คำพูดของหานซานเฉียนทำให้หนิงอวี่ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ พลางกล่าวว่า “คิดไม่ถึงเลยว่าคนบ้านนอกจากเมืองอื่นอย่างคุณจะรู้จักผมด้วย ในเมื่อคุณรู้จักก็น่าจะคิดได้ว่าจะมีจุดจบยังไงนะ?”“ก่อนจะพูดถึงจุดจบ ทำไมคุณไม่โทรหาหนิงซิ่งเผิง แล้วถามเขาว่าผมควรจะมีจุดจบยังไงล่ะ?” หานซานเฉียนกล่าว เขามาที่เมืองหลงซื่อเพื่อช่วยเจียงหยิงหยิงแก้ปัญหาเท่านั้น ต่อไปก็รอดูเฉย ๆ เขาไม่ต้องการสร้างปัญหาใด ๆ และไม่ต้องการสร้างความรำคาญให้หนิงซิ่งเผิง ถึงอย่างไรหนิงซิ่งเผิงก็เสนอตัวช่วยเหลือเจียงหยิงหยิงในเรื่องนี้เช่นกัน“โทรหาพ่อผมเหรอ?” หนิงอวี่ยิ้มเยาะ “คุณคิดว่าคุณเป็นใคร คนแบบคุณ ต้องการให้พ่อผมออกหน้าสั่งสอนบทเรียนคุณเองเหรอ แค่ผมก็พอแล้ว”“คุณชายหนิง คุณมีฐานะสูงศักดิ์ ให้ผมช่วยซ้อมเขาไหม?”“คุณชายหนิง ผมเอง จะทำให้เจ้าหนูนี่รับผลที่ก่อไว้อย่างสาสม”“ผมเอง ผมเอง เจ้าคนไร้ค่าแบบนี้ ผมจัดการได้ด้วยมือเดียว”ผู้คนที่ล้อมเข้ามามุงดูพากันพูดว่าพวกเขาต้องการลงมือแทนหนิงอวี่ไม่หยุด เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งที่พวกเขาจะได้เอาใจหนิงอวี่ หากได้เป็นบริวารคอยรับใช้หนิงอวี่ มันจะเป็นการเปลี่ยน
หนิงอวี่ขมวดคิ้ว อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นใครแถมยังกล้าพูดแบบนี้ออกมา แสดงว่าคน ๆ นี้จะต้องมีสถานะบางอย่างแน่นอนแม้ว่าคนพวกนี้จะไม่ใช่คนจากเมืองหลงชื่อ แต่หนิงอวี่ก็ไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่การก่อปัญหาให้ตัวเองเพียงเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งนั้นไม่ใช่นิสัยของเขา ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายก็คุกเข่าขอโทษแล้ว นั่นแปลว่ายอมถอยหลังหนึ่งก้าว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้เรื่องมันร้ายแรงยิ่งขึ้น“พี่ชาย วันนี้ผมอารมณ์ดีเพราะอย่างนั้นเลยจะปล่อยพวกพี่ไป แต่ผมขอแนะนำว่าทางที่ดีพี่รีบไสหัวออกไปจากเมืองหลงชื่อให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นคราวหน้าพี่อาจไม่ได้โชคดีแบบนี้”หนิงอวี่กล่าวยังไม่ทำให้หานซานเฉียนยอมขอโทษ ชิวมู่จึงยังไม่ได้รู้สึกถึงความเหนือกว่า เธอเลยพูดกับหนิงอวี่อย่างไม่ยอมว่า “หนิงอวี่ เขาทำให้ฉันไม่พอใจ ทำไมคุณถึง...”“ชิวมู่ ตกลงว่าผมเป็นใหญ่ หรือว่าคุณเป็นใหญ่กันแน่?” หนิงอวี่พูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเมื่อชิวมู่เห็นว่าหนิงอวี่เริ่มโมโห เธอจึงก้มหน้าลงอย่างหวาดกลัวและพูดว่า “แน่นอนว่าคุณเป็นใหญ่ค่ะ”“ในเมื่อบอกว่าผมเป็นใหญ่ ถ้าคุณยังพูดจาเหลวไหลอีกคำผมจะจัดการคุณแน่”หนิงอวี่กล่าว“ค่ะ
ในทุก ๆ ปี ลู่หงกวางจะจัดงานเลี้ยงคนดังหนึ่งครั้ง นอกจากเพื่อการเพิ่มอิทธิพลของตัวเองในเมืองหลงชื่อแล้ว ยังสามารถกระชับความสัมพันธ์แบบเส้นสายของเขาอีกด้วยแม้ว่าภายนอกจะเห็นว่าสองยักษ์ใหญ่แห่งวงการห้างสรรพสินค้าอย่างตระกูลลู่และตระกูลหนิงนั้นพัฒนาอย่างปรองดองกัน แต่ลับหลังนั้นทั้งสองแข่งขันกันอยู่ตลอด ต่างฝ่ายต่างก็อยากอยู่ในตำแหน่งผู้นำดั่งคำกล่าวที่ว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ การช่วงชิงตำแหน่งของเสือยักษ์ทั้งสองนี้ นอกเสียจากใช้อิทธิพลของตัวเองยังจำเป็นต้องมีการรวมพรรครวมพวกด้วยเพราะสองคนนี้ทำให้โลกธุรกิจของเมืองหลงชื่อแบ่งออกเป็นสองขั้วอำนาจอย่างชัดเจน งานเลี้ยงชุมนุมจึงมีไว้เพื่อการกระชับความสัมพันธ์นี้นั่นเองแน่นอนว่าผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ได้นอกจากคนในแวดวงธุรกิจแล้วยังมีคนสำคัญจากรัฐบาล ซึ่งในจำนวนนี้ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ไม่สามารถเปิดเผยตัวได้มากนัก ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะสูญเสียตำแหน่งทางราชการไปกันกี่คนเช้าวันต่อมาหลังจากที่หานซานเฉียนทานอาหารเช้ากับชิงอวิ๋นเรียบร้อยแล้ว ก็เตรียมตัวจะไปโรงแรมที่จัดงานเลี้ยง แต่เมื่อเดินมาถึงรถ หานซานเฉียนก็ได้แต่ยิ้มอย่า
“แม้ว่าจะไม่มีเงินก็ต้องแสร้งทำเป็นมหาเศรษฐี ไม่เช่นนั้นก็จะถูกคนอื่นดูถูกได้ง่ายครับ” ชิงอวิ๋นพูด“รูปลักษณ์ของนายแบบนี้ถึงจะให้เงินนายสิบล้าน ก็ไม่ได้เหมือนเศรษฐีขึ้นมาหรอก เสแสร้งไปจะมีประโยชน์อะไร?” หานซานเฉียนกล่าวดูถูกชิงอวิ๋นเสียความมั่นใจไปทันที เขาก้มหัวลงและพูดว่า “พี่ใหญ่ ขอบคุณที่พี่เจียดเวลาจากงานยุ่ง ๆ มาโจมตีผมนะครับ”“ไม่ต้องเกรงใจ ถ้านายต้องการอีกเมื่อไหร่ก็บอก” เมื่อพูดจบหานซานเฉียนก็รู้สึกตกใจ เขาเพิ่งจะใกล้ชิดกับชิงอวิ๋นได้เพียงวันเดียวเท่านั้น นึกไม่ถึงเลยว่าจะพูดแบบนั้นไป แต่ก็อย่างว่าคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมที่เราอยู่ด้วยสำหรับหานซานเฉียน ในงานเลี้ยงเต็มไปด้วยคนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก แต่ก็สามารถแน่ใจได้ว่าสถานะของคนพวกนี้ในเมืองหลงชื่อคงไม่ธรรมดาแน่ และตามสถานการณ์ปัจจุบันของหลงชื่อ คนพวกนี้จะต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลู่หงกวาง และมีความสัมพัธ์ที่ไม่ดีกับหนิงซิ่งเผิงอย่างแน่นอน เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้จริง ๆ หานซานเฉียนดูก็รู้ว่ายังมีการแข่งขันลับ ๆ อีกไม่น้อยหานซานเฉียนเข้าใจเรื่องของโลกธุรกิจอย่างถ่องแท้ เขาหมกมุ่นอยู่กับอยู่กับห้างสรรพส
“คุณผู้ชายครับ โปรดแสดงบัตรเชิญของคุณด้วยครับ” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยพูดกับหานซานเฉียน“ไม่มี” หานซานเฉียนพูดพลางแบมือ“ไม่มีงั้นเหรอ?” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยขมวดคิ้วอย่างเคร่งขรึม บัตรเชิญของลู่หงกวางนั้นมีค่ามาก ต่อให้ใช้แล้วก็ยังมีมูลค่าในการเก็บสะสมอยู่ดี เพราะว่าบัตรเชิญนี้เทียบเท่ากับเกียรติยศในเมืองหลงชื่อ การที่สามารถเข้าร่วมงานเลี้ยงที่ลู่หงกวางจัดขึ้นได้นั้น สามารถกระตุ้นความสนใจของผู้คนได้ ดังนั้นหลายคนจึงเก็บบัตรเชิญไว้อย่างดี แต่คนที่อยู่ตรงหน้ากลับบอกว่าไม่มีนั่น ก็แสดงว่าเขาไม่ได้รับบัตรเชิญตั้งแต่แรก“เขาแอบปะปนเข้ามา ไล่เขาออกไปเลยค่ะ” ชิวมู่พูดด้วยรอยยิ้มเย็นชาหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยเหลือบมองชิวมู่ ถ้าไม่ใช่เพราะผู้หญิงคนนี้ตะโกนขึ้นมาเสียงดัง ตอนนี้คนในห้องจัดเลี้ยงทั้งหมดจะมองมาที่นี่เป็นจุดเดียวได้อย่างไร ถ้าลู่หงกวางรู้เรื่องนี้ เขาไม่เพียงแต่จะตกงานเท่านั้น แต่ในอนาคตก็จะอยู่เมืองหลงชื่อยากขึ้นด้วย“คุณสองคนอย่ามาสร้างปัญหาที่นี่ ตามผมออกมาดีเถอะครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่รับรองว่าพวกคุณจะไม่เจ็บตัว” หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยกล่าวหานซานเฉ
ผู้ช่วยรู้สึกงุนงง ลู่หงกวางปฏิบัติต่อชายหนุ่มคนนี้ในฐานะแขกวีไอพีไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงไม่ช่วยเขาแก้ปัญหาล่ะ?ความคิดของลู่หงกวางนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนแบบผู้ช่วยจะสามารถเข้าใจได้อยู่แล้วแข่งขันกับหนิงซิ่งเผิงมาหลายปี ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาโดยตลอด ไม่เคยได้ครองชัยชนะแบบขาดลอยเลย และลู่หงกวางก็ยังไม่เจอช่วงโหว่ที่จะทำให้เขาชนะได้แต่เรื่องวันนี้ถือเป็นช่องโหว่สำหรับลู่หงกวางเขาไม่รู้สถานะที่แท้จริงของหานซานเฉียน แต่เขารู้ว่าพลังอำนาจของหานซานเฉียนนั้นน่าทึ่งมาก หากหนิงอวี่ทำให้เขาต้องขุ่นเคืองใจ มันก็เหมือนกับหนิงซิ่งเผิงทำให้ชายที่มีอำนาจคนนี้ไม่พอใจไปด้วยไม่ใช่เหรอ?นี่เป็นโอกาสที่ฟ้าประทานมาให้ แล้วคนเฉลียวฉลาดอย่างลู่หงกวางจะพลาดได้อย่างไร?“มีคุณชายหนิงเป็นพยาน ฉันคงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบตัวตนของพวกนายสองคนแล้ว จะออกไปเองหรือต้องให้ฉันกำลัง?” หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยพูดกับหานซานเฉียนหานซานเฉียนมองไปที่หนิงอวี่ และพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “หนิงอวี่ ระหว่างนายกับฉันไม่ได้มีเรื่องบาดหมางอะไรกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ไม่เกี่ยวกับนาย”“แน่นอนว่ามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉัน แต่ฉันก็แค่ไม่
ชิวมู่ถูฝ่ามืออย่างตื่นเต้นที่สามารถกระตุ้นความขัดแย้งระหว่างหนิงอวี่กับหานซานเฉียนได้ หานซานเฉียนจบไม่สวยแน่ และเธอมีความสุขที่ได้เห็นสิ่งนี้ เธอต้องการให้คนขับรถแบบเขารู้ถึงจุดจบที่กล้ามามีเรื่องกับเธอ“นึกไม่ถึงเลยว่าแกจะกล้าทำร้ายนายน้อยหนิงอวี่ แกไม่รู้หรือไงว่านายน้อยหนิงอวี่เป็นใคร?” ชิวมู่เติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ จากนั้นก็วิ่งไปหาหนิงอวี่ พลางแสร้งทำทีว่าเป็นห่วงหนิงอวี่ขาดสติไปแล้ว เขาถูกความโมโหครอบงำจนอยากจะฆ่าหานซานเฉียนเดี๋ยวนี้เลยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่คิดว่าหานซานเฉียนจะกล้าลงมือกับหนิงอวี่ แม้ว่าตระกูลหนิงจะเป็นคู่ต่อสู้ของลู่หงกวาง แต่การที่หนิงอวี่ได้รับบาดเจ็บในโรงแรมลู่เฟิง เขาจะอธิบายเรื่องนี้กับหนิงซิ่งเผิงอย่างไร?เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนรีบกรูกันเข้าไปเพื่อที่จะปราบปรามหานซานเฉียน แต่ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงอันทรงพลังดังขึ้น“พวกแกคิดจะทำอะไร!” ลู่หงกวางใช้จังหวะนี้ออกหน้า หนิงอวี่ล่วงเกินหานซานเฉียนแล้ว และไม่ควรลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีก “ท่านประธานลู่”“ประธานลู่”“ประธานลู่”เสียงตะโกนทักทายด้วยความเคารพดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลู่
มุมปากของลู่หงกวางยกขึ้นเล็กน้อย เขาคาดไว้แล้วว่าหนิงซิ่งเผิงต้องมีท่าทีแบบนี้ แม้ว่าหนิงอวี่จะพังโรงแรมลู่เฟิงของเขา แต่หนิงซิงเผิงก็คงจะไม่ใส่ใจมากนัก ไม่แน่ว่าเขาอาจจะชมเชยหนิงอวี่ด้วยซ้ำ แต่วันนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคนระดับสูง เพราะงั้นมันไม่ใช่เรื่องปกติเหมือนทุกครั้ง“หนิงซิ่งเผิง นี่ฉันหวังดีกับนายนะ วันนี้ฉันเชิญคุณหานมาอย่างยากลำบาก แต่ลูกชายของนายกับกล้าสร้างปัญหากับเขา เรื่องนี้ฉันช่วยไม่ได้หรอกนะ” ลู่หงกวางกล่าว“คุณหานงั้นเหรอ? นายพูดว่าใครนะ!” หนิงซิ่งเผิงที่อยู่ปลายสายยืนขึ้นทันทีด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“นายจะให้ฉันหมายถึงใครได้อีกล่ะ? แค่นี้นะ” ลู่หงกวางพูดจบก็วางสายไปหนิงซิ่งเผิงวิญญาณหลุดออกจากร่างไปชั่วขนะ คุณหาน หานซานเฉียน!ถ้าไม่ใช่หานซานเฉียนแล้วจะเป็นใครได้อีกหนิงอวี่เจ้าลูกไม่รักดี กล้าไปล่วงเกินหานซานเฉียนอย่างนั้นเหรอ!มือของหนิงซิงเผิงสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ เขาไม่รู้หรอกว่าหานซานเฉียนเป็นใคร แต่พลังงานอำนาจของชายหนุ่มคนนี้ไม่มีใครในเมืองหลงชื่อที่สามารถเทียบได้ ไม่ต้องพูดถึงตระกูลหนิงเลย ถึงตระกูลหนิงกับตระกูลลู่จะร่วมมือกัน ก็เป็นได้เพียงแค่ขยะไร