“แค่นั้นนอนได้เหรอ” หมีหหนุ่มค่อนข้างเป็นกังวล เจ้ากระต่ายไม่ได้เตรียมที่นอนหมอนมุ้งออกมา แค่นอนทับบนกระเป๋าที่แบกมาเท่านั้น
เฉินเฟิงตั้งใจจะนอนในสภาพนี้ตั้งแต่แรก บ้านบนภูเขาไม่ได้มีเครื่องนอนมากมายนัก เขากลัวว่ามันจะทำให้พื้นที่ในกระเป๋าลดน้อยลง เวลาต้องการเก็บตุนสิ่งของจำเป็นจะทำได้ลำบาก
มีแค่ฮู้ดกับกางเกงขายาวก็พอแล้ว
ฟากโจเซฟก็จนปัญญาจะให้ความช่วยเหลือ พวกเขาเป็นทหาร สิ่งที่ต้องพกติดตัวอยู่เสมอเวลาออกไปข้างนอกก็คือถุงนอนส่วนตัวของใครของมัน เป็นการยากที่จะชักชวนให้มาใช้ร่วมกัน ขืนนอนสองคนอัดกันถุงคงปริ
“งั้นคุณนอนของผม” นิโคลัสยื่นถุงนอนของตนเองให้อย่างไม่ลังเล
“เอ่อ ไม่ดีมั้งครับ แล้วคุณจะนอนยังไง” เฉินเฟิงส่ายศีรษะไม่เห็นด้วย ทั้งยังเกรงใจมาก ๆ คนคนนี้ช่วยเขาจากซอมบี้ แบ่งขนมปัง แล้วยังแบ่งถุงนอนด้วย ใจดีเกินไปไหม?
“ผมต้องอยู่เฝ้าเวร คุณนอนไปก่อนเถอะ” นิโคลัสตอบอย่างไม่คิดมาก เขาได้เวรตั้งแต่ตอนนี้จนถึงสี่ทุ่ม ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรถ้าเขาจะนั่งพิงกำแพง
“แต่ว่า…” มันเป็นของใช้ส่วนตัวของคนอื่น
“ผมรับประกันว่าไม่มีลูกเล่นอะไรอยู่ในนั้น คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว พักไปเถอะ” นิโคลัสพยายามสื่อสารออกมาอย่างสุดความสามารถ เขาไม่ใช่คนพูดเยอะนัก น่าแปลกที่พอต้องอธิบายให้คนตรงหน้าฟังเขากลับพูดออกมาได้ไม่มีติดขัด
“งั้นก็ขอบคุณครับ” เฉินเฟิงคร้านจะปฏิเสธให้เสียน้ำใจ รับถุงนอนนั้นมาปูไม่ใกล้ไม่ไกลจากจุดที่ชายหนุ่มนั่งอยู่
“...” เพื่อนร่วมทีม
หมอนี่นิสัยเป็นแบบนี้เหรอ… ทำไมพวกเขาไม่เห็นรู้เลย
“ขอบคุณมากนะครับ” เฉินเฟิงโผล่หน้าออกมาจากถุงนอน ใบหูยาวกระดิกดุ๊กดิ๊ก กล่าวขอบคุณเจ้าของผืนผ้าอุ่น ๆ ผืนนี้
“...” นิโคลัสผู้เม้มปากสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ กว่าจะพูดออกมาได้สักคำ “ไม่เป็นไร” พร้อมใบหูแดง และเป็นเพราะความมืดจึงทำให้มีแค่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่าใบหูของตนนั้นร้อนลวกไม่ต่างจากแก้มเลย
ในขณะที่เฉินเฟิงกำลังพักผ่อนอยู่นั้น ทางด้านดาริณีและลูกชายเองก็ไม่ได้ปล่อยให้เวลาล่วงเลยไปอย่างเปล่าประโยชน์ ในตอนกลางวันเมื่อชายหนุ่มเริ่มเดินทางลงจากเขา หญิงสาวก็เดินไปคว้าจอบมาขุดดินไม่ไกลจากบ้านต้นไม้นัก
ถึงจะเรียกว่าบ้านต้นไม้ ทว่ามันก็ไม่ได้ตั้งอยู่บนต้นไม้แต่อย่างใด เจ้าของบ้านทำเพียงแค่สร้างให้ตัวบ้านล้อมรอบต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ดังนั้นจึงมีพื้นที่บางส่วนของบ้านถูกเว้นไว้ให้ต้นไม้เติบโต และคนในบ้านก็ใช้ประโยชน์จากตรงจุดนั้นไว้สำหรับตอกตะปูทำชั้นวางของประหนึ่งว่าเป็นของตกแต่งกลางบ้านก็ไม่ปาน
เพราะก่อนหน้านี้ชายหนุ่มอาศัยอยู่คนเดียว บ้านน้อยหลังนี้จึงมีเพียงห้องนอนและห้องเก็บของด้านข้างเท่านั้น ห้องปลดทุกข์ก็ใช้บริการธรรมชาติแทน
ซึ่งตรงจุดนี้เองที่ทำให้หญิงสาวเกิดไอเดียอยากทำห้องสุขาขึ้นมา ไหน ๆ เธอก็มีพละกำลังมาก ระหว่างที่ชายหนุ่มไม่อยู่เธอจะสถาปนาตัวเองเป็นกรรมกรชั่วคราวก็แล้วกัน ส่วนห้องอาบน้ำก็แค่เดินไปที่น้ำตกก็พอแล้ว
ดาริณีเริ่มขุดบ่อเกรอะและบ่อซึมก่อนเป็นอย่างแรก แน่นอนว่าต้องขุดให้ห่างจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เธอวางแผนไว้ว่าตรงจุดนี้น่าจะสามารถนำไปเป็นปุ๋ยให้กับต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างได้บ้าง ดังนั้นจึงคิดจะทำห้องสุขาสักสามห้องใกล้กับต้นไม้ใหญ่ ไม่ต้องขุดลึกมากเพราะเป็นแค่ห้องน้ำชั่วคราว พอคิดว่าน่าจะเพียงพอต่อต้นไม้แล้วก็เปลี่ยนไปใช้ห้องอื่น สลับวนเวียนกันไป ถ้าขุดบ่อเดียวสักวันคงเต็มและต้นไม้น่าจะดูดซึมไม่ทัน เน่าตายก่อนแน่ ๆ
เดินวนดูอยู่หลายรอบในที่สุดก็ได้บริเวณที่ถูกใจ ไม่นานก็ลงมือขุด ถ้าเจอรากต้นไม้ก็หลีกเลี่ยงไปขุดรอบ ๆ แทน ก็บอกแล้วนี่ว่าจะทำห้องสุขาแบบอนุรักษ์ธรรมชาติ
เด็กชายดลอาสาจะเป็นฝ่ายช่วยนำดินใส่กระป๋องไปเทไว้ข้างบ้าน เผื่อชายหนุ่มเจ้าของบ้านกลับมาจะทำแปลงผักเพิ่ม ก็ไม่ต้องออกไปขุดดินให้เหนื่อยอีก
สองแม่ลูกทำงานกันตั้งแต่เช้า ตกบ่ายก็พักผ่อนให้หายเหนื่อย ถึงมีกำลังกายมาก การพักผ่อนก็ยังจำเป็น ไม่อย่างนั้นถ้าเธอเกิดใช้พลังเกินลิมิตแล้วสลบไปเหมือนชายหนุ่ม ใครจะปกป้องลูกชายและบ้านหลังนี้ของพวกเธอกันล่ะ
สวบ ๆ
ดาริณียืนขึ้นระวังภัยทันทีเมื่อได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวไม่ไกลจากตัวมากนัก เธอไม่ได้มีหูที่ดีอย่างเฉินเฟิง ดังนั้นจึงยิ่งระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
เด็กชายดลเองก็รีบไปยืนอยู่ใกล้มารดาทันที
กรรรซ์
เสียงคำรามในลำคอมาพร้อมกับภาพหมูป่าตัวดำมะเมื่อม นัยน์ตามีสีแดงฉาน ขนาดตัวของมันไม่ต่างจากหมูป่าปกติ แต่เธอสัมผัสได้ว่าความดุร้ายน่าจะมีมากกว่าแบบปกติเป็นเท่าตัว
ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่มนุษย์เท่านั้นที่กลายพันธุ์แล้วสินะแบบนี้…
เฉินเฟิงที่ถูกผลัดเปลี่ยนเวรในตอนตีสามควรที่จะได้อยู่เวรยามคนเดียวจนถึงรุ่งเช้า แต่เขากลับมีชายหนุ่มผู้มีใบหูกลมเหมือนหมีนั่งอยู่เป็นเพื่อน
“คุณไม่นอนเหรอครับ” เจ้ากระต่ายขาวมีอาการสะลึมสะลือเล็กน้อย เขาถูกหงส์ปลุกให้มาเปลี่ยนเวรต่อจากเธอ การนอนในช่วงหัวค่ำไม่ได้ทำให้เขาตื่นเต็มตา แต่กว่าจะหลับลงได้นั้นก็ใช่เวลาไปนานโข เอาเข้าจริงเขาอาจจะผล็อยหลับไปตอนเที่ยงคืนก็เป็นได้ ในตอนนี้จึงรู้สึกปวดหัวมาก
“นอนพอแล้วล่ะ” นิโคลัสตอบ ร่างสูงนั่งเช็กอุปกรณ์ในกระเป๋าตนเองท่ามกลางแสงตะเกียงอันน้อยนิด... มองเห็นเหรอนั่น
“ครับ” เฉินเฟิงก็ไม่ได้อยากจะจ้องจับผิด จึงได้แต่เงยหน้ามองหลังคาโกดังไปพลาง ๆ เพราะไม่มีอะไรทำ มีเสียงซอมบี้เดินอยู่ด้านนอกบ้าง แต่ก็น้อยมาก
เวรยามรอบตีสามอยู่กันอย่างสงบ ไม่มีการพูดคุยเลยสักคำ ด้วยกลัวว่าจะทำให้คนที่นอนพักอยู่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก
นิโคลัสเองก็ไม่ใช่คนที่พูดคุยเก่งนัก มีลอบมองชายหนุ่มข้างกายบ้าง เหม่อมองไปข้างหน้าก็มี น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรืออยากให้เวลาเดินเร็วแต่อย่างใด เขากลับอยากให้มันเชื่องช้าลงสักวินาทีก็ยังดีจมูกที่ถูกวิวัฒนาการจนสามารถรับกลิ่นได้ดีสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ นอกจากกลิ่นหวานหอมของน้ำตาลแล้ว ยังมีอีกกลิ่นหนึ่งที่เขาเพิ่งสัมผัสได้หลังจากพบเจอกับอีกฝ่ายกลิ่นป่าเขา…อาจเป็นเพราะระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมามีแต่กลิ่นเหม็นของเนื้อเน่าลอยคละคลุ้งอยู่ทุกที่ ไหนจะการเอาตัวรอดของมนุษย์ที่ยังมีชีวิต การอาบน้ำที่เคยเป็นสิ่งจำเป็นในแต่ละวันจึงถูกลดทอนลงเพื่อประหยัดน้ำ บางคนเหม็นเปรี้ยวจนแทบไม่อยากเฉียดผ่านเป็นไปได้เขามักจะภาวนาขอให้มีภารกิจออกไปนอกเมืองมากกว่าอยู่ในค่าย ยังไม่อยากจมูกพังก่อนวัยอันควรหรอกนะและอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกสะดุดตาก็คือดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นที่ราวกับอัญมณีเม็ดงามเขาตกหลุมรักเข้าอย่างจังสมัยไฮสกูลในประเทศ A เขาเคยมองพวกเพื่อนร่วมคลาสพูดถึงรักแรกพบกันอย่างโรแมนติก พร่ำเพ้อพรรณนาว่าแฟนสาวหรือแฟนหนุ่มที่ตนพบนั้นวิเศษมากเพียงใด จำได้ไม่ลืมด้วยว่าเขามองพวกมันด้วยสาย
“นั่นสินะครับ” เจ้ากระต่ายข่าวพยักหน้าเห็นด้วย หลังจากนี้ไปโลกคงไม่มีวันกลับไปปกติสุขเช่นทุกวันอีกแล้ว มีแต่ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดอยู่ให้ถึงวันพรุ่งนี้ให้ได้ใกล้หกโมงเช้า กลุ่มทหารรับจ้างทุกคนก็ตื่นจากนิทราแล้วแยกย้ายไปล้างหน้าล้างตาคนละมุมห้อง“วันนี้จะเข้าไปตรวจในโรงงานกันต่อ ถ้าเครื่องจักรยังใช้ได้คงต้องเคลียร์ซอมบี้ด้านในให้เรียบร้อย” จากนั้นก็แจ้งให้ทางฝั่งฐานพันธมิตรส่งคนมาควบคุมดูแลต่อ ส่วนรถบรรทุกที่นำมาด้วยจะขนเสบียงอาหารกลับไปด้วยบางส่วน เพื่อให้ฐานมีแจกจ่ายให้กับประชาชนธรรมดาที่สามารถทำงานแลกอาหารได้ แน่นอนว่าตรงนี้ก็จะมีส่วนแบ่งของพวกเขาด้วย“คุณเฉินจะเข้าไปด้วยกันหรือจะไปสำรวจที่อื่นต่อล่ะ” อธิบายให้คนในทีมฟังเสร็จก็หันไปถามสมาชิกพิเศษ ในระหว่างที่พูดคุยก็สำรวจว่าทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับออกไปด้านนอกหรือยัง เสียงซอมบี้นั้นเหลือไม่มากก็จริง แต่มันก็ยังคงป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ไม่ได้ไปไหนไกล“ผมว่าจะไปดูโกดังปลากระป๋องถัดไปครับ” ก็คือพวกเขาคงต้องแยกทางกันตรงนี้ แต่ละคนล้วนมีหน้าที่ของตนเอง“โอเค ยินดีที่ได้พบคุณนะ” โจเซฟหันไปยิ้มให้ เขาไม่รู้ว่าคนที่ดูบอบบางนี้จะอยู่ได้นาน
“เชื่อเขาเลย” หงส์กลอกตามองเพดานโรงงานน้ำตาล เป็นไปได้เธอก็อยากจะกลอกให้มันทะลุออกมา จะได้ยืนยันว่านี่เป็นความจริง ไม่ใช่ความฝันว่าตอนนี้เพื่อนร่วมทีมเธอหนีตามผู้ชายไปแล้วจริง ๆ“เดี๋ยวหมอนั่นก็กลับมา” โจเซฟเช็กประตูโรงงานอีกครั้งว่าปิดสนิทดีแล้ว ทั้งยังให้ตุ่นหาตู้มาปิดทับไว้ก่อนป้องกันไม่ให้มีคนนอกเข้ามาก้าวก่ายการสำรวจ ส่วนซอมบี้ด้านหน้าโรงงานก็ถูกจัดการไปเพียงเล็กน้อย ฉวยจังหวะที่เหลือไม่มากรีบเข้ามาด้านในเก็บแรงได้ก็เก็บ ถ้าต้องฆ่าต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะมีตัวอื่นโผล่มาไม่จบสิ้น“ดูทรงแล้วน่าจะอยู่ยาวเลยมั้งคะนั่น” หลงเขาหัวปักหัวปำเธอเป็นเจ้าหญิงดิสxx หรือนิโคลัส“พวกเราก็แค่หาหมอใหม่” ตุ่นไม่ได้ซีเรียสกับการจากไปของแพทย์หนุ่มนัก วันสิ้นโลกทำให้รู้ว่าชีวิตมนุษย์นั้นสั้นยิ่งกว่าสั้น ถ้าไม่ต้องห่วงเรื่องปากท้องและที่พักอาศัย เขาก็อยากจะอยู่กับภรรยาในบ้านหลังเดิมโดยที่ไม่ต้องออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันเหมือนกัน“หมอนั่นบอกว่าจะกลับมา” โจเซฟเอ่ย‘ผมไม่วางใจปล่อยให้เขาไปคนเดียว ขอผมอยู่กับเขาก่อน’ นี่คือประโยคสุดท้ายที่นิโคลัสพูดกับหัวหน้าอย่างโจเซฟก่อนจะพาเฉินเฟิงออกวิ่งไปอีกทาง“ไม่แน่ว่า
“ทำไมถึงตามผมมาละครับ” เฉินเฟิงถูกหมียักษ์พาหลบหลีกซอมบี้มาจนถึงหน้าทางเข้าโรงงานน้ำตาลที่พวกเขาอาศัยหลับนอนเมื่อคืน“จะไปโรงงานปลากระป๋องตรงนั้นใช่ไหม” นิโคลัสไม่ตอบคำถาม ใบหน้าหล่อเหลามองซ้ายมองขวา บริเวณนี้มีซอมบี้แรกเริ่มเดินโขยกเขยกไปมา“ครับ” เจ้ากระต่ายพยักหน้า“ไปที่นั่นก่อน... แล้วจะเล่าให้ฟัง” แพทย์หนุ่มต่อรอง“...” คนตัวเล็กกว่าเม้มปากชั่งใจ สุดท้ายก็ยอมพยักหน้าให้มุมปากหยักกดลึกเห็นเป็นเส้นโค้ง‘แค่ยอมให้ไปด้วยต้องดีใจขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วทีมของเจ้าตัวล่ะ’ เฉินเฟิงได้แต่กกกอดความสงสัยเอาไว้ก่อนชั่วคราว รอให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยกว่านี้ค่อยถามก็คงไม่สายสองหนุ่มพากันเดินลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จนมาถึงหน้าโรงงานน้ำตาล มีบ้างที่เกิดการปะทะ แต่พวกมันล้วนเป็นซอมบี้ระยะแรกที่เดินไม่เร็วนักและการตอบสนองเชื่องช้าเหมือนกับซอมบี้ที่เห็นในหมู่บ้านที่จากมาซอมบี้วิวัฒนาการสามตัวที่เจอเมื่อวานนับว่าเป็นแจ็กพอตของเขาจริง ๆ‘ซวยแท้น้อ…’เดินไม่ถึงสิบนาทีนิโคลัสก็สามารถพาชายหนุ่มสวมฮู้ดมาจนถึงหน้าโรงงานปลากระป๋อง สภาพภายนอกนั้นเละเทะกว่าโรงงานน้ำตาลอยู่มากในส่วนของตัวโรงงานผลิตเหมือนจะถูกไฟไหม้
“ข้อแรก อย่าเหวี่ยงขวานออกไปจนสุดแรง ไม่อย่างนั้นถ้าถูกตลบหลังจะทำให้เปลี่ยนการเคลื่อนไหวไม่ทัน ควรใส่แรงลงไปแค่ 40%” อธิบายเสร็จก็ไปลากซอมบี้มาเป็นหนูทดลองอีกหนึ่งตัว แพทย์หนุ่มใช้เชือกที่เฉินเฟิงเตรียมมาพันรอบคอซอมบี้ไว้ไม่ให้กระโจนไปหาลูกศิษย์ทีเผลอ ส่วนสายตาก็สอดส่องรอบข้างอยู่ตลอดเวลา “แล้วก็อย่าโถมไปข้างหน้าเวลาฟันลงมา อาจทำให้เสียหลักได้”“...” เฉินเฟิงเม้มปากแน่น มือทั้งสองข้างจับด้ามขวานแน่“เหวี่ยงจากบนลงล่าง ถ้ามันยังไม่ตายก็ค่อยกลับสันขวานแล้วเหวี่ยงขึ้นอีกที”เจ้ากระต่ายจินตนาการภาพในสมองครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ครูฝึกปล่อยซอมบี้มาใกล้เขาได้นิโคลัสผ่อนแรงกำเชือกเล็กน้อย ซอมบี้พลันถลันตัวไปหาเฉินเฟิงแทบจะทันทีซอมบี้ที่ถูกหยิบยกมาเป็นเหยื่อพยายามตะเกียกตะกายมาทางชายหนุ่มหูกระต่ายมันได้กลิ่น... ได้กลิ่นอาหาร!เฉินเฟิงกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ในหัวพลันนึกถึงซอมบี้ตัวแรกที่เขาฆ่าไปเมื่อวาน คนคนนั้นก็เหมือนกับคนตรงหน้า สวมใส่ชุดพนักงานของโรงงานอุตสาหกรรมด้านหลัง เคยมีชีวิตและสังคมเป็นของตนเอง แต่มาวันนี้กลับกลายเป็นผีดิบไร้จิตวิญญาณ ได้แต่กัดกินสิ่งมีชีวิตด้วยกันประทัง
“ครับ ไปที่อื่นกัน…” ก่อนที่เฉินเฟิงจะได้เสนอโรงงานอื่นขึ้นมาอีก พลันใบหูก็กระตุกสองสามครั้ง เนื่องจากได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่าง ซึ่งคิดว่าคุณหมอเองก็น่าจะได้ยินเช่นกันเพล้ง!!เสียงกระจกแตกดังสนั่นไปทั่วบริเวณ นิโคลัสรีบหันไปมองทางต้นเสียงซึ่งเป็นอาคารขนาดเล็กข้าง ๆ กับโกดังเก็บสินค้า“ชะ ช่วยด้วย! “ เป็นชายคนหนึ่งในชุดพนักงานของโรงงานแห่งนี้ที่พุ่งตัวออกมาจากอาคารนั้นทางหน้าต่าง ใบหน้ามีร่องรอยหวาดกลัวชัดเจน สายตามองสอดส่องซ้ายขวาทันเห็นชายหนุ่มสองคนอยู่ไม่ไกลและคงไม่ใช่ซอมบี้“ช่วยด้วย! “ ครั้งนี้เป็นเสียงตะโกน พนักงานโรงงานรีบวิ่งมาทางชายหนุ่มทั้งสองทันทีนิโคลัสเอื้อมมือไปรั้งให้เจ้ากระต่ายมาหลบด้านหลังตนยิ่งระยะทางระหว่างพวกเขาใกล้กันมากเท่าไร ใบหน้าที่เคยหวาดกลัวก็เริ่มมีรอยยิ้ม“ได้โปรดช่วยผมด้วย! “ ทั้งหูสัตว์บนศีรษะและเสื้อผ้าทหารรอดแล้ว!คนพวกนี้ต้องเป็นทีมช่วยเหลือที่ทางการส่งมาแน่ ๆ เขารอดจากเจ้าสัตว์ประหลาดนั่นแล…ฉับ!เสียงโลหะหนักแทงลึกเข้าไปในผิวหนังดังสะท้อนให้มนุษย์ทั้งสามคนได้ยินอย่างชัดเจน โดยเฉพาะชายในชุดพนักงานโรงงานดวงตาที่เคยฉายแววยินดีเบิกค้าง กว่าจะ
“แต่ผมว่ามันไม่น่าไว้ใจ...”ไม่ทันขาดคำ ร่างของซอมบี้เด็กก็หายไปจากครรลองสายตา แล้วก็มีเสียงของหนักตกกระแทกพื้นดังสนั่นตูม!!จากระยะทางเกือบสองกิโลเมตร เด็กนี่สามารถร่นมาได้เกินครึ่งภายในการกระโดดครั้งเดียวWTF!นี่มันเชี่ยอะไรวะ!ช่วยเหลือทางรอดไว้ให้มนุษยชาติบ้างเถอะ!!“เหวอ!” เฉินเฟิงถึงกับร้องออกมาเสียงดังเมื่อร่างกายของตนกำลังลอยละลิ่วอยู่ในอากาศ เดี๋ยว ๆ ๆ !!! เกิดอะไรขึ้น! คุณหมีกริซลี่เขวี้ยงเขางั้นเหรอ!เคร้ง!เจ้ากระต่ายถูกจับโยนขึ้นมาบนหลังคาของโรงงาน ร่างโปร่งตกกระแทกอย่างแรงเพราะมัวแต่งุนงงกับสถานการณ์จนลืมหาวิธีแลนดิ้ง พอตั้งตัวได้ก็รีบคลานไปดูว่านิโคลัสเป็นอย่างไรบ้างภาพที่เฉินเฟิงเห็นคือแพทย์ทหารหนุ่มหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปหาซอมบี้เด็กตนนั้น สองมือกระชับมีดสั้นไว้คนละข้างซอมบี้เด็กหยุดการเคลื่อนไหวกลางคัน เปลี่ยนเป็นพุ่งเข้าใส่หมายจะคว้าเหยื่อของมันไว้ด้วยพละกำลังและแรงส่งจากการกระโดดนิโคลัสรอจังหวะนี้อยู่แล้ว ชายหนุ่มเอี้ยวตัวหลบภายในเสี้ยววิก่อนซอมบี้เด็กจะมาถึงตัว ก่อนใช้เข่ากระแทกกลางร่าง ส่งผลให้มันลอยกลับไปทางโกดังเก็บสินค้าไม่รอให้มันตั้งตัวได้ทัน แพทย์ทหารเก
นิโคลัสปล่อยให้เจ้ากระต่ายอาเจียนอาหารเช้าให้เต็มที่ ส่วนเขาที่เรี่ยวแรงพอจะกลับมาบ้างแล้วก็เดินสำรวจรอบ ๆ ก่อน แม้ว่าบอสประจำโกดังนี้จะถูกเขาจัดการไปแล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีตัวต่อไปเดินสำรวจวนกลับมาถึงด้านหน้าก็เห็นเฉินเฟิงกำลังพยายามใช้ขวานลากศพออกมากองนอกโกดัง“กำลังทำอะไรน่ะ” แพทย์หนุ่มถาม“ผมอยากเข้าไปดูด้านในว่าพวกอาหารกระป๋องยังมีสภาพดีอยู่หรือเปล่า” เพราะมีศพซอมบี้และคนอยู่เพียงด้านหน้าประตูโกดัง ไม่แน่ว่าตรงส่วนที่เก็บสินค้าอาจจะยังมีสภาพที่ดี“มา ผมช่วย”“คุณโอเคแล้วเหรอ” หมายถึงสภาพร่างกาย“แค่เหนื่อยนิดหน่อย” นิโคลัสยักไหล่ ไม่ยี่หระกับอาการอยากนอนแผ่ร่างกายบนพื้นของตน คนที่อาเจียนไปแล้วรอบหนึ่งต่างหากที่น่าเป็นห่วงกว่าหมีกระต่ายช่วยกันขนย้ายศพออกจากประตูทางเข้า แต่ไม่ได้นำออกไปทั้งหมด แค่พอมีทางให้พวกเขาเข้าไปด้านในก็พอเฉินเฟิงต้องพยายามอย่างมากที่จะไม่อาเจียนทุกครั้งที่เห็นเนื้อเน่าพวกนั้นมีหนอนแมลงชอนไช หรือแม้แต่เครื่องในที่กองอยู่บนพื้นทำไมไม่กินให้หมดเนี่ยเจ้าซอมบี้เด็ก! กินอย่างนี้ตอนเป็นคนแม่ไม่ตีหรือไง กินทิ้งกินขว้างลำบากคนเก็บกวาดนะรู้ไหม!!หรือเด็กนั่นจะช
“โอเค ถ้าอย่างนั้นเอาไปไว้ในครัวเลย” โจเซฟหัวเราะในลำคอ ไม่รู้เฉินเฟิงมาเห็นของฝากของเด็กกลุ่มนี้จะตกใจแค่ไหนกันนะ “เดี๋ยวลุงไปที่หน้าหมู่บ้านก่อน วางของเสร็จแล้วก็อย่าซนล่ะ รีบกลับบ้านไปช่วยงานผู้ใหญ่ด้วย” เพราะเด็ก ๆ ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ เด็กที่อายุน้อยลงมาก็จะให้กลุ่มแม่บ้านที่มีความรู้ช่วยสอนให้อ่านออกเขียนได้ ส่วนเด็กโตขึ้นขึ้นมาหน่อยก็ให้ออกไปช่วยงานเล็ก ๆ น้อย ๆ“ครับ / ค่ะ” เด็กทั้งสามช่วยกันถือตะกร้าและกล้วยไปวางไว้ที่ครัวด้านหลังบ้านอย่างแข็งขันพอวางเสร็จก็ตรวจตราดูอีกครั้งว่าตะกร้าได้รับการปิดอย่างมิดชิด คงไม่ดีนักถ้าหากพี่กระต่ายกลับมาแล้วเห็นกบกระโดดอยู่เต็มบ้านเด็กชายดลแวะไปป่วนพี่ชายทีโอที่ห้องนอนใหญ่ครู่หนึ่ง ก่อนจะออกมารวมตัวกับเพื่อน เตรียมออกไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำจนกว่าจะผ่านพ้นไปอีกวัน“ไปช่วยพวกพี่เก่งเขาดักปลาที่แม่น้ำไหม” พลอยใสชวน“ไม่ได้หรอก ถ้าแม่รู้โดนตีแน่” เด็กชายดลไม่เห็นด้วย แค่ไปจับกบในนาร้างก็โดนมองแล้ว ถ้าไปถึงแม่น้ำละก็มีหวังตูดลาย“หรือจะไปช่วยป้าเพ็ญเขาคัดแยกเมล็ดพืชดี” เด็กชายปอนด์เสนอ“น่าเบื่อจะตาย” พลอยใสกอดอกบุ้ยปากหลังจากผ่านพ้นคืนวันที่
“โห เสียงโคตรอีโรติกเลยพี่เฟิง” ทีโอที่เพิ่งออกกำลังกายเช้าเสร็จเห็นสองหมีกระต่ายกำลังช่วยกันคูลดาวน์ร่างกายอยู่ แต่เสียงที่เปล่งออกมาจากปากของคุณผู้ช่วยเชฟนั้นช่างทำให้คิดดีไม่ได้เลยดูหน้าหมอประจำทีมเขาสิ นิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นไปแล้วพี่ต้องอดทนมากเลยสินะครับ ผมเข้าใจ ๆ (ตบบ่าทิพย์)“ขะ ขนาดนั้นเลยเหรอ” เฉินเฟิงเองก็รู้สึกแปลกเช่นกัน เขาแค่รู้สึกผ่อนคลาย แต่เวลาที่ถูกกดหลังก็เหมือนถูกไล่ลมออกจากปอด เสียงที่ออกมาจึงค่อนข้างประหลาด แต่ไม่คิดว่าพอคนอื่นฟังกลับบอกว่ามันอีโรติกสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจ“ออกกำลังกายเสร็จแล้ว?” นิโคลัสชวนทีโอคุยเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น เห็นกระต่ายแก้มขาวหน้าแดงก็ดีอยู่หรอก แต่อยากให้แดงเพราะเขามากกว่าคนอื่น“เสร็จแล้ว” ทีโอเห็นใบหน้าคนชวนคุยจริงจังก็ยอมสงบปากไม่ชวนคุยเรื่องเดิมต่อ “จริงสิ หัวหน้าถามว่าเห็นลูกแก้วซอมบี้บ้างไหม เมื่อเช้าหัวหน้าเอากระเป๋าออกมาจัดเรียงแล้ววางตลับไว้ในห้องรับแขก พอออกไปข้างนอกกลับมา ลูกแก้วที่อยู่ในตลับมันหายไปสามเม็ด”“!!!” ทั้งเฉินเฟิงและนิโคลัสต่างรีบลุกขึ้นทันทีเป็นไปไม่ได้ที่จะมีของหายเกิดขึ้นในบ้านหลังนั้น ในเมื่อพวกเขาผลัดกันอ
….“เหม่ออะไรน่ะ” นิโคลัสเห็นเจ้ากระต่ายเอาแต่มองกองไฟไม่ขยับเขยื้อน ทั้งที่เวลานี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันตำธัญพืชอย่างคึกคัก เพราะก่อนหน้านี้ขายผลผลิตไม่ได้ จึงทำให้พอมีข้าวโพดและข้าวอยู่เป็นจำนวนมาก เฉินเฟิงจึงเสนอให้ทุกคนนำไปบดให้เป็นแป้งเพื่อแปรรูปเป็นอาหารชนิดอื่นในอนาคต“ผมแค่นึกถึงพวกคนที่ออกจากหมู่บ้านไปน่ะครับ” ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง“พวกเขาเลือกเอง อาเฟิงไม่ต้องเป็นกังวลแทนคนอื่นหรอก ชีวิตใครคนนั้นก็ต้องเป็นคนตัดสินใจ” นิโคลัสมองเจ้ากระต่ายพยักหน้าเห็นด้วย “อีกอย่างเราไม่สามารถช่วยได้ทุกคน พวกเขาเองก็ต้องพยายามปกป้องตนเอง”จริงด้วย… ตอนที่เขาตกระกำลำบาก ก็มีแต่ตัวเองที่ต้องสู้กัดฟันทน“ก่อนหน้านี้คุณบอกว่าจะช่วยสอนผมให้คุ้นชินกับการมีหูเพิ่มขึ้นมา” เฉินเฟิงเปลี่ยนเรื่องคุย “ผมลองแล้วนะ เอาเชือกไปขึงประตูห้องนอนไว้ โดนเชือกดีดหูทุกวันเลย” เจ้ากระต่ายก้มให้คุณหมอเห็นว่าส่วนหูของเขามีจุดหนึ่งที่ขนแตกไปเล็กน้อยเพราะโดนดีดจนเริ่มบวม“ขนแตกเลย” นิโคลัสไม่รู้จะปวดใจที่เจ้ากระต่ายเจ็บตัวหรือหัวเราะเพราะขนที่แตกของอีกฝ่ายดี“นี่! ผมให้คุณช่วยดูไม่ใช่ให้หัวเราะนะ” เขาเองก็เห็นในก
“อี๋” เด็กหญิงอายุ 7 ขวบเบือนหน้าหนี“เข้าไปเถอะ ยังไงก็ไม่มีน้ำราดอยู่แล้ว”ฝั่งผู้หญิงเรียกได้ว่าต้องกลั้นใจและเกร็งกล้ามขาสุดชีวิต ใครจะไปทำใจนั่งบนชักโครกแบบนี้ลง ตัดไปที่ฝั่งผู้ชาย พวกเขาเองก็ไม่กล้าฉี่ใส่โถฉี่ที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีแมลงสาบและแมลงชนิดอื่นอาศัยกันแน่นขนัด สุดท้ายจึงเลือกต้นไม้ด้านหลังห้องน้ำสักต้นปลดทุกข์“ตรงนี้ดีกว่าเห็น ๆ” หลังได้สูดอากาศบริสุทธิ์ก็พอจะลบล้างภาพห้องน้ำโสโครกนั่นไปได้บ้างหมับ“ใครจับไหล่กูวะ” จับแล้วไม่พูดเดี๋ยวก็ศอกให้เสียนี่กรรร…เพียงได้ยินเสียงคำรามในลำคอ จากที่กำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นธรรมชาติหลังห้องสุขาเป็นต้องรีบเบี่ยงตัวกลับทั้งที่ยังไม่ได้รูดซิปกางเกงกึกเสียงฟันบนฟันล่างกระทบกันจนก้องอยู่ในหูหลายคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างรีบช่วยกันใช้ขวานหรืออาวุธที่อยู่ใกล้มือฟันไปที่คอของมันอย่างรวดเร็ว ส่วนคนที่เกือบโดนกัดคอรีบสะบัดไหล่ของตนให้หลุดพ้นจากพันธนาการแล้วอ้อมไปอยู่ด้านหลังพี่น้องคนอื่นที่กำลังพยายามฆ่ามัน“รีบกลับไปที่รถเร็ว!” เมื่อซอมบี้ตนนั้นถูกฟันคอขาดก็มีอีกหลายตัวเดินโขยกเขยกออกมาจากห้องน้ำฝั่งผู้ชายความโกลาหลเล็ก ๆ
ความคืบหน้าในการปรับปรุงหมู่บ้านรวดเร็วมากเมื่อทุกคนให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป จากหมู่บ้านที่มีจำนวนมาก กว่า 30 ครัวเรือนก็เหลือบ้านที่มีคนอยู่อาศัยเพียง 13 หลังเท่านั้น หลายคนมองว่าการเข้าไปอยู่ในเมืองที่มีทหารคอยรักษาการณ์ดูจะปลอดภัยกว่าฝ่ายโจเซฟเองก็ให้คำแนะนำว่าถ้าอยากไปก็ให้ไปเสียตอนนี้ ในช่วงที่ซอมบี้ยังคงเดินเชื่องช้าอยู่ ขอแค่ไม่กลัวก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างเช่นครอบครัวนี้“พ่อครับ มันวิ่งตามรถเรามาแล้ว” ลูกชายวัย 15 ปีเหลียวหลังมองซอมบี้ที่มีจำนวนมากกว่า 20 ตัวกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามรถยนต์ส่วนตัวของพวกเขามาตลอดทาง ยิ่งขับเข้าใกล้ตัวเมืองในจังหวัดมากเท่าไร ก็จะมีมาเพิ่มครั้งละตัวสองตัวอยู่ตลอดเวลา“มันตามรถเราไม่ทันหรอก” คนเป็นพ่อมั่นใจ ตอนนี้เขาเหยียบอยู่ที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ยังสามารถทิ้งห่างจากพวกมันได้มากกว่า 100 เมตร นั่นหมายความว่าถ้าเขาเหยียบเพิ่มอีกจะสามารถสลัดหลุดได้ในเวลาไม่นาน“คุณคะ ข้างหน้า!” ภรรยาที่ติดตามมาด้วยเผยสีหน้ากังวล เมื่อเธอมองออกไปเห็นว่าด้านหน้ามีรถจอดขวางเส้นทางอยู่เต็มไปหมด บางคันเธอก็คุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมากก่อน“นั่นม
คิ้วเรียวของคนเป็นแม่ขมวดฉับ ถึงเธอจะไม่ถือโทษคนตาย แต่คนเป็นก็ใช่ว่าจะให้อภัย“ดาดูแลลูกเองได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณกิ่งดีกว่า” ไม่ใช่เพราะหญิงสาวคนนี้หรอกหรือที่สั่งคนในบ้านสามีไม่ให้เปิดประตูรับเธอกับลูก“ตายจริงน้องดา เรียกพี่กิ่งเหมือนเดิมสิคะ ทำไมเรียกกันเสียห่างเหิน” พี่สาวของอดีตสามีรีบเอ่ยประจบ เธอเห็นแล้วว่าน้องสะใภ้ผู้นี้มีพลังพิเศษ แถมยังรู้จักกับกลุ่มคนที่มาจากเมืองหลวง ถ้าอยากรอดตายต้องเกาะไว้ให้มั่น แถมดูท่าแล้วคงมีอาหารเก็บไว้แน่นอน ดูเสื้อผ้าของเธอสิ แม้จะเป็นชุดเดียวกันกับค่ำคืนนั้นแต่ก็สะอาดสะอ้าน ดูออกเลยว่าที่ผ่านมาคงไม่ได้รับความลำบากแต่อย่างใด“ไม่ดีกว่าค่ะ น้องดลครับ ไปนั่งเล่นกับลุงโจเซฟนะ แม่จะกลับไปพักผ่อน”เมื่อคนที่ทำงานหนักสุดเอ่ยปากอยากพัก กิ่งแก้วจึงไม่สามารถหาเหตุมารั้งให้ดาริณีอยู่ฟังตนพร่ำบอกความสนิทสนมแต่เดิมได้อีก จึงได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าแม่บ้านที่กำลังคัดเมล็ดธัญพืชถ้าเพียงแต่เธอสามารถกลับไปวางตัวเป็นพี่สะใภ้อีกฝ่ายได้อีกละก็ ความเป็นอยู่จะต้องดีกว่านี้แน่ ทั้งอาหารและความปลอดภัย ดีไม่ดีถ้าเกิดวันไหนพวกเขาอยากจะกลับเข้าค่ายที่เ
เฉินเฟิงก้มลงกัดข้าวจี่ร้อน ๆ ก่อนจะอ้าปากไล่ความร้อนสองสามครั้งก็เคี้ยวหงุบหงับ ข้าวเหนียวตรงจุดที่ถูกย่างไฟจะมีความกรุบกรอบเคี้ยวเพลิน สัมผัสต่อจากนั้นจึงเป็นความหอมของไข่และรสชาติเค็มเล็กน้อยของเกลือ เป็นอาหารเช้าที่แสนเรียบง่ายและใช้วัตถุดิบน้อยแต่ให้ความรู้สึกอิ่มท้องช่วงสายชาวบ้านผู้ชายหลายคนจึงพากันไปตัดต้นไม้แถวชายป่าหลังบ้านของเฉินเฟิง แน่นอนว่าทุกคนได้สอบถามแล้วว่าสามารถตัดได้ไหม ถ้าไม่ได้พวกเขาก็จะเดินไปยังบริเวณป่าตรงตีนเขาอีกแห่งแทนเจ้ากระต่ายไม่ได้ขัดข้องอะไร เดิมทีป่านี้ก็ไม่ใช่ของเขาตั้งแต่แรก ถ้าชาวบ้านจะนำมันมาใช้ประโยชน์ส่วนรวมก็สามารถทำได้เต็มที่โจเซฟเข้ามาช่วยกำกับดูแลเรื่องการทำรั้วไม้ล้อมรอบหมู่บ้าน น่าเสียดายที่ไม่มีใครในหมู่บ้านที่มีพลังพิเศษ ทุกคนล้วนเป็นคนธรรมดาพอสอบถามเฉินเฟิงในเรื่องนี้“อ่า… คือทางแถบนี้ได้รับวัคซีนที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างต่ำน่ะครับ ทางกำนันเขาไปเช่าเหมารถบรรทุกมาพาทุกคนไปฉีดฟรีที่โรงพยาบาลรัฐ ส่วนผมฉีดอีกยี่ห้อหนึ่งก่อนจะบินไปต่างประเทศ แต่เพราะตอนนั้นอยู่ในเมืองหลวงเลยได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมานิดหนึ่ง”“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะไ
“คิดอะไรอยู่” นิโคลัสเดินถือถุงบิสกิตที่ได้จากชาวบ้านนำมาแบ่งให้เจ้ากระต่าย“ผมแค่เผลอคิดไปว่าที่เราเป็นอยู่ทุกวันนี้เป็นการแก้แค้นจากโลกหรือเปล่า”“ก็อาจจะใช่” เวลาที่ฟุ้งซ่านก็มีคิดอยู่บ้าง“ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติได้ไหมครับ” เฉินเฟิงถามทั้งที่ดวงตายังคงจดจ้องอยู่บนท้องฟ้า“ตอบยากนะ เราอาจจะกำจัดซอมบี้ได้ แต่ไม่น่าจะหมด และที่แย่ไปกว่านั้นคือพวกสัตว์เองก็เริ่มกลายพันธุ์แล้ว ดูอย่างหนูท่อยักษ์ที่เราเจอหรือหมูป่าที่คุณดาริณีจัดการได้” ถึงจะจัดการซอมบี้ได้หมดก็ใช่ว่าวิถีชีวิตดั้งเดิมจะหวนคืนกลับมาและสำหรับพวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะจัดการกับซอมบี้หรือสัตว์กลายพันธุ์ก็ไม่มีทางที่จะกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ท่ามกลางสังคมศิวิไลซ์ได้อีก “มีใครมีคำถามหรือเปล่าครับ” โจเซฟถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตนได้บอกทุกอย่างออกไปหมดแล้ว ชาวบ้านหลายคนมีท่าทีหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น บางคนก็ร้องไห้คร่ำครวญกับครอบครัวที่ต้องสูญเสีย“แล้วลูกหลานของเราที่เป็นซอมบี้ล่ะ ก่อนหน้านี้พวกเขายังเป็นคนธรรมดาอยู่เลย ทำไมพอโดนโจรจับไปถึงกลายเป็นซอมบี้ได้ หรือคนพวกนั้นทำให้พวกเขากลายเป็นซอมบี้” ชา
พวกเขาที่ไม่ได้ชอบดูภาพยนตร์หรืออ่านนิยายถึงกับอึ้งตะลึง ไม่คิดว่าโลกนี้จะจินตนาการไปถึงขั้นทำให้ศพคนคืนชีพด้วยไวรัส และที่น่าตกใจกว่าก็คือมันถูกทำให้เกิดขึ้นจริง“เป็นไปได้ว่าพวกมันจับพวกเขามาทดลอง” ทีโอคาดเดา ศพเหล่านี้แทบไม่มีบาดแผลบนร่างเลย ไม่เหมือนกับเด็กสองคนที่สวมกอดกันอยู่ในบ้านหลังนั้น ราวกับว่าจับพวกเขามาเพื่อกระทำบางอย่าง“หรือว่า…” นิโคลัสหันไปมองทีโอเขม็ง ความคิดบางอย่างแล่นปราดเข้ามา “พวกมันอยากทดสอบว่าจะสามารถกระตุ้นให้คนธรรมดาสามารถมีพลังพิเศษเพราะถูกซอมบี้ข่วนหรือกัดได้ไหม”“พลังพิเศษ?” กลุ่มคนที่เศร้าโศกเสียใจต่างก็หันมามองชายหนุ่มเมื่อนิโคลัสจุดลูกบอลใจขนาดเล็กบนฝ่ามือ ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ต่างก้าวถอยหลัง พอสังเกตดี ๆ ถึงเพิ่งเห็นว่าบนศีรษะของอีกฝ่ายมีใบหูกลมประดับอยู่บนศีรษะซุกซ่อนอยู่ในกลุ่มผม“พวกเราควรจัดการกับศพก่อนหรือเปล่า” หงส์พูดแทรก มายืนกันในป่าแบบนี้ เกิดมีซอมบี้ขึ้นมาล่ะยุ่งเลยทุกคนจึงได้สติกลับมา ต่างคนต่างช่วยกันทยอยขนซากศพของลูกหลานตนเองมายังลานกว้างของหมู่บ้าน ระหว่างทางก็ไม่ลืมขนย้ายศพของคนอื่นมาด้วยนี่ทำความสะอาดบ้านเสร็จเธอยังต้องมาทำความสะอาดหม