วันเดียวกัน17:30น.โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังห้องคุณหมอเอริ ฐิติมน......"ผลตรวจของคนไข้ออกแล้วนะครับ....."คุณหมอว่าเสียงอ่อนโยนก่อนจะยื่นกระดาษสี่เหลี่ยมมาให้ฉัน ฉันก็มองหน้าคุณหมอที่สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนักก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระดาษสี่เหลี่ยมตรงหน้าของฉันมาอ่านดู"คนไข้เส้นเลือดในสมองแตกเพราะเกิดจากความเครียด"เสียงของคุณหมอทำให้ฉันต้องเงยหน้าจากแผ่นกระดาษไปมองหน้าเขาก่อนจะเงยมองเหนือไปที่ศีรษะของหมอที่กำลังฉายสมองของคุณหญิงนฤมิตรให้ฉันดูอยู่ในจอสี่เหลี่ยมก่อนจะชี้จุดอธิบายให้ฉันฟัง"คาดว่าคนไข้น่าจะเครียดสะสมจนสมองรับไม่ไหวจนทำให้เส้นเลือดในสมองแตกผสมกับพักผ่อนไม่เพียงพอครับ""แล้วเราจะทำยังไงคะคุณหมอพอจะมีวิธีรักษาไหมคะ?"ฉันเอ่ยถามคุณหมอไปอย่างร้อนรนใจสีหน้าวิตกกังวล คุณหมอจึงคลี่ยิ้มบางๆให้ฉัน"มีครับแต่ผลข้างเคียงการจากผ่าตัดที่จะตามมาอาจทำให้คนไข้เป็นอัมพาตครึ่งตัวแต่ไม่ต้อวกังวลไปนะครับเพราะตรงนี้เราทำการบำบัดได้ครับ.....เพราะตำแหน่งของเส้นเลือดที่แตกมันไปทับจุดสำคัญอย่างการสั่งการของสมองครับ""แค่ถ้าเลือกไม่ผ่าตัด.....คนไข้อาจจะเสียชีวิตได้ครับ"คุณหมออธิบายต่อ ฉันก็พยักหน้าเข้
ฉันรอหน้าห้องผ่าตัดสองชั่วโมงเต็มๆคุณหมอก็ออกมารายงานผลว่าคุณหญิงปลอดภัย และส่วตัวเธอไปรักษาที่ห้อวพักฟื้นเรียบร้อยแล้ว ทั้งฉันและป้าบัวจึงพากันโล่งใจ "เอริกลับบ้านก็ได้น่ะเดี๋ยวป้าเฝ้าคุณหญิงเอง"ป้าบัวหันมาเอ่ยบอกฉันที่ยืนมองป้าบัวจัดการห่มผ้าห่มให้คุณหญิงที่นอนหลับอย่างไม่ได้สติอยู่บนเตียงคนไข้"ไม่เป็นไรค่ะ.....ริลางานไว้แล้ว....ริว่าคนที่ควรจะกลับไปพักผ่อนคือป้าบัวนะคะ"ฉันเอ่ยบอกป้าบัวไปพลางมองท่านด้วยสายตาห่วงใย ท่านก็คลี่ยิ้มให้ฉันอย่างภูมิใจ ฉันจึงมองหน้าท่านอย่างสงสัยว่าทำไมท่านถึงมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น"ทำไมป้สบัวมองริแบบนั้นล่ะค่ะ?""ป้าดีใจนะที่เอริไม่ถือโทษโกรธคุณหญิงถึงแม้ท่านจะไม่เคยดีกับเราเลยสักครั้งแถมยังขัดขวางความรักของเรากับคุณขุนศึกอีก""ริเข้าใจค่ะว่าคุณหญิงท่านคงจะห่วงใยขุนศึกก็คงอยากจะให้ขุนสึกคู่ควรกับผู้หญิงที่คู่ควรกับเขาไม่ใช่ริที่เป็นเด็กกำพร้าไม่มีหัวนอนปลายเท้า"ฉันพูดไปตามความจริง ที่ออกมาจากใจแต่ฉันไม่ได้พูดเยาะเย้ยหรือถากถางตัวเองน่ะ แต่มันคือความจริงที่ติดตัวฉันมาตลอด ฉันควรจะเข้าใจไม่ใช่ไปน้อยใจกับมัน"เราเป็นคนดีจริงๆเอริ"ป้าบัวเอ่ยออกมาพร้อมกับน้ำ
วันต่อมาศาลพิพากษาแห่งชาติ10.30น.ตึกๆๆฉันเดินมุ่งหน้าไปยังห้องพิพากษาที่8เพื่อไปฟังคำพิพากษาคดีของขุนศึกในวันนี้ ซึ่งวันนี้จะเป็นตัวตัดสินแล้วว่าเขาจะได้รับการให้ประกันตัวเพื่อไปสู้คดีหรือเปล่า และฉันก็รู้ดีว่า ขุนศึกไม่มีทนายความ เพราะเขาไม่มีเงินที่จะไปข้างทนายมาสู้คดีแน่ๆแอดดดฉันเปิดประตูห้องพิพากษาที่8ไปอย่างเบามือ เพราะฉันมาฟังคำพิพากษาสายไปสิบนาทีน่ะสิ เมื่อเช้าฝนตกเลยทำให้การจราจรติดขัดทำให้ฉันมาช้าเมื่อฉันเข้าไปก็พบว่าไม่มีใครให้ความสนใจในการมาของฉัน มีผู้พิพากษาที่เป็นผู้ชายสวมใส่ชุดครุยเต็มยศนั่งอยู่บนบัลลังก์ในการตัดสินของศาลยุติธรรม ด้านข้างทางซ้ายมือของฉันเป็นอัยการที่ทำการฟ้องร้องขุนศึกและชี้แจงคดีความให้ผู้พิพากษารับทราบและทางฝั่งขวามือของฉันมีชายดูภูมิฐานแต่งตัวสวมชุดครุยเต็มยศยืนอยู่อีกเช่นกัน เขากำลังทำการชี้แจงรายละเอียดให้ผู้พิพากษาฟังพร้อมกับทำการโต้เถียงกับอัยการไปด้วยส่วนด้านหน้าตรงกลางของบังลังก์มีแผ่นหลังกว้างของผู้ชายนั่งหันหลังให้ฉันแต่หันหน้าเข้าสู่ผู้พิพากษาโดยเขามีท่าทางนิ่งเงียบเฉย ฉันจึงเดินไปนั่งที่นั่งฟังที่ทางศาลจัดเตรียมไว้ให้ญาตินั่ง ซึ่งอ
"แค่รู้ไว้ว่าเขาเป็นคนที่รักและหวังดีกับคุณเสมอมาแม้คุณจะไม่สนใจเขาก็ตาม"ทนายพูดเสียงอ่อนแววตาอ่อนโยน ก่อนจะโค้งตัวให้ขุนศึกพร้อมกับเดินหลีกขุนศึกไป ทิ้งให้เขางุนงงกับคำพูดของทนายหนุ่มคนนั้น ซึ่งฉันเองก็งงนะ หรืออาจจะเป็นเหล่าบรรดาของผู้หญิงที่ขุนศึกไปจีบพวกเธอแต่ขุนศึกไม่จริงจังด้วยแต่เธอกลับรักเขาอย่างใจจริงเธอจึงช่วยเขาในยามที่เขาเดือดร้อนแบบนี้น่ะ"เอริ?"ฉันมัวแต่เหม่อคิดถึงเรื่องคนที่ช่วยขุนศึกจนขุนศึกหันมาเห็นฉันจึงเอ่ยทักฉันด้วยน้ำเสียงตกใจ ฉันจึงเงยหน้าไปมองหน้าเขาด้วยแววตาและสีหน้าเรียบเฉยและเป็นขุนศึกที่เป็นฝ่ายเดินออกจากที่กั้นของบังลังก์เดินมาหาฉันแทน ฉันก็จ้องหน้าเขานิ่ง เขาเองก็จ้องฉันนิ่งเหมือนกัน เราสองคนจ้องกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนานจนเป็นขุนศึกที่หลบสายตาฉันไปก่อน"เธอมาประกันตัวฉันเหรอ?"เขาเอ่ยถามฉันอย่างเปิดประเด็น ฉันก็ส่ายศีรษะไปมาก่อนจะบอกเขาไปตามความจริง"ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะมาประกันตัวนายตามคำร้องขอของป้าบัว.....แต่มีคนประกันตัวนายไปก่อนหน้าฉันแล้ว"ขุนศึกขมวดคิ้วงุนงงเมื่อได้ยินคำตอบจากปากของฉัน เขาเชื่อคำพูดของฉันแต่เขาเองก็คงจะแปลกใจว่าใครเป็นคนประกันตัวเขา
โรงพยาบาลเอกชนห้องพิเศษ 2145.เอริ ฐิติมน......"เข้าไปสิ...."ฉันเอ่ยบอกขุนศึกไปพลางเปิดประตูห้องพักให้เขาไปด้วย เขาที่เดินตามหลังฉันมาอย่างเงียบๆได้มองหน้าฉันสลับกับประตูห้องพักของโรงพยาบาลเอกชนก่อนจะเหลือบหางตาไปมองที่ปลายชื่อของผู้ป่วยที่ทางโรงพยาบาลและทุกห้องจะต้องมีติดไว้ในขณะนี้เรามาถึงโรงพยาบาลที่คุณหญิงนฤมิตรเข้าพักรักษาตัวอยู่ ตลอดทางที่เราเดินมาขุนศึกกับฉันเราไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เขาก็เลือกที่จะเดินตามฉันมาอย่างสงสัย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรฉันมากเช่นกัน"คุณแม่เป็นอะไร?"ขุนศึกเอ่ยถามฉันเสียงสั่น แววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดและเขาก็ไม่รอที่จะฟังคำตอบจากฉันเขาพุ่งตัวตรงเข้าไปในประตูด้านในของห้องพักห้องพิเศษนี่ทันที ฉันก็มองตามแผ่นหลังของเขาที่เขาวิ่งเข้าไปด้านในเลยก่อนจะปิดประตูและเดินตามหลังเขาไปอย่างช้าๆฉันเดินเข้าไปหาป้าบัวที่ท่านยืนมองขุนศึกอยู่ด้วยท่าทางสงสารและเห็นใจขุนศึก ขุนศึกเดินมุ่งตรงเข้าไปหาร่างของคุณหญิงนฤมิตรที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงผู้ป่วยอย่างไร้สติเขาเข้าไปจับมือแม่ของเขาและเอ่ยเรียกแม่ของเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ"คุณแม่ครับ.....คุณแม่เป็นอะไรครับ?"ขุน
"แต่ฉันก็แอบเชื่อใจตัวเองนะ....ว่าเธอจะไม่ทรยศฉัน"ขุนศึกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและมีความหวัง ฉันที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้นจึงต้องหันกลับไปมองหน้าเขาอย่างตกใจ"อย่าเลย.....อย่ามองฉันเป็นคนดีเลยนะ.....เพราะฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่นายคิดหรอก""แต่เธอก็เลือกที่จะช่วยชีวิตแม่ของฉัน""เป็นใครใครก็ต้องช่วยเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์นั้น"ฉันตอบเขาไปพร้อมกับจ้องมองเข้าไปนัยน์ตาคู่คมสวยของขุนศึกที่เขาจ้องมองฉันด้วยแววตาอ่อนโยนเหมือนตอนที่เรายังคบกัน"แต่เธอก็ไม่จำเป็นก็ได้หนิเพราะทั้งฉันและแม่ของฉันทำไม่ดีไว้กับเธอตั้งมากมาย"ขุนศึกแย้งต่อ ฉันจึงละสายตาจากดวงตาของเขาเพราะกลัวตัวเองจะใจอ่อน"อาจเป็นเพราะฉันมีจิตใต้สำนึกที่ดีอยู่มั้ง....."ฉันตอบเขาไป ขุนศึกเองก็เงียบไปเหมือนกัน ฉันจึงหันกลับมามองเขาว่าทำไมเขาถึงเงียบไป ก็พบว่าเขาเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า ด้วยแววตาที่เศร้าหมอง"นี้คงจะเป็นบทลงโทษของฟ้าสินะที่มอบให้คนอย่างฉัน.....""ทำไมนายถึงคิดว่าเป็นบทลงโทษจากฟ้าล่ะ....นายทำผิดอะไรไว้หรือไง?""ฉันคิดไม่ดีกับพ่อฉันต่อว่าพ่อฉันมันเป็นลูกเนรคุณ""ถ้านายเป็นลูกเณรคุณแล้วคนแบบไหนล่ะที่เป็นลูกที่ไม่เณรคุณน่ะ...
09.00น.หลายวันต่อมา.....บ้านเอริ เอริ ฐิติมน.......พรึบ"เรื่องพยาบาลพิเศษนายไม่ต้องเป็นกังวลนะฉันจะจัดการทุกอย่างเอง"ฉันเอ่ยบอกขุนศึกขึ้นในขณะที่เราทั้งสามคน ฉันป้าบัวและขุนศึกจัดการร่างของคุณหญิงนฤมิตรให้นอนลงบนเตียงนอนคิงไซส์ในห้องนอนรับแขกที่บ้านของฉันที่ขุนศึกเป็นคนซื้อให้นั่นแหละ"ว่าจริงๆไม่ต้องให้พยาบาลมาดูแลก็ได้.....ป้าดูแลคุณหญิงได้อีกอย่างป้าไม่ค่อยไว้ใจคนอื่นด้วย"ป้าบัวที่ยืนอยู่ข้างขุนศึกเอ่ยแย้งขึ้น ฉันกับขุนศึกก็หันมองหน้ากันก่อนที่เราจะหันไปมองหน้าป้าบัว "ป้าจะไหวเหรอครับ?"ขุนศึกเอ่ยถามป้าบัวด้วยสีหน้าเป็นกังวล ฉันเองก็เห็นด้วยกับขุนศึกนะเพราะการดูแลคนป่วยติดเตียงไม่ใช่เรื่องง่ายและอีกอย่าง ป้าบัวก็อายุมากแล้วด้วย"ไหวสิ.....ป้าดูแลคุณหญิงมาเกือบทั้งชีวิตของป้าจะให้ป้าดูแลต่อไปจวบจนสิ้นชีวิตของป้า....ป้าก็ดูแลได้""ขอบคุณนะครับที่ป้าดีกับผมและคุณแม่ของผม"ขุนศึกเอ่ยออกมาอย่างซาบซึ้งใจ ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่เขาเจอมรสุมชีวิตเขามองจะโตเป็นเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะนะ เห็นอกเห็นใจคนอื่นและมองเทคแคร์คนอื่นมากกว่าตัวเองขึ้นเยอะเลยนะ"คุณหญิงและคุณผู้ชายมีบุญคุณกับป้ามากค่ะคุณขุนศ
"ขอบคุณเธอด้วยนะ....."เสียงทุ้มอ่อนนุ่มของคนที่คุ้นหูทำให้ฉันที่ยืนมองอะไรอย่างใจลอยต้องหันกลับไปมองต้นเสียงนั้น ก็พบว่าขุนศึกนั้นเองที่ยืนมองฉันอยู่ด้วยแววตาลึกซึ้งและอ่อนโยนฉันก็วางแก้วน้ำที่ดื่มเสร็จแล้วลงไปในซิงค์ล้างจานและหันกลับไปมองหน้าขุนศึกด้วยแววตาล่อกแล่กอย่างส่อพิรุธว่าฉันรู้สึกดีที่เขาพูดดีๆแบบนี้กับฉัน"สำหรับทุกเรื่อง""ไม่ต้องขอบคุณหรอก....ถือซะว่าเราหายกัน"ฉันบอกเขาไปพลางยิ้มบางๆให้เขา ขุนศึกก็มองหน้าฉันอย่างงงๆที่ฉันบอกเขาว่าหายกัน"ก็นายเคยช่วยฉันไม่ให้ฉันถูกไล่ออกจากมหาลัยเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมไง....และตอนนี้นายเดือดร้อนจะให้ฉันนิ่งเฉยได้ยังไง""อ้อและนี่"ฉันว่าต่อพร้อมกับหยิบเช็คเงินสดยื่นส่งไปตรงหน้าของขุนศึก ขุนศึกก็มองหน้าฉันสลับกับเช็คเงินสดอย่างสงสัย ฉันก็จัดการยัดเช็คเงินสดใส่มือเขาไป"เอาไปจ่ายเงินรายเดือนที่นายค้างจ่ายพวกพนักงานทั้งหมดนะพวกเขาจะได้ไม่ต้องมาฟ้องร้องนายอีก"ฉันเอ่ยออกไป ขุนศึกก็มองหน้าฉันด้วยสีหน้าที่ยากจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรก่อนที่เขาจะเปิดเช็คเงินสดในมือเขาดูเขาก็ยิ่งทำสีหน้าตกใจและแปลกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉัน ใช่เขาคงจะตกใจกับ
"ยังมีอีกคน"แก้มหวานว่าพร้อมกับตบมือขึ้นสามครั้ง ฉันก็เงยหน้าไปมองเธอและก็มีผู้ชายผมเผ้ารกรุงรังหัวฟูสวมใส่เสื้อผ้าขาดๆเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบอะไรไม่รู้สีดำฟันของมันดำทุกซี่ หน้าตาเป็นขี้กลากขี้เกลื้อนมันกำลังเดินมาหาฉันด้วยท่าทางที่เหมือนคนไม่เต็มเต็งอย่าบอกนะว่าเป็นคนสติไม่ดีเป็นคนบ้า"ผัวแกก็มีคนบ้าด้วย..ลูกแกต้องเกิดมาเป็นบ้าแน่เลยฮ่าๆๆๆๆๆ"แก้มหวานเอ่ยออกมาพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างสะใจฉันก็กำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ และโกรธเธอคนนี้คนที่ฉันไม่เคยคิดที่จะโกรธ แต่ครั้งนี้ฉันโกรธเธอและจะไม่มีวันให้อภัยเธอเด็ดขากเพราะเธอคิดไม่ดีกับลูกของฉัน ฉันไม่ยอม!!!!!"เจ๊ให้พวกผมก่อน.....ผมไม่อยากใช้ของต่อจากไอ้บ้านี้!!"ชายคนหนึ่งที่จับขาฉันยึดไว้หันไปบอกแก้มหวาน"ได้....ไอ้บ้าแกออกมาก่อน!!"แก้มหวานรับคำชายชุดดำก่อนจะหันไปเอ่ยบอกคนบ้า คนบ้าก็เหมือนจะพูดรู้เรื่องและมันก็หยุดอยู่กับที่"ให้พวกกูก่อน....เสร็จแล้วค่อยคิวมึง"ชายคนที่ถือเข็มฉีดยาเอ่ยขึ้น ตอนนี้มันนำยาไปไว้ในเข็มแล้วและมันก็ดันก้นสปริงออกมานิดหน่อยทำให้ตัวยาที่อยู่ด้านบนพุ่งออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะเดินมาหาฉันพร้อมกับทำส
"เปล่าหรอก......ที่ผู้ชายเขาไม่เลือกเธอมันเป็นเพราะนิสัยของเธอมากกว่าล่ะแก้มหวาน""นิสัยของเธอ.....ลองมองย้อนดูกลับไปว่าอะไรที่เราสองคนไม่เหมือนกัน""นี่แกจะบอกว่านิสัยแกดีกว่าฉันเหรอ?"แก้มหวานกดเสียงต่ำจ้องฉันด้วยแววตาแข็งกร้าวกว่าเดิม เธอพร้อมที่จะประทุอารมณ์ใส่ฉันได้ทุกเมื่อ"ไม่ใช่.....ฉันแค่อยากจะบอกว่าบางทีทัศนคติหรือความชอบความคิดเห็นสองผู้ชายสองคนนั้นไม่ตรงกับเธอ""แต่มาตรงกับฉันมากกว่า"ฉันเอ่ยออกไปอย่างในความคิดฉันจริงๆแต่ดูเหมือนคำพูดของฉันจะทำให้แก้มหวานไม่พอใจฉันเพิ่มขึ้นไปอีกดูจากการจับเส้นผมของฉันดึงก็รู้ได้เพราะว่าเธอดึงมันแรงขึ้นจนฉันรู้สึกเจ็บจี๊ดไปที่ศีรษะนาทีนี้ฉันไม่ควรจะยั่วโมโหแก้มหวาน เพื่อความปลอดภัยของตัวฉันเองและลูกในท้องของฉัน"หึ.....เข้าข้างตัวเองจริงๆนะ.....ถ้าแกไม่ให้ท่าเควินเขาก็ไม่มีวันสนใจแกหรอก""เขาเชื่อฟังฉันและเอาใจฉันมาตลอดแต่พอมีเเกเข้ามายุ่มย่ามในชีวิตของเขา.....เขาก็เปลี่ยนไป""เขาทำตัวห่างเหินกับฉันไม่เหมือนเมื่อก่อน.....เควินชีวิตของเขาไม่เคยได้รู้จักผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษ....เขาเลยไม่รู้ว่าผู้หญิงน่ะมันตอแหล!!!""เหมือนเธอไงเอริ.....ทำตัวใ
ฉันก็มองจ้องเธอเขม่น แววตาสั่นไหวอย่างไม่ไว้ใจเธอ"แกมีผัวอยู่แล้วและยังจะมายุ่งกับผัวคนอื่นอีกทำไม!!"แก้มหวานตะโกนใส่หน้าฉันสีหน้าและแววตาของเธอที่จ้องมองมาที่ฉันเเปรเปลี่ยนไปเป็นแข็งกร้าวและไม่พอใจและเธอก็เอื้อมมือมาจับผมของฉันพร้อมกับออกแรงกระชากจนหน้าฉันหงายไปข้าง"โอ้ย!""เธอพูดเรื่องอะไรแก้มหวาน.....ฉันไม่เคยไปยุ่งกับสามีของใคร"ฉันเอ่ยบอกแก้มหวานไปพร้อมกับน้ำตาแอบเล็ดไปด้วยเพราะฉันรู้สีกเจ็บที่หนังศีรษะมาก เพราะแก้มหวานเธอดึงผมฉันแรงมากแรงเหมือนอยากจะดึงมันให้ขาดออกไปจากหนังศีรษะฉันฉันก็ใช้มือของตัวเองมั้งสองข้างมาจับมือของแก้มหวานที่จับผมฉันไว้ให้เธอปล่อยผมฉันแต่เธอก็ยิ่งกำมันและออกแรงดึงมันให้แรงขึ้นแรงขึ้นและแรงขึ้น"ยังจะมาตีหน้าซื่ออีกเหรอแกนี่มันมารยาสาไถยจริงๆ""ไม่เข้าใจว่าพวกผู้ชายชอบผู้หญิงแบบแกลงไปได้ยังไง"แก้มหวานเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาดูถูกฉัน ฉันก็จ้องมองเธอด้วยความงุนงงว่าเธอพูดถึงใครกันและใครกันที่ฉันไปแย่งสามีเขามาเท่าที่ฉันจำได้ ฉันไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหนเลยนะ ไม่ว่าจะที่ทำงานหรือที่ไหน"แกแย่งผู้ชายที่ฉันรักไปทั้งสองคน......""และก็เป็นแกที่ท
"ไอ้จอม?"ผมหันไปทันทีที่ได้ยินเสียงที่ผมโคตรจะไม่อยากได้ยิน แต่ก็ต้องได้ยินเพราะพี่ชายต่างแม่ของผมกำลังยืนมองหน้าผมอยู่ด้วยสีหน้าแปลกใจ หน้าตามันโคตรกวนตีน ยิ่งเห็นหน้ามันยิ่งหงุดหงิด ยิ่งหงุดหงิดก็ยิ่งเกลียดมัน "มึงมาทำไม?"ผมถามมันไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างชัดเจนว่าผมไม่อยากเจอมัน "กูมาหาเอริ..."มันตอบผมมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆเช่นกันแต่หน้าตาโคตรกวนประสาท ผมเกลียดชี้หน้ามันชิบหาย เพราะมันพ่อถึงไม่เคยรักผม "แล้วมึงมาทำอะไรที่นี่หรือว่า....มึงอยู่กับริเหรอ?"มันถามผมมาพลางชี้มาที่ผมด้วยหน้าตาเหมือนหมาสงสัย "เอ่อกูกับริกำลังมีลูกด้วยกัน.....แค่นี้มึงก็ควรจะรู้ได้แล้วนะว่าเลิกยุ่งกับเมียกูสักที"ผมอ่ยบอกไอ้จอมไปเสียงเเข็ง มันก็มองมาที่ผมด้วยสายตาตกใจแต่แวบหนึ่งผมก็เห็นเหมือนสายตาเป็นประกายในดวงตาคู่สวยของมันแต่ผมไม่มั่นใจเพราะเห็นแค่กระพริบตาเดียวเท่านั้น ที่ผมพูดกันท่าแบบนี่ทั้งที่ผมเองก็รู้ตัวดีว่าผมไม่มีสิทธิ์แต่ผมไม่อยากให้เอริคบกับไอ้จอม เพราะไอ้จอมมันก็เจ้าชู้ไม่ต่างจากผม มันน่ะ......เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยยิ่งกว่าผมเสียอีก ผมไม่อยากให้ริต้องกลับไปเจ็บแบบที่เคยเจ็บมาอีกแล้ว.....ผ
เธอก็บอกว่าจะไม่แก้แค้นอะไรผมอีกแล้ว แต่ขอสู้คดีให้ถึงที่สุด ถ้าผมแพ้ ผมก็ต้องยอมรับชะตากรรม เธอบอกว่าถือเสียว่าผมชดใช้กรรมให้เธอ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะผมมั่นใจว่าผมจะไม่แพ้คดีนี้แน่ ผมรีบเดินออกมาจากห้องและเดินไปยังห้องฝั่งตรงข้ามที่เป็นห้องของเควิน ที่ผมเองก็เพิ่งจะรู้ว่าคอนโดนี้เควินเป็นเจ้าของ โดยมันให้เอริอยู่ห้องมันฟรีๆดูก็รู้ว่ามันชอบเอริ และจ้องจะเคลมเธอและที่ผมรู้ไปกว่านั่นอีกคือเควินเป็นลูกชายของผู้ชายที่แก้มหวานแต่งงานด้วยออดดดดดดดดดดดดผมกดออดห้องของเควินอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีใครมาเปิดประตูให้ผมสักที สงสัยมันจะไม่อยู่จริงๆหรือมันจะออกไปกับเอริ"ขอให้แน่ใจหน่อยจะได้หมดห่วง"ผมพูดออกมาอย่างยอมรับชะตากรรมถ้าเอริจะชอบผู้ชายคนนี้ผมก็คงจะไม่มีสิทธิ์ไปขัดขวางอะไรเธอ เพราะผมกับเธอมีหน้าที่เป็นพ่อแม่ของลูกเท่านั้น ส่วนสถานะอย่างอื่นเราก็เป็นเพื่อนกันผมเดินเข้าลิฟต์ไปยังชั้นล่างและเดินมุ่งตรงไปยังเคาน์เตอร์ของประชาสัมพันธ์ที่มีไว้ต้อนรับลูกค้าและดูแลคนที่อยู่ในคอนโคนี้"ผมขอเบอร์คุณเควินหน่อยได้ไหมครับ""พอดีผมมีเรื่องจะคุยกับเขาน่ะครับ"ผมเอ่ยบอกพนักงานผู้หญิงที่ทำหน้าที่ประ
คอนโดเควินห้องของเอริ19:00น.ขุนศึก ขุนณรงค์...."ริไปไหนเหรอครับป้าบัว....มืดแล้วยังไม่เห็นกลับมาเลย?"ผมเอ่ยถามป้าบัวไปในขณะที่ท่านกำลังเก็บจานข้าวที่ผมเพิ่งกินเสร็จอยู่ที่จริงผมนั่งชะเง้อคอมองเอริมาตั้งแต่ที่เห็นเธอแต่งตัวออกไปตั้งแต่ตอนห้าโมงเย็นแล้ว กะว่าเธอไปแค่แปปเดียวก็คงจะกลับเพราะไม่เห็นเธอบอกผมว่าเธอจะไปไหน"เห็นว่าออกไปหาเพื่อนนะคะ....คุณขุนศึกมีอะไรหรือเปล่าคะ?""อ้อเปล่าครับ.....ผมเห็นว่ามันเริ่มมืดแล้ว....."ผมเอ่ยบอกป้าบัวไปอย่างเป็นห่วงสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาเพราะเอริเป็นผู้หญิงและกำลังท้องอยู่ด้วยไม่น่าจะออกไปข้างนอกคนเดียวแบบนี้นะหรือว่าเธอจะออกไปหาเพลงขวัญ"ลองโทรหาดูไหมคะ.....""เดี๋ยวผมโทรเองครับป้า....ขอบคุณมากนะครับ""โอเคค่ะงั้นป้าขอตัวไปดูคุณหญิงก่อนนะคะ""ครับป้า.....เดี๋ยวผมรอริสักพักก็จะเข้าไปดูคุณแม่นะครับ""ค่ะ.....เดี๋ยวป้านอนเฝ้าคุณหญิงเองค่ะ....คุณขุนศึกไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ""ครับ....ขอบคุณมากนะครับ"ผมเอ่ยบอกป้าบัวไปอย่างซาบซึ้งใจที่ท่านดีกับผมและคุณแม่ของผมจากใจจริงท่านไม่คิดที่จะทอดทิ้งผมและคุณแม่......ในความโชคร้ายของผมก็ถือว่ายังมีโชคดีอยู่บ้างที
"กะจะเผาทั้งเป็นแม่ของขุนศึกเลยนะ""เธอร้ายกาจมากมากจนฉันอยากรู้ว่าแก้มหวานแค้นอะไรขุนศึกมากมายขนาดที่จะฆ่าจะแกงกันได้"นามิเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจและอยากรู้มากๆ"ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเราทั้งสามคนในเมื่อก่อนมันจะเป็นต้นเรื่องที่ทำให้แก้มหวานแค้นฉันขนาดนี้ไหม"ฉันเอ่ยออกไปเสียงแผ่วเบามันถึงเวลาแล้ว ที่ฉันจะต้องไปเผชิญหน้าและถามแก้มหวานตรงๆว่าสิ่งที่เธอทำงไปในตอนนี้ เพราะอยากจะเอาคืนขุนศึกที่เขาทำกับเธอตอนที่เธอเรียนอยู่มหาลัยใช่ไหมเพราะสิ่งที่ขุนศึกไม่ตั้งใจในคราวนั้นแต่กลับทำให้คนที่ถูกกระทำเครียดแค้นเอาเป็นเอาตายขนาดนี้"ฉันขอตัวก่อน"ฉันเอ่ยขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงนามิก็ลุกขึ้นพรวดพราดตามฉันมาทันทีด้วยความตื่นตกใจ"เธอจะไปไหนไม่เอาหลักฐานแล้วหรือไง""ไม่แล้วล่ะ....ฉันไม่ต้องการมันแล้ว"ฉันเอ่ยบอกนามิไปก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินและจำ้อ้าวเดินออกมาจากร้านอาหารนี้อย่างไวตอลดทางเดินฉันหยิบโทรศัพท์ไอโฟนเครื่องแพงของตัวเองขึ้นมากดดูบันทึกรายการบันทึกเสียงฉึก"โอ้ย!!"ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจและความเจ็บปวดที่แล่นแวบเข้ามาที่ก้านคอของฉันฉันจึงรีบเอามือไปคลำดูก็พ
"ฉันเลยเตรียมของมาให้เธอได้พิสูจน์....ว่าฉันไม่โกงเธออย่างแน่นอน"ฉันก็มองหน้านามิอย่างจ้องเขม็งและสงสัยในสิ่งที่เธอพูด เธอเตรียมอะไรมาให้ฉันพิสูจน์"ในรถฉันมีโน้ตบุ๊กอยู่....เธอจะไปดูมันกับฉันไหมล่ะ?"นามิเอ่ยถามฉันมา ฉันก็จ้องเธออย่างไม่วางใจ"ฉันเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆจะไปทำอะไรเธอได้.....?"เธอก็เอ่ยออกมาเสียงใสอย่างรู้ทันความคิดของฉัน"ในนั้นมีหลักฐานทั้งหมดจริงๆใช่ไหม?"ฉันเอ่ยถามนามิไป เธอก็ยกยิ้มที่มุมปากขึ้นอย่างคนที่เหนือกว่าก่อนจะพยักหน้าเป็นคำตอบให้ฉัน"หลักฐานที่แก้มหวานโกงบริษัทของคุณหญิงนฤมิตรจนทำให้ทั้งคุณหญิงและขุนศึกต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นคนคดโกง""ใช่...."นามิตอบมาเสียงดังฟังชัด ฉันก็ทำหน้านิ่งเฉยและเอ่ยถามเธอต่อไป"แก้มหวานเป็นคนอยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมด......ทั้งเรื่องที่โยนความผิดว่าคุณหญิงนฤมิตรฟอกเงินที่ผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้าน""เป็นคนต้นคิดการเทรดเงิน....โดยใช้การเทรดเงินเป็นเบื้องหน้าให้คุณหญิงนฤมิตรตายใจและให้คุณหญิงเปิดบัญชีเป็นชื่อของท่านเพียงคนเดียวและนำเงินที่ฟอกมาทั้งหมดโอนใส่ไปในบัญชีของคุณหญิง"นามิเอ่ยออกมา ฉันก็จ้องมองหน้าเธอด้วยท่าทางนิ่งเฉย ฉันต้องทำ
"เธอเป็นใคร"ฉันเอ่ยถามปลายสายที่เป็นเสียงผู้หญิงออกไปน้ำเสียงของปลายสายฟังดูคุ้นหูฉันมาก (นามิเอง....) "นามิ....เธอมีอะไรกับฉัน" (ฉันมีเรื่องเกี่ยวกับขุนศึกอยากปรึกษาเธอ) "เรื่องอะไร?" (หลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับคดีที่ขุนศึกเจออยู่ในตอนนี้.....ถ้าได้หลักฐานอันนี้ไปเขาพ้นคดีแน่) "แล้วเธอไปเอามาจากไหน?"ฉันเอ่ยถามนามิไป ในใจฉันสงสัยและไม่เข้าใจเธอว่าเธอจะช่วยขุนศึกทำไม ในเมื่อก่อนหน้านี้เรื่องของสองคนนี้จบกันไม่ดีเท่าไหร่ อาจจะมองหน้ากันไม่ติดถึงขั้นเกลียดขี้หน้ากันเลยก็ได้ (ฉันโดนนังแก้มหวานหักหลัง....มันเป็นคนต้นเรื่องทั้งหมด) (ฉันพูดจริงๆเอริ....ตอนนี้ฉันกับแม่กำลังเดือดร้อน....ฉันขอขายหลักฐานของขุนศึกให้เธอในราคาสิบล้านก็ได้) (ฉันกับแม่จะใช้เงินก้อนนี้เป็นก้อนหลบหนีนังแก้มหวาน) (มันราวีชีวิตของฉันกับแม่ไม่เลิกนะเอรินะ) (นังแก้มหวานมันสั่งให้ฉันเข้าไปตีสนิทก้บขุนศึกมันอยู่เบื้องหลังทุกอย่างทั้งเรื่องที่คุณหญิงโดนฟ้องว่าฟอกเงิน....การเทรดหุ้นที่ไม่เอาเงินไปเทรดแต่เอาไปใช้เอง....ตลาดหุ้นที่ผิดกฏหมาย) (นังแก้มหวานมันเป็นคนวางแผน....ฉันมีคลิปวิดีโอในการคุยของฉันกับมันในตอนที่มัน