23:30น.
ผับ W ขุนศึก ขุนณรงค์…… พรึบ “หึ!….”ผมยกยิ้มที่มุมปากขึ้นพลางจับจ้องสายตาไปที่ร่างบางที่อยู่ในชุดเสื้อเกาะอกมีแขนสีขาวโชว์ที่ปิดแค่ช่วงหน้าอกโชว์เอวเล็กคอดและร่างกายที่เป็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอและเธอก็สวมกางเกงยีนส์ขาสั้นสีดำโชว์เรียวขาขาวยาวที่ตอนนี้เธอกำลังขยับร่างกายของเธอโยกย้ายไปตามเสียงเพลงอยู่กับเพื่อนๆผู้หญิงในกลุ่มของเธอ “ไอ้ขุนนี้แม่งร้ายกาจ…”คำพูดของไอ้ทีทำให้ผมหันไปมองหน้ามันทันทีพลางลดแก้วเหล้าในมือลงเพื่อรอว่าเพื่อนผมมันจะเผาอะไรผม “ทำไมวะ?”ไอ้ฟิวเอ่ยขึ้นถามไอ้ทีด้วยสีหน้าของคนที่อยากเผือกเต็มๆ “ก็มันอ่ะชอบยัยเอริ…”ไอ้ทีเอ่ยขึ้นและหันมามองหน้าผมสลับกับหน้าไอ้ฟิว “เอริ?..คนที่สวยๆขาวๆนมโตๆที่หน้าตาเหมือนนางเอกเอวีญี่ปุ่นป่ะ?”ไอ้ฟิวว่าอย่างนึกคิด “เอ่อใช่คนนั้นแหละ…”ไอ้ทีว่าพลางชี้นิ้วไปที่ร่างเล็กๆของเอริที่อยู่ถัดจากโต๊ะของพวกผมไปสองโต๊ะ ตอนนี้พวกผมมากินเลี้ยงฉลองวันเกิดเพื่อนในกลุ่มที่อยู่คณะ เดียวและสายปาตี้อย่างผมไม่มีทางพลาดแน่นอน ผมเพิ่งรู้ว่ายัยตุ๊กตายางญี่ปุ่นอ้อหมายถึงเอริน่ะก็อยู่คณะเดียวกับผมด้วยเหมือนกัน แถมเพื่อนในกลุ่มของเธอยังเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกับของผมอีกด้วยนะ อะไรช่างบังเอิญขนาดนี้ “ไหนเล่ามาดิ…”ไอ้ฟิวว่าพลางทำสีหน้าอยากรู้อยากเห็น “ก็พ่อคาสโนว่าคุณขุนศึกของเราที่เดือนๆหนึ่งเข้ามหาลัยไม่ถึงห้าครั้ง…วันนี้กลับไปสะดุดรักยัยแม่ตุ๊กตายางเอริเข้าอย่างจัง” “มันก็เลยทำเป็นเดินเข้าไปชนให้เธอล้มและทำเป็นสุภาพบุรุษช่วยเธอเก็บของและทำทีเป็นตีเนียนทำความรู้จักกับเธออย่างเนียนๆว่างั้น?”ไอ้ฟิวว่าอย่างตาเห็นทำให้ไอ้ทีมองหน้าไอ้ฟิวอย่างเหวอๆและตกใจที่ไอ้ฟิวรู้กลไกวิธีตีสนิทจีบหญิงแบบเนียนๆของผม “มึงรู้ได้ไง?”ไอ้ทีเอ่ยถามไอ้ฟิวไปอย่างสงสัยหน้าตาของมันกำลังบ่งบอกว่ามันกำลังชื่นชมความสามารถของไอ้ฟิวที่รู้และคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำจริงๆ “หึ…มันเป็นมุขจีบหญิงของไอ้ขุนที่มันใช่เป็นประจำ!”ไอ้ฟิวว่าพลางยกยิ้มที่มุมปากขึ้น ทำให้ไอ้ทีทำปากขมุบขมิบด่าไอ้ฟิว ใช่ครับมันเป็นวิธีการจีบหญิงแบบเนียนๆของผม และที่สำคัญกับเธอคนนี้โดนใจผมเข้าอย่างจัง ดวงตาโตๆสดใสที่แอบเศร้านิดๆของเธอริมฝีปากสีชมพูที่ขยับปากพูดแต่ละทีน่าดูดดึงยิ่งนักและไหนจะหน้าอกหน้าใจที่ขาวนวลเต่งตรึงน่าขย้ำนั้นอีก โดนใจผมโคตรๆ พรึบ “ไปไหนวะ?” “ไปตีหม้อว่ะ…”ผมตอบไอ้ทีไปพลางหันไปยิ้มให้มัน มันก็พยักหน้ารับคำผมอย่างเข้าใจ “มีของเหลือบ้างป่ะ?”“มีของเหลือบ้างป่ะ?”มันถามผมต่อ ของที่มันหมายถึงคงจะเป็นเครื่องป้องกันน่ะครับ“มึงกับกูขนาดคนละไซส์…จะแบ่งกันใช้ได้ไง”ผมแย้งมันไป ทำให้ไอ้ทีหน้าเสียทันทีเพราะขนาดท่อนเอ็นของผมมันมีขนาดที่ใหญ่โตกว่าของผู้ชายธรรมดาทั่วไปสงสัยพ่อผมคงจะรักผมมากเลยให้ผมมาเยอะน่ะครับ“ไปล่ะ…”ผมบอกไอ้ฟิวกับไอ้ทีพลางยกมือให้พวกมันเพื่อเป็นการบอกลา เพราะพอผมได้หญิงที่หมายตาไว้ก็จะออกไปจากที่นี้และไม่กลับมาที่โต๊ะอีก“เออๆ”พวกมันก็พยักหน้ารับรู้ ผมก็เดินเอามือล้วงกระเป๋าเดินผ่านฝูงชนนักท่องราตรีเดินตามแผ่นหลังเล็กของผู้หญิงสวยหมวยเอ็กซ์ไปพลางกระตุกรอยยิ้มที่มุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจกับคู่นอนในค่ำคืนนี้ของผม เอริเธอเดินตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำผู้หญิงโดยมีผมเดินตามไปอย่างเงียบๆเธอเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำส่วนผมก็จัดการกดล็อคลงกลอนประตูหน้าห้องน้ำทันทีเพื่อไม่ให้คนอื่นเข้ามาขัดความสุขของผมและเธอพรึบแกร๊ก“หึ!”ผมหัวเราะออกมาเมื่อผมได้กดล็อคประตูห้องน้ำด้านหน้าเรียบร้อยแล้วเพื่อไม่ให้มีใครมาขัดจังหวะผม ผมเดินไปยืนรอเอริที่ด้านข้างของห้องน้ำห้องที่เธอใช้ รอสักพักเสียงกดชักโครกก็ดังขึ้นพร้อมๆกับร่างบางของเธอที่เปิดประตู
“แต่ฉันชอบเธอนะ….เอริ…”ผมเอ่ยกระซิบเสียงแหบพร่าไปที่ข้างหูของเธอ เธอก็หันกลับมามองหน้าผมอย่างไวทำให้เราสองคนผสานสายตาเข้าหากัน ผมสบตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอแล้วหัวใจของผมที่มันไม่เคยเต้นแรงแบบนี้มาก่อนก็เต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นมาซะดื้อๆแบบนั้นตึกตักๆๆ“หึ!….นายมันคาสโนว่า…”เธอว่าผมพลางมองหน้าผม ผมก็ยกยิ้มมุมปากขึ้น“ถึงเราจะเป็นคาสโนว่าแล้วจะตกหลุมรัก…ใครสักคนไม่ได้หรือไง..”“ตกหลุมรักเพียงชั่วค่ำคืนเดียวน่ะสิ…”เธอย้อนผมกลับอย่างคนที่รู้ทันผมทำให้ผมเผลอยิ้มออกมากับคนที่รู้ทันผมอย่างเธอคนนี้ ผู้หญิงคนนี้เป็นคนแรกที่ทำให้ผมอยากจะจริงจังด้วยแต่ไม่ใช่คนที่จะทำให้ผมหยุดได้“หึ….บังเอิญว่าฉัน….ไม่เคลิ้มกับความหล่อและไม่อินกับความรวยของนาย..”เอริว่าพลางยกมือของเธอขึ้นมาปัดแขนผมให้ปล่อยทางให้เธอได้ออกไป แต่มีเหรอที่คนอย่างผมเวลาอยากได้อะไรแล้วจะปล่อยเธอไปง่ายๆแบบนี้น่ะพรึบ“ขุนศึก…”เธอเอ่ยเรียกผมเสียงเข้มทันทีที่ผมคว้าเอวคอดที่เปลือยเปล่าของเขาเธอดึงมากอดแนบกายผมอย่างไว แววตาโตๆของเธอจ้องผมเขม้นอย่างเอาเรื่องที่ผมทำยุ่มย่ามกับเธอ “นายอย่ามาเสียเวลากับคนอย่างฉันเลยนะ…”“ฉันไม่ได้มีค่ามากพอจะให้คน
วันต่อมา16:30น.ห้องพักอาจารย์มหาลัย Eเอริ ฐิติมน….พรึบ“เทอมนี้ทางมหาลัยขอเพิ่มค่าหน่วยกิตนะคะ….นางสาวฐิติมน…”“ค่ะ…อาจารย์”ฉันสบตากับอาจารย์พลางเอ่ยรับคำของท่านไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“แต่หนูขอผ่อนจ่ายเป็นงวดๆได้ไหมคะ?”ฉันเอ่ยถามท่านต่อด้วยน้ำเสียงสั่นๆอย่างกล้าๆกลัวๆ“ผ่อนจ่ายเป็นงวดๆ?…นี่เธอคิดว่าเป็นการเล่นขายของอย่างงั้นเหรอ?”อาจารย์เอ่ยถามฉันเสียงเข้มอย่างไม่พอใจ“นี่มันมหาลัยอินเตอร์นะ!”เสียงตะโกนของอาจารย์ทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ“ถ้าเธอไม่มีเงินมาจ่ายทั้งยอดเก่าจากการค้างค่าเทอมของเทอมที่แล้วกับค่าของหน่วยกิตในเทอมนี้..”“ฉันคงต้องให้คุณดรอปเรียนไว้ก่อน…”“แต่อาจารย์คะ…”ฉันกำลังจะเอ่ยแย้งอาจารย์“ฉันให้เวลาเธอสามวัน….ค่อยเข้ามาหาฉันอีกที…”แต่อาจารย์ก็เอ่ยเสียงเรียบตรึงตอบฉันกลับมาซะก่อน“เชิญ…”อาจารย์เอ่ยบอกฉันพลางยกมือผายไปทางประตูของทางออกห้องพักอาจารย์“ค่ะ…สวัสดีค่ะอาจารย์…”ฉันยกมือไหว้อาจารย์ท่านไม่ได้ยกมือรับไหว้ฉันแต่อย่างใด ก็เป็นอย่างนี้แหละที่คนจนๆอย่างฉันที่ยังจะดื้อดันทุรังตัวเองให้มาเรียนในรั้วมหาลัยอินเตอร์แบบนี้ ที่ฉันเลือกเรียนที่นี้ก็เพื่ออนาคตฉันจ
พรึบ“ขอนั่งด้วยคนนะ^_^”ขุนศึกว่าพลางยิ้มร่าให้ฉันอย่างคนที่ไม่รู้ไม่ชี้ เพราะฉันหันขวับกลับไปมองเขาอย่างเอาเรื่องที่เมื่อฉันไม่ยอมรับน้ำดื่มจากเขา เขาก็นั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆตัวฉันทันทีแถมใกล้ชิดร่างฉันอีกด้วยพรึบฉันขยับหนีเขาเพื่อเว้นระยะห่างในการนั่งเขาก็ไหวไหล่เล็กน้อยกับอาการและท่าทางที่แสดงออกอย่างชัดเจนของฉันที่มีต่อเขา ไม่รู้ว่าเขาจะเอาอะไรจากฉันทั้งๆที่คนอย่างฉันก็ไม่ได้มีอะไรให้เขา“เห้อ!”ฉันผ่อนลมหายใจออกมา“เห้อ!”และเสียงผ่อนลมหายใจของคนข้างๆก็ตามมาติดๆทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขาทันที เขาก็ทำเป็นยิ้มหวานจนแก้มปริตาปิดให้ฉัน ทำให้ฉันนึกไม่พอใจเขาที่กล้าล้อเลียนอารมณ์ฉันในตอนนี้ ใช่สิคนรวยๆแบบเขาจะไปเข้าใจอะไรกับคนจนๆอย่างฉันล่ะ“ไม่มีเรียนรึไง?”“ถึงได้มานั่งเลียนแบบท่าทางคนอื่นแบบนี้น่ะ?”ฉันเอ่ยถามขุนศึกไปอย่างสงสัยที่เขาไม่มีทีท่าว่าจะลุกออกไปจากตรงนี้เลย แต่เขากลับทำท่าทางเลียนแบบอิริยาบถของฉันทุกอย่างแม้กระทั่งการนั่งไขว่ห้าง“แล้วเธอไม่มีเรียนเหรอ?”เขาไม่ตอบคำถามฉันแต่กลับทำหน้ากวนและถามฉันกลับทำให้ฉันมองหน้าเขาพลางทำสีหน้าหงุดหงิดใส่เขา“เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องตอบนาย..”ฉัน
“สี่แสนห้าหมื่นบาท….”“เห้อ…”ฉันผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนและหมดกำลังใจหมดแรงที่จะสู้ต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าฉันจะดันทุรังตัวเองไปทำไมมากขนาดนี้ ฉันหวังอยากเรียนมหาลัยอินเตอร์ที่ค่าเทอมสามแสนห้าหมื่นบาท นี่ขนาดฉันเป็นเด็กนักเรียนเรียนดีได้ส่วนลดค่าเทอมห้าสิบเปอร์เซ็นต์น่ะเนี่ย ถ้าจะต้องจ่ายเต็มก็เจ็ดแสนกว่าอ่ะไหนจะค่าจิปาถะอะไรต่างๆนาๆของแต่ละวิชาอีก เห้อ…!“เวลาอีกแค่สามวัน….ฉันจะไปหามาจากไหนอีกตั้ง…หลายแสน..”ฉันเอ่ยขึ้นพลางยกมือขึ้นมากุมศีรษะตัวเอง ตอนนี้ฉันเครียดมาก หมดหนทางแล้วจริงๆสงสัยต้องขายไตเพื่อส่งตัวเองเรียนแล้วมั้ง….พรึบจิ้มๆๆๆๆ“อื้อ…”ฉันร้องออกมาอย่างรำคาญที่มีมือนิ่มๆของใครสักคนมาจิ้มๆที่แขนของฉันที่นอนฟุบหน้าลงไปกับเคาน์เตอร์คิดเงินของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ด้วยความเคร่งเครียดและหมดหนทางที่จะไปต่อกับชีวิตต่อจากนี้พรึบ“พอดีว่า….ผมหิวข้าวน่ะครับ…”เสียงเล็กแหลมของผู้ชายเอ่ยขึ้นเป็นน้ำเสียงอู้ๆอี้ๆเหมือนเขาพยายามดัดเสียง ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปเพราะนี้เป็นเวลางานฉัน ฉันจะมาอู้แบบนี้ไม่ได้พรึบฉันขมวดคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปมทันทีเมื่อพบกับพี่หมีตัวสีขาวตัวใหญ่ยักษ์ที่มีหน้าตาน่
“เอาอันนี้เหรอคะ?”ฉันเอ่ยถามพี่หมีไปทันทีที่เขาชี้นิ้วอ้วนไปที่กล่องอาหารในตู้แช่ พรึบ พรึบ เขาพยักหน้าตอบฉัน ฉันก็ยิ้มและยื่นมือไปเปิดประตูตู้เเช่เพื่อหยิบกล่องอาหารที่พี่หมีเลือกออกมา “ข้าวหมูทอด^_^”ฉันอ่านชื่ออาหารและเงยหน้าขึ้นไปมองหน้าพี่หมีแล้วยิ้มกริ่มออกมาเขาก็ยกมือขึ้นไปเกาท้ายทอยตัวเองทำท่าเขินอายอย่างน่ารักๆพรึบ“สองกล่องเหรอ?”ฉันเอ่ยถามพี่หมีตัวโตน่ารักไปที่เขาทำมือชูสองนิ้วให้ฉันดูพรึบ พรึบเขาก็พยักหน้าเป็นคำตอบให้ฉันอีกครั้ง“เดี๋ยวฉันเอาไปเวฟให้นะคะ…”ฉันเอ่ยบอกเขาไปพรึบ พรึบเขาก็พยักหน้าเป็นคำตอบให้ฉันอีกครั้ง ฉันก็ยิ้มและเดินหลีกร่างเขามาเดินกลับมาที่เคาน์เตอร์และจัดการใส่กล่องข้าวหมูทอดทั้งสองกล่องเข้าไปในเตาอบไมโครเวฟเพื่อทำให้อาหารสำเร็จแช่แข็งพร้อมกินพรึบ“รอสักครู่นะคะ…”ฉันเงยหน้าจากเตาอบมาบอกพี่หมีตัวใหญ่ เขาก็พยักหน้ารัวๆฉันก็ยิ้มบางๆให้เขาและถอนหายใจออกมาอีกครั้งอย่างคนที่หมดหนทางที่จะสู้ต่อแล้วจริงๆพรึบฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของฉันที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาเปิดหน้าจอเข้ากูเกิลเสิร์ชหางานที่ทำแล้วได้เงินไว้ภายในสามวัน แต่จำนวนเงินของฉันมันไม่ใช่
“เป็นอะไรรึเปล่าเอริ!”เสียงตกใจของผู้ชายดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงโยนอะไรที่หนักๆทิ้งลงพื้นพร้อมกับแรงสัมผัสที่มาจับมือทั้งสองข้างของฉันไปดูร่องรอยของความร้อนที่ลวกหน้ามือฉันด้วยความตกใจและความเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด“ขุนศึก?”ฉันเอ่ยเรียกผู้ชายที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูมือฉันที่เริ่มเป็นรอยแดงที่เกิดจากความร้อนแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันด้วยแววตาห่วงใย“แปปหนึ่งนะ…เดี๋ยวเราไปเอาของเย็นๆมาประคบให้เธอ….”เขาว่าพร้อมกับพาร่างที่อุ้ยอ้ายในชุดพี่หมีแบร์ยักษ์สีขาวที่ถอดหัวตุ๊กตาหมีออกไปแล้วเดินมุ่งไปเอาอะไรสักอย่างที่ชั้นวางของพร้อมกับผ้าเย็นสีขาวกับน้ำแข็งที่ทางร้านของฉันมีขายเมื่อได้ของครบแล้วเขาก็เดินกลับมาหาฉันพรึบ“มานี้….”เขาว่าพลางจับมือฉันและเดินพาฉันออกไปทางด้านหลังของร้านที่มีทางออกอยู่ตรงเคาน์เตอร์ที่ฉันยืนอยู่“ทำไมทำอะไรไม่ระวังเลยอ่ะ…เอริ…”ขุนศึกบ่นอุบขึ้นเมื่อเขาพาฉันมานั่งลงที่โต๊ะม้านั่งไม้ตัวยาวเหมาะสำหรับคนสองคนนั่งได้ เขาก็ถือวิสาสะจับมือทั้งสองข้างของฉันที่โดนลวกไปดูและเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันที่มองหน้าเขานิ่ง ก่อนที่เขาจะยิ้มบางๆให้ฉันแบบยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนก่อนจะก้มหน้าล
00:30น.ร้านก๋วยเตี๋ยวซอยบ้านเอริติดถนนใหญ่เอริ ฐิติมน….พรึบ“ป้าคะ….ขอเป็นเส้นเล็กเป็ดสองชามนะคะ”“จ้า….ไปนั่งรอก่อนนะ…”“ค่ะ^_^”ฉันเอ่ยรับคำป้าแม่ค้าก๋วยเตี๋ยวร้านประจำที่ฉันมักจะมากินก่อนกลับเข้าแฟลตทุกวัน วันนี้ก็เช่นกันแต่ที่แปลกไปจากทุกครั้งคือ ครั้งนี้ฉันมีเพื่อนมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวด้วยน่ะสิ“คันเหรอ?”ฉันเอ่ยถามขุนศึกไปทันทีที่เดินมานั่งลงบนโต๊ะเดียวกับเขาที่นั่งรอฉันที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้ว ฉันนั่งฝั่งตรงข้ามกับเขาและมองว่าเขาเริ่มเอามือเกาไปตามแขนของเขาที่ตอนนี้เขาได้ถอดชุดหมีออกไปแล้วเหลือเพียงแค่เสื้อเชิ้ตนักศึกษากับกางเกงผ้าสแล็คสีดำ“ใช่….สงสัยจะแพ้ขนหมีน่ะ…”เขาว่าพลางเงยหน้าหล่อๆของเขาที่ตอนนี้กลายเป็นสีแดงก่ำพร้อมกับมีผื่นขึ้นไปทั่วทั้งใบหน้าและท่อนแขนขาวของเขาที่มองออกง่ายเพราะเขามีผิวที่ขาวใสยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก“เเพ้ขนหมี?”ฉันทวนคำพูดเขาไปอย่างสงสัย“ครับ….พอดีเราแพ้พวกขนน่ะ…”ขุนศึกว่าพลางทำสีหน้าแหยๆ“รู้ว่าแพ้….แต่ก็ยังจะใส่มา?”ฉันพูดสวนกลับไปทันที“ก็….”เขากำลังจะหาข้ออ้าง“ลงทุนมากเลยนะ….กับการจีบฉันเนี่ย?”ฉันว่าอย่างรู้ทันทำให้ขุนศึกมองหน้าฉันและยิ้มแหยๆให้ฉัน ฉันก็
"และมีมันไว้ริจะได้อุ่นใจ""และอีกอย่าง....ไม่มีผู้หญิงคนไหนเต็มใจที่จะอยู่กับคนที่มีแต่ตัวอย่างขุนหรอก....ริสบายใจได้"คำพูดของขุนศึกที่ดูมั่นอกมั่นใจทำให้ฉันต้องรีบเปิดเอกสารในซองสีน้ำตาลที่ขุนศึกเพิ่งจะยื่นให้ฉันเมื่อกี้เปิดดูทันทีเพราะคำพูดของเขามันแปลกๆเขาพูดเหมือนจะยกทุกอย่างที่เขามีให้เป็นของฉัน เพราะเขาพูดเหมือนเขาจะเหลือแต่ตัวและก็เป็นไปอย่างที่ฉันคิดจริงๆเอกสารที่เขายื่นให้ฉันเมื่อกี้นี้เป็นเอกสารโอนยกมรดกให้เป็นชื่อฉันแต่เพียงผู้เดียวทั้งบ้านหลังนี้ และบริษัทSMครึ่งหนึ่งที่เคยเป็นของคุณหญิงนฤมิตรแต่ก่อนหน้านี้คุณหญิงเพิ่งจะโอนให้เป็นของขุนศึกก็ถูกโอนให้มาเป็นของฉันและรวมถึงบริษัทAKด้วยที่ชื่อการจดทะเบียนบริษัทก็เป็นชื่อฉัน และยังดำรงตำแหน่งประธานบริษัทคนใหม่ให้อีกด้วย"ทุกอย่างในนี้คงจะเป็นเครื่องหมายการันตีให้ริเห็นแล้วใช่ไหม....ว่าขุนจริงใจกับริแค่ไหน""แต่ริไม่ต้องกังวลนะ...ขุนจะยังคงทำงานแบบเดิมเหมือนตอนที่ขุนยังคงดำรงตำแหน่งอยู่""ริทำใจให้สบายคอยเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้ขุนและคอยรับเงินปันผลรายปีก็พอ"ขุนศึกเอ่ยออกมาพร้อมกับยิ้มกริ่มไปด้วยรอยยิ้มที่อิ่มเอมใจ เขาเต็มใ
"ริ.....ขอโทษนะขุน....แต่ริยังไม่พร้อม"เมื่อคำพูดออกจากปากฉัน ทุกอย่างรอบตัวก็ดูเหมือนจะเงียบลงไปผู้ชายที่คุกเข่าตรงหน้าฉันในตอนนี้ เขากลับยิ้มให้ฉันถึงมันจะเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเศร้าก็เถอะแต่ทำไมเขายังยิ้มได้เหมือนเขาจะรู้ในคำตอบของฉันอยู่แล้วว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหน"ริยังไม่อยากแต่งงานกับขุนก็ไม่เป็นไร.....แต่ขุนจะขอริแต่งงานแบบนี้ไปทุกๆปี""จนกว่าริจะยอมแต่งงานกับขุน"ขุนศึกเอ่ยออกมาเสียงเข้มหน้าตายิ้มแย้มอย่างมีความหวัง เขาค่อยๆยันตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับฉันฉันก็จ้องเขากลับไป ด้วยแววตาที่เรียบนิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ"ริไม่อยากจะเชื่อในคำพูดของขุน....แต่ริจะขอคอยดูก็แล้วกันว่าขุนจะทำแบบที่ขุนพูดได้จริงๆ"ฉันเอ่ยออกไปตามความจริง ความที่ฉันยังไม่มั่นใจในคำพูดและตัวของเขาได้จริงๆ"ขุนรู้....ว่าที่่ผ่านมาขุนไม่เคยทำให้ริมีความสุข....ขุนเอาแต่คอยทำร้ายจิตใจริ....เอาแต่นอกกายริ""แต่ขุนไม่เคยนอกใจริสักครั้งหนึ่งเลยนะ....""เพราะขุนรู้.....ว่าไม่มีผู้หญิงคนไหน...ดีเท่ากับริอีกแล้ว""แต่ขุนก็รู้ตัวดีว่าขุนไม่พร้อมที่จะเสียริไปอีกแล้ว""ในวันนี้ถึงริยังไม่อยากแต่งงานกับขุน""แต่ขุนขอร
ติ๋งเมื่อลิฟท์มาถึงชั้นล่างของบ้านฉันก็เดินออกมาจากลิฟท์ก่อนจะเดินมุ่งตรงไปยังห้องครัวแต่พอเดินไปถึง ก็กลับพบว่า แก๊สที่ป้าบัวบอก ในขณะนี้มันไม่ได้ตั้งอะไรไว้เลยเสียด้วยซ้ำ"สงสัยป้าบัวแกคงจะลืม.....อย่างนี้ฉันควรมีเวลาให้แกได้พักผ่อนซะแล้ว"ฉันเอ่ยออกไปพลางส่ายศีรษะไปด้วยอย่างเป็นห่วงป้าบัว ที่เขาดูแลคนอื่นจนลืมที่จะดูแลตัวเอง"ไปนอนดูหนังที่ห้องนั่งเล่นสักชั่วโมงค่อยขึ้นห้องดีกว่า"ฉันพึมพำออกมาอย่างคนที่ขี้เกียจมากๆ ฉันรู้ตัวว่าตัวเองเปลี่ยนไปมาก จากเมื่อก่อน ขยับตัวทีก็งาน งานและก็งาน แต่ตอนนี้ขี้เกียจ และไม่อยากจะทำอะไรเลยนอกจากกินแล้วก็นอน"อะไรเนี่ย?"ฉันพึมพำออกมาเมื่อขาของตัวเองเดินย่างก้าวเข้าภายในห้องนั่งเล่นก็ต้องตกใจกับลูกโป่งสีชมพูสดใสที่ลอยอยู่กลางอากาศมากมายแต่ไม่ลอยจนติดเพดานบ้านเพราะถูกเชือกรั้งไว้ฉันก็ตื่นตาตื่นใจกับลูกโป่งสีชมพูอ่อนสวยสดใสก่อนที่จะยิ้มออกมาจนแด้มปริและเดินไปตามทางเรื่อยๆไม่รู้ว่าจะเดินไปไหนเพราะพื้นที่ทั้งห้องนี้เต็มไปด้วยลูกโป่งทั้งลูกเล็กและลูกใหญ่และฉันก็มาหยุดยืนเมื่อสิ้นสุดทางเดิน ที่ตรงหน้าของฉันเป็นกำแพงสีขาวแต่ข้อความบนกำแพงทำให้ฉันอึ้
วันต่อมา08:00น.บ้านชัชชัยวรรณ.....ห้องนอนเอริ เอริ ฐิติมน....."ชุดนี้น่ารักจังเลยนะคะป้าบัว"ฉันเอ่ยบอกป้าบัวไปในขณะที่ฉันกำลังหมุนรอบตัวเองเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยที่ส่องกระจกฉายสะท้อนตัวเองกลับมา เป็นชุดมินิเดรสสีขาวแขนพองทรงเอประดับโบว์ไว้ที่ด้านหน้าของชุดตรงหน้าอกของฉัน ชุดเป็นลายดอกไม้ เป็นสไตล์ของยุโรป กระโปรงยาวเลยเข่าฉันมานิดหน่อยดูรวมๆแล้วมันก็สบายและน่ารัก ดี เหมือนเป็นชุดคลุมท้องเหมือนกันนะ"ป้าบัวเลือกเองหรือคะ?"ฉันเอ่ยถามป้าบัวไปอย่างสงสัย เพราะเมื่อกี้ก่อนหน้านี้ประมาณยี่สิบนาที ป้าบัวเดินถือเสื้อผ้าชุดนี้เข้ามาในห้องของฉันและบอกว่าท่านเป็นคนซื้อให้ ไม่รู้ว่าฉันจะชอบหรือเปล่า และฉันจะใส่ได้ไหม ท่านเลยให้ฉันลองใส่ดูก่อนผลก็ปรากฏว่าฉันใส่ได้ และฉันก็ชอบมันมาก มันดูน่ารักเป็นแนวสายแหวนดีนะสีก็ออกพาสเทลนิดๆดูน่ารักดี"ชะใช่จ๊ะ.....เป็นยังไงจ๊ะเอริชอบไหม?"ป้าบัวที่ยืนอยู่ด้านหลังของฉันที่คอยช่วยฉันจัดแจงชุดก็เอ่ยออกมาแต่น้ำเสียงและแววตาของท่านดูสั่นๆดูมีพิรุธนะถ้าเป็นคนอื่นอาจจะคิดว่าเขากำลังพูดโกหกอยู่แน่ แต่นี่เป็นป้าบัว ท่านจะโกหกฉันไปทำไมล่ะจริงไหม"ชอบนะคะป้าบั
ในวีดีโอมีผู้ชายอยู่หลายคนรวมๆห้าคนได้และสถานที่มืดๆที่มีไฟหลากหลายสีแบบนี้ก็คงจะเป็นผับที่ไหนสักแห่งหนึ่งในกรุงเทพนี้แหละฉันก็ตั้งใจมองก็พบว่ามีผู้ชายสามคนที่คุ้นตาฉัน หนึ่งคือฟิวสองคือทีและสามคือขุนศึกข้างกายของผู้ชายทุกคนจะมีผู้หญิงแต่งตัวโป๊ๆหน้าอกตู้มๆนั่งขนาบข้างแบบแทบจะสิงร่างกันโดยพวกเธอเป็นคนชงเหล้าให้เขาทั้งห้าคนและคอยปรนนิบัติพวกเขาอย่างใกล้ชิดและออดอ้อนออเซาะแต่จะมีผู้ชายอยู่คนหนึ่งที่นั่งเป็นคนสุดท้ายของเพื่อนที่มีสีหน้าเหมือนไม่ค่อยสบายใจแบบคนที่กำลังอมทุกข์และดูอึดอัดอะไรอยู่ในใจ(วันนี้หนุ่มๆเลือกอิหนูของเจ๊นี่ไปได้เลนนะคะ....น้องๆพวกนี้พร้อมดูแลจ๊ะ)เสียงหวานอย่างดัดให้เสียงเล็กลงจากปกติมากเอ่ยขึ้นมา ฉันว่าเธอคนที่พูดอยู่นี่น่าจะเป็นสาวสองและเป็นคนที่กำลังถ่ายวีดีโออยู่ในตอนนี้ด้วยนะ(มันแน่นอนอยู่แล้วครับเจ๊.....พวกผมน่ะจัดเต็มแน่)เป็นทีที่เอ่ยขึ้นมาพลางยิ้มกริ่มอย่างเจ้าชู้และเขาก็หันไปกอดรัดนัวเนียกับผู้หญิงข้างกายเขาอย่างไม่เอียงอายใคร(แล้วน้องคนนี้ล่ะจ๊ะ....สนใจอิหนูของเจ๊คนไหนเป็นพิเศษไหม?)เจ๊สาวสองแพลนกล้องไปจับยังขุนศึกที่นั่งอยู่ติดกับขอบเก้าอี้ด้านในสุดข
บ้านของเอริ20:30น.เอริ ฐิติมน.....ห้องนั่งเล่น......"ปกติแกกินข้าวเวลานี้ด้วยเหรอ?"เพลงขวัญเอ่ยถามฉันขึ้นในขณะที่เธอวางจานข้าวสวยร้อนๆลงตรงหน้าของฉันพร้อมกับต้มไก่ตุ๋นยาจีนต้นตำรับของคุณหญิงนฤมิตรที่ท่านสั่งให้ป้าบัวต้มไว้ให้ฉันทานบำรุงลูกๆทั้งสามในครรภ์ของฉัน"ตอนไม่ท้องก็กินบ้างไม่กินบ้าง....แต่พอท้องนี่แทบจะกินวันละหกเจ็ดมื้ออย่างต่ำอ่ะแก"ฉันเอ่ยบอกเพลงขวัญไปพลางใช้มือทั้งสองข้างหยิบช้อนกับส้อมขึ้นมาถือไว้พร้อมจะลงมือทานอาหารตรงหน้าที่มีกลิ่นหอมยั่วยวนด้วยแววตาที่เป็นประกายแพรวพราว"ไหนบอกว่าแกมีเรื่องไม่สบายใจ....?"เพลงขวัญเอ่ยถามฉันพลางเลิกคิ้วมองหน้าฉันอย่างสงสัยก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกันกับฉันฉันก็มองหน้าเธอนิ่งด้วยแววตาที่เป็นกังวลอยู่ในใจนั้นแหละ แต่ทำไงได้ ก็ท้องฉันมันหิวหนิ ขอกินก่อนล่ะกัน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน"เดี๋ยวฉันขอกินก่อน....เดี๋ยวค่อยคุย""โอเคจ๊ะ.....งั้นเดี๋ยวฉันขอไปโทรหาลูกก่อนไม่รู้ว่าป่านนี้พ่อเขาเอาเข้านอนแล้วหรือยัง?""โอเคจ้า"ฉันยิ้มให้เพลงขวัญเธอก็ยิ้มให้ฉันก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของเธอและเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นเมื่อเธอไปแล้ว ฉันก็หันกลับมาให้ค
เหล้า บุหรี่ ก็ไม่หนักทุกวันแบบเมื่อก่อน แต่เรื่องผู้หญิง ฉันก็ยังคงไม่มั่นใจอยู่ดี เพราะเขาไม่เคยทำให้ฉันเชื่อใจเขาได้สักครั้ง....จริงๆกับเรื่องนี้ฉันรอขุนศึกไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับรถวีลแชร์ เขายิ้มกว้างให้ฉันมาแต่ไกล ฉันก็ยิ้มให้เขากลับไป"เชิญครับคุณผู้หญิง""ขอบคุณค่ะคุณบุรุษพยาบาล"ฉันเอ่ยออกไปแกล้งขุนศึกที่เขาเข็นรถวีลแชร์มาหยุดตรงหน้าฉัน"ยินดีที่จะเป็นทุกอย่างให้เธอครับ""เลี่ยน"ฉันเอ่ยออกไปอย่างหมั่นใส่เขาก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยมีร่างของขุนศึกที่ถลาเข้ามาช่วยประคองฉันไว้อย่างรวดเร็วเล่นเอาซะตกใจเลยแหะขุนศึกจัดการช่วยฉันทุกอย่าง โดยที่เขาทำอย่างเบามือและทะนุถนอมเหมือนกลัวว่าฉันจะเจ็บ"พร้อมออกตัวแล้วครับ""ค่ะไปได้เลยค่ะคุณบุรุษพยาบาล"ฉันแกล้งแซวขุนศึกต่อ เขาก็ยิ้มขำก่อนจะเข็นรถวีลแชร์ไปยังทิศทางออกของโรงพยาบาล โดยมุ่งตรงไปที่ลานจอดรถเมื่อมาถึงที่รถเขาก็จัดการประคองร่างของฉันขึ้นจากรถวีลแชร์ย้ายมานั่งบนรถของเขาอย่างเบามือเช่นเดิมแต่ที่ทำให้ฉันแปลกใจและรู้สึกประทับใจขุนศึกอีกอย่างหนึ่งก็คือตอนนี้เขากลับมามีทุกอย่างไม่ว่าจะเงินทองหรือชื่อเสียงแต่เขาก็ยังคงทำตัวเหมือนขุนศึกค
"แฝดทั้งสามคนปลอดภัยและเติมโตตามวัยครับ...ออกจะโตอย่างรวดเร็วเสียด้วยซ้ำ""เพราะเขาโตเกินเกณฑ์อายุเขาจริงๆไปหนึ่งสัปดาห์ครับคุณฐิติมนและคุณขุนณรงค์"คุณหมอเอ่ยขึ้นในขณะที่เขาอธิบายรายละเอียดรูปร่างของเจ้าแฝดทั้งสามคนของฉันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมจากการอัลตร้าซาวด์หน้าท้องของฉันทำให้ฉันที่เห็นการเจริญเติบโตของลูกๆทั้งสามฉันทุกอาทิตย์ถึงกับยิ้มไม่หุบและมันตื้นตันอยู่ในใจของฉันจนบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลยล่ะเมื่อคุณหมอตรวจเสร็จก็กลับไปนั่งที่โต๊ะตรวจของเขาและฉันก็ลุกขึ้นจากเตียงอัลตร้าซาวด์โดยมีขุนศึกคอยประคองร่างฉันตลอดเวลาไม่ว่าฉันจะเดินหรือลุกนั่งก็ต้องมีเขาคอยประคองอยู่ตลอดเวลาเลยถึงตอนนี้ฉันจะท้องได้แค่สี่เดือนแต่ท้องของฉันเริ่มจะใหญ่กว่าคนท้องสาวทั่วไปถึงสองเท่าเพราะในท้องของฉันมีเด็กน้อยอยู่ตั้งสามคนแหนะจะไม่ให้ใหญ่เกินคนท้องสาวทั่วไปได้ยังไงล่ะเมื่อฉันกับขุนศึกมานั่งที่โต๊ะตรวจในห้องของหมอได้คุณหมอก็เอ่ยขึ้นบอกเราถึงกำหนดคลอดทันที"และกำหนดคลอดคืออีกยี่สิบหกสัปดาห์ข้างหน้า....แต่ครรภ์ของคุณฐิติในเป็นครรภ์แฝดสามคน....หมอกลัวว่าอาจจะมีโอกาสเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษเกิดขึ้นได้แทบจะตลอด
"ไม่รู้ว่าช่องในเจดีย์ของแม่เธอจะพอใส่อัฐิของพ่อเธอได้อีกอันไหม?"คุณแม่ของผมเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มบางๆให้พี่จอมก่อนจะยื่นโกศสีขาวนวลที่ด้านในบรรจุเถ้ากระดูกของพ่อผมยื่นไปตรงหน้าของพี่จอมพี่จอมพลก็มองโกศในมือแม่ผมสลับกับมองหน้าผมด้วยแววตาแปลกใจและดูจะอึ้งไปนิดๆเหมือนเขาคิดไม่ถึงว่าคุณแม่ผมจะทำเรื่องแบบนี้ได้"ตอนนั้นคุณเป็นคนยืนกรานเองว่าจะเอาเถ้ากระดูกของพ่อไปเก็บไว้แต่ทำไมวันนี้กลับเอามาให้ผมเสียง่ายดายแบบนี้ได้ล่ะครับ....ทั้งที่ในตอนที่ผมกับแม่ของผมร้องขอคุณแทบจะกราบเท้า?"พี่จอมพลเอ่ยถามแม่ผมกลับมาเสียงเรียบ ในตาจ้องเขม่นมาที่แม่ผมอย่างต้องการคำตอบ"ในตอนนั้นที่ฉันไม่ให้อัฐิของพ่อให้แม่เธอก็เพราะตอนนั้นฉันมีทั้งอารมณ์โกรธอารมณ์เกลียดอยู่เต็มในอก""ฉันคิดได้อย่างเดียวคือว่า....ไม่ว่าพ่อของเธอจะเป็นหรือตายฉันก็จะไม่มีทางให้สองคนนี้ได้อยู่ด้วยกันเด็ดขาด""ฉันรู้ตัวว่าฉันมันแย่....กว่าจะมารู้ว่าความคิดของฉันมันไม่ดีต่อใครเลยรวมถึงตัวฉันเองด่วย....ก็เกือบจะสายไป""และฉันก็อยากจะขอบคุณเธอนะ....ที่ช่วยฉันออกมาจากกองเพลิงในวันนั้น""ถึงเธอจะไม่เต็มใจก็เถอะ....แต่ฉันก็อยากจะขอบคุณเธอ....และข