"ขอบใจเจ้า อาชิง ระวังกันด้วยล่ะ พวกเจ้าว่ายน้ำไม่เป็น เช่นนั้นให้หลันเช่อไปกับพวกเจ้าด้วยก็แล้วกัน""ขอบใจเจ้ามากอาเสี้ยว"หยางเสี้ยวกับหยางเฟยและเจียงเว่ยเดินมุ่งหน้าไปที่บ้านของผู้ใหญ่บ้าน ใช้เวลาไม่นานพวกเขาทั้งสามคนก็มาถึง ผู้ใหญ่บ้านค่อนข้างแปลกใจอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ว่าเขาบอกไปแล้วหรือว่าพรุ่งนี
หยางเสี้ยวเดินเข้าไปในหมู่บ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านสกุลหูเพื่อพูดคุยธุระกับหูเอ้อร์หลาง และถือโอกาสไปทำความรู้จักครอบครัวสกุลหูทุกคนด้วย ไม่ว่าจะเป็นท่านพ่อ ท่านแม่ หรือพี่สาวของหูเอ้อร์หลาง หยางเสี้ยวต้องการไปทำความรู้จัก และศึกษานิสัยใจคอของคนในครอบครัว หากว่าคนในครอบครัวมีพวกแหกคอก ก็คงจะร่วมงานกันไ
หยางเสี้ยวออกจากบ้านสกุลหูมาก็มุ่งหน้ากลับบ้านทันที พวกเขายังต้องเดินทางเข้าเมืองเจียงจินเพื่อติดต่อซื้อที่ดินบริเวณท่าเรือ หรืออาจจะซื้อร้านค้าหากมีร้านค้าที่ต้องการขาย“พี่เฟย ท่านน้า ข้าลืมไปว่าต้องไปดูนาเกลือสักรอบ ดูว่าจะปล่อยน้ำเข้าไปในนาตากได้หรือยัง แล้วยังต้องปล่อยน้ำทะเลเข้านาขังอีกด้วย”“
หลังจากวันที่เอาหลิวหยางที่ถูกวางยานอนหลับแล้วเอาไปทิ้งไว้ในป่า หลิวเหวินซางไม่เคยมีวันไหนที่นอนหลับสนิทอีกเลย เขามักฝันร้ายอยู่บ่อย ๆ ความรู้สึกผิดเริ่มกัดกินภายในใจของเขา จากเดิมที่เคยมองภรรยาที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่เขารักมาก และยอมทำทุกอย่างเพื่อนาง แต่หลังจากวันที่เขาได้ร่วมมือสังหารลูกชายแท้ ๆ ข
ครั้งนี้คนที่ไปส่งจดหมายยังเป็นปักษา การเดินทางไปชายแดนต้องผ่านฉิงโจว จางหยางถือโอกาสฝากของห่อใหญ่ไปให้จวนท่านตาและจดหมายหนึ่งฉบับบอกเล่าชีวิตของเขาในช่วงเวลานี้ให้ท่านตาและท่านลุงได้รับรู้ นอกจากนี้หยางเสี้ยวยังมอบไข่มุกให้เขาไป 10 เม็ดเพื่อเอาไปให้ป้าสะใภ้ทำเครื่องประดับ หยางเสี้ยวเรียกปักษาออกมา
หลังจากที่ท่านอ๋องแม่ทัพสงครามได้อ่านเนื้อความจดหมายที่หยางเสี้ยวส่งถึงอี้เชวียนอิน ก็อดที่จะมือไม้สั่นไม่ได้ หากว่าทุกอย่างเป็นความจริงและสามารถทำนาเกลือได้สำเร็จ แคว้นต้าโจวก็คงไม่ต้องตกอยู่ภายใต้แคว้นตงไห่ที่คอยกดขี่ข่มเหง และไม่ต้องเสียเปรียบในการซื้อขายแลกเปลี่ยนเกลืออีกด้วย ในเนื้อจดหมายบอกว
อี้เชวียนอินมาถึงในหลายวันต่อมาพร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคน ทั้งสามคนท่าทางเหน็ดเหนื่อยกันมากทีเดียว ดูก็รู้ว่าเขาเดินทางด้วยความเร่งรีบ หยางเสี้ยวจัดการที่พักเอาไว้ให้พวกเขาพักที่บ้านพักที่สร้างเอาไว้ที่นาเกลือ ทันทีที่อี้เชวียนอินเห็นเกล็ดสีขาวที่วางเรียงรายอยู่ในนา ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายได้เอ่อล้
หลังจากเก็บเกี่ยวเกลือเสร็จแล้ว เกลือที่เจือปนด้วยสิ่งสกปรกหยางเสี้ยวนำมาผ่านกระบวนการสะตุเกลือ วิธีนี้จะทำให้เกลือสะอาดขึ้นอี้เชวียนอินเห็นพวกหยางเสี้ยวทำงานกันอย่างชำนาญก็อ้าปากแล้วอ้าปากอีก แต่ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของเขา วิธีทำความสะอาดเกลือที่หยางเสี้ยวเรียกว่าสะตุเกลือนี้ก็เหมือนกัน ใครจ
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี