บทที่ 19“แต่ทำไมพี่ถึงมองว่าพี่คิมชวนหมอกไปเดทกันนะ”“พี่เขาไม่ได้ชอบหมอกสักหน่อย จะมาดงมาเดทด้วยทำไม”“ไม่แน่หรอก อาจจะแอบชอบอยู่ก็ได้” ต้นหนาวเอ่ยยิ้มๆ เพราะใครจะไปรู้ว่าอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแต่ใช่ว่าจะไม่มีหวัง เพราะเขาก็เป็นผู้ชายย่อมมองอะไรออกสิ “เพ้อเจ้อแล้วพี่เหนือ”“แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งพี่คิมชวนหมอกไปเดทขึ้นมาจริงๆ หมอกจะทำยังไง”“ก็....ไปสิถามได้”“รีบตอบเชียวนะ”“รีบตอบเพราะมั่นใจว่ามันไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ”“อย่าเอาเรื่องของอนาคตมาเดาเล่นๆ น้องรัก” ต้นหนาวส่ายหน้าให้ “ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ไปๆ หาอะไรกินกันเถอะ หมอกหิว”“ไปสิ” เอ่ยรับเสร็จ ต้นหนาวก็คว้าแขนน้องสาวขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้ จากนั้นสองพี่น้องก็เดินออกไปหาของอร่อยๆ อุ่นๆ กินแก้หนาว ระหว่างนั่งกินอยู่นั้น จู่ๆ ต้นหนาวก็เอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้มีฉากตบกับริต้า” สีหน้าของต้นหนาวดูกังวลกับฉากนี้มากกว่าฉากที่ปลายฝนต้องเข้าฉากจูบกับคิมหันต์เสียอีก“ค่ะ” พอพูดถึงเรื่องนี้ปลายฝนก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที “ยัยนางเอกนิสัยเสียตอนซ้อมนี่ก็ตบหลอกอยู่หรอก แต่พอถ่ายจริงไม่ยั้งมือเชียว” นั่นเพราะต้นหนาวทำงานกับริต้ามาห
บทที่ 20“จริงเหรอคะพี่แอน” ต้นหนาวที่นั่งฟังอยู่ถึงกับตาโต ส่วนปลายฝนนั้นยังไม่เก็ตจึงนั่งเงียบๆ“จริงสิ พี่พูดคำไหนคำนั้น นักแสดงนิสัยน่ารัก ฝีมือการแสดงก็ยอดเยี่ยมแบบหมอกต้องดันให้สุดตัว ไม่ดังเปรี้ยงก็ให้มันรู้ไป”“กราบขอบพระคุณมากครับพี่แอน ที่เอ็นดูหมอกจนอยากได้ไปเป็นนางเอก” ต้นหนาวยกมือไหว้ขอบคุณแอนที่เอ็นดูปลายฝนมากขนาดนี้“ถึงขั้นกราบกันเลยหรือเหนือ” ผู้จัดละครยิ้มออกมา นั่นเพราะชอบในนิสัยของทั้งคู่อยู่แล้ว“ครับพี่ ข่าวดีแบบนี้ไม่กราบไม่ได้จริงๆ” ต้นหนาวรีบรับ“หมอกจะได้เล่นเป็นนางเอกเหรอคะ” ปลายฝนที่จับต้นชนปลายได้แล้วถึงกับยิ้มกว้างออกมา“ใช่...หมอกเตรียมตัวไว้เลย พี่จะดันเราเอง”“แล้วผมจะได้เล่นเป็นพระเอกไหมครับพี่แอน” เสียงทุ้มของคิมหันต์ดังขึ้นอีกคน ปลายฝนที่นั่งประคบเย็นอยู่ถึงกับหันขวับไปมองเ
บทที่ 21วันรุ่งขึ้น เป็นการถ่ายฉากสุดท้ายที่ญี่ปุ่นของริต้าและคิมหันต์ เพราะไม่ได้มีฉากต้องถ่ายทำให้วันนี้ปลายฝนและต้นหนาวพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คอยแต่ลูบแก้มตัวเองของน้องสาวที่มีมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ สร้างความสงสัยให้ต้นหนาวไม่น้อย จนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น“มีความสุขอะไร ไหนเล่ามาสิ เอ้...หรือเพราะซีนนอกบทของพี่คิมเมื่อวาน”“พี่เหนือก็ อย่าแซวกันสิ” เวลานี้ปลายฝนเขินแม้กระทั่งพี่ชายของตัวเอง“อาการแบบนี้ต้องใช่แน่ๆ เล่ามาเลย มีอะไรกัน”“ไม่ได้มีอะไรกัน หมอกยังไม่ได้เสียจิ้น” ปลายฝนรีบแย้งพี่ชายด้วยประโยคทะลึ่งตึงตัง นั่นทำให้ต้นหนาวอยากดีดหน้าผากของผู้เป็นน้องเหลือเกิน“ทะลึ่ง พี่หมายถึงไปคุยอะไรกันมา”“ก็ทั่วไป แต่คือหมอกกำลังสับสน เป็นพี่เหนือพี่เหนือจะคิดยังไง”“ก็เล่ามาก่อนสิ พี่จะได้หาคำตอบให้&rdqu
บทที่ 22“ครับ...ไหนๆ ก็อยู่ญี่ปุ่นแล้ว เลยอยากอยู่เที่ยวที่นี่อีกสักสองสามวันแล้วค่อยกลับ”“อ๋อ...” ต้นหนาวร้องอ๋อเสียงยาว แม้ใจนั้นไม่อยากจะเชื่อเหตุผลที่พระเอกดังเอ่ยมาสักเท่าไหร่ก็ตาม“พี่คิมอยากไปเที่ยวที่เมืองไหนเหรอคะ” เสียงหวานของปลายฝนเอ่ยถามขึ้น“ยังไม่มีแผนเลยครับ”“อ้าว!” คนฟังสองพี่น้องถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน“เพราะพี่กะว่าจะขอติดสอยห้อยตามหมอกกับเหนือไป ไม่ทราบว่าจะรังเกียจไกด์ต่างถิ่นอย่างพี่ไหม” คิมหันต์เอ่ยบอกความต้องการไปตรงๆ“ไม่เลยครับ”“พี่เหนือ” ปลายฝนรั้งต้นแขนของพี่ชายไว้ นั่นเพราะคิดว่ามันไม่เหมาะที่เธอกับคิมหันต์จะไปเที่ยวด้วยกัน ขืนมีใครเห็นคงได้เป็นข่าวอีกแน่นอน แต่ดูเหมือนต้นหนาวจะไม่สนใจท่าทางของน้องสาวเสียแล้ว“ดีเสียอีกได้พี่คิมเป็นไกด์ให้”&ldquo
บทที่ 23ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องพักที่ดังขึ้นติดกันหลายครั้ง ทำให้คิมหันต์ที่นอนยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก เนื่องจากปลายฝนไม่ตอบรับไมตรีที่เขายื่นให้หยัดตัวลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปเปิดประตูจึงเห็นว่าเป็นต้นหนาว“หมอกอยู่กับพี่คิมหรือเปล่าครับ”“เปล่าครับ เราแยกกันได้สองสามชั่วโมแล้ว แต่พี่เห็นหมอกเดินตรงมาที่โรงแรมแล้วนี่นา”“แต่หมอกไม่ได้กลับมาที่ห้องครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน” ต้นหนาวเอ่ยด้วยความร้อนใจ นั่นเพราะเขาก็คิดว่าปลายฝนอาจอยู่กับคิมหันต์ จึงเดินมาถามเขา“แย่จริง ทางการเพิ่งออกประกาศว่าคืนนี้จะมีพายุหิมะด้วย” สีหน้าของคิมหันต์บ่งบอกว่าเขาเป็นห่วงปลายฝนมาก“เหนือคิดว่าหมอกคงกำลังหลงทางอีกแน่” คิ้วดกหนาของต้นหนาวขมวดเข้าหากัน เรื่องทิศเรื่องทางนี่ไว้ใจน้องสาวเขาไม่ได้เลยจริงๆ“เราจะไปตามหมอกกันที่ไหนดีครับพี่คิม”“ลงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่นี่กันก่อน เสร็จแล้วเราค่อยออกไปตามหาหมอกกัน ถ้าหลงก็คงอาจอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”“ครับๆ&
บทที่ 24เพราะรู้สึกหนาวทำให้ปลายฝนซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นมากขึ้น โดยหารู้ไม่ว่าแหล่งกำเนิดความอบอุ่นที่ว่าคืออ้อมกอดของคิมหันต์เมื่อคืนเขาอยู่เฝ้าไข้เธอจนเผลอหลับตามไปอีกคน แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ขึ้นมานอนบนเตียงกับปลายฝนตั้งแต่เมื่อไหร่ปลายฝนกำลังฝันดี ฝันว่าเธอกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของคิมหันต์ นั่นทำให้เธอนอนยิ้มออกมาหนำซ้ำยังซุกตัวเองเข้าหาเขามากขึ้นไปอีกตึกๆ ตึกๆในฝันเธอยังได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่ข้างๆ หู เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันดังก้องอยู่ราวกับว่านี่ไม่ใช่ความฝัน และนั่นทำให้ปลาบฝนค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น และเธอก็มองเห็นคิมหันต์เป็นอย่างแรง“พี่คิม” ปลายฝนอุทานออกมา นั่นเพราะไม่คิดว่าความฝันมันจะกลายเป็นเรื่องจริง เพราะความที่ใบหน้าของเธอกับเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ เพราะความเขินจึงพลอยทำให้ใบหน้าของเธอเห่อร้อน คล้ายจะกลับไปเป็นไข้อีกส่วนคิมหันต์ที่พึ่งจะได้พักก็กระชับอ้อมกอดที่มีปลายฝนอยู่ให้แน่นขึ้นอย่าลืมตัว นั่นเพราะ
บทที่ 25“อุ๊ย! พี่เหนือแอบถ่ายรูปหมอกกับพี่คิมไว้ด้วยเหรอ” สีหน้าของปลายฝนเวลานี้นั้นดูตื่นตกใจขั้นสุด เพราะไม่คิดว่าพี่ชายจะเล่นพิเรนทร์อะไรแบบนี้“ถ่ายไว้เล่นๆ เดี๋ยวพี่ก็ลบแล้ว” ต้นหนาวรีบเก็บโทรศัพท์มือถือไปทันที การได้เห็นปลายฝนมีความรักแบบนี้ มันช่างสวยงามบอกไม่ถูก“ห้ามลืมเชียวนะคะ” ปลายฝนกำชับพี่ชาย เพราะถ้ารูปนี้มันหลุดออกไป คราวนี้เรื่องใหญ่แน่นอน“ไม่ลืมหรอก ว่าแต่ทำไมเช้านี้น้องสาวพี่ถึงได้ดูสดใสขนาดนี้กันนะ ทั้งๆ ที่พึ่งฟื้นไข้แท้ๆ”“ยังจะมาแซวกันอีก”“ดีใจด้วยนะหมอก”“เรื่องอะไรคะ” คนฟังทำหน้าตาสงสัย ต้นหนาวจึงเฉลยให้“เอ้า! ก็เรื่องที่เรากำลังออกเดทกับพี่คิมอยู่นี่ไง ไม่ให้พี่อิจฉายังไงไหว” ต้นหนาวส่ายหน้าให้น้องสาว ที่ตอนนี้รู้เลยว่ากำลังเก๊กเพราะไม่อยากเสียฟอร์ม“ยังไม่ได้คบค่
“อย่าทำอะไรดิฉันเลยนะคะคุณหญิง” ขณะเอ่ยประโยคนี้ หญิงสาวที่นั่งอยู่กับพื้นบ้านด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัวก็ยกมือไหว้ร้องขอความเมตตาจากหญิงสาวอีกคน ที่การแต่งตัวนั้นแตกต่างจากเธอมาก บ่งบอกถึงฐานันดรศักดิ์ที่สูงกว่ามากมาลัยคือหญิงสาวคนที่นั่งอยู่กับพื้น เธอเป็นแค่หญิงชาวบ้านธรรมดาๆ แต่หน้าตานั้นสะสวย ในขณะที่หญิงผู้สูงศักดิ์ตรงหน้าเป็นถึงลูกหลานของตระกูลเชื้อพระวงศ์ คุณหญิงพริ้งคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของหม่อมเจ้านุวัตร ท่านชายผู้ที่เพียบพร้อมไปด้วยชาติ ตระกูลและสมบัติ จนมีหญิงสาวมากมายพร้อมพลีกายให้ท่านได้เชยชม บางคนก็เพราะรักบางคนหวังเพียงแค่ความสุขสบายเท่านั้น“หล่อนมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน” น้ำเสียงห้วนๆ ของคุณหญิงเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับแววตาอันแข็งกระด้าง ดุดันและเต็มไปด้วยความเกลียดชัง จนแทบไม่มีใครกล้าสบด้วย “เพราะ…เอ่อ” คนพูดดูอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่กล้าเอ่ย ส่วนคนฟังนั้นพอจะรับรู้ได้เอง แต่ก็ยังเซ้าซี้ให้ได้ยิน “เพราะอะไร เพราะอะไร” เสียงตะคอกดังลั่นบ้านสไตล์ยุโรป ที่ถูกปลูกขึ้นเพื่อไว้เป็นเรือนหออีกครั้ง “เพราะดิฉันเองก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียของท่านชายเช่นเดียวกับคุณหญิง”เพี๊ยะ เสียงต
บทที่ 25“อุ๊ย! พี่เหนือแอบถ่ายรูปหมอกกับพี่คิมไว้ด้วยเหรอ” สีหน้าของปลายฝนเวลานี้นั้นดูตื่นตกใจขั้นสุด เพราะไม่คิดว่าพี่ชายจะเล่นพิเรนทร์อะไรแบบนี้“ถ่ายไว้เล่นๆ เดี๋ยวพี่ก็ลบแล้ว” ต้นหนาวรีบเก็บโทรศัพท์มือถือไปทันที การได้เห็นปลายฝนมีความรักแบบนี้ มันช่างสวยงามบอกไม่ถูก“ห้ามลืมเชียวนะคะ” ปลายฝนกำชับพี่ชาย เพราะถ้ารูปนี้มันหลุดออกไป คราวนี้เรื่องใหญ่แน่นอน“ไม่ลืมหรอก ว่าแต่ทำไมเช้านี้น้องสาวพี่ถึงได้ดูสดใสขนาดนี้กันนะ ทั้งๆ ที่พึ่งฟื้นไข้แท้ๆ”“ยังจะมาแซวกันอีก”“ดีใจด้วยนะหมอก”“เรื่องอะไรคะ” คนฟังทำหน้าตาสงสัย ต้นหนาวจึงเฉลยให้“เอ้า! ก็เรื่องที่เรากำลังออกเดทกับพี่คิมอยู่นี่ไง ไม่ให้พี่อิจฉายังไงไหว” ต้นหนาวส่ายหน้าให้น้องสาว ที่ตอนนี้รู้เลยว่ากำลังเก๊กเพราะไม่อยากเสียฟอร์ม“ยังไม่ได้คบค่
บทที่ 24เพราะรู้สึกหนาวทำให้ปลายฝนซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นมากขึ้น โดยหารู้ไม่ว่าแหล่งกำเนิดความอบอุ่นที่ว่าคืออ้อมกอดของคิมหันต์เมื่อคืนเขาอยู่เฝ้าไข้เธอจนเผลอหลับตามไปอีกคน แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้ขึ้นมานอนบนเตียงกับปลายฝนตั้งแต่เมื่อไหร่ปลายฝนกำลังฝันดี ฝันว่าเธอกำลังนอนอยู่ในอ้อมกอดของคิมหันต์ นั่นทำให้เธอนอนยิ้มออกมาหนำซ้ำยังซุกตัวเองเข้าหาเขามากขึ้นไปอีกตึกๆ ตึกๆในฝันเธอยังได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้นอยู่ข้างๆ หู เป็นจังหวะสม่ำเสมอ มันดังก้องอยู่ราวกับว่านี่ไม่ใช่ความฝัน และนั่นทำให้ปลาบฝนค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น และเธอก็มองเห็นคิมหันต์เป็นอย่างแรง“พี่คิม” ปลายฝนอุทานออกมา นั่นเพราะไม่คิดว่าความฝันมันจะกลายเป็นเรื่องจริง เพราะความที่ใบหน้าของเธอกับเขาอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ เพราะความเขินจึงพลอยทำให้ใบหน้าของเธอเห่อร้อน คล้ายจะกลับไปเป็นไข้อีกส่วนคิมหันต์ที่พึ่งจะได้พักก็กระชับอ้อมกอดที่มีปลายฝนอยู่ให้แน่นขึ้นอย่าลืมตัว นั่นเพราะ
บทที่ 23ก๊อก ก๊อก ก๊อกเสียงเคาะประตูห้องพักที่ดังขึ้นติดกันหลายครั้ง ทำให้คิมหันต์ที่นอนยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผาก เนื่องจากปลายฝนไม่ตอบรับไมตรีที่เขายื่นให้หยัดตัวลุกขึ้น แล้วเดินตรงไปเปิดประตูจึงเห็นว่าเป็นต้นหนาว“หมอกอยู่กับพี่คิมหรือเปล่าครับ”“เปล่าครับ เราแยกกันได้สองสามชั่วโมแล้ว แต่พี่เห็นหมอกเดินตรงมาที่โรงแรมแล้วนี่นา”“แต่หมอกไม่ได้กลับมาที่ห้องครับ ไม่รู้ว่าตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน” ต้นหนาวเอ่ยด้วยความร้อนใจ นั่นเพราะเขาก็คิดว่าปลายฝนอาจอยู่กับคิมหันต์ จึงเดินมาถามเขา“แย่จริง ทางการเพิ่งออกประกาศว่าคืนนี้จะมีพายุหิมะด้วย” สีหน้าของคิมหันต์บ่งบอกว่าเขาเป็นห่วงปลายฝนมาก“เหนือคิดว่าหมอกคงกำลังหลงทางอีกแน่” คิ้วดกหนาของต้นหนาวขมวดเข้าหากัน เรื่องทิศเรื่องทางนี่ไว้ใจน้องสาวเขาไม่ได้เลยจริงๆ“เราจะไปตามหมอกกันที่ไหนดีครับพี่คิม”“ลงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ที่นี่กันก่อน เสร็จแล้วเราค่อยออกไปตามหาหมอกกัน ถ้าหลงก็คงอาจอยู่ไม่ไกลจากที่นี่”“ครับๆ&
บทที่ 22“ครับ...ไหนๆ ก็อยู่ญี่ปุ่นแล้ว เลยอยากอยู่เที่ยวที่นี่อีกสักสองสามวันแล้วค่อยกลับ”“อ๋อ...” ต้นหนาวร้องอ๋อเสียงยาว แม้ใจนั้นไม่อยากจะเชื่อเหตุผลที่พระเอกดังเอ่ยมาสักเท่าไหร่ก็ตาม“พี่คิมอยากไปเที่ยวที่เมืองไหนเหรอคะ” เสียงหวานของปลายฝนเอ่ยถามขึ้น“ยังไม่มีแผนเลยครับ”“อ้าว!” คนฟังสองพี่น้องถึงกับอุทานออกมาพร้อมกัน“เพราะพี่กะว่าจะขอติดสอยห้อยตามหมอกกับเหนือไป ไม่ทราบว่าจะรังเกียจไกด์ต่างถิ่นอย่างพี่ไหม” คิมหันต์เอ่ยบอกความต้องการไปตรงๆ“ไม่เลยครับ”“พี่เหนือ” ปลายฝนรั้งต้นแขนของพี่ชายไว้ นั่นเพราะคิดว่ามันไม่เหมาะที่เธอกับคิมหันต์จะไปเที่ยวด้วยกัน ขืนมีใครเห็นคงได้เป็นข่าวอีกแน่นอน แต่ดูเหมือนต้นหนาวจะไม่สนใจท่าทางของน้องสาวเสียแล้ว“ดีเสียอีกได้พี่คิมเป็นไกด์ให้”&ldquo
บทที่ 21วันรุ่งขึ้น เป็นการถ่ายฉากสุดท้ายที่ญี่ปุ่นของริต้าและคิมหันต์ เพราะไม่ได้มีฉากต้องถ่ายทำให้วันนี้ปลายฝนและต้นหนาวพักผ่อนอยู่ที่โรงแรมอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ คอยแต่ลูบแก้มตัวเองของน้องสาวที่มีมาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ สร้างความสงสัยให้ต้นหนาวไม่น้อย จนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น“มีความสุขอะไร ไหนเล่ามาสิ เอ้...หรือเพราะซีนนอกบทของพี่คิมเมื่อวาน”“พี่เหนือก็ อย่าแซวกันสิ” เวลานี้ปลายฝนเขินแม้กระทั่งพี่ชายของตัวเอง“อาการแบบนี้ต้องใช่แน่ๆ เล่ามาเลย มีอะไรกัน”“ไม่ได้มีอะไรกัน หมอกยังไม่ได้เสียจิ้น” ปลายฝนรีบแย้งพี่ชายด้วยประโยคทะลึ่งตึงตัง นั่นทำให้ต้นหนาวอยากดีดหน้าผากของผู้เป็นน้องเหลือเกิน“ทะลึ่ง พี่หมายถึงไปคุยอะไรกันมา”“ก็ทั่วไป แต่คือหมอกกำลังสับสน เป็นพี่เหนือพี่เหนือจะคิดยังไง”“ก็เล่ามาก่อนสิ พี่จะได้หาคำตอบให้&rdqu
บทที่ 20“จริงเหรอคะพี่แอน” ต้นหนาวที่นั่งฟังอยู่ถึงกับตาโต ส่วนปลายฝนนั้นยังไม่เก็ตจึงนั่งเงียบๆ“จริงสิ พี่พูดคำไหนคำนั้น นักแสดงนิสัยน่ารัก ฝีมือการแสดงก็ยอดเยี่ยมแบบหมอกต้องดันให้สุดตัว ไม่ดังเปรี้ยงก็ให้มันรู้ไป”“กราบขอบพระคุณมากครับพี่แอน ที่เอ็นดูหมอกจนอยากได้ไปเป็นนางเอก” ต้นหนาวยกมือไหว้ขอบคุณแอนที่เอ็นดูปลายฝนมากขนาดนี้“ถึงขั้นกราบกันเลยหรือเหนือ” ผู้จัดละครยิ้มออกมา นั่นเพราะชอบในนิสัยของทั้งคู่อยู่แล้ว“ครับพี่ ข่าวดีแบบนี้ไม่กราบไม่ได้จริงๆ” ต้นหนาวรีบรับ“หมอกจะได้เล่นเป็นนางเอกเหรอคะ” ปลายฝนที่จับต้นชนปลายได้แล้วถึงกับยิ้มกว้างออกมา“ใช่...หมอกเตรียมตัวไว้เลย พี่จะดันเราเอง”“แล้วผมจะได้เล่นเป็นพระเอกไหมครับพี่แอน” เสียงทุ้มของคิมหันต์ดังขึ้นอีกคน ปลายฝนที่นั่งประคบเย็นอยู่ถึงกับหันขวับไปมองเ
บทที่ 19“แต่ทำไมพี่ถึงมองว่าพี่คิมชวนหมอกไปเดทกันนะ”“พี่เขาไม่ได้ชอบหมอกสักหน่อย จะมาดงมาเดทด้วยทำไม”“ไม่แน่หรอก อาจจะแอบชอบอยู่ก็ได้” ต้นหนาวเอ่ยยิ้มๆ เพราะใครจะไปรู้ว่าอนาคตอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง ตอนนี้ไม่รู้สึกอะไรแต่ใช่ว่าจะไม่มีหวัง เพราะเขาก็เป็นผู้ชายย่อมมองอะไรออกสิ “เพ้อเจ้อแล้วพี่เหนือ”“แล้วถ้าเกิดวันหนึ่งพี่คิมชวนหมอกไปเดทขึ้นมาจริงๆ หมอกจะทำยังไง”“ก็....ไปสิถามได้”“รีบตอบเชียวนะ”“รีบตอบเพราะมั่นใจว่ามันไม่มีวันนั้นหรอกค่ะ”“อย่าเอาเรื่องของอนาคตมาเดาเล่นๆ น้องรัก” ต้นหนาวส่ายหน้าให้ “ไม่คุยเรื่องนี้แล้ว ไปๆ หาอะไรกินกันเถอะ หมอกหิว”“ไปสิ” เอ่ยรับเสร็จ ต้นหนาวก็คว้าแขนน้องสาวขึ้นมาคล้องแขนตัวเองไว้ จากนั้นสองพี่น้องก็เดินออกไปหาของอร่อยๆ อุ่นๆ กินแก้หนาว ระหว่างนั่งกินอยู่นั้น จู่ๆ ต้นหนาวก็เอ่ยขึ้น “พรุ่งนี้มีฉากตบกับริต้า” สีหน้าของต้นหนาวดูกังวลกับฉากนี้มากกว่าฉากที่ปลายฝนต้องเข้าฉากจูบกับคิมหันต์เสียอีก“ค่ะ” พอพูดถึงเรื่องนี้ปลายฝนก็หน้าเครียดขึ้นมาทันที “ยัยนางเอกนิสัยเสียตอนซ้อมนี่ก็ตบหลอกอยู่หรอก แต่พอถ่ายจริงไม่ยั้งมือเชียว” นั่นเพราะต้นหนาวทำงานกับริต้ามาห
“จริงนะคะ” “ครับ...เหมาร้านให้เลยก็ได้อะ”“อัดเสียงทันไหมเนี่ย”“ไม่ทันครับ” คิมหันต์หัวเราะออกมา พลอยทำให้ปลายฝนหัวเราะตามไปด้วย นั่นทำให้บรรยากาศการถ่ายทำที่ค่อนข้างเครียดเปลี่ยนไปทันทีก่อนการถ่ายทำ ปลายฝนปลีกตัวไปทำสมาธิอยู่คนเดียว กระทั่งเธอพร้อมก็เดินออกมาเพื่อจะเข้าฉาก ซึ่งมันไม่มีอะไรยากสำหรับนักแสดงมากมืออาชีพ แต่สำหรับปลายฝนมันยากและยากยิ่งกว่าเพราะต้องถ่ายทำกับคิมหันต์ ในฉากเธอต้องใส่ชุดนอนเบาบางแล้วเดินไปปลุกปล้ำคิมหันต์ที่กำลังนอนอยู่ เพื่อปลุกชายหนุ่มให้ตื่นไปทำงาน แต่ทว่าสุดท้ายเขาก็จะคว้าเธอเข้าไปกอดและเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มด้วยกัน จากนั้นเธอกับเขาก็จะทำตามที่ซักซ้อมกันมาคือส่งเสียงรวมถึงตีผ้าห่มให้มันเหมือนมีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ภายใน“น้องหมอกพร้อมแล้วค่ะพี่สันต์” ต้นหนาวรีบเข้ามาบอกผู้กำกับเมื่อน้องสาวบอกว่าพร้อมถ่ายแล้ว จากนั้นทุกคนก็เข้าที่รวมไปถึงคิมหันต์เองก็ด้วยพอเห็นปลายฝนเดินเข้ามา ผู้กำกับก็ส่งสัญญาณความพร้อม นับห้า สี่ สาม สอง หลังคำว่าแอคชั่นกล้องก็จับไปที่ปลายฝนทันทีร่างบอบบางสมส่วนของปลายฝนที่เวลานี้อยู่ในชุดแสนวาบหวิวเดินตรงไปยังเตียงกว้าง เธอเม้มริมฝีปาก
ผู้จัดและผู้กำกับละครต่างมองหน้ากันและกัน ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาหนักๆ อย่างพร้อมเพรียง นั่นเพราะพวกเขาต่างรับรู้ถึงความลำบากใจที่เกิดขึ้น ส่วนคิมหันต์ที่รู้เรื่องนี้เข้าก็ไม่พอใจเช่นกัน แต่ก็ไม่อยากสร้างความลำบากใจให้ทีมงานมากไปกว่าที่เป็นอยู่ การเพิ่มบทมันค่อนข้างละเอียด คนหนึ่งให้เพิ่มบท แต่ทว่าอีกคนกลับคิดสวนทางกัน นั่นเพราะปลายฝนอยากให้ตัดฉากจูบระหว่างเธอกับคิมหันต์ออกบ้าง เพราะคิดว่ามันมีเยอะเกินไป แต่ทว่ากลับไม่มีใครทำตามที่เธอขอ “สติ สติ” ปลายฝนบอกตัวเอง เธอพยายามตัดความสับสนและรู้สึกวาบหวามยามได้สบตากับคิมหันต์ออกไป เวลางานเธอตั้งใจทำจนสำเร็จ แต่เมื่อไหร่ที่อยู่นอกเหนือเวลางาน เขาก็มักจะทำให้เธอหวั่นไหวอยู่เสมอๆ และยิ่งหวั่นไหว เพราะได้ทำงานด้วยกัน แถมยังเดินทางมาถ่ายทำถึงญี่ปุ่นแบบนี้ ความลำบากจากอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้เธอได้เห็นตัวตนของคิมหันต์ ว่าเขานั้นเป็นคนมีน้ำใจและคอยห่วงคนอื่นเสมอๆ เขาไม่ได้ดูหยิ่งและที่สำคัญเขาเป็นแค่คู่จิ้นในจอกับริต้าจริงๆ เพราะนอกจอคิมหันต์แทบไม่คุยกับริต้าด้วยซ้ำ ยิ่งหวนคิดถึงตอนที่เขาเข้าไปช่วยเธอตอนหลงทางไว้ ยิ่งทำให้เขาดูเท่ห์ขึ้นอีกหลาย