จากไห่เหอถึงเมืองหลวงใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วยามครึ่งเท่านั้น นกทั้งสองตัวร่อนลงเหนือหลังคาจวนอ๋องแม่ทัพสงครามเป็นเวลาปลายยามเหม่าแล้ว (05.00 - 06.59 น.) ทั้งสี่คนกระโดดลงมาจากหลังของปักษากับเฟิ่งหวง หยางเสี้ยวเก็บทั้งสองตัวเข้าถุงเฉียนคุนก่อนที่ใครจะมาเห็นเข้า ตอนที่อี้เชวียนอินเดินนำหยางเสี้ยวเข้ามาใ
ฝูกงกงพาหยางเสี้ยวไปที่ตำหนักมังกรอันเป็นตำหนักที่ประทับของฮ่องเต้ เมื่อมาถึงก็จัดแจงให้เขานอนบนตั่งนอนในห้องด้านข้างห้องบรรทมของฮ่องเต้ ภายในวังหลวงได้เกิดคลื่นลมขึ้นอย่างทันที เมื่อมีขันทีนางกำนัลต่างเอาไปพูดปากต่อปากว่ามีเด็กอายุ 8-9 ขวบปี เข้าไปพักอาศัยอยู่ที่ตำหนักมังกร และเป็นฝูกงกงที่พาเด็กค
หยางเสี้ยวตื่นขึ้นมาก็พบว่ามีสายตากำลังจ้องมองเขาอยู่ พอหันหน้าไปทางประตูก็พบรูปปั้นทั้งสี่ยืนอยู่นอกประตู ดูท่าแล้วคงจะตกใจมากเป็นแน่ “เอ๋ พวกท่านยืนทำไมกันตรงนั้นล่ะ คุณชายอี้ ท่านเองก็เป็นไปกับคนอื่นด้วยหรือ เป็นอันใดกันไปหมด ยืนนิ่งเป็นรูปปั้นไปได้”“ห้ะ เอ่อ คือไม่มีอันใด พวกเราแค่มาดูว่าเจ้าต
หยางเสี้ยวออกมาจากวังหลวงพร้อมกับตั๋วเงินหนึ่งแสนตำลึงที่ได้รับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้อี้เหวินหลง ด้วยเหตุผลที่ว่าไม่ต้องการตำแหน่งขุนนางใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องการเพียงรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจนเงินทองเป็นสิ่งจำเป็น องค์ไท่จื่อเห็นหยางเสี้ยวตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องยากจนก็อดจะสงสารไม่ได้
“ข้าเองก็เห็นด้วยกับอาเสี้ยว” หยางเฟย“อาหยาง เจ้าไปเตรียมของฝากให้บ้านท่านตาเจ้า” หยางเสี้ยว“ได้เลยขอรับ ไม่รู้ว่าป่านนี้เรื่องทางนั้นเรียบร้อยดีหรือยัง”“กลับไปก็รู้แล้วไม่ใช่รึ มีอะไรให้ต้องกังวล มีพวกเราอยู่เจ้าไม่ต้องกลัวไป” หยวนเป่า“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ ถ้าหากไม่ได้พวกท่านทุกคนยื่นมือเข้าช่วยเ
เมืองสือเตี้ยน ตระกูลหยางสายรองไม่รู้ตอนนี้เกิดอันใดขึ้นกับตระกูล กิจการการค้าหลาย ๆ อย่างทยอยปิดตัวลงไป ร้านค้าที่เคยได้กำไรตอนนี้กลับมาขาดทุนย่อยยับ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าผ้าก็เกิดปัญหาหนูเข้าไปกัดผ้า ผ้าโดนน้ำฝนจากรอยรั่วที่หลังคา ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่เคยเกิดปัญหานี้ คู่ค้าหลายคนยกเลิกการทำการค้
“ใช่ ข้าตกใจแทบแย่ อ๊า มะพร้าวของข้า ใคร ใครเอาของข้าไป” เหวินข่าย“เฮ้อ ทั้งคนทั้งไม่ใช่คน เหมือนกันหมด ไปอาหยาง ไปเตรียมของฝากให้ท่านตาเจ้าเถอะ ปล่อยพวกนี้เอาไว้แบบนี้ล่ะ”“ขอรับ”หยางเสี้ยวใช้เวลาที่เหลืออยู่ตรวจสอบนาเกลือแต่ละแห่ง ตอนนี้นาเกลือรวมของหมู่บ้านกำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกในอีกไม
หลังจากแวะเอาของฝากมาให้โม่หลางที่หมู่บ้านต้าเผิง พวกของหยางเสี้ยวไม่ได้รั้งอยู่นาน เมื่อมอบของฝากต่างคนต่างทักทายกัน ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ก็ออกเดินทางทันที รถม้าทั้งสองคันวิ่งตามกันออกมาจากหมู่บ้านต้าเผิงไปด้วยความรวดเร็ว พอมาถึงเขตป่าทึบรถม้าทั้งสองก็จอดทันที หยางเสี้ยวเก็บม้าและรถม้าเขาถุ
“อืม เด็กต้องได้รับการอบรมเลี้ยงดู เราเข้าใจ เรื่องนี้ก็ให้แล้วกันไปเถอะ ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”หลังจากลับมาจากจวนจ้านหยางอ๋อง เจ้ากรมพิธีการก็จัดการขายสาวใช้ที่ยุแยงและคอยให้ท้ายบุตรสาวของเขา ออกไปจนหมด นอกจากนี้แล้วยังตำหนิฮูหยินเอกที่ไม่อบรมบุตรสาวให้ดี ฮูหยินเองก็ไ
หลังจากหยางอันทิ้งระเบิดเอาไว้ก่อนหันหลังจากไป สองนายบ่าวกลับจวนไปด้วยความหวานหวั่นในใจ หวาดกลัวว่าหยางอันจะพาจ้านหยางอ๋องบุกมาที่จวน ตอนนี้คุณหนูห้าผู้ที่เคยหยิ่งผยองกลับร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว สาวใช้ที่ติดตามข้างกายเช่นอิ๋งชุนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ทั้งคู่ต่างโทษกันไปมาสุดท้ายแล้วจึงไปขอค
“พี่เจวี๋ยพวกเราไม่ผิด เหตุใดต้องยอมด้วย เจ้ากรมพิธีการแล้ว อย่างไร หน้าใหญ่มากหรือเจ้าคะ พระสนมเอกแล้วอย่างไร ทำอันใดได้เจ้าคะ ผิดคือผิด ถูกคือถูก จะมาเห็นผิดเป็นถูกกลับขาวเป็นดำแบบนี้หรือเจ้าคะ บอกเลยต่อให้สิบเจ้ากรมพิธีการข้าก็ไม่กลัว หึ” หยางอันสะบัดหน้าหยางอันไม่ยอมเดินกลับไปตามที่เมิ่งเจวี๋ย
เมิ่งเจวี๋ยพาหยางอันเดินออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปยังพ่อค้าขายถังหูลู่ ทั้งสองคนเพียงแค่อยากรู้ว่ารสชาติของถังหูลู่ที่เมืองหลวงกับรสชาติที่บ้านเกิดของพวกเขาถังหูลู่ที่ไหนจะอร่อยกว่ากันเท่านั้น นอกจากนี้การนั่งอุดอู้อยู่แต่ในห้องแคบๆไม่ใช่สิ่งที่หยางอันชอบ “พี่เจวี๋ยท่านดูสิถังหูลู่ของเมืองหลวงมีขนาด
“ท่านอ๋องข้าน้อยมีตาหาแววไม่ ขอท่านอ๋องอภัยด้วยพะย่ะค่ะ”“ลุกขึ้นเถอะเจ้าจะทำให้เรื่องใหญ่โตไปทำไม ทำหน้าที่ของเจ้าให้ดีก็พอ”“ขอบพระทัยท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ”“ขอบใจเช่นนั้นเราขอตัวก่อน”รถม้าของหยางเสี้ยวเคลื่นที่เข้าไปในเมืองและวิ่งออกไปจนลับสายตา ทหารรักษาประตูเมืองถอนหายใจด้วยความโล่งอก อ๋องทมิฬแม้จ
หลังจากหยางเสี้ยวฝึกจนสำเร็จแล้ว ก่อนที่เขาจะขึ้นไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพ จำเป็นต้องสะสางงานก่อน ในระหว่างที่เขาเก็บตัวฝึกเป็นท่านพ่อหยางเทียนกับท่านลุงหยางเทาคอยรับรายงานเรื่องราวต่างๆและคอยแก้ปัญหาเล็กๆน้อยๆแทนเขาอยู่เสมอ โชคดีที่เจ้าเมืองทั้ง 7 หัวเมืองเป็นคนใจซื่อมือสะอาด อีกทั้งยังได้ท่านลุงตู้ป๋อ
“พวกเจ้ามาหาผู้ใดเช่นนั้นรึ”“ท่านพ่อ ข้าเองขอรับ หยางเสี้ยว”“อาเสี้ยวหรือ ใช่อาเสี้ยวจริง ๆ ด้วย เจ้าโตขึ้นมากจนพ่อจำไม่ได้ สามปีแล้วที่เจ้าไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตอนนี้ฝึกสำเร็จแล้วหรือไม่ แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน สหายของลูกหรือ”“นั่นลวี่เช่อ เฮยเช่อ ปักษา ต้าไป๋ โหวจื่อ ไป๋หู่ เต่าดำ หลันเช่อ ฉีหลิน
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หยางเสี้ยวเก็บตัวฝึกอยู่สามปี ในที่สุดก็เลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นมหายานได้สำเร็จ ตอนนี้เขาสามารถเดินทางขึ้นไปแดนเทพได้แล้ว อีกทั้งสามารถเปิดใช้งานค่ายกลทางขึ้นลงแดนเทพกับตำหนักหมอกทมิฬได้เช่นเดียวกัน จากเด็กน้อยเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กลับกลายมาเป็นหนุ่มน้อยวัย 14 ย่าง 15 ปี หน้า
ลมหนาวสายหนึ่งพัดมา หยางเสี้ยวรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนัก เขามาอยู่ที่นี่ได้เกือบสามปีแล้ว พอผ่านปีใหม่ครั้งนี้เขาก็จะมีอายุ 11 ปี ในโลกนี้ เวลาเกือบสามปีตระกูลหยางมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้น ตัวเขาเองก็มีภาระแสนหนักอึ้งบนบ่า แต่ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีแล้ว ตระกูลหยางจะมี