮ่องเต้ เพราะใจจริงเราสองคนก็อยากมีเจ้าตัวน้อยไว้กอดเหมือนกัน หลังจากวั
ตอนพิเศษ 1หลังจากที่เราทั้งคู่ตัดสินใจว่าอยากมีเจ้าตัวน้อยไว้เชื่อมความสัมพันธ์ หลังจากวันนั้นเราก็เลือกโรงพยาบาลเพื่อคอยรับคำปรึกษาและคอยดูแลเราสองคนต้องเข้าตรวจสุขภาพและรับประทานยาบำรุงตามที่หมอสั่ง หลังจากนั้นก็ให้เป็นไปตามธรรมชาติ ผลตรวจที่ออกมาแน่นอนว่าเราสองคนยังสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรง ไม่มีโรคร้ายใด ๆ สามารถมีลูกได้“ลองโหลดแอปนี้มาแล้ว เขาบอกว่าดี” พี่คิวยื่นโทรศัพท์ของเขาที่หน้าจอกำลังแสดงแอปพลิเคชันหนึ่งซึ่งหน้าตาคล้ายปฏิทินวันนี้เป็นวันหยุดของพี่คิว วันที่เราสองคนจะได้อยู่ด้วยกันทั้งวัน แต่วันนี้คุณหมอก็ยังคงนัดตรวจร่างกายอีกครั้งเพื่อติดตามผลและตรวจร่างกายเพิ่ม“นับวันไข่ตก”“...” เขาไม่ตอบแต่ยิ้มกริ่มแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบแทน“แม่นยังไงพี่คิว”“ก็ถ้าเราอึ๊บ ! กันช่วงที่เป็นสีชมพูโอกาสท้องก็มีเยอะมาก ๆ ไง” เขาพูดหน้าตาเฉยแต่ฉันกลับใบหน้าร้อนวาบ“ทุกวันเลยเหรอ เตยก็ตายพอดี ไม่ได้พัก” ฉันยัดโทรศัพท์ของเขากลับไปให้ก่อนจะหันหน้าหนีออกไปทางหน้าต่าง รอให้ความร้อนบนใบหน้ามันลดลงถึงหันกลับมามอง แต่พี่คิวก็ยังยิ้มอยู่“พี่ศึกษามาแล้วครับ ถ้าอยากได้ลูกที่เก่งและสมบูรณ์เราต้องพักวั
EP. 41เราซื้อบ้านอยู่ด้วยกันสองคนแถวชานเมือง แต่ไม่ได้ใกล้กับบริษัทที่พี่คิวทำงานเท่าไร นั่นเป็นเพราะเขาวางแผนจะลาออกในปลายปีนี้และออกมาทำบริษัทของตนเองโดยหุ้นกับเพื่อนสนิทอีกสามคนเรียกว่าแยกย้ายกันไปเก็บประสบการณ์และกลับมาสร้างฐานตนเองนั่นละ“พี่คิว...” ฉันกรอกเสียงใส่ปลายสายอย่างอ้อน ๆ เพราะจะวานให้เขาซื้อของสำคัญให้(ครับ ว่าไง)“กลับมาแล้วใช่ไหมคะ เตยจะฝากซื้อยา”(ได้ ยาอะไร)“ยาคุมไง เมื่อคืนบอกไปแล้วว่ามันหมด ขาดไปหนึ่งวันแล้วด้วย เดี๋ยวเตยส่งรูปให้นะ พี่คิวแค่ยื่นให้เภสัชดู” (ครับ)แล้วฉันก็จัดการถ่ายรูปกล่องยาคุมกำเนิดที่รับประทานประจำให้พี่คิวทางกล่องข้อความแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนกลับมาเตรียมกับข้าวบนโต๊ะกินข้าวต่อ จะว่าไปแล้วการอยู่คนเดียวในบ้านหลังใหญ่มันก็เหงาพอสมควร จากที่ตอนแรกฉันคิดว่าจะหางานทำแต่พี่คิวไม่ยอม บอกว่าให้อยู่บ้านไปก่อนจะได้ดูแลสามีได้เต็มที่ และตอนที่เปิดบริษัทด้วยกันกับเพื่อนจะให้ฉันมีตำแหน่งเป็นคนทำบัญชีด้วยชีวิตที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันแต่ฉันกลับรู้สึกว่ามันโคตรน่าเบื่อเหลือเกิน หรือฉันควรจะหาน้องหมามาเลี้ยงสักตัวดีนะ“คิดถึง...” “อ๊ะ พี่คิว จานเกือบร
EP. 40หลายเดือนต่อมาเราใช้เวลาเตรียมงานแต่งงานไม่ถึงเดือนหลังจากที่ได้ฤกษ์เมื่อหลายเดือนก่อน เพราะฉันตั้งใจจะจัดแบบเรียบง่าย ชวนแค่เพื่อนและคนสนิทของเราทั้งสองฝ่ายราว ๆ ห้าสิบคนเท่านั้น เหตุผลหนึ่งคือไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากมาย ทำบุญ ทำกับข้าวและสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนและครอบครัว อีกอย่างคือไม่ต้องสิ้นเปลืองเพราะตั้งใจจะเก็บเงินไว้สร้างอนาคตต่อเมื่อเข้าพิธีแต่งงานแบบเรียบง่ายกันเสร็จเราก็มานั่งดื่มและกินของอร่อยฝีมือยายกันต่อ เพราะเพื่อนหลายคนอยู่ที่นี่กันจึงใช้บ้านหลังนี้จัดงานอีกอย่างพวกเพื่อน ๆ ก็ถือโอกาสมาเที่ยวกันด้วยเพราะช่วงนี้อากาศกำลังดีเลยทีเดียว“คิวต่อไปให้ไอ้เต้” พี่คิวพูดแล้วดันแก้วไปให้เพื่อนตนเอง“พูดอะไรของมึง จะให้มันจัดอีกรอบเหรอ” พี่ทศกัณฐ์เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาแล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ “เออ มึงจะให้กูหัวแตกเหรอถ้าต้องแต่งงานอีกรอบ” พี่ฮ่องเต้หัวเราะชอบใจก่อนจะหันไปมองใบชาที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการตักของกินอยู่อีกมุม “ก็งานแต่งมึงพวกกูไม่ได้ไป” พี่คิวพูดแล้วหัวเราะในลำคอ“ปล่อยผ่านกูไปแล้วกัน กดข้ามไปตอนกูมีลูกเลย” พี่ฮ่องเต้พูดแล้วยิ้มออกมา แววตาบ่งบอกถึงความสุข “มึงอ
EP. 39เรามาถึงร้านกาแฟที่คุณแพรว ลูกค้าบริษัทของพี่คิวนัดเอาไว้เวลาเกือบเที่ยง ผู้หญิงคนนั้นมารออยู่ก่อนแล้วและพอเห็นพี่คิวเดินเข้ามาเธอก็ยิ้มร่า แต่ก็ต้องหุบยิ้มลงทันทีเมื่อเห็นฉันเดินเข้าไปคล้องแขนเขาเอาไว้“พอดีเห็นว่าเป็นวันหยุด ผมเลยพาแฟนมาเที่ยวด้วย” พี่คิวพูดแล้วยิ้มบาง ๆ พอเป็นมารยาท “เตย นี่ลูกค้าที่พี่เล่าให้ฟัง”“สวัสดีค่ะคุณแพรว” ฉันยิ้มกว้างแล้วยกมือไหว้เป็นมารยาท เธอพยักหน้าแล้วยิ้มตอบแบบเสียอาการสักหน่อย“ค่ะ”“เตยนะคะ” คนที่นั่งตรงข้ามเงียบไปในทันที เธอยกกาแฟขึ้นมาจิบเหมือนกำลังทำตัวไม่ถูก ที่จริงเธอเป็นคนสวยในระดับหนึ่ง การแต่งตัวดูภูมิฐานแต่แววตาของเธอดูไม่เป็นมิตรกับฉันสักเท่าไร เป็นใครก็คงดูออกว่าไม่ชอบฉันและสาเหตุก็คงมาจากพี่คิว“เรื่องที่จะคุย เชิญพูดได้เลยครับ” พี่คิวพูดแล้วหยิบเอาไอแพดรุ่นใหม่ล่าสุดขึ้นมาพร้อมปากกาเพื่อเตรียมจดสิ่งที่ลูกค้าต้องการ“ขอคุยเป็นการส่วนตัวได้ไหมคะ เพราะมันเป็นเรื่องงาน” คนตรงหน้าพูดแล้วเบือนหน้ามามองทางฉัน ก็แค่เรื่องงานติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในตึก คงไม่ต้องเป็นความลับขนาดนั้นมั้ง“ไม่เป็นไรหรอกครับ นี่แฟนผมไม่ใช่คนอื่น”“แต่มันเป็น
EP. 37“เคยมีคนบอกว่าจะไม่ให้ทำอะไรจนกว่าจะรู้สึกว่ารัก”ประโยคของคนตัวโตที่พูดอยู่เหนือศีรษะทำให้ฉันเบิกตากว้าง สมองกลั่นกรองเอาความทรงจำที่เคยพูดประโยคนั้นออกมา “ใครพูด” “หึ...” สิ้นเสียงหัวเราะของเขาความนุ่มชื้นก็แนบลงมาบนริมฝีปากของฉันโดยไม่ให้ได้ตั้งตัว ใบหน้าร้อนวูบ หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะทันที“อื้อ” สัมผัสอ่อนนุ่มขยับขมเม้มริมฝีปากของฉันอย่างหยอกเย้าแต่ก็รู้สึกเจ็บไม่หยอกจนต้องเผยอปากออกมา กลับกลายเป็นว่าเปิดโอกาสให้เรียวลิ้นแทรกเข้าฉกชิมความหวานภายในโพรงปากจนได้ กลิ่นมินต์เดียวกันถูกพ่นผ่านลมหายใจของเราทั้งคู่ไปมา รสจูบนุ่มนวลทว่าเร่าร้อนในคราเดียวกันส่งผลให้ร่างกายฉันอ่อนยวบและเผลอไผลจูบตอบเขาไปอย่างไม่รู้ตัว“แฮ่ก” ฉันรีบสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเมื่อเขาเปิดโอกาส ใบหน้าคมเลื่อนออกห่างแล้วยกยิ้มมุมปากแบบที่ชอบทำบ่อย ๆ ดวงตาคมเข้มที่ตอนนี้แพรวพราวเสียเหลือเกินกำลังจ้องลึกเข้ามายังนัยน์ตาของฉัน“วันนี้ไม่ใส่ชุดนอน” ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปทั่วร่างกายก่อนสอดเข้ามาในเสื้อยืดตัวบาง ผ่านหน้าท้องแบนราบขึ้นมาจนถึงเนินเนื้อนุ่มที่ล้นบรา“อากาศแบบนี้ได้โดนยายด่าพอดี” น้ำเสียงที่ออกจากปากฉ