“ผู้ใดเอ่ยถึงข้ากัน ขออภัยทุกท่านพอดีระหว่างทางที่มาไม่ราบรื่นเท่าไรนัก”ฟู่หลางเทียนเอ่ยจบก็เดินตรงไปวางป้ายหยกของตนก่อนจะเดินมานั่งลงข้างผู้เป็นบิดา อันที่จริงประมุขสมาคมการค้านี่ไม่ได้สลักสำคัญกับเขาเลยซักนิด เจียงซีแม้จะเป็นแคว้นที่ใหญ่แต่เมื่อเทียบกับสมาคมทองคำที่เขาและเหล่าสหายต่างเมืองหลายแคว้นร่วมกันก่อตั้งขึ้นแล้วนี่นับเทียบไม่ติด เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดรู้ว่าสมาชิกคนที่ 4 เป็นผู้ใด และยังเป็นปริศนาเพราะเขานั่นติดขี้เกียจเข้าร่วมประชุมเป็นไหน ๆ การเดินทางไกลยิ่งไม่ต้องพูดถึง คุณชายฟู่ล้วนต้องปฏิเสธ ดังนั้นสมาคมทองคำจึงปรากฏเพียงอ๋องหกแคว้นฉู่เมืองหน้าด่าน ท่านหลิงหวังตี้ รัชทายาทเมืองหรั่นเขตติดชายแดนเหนือ คุณชายเก้าตระกูลโหรว พ่อค้าขุนนางเมืองชิง และเขานั่นเองทั้งสี่คนเป็นสหายรักร่วมสำนัก การขึ้นเป็นประมุขนั่นไร้การเลือกตั้ง แต่เป็นการผลัดเวียนกันขึ้นทุกสองปีเช่นกันนี่เป็นข้อที่สมาคมทองคำของเขาได้เปรียบ ไม่ต้องมาแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันเช่นเหล่าพ่อค้าเฒ่าในตอนนี้ พัดหรูราคาแพงถูกยกขึ้นมาโบกพัดอย่างเบื่อหน่าย นี่พึ่งนั่งลงเขากลับเริ่มเบื่อเสียแล้วสิแต่ครั้นเมื่อเงยหน้าขึ้
“อันใดขอรับ” แม้ในใจร่ำ ๆ อยากจะรู้เรื่องราว แต่ฟู่หลางเทียนเองกลับต้องสงวนท่าทีอยู่บ้าง“ก็ขาดทุนหนะสิ ถูกกองโจรเข้าปล้นสินค้าระหว่างทางเสียหายหมด แจ้งทางการก็ได้ข่าวว่ายังไม่มีความคืบหน้า กิจการตระกูลหลิวก็ไม่ได้รุ่งเรืองเท่าแต่ก่อนเห็นทีคราวนี้เฒ่าหลิวตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว”“แล้วท่านไม่ช่วยรึขอรับ”“ช่วยสิ ข้าหนะ ฮ่า ๆ อยากได้นังหนูเสี่ยวฟางมาเป็นสะใภ้ คงต้องรอ หลิวตงหยางมาเอ่ยเท่านั้นแหละ ฮ่า ๆ ” ผู้เป็นบิดาเอ่ยยิ้ม ๆ กลั้วเสียงหัวเราะกับผู้เป็นบุตรชาย“ไม่มีทางเสียหรอกท่านพ่อ! ข้ามีคนรักอยู่แล้วแถมยัยคุณหนูหลิวอัปลักษณ์เสียขนาดนั้น ใครจะเอาแม่หมูมาทำพันธุ์กันเห็นทีนายท่านหลิวคงต้องผิดหวังแล้วล่ะขอรับ หึ!”“คนรัก? ลูกสาวบ้านไหนกัน ฟู่หลางเทียนทำไมข้าถึงไม่รู้รีบบอกมาให้เร็ว บอกมาเร็วเข้า” ฟู่ตี้เหรินมองบุตรชายด้วยแววตาฉงน เจ้าลูกคนนี้แอบไปชอบพอคุณหนูบ้านไหนไม่เห็นบอกกันเสียเลย“เอ่อ คุณหนูเจ็ดตระกูลฟ่านหนะขอรับ” ฟู่หลางเทียนเอ่ยอย่างกระดากอาย“อ่อ เพื่อนคนเดียวของยัยหนูเสี่ยวฟางหนะหรือ อืม! เช่นนั้นเจ้า...” เฒ่าฟู่ยกมือขึ้นลูบคางไปมาอย่างใช้ความคิด“แน่นอนข้าเลือกคุณหนูฟ่าน ยั
“เฮอะ! ได้! เป็นเจ้าที่กระทำข้าก่อนนะหลิวตงหยาง อย่ามาโทษข้าก็แล้วกัน ฮึ!” หลิวตงหยางในเมื่อคิดจะเป็นศัตรูกับตระกูลเจียงของข้า ไม่ตายก็นับว่าดีเท่าไหร่แล้ว หึ!หลิวตงหยางเดินไหล่ตกสีหน้าวิตกกังวลแววตาอ่อนล้า ต่อไปจะทำเช่นไรดีตระกูลหลิวก็มีเพียงเท่านี้ ญาติสนิทล้วนไม่มี ที่เคยมีก็ตายจากไปเสียหมด“เฮ้อ” หลิวตงหยางรู้สึกว่าตัวเองนั้นถอนหายใจมากกว่าทุกคราในยามนี้ ในตอนนี้ทำได้เพียงขายร้านค้าที่มีอยู่ต่างเมืองอออกไปก่อนเพื่อนำเงินมาจ่ายส่วยร้านค้าบางส่วนที่นำไปจำนำไว้กับตระกูลเจียง ก่อนหน้าตั้งใจว่าจะแวะที่ว่าการอำเภอเสียหน่อยแต่เมื่อนึกไปมาใยตนต้องอ้อมไปอ้อมมากัน เช่นนั้นเข้าไปที่ว่าการอำเภอศาลต้าหลี่ก่อนก็แล้วกัน“นายท่านไปที่ใดขอรับ”“ไปศาลต้าหลี่”“ขอรับ” บ่าวรับใช้เมื่อเห็นผู้เป็นนายขึ้นนั่งบนรถม้าเรียบร้อยก็เก็บเก้าอี้รีบขึ้นนั่งประจำที่ก่อนจะเอ่ยบอกแก่คนขับรถม้าให้พาไปยังจุดหมาย“ตามไป!” สายตาแค้นเคืองแข็งก้าวมองตามหลังรถม้าคันใหญ่ที่วิ่งลิ่วออกจากสมาคมไป ทางจะไปศาลต้าหลี่ต้องผ่านตรอกหนึ่งที่ผู้คนอาศัยอยู่บางตา ตรงนั่นแหละที่จะเป็นที่จบชีวิตเจ้า ‘หลิวตงหยาง’“คิดจะกำจัดข้าเรอะ ฮ่า ๆ
[จวนตระกูลหลิว] “แม่รอง ฮือ ๆ ท่านพ่อจะเป็นเช่นไรบ้าง ฮึก” หลิวฟางอี้เมื่อได้ข่าวร้ายของผู้เป็นบิดาก็ร่ำไห้ออกมาอย่างนึกกลัว สองสตรีโผเข้ากอดกันอย่างร้อนรนในใจ“เสี่ยวฟาง สูด! ฮือ เจ้าใจเย็น ๆ ก่อนนะ พ่อเจ้าเขาเป็นคนดวงแข็งคงไม่เป็นไรมากนัก ฮึก ฮือ” ฮูหยินว่านพยายามปลอบใจลูกเลี้ยงหากแต่นางเองนั้นก็รู้สึกร้อนรนไม่ต่างกัน“ฮือ โธ่ฮูหยิน/คุณหนูเจ้าขา” หัวหน้าคนรับใช้และเจิ้งซินนเองก็น้ำตาตกไปตามกัน กับภาพสองสตรีที่กอดประคองกันร่ำไห้อยู่ในตอนนี้“มาแล้วเจ้าค่ะ นั่น!”“ฮึก ท่านพ่อ/นายท่าน” หลิวฟางอี้และว่านเจียอีถลาวิ่งไปหาคนที่กำลังหามร่างคุ้นตาของประมุขตระกูลเข้ามา พร้อมกับมีสองร่างที่ถูกห่อด้วยเสื่อตามกันมาติด ๆ เห็นเพียงเช่นนั้นก็พอรู้แจ้งได้ว่าทั้งสองได้สิ้นใจไปเสียแล้ว“หมอมาถึงรึยังเจิ้งซิน ฮือ หมอถึงไหนแล้ว ฮึก ท่านพ่อ ฮือ ท่านอย่าเป็นอะไรนะเจ้าคะ ฮือ” หลิวฟางอี้โวยวายสติแตกร่ำเรียกหาหมอที่ให้คนไปรับก่อนหน้าที่ร่างของผู้เป็นบิดาจะมาถึง แต่ทุกอย่างกับเป็นไปได้ช้ายิ่งนักในความรู้สึกของนาง“มาแล้วเจ้าค่ะ! คุณหนู”หลิวฟางอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ถลาเข้าไปคุกเข่าคว้าจับแขนท่านหมอให้ช่วยบิดาน
“ตาเฒ่าหลิวโธ่! ใยเจ้าเป็นเช่นนี้กัน ฮือ สหายข้า เจ้าต้องฟื้นนะ” ฟู่ตี้เหรินเมื่อได้ยินข่าวก็รีบตรงมาที่จวนตระกูลหลิวทันที สหายรักที่เติบโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแต่ช่วงหลังต้องมาหมางเมินกันเมื่อครั้งที่บุตรชายเขาได้ทำเรื่องไม่สมควรกับยัยหนูหลิว เฮ้อ!“ฮึก ท่านพ่อเป็นคนดีสวรรค์ย่อมต้องคุ้มครองเป็นแน่เจ้าค่ะ ฮึก” เสี่ยวฟางที่ร้องไห้จนเผลอหลับไปถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งเมื่อสหายของบิดาอย่างฟู่ตี้เหรินมาเยือน“คาระวะนายท่านฟู่”“อ้าวฮูหยินว่านได้ยินว่าเจ้าเป็นลมล้มไป เป็นเช่นไรบ้าง”“ดีขึ้นแล้วล่ะเจ้าค่ะ เพียงแต่นายท่านหลิว ฮึก ฮือ” ว่านเจียอีร่ำไห้ออกมาอีกครา ในใจนึกหวาดกลัวบัดนี้ประมุขตระกูลล้มมีสภาพอยู่มิสู้ตายเช่นนี้ หากในอีกสามวันไม่ฟื้น เช่นนั้นหนี้สินของตระกูลหลิวและร้านรวงมากมายที่ยุ่งเหยิงอยู่ในตอนนี้จะต้องทำเช่นไร นางรึก็มิรู้วิชาการค้าซักเท่าไหร่ ส่วนลูกเลี้ยงนางเสี่ยวฟางก็ยังคงเด็กนัก เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วจะทำเช่นไรกันเล่า“มีเรื่องอะไรที่ข้าไม่รู้เช่นนั้นรึ ฮูหยินว่าน”เสี่ยวฟางมองทั้งสองคนสนทนากันผ่านม่านน้ำตาก่อนจะสังเกตเห็นมารดาเลี้ยงมีท่าทางหวาดวิตกอย่างชัดเจน นางมีเรื่องอั
ปึก! ว่านเจียอีคุกเข้าลงที่พื้นก่อนจะอ้อนวอนขอร้องให้ประมุขตระกูลฟู่ช่วยเหลือปัญหาที่พบเจออยู่ในเวลานี้“ฮูหยินว่าน! ลุกขึ้น ๆ”“ม่ะแม่รองหมายความว่า เราเป็นหนี้และไม่มีเงินเหลือแล้วรึเจ้าคะ ฮึก ท่านพ่อ ทำไมไม่เคยบอกข้าเลย ฮือ” เมื่อได้ฟังเรื่องราวมากมายจากผู้เป็นมารดาเลี้ยงยิ่งทำให้หลิวฟางอี้เอาแต่โทษตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใช่! เป็นเหมือนปีศาจฟู่กล่าวหานางมิผิด“ฮึก ฮือ ท่านพ่อ ลูกไม่ดี ฮือ”“เอาล่ะ ๆ พรุ่งนี้ข้าจะนำเงินไปไถ่มาให้ ย้ายจากตระกูลเจียงมาเป็นของตระกูลฟู่แทนพวกเจ้ามีเมื่อไหร่ก็ค่อยทยอยจ่ายก็แล้วกัน ส่วนนังหนูเสี่ยวฟาง”“ฮึก ฮือ เจ้าค่ะ”“เจ้าตั้งแต่วันพรุ่งนี้เจ้าต้องไปเรียนการค้ากับฟู่หลางเทียน สำนักศึกษาไม่ต้องไปมันแล้ว สถานการณ์เจ้าในตอนนี้ไม่เหมือนเดิมเจ้ารู้รึไม่”ฟู่ตี้เหรินเอ่ยด้วยใบหน้าจริงจัง บัดนี้บิดานางล้มป่วยเขาในฐานะที่เป็นสหายรักย่อมต้องชี้แนะบุตรสาวสหายนับว่ามิผิด และเชื่อมั่นว่าตนเองนั่นมองนางมิผิดเป็นแน่ ไม่แน่บุรุษสตรีใกล้ชิดกันบางทีเขาอาจได้ยินข่าวดีก็เป็นได้ เช่นนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องที่ดีเชียวล่ะ หึ หึ!หลิวฟางอี้เมื่อได้ยินสิ่งที่ฟู่ตี้เหรินเอ่ยจบก็ถึ
‘เหอะ การคบหาสตรีที่ด้อยกว่านางไปเสียทุกอย่างนี่ย่อมเป็นเรื่องดีเสียจริง ทำให้อารมณ์ของหลี่หลินนั้นคล้ายกับถูกยกย่องจากศิษย์ร่วมสำนักอยู่ตลอดเวลา หึ’“พ่อข้า ฮึก ฮือ ” เสี่ยวฟางอดทนไม่ไหวที่จะไม่ร้องไห้ออกมา ในใจรู้สึกหวาดกลัวไปต่าง ๆ นา ๆ จนผู้ที่เห็นนางเป็นเสมือนน้องสาวอย่างมู่ฮ่าวอี้อดเสียไม่ได้ที่จตะต้องเอ่ยปลอบประโลมนาง“เอาล่ะ ๆ ไม่ต้องพูดแล้วเสี่ยวฟาง”ทั้งสามพูดคุยกันอยู่ซักครู่ใหญ่ก็แยกย้ายกันกลับเมื่อเห็นว่ายามนี้เริ่มดึกมากแล้ว เมื่อแขกทยอยกลับไปในเรือนตระกูลหลิวที่กว้างใหญ่กลับรู้สึกวังเวงและเศร้าหมองลงเป็นยิ่งนักในความรู้สึกของเสี่ยวฟาง ท่ามกลางความมืดมิดนางไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ จึงลุกขึ้นมารับลมที่หน้าต่างบานใหญ่สายลมยามค่ำคืนที่พัดประทะผิวกาย ความรู้สึกเย็นเฉียบหนาวไปถึงหัวใจดวงน้อย ในใจหนักอึ้งนับตั้งแต่วันนี้นางจะเกียจคร้านไม่ได้อีกแล้ว หนี้สินมากมายที่ท่านพ่อเก็บความทุกข์ไว้เพียงผู้เดียวมานานแรมปี บัดนี้ลูกจะเป็นคนช่วยแบ่งเบามันเองนะเจ้าคะ“ท่านพ่อ ต่อไปนี้ภาระของท่านลูกขอรับไว้เองเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพ่อต้องฟื้นขึ้นมานะเจ้าค่ะ ท่านแม่คุ้มครองท่านพ่อและเ
[ตระกูลฟู่]ฟู่หลางเทียนรู้สึกว่าเวลานี้ตนนั้นเดินเร่งรีบกว่ายามปกติเป็นอย่างมาก ขาแกร่งเร่งเดินอย่างร้อนรนในใจ เมื่อบ่าวรับใช้ข้างกายนำข่าวเรื่องประมุขตระกูลหลิวมาแจ้งกับเขาตั้งแต่เช้า รับรู้เช่นนั้นก็ไม่อาจจะใจเย็นรอได้จึงได้เร่งมาหาผู้เป็นบิดาแต่เช้าตรู่“ท่านพ่อ”“อ้าว! วันนี้มาแต่เช้าเชียวนี่ยังไม่ได้เวลาอาหารเลยนะ ดีเช่นกันข้ามีเรื่องจะวานให้เจ้าช่วยเสียหน่อย” ดีเช่นกันที่วันนี้บุตรชายมาหาแต่เช้าจะได้ฝากฝัง ยัยหนูหลิวไว้เสียหน่อย หวังว่าเด็กทั้งสองคนนี้จะลืมเรื่องบางหมางเมื่อคราก่อนลงได้ หากไม่แล้วเรื่องนี้นับว่ายุ่งยากพอควร เฮ้อ!“ได้ยินว่าท่านลุงหลิว!” ฟู่หลางเทียนเอ่ยถามบิดาอย่างร้อนรน“อืม มิผิด! บัดนี้ตาเฒ่านั่นนอนเป็นผักอยู่มิสู้ตาย สงสารก็แต่เสี่ยวฟางนั่นแหล ร้องไห้จนแทบเป็นสายเลือด” ฟู่ตี้เหรินเอ่ยคล้ายไม่มีอันใดแต่น้ำเสียงและสีหน้านั้นหนักใจพอสมควร จอกชาที่ถูกยกขึ้นมาบรรจงเป่าอย่างช้า ๆ เมือนไม่ใส่ใจ แต่ในใจกลับนึกกังวลอยู่หลายส่วน“เฮ้อ นังหนูหลิวนี่น่าสงสารแต่เล็กก็ขาดแม่ นี่โตมาพึ่งเลยวัยปักปิ่นไม่กี่ขวบปีจะมาขาดพ่อไปอีกแล้วรึ”“ท่านลุงฟู่เป็นคนดี สวรรค์ย่อมต้องคุ
“ข้ากับเสี่ยวฟางเอ่อเราทั้งคู่รักกันขอรับ ข้าจะให้แม่สื่อมาสู่ขอกับนายท่านหลิวในวันพรุ่งขอรับ”“เฮ้ย! บ๊ะ! ฟู่หลางเทียนเจ้าลูกบ้า! หน้าที่หาแม่สื่อมันเป็นของข้าต่างหากเล่า นี่เจ้าใจร้อนจัดหาเองเลยรึ ห๊า!” ฟู่ตี้เหรินตบเข่าฉาดใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นชี้หน้าบุตรชายแสร้งโมโห‘บ๊ะ!ไอ้เจ้าลูกคนนี้ครั้งนั้นทำเป็นปฏิเสธยัยหนูหลิว มาครานี้มันจัดแจงเองเสียเสร็จสรรพ ไม่ได้การล่ะ! กลับไปข้าต้องไปจัดเตรียมสินสอดให้เสียยิ่งใหญ่ ตระกูลฟู่จะมีงานมงคลจะให้น้อยหน้าไม่ได้’“โธ่ท่านพ่อ” ฟู่หลางเทียนแสร้งโอดโอย“ฮ่า ๆ ดี ๆ ดียิ่งนักเสี่ยวฟางเราในที่สุดก็จะเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที เฒ่าฟู่ข้ากับเจ้าในที่สุดก็ได้เกี่ยวดองกันแล้วสิ” หลิวตงหยางเอ่ยอย่างปลื้มปิติ ลูกเขยคนนี้ทำสิ่งต่าง ๆ มากมายแม้ไม่มีสินสอดสักตำลึงตนก็ย่อมเห็นดีเห็นงาม“ฮ่า ๆ นั่นสิ ๆ ข้าต้องรีบกลับไปเตรียมสินสอดเสียก่อนนะเฒ่าหลิว จะให้น้อยหน้าไม่ได้ ๆ” ฟู่ตี้เหรินลุกขึ้นเตรียมกลับจวนอย่างตื่นเต้น“ไม่รีบ ๆ เฒ่าฟู่ ฮ่า ๆ ”ฟู่หลางเทียนและเสี่ยวฟางมองภาพครอบครัวที่ชื่นมื่นยินดีกับพวกตนด้วยแววตาเปี่ยมล้นด้วยความสุข มือใหญ่โอบรั้งดึงเอาร่างอวบเข้ามากอดแนบอก
เช้าตรู่ยามยามเฉิน [07.00 น.] คนทั้งสองตระกูลได้มารวมกันที่ว่าการอำเภอพร้อมพยานทั้งหมดที่ฟู่หลางเทียนติดตามหามาได้จนครบถ้วนไม่ต้องหล่น ส่วนอีกฝั่งเป็นคนจากตระกูลเจียงและตระกูลฟ่าน และรอเพียงไม่นานผู้ว่าการศาลต้าหลี่ก็นั่งประจำตำแหน่ง“เอ้าล่ะ ไหนคุณชายฟู่เจ้าลองว่ามาเหตุใดจึงกล่าวหาว่าการปล้นในครานั้นเป็นฝีมือของคนตระกูลเจียง!”“ข้าล้วนสืบจนแน่ชัด” ฟู่หลางเทียนลุกขึ้นมายืนตรงกลาง ก่อนจะเอ่ยต่อ“ข้าสงสัยว่าสินค้าจำนวนไม่น้อยและเงินจำนวนมากหายไป ทำไมคนตระกูลเจียงถึงไม่เดือดร้อนเท่าที่ควร ข้าจึงให้คนของข้าไล่กว้านซื้อผ้าไหมทั้งเจียงซีและแคว้นโดยรอบมาไว้เองเสียหมดเพื่อปั่นราคาผ้าไหมให้แพงขึ้นบีบให้...คนร้ายนำของกลางออกมาขาย”เอือก! ที่แท้พ่อค้าที่ต้องการผ้าไหมจำนวนมากและซื้อในราคาแพงคือ ฟู่หลางเทียนรึนี่ เฮอะ! เล่นกันเช่นนี้เลยรึ เหงื่อกาฬเจียงจื่อหยวนและขุนนางฟ่านเริ่มไหลแตกพลั่ก ๆ อย่างนึกหวั่นใจ ไม่นึกว่าไอ้หนูหน้าอ่อนนี้จะใช้วิธีเช่นนี้มาล่อพวกตน“และข้าพบว่าผ้าไหมที่ตระกูลเจียงนำมาขายให้ข้านั้น เท่ากับสินค้าที่ถูกปล้นไปไม่ขาดไม่เกิน! ขอรับ” ฟู่หลางเทียนพูดจบก็แสยะยิ้มร้ายอย่างน่
หลิวฟางอี้ได้ฟังก็ได้แต่อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ให้ตายเถอะนางช่างไม่ชินกับคุณชายฟู่ในครั้งนี้เอาเสียเลย“ดูท่านสิ! ชักเหลวไหลไปใหญ่”“เจ้าไม่ต้องห่วงข้าได้ให้คนไปลอบสืบมาแล้วล่ะ สินค้าในครานั้นที่ถูกปล้นไปล้วนเป็นคนในปล้นกันเอง และข้าได้ซื้อกลับมาไว้เองเสียหมดแล้ว วันพรุ่งไปที่ว่าการอำเภอกัน พรุ่งนี้ข้าจะทำให้ตระกูลเจียงหายไปจากเจียงซี พ่อค้าชั่วช้าเช่นนี้สมควรได้รับโทษให้สาสม”“ฮื้อ! เช่นไรกันเจ้าคะ”“ไว้เจ้ารอดูพรุ่งนี้ก็แล้วกันขอแค่เชื่อมั่นในข้า ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าและนายท่านหลิวเอง” ฟู่หลางเทียนที่แอบสืบเรื่องนี้มานานในที่สุดความจริงก็ได้กระจ่าง“ขะข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านเช่นไร” หลิวฟางอี้มองฟู่หลางเทียนอย่างนึกขอบคุณ“ทุกอย่างล้วนทดแทนที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า เฮ้อ! ช่วยพ่อตานับว่าเป็นเรื่องที่ควรทำมิใช่รึ ฮ่า ๆ”“ฟู่หลางเทียนท่านคิดไปเองเก่งเสียจริง อ๊ะ!” ยังพูดมิทันจบปากบางก็ถูกปากหนาปิดประทับ ก่อนที่หลางเทียนจะค่อย ๆ อ้อยอิ่งถอนออกอย่างนึกเสียดาย“พี่หลาง เสี่ยวฟาง ต่อไปเรียกข้าพี่หลางเด็กดี” หลางเทียนมองใบหน้าอิ่มเอิบเนียนใสของสตรีตรงหนาด้วยแววตาเอ็นดูระคนรักใคร่‘อันตรายน
หลิวเสี่ยวฟางเดินสำรวจดูห้องใหญ่ไปมาก่อนจะก้มลงเก็บข้าวของที่กระจัดกระจายให้กลับเข้าที่เพื่อรอเวลา เสียงแว่วขับเพลงทุ่มเบา ๆ ดังเล็ดลอดออกมาจากห้องอาบน้ำให้ได้ยิน ทำเอาหลิวฟางอี้ส่ายหน้าน้อย ๆ อย่างนึกหมั่นไส้ คุณชายฟู่ช่างดูแตกต่างจากเมื่อก่อนเสียสิ้นเชิงสินะด้านในอ่างอาบน้ำไม้เนื้อดีมีร่างแกร่งของบุรุษแช่กายอยู่ภายใน มือแกร่งตั้งใจถูไถ อาบน้ำอย่างพิถีพิถันกว่าทุกครา นึกอยากเรียกเจียวมิ่งเข้ามาขัดตัวให้เสียจริงเชียว มือใหญ่จับผ้าถูไปมาตามมัดกล้ามเนื้อหนั่นแน่นจนมั่นใจว่าสะอาดทุกซอกทุกมุมแล้ว จึงลุกก้าวออกจากอ่างสวมเพียงอาภรณ์ชุดคลุมเดินออกมาใช่! เขาชินแต่มีคนคอยเตรียมไว้ให้ไปเสียหมดจนลืมไปเสียสนิทยังดีหน่อยที่เจียวมิ่งยังทิ้งเสื้อชุดคลุมไว้ด้านในอยู่บ้าง“สูด ฮืม!”“อ๊ะ!” หลิวฟางอี้ตกใจที่ฟู่หลางเทียนเข้ามาสวมกอดจากด้านหลังโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง ทำเอานางที่เก็บของที่กระจายเกลื่อนเต็มพื้นอยู่ต้องตกใจ“อื้ม ตัวเจ้าหอมข้าชอบยิ่งนัก ชักอดใจไม่ไหวเสียแล้วสิ วันพรุ่งข้าให้ท่านพ่อจัดหาแม่สื่อไปสู่ขอเจ้าเลยดีรึไม่ หื้ม” ฟู่หลางเทียนคิดเช่นนั้นจริง ๆ เขาอยากไปขอหมั้นนางให้เป็นทางการเสียทีหลัง
“ฮึก ฮือ ขะข้าทนไม่ไหว ข้าไม่อาจแสร้งว่าไม่รู้สึกกับท่านได้ ฮึก ฮื้อ ทั้ง ๆ ที่ขะข้า อยากจะลืมท่านไปเสียสิ้น ฮือ ฮึก ๆ” ยิ่งได้ฟังสิ่งที่หลิวฟางอี้เอื้อนเอ่ย ฟู่หลางเทียนคล้ายกับปลาได้น้ำในหน้าแล้ง ใจแกร่งสั่งไหวเบ่งบานอย่างดีใจด้วยความหวัง ใจที่หนักอึ้งหมดอาลัยกับทุกสิ่งโปร่งโล่งอย่างอัศจรรย์ ใบหนาคมคายเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยนัยน์ตาแดงก่ำน้อย ๆ อย่างปิติดีใจอย่างเหลือล้น“เสี่ยวฟาง! ข้าได้ยินแล้วข้าช่าง ๆ ดีใจยิ่งนัก เด็กดีข้าคิดถึงเจ้า คิดถึงเหลือเกิน” ฟู่หลางเทียนคลายอ้อมกอดเพื่อจะได้พินิจจ้องมองใบหน้านางได้อย่างเต็มรัก มือหนาสั่นน้อย ๆ ค่อย ๆ ยกขึ้นลูบไล้กอบกุมที่กรอบหน้าของนางอย่างทะนุถนอม นิ้วแกร่งเกลี่ยเช็ดน้ำตาออกอย่างแผ่วเบา ก่อนจะค่อย ๆ จรดฝังริมฝีปากหนาลงช้า ๆ กับริมฝีปากบางนุ่นแผ่วเบา เพียงเท่านี้คล้ายมีกระแสดึงดูด จูบที่เพียงแผ่วเบาราวผีเสื้อโบยเมื่อครู่ เริ่มจะดุดันวาบหวามขึ้นอย่างดูดดื่ม ลิ้นหนาสอดแทรกความดูดดึงทุกซอกทุกมุมทั่วปากเล็กอย่างเต็มรักก่อนจะค่อย ๆ ถอนจุมพิตออกอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่งอย่างนึกตัดใจ หากไม่แล้วฟู่หลางเทียนกลัวห้ามใจตนเองไม่ได้ เขาไม่อยากหักหาญน
ยามซวี [20.00 น.]ในที่สุดหลิวฟางอี้ก็ไม่อาจหลอกตัวเองได้อีกต่อไปว่านางไม่รู้สึกใด ๆ กับฟู่หลางเทียน ร่างอวบอิ่มภายใต้ชุดคลุมเดินตรงเข้าไปยังเรือนที่ป้ายเขียนด้วยอักษรจีนโบราณ[เรือนซูเมิ่ง ตระกูลฟู่]หลิวฟางอี้เงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อเรือน ก่อนจะหยุดแล้วสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ เมื่อเรียกกำลังให้ตัวเองแล้วนางทำใจอยู่พักใหญ่ เท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวเดินไปตามทางเดินที่ประตูจวนเปิดอ้าไว้คล้ายกับรู้ว่านางจะมาอย่างไรอย่างนั้น“คุณหนู! เจียวมิ่งรู้อยู่แล้วว่าท่านจะมา” เจียวมิ่งถลาวิ่งเข้ามาหานางด้วยความดีใจ“อืม” หลิวฟางอี้เพียงขานรับเล็กน้อยอย่างสงวนท่าที“คุณชายอยู่ในนี้ขอรับ เชิญขอรับ”พรึบ!“อ๊ะ” หลิวฟางอี้ตกใจที่หลังจากนางก้าวเข้าไปในห้องเจียวมิ่งก็ปิดประตูลงทันที และทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้องพลันจมูกนางก็ได้กลิ่นเหม็นแรงของเหล้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง จนหลิวฟางอี้อดที่จะยกมือขึ้นมาปัดไล่กลิ่นพร้อมทั้งยกมืออีกข้างขึ้นปิดจมูกเพื่อบรรเทากลิ่นเหม็นแรงฉุนที่ลอยตีปะทะคลุ้งไปทั่วเสียไม่ได้ ดวงตากลมโตพยายามมองฝ่าความมืดสลัวเพื่อมองหาเป้าหมายที่ทำให้นางต้องถ่อมาหาถึงที่ตึก ตึก ตึก! ฟู่หลาง
“เจียวมิ่ง! ลุกขึ้นเถอะอย่าทำเช่นนี้ให้ข้าต้องลำบากใจเลย” คุณหนูหลิวที่เห็นเจียวมิ่งนั่งคุกเข่าก็ตรงเข้ามาพยุงให้ยืนขึ้น นางจะทำเช่นไรดี ‘เขาช่วยพ่อข้าจริงงั้นรึ แล้วเขาทำไปเพื่อสิ่งใดกัน แล้วนางจะเชื่อคนพวกนี้ได้แค่ไหนกัน ’ ในใจตีรวนจนสับสนแต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่เขากระทำกับนางในใจก็ยากที่จะให้อภัยได้โดยง่าย“พวกท่านกลับไปเสียเถอะ ข้าคงไปกับพวกเจ้าไม่ได้ กลับไปเสียเถอะ! เจิ้งซิน ๆ ไปส่งพวกเขาทีข้ารู้สึกอยากพักผ่อนเสียแล้ว” เสี่ยวฟางเบือนหน้าหนีจากสายตาตัดพ้อผิดหวังและต่อว่าของคนตระกูลฟู่”เจ้าค่ะคุณหนู”“เสี่ยวฟาง! เจ้า ๆ ช่างใจดำนักเพียงขอให้เจ้าไปพบพี่ข้า เจ้าช่าง ๆ เหอะ! ไปเถอะเจียวมิ่งเห็นเช่นนี้แล้วใจนางคงไม่อยากแม้แต่จะเหลียวดูพี่ชายข้าแล้วล่ะ กลับกันเถอะ!” ฟู่ฮวาซินรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมากนางอุตส่าห์ลดทิฐิมาขอร้องนางด้วยตัวเองพร้อมขอโทษกับเรื่องราวทั้งหมด นึกไม่ถึงว่าพี่ชายจะหลงรักสตรีที่ใจมืดบอดเช่นนี้“คุณหนูหลิว…หากท่านเปลี่ยนใจ คุณชายรอท่านที่เรือนซูเมิ่งนะขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยออกมาคล้ายละเมอ ความหวังสุดท้ายที่หวังจะช่วยคุณชายหลุดลอยไปเสียต่อหน้า ก้มหน้าลงอย่างผิดหวังก่อนจะ
“เจ้าทำสิ่งใด ฮวาซิน! ลุกขึ้นนะ เจ้ากลับไปเสียเถอะเช่นไรข้าก็ไม่ไป ข้าไม่อยากเห็นแม้แต่...หน้าของเขา” เสี่ยวฟางตกใจไม่น้อยกับการกระทำของฟู่ฮวาซิน รีบปรี่เข้าไปดึงนางให้ลุกขึ้นทันที ก่อนจะเอ่ยยืนยันในคำพูดว่าเช่นไรนางก็ไม่ไปพบพี่ชายนางและนั่นทำให้คุณหนูฟู่ผู้ไม่เคยต้องอดทนกับสิ่งใด และยอมให้ใครถึงกับมีอารมณ์ ในเมื่อนางขอร้องดี ๆ ยอมทิ้งศักดิ์ศรีคุกเข่าก็แล้วนางก็ยังมิยอมเช่นนั้นอย่ามาว่าข้าเสียมารยาทก็แล้วกันนะเสี่ยวฟาง“เสี่ยวฟาง! เจ้ารู้รึไม่เพื่อจะไถ่โทษที่พี่หลางเทียนทำกับเจ้าแล้วพี่ข้าต้องพบเจอสิ่งใดบ้าง เจ้าฟังนะ! ” คุณหนูฟู่ตะโกนใส่คุณหนูหลิวด้วยอารมณ์โกรธขึ้นหน้า กายสั่นระริกหายใจหอบรัวเร็ว ก่อนจะกำหมัดแน่นหลับตานิ่ง สูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ เพื่อควบคุมอารมณ์“เอาล่ะเจ้าฟังนะ พี่ชายข้าเพื่อเจ้าแล้วเข้าลงทางใต้หาได้ไปค้าขายไม่ พี่หลางเทียนไปเสาะตามหาหมอเทวดาต่างหาก เจียวมิ่งเล่าให้ข้าฟังว่าชายแดนใต้นั้นหนาวเหน็บทุกพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะพี่ชายข้าต้องร่ำดื่มสุราอย่างหนักเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นและเพื่อเป็นหุ่นทดลองยาให้กับหมอเทวดานั่นจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด จนในตอนนี้เขาเป็นโรคพิษสุราเรื
ฟู่ฮวาซินนึกไม่ถึงว่าผู้เป็นพี่จะมีสภาพเช่นในตอนนี้ นางไม่อาจยอมรับได้คุณชายตระกูลพ่อค้าใหญ่ สง่างามแถมเก่งไปเสียรอบด้านในเวลานี้ดูแล้วไม่ต่างจากขอทานข้างถนนเลยซักนิด“สามวันที่แล้วคุณชายตั้งใจจะไปหาคุณหนูหลิว บังเอิญไปเห็นนางอยู่กับสหายรักอย่างคุณชายยู่หลง แล้วเอ่อพวกเขากำลังเอ่อ...เช่นไรคุณหนูช่วยคุณชายของเจียวมิ่งด้วยนะขอรับ คราวนี้คุณชายเสเพลไร้สตินักขอรับ” เจียวมิ่งเอ่ยด้วยสีหน้าและแววตาคล้ายจะร้องไห้อยู่ในที“ข้าช่วยแน่ เจ้าเจียวมิ่งมากับข้า! เร็วเข้า” ช่วยแน่เป็นตายร้ายดีเช่นไรนางย่อมต้องช่วย ‘พี่หลางเทียน พี่ทำเพื่อข้ามามากครั้งนี้ข้าจะทำเพื่อท่านนะเจ้าคะ’“อ้าวนั่น ฮวาซินเจ้าจะไปไหนล่ะนั่น!”“ไปช่วยพี่หลางยังไงละเจ้าคะท่านพ่อ!” เอ่ยเพียงเท่านั้นนางก็เร่งฝีเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นรถม้า มุ่งตรงไปยังจวนตระกูลหลิวที่หมายทันที[ตระกูลหลิว]“คารวะท่านลุง ฮูหยินรองเจ้าค่ะ ฮวาซินมาขอพบเสี่ยวฟางไม่ทราบว่า...”“อ้าว ฮวาซินนั่นเอง มาหาเสี่ยวฟางเรอะเมื่อครู่นางพึ่งกลับไปเรือนของนาง เดี๋ยวข้าให้คนพาไปก็แล้วกันนะ เด็ก ๆ ”“เจ้าค่ะ”“ไปส่งคุณหนูรองที่เรือนคุณหนูที” หลิวตงหยางเอ่ยโดยที่ในใจน