เวลาล่วงเลยมา 1 วันกับ 1 คืนที่ฉันมาอาศัยอยู่บ้านของราฮิมหรือแบล็ค ผู้ชายแปลกหน้าตัวใหญ่และพูดจายียวนกวนประสาทฉันได้ตลอดเวลา ตอนนี้มันก็สมควรกับเวลาที่ฉันจะต้องจากที่นี่ไปสักทีฉันพยายามพูดกับเขาให้ปล่อยฉันไปแต่เขาก็มักจะหาข้ออ้างต่างๆนานาตลอด 1 วัน 1 คืนที่เราอยู่ด้วยกันไม่ให้ฉันจากเขาไปไหนแต่นายจะมากักขังฉันแบบนี้ไม่ได้ราฮิม ฉันตอนนี้ที่รู้สึกว่าร่างกายกลับมาสมบูรณ์ อาการไข้ลดลงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ฉันหาเสื้อผ้าที่เขาเตรียมไว้ให้ชุดเดรสยาวสีดำ ยาวจริงๆคลุมตั้งแต่คอยังตาตุ่มนี่มันชุดบ้าอะไรเนี่ย แต่ก็จำใจต้องใส่เพราะไม่มีตัวเลือก ฉันเดินมาดูสภาพตัวเอง แม่เจ้าล่องลอยนิ้วมือทีาหน้าอกแดงขึ้นเป็นจ้ำๆ ฉันต้องเจออะไรมาบ้างนิชาเอ้ย..เฮ้ออออหลังจากที่ผมได้เคลียร์งานเรื่องการไปดูโรงแรมกับหุ้นส่วนของเพื่อนแม่สาวตัวอวบของผม ผมรีบกลับมาเพื่อจะหาเธอ ผมตรงปรี่มาถึงห้องที่เธอได้นอนหลับอยู่แต่เปิดประตูมา..ใจของผมกับโหวงเหวงไม่เห็นเธอผมกวาดสายตามองหาจนทั่วห้องแต่ก็ไม่พบ....เธอ"โอ๊ย,.เจ็บ... ทำไมเจ็บขนาดนี้""นิชา!! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"ผมที่ได้ยินเสียงแม่สาวน้อยร่างอวบของผมดังมาจากห้องน้ำจึงรีบวิ่
ผมค่อยๆเลื่อนมือไปสัมผัสเต้างามคู่นั้นอีกครั้งผมพึงพอใจกับความใหญ่โตผมอยากจะกลืนกินมันเข้าไปทั้งเต้านิชา เธอสวยจริงๆผมค่อยๆถอดเสื้อเชิ้ตออกทีละชิ้นจนเปลือยเปล่าเพราะผมบอกแล้วว่าผมจะลงไปอาบน้ำกับเธอนิชาฉันตอนนี้ที่ตัวแข็งทื่อเป็นก้อนหินทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำเฝ้าดูคนตัวใหญ่ที่ตอนนี้ร่างกายเปลือยเปล่าไม่ต่างจากฉันตอนนี้สติของฉันครบ 100% แต่ภาพเมื่อคืนมันไหลเข้ามาในหัวของฉันทำให้ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมา"นิชาคุณมองอะไรอยู่""คนบ้าใครเขาอนุญาตให้คุณมาอาบน้ำกับฉันเนี่ย"ชั้นที่ได้ยินเสียงของคนตัวโตจึงรีบสวนไปทันควันคนตัวโตเลิกคิ้วพลางส่งสายตายียวนกวนประสาทให้ฉัน เขาไม่ตอบคำถามของฉันเพียงแต่ก้าวขาลงมาในอ่างน้ำฉันก็ได้แต่ตีอกชกตัวโวยวายจะลุกหนีเขาแต่ก็ช้าไปกว่ามือและแขนขาที่ยาวของคนตัวโต"คนบ้าปล่อยนิชานะ ไม่เอาปล่อยนิชาเดี๋ยวนี้"ผมที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจเสียงอะไรทั้งนั้นเพราะผมปวดตึ๊บๆตรงลูกชายของผมมันผงาดแข็งโป๊กพร้อมจะทำศึกกับแม่สาวน้อยร่างอวบของผม ที่เธอกำลังพยายามจะลุกหนีจากอ่างน้ำที่ผมได้ลงมาแช่กับเธอแล้วแต่ด้วยประสาทสัมผัสที่ไวของผมจึงได้รีบคว้าร่างบางเซลงมากระแทกที่ตักของผม
ใช้เวลานานเป็นชั่วโมงกว่าจะอาบน้ำเสร็จคนตัวโตที่เอาแต่ใจเอาแต่รังแกฉัน ตอนนี้ฉันเดินออกมาพร้อมกับชุดสีดำยาวถึงตาตุ่มแขนก็ปิดมิดชิด ราวกับผู้หญิงอาหรับ นี่ฉันคิดอะไรกันเนี่ย ฉันได้แต่คิดตัดพ้อในใจ ฉันกำลังคิดอยู่ว่าต้องเรียกแท็กซี่เพื่อจะกลับไปคอนโดไม่อย่างนั้นยายเมย์คงเป็นห่วงฉันแน่เลย ฉันแต่งตัวเตรียมจะบอกลาเขาอย่างเป็นทางกา รแต่คิดไปคิดมาเดินหนีหายไปเลยซะดีกว่า ฉันที่เก็บกระเป๋าข้าวของแล้วเดินค่อยๆเดินออกมาเงียบๆฉันสำรวจไปรอบๆนี่มันคฤหาสน์ชัดๆฉันเดินแทบหลง ใช่แล้วฉันหลงค้า.....ไม่รู้จะออกไปทางไหนก็เลยต้องรอคนตัวโตเดินออกจากห้องน้ำ ฉันที่นั่งรอเขาอยู่ด้านล่างขณะที่ผมกำลังเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าอยู่ ผมเดินออกมาจากห้องน้ำ กลับไม่เห็นร่างแม่สาวน้อยร่างอวบของผมแม้แต่เงาก็ไม่เห็น หรือว่า... ผมจึงรีบแต่งตัวและเดินตามลงมา ผมเดินลงบันไดมากวาดสายตาหาคนที่กำลังคิดจะหนีผมไปอยู่ณตอนนี้ แล้วก็เห็นหน้าสาวน้อยร่างอวบของผม นั่งหน้างออยู่ที่โซฟาที่ห้องโถง"คุณจะไปไหนนิชา""ฉันจะกลับคอนโดค่ะ""โอเคเดี๋ยวผมไปส่ง""มะ ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ แค่เรียกแท็กซี่ให้ก็พอ""ถ้าคุณดื้อกับผมงั้นก็ไม่ต้องกลับ" ผมที่เห็นแม่
ผมที่ตอนนี้ยืนอยู่บนชั้นสูงสุด ของโรงแรมที่ผมเป็นหุ้นส่วนกับพ่อของคุณเมษา ผมยืนมองดูวิวและความสวยงามถึงแม้ตอนกลางคืนจะสวยงามด้วยไฟและแสงสี ช่างแตกต่างจากเวลากลางวัน ตึกรางบ้านช่องส่วนใหญ่จะเป็นสีขาว สีน้ำตาล ตามแบบฉบับทะเลทราย แต่มันถูกพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่สิ่งพวกนี้ตอนนี้มันไม่ได้ทำให้มีอารมณ์สุนทรีขนาดนั้น เพราะตอนนี้ผมกำลังจะสนุกกับของเล่นใหม่ที่ผมได้ลิ้มลองมาแล้ว แถมยังอยากจะชิมอีกชิมแล้วชิมเล่าก็ยังไม่คิดจะอิ่ม“นายครับ คุณเมษา มารอนายที่ห้องประชุมแล้วครับ”“ฮืม นายเตรียมเอกสารการประชุมทั้งหมดหรือยัง”“ผมเตรียมเตรียมร้อยแล้วครับนาย”“ส่วนเรื่องโปรโมชั่นโรงแรมเดี๋ยวการตลาดส่งให้อีกทีครับ”ณ ห้องประชุมของโรงแรม ที่ตอนนี้ผมได้เดินย่างกรายเข้ามาหาลูกสาวของ หุ้นส่วนโรงแรมของผมซึ่งตอนนี้มองเธอหัวจรดเท้าเธอตัวเล็กกว่าแม่สาวน้อยร่างอวบของผม ผิวสีน้ำผึ้ง ผมดำ เอวคอดสวยสมเป็นนางพญาก็ว่าได้ แต่สำหรับผมเธอไม่ใช่สเปคต้องแม่สาวน้อยร่างอวบของผมเท่านั้นแค่จินตนาการถึงเธอผมก็ขนลุกสู้ไปหมดลูกชายของผมนี่มันไวต่อความรู้สึกจริงๆ “สวัสดีครับคุณเมษา ผมราฮิม มูฮามัด อาฟารีม ครับ”
"อรุณสวัสดิ์ครับเจ้านาย""ว่ายังไง""ผมเตรียมรถสำหรับไปทำงานให้เรียบร้อยแล้วครับส่วนโมแอลงานที่เจ้านายสั่งตอนนี้จัดการเรียบร้อยแล้วครับ""แล้ววันนี้เรื่องแผนการตลาดที่โรงแรมนายประสานงานกับคุณเมษาหรือยัง""วันนี้เข้าโรงแรมพร้อมเจ้านายก็น่าจะแวะไปประสานงานเรื่องนี้กับคุณเมษาครับ""ขอบใจมากวาดุบย์"ในขณะที่ราฮิมเขาก็ได้ตื่นมานั่งจิบกาแฟและอัพเดทข่าวสารอย่างสบายใจในเช้าวันใหม่ที่สดใสเพียงเพราะว่าวันนี้เขาจะได้เห็นแม่สาวน้อยร่างอวบของเขาที่ได้มีการล็อคมงไว้เป็นที่เรียบร้อยแค่เขาได้คิดถึงแม่สาวน้อยร่างอวบเขาก็ยิ้มในใจ ราวกับคนเสียสติตอนนี้ใจเขาไปถึงโรงแรมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว"นายครับเมื่อคืนคุณแม่ของนายโทรมาเห็นว่าติดต่อนายไม่ได้ครับ""เออ ถ้าแกไม่พูดฉันน่าจะลืมไปเลย""เดี๋ยวฉันโทรกลับไปหาคุณแม่ก่อน"ในขณะที่ผมกำลังเพลิดเพลินกับการคิดเรื่องงานและเรื่องแม่สาวน้อยตัวอวบของผมก็ลืมเรื่องคุณแม่ไปเสียสนิทว่าเมื่อคืนท่านได้โทรมาหาไม่รู้มีเรื่องอะไรสำคัญหรือเปล่าต้องรีบโทรกลับซะละ"ฮัลโหลคุณแม่ขอโทษทีครับพอดีเมื่อคืนผมหลับ""คุณแม่เป็นยังไงบ้างครับสบายดีไหมครับ""แม่น่ะสบายดีแต่เราน่ะมัวแต่ไปไหนมา"
"สวัสดีครับ..""สวัสดีค่ะ เออ คุณ?"ผมชื่อวินดี้ มูอาหมัดครับ""ฉันชื่อณิชาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ""พอดีผมเป็นการตลาด marketing เหมือนกันครับเห็นว่าเราน่าจะได้ร่วมงานกันช่วงบ่ายผมออกแบบโปรโมท marketing เอาไว้คุณณิชามาที่ห้องประชุมกับผมได้นะครับ""ได้ค่ะเดี๋ยวณิชาจะเตรียมเอกสารกับชีสงานไปนะคะ""ว่าแต่กลางวันนี้ คุณนิชามีนัดทานข้าวหรือยังครับ""มีแล้วค่ะกับคุณเมย์ค่ะ""เอาไว้โอกาสหน้าผมขอเลี้ยงข้าวต้อนรับนะครับ"ผมหลังจากที่ได้ยินว่าดุลย์บอกว่าแม่สาวร่างอวบของผมใส่เสื้อซีทรูสีดำมาทำงานรัดรูปผมจึงรีบลงลิฟท์มาเพื่อดูเธอแต่สิ่งที่ทำให้ผมโกรธไปกว่านั้นผมคาดไม่ผิดเลยว่ามีผู้ชายมาจีบเธอตั้งแต่วันแรกที่เธอมาถึงซึ่งเธอก็หัวเราะคึกคักตอบรับ "เธอนี่มันหน้าเหลือเกินมีฉันอยู่แล้วยังไปอ่อยมันอีก""ทางด้านณิชาที่ไม่รู้ว่าโดนสายตาคู่นึงจับจ้องอยู่แววตาที่แข็งกร้าว ดุดันเขาข่มกรามแน่น ไอสังหารจากชีคหนุ่มที่พร้อมจะขย้ำเธอทุกเมื่อเขายืนมองเธอไกลๆจากหลังประตูลิฟท์ใบหน้าที่บูดบึ้งไม่สบอารมณ์นั้น เธอไม่อาจสัมผัสได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ขณะที่เธอกำลังเรียนรู้งานต่างๆ เธอทำงานจนล่วงเลยไปจนถึงเวลาทานข้า
ผมที่ตอนนี้ไปดักรอแม่สาวน้อยร่างอวบของผมทุกย่างก้าวขณะของเธออยู่บนสายตาของผมตอนนี้ ผมราวกับคนเป็นบ้าเสียสติเพราะเห็นเธอผ่านกล้องวงจรปิดนั่งอยู่กับไอ้เวรนั่งเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมงแววตาที่เธอมองมันทำให้ผมรู้สึกเดี๋ยวจะฆ่ามันทิ้งแต่ก่อนที่ผมจะทำอะไรมันผมต้องจัดการกับเธอก่อนวันนี้เธอเจอฉันแน่ แล้วเหมือนโชคจะเข้าข้างเพราะผมเห็นเธอเดินลงมาจากออฟฟิศเพื่อไปรอรถประจำทางผมจึงค่อยๆขับแล้วไปกระชากเธอขึ้นมาบนรถโดยที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง"คุณคุณมาได้ยังไงเนี่ย!!!!""ไอ้นั่นมันเป็นใครแล้วทำไมคุณต้องไปยิ้มให้มัน""ใครคุณหมายถึงใคร""ช่างมันเถอะ""วันนี้คุณต้องไปกับผม""คุณจะบ้าหรือไงฉันจะไปกับคุณได้ยังไง""อย่าลืมสิว่าเราเอากันแล้ว""นี่ทำไมคุณหยาบคายขนาดนี้เนี่ย""ผมไม่ได้หยาบคายแต่มันเป็นเรื่องจริง""ฉันไม่ไปไหนกับคุณทั้งนั้นแหละปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจ""คุณคิดว่าตำรวจจะทำอะไรผมได้หรอที่รัก""ถ้าคุณไม่ไปกับผมเรื่องคืนนั้นของเรามันอาจจะหลุดมาก็ได้เพราะผมมีคลิปที่เรามีอะไรกัน""คุณอย่ามาขู่ฉันนะ""ผมไม่ได้ขู่คุณที่รักหรือคุณจะลองดูไหมล่ะว่าผมมีจริงหรือเปล่า"ฉันที่ไม่รู้อยู่ดีๆ
ขณะที่ทั้งสองร่างเถียงกันไปมาเพียงเพราะฝ่ายหนึ่งกำลังกลุ่มโกรธส่วนอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ว่าตัวเองโดนโกรธเรื่องอะไรใบหน้าหนวดๆที่ตอนนี้เหมือนยักษ์พร้อมจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวแล้ว ทางด้านนิชาเธอคิดแค่ว่าเธอจะต้องเอาตัวรอดจากผู้ชายร่างยักษ์หน้าหนวดนี้อย่างไรดีเพราะตอนนี้ทั้งชั้นสูงสุดโดดลงไปก็คงตายสถานเดียวในหัวของเธอคิดว่าเธอจะต้องโดนอะไรอีกมากมายหรือเปล่า"คุณจะให้นิชาเข้ามาทำอะไร""ก็คุณบอกว่าคุณจะมาทานอาหารร้านโปรดของผมไม่ใช่หรอ""คุณลองเข้าไปดูก่อนสิ""ไม่เอาอ่ะค่ะนิชาไม่ทานแล้ว""เข้าไปนิชา"เสียงทุ้มต่ำเค้นรอดไรฟันเขาคบกรามแน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดปูดโปนบนใบหน้าแววตาที่ไร้ซึ่งการพูดเล่นหรือหยอกล้อมันส่งผ่านมาหาคนตรงหน้าทำให้เธอถึงกับใจสั่น นิชาค่อยๆก้าวขาผ่านประตูบานใหญ่หัวใจสั่นระรัวราวกับกลองเธอมองไปรอบๆมีแต่ความหรูหราก็จริงแต่มันทำให้หัวใจของเธอกลัวมากขึ้นต่อให้จะเคยสัมผัสเขามาก่อนแต่ในตอนนั้นกับตอนนี้มันต่างกันเหลือเกิน"อุ๊บ จ๊วบ จ๊วบ อู้วว ""ผมจะไม่ปล่อยคุณไปณิชา"ขณะที่คนตัวโตถอนจูบอันเร่าร้อนออกจากกลีบปากสีชมพูจะเลือกและได้พ่นคำพูดที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของนิชาเริ่มหวาดระแวง"อย่า
แสงแดดอ่อนโยนสาดส่องลงบนผิวน้ำสีฟ้าใส ราฮิมหัวเราะเสียงดังขณะที่อุ้มมายา ลูกสาววัย 3 ขวบของเขาไว้ในอ้อมแขน มายาเตะขาเล็ก ๆ ของเธออย่างตื่นเต้น พยายามเลียนแบบท่าว่ายน้ำที่คุณพ่อสอน "เก่งมากมายา! ดูสิ ลูกทำได้แล้ว!" ราฮิมมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่กับมายา เขารักลูกสาวของเขามาก และรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่กับเธอและนิชา แม่ของมายามากเท่าที่ควร เขาอยากจะแก้ไขทุกอย่าง อยากจะกลับไปเป็นครอบครัวที่อบอุ่นเหมือนเดิม"มายา ลูกอยากให้แม่มาว่ายน้ำกับเราไหม?" "อยากค่ะ! หนูอยากให้แม่มาเล่นน้ำกับหนู!" ราฮิมยิ้ม เขามีแผนที่จะชวนนิชามาว่ายน้ำกับพวกเขา เขาหวังว่านี่จะเป็นโอกาสให้เขาได้ใกล้ชิดกับเธออีกครั้ง ได้พูดคุยและปรับความเข้าใจกัน "ถ้าอย่างนั้น เราไปชวนแม่กันเถอะ" เขาอุ้มมายาขึ้นจากสระว่ายน้ำ และเดินไปที่บ้านพักริมสระ นิชากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียง เมื่อเห็นราฮิมและมายาเดินมา เธอวางหนังสือลงและยิ้มให้ลูกสาว "แม่คะ! มาว่ายน้ำกับหนูและพ่อไหมคะ?" นิชาลังเล เธอไม่อยากอยู่ใกล้ราฮิม แต่ก็ไม่อยากทำให้ลูกสาวผิดหวัง "ก็ได้จ้ะ" เธอเดินไปหยิบชุดว่ายน้ำ และตามราฮิมและมายาไปที่สระว่ายน้ำ เมื่อนิชาลง
หลังจากที่ราฮิมได้วางสัมภาระทุกอย่างลงหยอกล้อเล่นกับลูกสาวหนูน้อยมายาอย่างเพลิดเพลินจนเธอหมดฤทธิ์หลับไปในที่สุดตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบ 20:00 น แล้วราฮิมตัดสินใจคุยกับนิชาให้เคลียร์อีกครั้ง "นิชา..." เสียงทุ้มต่ำของราฮิมดังขึ้นในห้องนั่งเล่นที่เงียบเชียบ นิชายังคงนั่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง ใบหน้ายังคงบอกถึงความโกรธและความผิดหวัง "ผมรู้ว่าผมทำผิดไป แต่ผมอยากให้คุณลองฟังผมอธิบายก่อนได้ไหม?" ราฮิมพยายามใช้คำพูดที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าใจจริงจะอยากกระชากเธอเข้ามาในอ้อมกอดเหลือเกิน นิชายังคงนิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร แม้แต่จะสบตากับราฮิมเธอก็ยังไม่ทำ "ผมขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ... ที่ทำให้คุณรู้สึกแย่ขนาดนี้ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว" ราฮิมคุกเข่าลงต่อหน้านิชา ใบหน้าเต็มไปด้วยความจริงใจ "คุณคิดว่าคำขอโทษของคุณจะทำให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิมได้เหรอ?" "ผมรู้ว่ามันคงยาก แต่ผมอยากให้คุณลองเชื่อใจผมอีกครั้งสักครั้งเถอะนะครับ" "คุณคิดว่านิชาจะเชื่อใจคนที่ทำร้ายความรู้สึกนิชาได้ลงคอเหรอ?" "ผมรู้ว่าผมต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเอง แต่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณกลับมาไว้ใจผมอีกครั้ง" ราฮิมตอบด
ราฮิมนักธุรกิจหนุ่มผู้มีอิทธิพลและร่ำรวยที่สุดในดูไบ กำลังเผชิญหน้ากับความจริงอันเจ็บปวด นิชา ภรรยาของเขาและแม่ของลูกในท้อง ได้หนีจากเขาไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าและความคิดถึง หลังจากพยายามอย่างหนักในการตามหา ในที่สุดราฮิมก็ได้พบกับร่องรอยบางอย่างที่นำเขาไปสู่ประเทศไทย ข้อมูลที่เขาได้รับบ่งชี้ว่านิชาได้เปลี่ยนชื่อเป็น กรนิชา และมีลูกสาว 3 ขวบ ชื่ออมายา "ลูกกูเป็นลูกสาว ลูกสาว ฮ่าๆ ลูกกูน่ารักไหมโมแอล มึงดูนี่ลูกกู ลูกกูน่ารักมาก' "นะ น่ารักครับนาย เสียงหัวเราะที่หายไปตลอด 3 ปี พอหัวเราะทีโมแอลคิดว่าเสียงซาตาน เสียวสันหลังวาบ, ราฮิมด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโกรธ ความคิดถึง และความกังวล ราฮิมตัดสินใจเดินทางไปยังประเทศไทยทันที เขาต้องการพบกับนิชาและลูกของเขา ต้องการรู้เหตุผลที่เธอทิ้งเขาไป และต้องการที่จะนำเธอกลับมา ราฮิมได้เขาพบว่าเธอใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและเงียบสงบ พร้อมกับลูกสาววัยสามขวบของพวกเขาที่ชื่อว่า มายา ข้อมูลที่บอดี้การ์ดของเขาได้สืบสาวราวเรื่องมาตลอด คนที่ปกปิดข้อมูลทั้งหมดก็คือเมษา วาดุลย์ใช้วิธีต่างๆ สาวความลับจากเมษาทุกทางเพื่อเจ้านายของเขา ราฮิมเ
ดวงตาสีเทาใสกระจ่าง ราวกับหยดน้ำค้างยามเช้า เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นบนสนามหญ้าอย่างร่าเริง ถักผมเปีย ผูกโบว์สีชมพู เปียทั้งสองข้างแกว่งไปแกว่งมาตามจังหวะฝีเท้า ใบหน้าใสซื่อไร้เดียงสาของเด็กน้อยดูสดใสราวกับเจ้าหญิงตัวน้อยในเทพนิยาย แถมความน่ารักด้วยการพูดไทยคำ อังกฤษคำ ส่วนใหญ่ก็แทบจะพูดภาษาอังกฤษซะมากซะด้วย ถึงจะแค่ 3 ขวบ ก็พูดภาษาอังฤกษคล่องมาก ยิ่งเพิ่มความน่ารัก น่าหลงของเด็กหญิงมายาเข้าไปอีก สันยิ้มน้อยๆ มองเด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเล่นอย่างเอ็นดู หัวใจของเขาอบอุ่นราวกับมีใครคอยซับน้ำตาในวันที่เหนื่อยล้า สันต์นั่งอยู่บนม้านั่งหินอ่อนสีขาวไม่ไกลจากเด็กหญิงนัก สายตาของสันต์จับจ้องไปยังเด็กหญิงไม่วางตา ความรักและความเอ็นดูที่ท่านมีให้เด็กหญิงคนนี้เปรียบเสมือนสายใยที่ผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น แม้จะไม่ได้เป็นสายเลือดที่แท้จริง แต่ความรักที่ท่านมอบให้เด็กหญิงคนนี้ก็ไม่เคยจืดจาง สันนั่งเอนหลังพิงโต๊ะม้าหินอ่อนตัวใหญ่ ใบหน้าคมเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะมองมายาเด็กหญิงตัวน้อยวัย 3 ขวบวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้า ทันใดนั้นมายาก็หยุดวิ่ง แล้วปรี่เข้ามาหาคุณลุงด้วยท่าทางออดอ้อน "ลุงสันขาาาาา พามายาไปกินขนมหน่อยย
ตอนนี้ผ่านมาแล้ว 7 เดือนราฮิมที่ยังตามหาลูกกับเมียไม่เจอ เขากลายเป็นคนเงียบสุขุมไม่พูดไม่จากับใครสักเท่าไหร่วัน ๆ เขาเอาแต่เซ็นเอกสารส่วนการออกไปพบลูกค้า เขาไม่ไปเลย เขาเก็บตัวเงียบ เขาใช้ลูกน้องมือดีทั้งสองทำงานแทนเขา จนบางครั้งโมแอลคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของกิจการไปแล้วเพราะเจ้านายที่เปลี่ยนไปมาก เลิกงานเสร็จ เขาก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องดื่มหนักทุกวันจนหลับคาขวดเหล้า ขวดเหล้าเกลื่อนในห้องตั้งแต่เคาน์เตอร์บาร์จนไปถึงห้องนอน ราฮิมเดินโซซัดโซเซไปรอบคอนโดหรูที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของทั้งคู่ ขวดเหล้าไม่รู้เป็นใบที่เท่าไหร่ ในคืนนี้ถูกทิ้งเกลื่อนกลาดไปหมด เมาไม่เมาไม่รู้ รู้แต่ว่าหัวใจมันเจ็บจนแทบจะระเบิดออกมา ความเงียบเข้ามาแทนที่เสียงเพลงที่เคยเปิดดังลั่น ความมืดเข้ามาแทนที่แสงสีที่เคยทำให้ห้องนี้ดูมีชีวิตชีวา ตอนนี้ทุกอย่างดูว่างเปล่า เหมือนชีวิตของเขาตอนนี้ไม่มีอะไรเหลือให้เกาะเกี่ยวอีกแล้ว "ฮึก...เธอทำกับผมได้ยังไง...ทำไมคุณถึงไม่ให้โอกาสผมได้อธิบายบ้าง นิชา ฮึก .." ราฮิมร้องไห้จนเสียงแหบพร่าออกมา น้ำตาไหลอาบแก้มที่เห่อร้อนเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "นิชาฉันรักเธอ ทำไมถึงทิ้งฉัปไป...
ตกเย็นหนุ่มข้างบ้าน ตาตี่ผิว ขาวตามสไตล์หนุ่มเหนือที่ชื่อคุณสันหน้าตาดี ได้ชวนนิชาทานข้าวเย็นที่บ้านของเขาบ้าน บ้านนิชาและคุณสันติดกัน นิชาก็รู้สึกยินดีที่ได้เพื่อนใหม่ คุณสันดูเป็นมิตรและสุภาพมาก "คุณนิชาชอบไหมอาหารเหนือพอทานได้หรือเปล่าครับน้ำพริกก็อร่อยนะ" "ชอบมากค่ะ อร่อยดีขอบคุณสำหรับมื้อเย็นนะคะ" "ยินดีมากครับ แล้วนี่คุณนิชาจะอยู่ที่นี่ยาวเลยไหมครับหรือว่ายังไง" "นิชาก็น่าจะอยู่ที่นี่ยาวเลยค่ะ เพราะว่านิชาซื้อร้าน สปาเรียบร้อยแล้วก็บ้านหลังนี้ก็ตกลงกับเจ้าของเขา ขายให้แล้วค่ะ" "โอ้โห คุณนิชานี่คือซื้อยาวแล้วใช่ไหมครับผมจะมีเพื่อนบ้านใหม่แล้วล่ะสิเนี่ย แบบถาวร" "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ นิชาชอบบรรยากาศของที่นี่ตอนเช้ามันสดใสสงบดีค่ะ" "นี่ยังไม่เข้าหน้าหนาวนะครับถ้าหน้าหนาวจะสวยกว่านี้มากเลยเพราะบรรยากาศบ้านของเรามันหันไปก็เป็นภูเขาแล้วอ่ะสวยมากครับ" สองคนที่นั่งทานข้าวกันอยู่ด้านนอกชานบ้านสไตล์โมเดิร์นที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้รับกับบรรยากาศที่แสนอบอุ่น จะมีชานด้านนอกสำหรับนั่งทานข้าวรับชมบรรยากาศตอนเย็นพระอาทิตย์ตกดิน สันที่มองวิชาด้วยแววตาชื่นชอบ เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีค
ผ่านมาแล้ว 1 อาทิตย์ไร้วี่แววนิชาเขาตามหาเธอมาตลอด 1 อาทิตย์ขับรถไปทั่วดูไบ และเมืองละแวกใกล้เคียงไม่มีข่าวคราวจากเธอเลยแม้แต่นิดเดียวเธอไม่ได้เพียงแค่พรากหัวใจของเขาไป แต่เธอได้พรากเอาลูกออกไปจากอกเขาเช่นกัน เขาที่กำลังจะเป็นพ่อคนกลับรู้สึกทรมานหัวใจเหมือนตายทั้งเป็น ทำไมเธอถึงไม่อยู่ฟังเขาก่อน ทำไมเธอถึงไม่เชื่อใจในตัวเขา "นิชาผมขอโทษ นิชา" ราฮิมขับรถกลับไปที่คฤหาสน์บ้านที่พ่อกับแม่ของเขาอยู่อาศัย ภาพจิตใจของเขาตอนนี้ไม่สามารถอยู่คนเดียวได้เขารู้สึกแย่ เขากลับมาหาผู้เป็นมารดาด้วยหัวใจที่บอบช้ำและรู้สึกผิดอย่างเต็มเปี่ยม คนเป็นแม่ก็รู้สึกผิดไม่น้อย ไม่ได้พลาดแก้วตาดวงใจของลูกชายไปเช่นกัน "ราฮิม แม่ขอโทษกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น" ราฮิมที่ได้ยินคำพูดจากผู้เป็นมารดาเข้าถึงกับสุดเข่าดั้งลงกับพื้นร้องไห้ออกมาราวกับเด็กที่อ่อนแอที่สุดเขาไม่รู้จะต้องตามหาเธอที่ไหน เขาไม่สามารถหาเธอเจอได้เลย เขามีลูกน้องมากมายแต่ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของเธอ เขากินไม่ได้นอนไม่หลับ ตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาตามหาเธอเหมือนคนเป็นบ้า เขาพยายามไปหาเมษาแต่เมษาก็ไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับนิชาเลย "แม่ครับผมจะทำยังไงดี" "ถ
ราฮิมหลังจากที่เขาเคลียร์ปัญหาต่างๆที่พัวพันเกี่ยวกับชีวิตของเขาจบสิ้น เขารีบยกหูโทรหานิชา ทันทีเพื่อบอกข่าวดีกับเธอเขาตั้งใจจะขอเธอแต่งงานในไม่กี่วันนี้เขามั่นใจว่าชีวิตของเขาและเธอ จะต้องอยู่ด้วยกันไปตลอดสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน เขาเองก็รักเธอ "หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้" "ฉิบหาย นิชา ปิดเครื่อง" "โมแอล แกต้องไปรับนิชากี่โมง" "วันนี้นายหญิงเลิกงาน 5 โมงครับ" "เดี๋ยวฉันจะไปรับณิชาเอง แกมีอะไรไปจัดการก็ไปจัดการเถอะ" รถหรูแล่นออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ของอดีตว่าที่พ่อตาเขาไม่สนใจหรือแยแสกับสิ่งที่อดีตว่าที่พ่อตาได้ทำการข่มขู่เขาเอาไว้ ขอคนอย่างเขาคงไม่ได้มีแค่หลักฐานเท่านั้นเขาเองก็เตรียมแผนสำรองไว้ เพราะเขารู้ว่าคนอย่างพ่อของฟาติมาก็ร้ายไม่เบา เขาพยายามโทรหานิชาตลอดทั้งวันแต่เธอก็ยังคงปิดเครื่องอยู่ ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าตอนนี้ เมษาได้ภานิชาขึ้นเครื่องตั้งแต่ช่วงบ่ายเพื่อออกนอกประเทศเรียบร้อยแล้ว จนนกระทั่งเวลาเลิกงานของณิชามาถึง ราฮิมที่มาจอดรอหน้าโรงแรมเป็นปกติ เขาหวังและตั้งใจว่าจะปรับความเข้าใจกับนิชา ให้เรียบร้อย แต่ผ่านมาครึ่งชั่วโมง นิชาก็ยังไม่ออกมา เ
ร่างสูงและว่าที่คู่หมั้นได้เดินผ่านณิชาไปโดยที่ไม่หันกลับมามองว่าตอนนี้เธอได้มีน้ำตาใสๆหยดลงพื้นขณะที่ก้มลงไปเช็ดคราบกาแฟ เขาเดินผ่านเธอไปเรากลับไม่รู้จักกันมาก่อนทำตัวห่างเหินและไม่ได้อธิบายเหตุผลใดๆให้กับเธอฟัง เหตุผลอะไรที่เขาทิ้งให้เธอรอทั้งคืนแล้วเหตุผลอะไรเธอจึงติดต่อเขาไม่ได้ "คุณทำเกินขอบเขตไปแล้วนะฟาติมา" "ฉันทำอะไรหรอคะราฮิม" "อย่าให้ผมหมดความอดทนกับคุณ" "สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องแต่งงานกับฉันอยู่ดีค่ะเพราะพ่อกับแม่ของเราได้มั่นหมายเราเอาไว้แล้ว" "อย่ามั่นใจอะไรให้มากที่ผมยังไม่ทำอะไรคุณในวันนี้ไม่ได้แปลว่าผมยอมรับข้อตกลงการแต่งงาน" "งั้นคุณคงต้องไปคุยกับพ่อของฉันเองนะคะ" "คุณก็ปล่อยแขนผมได้แล้วเลิกเกาะแกะผมสักทีแล้วที่คุณทำในห้องทำงาน แบบนั้นอย่าทำมันอีกผมเตือนคุณเป็นครั้งสุดท้าย" ราฮิมเดินสะบัดแขนทิ้งว่าที่คู่หมั้นไว้ที่ลานจอดรถทันทีเขาขับรถออกจากโรงแรมเพื่อตรงกับไปที่บ้านเขาต้องจัดการปัญหานี้ให้จบ เมื่อคืนเขายื้อหยุดฉุดกระชากกับฟาติมาตอนที่ไปส่งเธอเพราะเธอต้องการมือถือของเขาในการเมมเบอร์โทรศัพท์แล้วลาภละล้วงเรื่องต่างๆอย่างถือวิสาสะไร้มารยาท มันทำให้มือถือของเขาร่วงแล