วันเวลาหมุนเวียนดำเนินไปเรื่อย ๆ ตอนนี้อลันก็ตามง้อพระพายเข้าสี่เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะยอมใจอ่อน และให้อภัยเขาเลยสักนิดเธอเป็นคนใจแข็งมาก ๆ แบบที่เขาเองก็คิดไม่ถึงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเขายังคงทำทุกอย่างสม่ำเสมอช่วยเธอเท่าที่จะสามารถทำได้จนตอนนี้เขากลายเป็นคนทำอาหาร และขนมคล่องไปแล้ว ทุกวันเขาจะทำอาหารไว้ให้เสมอถึงแม้เธอจะไม่เคยแตะต้องมันเลยก็ตาม เวลาเธอทำขนมเขาก็จะคอยเป็นลูกมือช่วยเธอและเรียนรู้ไปในตัวด้วยเธอท้องได้แปดเดือนกว่า ๆ แล้วท้องก็ใหญ่ขึ้นมากจนเดินเหิน หรือทำอะไรก็ไม่สะดวกเหมือนแต่ก่อนเขาเคยบอกให้เธอหยุดทำขนมไปตั้งแต่ท้องเข้าเดือนที่เจ็ด แต่เธอก็ไม่ยอมบอกว่าจะทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหวจริง ๆ ซึ่งแน่นอนว่าเขาขัดใจเธอไม่ได้"วันนี้หมอนัดใช่ไหมพาย" เขาเปล่งเสียงถามไถ่ทันทีที่คุณแม่ท้องแก่เดินอุ้ยอ้ายออกมาจากห้องนอน"อืม" คนถูกถามขานรับในลำคอสั้น ๆ แล้วหอบร่างอันอวบอั๋นของตัวเองเข้าไปในครัวเพื่อหาอะไรกิน ซึ่งมีร่างสูงเดินตามเข้ามาติด ๆ พร้อมทั้งบอกกล่าวเมนูที่เขาตั้งใจตื่นมาทำตั้งแต่ตอนเช้าให้เธอฟัง "วันนี้ผมทำข้าวต้มทะเลของโปรดคุณ แล้วก็มีข้าวสวยกับไข่เจียวด้วยนะ
เสียงไก่ขันดังระงมบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลายามรุ่งแล้วปลุกให้คนที่นอนกกกอดร่างอวบอยู่บนเตียงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขารีบพาตัวลงจากเตียงเดินออกจากห้องทั้งที่ตายังลืมไม่สนิทดี เดินออกมาล้มตัวลงนอนบนที่นอนปิกนิคหน้าโทรทัศน์ต่อ กระทั่งตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าแสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบเปลือกตาเขาจึงลุกขึ้นล้างหน้าแปรงฟันแล้วลงมือทำอาหารเช้าตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขารู้สึกได้เลยว่าพฤติกรรมในหลาย ๆ เรื่องเปลี่ยนไปจากที่เป็นคนนอนค่อนข้างตื่นสายกลับตื่นตั้งแต่หกโมงเช้าทุกวันมันติดเป็นนิสัยไปแล้ว จากที่เป็นคนเงียบ ๆ เข้ากับใครไม่ค่อยเก่งก็มีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างดีขึ้น จากที่ทำอาหารไม่เป็นก็ทำได้ และยังทำให้เขาเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้นด้วย ทั้งหมดทั้งม้วนนี้คงต้องยกความดีความชอบให้พระพาย"พายตื่นหรือยัง" หลังจากทำอาหารเสร็จเขาก็ไปเคาะประตูเรียกคนในห้องเพราะรู้สึกเป็นห่วงนี้ก็เกือบเก้าโมงแล้ว แต่เธอยังไม่ออกมาสักทีทั้งที่ปกติแปดโมงก็ออกมาอาบน้ำแล้วไร้เสียงตอบจากคนด้านในเขาชักใจคอไม่ดีแล้วสิจึงรีบเดินไปหยิบกุญแจมาไขด้วยความเร็ว ลมหายใจถูกพ่นออกจากจมูกโด่งอย่างโล่งอกเมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าเธ
"อะไรอยู่ในมือเอามาเลยนะ เอามา" คุณแม่ท้องแก่เริ่มมีน้ำโหพยายามใช้มือทั้งสองข้างไล่จับมือหนาที่ขยับอยู่ด้านหลังสุดฤทธิ์ทำให้ตอนนี้เหมือนกับว่าเธอโอบกอดร่างสูงอยู่ ใบหน้าเรียวแนบกับแผงอกแกร่ง ทรวงอกเต่งตึงและท้องกลมโตบดเบียดกับมัดกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้เสื้อยืดโดยไม่รู้ตัวยิ่งเธอเคลื่อนไหวมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้เนื้อนุ่มหยุ่นเสียดสีกับร่างกำยำทำเอาเจ้าของถึงกับลำคอแห้งผากจนต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วพลันกระหน่ำเต้นหนักกว่าเก่าความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างห้ามไม่ได้จากที่แค่อยากแกล้งเธอเล่น ๆ กลับกลายเป็นว่าเขากำลังจะทำให้ตัวเองลำบากมากกว่า บ้าจริงสิ่งที่นอนสงบอยู่ภายใต้กางเกงซึ่งไร้กางเกงในโอบอุ้มเพราะเขาไม่ชอบใส่มันเวลานอนค่อย ๆ ผงาดขึ้นมา"ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ" กลายเป็นเขาเองที่ต้องยอมแพ้รีบแบมือให้เธอดู ก่อนอะไรบางอย่างภายใต้กางเกงจะดุนดันจนโดนจับได้เดี๋ยวเธอจะหาว่าเขาเป็นคนหื่นกามอีก ซึ่งความจริงเขาก็หื่นนั่นแหละแต่ต้องเก็บทรงไว้ก่อนตอนนี้ยังอยู่ในช่วงทำคะแนนเผลอจับเธอกดนี่คงเป็นเรื่อง โดนเธอโกรธและเกลียดไปยันชาติหน้าแน่ ๆ ส่วนคุณแม่ท้องแก่เมื่อรู้ว
หลายวันต่อมา..ร่างอวบอั๋นที่นอนหลับอยู่บนเตียงคิงไซส์ค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในช่วงตีสี่ของวันใหม่ คิ้วสวยพลันขมวดเป็นปมเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงกอดรัดบริเวณเอวคอด ไออุ่นที่แผ่ซ่านอยู่ด้านหลังและลมหายใจร้อนผะผ่าวที่เป่ารดศีรษะ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครกันที่กล้าเข้ามานอนกอดเธอแบบนี้เพราะในบ้านมีแค่เธอกับผู้ชายร้ายกาจ มือเรียวค่อย ๆ จับท่อนแขนแกร่งที่พาดอยู่บนเอวคอดออก แล้วหยัดกายลุกขึ้นนั่งเอื้อมมือไปเปิดไฟหัวเตียง ทันทีที่ไฟสว่างวาบก็ปรากฏให้เห็นร่างสูงที่นอนหลับอยู่บนเตียงอย่างสบาย อารมณ์ของเธอถึงกับพุ่งปรี๊ดใช้เท้าถีบร่างสูงอย่างแรงจนร่วงจากเตียงตุ้บ!"โอ้ย!" แรงกระแทกกับพื้นส่งผลให้ร่างสูงรู้สึกตัวตื่นด้วยความรู้สึกเจ็บระคนตกใจ รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งตาเหลือกตาหลุนงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น"อูยยย!" เขาถึงกับสะดุ้งเฮือกอาการง่วงหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อสบเข้ากับแววตาราวโจน์ และใบหน้าราวกับนางยักษ์ของคุณแม่ท้องแก่ที่นั่งอยู่บนเตียงจับจ้องมายังเขาเขม็ง อ่า..ให้ตายสิเขาถูกจับได้เสียแล้วใบหน้าหล่อเหลาได้แต่ส่งยิ้มแหย่ ๆ ให้คุณแม่ท้องแก่พลางยกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขิน ดูท่าแล้วเธอคงจะโกรธเอามาก ๆ รีบอ
พระพายนั่งถอนหายใจอยู่บนโซฟาครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความรู้สึกหงุดหงิดสาเหตุก็เพราะคนผิดคำพูดอย่างอลันยังไงล่ะ เขาบอกเธอว่าจะกลับมาเมื่อวานตอนเย็น แต่นี่ขึ้นเช้าวันใหม่แล้วก็ไม่เห็นเขาโผล่หน้ามาเลย เธอไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมหัวใจถึงไม่สงบนิ่งเลยตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เธอควรดีใจไม่ใช่หรือที่เขาไม่กลับมาแต่ทำไมถึงได้รู้สึกโกรธที่เขาผิดคำพูดกันบ้านมันโคตรเงียบเหงาเมื่อไม่มีเขาอยู่ขว้างหูขว้างตา ไม่ได้ยินเสียงอันน่ารำคาญ และไม่มีเขาคอยกวนประสาททำให้เธอโกรธทั้งหมดทั้งม้วนมันคงเป็นความเคยชินกับการมีเขาวนเวียนอยู่ข้างกายมานานร่วมหลายเดือนบรืนนน!หัวใจดวงน้อย ๆ พลันเต้นแรงอย่างห้ามไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้านจำเสียงได้ดีว่ามันคือรถของผู้ชายผิดคำพูด รีบลุกเดินเข้าห้องนอนด้วยความเร็วไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังรอการกลับมาของเขาอยู่ก็อก! ก็อก!"พายออกมาดูสิว่าใครมาหา"หลังจากเข้ามานั่งในห้องได้ไม่นานเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตามด้วยเสียงทุ้ม ประโยคที่ดังผ่านประตูเข้ามาสร้างความสงสัยให้เธอไม่น้อยใครกันที่มาหา ไม่ปล่อยให้ตัวเองสงสัยนานรีบลุกเดินไปเปิดประตูด้วยความอยากรู้"แด๊ดดี๊
@บ้านวิโรจน์อัครโชติ"ยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะน้องพาย""ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะพาย""ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะคุณพาย" ทันทีที่พระพายเปิดประตูลงจากรถทุกคนที่มายืนรอรับด้วยความดีใจไม่ว่าจะเป็นอลินดา อคินและแม่บ้านทุกคนก็ต่างพากันยินดีปรีดากับการกลับมาของเธอ "ขอบคุณทุกคนมากนะคะ" เธอยิ้มตอบทุกคนด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนทุกคนในบ้านหลังนี้ก็ยังแสนดีกับเธอเสมอทำให้รู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อย"ยิ่งท้องยิ่งสวยขึ้นนะเนี้ยเรา" อลินดาเดินเข้าไปโอบไหล่คนที่เป็นทั้งน้องสาวและน้องสะใภ้ด้วยความรู้สึกรักใคร่พร้อมกับเอ่ยชอบ เธอไม่ได้ชมเพื่อเอาใจแต่พูดไปตามความจริงเพราะพระพายสวยขึ้นมากจริง ๆ หน้าตาดูสดใส อิ่มเอมและมีน้ำมีนวลขึ้นกว่าตอนเจอกันที่โรงพยาบาลเมื่อแปดเดือนก่อนมาก ปากเธอเอ่ยชมร่างอวบที่ยืนข้าง ๆ แต่สายตากลับมองไปยังคนเป็นพี่ชายอย่างกรุ่มกริ่ม ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงลอย ๆ แต่จงใจให้เข้าหูคนเป็นพี่ชาย "ไม่รู้ว่าจะมีคนแถวนี้เกิดตกหลุมรักพายขึ้นมาบ้างไหมน้อ"และแน่นอนว่าทุกคนที่ยืนบริเวณนั้นได้ยินต่างพากันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มองไปที่อลันเป็นตาเดียวกันจนเจ้าตัวถึงกับเสียอาการ รีบเ
วันต่อมาหลังจากเลิกงานอลันก็ขับรถตรงกลับบ้านวิโรจน์อัครโชติทันทีเพื่อเดินหน้าง้อเมียต่อ เมื่อวานที่เขาเลือกจะเงียบก็เพราะรู้สึกเหนื่อยล้านิดหน่อยหลังจากได้อยู่กับตัวเอง และคิดถึงวันที่จะได้เห็นหน้าลูกก็ทำให้มีแรงฮึดสู้อีกครั้ง เขาอาจจะมีเหนื่อยล้าและเสียใจบางแต่ก็ไม่เคยคิดยอมแพ้ยังไงก็จะต้องทำให้เธอยอมอภัยและหายเกลียดชังให้ได้รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นประดับมุมปากหนาเมื่อขับรถเข้ามายังรั้วบ้านแล้วเหลือบสายตาไปเห็นร่างอวบอั๋นที่นั่งอยู่บนศาลาบริเวณสนามหญ้า รีบพารถไปจอดไว้แล้วเดินตรงไปหาเธอทันที"ทำอะไรอยู่ครับคุณแม่" เสียงทักทายจากด้านหลังทำให้พระพายที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูคลิปในยูทูปเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกอย่างตั้งใจชะงักเล็กน้อย หัวใจพลันสั่นไหวโดยไม่ทราบสาเหตุแค่ได้ยินเสียงไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเขาคืออลัน แต่ทำไมต้องรู้สึกดีใจด้วยก็ไม่รู้เธอยังคงนั่งก้มหน้าอย่างนั้นทำเหมือนเป็นไม่สนใจกระทั่งรับรู้ได้ว่าอีกคนเดินมานั่งลงข้าง ๆ จึงละสายตาจากหน้าจอมือถือเงยขึ้นมองคนข้าง ๆ พร้อมขยับตัวถอยห่างเล็กน้อยเพราะเขาดันนั่งเสียเกือบชิดเธอทั้งที่เหลือที่วางตั้งเยอะแยะ "ที่มีเยอะแยะทำไมคุณต้องมานั่งใกล้
และแล้วเวลาก็ดำเนินมาถึงวันที่พระพายถึงกำหนดคลอด เธอมานอนเตรียมตัวผ่าคลอดที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานโดยมีอลันเป็นคนเฝ้า และเขาก็ดูจะตื่นเต้นกว่าคนคลอดอย่างเธอเสียอีก หลังจากลองเปิดใจตามคำพูดของแม่บุญธรรมที่ท่านพูดให้เธอฟังในคืนวันแรกที่กลับมาจากเชียงคานก็ทำให้เธอได้เห็นด้านดี ๆ ของเขามากขึ้นแม่บุญธรรมเล่าให้เธอฟังว่าเมื่อก่อนท่านกับพ่อบุญธรรมก็มีจุดเริ่มต้นเหมือนกับเธอ คือถูกเข้าใจผิดจนนำมาสู่เรื่องราวอันเลวร้ายต่าง ๆ ตอนนั้นท่านก็เกลียดพ่อบุญธรรมมาก แต่พอเวลาผ่านไปท่านก็ได้เรียนรู้ว่าการอาฆาตแค้น และเกลียดชังมีแต่บั่นทอนจิตใจ และทำลายความสุขของตัวเองท่านจึงยอมปล่อยวาง ตอนนั้นพ่อบุญธรรมก็เหมือนอลัน ถูกความโกรธแค้นเข้าครอบงำจนหูตาพร่าเบลอไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อรู้ความจริงพ่อบุญธรรมก็ยอมหยุดการแก้แค้น แล้วตามง้อและพิสูจน์ตัวเองกับท่านนานอยู่เหมือนกันกว่าท่านจะยอมให้อภัยและได้รักกันจวบจนทุกวันนี้และอย่างที่เห็นหลังจากท่านให้โอกาสและเริ่มต้นใหม่พ่อบุญธรรมก็ไม่เคยทำท่านเสียใจอีกเลย รักและดูแลท่านเสมอต้นเสมอปลายวันแรกเป็นยังไงวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นเธอเก็บคำพูดของแม่บุญธรรมมาคิ
1 ปีต่อมา.."คุณพ่อพักผ่อนบ้างนะครับน้องพีร์กับคุณแม่เป็นห่วงครับ" น้ำเสียงเล็กหวานหูดังขึ้นทำให้อลันที่นั่งเอนกายพักผ่อนสายตาอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นระบายยิ้มออกมาบาง ๆ พร้อมกับปรือตาขึ้นมองเจ้าของเสียง ซึ่งไม่ใช่บุตรชายแต่เป็นเมียสาวที่ทำน้ำเสียงเลียนแบบบุตรชายต่างหากคงเพราะเห็นเขาเครียดกับการตามหาน้องสาวฝาแฝดอย่างอลินดาจึงอยากทำให้ยิ้มได้ และมันก็ได้ผลบุตรชายกับเมียสาวก็เหมือนที่ชาตพลังชั้นดีของเขา"งั้นพ่อขอเติมพลังจากน้องพีร์กับคุณแม่หน่อยได้ไหมครับ" มือหนาเอื้อมไปรั้งร่างบอบบางที่ยืนอุ้มลูกน้อยอยู่ตรงหน้าให้นั่งลงบนตักกอดเธอไว้หลวม ๆ ก่อนจะโน้มหน้าลงหอมแก้มซ้ายขวาบุตรชายฟอดใหญ่แล้วกดจูบลงบนไหล่มนของเมียสาวต่อ ขณะที่พระพายนั้นใช้แขนโอบไหล่กว้างข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างอุ้มบุตรชายไว้บนตัก"ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับพี่อลินไหมคะ" ดวงตากลมโตมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างเห็นใจ ตั้งแต่น้องสาวฝาแฝดหนีไปในวันแต่งงานคนเป็นสามีก็ดูจะเครียดมากเพราะงานแต่งถูกจัดอย่างใหญ่โตเชิญแขกมาไม่รู้กี่พันคน คนที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างคือพ่อแม่ท่านทั้งสองเครียดมาก แม่บุญธรรมเป็นลมไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ผลที่ตามมาจากการก
เสียงเนื้อกระทบเคล้าเสียงครางหอบของคนทั้งสองดังระงมทั่วรูฟท็อปโชคดีที่อลันบอกให้พนักงานทุกคนกลับไปหมดแล้วที่นี่จึงเหลือเพียงเขากับเธอสองคน บทรักดำเนินไปอย่างนุ่มนวลภายใต้แสงดาว แสงเทียน และแสงสีของเมือง บรรยากาศรอบ ๆ บริเวณอบอวลไปด้วยแรงสวาทของทั้งสองสายลมที่ว่าเย็นก็ไม่สามารถดับความร้อนรุ่มนี้ได้"ผมรักคุณนะ" ริมฝีปากร้อนผละจูบเอื้อนเอ่ยชิดกลีบปากอวบเสียงอ่อนเสียงหวานพร้อมกับตระกองกอดร่างบอบบางแนบแน่นจนทรวงอกเต่งตึงบดเบียดกับมัดกล้ามเนื้อ ขณะที่สะโพกสอบก็ตอกตรึงฝากฝังตัวตนอย่างหนักหน่วง ร่างบอบบางเสียวซ่านจนเกินจะบรรยายหลับตาพริ้มส่งเสียงครางไม่เป็นภาษา ช่องทางรักบีบรัดท่อนเนื้อที่สอดใส่เข้าออกรัวเร็วถี่ ๆอลันขบกรามกรอดด้วยความเสียวซ่านพร้อมกับผละตัวออกจับร่างบอบบางนอนตะแคง จากนั้นจึงนอนซ้อนหลังสอดแขนเข้าไปใต้ศีรษะทุยประคองใบหน้าเรียวให้หันมารับจูบแสนดูดดื่มพลางเสือกไสท่อนเนื้อเข้าสู่ร่องอ่อนนุ่มอีกครั้งเขายกขาเรียวขึ้นพาดแขนแล้วกระหน่ำแทงจนร่างบอบบางสั่นคลอน ทรวงอกเต่งตึงกระเพื่อมสั่นไหวราวกับยั่วยวนจนเขาอดไม่ได้ต้องตะปบแล้วบีบขยำแรง ๆ ใบหน้าก็ซุกไซ้คลอเคลียใบหูเล็ก ขบเม้มติ่งหูเ
หลังจากทานอาหารเสร็จสองหนุ่มสาวก็นั่งจิบไวน์ต่อ ดื่มด่ำกับบรรยากาศภายใต้ท้องฟ้าอันปลอดโปร่งมีดวงดาวน้อยใหญ่พราวระยับท่ามกลางความสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากเทียนรอบบริเวณรูฟท็อป และแสงสียามค่ำคืนของเมืองกรุงให้ความสว่างร่างบอบบางที่อยู่ในอาการเมากรึ่มวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะแล้วลุกไปยืนชิดระเบียงกระจกทอดสายตาหวานฉ่ำมองแสงสียามค่ำคืน ใบหน้าแดงซ่านจากฤทธิ์แอลกอฮอล์เคลือบด้วยรอยยิ้มบาง ๆ สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ เคล้าด้วยกลิ่นหอมหวานจากเทียนหอมมีเสียงเพลงบรรเลงคลอเบา ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ยิ่งนัก"ขโมยกอดพายอีกแล้วนะคะ" เธอสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกสวมกอดจากด้านหลังเอียงหน้าเอ่ยอย่างไม่จริงจังมากนักพลางระบายยิ้มบาง ๆ ไม่คิดจะผลักไสร่างสูงออกเพราะกำลังรู้สึกหนาวพอดีได้ไออุ่นจากร่างกำยำก็ค่อยคลายความหนาวลงหน่อย"งั้นขออนุญาตนะครับ" อลันหยอกล้อกลับด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มพลางกระชับกอดร่างบอบบางแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป ริมฝีปากหนากดจูบขมับอย่างรักใคร่ ก่อนผละกอดออกจับไหล่มนหมุนให้ร่างบางหันมาสบสายตาสื่อความในใจสองสายตามองสบประสานอย่างลึกซึ้งเนิ่นนานหลายนาทีเหมือนมีแรงดึงดูดมิอาจละสายตาจากกันได้ ก
วันนี้เป็นวันหยุดของอลันเขาจึงพาลูกเมียไปหาพ่อแม่ที่บ้านนั่งคุยกับพวกท่านจนเริ่มบ่ายคล้อยจึงพาลูกน้อยมานั่งเล่นที่สวนสาธรณะต่อเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เมื่อมาถึงสวนสาธรณะเขาก็เดินหาทำเลเหมาะ ๆ สำหรับปูเสื่อนั่งชมบรรยากาศโดยมีพระพายอุ้มลูกน้อยเดินเคียงข้างไป"ตรงนี้แหละ" เขามองหาบริเวณที่คนไม่พลุกพล่านและมีต้นไม้ให้ความร่มรื่นพอได้ดั่งต้องการก็หันไปบอกกล่าวกับร่างบอบบางข้าง ๆ พร้อมกับวางตระกร้าใส่สัมภาระลูกลง แล้วเอาเสื่อที่เตรียมมาปูบนพื้นหญ้าสีเขียวชะอุ่มที่ถูกตัดจนเรียบไปกับผืนดินจากนั้นก็พากันนั่งลง"มาหาพ่อครับน้องพีร์" เขาเอี้ยวตัวไปยกลูกน้อยจากตักของคนเป็นแม่มายืนบนตักเพราะอยากให้เธอได้นั่งสบาย ๆ ซึ่งพระพายก็ไม่ได้ขัดอะไรจ้องมองเขาก้มหน้าพูดคุยกันลูกบนตักพลางระบายยิ้มออกมาบาง ๆ พ่อก็ชวนลูกคุยเก่งส่วนลูกก็คุยเก่งไม่แพ้กันส่งเสียงอ้อแอ้ตลอดเวลา พอโดนคนเป็นพ่อหยอกเย้าหน่อยก็หัวเราะออกมาจนเธอเองก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย"ผมพาลูกเดินเล่นหน่อยดีกว่า" ผ่านไปสักพักอลันก็ลุกพาลูกเดินชมนกชมไม้รับลมเย็นโดยมีพระพายมองตามไม่คาดสายตาใบหน้าของเธอเคลือบด้วยรอยยิ้มตลอดเวลากระทั่งสองคนพ่อลูกเดินกลับ
จากนั้นทั้งสองก็พากันเดินไปยังโต๊ะอาหาร"กินเยอะ ๆ ครับคุณแม่" ระหว่างทานอาหารอลันก็คอยตักนู่นตักนี้ใส่จานให้หญิงสาวตลอด อีกคนเพียงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนยกกับข้าวที่เขาตักให้ใส่ปากอย่างไม่รังเกียจ ทุกครั้งที่ทานข้าวด้วยกันเขามักทำแบบนี้เสมอจนมันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว"เริ่มหลงรักผมขึ้นบ้างหรือยัง" แค่ก ๆ! ทว่าเธอก็ต้องสำลักข้าวในวินาทีต่อมาเมื่อเจอกับประโยคจากริมฝีปากหนาทำเอาเจ้าของคำถามต้องรีบลุกจากเก้าอี้วิ่งมาลูบหลังแผ่นหลังบางด้วยความเป็นห่วง "มันใช่เวลาพูดไหมเนี่ยคุณอลัน" เมื่อเริ่มรู้สึกดีขึ้นพระพายก็หันมองร่างสูงที่ยืนข้าง ๆ เขม็งพร้อมกับใช้มือหยิกหน้าท้องแกร่งเบา ๆ ด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ เขาพูดตอนทานข้าวไม่พอยังพูดต่อหน้าแม่บ้านสองคนที่ยืนอยู่ด้วยมันใช่เวลาพูดเสียที่ไหนเธอทั้งอายทั้งนึกโมโหเขาจริง ๆ "ผมเจ็บนะ" คนถูกหยิกร้องโอยพลางกลั้วหัวเราะออกมาอย่างนึกขำ พวงแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อนั้นไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือเขินกันแน่ มือหนาอดไม่ได้จะยื่นไปบีบด้วยความรู้สึกมันเขี้ยว "เอามือออกไปเลยนะ" ยิ่งทำให้คุณแม่ลูกหนึ่งรู้สึกอายและนึกโกรธเข้าไปอีกแหวใส่คนตัวโตเสียงดังลั่นพร้อมกับยื่
หลายเดือนต่อมา..อลันที่เพิ่งกลับมาจากทำงานระบายยิ้มออกมาบาง ๆ เมื่อเดินเข้ามาในบ้านแล้วเห็นพระพายกำลังนั่งชมลูกน้อยอยู่ในห้องโถง จากที่รู้สึกเหนื่อยล้ามาจากการทำงานก็หายเป็นปลิดทิ้ง นี่ก็เข้าสามเดือนแล้วที่เขา เธอและลูกกลับมาอยู่ที่บ้านด้วยกันนับตั้งแต่วันออกจากโรงพยาบาล ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอเริ่มดีขึ้นตามลำดับเพราะมีลูกน้อยเป็นตัวเชื่อม "กลับมาแล้วครับ" เขาเดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งข้างร่างบอบบาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงหอมแก้มลูกน้อยที่นอนอยู่บนตักเธอฟอดใหญ่จากนั้นก็ผงกหน้าขึ้นเอื้อนเอ่ยกับลูกน้อยที่นอนตาใสแป๋วส่งเสียงอ้อแอ้ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล "วันนี้น้องพีร์กวนคุณแม่รึเปล่าครับ" พระพายก้มมองคนที่กำลังหยอกล้อบุตรชายอยู่บนตักด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มสิ่งที่เขาทำอยู่มันเป็นเรื่องปกติไปแล้วเพราะทุกวันก่อนไปทำงานเขาจะหอมแก้มซ้ายแก้มขวาบุตรชายก่อนเสมอ พอกลับมาตอนเย็นสิ่งแรกที่เขาจะทำก็คือเข้ามาหอมมาเล่นกับลูกเช่นกัน "เหนื่อยไหม" เมื่อหยอกล้อบุตรชายจนพอใจอลันก็ถามไถ่คนเป็นแม่ต่อพร้อมวางมือลงบนไหล่มนด้วยความเอ็นดู เขารู้ว่าการเลี้ยงลูกมันเหนื่อยแค่ไหน "ไม่เลยค่ะ" ใบหน้าเรียวยิ้มตอบเธอจะเ
อลันรับซองสีน้ำตาลจากมือผู้เป็นพ่อมาเปิดด้วยความสงสัย ก่อนจะต้องรีบช้อนสายตาขึ้นมองหน้าพ่อแม่ด้วยความตกใจเมื่อเห็นเอกสารด้านในไม่คิดว่าท่านจะเล่นใหญ่ขนาดนี้ภาคินกับเอวาเพียงระบายยิ้มให้บุตรชายบาง ๆ ก่อนจะก้มหน้าชื่นชมหลานต่อสองชั่วโมงต่อมาพระพายที่ผล็อยหลับไปด้วยฤทธิ์ของยาแก้ปวดก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของลูกน้อย "โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่ง ไม่ร้องนะครับ โอ๋ ๆ" ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาเธอก็ต้องอมยิ้มกับภาพที่อลันกำลังอุ้มลูกพร้อมทั้งโอ๋ทั้งกล่อมด้วยสีหน้าแตกตื่น ในขณะเดียวกันก็อดแปลกใจไม่ได้เขาไปเรียนรู้วิธีการอุ้มลูกมาจากไหนกันดูท่าทางคล่องปรือเชียว "ลูกคงหิวนม" เธอได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้แล้วเปล่งเสียงพูดไปเพราะไม่อยากปล่อยให้ลูกร้องนาน ๆ "คุณตื่นแล้วเหรอ" อลันที่กำลังยืนโยกบุตรชายหยุดชะงักการกระทำ แล้วรีบพาลูกไปวางลงบนเตียงทันที"คุณเอาลูกมาวางฝั่งนี้ดีกว่า" พระพายรีบบอกกล่าวก่อนที่ชายหนุ่มจะได้วางลูกลงบนเตียงข้างขวาทำให้อลันถึงกับชะงัก แต่ก็ยอมอุ้มลูกไปวางบนเตียงอีกฝั่งในใจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเธอต้องให้เขาวางลูกฝั่งซ้ายทั้งที่ใั่งขวาน่าจะถนัดกว่าเมื่อวางลูกลงบนเตียงแล
หลังจากผ่าคลอดเสร็จพระพายก็ถูกนำตัวกลับมายังห้องพัก ส่วนลูกน้อยยังคงอยู่กับพยาบาลตลอดการคลอดพระพายรับรู้และมีสติดีทุกอย่างเพราะหมอใช้วิธีฉีดยาชาเข้าสู่บริเวณไขสันหลังไม่ได้วางยาสลบตอนผ่าคลอดเธอทั้งรู้สึกกลัวและตื่นเต้นจนเนื้อตัวสั่นไปหมด แต่วินาทีแรกที่ได้ยินเสียงลูกร้องอาการเหล่านั้นก็มลายหายไปสิ้นกลายเป็นน้ำตาแห่งความสุขที่เอ่อล้น และรอยยิ้มแห่งความปิติยินดีมาแทนที่ ยิ่งเมื่อได้เห็นหน้าของลูกน้อยที่รอคอยมันตื้นตันจนยากที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาเป็นคำพูดได้ มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงามมาก ๆ"เอ๊ะ!" เธอขมวดคิ้วเป็นปมด้วยความแปลกใจในตอนที่เข้ามายังห้องพักแล้วพบว่าห้องถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งมากมาย บนผนังหัวเตียงมีลูกโป่งตัวอักษรสีฟ้าขาวเรียงกันเป็นคำว่า 'Welcome Baby boy peerawit'และยังมีลูกโป่งรูปหน้าเด็กประดับอยู่ทั้งด้านหน้าและด้านหลังข้อความ ข้าง ๆ หัวเตียงก็มีลูกโป่งน้อยใหญ่ประดับประดาอยู่ทำให้เธออดยิ้มไม่ได้ทั้งที่กำลัวรู้สึกเจ็บแผลผ่าคลอดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นฝีมือของทุกคนในห้องนี้แน่นอนเพราะแต่ละคนออกอาการเห่อหลานเอามาก ๆ คนเป็นแม่อย่างเธอก็พลอยปลื้มใจแทนลูกไปด้วยที่มีคนรักเขามากมายเ
และแล้วเวลาก็ดำเนินมาถึงวันที่พระพายถึงกำหนดคลอด เธอมานอนเตรียมตัวผ่าคลอดที่โรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวานโดยมีอลันเป็นคนเฝ้า และเขาก็ดูจะตื่นเต้นกว่าคนคลอดอย่างเธอเสียอีก หลังจากลองเปิดใจตามคำพูดของแม่บุญธรรมที่ท่านพูดให้เธอฟังในคืนวันแรกที่กลับมาจากเชียงคานก็ทำให้เธอได้เห็นด้านดี ๆ ของเขามากขึ้นแม่บุญธรรมเล่าให้เธอฟังว่าเมื่อก่อนท่านกับพ่อบุญธรรมก็มีจุดเริ่มต้นเหมือนกับเธอ คือถูกเข้าใจผิดจนนำมาสู่เรื่องราวอันเลวร้ายต่าง ๆ ตอนนั้นท่านก็เกลียดพ่อบุญธรรมมาก แต่พอเวลาผ่านไปท่านก็ได้เรียนรู้ว่าการอาฆาตแค้น และเกลียดชังมีแต่บั่นทอนจิตใจ และทำลายความสุขของตัวเองท่านจึงยอมปล่อยวาง ตอนนั้นพ่อบุญธรรมก็เหมือนอลัน ถูกความโกรธแค้นเข้าครอบงำจนหูตาพร่าเบลอไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อรู้ความจริงพ่อบุญธรรมก็ยอมหยุดการแก้แค้น แล้วตามง้อและพิสูจน์ตัวเองกับท่านนานอยู่เหมือนกันกว่าท่านจะยอมให้อภัยและได้รักกันจวบจนทุกวันนี้และอย่างที่เห็นหลังจากท่านให้โอกาสและเริ่มต้นใหม่พ่อบุญธรรมก็ไม่เคยทำท่านเสียใจอีกเลย รักและดูแลท่านเสมอต้นเสมอปลายวันแรกเป็นยังไงวันนี้ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นเธอเก็บคำพูดของแม่บุญธรรมมาคิ