หน้าหลัก / แฟนตาซี / สงครามรักในเงามืด / ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเจ็บตัวอีก

แชร์

ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเจ็บตัวอีก

ผู้เขียน: มูมูมิ
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-11-23 19:55:46

เวลาสองทุ่ม....

ขณะที่ฉันกำลังจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่างกับเคียร์ทว่าสายเรียกเข้าโทรศัพท์ฉันก็ดังขึ้นขัดจังหวะทำให้ฉันจำใจต้องละสายตาจากเคียร์แล้วล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

"ว่าไงคะพี่?"

"มินาโกะ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน"

"น้องอยู่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ"

"พี่อยากให้เราไปที่เกิดเหตุ มีคนตายเพิ่มแต่พี่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พี่อยากจะให้เราไปดูให้หน่อย ทางนี้พี่ติดนักข่าวอยู่หน้าสำนักงานพี่จะส่งที่อยู่ให้..."

ฉันทำหน้านิ่งไปครู่หนึ่ง ทำให้ฉันรู้ทันทีว่านี่ต้องเป็นเรื่องของแวมไพร์แน่นอน คราวนี้จะเป็นปีศาจแบบไหนอีก

"ค่ะ น้องจะรีบไปเดี๋ยวนี้" ฉันตอบก่อนจะวางสายแล้วหันหน้าไปหาเคียร์

"ต้องไปแล้วนะลุง"

ในมือถือของเอามาวางหน้าเคาน์เตอร์จ่ายเงินกำลังจะเดินออกจากร้านเขาก็จับแขนซ้ายเอาไว้ฉันเหลียวหลังกลับไปก้มลงดูมือก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของเขา

"เธอน่ะ เป็นคนที่ล้ำค่ามากเพราะงั้นอย่าเจ็บตัวนะ" ผมใช้นิ้วชี้เคาะหน้าผาก

ฉันอึ้งกับคำพูดของเขาคนเป็นแวมไพร์ พูดอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ เขากำลังเป็นห่วงฉันหรือแกล้งเป็นห่วงฉัน หูฉันคงไม่เฝื่อน ไปใช่ไหม ก่อนที่จะหันหลังอีกครั้ง นึกขึ้นได้ หยิบมือถือยื่นให้เขา

"ขอเบอร์ไว้หน่อยสิลุง อยากส่งข้อความหาลุงได้ไหม"

"พอดีคนหล่อคนนี้ไม่ให้เบอร์สาวนะ"

ใบหน้าของฉันทำหน้าเซ็งๆ เหมือนเขากำลังตั้งใจกวนประสาทฉันอยู่

"คือจะไม่ให้ สงสัยคงจะต้องเป็นสาวสวยหน้าอกตูม ถึงจะให้ถูกไหม ตาลุงหื่นกาม" (แวมไพร์ก็เจ้าชู้ไม่ใช่เล่นเลย)

ฉันไม่สนใจเขาแล้วรีบวิ่งออกจากซูเปอร์มาร์เก็ตทิ้งให้เขายืนมองตามหลังฉัน วิ่งจนมาถึงครึ่งทาง เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

"สวัสดีวันศุกร์ สาวน้อย"

เห็นข้อความทำให้ฉันยิ้มสดใส"ขนาดส่งข้อความยังเป็นคนแก่ไปได้ ตาลุงเอ่ย"

ย่านช้อปปิ้งแห่งหนึ่งในเวนิสต้า...

ฉันหยิบใส่ถุงมือสีดำเดินเข้ามาที่เกิดเหตุซึ่งถูกปิดกั้นด้วยแถบสีเหลืองของตำรวจผู้คนมากมายมุงดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัว ฉันสวมหูฟังไร้สายและกดปุ่มติดต่อไปยังยูกิทันที

"ยูกิ ช่วยรายงานสถานการณ์ให้ฉันฟันหน่อย"

"นี่...หัวหน้าไปทำไมครับ มันอันตรายนะ หัวหน้าไม่ใช่..."

"หยุดบ่นแล้วรีบๆ พูดมาได้แล้ว"

"ครับ...หัวหน้า"

"จากการสอบสวนพยานเบื้องต้น เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้วมีชายหญิงคู่หนึ่งเริ่มทะเลาะกันอย่างรุนแรงกลางถนน จากนั้นก็ชักมีดออกมาแทงกันจนเสียชีวิตทั้งคู่ครับ"

ฉันที่ยืนดูพวกเขาถ่ายรูปศพ "แค่คู่เดียว?"

"ไม่ครับ หลังจากนั้นก็มีคนอื่นๆ เริ่มทำร้ายกันเองด้วยอาวุธมีคม มีผู้บาดเจ็บหลายราย บางคนก็เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ"

ความรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง เหตุการณ์นี้มันเกินกว่าจะอธิบายได้ด้วยเหตุผล พวกเขาทะเลาะกันจริงหรือมีใครบางคนบงการอยู่ถึงมาแทงในย่านนี้ ส่วนใหญ่แวมไพร์จะกัดที่คอแต่นี่กลับไม่มีรอยบนต้นคอมีแต่บาดแผลจากการแทงกันเท่านั้น

"มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับพวกเขาไหม ยูกิ?"

"เอ่อ...พยานบางคนบอกว่า พวกเขาดูเหมือนคนเสียสติครับ ตาขวางและมีพูดแค่ว่าต้องฆ่าเท่านั้น"

"เข้าใจแล้วยูกิ ฉันจะเข้าไปดูสถานการณ์เอง ถ้ามีเรื่องอะไรก็รายงานมาได้เลย"

"ได้เลยครับ"

มือหยิบถอดหูฟังออกแล้วก้าวผ่านแถบกั้นเข้าไปในที่เกิดเหตุ ฉันเคยลองค้นหาในอินเทอร์เน็ต แวมไพร์นั้นมีหลายพลังที่สามารถควบคุมจิตให้มนุษย์หันมาฆ่ากันเองได้สายตาฉันสำรวจไปรอบๆ อย่างละเอียด กวาดสายตาที่นี่เป็นชุมชนย่านที่คนจะมาเดินเล่น มีอาหารให้กินตามทางมีกิจกรรมมากมาย พวกมันเลือกที่คนพลุ่งพล่าน

บรรยากาศในที่เกิดเหตุเริ่มทวีความน่าสะพรึงกลัวขึ้น ฉันสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ชวนทำให้ขนลุก เหมือนมีสายตาหลายคู่จับจ้องมาที่ฉันจากเงามืด ราวกับมีสัตว์ร้ายกำลังรอจังหวะที่จะตะครุบเหยื่อ

"ทุกคนออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!"

ฉันตะโกนส่งเสียงดัง ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่สัญชาตญาณบอกฉันว่าทุกคนต้องออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด

"แต่พวกเรายังตรวจศพพวกเขายังไม่เสร็จเลยนะ"

มือหยิบปืนขึ้นมาจ่อกลางหัวคนที่กำลังตรวจศพ

"อยากตายตรงนี้หรือว่าอยากจะโดนคนพวกนี้กินแยกเป็นชิ้นๆ เลือกเอาจะเอาแบบไหน"

"บอกให้ออกไป ก็ออกไปสิ!"

เหล่าตำรวจและเจ้าหน้าที่ต่างมองหน้ากันด้วยความงุนงง แต่พวกเขาก็เชื่อฟังคำสั่งของฉันและเริ่มอพยพผู้คนออกจากพื้นที่

"ทำบ้าอะไร มินาโกะ" เสียงพี่เรียวจิตะโกนออกมา

ทันใดนั้น ร่างหนึ่งก็พุ่งออกมาจากเงามืดมีดสั้นวาววับอยู่ในมือของมันมุ่งตรงมายังฉัน ดวงตาเบิกกว้างอย่างตกตะลึง ทุกคนต่างกรี๊ดกันใหญ่ ทำให้คนวิ่งหนีอย่างอลหม่าน

ฉันพยายามหลบคมมีดที่พุ่งเข้ามา แต่ก็ไม่ทันได้รู้สึกถึง ความแสบที่แขนขวาเลือดสีแดงสดไหลลงแขน ทำให้เขาเปลี่ยนดวงตาจากสีดำเป็นสีแดง ฉันรีบชักปืนออกมายิงเข้าไปที่ขาสองข้าง แต่ก็เหมือนเขาจะไม่ค่อยเป็นอะไร

"ฮ่าๆๆๆ คิดจะสู้กันด้วยปืนกระจอกๆ นี่เหรอ เธอมันก็แค่เหยื่อตัวเล็กๆ เท่านั้น"

"อย่ามาดูถูกฉัน ถึงแกจะเป็นแวมไพร์ ฉันไม่ได้อ่อนแอ แน่จริงอย่าใช้มีดถ้าแกแข็งแกร่งพอ"

ถึงแวมไพร์จะมีพลังที่เหนือกว่ามนุษย์ก็จริงถ้าไม่ลองดูสักตั้งจะไปรู้ได้ยังไงว่าพลังของพวกมันมีมากน้อยแค่ไหน เหล่าตำรวจเอฟบีไอ กำลังจะเตรียมยิง...

"อย่ายิงเก็บปืน! ถ้ายิงเกิดโดนน้องสาวฉัน พวกนายจะรับผิดชอบไหวเหรอ"

พี่เรียวจิที่ตะโกนใส่พวกตำรวจสายตาหันมามองใบหน้าของแวมไพร์ตนนั้นรู้จักคนอย่างฉันน้อยไป ฉันเนี่ยดื้อตัวแม่ เคยต่อสู้มาตั้งเยอะ เขาเข้ามาโจมตีฉันทำให้หลบการโจมตีอย่างคล่องแคล่ว หาจังหวะที่จะโต้กลับพอเห็นช่องว่างหมุนตัวใช้ขาด้านซ้ายแตะไปที่ก้านคอของแวมไพร์ตนนั้นเข้าอย่างจัง

ดูเหมือนเขาเริ่มหงุดหงิด มันคงไม่คิดว่ามนุษย์ตัวเล็กๆ จะสามารถหลบการโจมตีของเขาได้ เขาพุ่งเข้าใส่ฉันอีกครั้งคราวนี้ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น ฉันหลบได้อย่างหวุดหวิดกลายเป็นว่ามันเอาเล็บออกมาข่วนเข้าที่แขนของฉันถึงจะเฉียดก็ตาม

เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาดแผล ฉันปาดเลือดออกอย่างลวกๆ ถลึงตามองอย่างไม่ยอมแพ้

"แกมันก็แค่สัตว์ร้ายที่กระหายเลือด! แกไม่มีวันชนะฉันหรอก!"

เขาคำรามด้วยความโกรธ พุ่งมาทันทีคราวนี้ฉันไม่หลบ ฉันตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะรับการโจมตี แต่แล้ว...

เคร้ง!!

เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อมเกิดขึ้นพร้อมกับแรงอัดอากาศมหาศาลที่ผลักฉันจนเซถลาดวงตาเบิกกว้างขึ้นฉันแสดงสีหน้าตะลึงพรึงเพริด พบว่ากระจกทุกบานในบริเวณนั้นแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

คราวนี้สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ เคียร์ปรากฏตัวต่อหน้าฉันเหมือนมีแสงสีทองสว่างเต็มไปหมด ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวแววตาทอประกายสังหารเข้มข้นดวงตาลุกโชนราวกับเปลวเพลิง  ฉันกวาดสายตามองคนรอบข้างทุกอย่างหยุดนิ่ง

"เกิดปีไก่เหรอถึงได้จิกเก่งขนาดนี้ จิกไม่เลิกด้วยนะ"

น้ำเสียงเย็นชาก่อนจะพุ่งเข้าไปหาแวมไพร์ตนนั้นมือของผมคว้าเข้าที่ต้นคอของเขา บีบแน่นจนมันดิ้นทุรนทุราย

"คราวนี้ฉันขี้เกียจออกแรงก็จงทรมานอยู่สักพักนะ"

สิ้นคำพูดร่างของเขา ก็ลุกเป็นไฟสีแดงทั้งร่างกายมือเหวี่ยงลงพื้น..

เสียงร้องโหยหวนนั้นดังกว่าปกติทำให้ฉันเอามือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้าง 

ผมที่เหลียวหลังเดินไปหาเธอที่นั่งเอามือปิดหูอยู่นั้นเลยดีดนิ้วให้ฝนตกลงมาและเสกร่มขึ้นมากางย่อตัวลงเอาร่มเอียงไปทางเธอ

ฉันเงยหน้าขึ้นช้าๆ รอบข้างฝนตกหนักเห็นแค่สายตาของเขาใบหน้าของฉันก็แดงซ่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจ้องมองมาที่ฉันแล้วก้มลงมาจูบที่ริมฝีปากช้าๆ ค่อยๆ ผละออก

"ฉันบอกไปแล้วไงว่าอย่าเจ็บตัวอีก!" เขาพูดเสร็จก็ดีดมาที่หน้าผากของฉัน

บทที่เกี่ยวข้อง

  • สงครามรักในเงามืด   ฉันรอเธออยู่

    เสียงแห่งสายฝนบรรเลงขึ้น หยาดฝนแต่ละเม็ดให้เสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เสียงเม็ดฝนกระทบพื้น เสียงใบไม้กระทบกันเบาๆ ละอองฝนพัดหลังจากเคียร์จัดการแวมไพร์ตนนั้นเขาก็เอาร่มมาให้ฉันแล้วก็หายไปเลยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ผู้คนกลับมาเดินกันปกติสวนไปมาและคนตรวจศพก็อยู่ที่เดิมข้างๆ ฉัน สายตาก้มลงไปดูที่แขนกับไม่มีเลือดไหลจากการโจมตี พี่เรียวจิวิ่งเข้ามาหาฉัน "มินาโกะ เป็นยังไงบ้างรู้อะไรไหม""เอ่อ...เหมือนจะเป็นแค่คู่ผัวเมียทะเลาะกันน่ะ พี่มาก็ดีแล้วก็จัดการเองเลยแล้วกัน น้องขอตัวก่อนนะ"ณ..คอนโด มินาโกะฉันกดรหัสเปิดประตูคอนโด ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ภาพเหตุการณ์ต่างๆ วนเวียนอยู่ในหัวฉันราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำไปมาเขาจูบฉันครั้งที่สองหรือสามแล้วหรือเปล่านะ เหมือนกับตัวเองเป็นผู้หญิงใจง่ายให้ผู้ชายจูบยังไงอย่างนั้นเลย ฉันยกนิ้วชี้ขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเองใบหน้าแดงอย่างดอกกุหลาบ"ไม่ๆๆๆ นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย จะมาลามกอะไรตอนนี้ จะบ้าตาย"เท้าเดินเข้าไปในห้องน้ำถูกแบ่งออกเป็นโซนเปียกและโซนแห้งโดยมีผนังกระจกเป็นตัวคั่นเอาไว้ ปูด้วยกระเบื้องสีขาวเป็นหลักกระจกเงาบานใหญ่ติดผนังฝั่งอ่างล

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-23
  • สงครามรักในเงามืด   เธอกำลังมีใจให้กับเขา...

    เกล็ดหิมะสีขาวโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าสร้างบรรยากาศโรแมนติกแต่ก็แฝงไปด้วยความหนาวเย็น ฉันเดินฝ่าหิมะที่กำลังตกหนักเข้าไปหาเคียร์ที่ยืนรอฉันอยู่ก่อนแล้ว อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเขา"ลุง...มารอฉันทำไมตรงนี้ค่ะ? แล้วมายืนกลางหิมะแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก"ผมยิ้มแฉ่งให้เธอก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ตหยิบใบปลิวหนึ่งใบออกมา"ฉันเห็นเขาแจกใบนี้ แต่ฉันไม่รู้ว่าร้านอยู่ที่ไหนน่ะ หาให้หน่อยได้ไหม" ผมพูดพลางยื่นใบให้เธอฉันหยิบใบปลิวขึ้นมาดู มันเป็นรูปร้านขนมหวานชื่อดังในเมือง สายตาที่เห็นอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันเลย ทำให้ฉันทั้งขบขันและเอ็นดูในคราวเดียวกัน"อ้อ ที่มารอฉันเพราะแบบนี้เองเหรอ ก็อยู่ตรงข้ามที่เรายื่นอยู่นี่ไง ลุงเนี่ยแก่จริงๆ ละนะ แล้วมาออฟฟิศฉันถูกได้ยังไงกันคะเนี่ย"ผมยักไหล่ขึ้น "อ่าวเหรออยู่ใกล้แค่นี้ทำไมฉันถึงไม่เห็นนะ ฉันเนี่ยทั้งเก่ง ฉลาด รวย แถมยังหล่ออีกด้วยนะ""หลงตัวเองเก่งจังนะ ลุง""ถ้าฉันไม่หลงตัวเองแล้วจะให้หลงใคร หรือว่าเธอดีล่ะ"พวงแก้มที่แต่เดิมซีดขาวผุดสีแดงขึ้นมาระเรื่อ "..... ฮ่าๆๆ เล่นมุกเหรอเนี่ย ตลกจังเลยนะ"ฉันมองเขาอย่างอารมณ์ดี รู้ทั้งรู้ว่าก

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-24
  • สงครามรักในเงามืด   ราคาที่ต้องจ่าย

    ฉันที่เดินเข้ามาทุกๆ อย่างเปลี่ยนเป็นกระท่อมเก่าๆ ที่ตั้งอยู่กลางป่าลึก แม่หมอใช้พลังซ่อนสายตาจากผู้คน เธอที่นั่งอยู่อยู่ที่กลางห้อง นัยน์ตาเธอนั้นลึกลับที่เต็มไปด้วยความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้"นั่งสิ จะยืนแบบนั้นให้เมื่อยหรือไง"แม่หมอเอ่ยขึ้นเดินไปหยิบตำรามาหนึ่งเล่มวางบนโต๊ะ มือเปิดไปหน้าหนึ่ง ฉันที่เดินมานั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเธอความกดดันและประหม่าแต่ฉันก็เก็บอาการไว้"คือ.....เขาเป็นแวมไพร์แบบไหนเหรอ?"เธอมองมาที่ฉันเหมือนกับว่าเธอกำลังอ่านความคิดในใจของฉัน ขนตาฉันพะเยิบขึ้นพลางจ้องมองอย่างฉงน เอียงคอมองใบหน้าเธอ"ก่อนอื่น ฉันชื่อดิซีรี แม่มดแห่งโลกจันทรา เธอไม่ต้องบอกหรอกว่าชื่ออะไร เพราะฉันรู้หมดแล้ว""......""ใจของเธอตอนนี้กำลังสับสนเพราะเธอรู้อยู่ว่าอะไรเป็นอะไร แต่เธอดันชอบเขาเท่ากับเธอกำลังเดินตามหมากที่เขาวางไว้"สิ่งที่แม่หมอพูดมานั้นก็ถูกต้องทุกอย่างฉันมีใจให้กับเขาขึ้นมาจริงๆ"หมายความว่าฉันเป็นแค่หมากในเกมของเขางั้นใช่ไหม""เธอกำลังเล่นกับไฟ เขาไม่ใช่คนที่เธอจะรักได้หรอกนะ เขาเป็นคนที่สามารถทำอะไรก็ได้ด้วยพลังของเขา เธอไม่มีทางมาแทนที่คนในใจเขาได้หรอก สิ่งที่เขาต้อง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-24
  • สงครามรักในเงามืด   เธอกลัวหรือเปล่า...

    แสงแรกแห่งวันใหม่สาดส่องลงบนพื้นถนนที่ยังคงเงียบสงบหญิงสาวคนหนึ่งเดินกลับบ้านหลังจากทำงานกะดึก เธอเลือกที่จะเดินลัดผ่านตรอกเล็กๆ ที่มืดและเปลี่ยวเพื่อจะได้ถึงบ้านเร็วขึ้น ขณะนั้นภาพที่เธอเห็นตรงหน้าก็ทำให้เธอแทบหยุดหายใจ...กองศพจำนวนมากนอนเกลื่อนกลาดอยู่กลางซอยเล็กๆ ร่างกายของพวกเขาผิดรูปร่างราวกับถูกทรมานอย่างโหดเหี้ยมเลือดสีแดงสดไหลนองบนพื้นสร้างบรรยากาศที่น่าสยดสยองเกินกว่าจะบรรยายหญิงสาวดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ขาของเธอแข็งทื่อไปหมด เธอยากจะกรีดร้อง แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง เธอหันกลับไปมอง ก็พบกับเงาดำมืดที่พุ่งเข้ามาหาอย่างเร็วกรี๊ด!!!!!!น้ำเสียงกรีดร้องดังหายไปกับสายลมในตรอกมืดนั้นเวลาแปดโมงเช้า...เสียงไซเรนดังกึกก้องไปทั่วตรอกแคบๆ แสงไฟจากรถตำรวจสาดส่องเข้ามา ทำลายตรอกที่มืดปกคลุมสถานที่แห่งนี้ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอในชุดปฏิบัติการสีกรมกรูเข้ามาเรียงกัน พวกเขาเริ่มทำการปิดกั้นพื้นที่และเก็บหลักฐานต่างๆฉันที่เดินถือขนมอยู่กับซากุระสายตาเหลือบไปเห็นตำรวจมากมายรีบบอกซากุระให้กลับไปก่อน จึงรีบวิ่งข้ามถนนมาถึงที่เกิดเหตุแสดงบ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-25
  • สงครามรักในเงามืด   หัดเจียวตัว!...

    ผมที่ผละ จูบออกเบาๆ มองใบหน้าของเธอ..."เอ่อคือ...ถ้าตอนนี้รู้สึกกลัวก็กอดฉันได้นะ ฉันไม่กลัวผี""อะไรของลุงเนี่ย แล้วมาจูบคนอื่นได้ยังไงกัน""ไม่ใช่คนอื่น คนพิเศษต่างหาก"สองแก้มแดงเห่อร้อน เขาเปลี่ยนเรื่องเหมือนข้างหลังของฉันต้องมีอะไรแน่นอนฟังจากน้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความระคนสงสัย เลื่อนคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย จากนั้นเขาเอื้อมมือมาจับมือของฉันแล้วพาเดินออกจากตรงนั้น..."ไปกันยัยบื้อ""นี่ลุงเรียกฉันว่ายัยบื้อเหรอ""แล้วจะใครล่ะ เธอนั่นแหละบื้อที่สุด""ว้าว เกิดมาพ่อแม่ยังไม่เคยเรียกฉันว่าบื้อเลยนะ ลุง!""ฉันเกิดมาก็ไม่เคยมีใครเรียกฉันว่าลุงเหมือนกันนั่นแหละ""อ้อ นั้นจะบอกว่าฉันเป็นคนแรกที่เรียกใช่ไหม ลุงควรภูมิใจนะ ที่ได้มาเจอคนอย่างฉัน""ครับๆๆ ยัยบื้อ!"ทางฝั่งตรงข้ามร้านเบอร์เกอร์...ผมและเทลเวลลูกน้องของเคียร์ที่แอบเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ต่างพากันตะลึงกับสิ่งที่พวกเขาเห็น..."นั่น...ราชาของเราจริงๆ ใช่ไหม"เทลเวลพยักหน้าอ้าปากค้างในมือถือเบอร์เกอร์ "ใช่แล้ว การแสดงเขาก็ยังคงสมบูรณ์ไม่มีใครเกิน เป็นตัวเลือกที่ดีเลยว่าไหม ถ้าผู้หญิงคนนั้นมองไม่ออกก็คงไม่มีสมองแล้ว""ถึงเธอจะโง่แ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-25
  • สงครามรักในเงามืด   ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้

    ในยามราตรีที่ม่านมืดคลุมเมืองใหญ่แสงสีจากตึกสูงระฟ้าส่องสว่างเจิดจ้าราวกับดวงดาวนับล้านบนผืนผ้าใบสีครามบรรยากาศในบาร์หรูหราแห่งหนึ่งในเมืองหลวงเต็มไปด้วยเสียงเพลงดังกระหึ่ม แสงไฟสีส้มส่องกระทบกับแก้วเหล้าที่ถูกยกขึ้นชนกันบรรดาหนุ่มสาวกำลังดื่มด่ำกับความสุขสำราญท่ามกลางความมืดมิดนี้ ไวล์ลีผมสีหมอก ดวงตาองุ่นแดง ใส่แว่นเงินนิ้วชี้ทั้งสองข้าง กำลังสนุกสนานอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งในมุมมืดของบาร์เขาก้มลงซุกไซ้ที่ซอกคอของเธอก่อนจะฝั่งเขี้ยวลงไปอย่างไม่ไยดีทันใดนั้นเงาของใครบางคนก็ทาบทับลงมาบนร่างของไวล์ลี เขาเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องพบกับผมที่ยืนอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีแดงก่ำของผมจ้องมองเขาอย่างเยือกเย็น"สนุกพอหรือยัง?"ไวล์ลีแสยะยิ้ม "อ้าวเคียร์ นึกว่าใครที่แท้ราชาผู้ยิ่งใหญ่ของเรานี่เอง""ฉันถามว่าสนุกพอหรือยัง" ผมถามย้ำเสียงเข้ม"ยังเลย ทำไมล่ะ? เจ้าจะมาขัดจังหวะฉันหรือไง"ผมที่นั่งลงตรงข้ามเอาขาข้างขวาขึ้นมาไขว่ห้างพร้อมนิ้วมือที่ประสานเข้าหากัน"สันดานแกเนี่ยมันไม่เปลี่ยนเลยนะ ยังน่ารังเกียจเหมือนเดิม""ฮ่าๆๆ เคียร์แกเองก็ไม่ต่างไปจากฉันนักหรอก อย่าคิดว่าทำตัวเป็นพ่อพระต่อหน้าสาวของแกเบื้องหลัง

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-26
  • สงครามรักในเงามืด   ขอกินได้ไหม... NC ️️

    ‼️คำเตือนเนื้อหานี้มีความรุนแรง ‼️เกี่ยวกับ🔞⚠️โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านค่ะ⚠️ผมตื่นขึ้นมาจากการที่นอนเต็มอิ่มครั้งแรกและความรู้สึกหิวกระหายอย่างรุนแรงเขี้ยวของผมยาวออกมาผมหันไปทางมินาโกะแต่สิ่งที่ทำให้ผมตกใจยิ่งกว่านั้นคือการที่ไม่เจอมินาโกะอยู่ข้างกายผม"ยัยบื้อ?"ผมเรียกเธอเบาๆ เลยรีบลุกจากเตียง เดินไปเปิดประตูรีบลงมาข้างล่าง ภาพที่เห็นคือ มินาโกะตั้งใจทำอาหารสวมผ้ากันเปื้อนสีส้ม ผมถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเผยให้เห็นลำคอระหงผมกลืนน้ำลาย อยากจะกัดเข้าไปที่คอของเธอ ฝั่งเขี้ยวลงไปไม่ให้ใครมาแตะต้องเธอได้ จึงเดินเข้าไปหาเธอมือเอื้อมไปลูบต้นคอของเธอเบาๆฉันสะดุ้งที่เขามาจับต้นคอสันหลังรู้สึกเย็นวาบทันใดนั้นมีดคมวาวในมือฉันพลาดไปโดนนิ้วชี้เข้า"อ๊ะ!!!"ฉันอุทานออกมาเบาๆ เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาดแผลเล็กๆ นั้นในเสี้ยววินาทีนั้น ดวงตาของผมเป็นสีแดงสว่างความกระหายเลือดในตัวผมพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรุนแรงตราบนหน้าผากโผล่ ออกมาเขี้ยวแหลมคมผมค่อยๆ ยาวออกมาจากริมฝีปากฉันเงยหน้าขึ้นมองเคียร์ ดวงตาเบิกกว้างเห็นเขากระหายเลือดเป็นครั้งแรกเวลาอยู่กับฉันเขามักจะไม่เผยฐานแท้อะไรเลยต่างกับตอนนี้ที่เขาปรากฏ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-26
  • สงครามรักในเงามืด   มาเป็นเจ้าสาวให้ฉันไหม

    แสงจันทร์สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอน ทำให้เห็นใบหน้าเธอที่กำลังนอนอยู่ ผมนอนอยู่ข้างเธอ มองดูเธอที่เต็มไปด้วยใบหน้ากระตุกยิ้ม ผมเอื้อมมือ ออกไปลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของเธออย่างทะนุถนอมนิ้วมือผมสัมผัสกับผิวแก้มนวลเนียนของเธออย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าจะทำให้เธอตื่นขึ้นมา"เธอช่างงดงาม"ผมกระซิบแผ่วเบา มองดูใบหน้าขาวนวลด้วยความหลงใหล ผมยิ้มทั้งที่ไม่เคยรู้สึกผูกพันกับใครมากเท่านี้มาก่อน"นี่หรือจะเป็นที่ชายหญิงเขารู้สึกกันที่หัวใจ?"ผมเฝ้ามองเธอต่อไปอย่างเงียบๆ เก็บเกี่ยวช่วงเวลานี้ไว้ในความทรงจำผมแค่อยากอยู่ตรงนี้ต่อให้ผมจะไม่เข้าใจตัวเองเลยก็ตามท่ามกลางความมืด ท้องฟ้าที่ไม่มีแสงจันทร์และดาวดวงเดียวส่องประกายทำให้โลกทั้งใบจมดิ่งอยู่ในความมืดมน ไม่มีแสงไฟจากเมืองหรือบ้านเรือนทุกสิ่งดูเหมือนหยุดนิ่งในเวลานี้ เสียงหายใจเบาๆ ของฉัน ไม่สามารถมองเห็นได้กลับยิ่งชัดเจนฉันที่กำลังยืนอยู่ท่ามกลางซากปรับหักพังที่ไม่คุ้น อาคารสูงระฟ้าที่เคยสง่างามบัดนี้พังทลายลงมาเหลือเพียงเศษซากและฝุ่นควันดวงตาเบิกกว้าง เห็นผู้คนนอนตายเกลื่อนกลาด ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดนองมองไปรอบๆ อีกครั้งเ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-27

บทล่าสุด

  • สงครามรักในเงามืด   อย่าเจอกันอีกเลยนะ

    ฉันถลกแขนเสื้อขึ้นเพิ่มความทะมัดทะแมงเตรียมพร้อมกระชับมือที่กุมเอาไว้ให้แนบแน่นมากขึ้น สูดลมหายใจเข้าออกตั้งสติแวมไพร์อีกหลายตน พวกมันจ้องมองฉันด้วยสายตาหิวกระหาย"นี่น่ะเหรอ คนที่มีพลังบริสุทธิ์ เป็นผู้หญิงที่งดงามแต่น่าเสียดายคิดจะสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยมนุษย์"ฉันยิ้มยวน "ถ้าใช่แล้วจะทำไม พวกนายมันก็ต้องการให้ฉันตายอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง!""โง่จริงๆ เธอไม่รู้หรอกว่าพลังของเธอมีค่ามากแค่ไหน ถ้าได้พลังนั้นมา มันสามารถชุบชีวิตคนตายได้ แทบยังทำให้มีพลังเหนือกว่าคนอื่น ที่ใครไม่สามารถต้านทานได้ ก็นะ เธอก็แค่มนุษย์เลยไม่ได้รับรู้ถึงพลังนั้น!"โครนอสหันไปสั่งเหล่าแวมไพร์ "จับตัวเธอมา!"พวกเหล่าแวมไพร์กำลังจะพุ่งเข้าใส่ฉันแต่ก่อนที่พวกมันจะทันได้แตะต้องฉัน เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขา"หยุดนะ! ใครกล้าแตะต้องเธอ ฉันฆ่าทิ้งแน่!"ผมเดินแหวกกลางมาหยุดตรงหน้าของเธอ ผมหันไปจ้องมองโครนอสด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว ก่อนจะหันกลับมาหามินาโกะฉันที่มองใบหน้าของเคียร์ ด้วยแววตาที่ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว"นายก็หลอกฉัน หลอกให้รัก หลอกให้เชื่อใจ หลอกว่านายจะจริงใจ แต่สุดท้ายนายก็ไม่ได้รักฉัน! สิ่งที่นายรักก็ค

  • สงครามรักในเงามืด   เริ่มสงครามกันเถอะ...

    เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งเมือง ตำรวจเอฟบีไอที่มาถึงที่เกิดเหตุต่างตกเป็นเป้าหมายของเหล่าแวมไพร์กระสุนปืนแลกเปลี่ยนกันอย่างดุเดือดฉันหลบอยู่หลังรถตำรวจเปลี่ยนชุดที่ถนัดในการต่อสู้ พอเปลี่ยนเสร็จฉันยิงสกัดแวมไพร์เดินถือปืนยิงแวมไพร์ที่เข้ามาใกล้ พวกมันมีจำนวนมากเกินไปการใช้ปืนคงจะเป็นไปได้ยาก สายตาหันไปทางพี่เรียวจิ กำลังฉีดยาที่อิซามูทำขึ้นมาเป็นควันสลบที่รุนแรง รีบสวมหน้ากากกันแก๊สทันใดนั้น ฉันเห็นซากุระ ล้มลงเธอกำลังจะถูกแวมไพร์ทำร้ายฉันไม่รอช้า รีบวิ่งออกไปขวางหน้า ย่อลงแล้วเล็งปืนแล้วเหนี่ยวไกทันทีกระสุนพุ่งเข้าเจาะทะลุกลางหัวใจของแวมไพร์ มันร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น"ซากุระ! ไม่เป็นไรนะ"ซากุระพยักหน้า "ฉันไม่เป็นไร ขอบใจนะมินาโกะ"สายตามองซากุระตัวสั่นเหมือนลูกนก สีหน้าของเธอซีดเผือดราวกับคนตาย"ยูกิ! พาซากุระกับอิซามูไปห้องใต้ดินของเอฟบีไอซะ นี่กุญแจแล้วฉันจะตามไปที่หลัง"ยูกิพยักหน้า เขาคว้ามือซากุระแล้วพาเธอนั่งรถขับออกไปทันที ฉันหันกลับไปเผชิญหน้ากับฝูงแวมไพร์ ต้องถ่วงเวลาให้เพื่อนๆ หนีไปให้ได้ฉันยกปืนขึ้นมาเล็งไปที่แวมไพร์ที่อยู่ใกล้ที่สุด ฉั

  • สงครามรักในเงามืด    พระจันทร์สีเลือด

    ฉันที่มองเคียร์คล้ายกับว่าสีหน้าท่าทางเหมือนกำลังโกรธรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างเขาฉุนเฉียวไม่เป็นตัวของตัวเอง"ลุง...อย่าบอกนะว่า กำลังหึงฉันที่ไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่นใช่ไหม"ผมชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจ"ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หึง"แต่แววตาของเขาเลิ่กลั่กขาและแขนแกว่งไปทางเดียวกันอย่างไม่เป็น ธรรมชาติ เวลาเขาไม่พูดความจริงเขาชอบทำท่าทางแบบนี้ตลอด ฉันเลยเอื้อมมือไปจับมือของเขามาทาบบนอกของฉัน"ทำอะไรของเธอเนี่ย ยัยบื้อ ไม่อายคนเหรอ""ลุงตรงนี้หัวใจของฉัน มันอยู่ตรงนี้ ได้ยินใช่มั้ย หัวใจดวงนี้ฉันมอบให้ลุงทั้งหมดที่มี"จู่ๆ ใบหูของผมก็ร้อนขึ้นมา ควันร้อนแทบจะพวยพุ่งขึ้นบนศีรษะ ใบหน้าด้านข้างผมเปลี่ยนเป็นสีเข้ม"ยัยบื้อ ฉัน...ไม่...ช่างเถอะ"เคียร์วาร์ปหายหัวตัวไปต่อหน้าต่อตาฉัน ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ทำให้อมยิ้มเล็กน้อยถึงในคำพูดของฉันจะบอกใบ้ให้กับเขาแต่เขาก็คงไม่สงสัยอะไรฉันเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า..."เหลือเวลาไม่มากแล้วสินะ"องค์กรซีไอเอ...ทันทีประตูบริษัทเปิดออกฉันเดินเข้ามาจะไปห้องทำงานคาโอรุก็รีบเดินเข้ามาหาฉันสีหน้าไม่สบายใจ"มินาโกะ เธออย่าเพิ่งเข้า

  • สงครามรักในเงามืด   แฟนเก่าเธอ?

    เช้าวันรุ่งขึ้นของวันที่สี่...ฉันขยี้ตาไปมาเพื่อไล่ความง่วงงุนออกไปจากร่างกาย ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดินไปยังกระจกบานใหญ่ริมห้อง ฉันมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจกใบหน้าที่ยังคงมีคราบง่วงอยู่จางๆ ดวงตาที่ปรืออยู่เล็กน้อย แล้วคำพูดของเคียร์ยังคงอยู่ในหัวฉัน"รักฉัน ให้ตายเถอะ อยากจะดีใจแต่ก็ดีใจไม่สุด อยากจะบ้าจริงๆ"ฉันก้าวออกจากประตูคอนโดฉันสวมเสื้อโค้ตสีดำส่วนข้างในใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกระโปรงสีดำ รองเท้าส้นสูงสีครีม ผมยาวสลวยปล่อยตรงและใส่สร้อยคอที่เคียร์ให้มาฉันอมยิ้มสายตาฉันสะดุดกับร่างสูงโปร่งของชายคนหนึ่งผมสีทอง ดวงตาสีม่วง สวมสูทสีเทาเข้มดูภูมิฐานมือของเขาถือช่อดอกไม้สีแดงสดขนาดใหญ่"เรเวน? "ฉันอุทานออกมาและนิ่งอึ้งไปหลายวินาทีเรเวน ยิ้มกว้างเมื่อเห็นฉัน "มินาโกะไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"ฉันรีบเดินเข้าไปหาเขา ในมือของเขายื่นดอกไม้มาให้ฉัน มือจึงรับช่อดอกไม้จากมือเขาด้วยรอยยิ้มบ้างๆ"ซื้อดอกไม้มาทำไมเนี่ย เปลืองเงิน""ไม่เปลืองเงินเลย ผมแค่อยากจะมาเซอร์ไพรส์คุณ และจำได้ว่าคุณชอบดอกกุหลาบสีแดง"ฉันยิ้มเต็มใบหน้า "มีอะไรหรือเปล่าถึงมาหากันถึงที่นี่เลย"เรเวน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขามองต

  • สงครามรักในเงามืด   ของขวัญสำหรับเธอ

    สำนักงานใหญ่เอฟบีไอ....ผมกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของผมสายตาจดจ่ออยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งกำลังแสดงภาพถ่ายของมินาโกะและเคียร์ที่กำลังเดินออกจากสำนักงานด้วยกันวันนี้ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ทุกครั้งที่เธอทำเกินหน้าเกินตา ผมกลับต้องเป็นคนแบกรับผลกระทบทั้งหมดจากพวกที่ชอบโอ้อวดไม่ยุติธรรมเลยสักนิด ความโกรธเริ่มสะสมในใจของผมเหมือนน้ำในแก้วที่ใกล้จะล้นออกมาผมขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ ไม่คิดว่าน้องสาวของผมจะกล้าคบหากับประธานเคียร์ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วส่งภาพถ่ายนั้นไปให้แม่ดู พร้อมกับข้อความว่า"แม่ครับมินาโกะกำลังคบกับประธานเคียร์อยู่ครับ"ไม่นานนัก แม่ก็โทรกลับมา"เรียวจินี่มันเรื่องจริงเหรอ?"เสียงของแม่พูดขึ้นจากปลายสายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก"ครับแม่ ภาพนักข่าวก็เอาไปลงโซเซียลตอนนี้คงจะเป็นข่าวใหญ่แล้วล่ะครับ""ไม่ได้น่ะ มินาโกะจะไปคบกับประธานไม่ได้ทำไมไม่รู้จักเจียมตัวต้องคบคนฐานะที่ต่ำกว่าตัวเองสิ""แต่ทั้งสองก็เหมาะสมกันนะครับแม่""ไม่! นางจะต้องไม่ได้ดีไปกว่าลูกเข้าใจนะ แม่จะรีบกลับไป"ผมวางสายจากแม่แล้วนั่งพิงเก้าอี้ ยิ้มแบะปากผมรู้ว่าแม่ไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้

  • สงครามรักในเงามืด   รักเขาไปแล้ว

    ฉันรีบดึงมือเคียร์ให้เดินตามฉันเข้าไปในห้องทำงานทันทีพอหลุดจากสายตาของเพื่อนๆ ฉันปิดประตูห้องแล้วเดินไปหยิบรีโมทปิดหน้าต่างให้เป็นสีดำสนิทจากนั้นหันกลับมาหาเขาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเล็กน้อย"ทำไมลุงถึงพูดออกไปอย่างนั้น เราไม่ได้เป็นแฟนกันทั้งที่มันไม่ใช่"ผมที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องโมโหขนาดนี้ด้วย"ทำไมล่ะ เธอคือแฟนฉันนะ ยัยบื้อ เธอกับฉันก็ได้กันตั้งสองครั้ง จะให้เป็นคนแปลกหน้าหรือไง"กลายเป็นว่าเขาพูดออกมาทำให้ฉันถึงกับพูดไม่ออก มือกำแน่นจิกเข้าเนื้อตัวเอง ฉันรู้สึก ลำบากใจกับคำถาม เม้มปากเข้าหากันแน่น เขาก้าวเข้ามาใกล้ฉันเพียงก้าวเดียว ฉันที่ถอยจนติดโต๊ะทำงาน สายตาของเขาจ้องมาที่ฉัน เลยเบี่ยงเบนสายตาไปทางอื่น"ฉันรู้ว่ามันอาจจะทำให้เธอตั้งตัวไม่ทัน แต่ฉันไม่อาจจะปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว"เขายิ้มบางๆ ฉันที่อ้าปากแล้วก็หุบลงไปอีกครั้งเขายกมือขึ้นเชยคางฉันขึ้นมาบังคับให้ฉันมองหน้าเขา"มองตาฉันสิ แล้วบอกฉันว่าเธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉัน"เป็นสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในขณะที่เคียร์กำลังจมอยู่ในห้วงอารมณ์ประตูห้องทำงานก็เปิดออกอย่างกะทันหัน อิซามูก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้

  • สงครามรักในเงามืด   แฟน?

    ฉันที่เดินผ่านห้องต่างๆ ส่องไฟฉายไปรอบๆ ทันใดนั้นสายตาเห็นกล่องเหล็กใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ฉันเดินไปใกล้ๆ มือเปิดออกข้างในเห็นขวดยาสีฟ้าใสมีกลิตเตอร์วิบวับ"น้ำยาสีฟ้าเหรอ?" ฉันหยิบหนึ่งขวดขึ้นมาดูแสงส่องลงมามันสวยจนฉันเคลิ้ม"นี่คือยาที่พวกมันใช้ควบคุมมนุษย์ ยานี้เพื่อสะกดจิตมนุษย์ให้ทำตามคำสั่งของพวกมัน" ไวล์ลีพูดขึ้น"สะกดจิต?""ใช่ จะมีแวมไพร์ตนหนึ่งชื่อว่าโครนอส เขาสามารถสะกดจิตแวมไพร์ที่มีเลือดผสมได้ยกเว้นเลือดแท้เขาไม่สามารถทำได้ต่างกับมนุษย์ที่โครนอสสะกดจิตได้ง่ายแต่ต้องแลกกับการให้กินยาเพื่อเขาจะได้ควบคุมตลอดไป""น่ากลัวจริงๆ" ฉันส่ายหน้าไวล์ลียิ้ม "จบสักทีฉันจะได้กลับไปหาป๊อปคอร์นที่แสนอร่อยแล้ว""ฮ่าๆๆ นายเหมือนเด็กน้อยที่อยู่ในช่วงวัยเจริญอาหารเลย""ฉันโตเป็นหนุ่มแล้วนะ ไม่ใช่เด็กสักหน่อย ป้าอย่ามากล่าวหากันสิ""ป้าเลยเหรอ หน้าฉันออกจะสวยเหมือนนางฟ้ายังไม่แก่ เดี๋ยวตีปากเลย""อย่านะ ทำไมมนุษย์ถึงดุขนาดนี้เนี่ย"แต่แล้ว ไวล์ลีก็ชะงักไป เขากระดิกหูเบาๆ สายตากวาดมองไปรอบๆ"มีใครบางคนกำลังจะมา"ฉันที่รู้ถึงกลิ่นที่คุ้นเคย ทำให้ฉันนั้นรู้ทันทีว่าเป็นใคร"เคียร์""ฉันไปก่อนนะ จะบ

  • สงครามรักในเงามืด    สุดท้ายเป็นฉันที่ต้องเจ็บปวด

    ฉันรีบเดินกลับไปยังห้องนั่งเล่นความรู้สึกแสบร้อนผุดขึ้นมาในดวงตา ฉันหยิบกระดาษบนโต๊ะของเขามาหนึ่งแผ่นแล้วเขียนข้อความสั้นๆ ทิ้งไว้ให้เคียร์"พี่ชายฉันโทรมาหาบอกให้ฉันรีบไปหาค่ะ ขอโทษที่ต้องไปกะทันหันนะคะ "มือวางโน้ตบนโต๊ะนั่งเล่นข้างแจกันดอกไม้ ยกหลังมือปาดน้ำตาออกลวกๆ จากนั้นก็รีบออกจากบ้านเขาไปผมที่กลับมาห้องนั่งเล่นไม่เห็นมินาโกะ สายตาก้มลงไปก็เห็นโน้ตที่เธอทิ้งไว้ให้ ในมือผมที่ถือของหวานมาให้กลับกลายเป็นว่าเธอรีบไปหาพี่ชาย"ฉันตั้งใจให้คนไปซื้อของหวานจะได้มากินกับยัยบื้อ อดกินซะละ"ณ...คอนโดมินาโกะฉันกลับมาถึงคอนโดของฉันดวงตาคลอหน่วยไปด้วยหยดน้ำ ฉันปิดประตูห้องนอนแล้วรีบตรงไปที่หน้าต่างดึงผ้าม่านปิดสนิทจนห้องตกอยู่ในความมืดราวกับต้องการสร้างเกราะป้องกันให้กับตัวเองจากโลกภายนอกเสียงสะอื้นไห้ดังก้องไปทั่วห้องกว้างกายบางสั่นระริกน้ำตาไหลรินไม่หยุดหย่อนหัวใจเหมือนถูกบีบรัดจนเจ็บปวดรวดร้าวทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ"ทุกอย่างคือเขาหลอกฉันมาตลอดทุกอย่างจริงๆ เขาไม่ได้รักฉันเลยไม่เลย เป็นอย่างที่คิดไว้""ทำไม ทำไมกัน เพราะอะไรฉันถึงไม่เคยได้รับความรักเหมือนคนอื่นทั้งที่ฉันพยายามแล้ว แต่

  • สงครามรักในเงามืด   ไม่เคยรัก...

    สถานการณ์บนท้องถนนยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ฉันกวาดสายตาไปรอบๆ ตอนนี้ในเมืองโกลาหลไปทั่ว เจ้าหน้าที่เอฟบีไอพยายามยิงสกัดแต่ดูเหมือนจะไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้ฉันวิ่งฝ่าฝูงชนที่แตกตื่น รีบไปหาพี่เรียวจิแต่ผู้คนวิ่งกันจนไม่สามารถมองหาพี่ชายตัวเองได้ ระหว่างทางฉันเห็นเด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่กลางถนน เขาคงจะพลัดหลงกับครอบครัวในความวุ่นวายนี้ก็เห็นแวมไพร์ตนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปทางเด็กผู้ชายคนนั้น"ไม่นะ!!"ฉันยกปืนขึ้นมาเล็งแล้วยิงโดนไหล่ของมัน แต่มันก็ยังวิ่งได้ฉันเลยรีบวิ่งไปหา เด็กชายที่ร้องไห้เขาตะโกนเรียกหาแต่แม่ของเขา แวมไพร์ที่กำลังจะทำร้ายเด็กผู้ชายคนนั้น ฉันจึงเอื้อมแขนไปดึงเด็กคนนั้นมากอดไว้ได้ทันใดแต่แล้วก็มีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นโอบกอดฉันและเด็กชายไว้ในอ้อมแขนของเขา ฉันที่ได้กลิ่นของเขาเป็นกลิ่นดอกพรินซ์จาร์ดีนเออร์ หอมหวาน เคียร์เป็นกลิ่นจูเลียตโรสหอมละมุนเบาคล้ายใบชา"ถอยไปถ้าแกยังไม่อยากตาย"ผมจ้องมองแวมไพร์ตนนั้นโดยใช้สายตาที่ทำให้เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เหงื่อจะตกเลยตัดสินใจถอยออกไปผมพูดจบคลายอ้อมกอดจากมินาโกะ"ขอโทษมันจำเป็นต้องกอด เธอไม่เป็นไรนะ"ฉันกะพริบตาปริบๆ

DMCA.com Protection Status