เมื่อถึงวันที่จะต้องย้ายของเข้ามาอยู่ที่หอพักฉัตรกล้าก็ตื่นเต้นมากเพราะวันนี้เขาจะได้เจอพี่ณิชาแล้วหลังจากขับรถไปแอบมองเธอที่ร้านอยู่หลายวัน
ฉัตรกล้าขับรถมาถึงหอพักในเวลาบ่ายสามซึ่งตอนนี้ลูกค้าในร้านทำผมของพี่ณิชามีไม่มากเท่าไหร่หญิงสาวเลยมารอรับเช่าคนใหม่ที่ชั้นล่างของหอพักซึ่งเป็นส่วนต้อนรับและมีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญไว้คอยบริการ
“สวัสดีค่ะคุณคือคนที่จะเข้าพักใหม่ใช่ไหมคะ” เสียงใสเอ่ยทักทายทันทีเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่
“สวัสดีครับผมชื่อฉัตรกล้า เรียกกล้าก็ได้ครับ”
“ฉันชื่อณิชาภาค่ะ เรียกณิชาหรือจะเรียกนิดเฉยๆ ก็ได้ค่ะ”
“ผมเรียกพี่ณิชาได้ไหมครับ”
ณิชาภาแปลกใจที่ผู้ชายคนนี้เรียกเธอว่าพี่แต่ก็พยักหน้าเพราะมันก็แค่คำเรียก
“มีของมาแค่นี้เหรอคะ” ณิชาภามองกระเป๋าเดินทางของฉัตรกล้าที่มีเพียงใบเดียว
“วันนี้มีแค่นี้ก่อนครับแต่อาจจะทยอยมาเรื่อยๆ ผมลืมถามไปเลยครับว่าหลังห้องมีระเบียงหรือเปล่า” เขาชวนคุยทั้งที่รู้สภาพห้องพักจากพนักงานแล้ว
“มีค่ะทุกห้องจะมีระเบียงด้านหลัง เอาไว้สำหรับตากผ้าค่ะ จะขึ้นไปดูห้องเลยมั๊ยคะ เดี๋ยวพี่ช่วยค่ะ” ณิชาภาเดินมาจะช่วยชายหนุ่มถือกระเป๋า วันนี้เธอต้องรอรับผู้เข้าพักคนใหม่เองเนื่องจากแม่บ้านสองคนต้องไปทำความสะอาดห้องน้ำบริเวณชั้นสี่ซึ่งเป็นชั้นที่ราคาถูกที่สุดและผู้เข้าพักจะใช้ห้องน้ำร่วมกัน
“ไม่เป็นไรครับกระผมกระเป๋าผมหนักเดี๋ยวผมถือคนเดียวดีกว่า”
“ที่นี่มีห้องพักเต็มทุกห้องเลยเหรอครับ แล้วมีกี่แบบบ้างครับ”
“ตอนนี้พักเต็มทุกห้องค่ะ ห้องพักชั้นสองกับชั้นสามจะเป็นห้องพักที่มีห้องน้ำในตัวและมีระเบียงด้านหลังส่วนชั้นสี่จะไม่มีห้องน้ำค่ะ แต่ราคาก็จะถูกกว่าชั้นอื่น เอาไว้สำหรับคนที่อยากเข้ามาพักที่นี่จริงๆ แต่งบประมาณไม่พอน่ะค่ะ” ณิชาภาอธิบายให้กับผู้เข้าพักคนใหม่ฟัง
“ครับ”
“ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนทำงานด้วยกันทั้งนั้น” ณิชาภาพูดขณะเปิดกุญแจห้องพักให้กับฉัตรกล้า
ห้องพักด้านในขนาดค่อนข้างกว้างเตียงนอนความยาวน่าจะประมาณ 5 ฟุตมีโต๊ะตัวเล็กๆ สำหรับนั่งทำงาน มุมหนึ่งเป็นตู้เสื้อผ้าถัดไปเป็นห้องน้ำและระเบียงหลังห้อง
“ห้องคงไม่เล็กเกินไปนะคะ”
“ไม่หรอกครับผมอยู่คนเดียว ผมว่ามันกำลังพอดีเลย” เขารู้สึกพอใจกับห้องพักถึงมันจะเล็กกว่าห้องนอนที่บ้านก็ตาม
“พี่ไม่รู้ว่าแม่บ้านบอกแกว่าเรื่องกฎระเบียบอะไรไปแล้วบ้าง”
“ผมยังไม่ได้คุยกับแม่บ้านเลยครับ พอดีว่าตอนที่เธอโทรไปผมกำลังทำงานอยู่”
“ถ้างั้นพี่ขอนั่งหน่อยนะ” ณิชาภาขออนุญาตเจ้าของห้องคนใหม่เธอนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ริมประตู
“ได้ครับ” ฉัตรกล้าเดินเอากระเป๋าไปเก็บหน้าตู้เสื้อผ้าก่อนจะกลับมานั่งอยู่บนเตียงที่ตอนนี้ยังไม่ได้ปูผ้าปูที่นอนเลย
“ระเบียบเข้าพักที่นี่ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ ไม่เหมือนหอพักตามหน้ามหาวิทยาลัยหรอกนะคะ แค่ห้ามส่งเสียงดังหลังสี่ทุ่มจะกลับดึกกลับเช้ายังไงก็ได้เสมอ ส่วนเรื่องการซักผ้าคุณจะซักในห้องน้ำแล้วตากที่ระเบียงก็ได้หรือจะลงไปใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวกหรือไม่มีเวลาจริงๆ ติดกับร้านทำผมมีบริการซักรีดอยู่ค่ะเขาจะขึ้นมารับผ้าที่หน้าห้องและตอนเย็นก็จะเอามาแขวนไว้ให้ค่ะถ้าคุณสนใจก็ลองไปติดต่อด้านล่างได้เลย” เธออธิบายยาว คนฟังก็ได้แต่มองแล้วยิ้มตาม เขารู้สึกดีที่ได้คุยกับพี่ณิชาถึงแม้ว่าเรื่องที่คุยจะเป็นแค่เรื่องเข้าพักก็ตาม
“ผมเอาเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรเข้ามาที่นี่ได้บ้างครับ”
“ได้ทุกอย่างเลยค่ะ ที่นี่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้ใช้ฟรีค่ะส่วนทีวีก็มีช่องให้เลือกอยู่หลายช่องเหมือนกันเราเช่าสัญญาณเป็นรายเดือนค่ะ” ณิชาภาอธิบายเมื่อเห็นฉัตรมองไปตรงทีวีขนาด 32 นิ้วบนฝาผนัง
“ถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจก็ถามพี่หรือแม่บ้านได้ตลอดเลยนะคะ ตอนกลางวันพี่จะอยู่ที่ร้านทำผมข้างล่าง หลังปิดร้านแล้วพี่ก็จะอยู่หอพักนี้เหมือนกันค่ะ แต่ถ้าจะให้สะดวกที่สุดก็ใช้วิธีโทรหาดีกว่าค่ะ”
“แต่ผมยังไม่มีเบอร์โทรศัพท์พี่เลยนะครับ มีแต่เบอร์ที่พนักงานให้ไว้” ฉัตรกล้ามีเบอร์โทรศัพท์ของพี่ณิชาแล้วเพราะแม่บ้านให้ไปเมื่อหลายวันก่อน แต่เขาก็อยากจะขอจากเธอโดยตรงอีกครั้ง
“เอาโทรศัพท์มาค่ะเดี๋ยวพี่เมมเบอร์โทรให้แอดไลน์ไว้ด้วยก็ได้เผื่อมีอะไรอยากจะถามเพราะบางครั้งถ้าพี่ยุ่งก็ไม่ค่อยได้รับโทรศัพท์เท่าไหร่”
“ผมถามพี่ได้ตลอดเลยไหมครับ”
“ได้ตลอดค่ะ”
“ช่วงที่มาอยู่แรกๆ ผมอาจจะรบกวนพี่เยอะนิดหน่อย ผมเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ครับ”
“แต่ก่อนอยู่ที่ไหนล่ะ ผมอยู่กรุงเทพครับ พอดีมาคุมงานก่อสร้างแถวนี้เพื่อนก็เลยแนะนำให้มาพักหอพักของพี่ณิชา” เมื่อมีโอกาสได้คุยเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องหอพักเขาก็ไม่รอช้าที่จะคุยกับเธอ
“พี่ว่าจะถามอยู่เหมือนกันทำไมเรียกพี่ว่าพี่ณิชา เราเคยรู้จักกันมาก่อนไหม” ณิชาภามองหน้าฉัตรกล้ารู้สึกคุ้นๆ หน้าแต่ไม่แน่ใจว่าเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหน
“ผมเป็นรุ่นน้องของพี่ที่โรงเรียนครับ”
“ตายจริงพี่ขอโทษนะที่จำรุ่นน้องไม่ได้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับผมมาเรียนที่นี่แค่ปีเดียว แล้วเราก็แทบไม่เคยคุยกันเลย”
“กล้าใช้คำว่าแทบไม่เคยคุยแสดงว่าเคยคุยกันอยู่บ้างแต่ทำไมพี่นึกไม่ออกนะ”
“ผมเจอกับพี่ตอนพี่อยู่ม.6พี่เป็นประธานสีฟ้าส่วนผมอยู่สีเขียว ผมคือคนที่ไปช่วยพี่ตีกลองยังไงล่ะครับ”
“อ้าว...น้องคนนั้นเองเหรอ พี่ขอโทษนะพี่จำไม่ได้จริงๆ กล้าเปลี่ยนไปมากเลย พี่จำได้ว่าตอนนั้นเราตัวผอมๆ สูงๆ แล้วยังดัดฟันแต่พอมาวันนี้สูงขึ้นแล้วหล่อขึ้นมากเลยพี่จำไม่ได้ ก็คงไม่แปลก หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยนะ”
“ผมเรียนที่ที่โรงเรียนนั้นแค่ปีเดียวครับ พอขึ้นม.5 ผมก็ย้ายเข้าไปเรียนที่กรุงเทพ”
“แล้วเคยกลับมาที่โรงเรียนหรือมางานศิษย์เก่าบ้างไหมล่ะ”เมื่อเห็นว่าเขาเป็นรุ่นน้องณิชาภาก็ชวนคุย
“ผมเพิ่งมาปีนี้ปีแรกครับ พอคุยกับเพื่อนก็เลยรู้ว่ามีรุ่นพี่ของเราเปิดหอพักอยู่ แล้วผมก็กำลังหาที่พักอยู่พอดี ผมโชคดีมากที่พอพี่ว่าง”
“ปกติหอพักก็แบบนี้ มีคนเข้าออกอยู่บ่อยๆ”
“ผมจำได้เข้าคร่าวๆ ว่าตอนอยู่ม.6 พี่ณิชาสอบเข้าเรียนบัญชีไม่ใช่เหรอครับแล้วทำไมวันนี้ถึงมาทำร้านทำผมล่ะ”
“เรื่องมันยาวเอาไว้วันหลังพี่จะเล่าให้ฟังนะ วันนี้กล้าจัดของให้เรียบร้อยก่อนเถอะ”
“ได้ครับ พี่ณิชาจะไปทำงานต่อที่ร้านทำผมใช่ไหม ร้านปิดกี่โมงครับ”
“ร้านปิดประมาณ 5 โมงครึ่งแต่ถ้ามีลูกค้าก็จะรอจนทำงานให้ลูกค้าเสร็จ”
“รับตัดผมผู้ชายด้วยไหมครับ”
“รับหมดเลยค่ะทั้งผู้หญิงผู้ชาย”
“ถ้าถึงเวลาตัดผมครั้งหน้า ผมจะไปเป็นลูกค้าร้านพี่ณิชานะครับ”
“ได้ค่ะยินดีเลย คนในหอพักส่วนใหญ่ก็จะไปใช้บริการกันบ้างบางคนก็เหนื่อยจากการทำงานก็ไปนอนสระผมให้พนักงานที่ร้านนวดหัวน่ะ”
“ฟังดูน่าสนใจดีนะครับ สงสัยผมต้องไปใช้บริการสระผมก่อนตัดผมแล้วล่ะ”
“ได้เลยเดี๋ยวพี่จะลดให้เป็นพิเศษนะถือว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องจากโรงเรียนเดียวกัน”
“อย่าเลยครับพี่ผมเกรงใจ”
“จะต้องเกรงใจอะไรกันล่ะ ว่าแต่เย็นนี้ก็มีนัดกับเพื่อนที่ไหนไหมหรือต้องทำงานอะไรหรือเปล่า”
“ไม่มีครับพี่ณิชามีอะไรหรือเปล่า”
“พี่ว่าจะชวนกล้าไปทานข้าวถือว่าเป็นการไถ่โทษที่พี่จำกล้าไม่ได้ แล้วก็เป็นการขอบคุณด้วยที่มาช่วยพี่ตีกลอง”
“แต่เรื่องนั้นมานานแล้วนะครับพี่”
“มันนานก็จริงแต่ถ้าเรายังจำได้มันก็เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานใช่ไหมล่ะ ตกลงว่างไหมว่างคะ” ณิชาภารู้สึกติดค้างฉัตรกล้าเลยอยากจะเลี้ยงข้าวรุ่นน้องคนนี้
“ว่างครับ ผมว่างตลอด” ฉัตรกล้าดีใจและไม่คิดเลยว่าพี่ณิชาจะเป็นกันเองกับเขามากขนาดนี้“แล้วอยากกินอะไรล่ะ”“ผมแล้วแต่พี่ณิชา พี่อยากพาผมไปกินร้านไหนผมกินได้ทุกอย่าง”“ถ้างั้นไปร้านใกล้ๆ นี้แล้วกันนะ จะกล้าจะได้มีเวลาจัดของมากขึ้นส่วนร้านอื่นเดี๋ยวพี่ค่อยพาไปวันหลัง”“ขอบคุณครับพี่ณิชา”“พี่ขอตัวก่อนนะซักหกโมงครึ่งโมงเจอกันที่หน้าหอพักนะ”“ได้ครับ” ฉัตรกล้ายิ้มหน้าบานไม่คิดเลยว่าการได้เจอพี่ณิชาวันแรกเขาก็จะได้ไปทานข้าวเย็นกับเธอแล้วชายหนุ่มรู้สึกดีพี่ณิชาที่พี่ณิชายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ ถึงแม้เธอจะจำหน้าเขาไม่ได้ก็ตาม แต่จากนี้เขาจะต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสายตาของพี่ณิชาตลอด ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากขึ้นเรื่องอายุห่างกันสองปีไม่ใช่ปัญหาอีกทั้งเรื่องดวงกินผัวที่เสกสรรบอกมันก็ไม่ได้อยู่ในความคิดเขาเลยฉัตรกล้าเก็บของใช้เข้าที่แต่เขาลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองไม่ได้ซื้ออุปกรณ์เครื่องนอนมาเพราะคิดว่าที่นี่น่าจะเหมือนกับการเข้าพักที่โรงแรม“ตายห่าละแล้วคืนนี้จะนอนยังไงวะ”เขามองนาฬิกาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดกับพี่ณิชาแล้วเขาไม่อยากผิดนัดกับเธอเลยชายหนุ่มเลยคิดว่าหลังจากทานอาหา
ณิชาภาหยิบอัลบั้มรูปขึ้นมาเปิดดู เธอจำได้ว่างานกีฬาสีตอนเธออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีเด็กผู้ชายจากสีอื่นมาช่วยตีกลองแต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ฉัตรกล้าคนนี้จริงๆ หรือเปล่าหญิงสาวเปิดรูปที่เพื่อนถ่ายให้ตั้งแต่เธอเป็นดรัมเมเยอร์เรียงลำดับมาจนถึงวันสุดท้ายที่มีการประกวดกองเชียร์แล้วเธอก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนตีกลองอยู่ด้านข้างกองเชียร์นั้นน่าจะเป็นฉัตรกล้าจริงๆนอกจากจะมีรูปที่เขาตีกลองข้างสแตนเชียร์แล้วยังมีรูปที่เขาถ่ายรวมกลุ่มกับกองเชียร์อีกด้วย ฉัตรกล้าในวันนั้นตัวสูงผอมและยังตัดผมทรงนักเรียนต่างจากในวันนี้ที่ดูโตขึ้นกว่าเดิมมาก เขาตัวสูงร่างกายบึกบึนกว่าเดิม อีกทั้งใบหน้าก็เกลี้ยงเกลาดูรวมแล้วก็จะเรียกได้ว่าจากเด็กชายในวันนั้นกลายเป็นในชายหนุ่มที่หล่อมากขึ้นจนเธอจำไม่ได้เลยทีเดียวการได้คุยกับเด็กที่มาจากโรงเรียนเดิมก็เหมือนกันได้คุยกับเพื่อนเก่า ณิชาภาเรียนอยู่โรงเรียนประจำอำเภอจากนั้นก็ไปเรียนที่กรุงเทพก่อนจะกลับมาดูแลกิจการแทนบิดามารดาในตัวจังหวัด นานๆ ครั้งถึงจะกลับไปตัวอำเภอเสียทีเธอเลยไม่ค่อยมีเพื่อนที่นี่เลยการมีฉัตรกล้ามาคุยด้วยก็เลยทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวในอดีตซึ่งมีทั้ง
“มันก็มีส่วนอยู่นะแต่พี่คิดว่าถ้ามีแฟนแล้วต้องมาเจอปัญหามาเจอคำพูดเดิมๆ มาทำให้พี่ปวดหัวมากขึ้นพี่อยู่เป็นโสดแบบนี้ก็ดีกว่า”“แล้วคุณหมอที่อยู่คลินิกล่ะคะ หนูเห็นชอบแวะมาหาพี่ณิชาเรื่อยเลย”“เราก็แค่เพื่อนกันน่ะ”“แต่หนูว่าหมอเขาไม่ได้คิดกับพี่แค่เพื่อนนะคะ แล้วหมอเขาเป็นคนรุ่นใหม่ คงไม่สนใจคำพูดพวกนั้นหรอกค่ะ”“พี่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดไหม บางทีการคบกับใครสักคนเราไม่ได้คบกับเขาแค่คนเดียวนะ เพราะเราต้องคบกับครอบครัวของเขาด้วยถ้าเกิดเขารับได้ ไม่ได้คิดมากเรื่องนี้แต่ครอบครัวของเขารับไม่ได้ขึ้นมาล่ะ ถึงตอนนั้นพี่กับเขาคบกันไปแล้วพี่ว่าก็ต้องเสียใจกันทั้งคู่แน่ๆ ถ้าจะต้องเลิกกัน”“แต่ถ้าเป็นหนูนะ หนูรักใครแล้วก็จะรักจริงๆ ไม่สนใจคำพูดพวกนั้นหรอกค่ะพี่”“ใครรักใครกันจ๊ะ” เสียงของพี่แมวถามขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วได้ยินไม่ค่อยถนัด“สวัสดีค่ะพี่แมว”“สวัสดีค่ะน้องณิชา สวัสดีจ้ะอ้อ ว่าไงจ๊ะคุยเรื่องอะไรกันได้ยินว่ารักใครหรือมีใครแอบมารักน้องณิชาของพี่อีก”“ก็คุณหมอสุดหล่อไงคะพี่แมว อ้อกำลังเชียร์ให้พี่ณิชาคบกับคุณหมอสุดหล่อ”“อุ๊ย พี่ก็จะขอเชียร์ด้วยคนอะไรทั้งหล่อทั้งใจดีชอบซื้อขนมมาฝาก พี่ว่า
ฉัตรกล้านั่งทำงานอยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งดัดแปลงเป็นสำนักงานชั่วคราวเพลินไปหน่อย พอเงยหน้ามาอีกทีก็เป็นเวลา เกือบจะสองทุ่มแล้วเย็นนี้เขาว่าจะชวนพี่ณิชาไปทานข้าวด้วยกันแต่ก็ยุ่งทั้งวันจนลืมโทรศัพท์ไปชวนหญิงสาวและกว่าเขาจะขับรถไปถึงหอพักพี่ณิชาก็น่าทานข้าวและกลับห้องพักแล้วชายหนุ่มเลยแวะทานอาหารตามสั่งๆ ก่อนจะขับรถกลับเข้ามาจอดบริเวณอาคารจอดรถ จากนั้นก็เดินกลับมาที่หอพักแสงไฟจากร้านของพี่ณิชายังสว่างจ้า พอมองเข้าไปก็เห็นว่าหญิงสาวนั่งอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งท่าทางกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น ฉัตรกล้าเคาะประตูกระจกพอเธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มเขาก็เปิดประตูเข้าไปด้านใน“กล้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าครับผมเห็นว่ามันดึกแล้วแต่ไฟที่ร้านของพี่ยังเปิดก็เลยแวะเข้ามาดู พี่บอกว่าร้านปิดประมาณ 5 โมงนี่ครับ”“พอดีพี่มีงานอย่างอื่นด้วยนะ ก็เลยนั่งทำเพลินไปหน่อยแล้วกล้าละเพิ่งกลับมาจากที่ทำงานเหรอ”“ครับ พอดีวันนี้งานยุ่งนิดหน่อย พี่ณิชากินข้าวหรือยัง”“พี่กินแล้ว กล้าล่ะ”“ผมแวะกินร้านตามสั่งระหว่างทางมาแล้วครับ ปกติพี่ณิชานั่งทำงานที่นี่จนดึกแบบนี้บ่อยไหม” ที่ถามเพราะรู้สึกเป็นห่วงมากเพราะดึกขนาดนี้ร้านซักรีดกั
เช้าวันพุธฉัตรกล้าตื่นนอนแต่เช้าเขาลงมารอพี่ณิชาตั้งแต่ยังไม่ เก้านาฬิกาพอถึงเวลานัดณิชาภาก็ลงมาจากหอพัก“กล้าลงมารอพี่นานแล้วใช่ไหม”“ผมลงมาก่อนหน้าพี่ไม่นานครับ เพิ่งเอารถมาจอดเมื่อกี้นี้เอง”“พี่ณิชากินอะไรหรือยัง”“ยังเลย”“เราหาอะไรกินก่อนไปดีไหมครับ”“ร้านแถวนี้ยังไม่ค่อยเปิดกันเรา มีร้านต้มเลือดหมูอยู่ในตลาดกินได้ไหม ”“ได้ครับไม่มีปัญหาพี่บอกทางผมก็แล้วกันนะ”ฉัตรกล้าเปิดประตูให้พี่ณิชาขึ้นไปนั่งบนรถเอสยูวีสีขาวเจ็ดที่นั่งยี่ห้อที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ขับรถมุ่งหน้าสู่กรุงเทพโดยมีณิชาภานั่งอยู่ข้างๆ“ปกติพี่ต้องเข้าสำนักพิมพ์บ่อยไหมครับ” เขาเริ่มชวนคุยเมื่อขับรถออกมาถนนหลัก“ไม่นะ นานๆ ครั้งถึงจะเข้าแล้วกล้าล่ะ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เข้ากรุงเทพบ่อยไหม”“เพิ่งจะเข้าก็วันนี้แหละ ครับผมจะเข้าไปเคลียร์งานนิดหน่อยจากนั้นก็น่าจะอยู่ที่นครปฐมยาวเลย”“พี่ได้ข่าวมาว่าโครงการโรงเรียนเอกชนที่กำลังสร้างมีหลายอาคารเลยใช่ไหม แบบนี้คงใช้เวลานานมาก”“ระยะเวลาตามสัญญาก็สองปีครับพี่ แต่ผมคิดว่าน่าจะเสร็จก่อนสักประมาณหนึ่งเดือน” เขาประเมินแล้วว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปต
เพราะรีบมาหาณิชาภาฉัตรกล้าเลยไม่ได้เอาเครื่องชงกาแฟมาชายหนุ่มเลยไปเลือกซื้อเครื่องใหม่โดยมีณิชาภาคอยช่วยเลือก“พี่ว่ารุ่นนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ขนาดตัวเครื่องเล็กและใช้กับแคปซูลได้หลายขนาดเลยราคาก็ไม่สูงเท่าไหร่”“ผมก็สนใจเครื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ ถ้างั้นตกลงผมเอาเครื่องนี้แล้วกัน ถ้าพี่จะไปชงกาแฟก็ไปในห้องผมเลยนะครับเดี๋ยวผมจะให้กุญแจบ้านอีกชุดหนึ่ง”“ที่ห้องพี่ก็มีพี่จะไปชงที่ห้องกล้าทำไมล่ะ”“นั่นสิครับผมลืมไปเลย”“นอกจากเครื่องชงกาแฟแล้วมีอะไรอีกไหม”“พี่ณิชาช่วยไปดูเครื่องซักผ้าหน่อยได้ไหม“ที่หอพักก็มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอยู่ข้างล่างแล้ว กล้าจะซื้ออีกทำไม”“ผมอยากได้เครื่องเล็กๆ กะทัดรัดหน่อยครับเอาไว้ปั่นชุดนอนกับชุดชั้นในแล้วก็พวกถุงเท้า ของพวกนี้ผมไม่ค่อยอยากใช้เครื่องปนกับคนอื่นจะส่งที่ร้านเกรงใจครับ”ณิชาภาเห็นด้วยกับความคิดของเขาเพราะเธอเองก็มีเครื่องซักผ้าเล็กๆ อยู่ตรงระเบียงเหมือนกัน“เดี๋ยวพี่ช่วยดูก็แล้วกันนะ ไม่รู้จะมีเครื่องเล็กอย่างที่กล้าต้องการหรือเปล่า”หลังจากเดินวนอยู่นานฉัตรกล้าได้เครื่องซักผ้าขนาดเล็กที่มีความจุเพียงสี่กิโลกรัมเท่านั้น เวลาเอาไปตั้งไว้ระเบีย
เมื่อส่งณิชาภาเสร็จแล้วฉัตรกล้าก็เข้ามาบริษัทและประชุมกับผู้บริหารและตรวจเอกสารนิดหน่อย ก่อนจะแวะไปหาบิดามารดาที่บ้าน“ลูกชายแม่หายไปนานเลยนะงานยุ่งเหรอ”“ไม่เท่าไหร่ครับแม่”“นึกยังไงแวะมาหาแม่กลางสัปดาห์แบบนี้ล่ะ”“ผมเข้ามาเซ็นเอกสารที่บริษัทนิดหน่อย คิดถึงพ่อกับแม่ก็เลยแวะมาหา”“ดูลูกชายคุณสิพูดอย่างกับเป็นเด็กสามขวบ คิดถึงพ่อกับแม่”“ผมคิดถึงพ่อกับแม่จริงๆ ครับ”“คิดถึงก็คิดถึงแล้วยังไงคืนนี้ค้างที่นี่สักคืนไหม เย็นนี้ดูท่าแล้วฝนจะตกหนักพ่อไม่อยากให้ต้องขับรถกลับไปเลย”“ไม่ได้หรอกครับผมไม่ได้มาคนเดียว”“แล้วมากับใคร ไหนล่ะ” คุณลักขณาชะโงกหน้ามองไปทางหน้าบ้าน“แม่ไม่ต้องมองหาหรอกครับ ที่ผมบอกว่าไม่ได้มาคนเดียวคือผมมากับพี่ณิชาแต่พี่เขาไปทำธุระครับเรานัดกันอีกทีตอนบ่าย”“แล้วเมื่อไหร่จะพาเขามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักล่ะ”“ใจเย็นสิครับแม่ขืนพามาแนะนำเขาก็ได้ตกใจกันพอดี”“นี่แสดงว่าจีบไม่ติดยังไม่ติดใช่ไหม มันสามเดือนแล้วนะ มัวช้าอะไรอยู่ ปกติแม่เห็นเราใช้เวลาจีบใครไม่นานแบบนี้เลย”“พี่เขามีปมในใจผมต้องค่อยๆ คลี่ปมออกทีละนิด”“เรื่องที่เล่าให้แม่ฟังครั้งก่อนใช่ไหม”“ครับแม่ แต่ตอนนี้ผม
ณิชาภามองเวลาบนโทรศัพท์มือถือแล้วก็ถอนหายใจเพราะตอนนี้มันเกือบจะสี่ทุ่มแล้วแต่ฝนก็ยังคงตกอย่างหนัก“ผมว่าคืนนี้เราคงกลับนครปฐมไม่ได้แล้วล่ะ พี่ณิชาค้างที่นี่เลยไหมพรุ่งนี้ค่อยออกกันแต่เช้า ถ้าจะให้ขับรถตอนนี้ผมก็ว่ามันอันตรายเกินไป ฝนข้างนอกยังตกหนักมากผมกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุแต่ถ้าจะรอให้ฝนหยุดผมก็ไม่รู้ว่ามันจะหยุดตอนไหนเราค้างที่นี่กันเถอะนะ” ฉัตรกล้าพยายามหว่านล้อม“แต่พี่ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย”“ไม่เป็นไรพี่ใส่เสื้อผ้าผมก่อนก็ได้ ส่วนเสื้อผ้าพี่เดี๋ยวเราก็โยนใส่เครื่องพรุ่งนี้เช้าก็ใส่ชุดเดิมกลับตกลงไหม”ณิชาภาลังเลแต่เมื่อฟังเหตุผลของฉัตรกล้าแล้วเขาก็ยอมตกลงเพราะเธอเองก็กลัวจะเกิดอุบัติเหตุเหมือนกัน“ถ้างั้นพี่ณิชาเข้าไปอาบน้ำก่อนเลยเดี๋ยวผมเอาชุดนอนของผมกับผ้าเช็ดตัวมาให้นะ” ฉัตรกล้าหายเข้าไปในห้องจากนั้นก็เดินกลับออกมาพร้อมชุดคลุมอาบน้ำผ้าเช็ดตัวและชุดนอน“ห้องอยู่ในห้องนอนน่ะครับ ห้องข้างนอกไม่มีอุปกรณ์อาบน้ำ พี่ณิชาเข้าไปใช้ได้เลยเดี๋ยวผมจะลงไปซื้อแปรงสีฟันนะครับ เพราะของผมเองก็ไม่มีเหมือนกัน นอกจากแปรงสีฟันแล้วพี่ณิชาจะฝากเอาอะไรอีกไหม”“ไม่เป็นไรเอาแค่แปรงสีฟันก็ได้” แม้อ
ณิชาภาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์จากนั้นเธอก็ออกมาพักฟื้นที่บ้านของฉัตรกล้า ระหว่างนี้บิดามารดาและน้องสาวของฉันกล้าก็ช่วยกันเตรียมงานแต่งงานไปด้วยพอถึงงานแต่งงานณิชาภาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากๆ เพราะฉัตรกล้าชวนเพื่อนๆ ของเธอสมัยมัธยมและสมัยมหาวิทยาลัยอีกทั้งยังให้รถไปรับพนักงานที่หอพักกับร้านเสริมสวยมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยชายหนุ่มจัดการทุกอย่างจนณิชาภาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยในงานแต่งทุกคนต่างแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวไม่มีใครพูดถึงดวงกินผัวให้ณิชาภาต้องรู้สึกไม่ดี อีกทั้งครอบครัวของฉัตรกล้าก็มีความหวังดีและยอมรับเธอมาเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วยความเต็มใจ ณิชาภายิ้มอย่างมีความสุขเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้แต่งงานแบบนี้หลังจากแต่งงานแล้วฉันกล้าก็ทำให้ณิชาภาต้องประหลาดใจอีกอย่างเมื่อเขาซื้อบ้านและตกแต่งมันอย่างเรียบร้อยพร้อมให้เธอเข้าไปอยู่ แต่เขาไม่ได้ให้เธอย้ายออกจากหอพักเพราะรู้ว่าเธอผูกพันกับที่นั่น แต่ทุกครั้งที่จะไปค้างฉัตรกล้าก็จะขอตามไปด้วยเสมอหลังจากแต่งงานมาหนึ่งเดือนทุกอย่างก็เข้าที่ ตอนเช้าณิชาภาจะตื่นเช้ามาทำกับข้าวจากนั้นฉัตรกล้าก็จะไปท
“สี่วันแล้วนะครับแม่เมื่อไหร่พี่ณิชาจะตื่น”“หมอก็บอกแล้วว่าต้องใช้เวลา กล้าอย่ากังวลไปเลยนะ”“จะไม่ให้ผมกังวลได้ยังไงล่ะครับแม่ คนที่นอนอยู่โรงพยาบาลควรเป็นผมมากกว่า”“กล้าก็คิดว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับดวงไหม”“ไม่เลยครับแม่ ถ้าพี่น่ะณิชามีดวงแบบนั้นจริงๆ คนที่เจ็บก็น่าจะเป็นผมไม่ใช่เธอ”“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง” คุณวุฒิศักดิ์ถามลูกชาย“เช็กจากจ้องกล้องวงจรปิดแล้วครับ มีคนแอบตัดสายเบรกรถผมจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่เราอยู่ร้านอาหาร”“จับได้หรือยังล่ะ”“ตำรวจกำลังตามจับตัวอยู่ ส่วนเรื่องที่ไซต์งานมีปัญหาก็เป็นการสร้างสถานการณ์ เพชรสอบสวนหัวหน้าวิศวกรแล้วเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ส่วนหัวหน้าคนงานตอนนี้เราก็ยังตามตัวไม่เจอผมว่าก็น่าจะเป็นเขานั่นแหละที่ทำเรื่องแบบนี้”“กล้าไปขัดแข้งขัดขาใครหรือเปล่าทำไมพวกเขาถึงอยากจะทำร้าย”“ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เราประมูลโครงการใหญ่นี้ได้ บางทีเจ้าถิ่นก็อาจจะไม่ชอบก็ได้”“ไม่ชอบแล้วยังไง แล้วก็งานนี้เขาเปิดให้คนประมูลทั่วประเทศเขาไม่มีความสามารถ เขาประมูลไม่ได้เองแต่มาทำร้ายกันถ้าตำรวจจับได้ต้องดำเนินคดีให้หนักเลย เล่นไม่ซื่อแบบนี้พ่อไม่เห็นด้วย ระหว่างนี้กล้าก
ณิชาภาสวมเดรสสีฟ้าอ่อนความยาวคลุมเข่าใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ผมที่เคยปล่อยก็รวบเป็นมวลสวยทำให้ฉัตรกล้านึกถึงวันแรกที่เขาเห็นเธอเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน วันใจเต้นแรงมาก และวันนี้เธอก็ยังทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนวันนั้นไม่มีผิด“พี่ณิชาของผมสวยมากเลย สวยจริงๆ นะ”“กล้าก็ชมพี่แบบนี้ตลอดจนพี่จะตัวลอยแล้ว”“ก็พี่ก็พี่สวยจริงๆ ผ่านมาสิบกว่ากว่าปีแต่พี่ณิชาก็ยังสวยและผมว่าตอนนี้พี่สวยมากขึ้นด้วยนะ”“ที่บอกรักพี่บ่อยๆ เพราะความสวยเหรอ”“ตอนแรกผมตกหลุมรักพี่เพราะความสวย แต่พอได้อยู่ใกล้ก็รู้สึกว่าพี่เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีคนหนึ่งผมอยู่กับพี่ผมมีความสบายใจมากๆ เลยนะเหมือนเป็นที่เหมือนเป็นเซฟโซนของผมเลย”“กล้าก็เป็นเซฟโซนของพี่เหมือนกัน พี่ไม่เคยเปิดใจพูดคุยอะไรกับใครได้ทุกเรื่องเหมือนกล้ามาก่อน”“ถ้าหากวันนั้นผมกล้ามากกว่านี้ผมคงจะเข้าไปจีบพี่ตั้งแต่ตอนนั้น”“แล้วทำไมถึงไม่ไปจีบล่ะ บางทีถ้ากล้าไปจีบตอนนั้นเราอาจจะได้คบกันก็ได้นะ”“ก็ตอนนั้นพี่ณิชามีแฟนอยู่แล้ว อีกอย่างหน้าตาผมมันก็ดูไม่ได้เลย หัวเกียนผอมสูงแถมยังดัดฟัน อีกผู้หญิงที่ไหนเขาจะชอบล่ะ”“แต่ตอนนี้กล้าของพี่หล่อมากๆ เลยนะไม่รู
กลับมาถึงคอนโดมิเนียมฉัตรกล้าก็แทบจะกระโจนเข้าใส่ณิชาภาเขาไม่ปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไรค่า กว่าจะยอมให้ณิชาภาได้นอนพักก็ผ่านไปแล้วหลายชั่วโมงณิชาภาเหนื่อยจน ไม่มีแรงจะลุกไปเข้าห้องน้ำฉัตรกล้าต้องเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดเพื่อให้หญิงสาวนอนหลับอย่างสบาย“ผมรักพี่ณิชานะครับรักมาก พี่ว่าครอบครัวผมเป็นยังไงบ้างโอเคไหม”“พ่อกับแม่ของกล้าดูใจดี ส่วนพี่และน้องของกล้าก็เป็นกันเองมากพี่ไม่คิดเลยว่ากล้าจะมีครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ ที่ผ่านมากล้าไม่เคยเล่าให้พี่ฟังเลยว่ากล้าเป็นใครมาจากไหน พี่รู้แค่กล้าเป็นวิศวกรเท่านั้น”“ผมจะเป็นใครมาจากไหนมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงผมก็คือเด็กดีของพี่”“ขอบคุณนะกล้าที่รับพี่เข้ามาในชีวิต”“ในเมื่อพี่เข้ามาในชีวิตของผมแล้วผมก็ไม่ยอมให้พี่ก้าวออกไปอย่างแน่นอน” ฉัตรกล้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยทั้งสองคนตื่นนอนในเวลาเกือบเที่ยงของวันพุธ จากนั้นก็ไปเดินห้างสรรพสินค้าด้วยกันฉัตรกล้าพาคนรักไปช้อปปิ้งแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมให้เขาเป็นคนจ่ายเงินให้“ทำไมล่ะพี่”“แต่พี่ก็มีเงินของพี่ กล้าไม่เห็นจะต้องซื้อให้พี่เลย”“พี่ทำให้ผมรู้สึกนอยด์ยังไงก็ไม่รู้”“จะนอยด์อะไร
ฉัตรกล้าโทรศัพท์มาหาณิชาภาในเวลาห้าโมงเย็นของวันอังคารขณะที่เขากำลังขับรถออกจากไซต์งานก่อสร้าง“กล้ามีอะไรหรือเปล่าหรือจะให้พี่ซื้อกับข้าวไว้รอใช่ไหม”“ผมว่าเย็นนี้เราเข้ากรุงเทพกันเลยไหม”“ทำไมรีบร้อนจังล่ะ มีอะไรหรือเปล่า ตอนแรกเราคุยกันไว้ว่าจะไปเช้าวันพุธไม่ใช่เหรอ”“พอดีน้องสาวผมจะไปเที่ยววันพุธเช้าครับ เธอก็เลยอยากเจอพี่ณิชาก่อน พี่ณิชาเก็บของทันไหมอีกประมาณยี่สิบนาทีผมก็น่าจะถึงร้านทำผมแล้ว”“เราจะไปค้างที่นั่นกี่คืนล่ะกล้า” ณิชาภาถามเพื่อนที่เธอจะได้เตรียมชุดไปให้พอดี“พี่เตรียมชุดไปสำหรับสองคืนก็พอครับ เพราะวันพฤหัสตอนบ่ายผมมีงานต้องคุยกับหัวหน้าวิศวกร”“ถ้ากล้ามาถึงก่อนก็รออยู่ด้านล่างนะพี่ขอเวลาเก็บของนิดเดียว”“ผมเองก็มีของที่จะต้องเอาเหมือนกันครับ ถ้าพี่จัดของเสร็จก่อนผมก็รออยู่ที่ร้านทำผมนะครับ”ณิชาภารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่วันนี้ลูกค้าในร้านไม่เยอะเท่าไหร่เธอจึงอนุญาตให้พี่แมวกับอ้อกลับไปก่อน หญิงสาวจัดการปิดร้านเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปเก็บของใช้ลงกระเป๋าใบเล็กก่อนจะเดินลงมารอฉัตรกล้าด้านล่างอีกครั้งรอไม่นานชายหนุ่มก็ขับรถมาจอดหน้าหอพักเขายิ้มให้เธอก่อนจะวิ่งหายขึ้นไปบ
ณิชาภากำลังหลับสบายแต่ก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังไต่อยู่บนตัวหญิงสาวพยายามขยับหนีแต่สัมผัสนั้นเพิ่มมากขึ้นเธอลืมตาตื่นเราก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ร่างกายของตนเองนั้นเปลือยเปล่า ฉัตรกล้ากำลังใช้ปากร้อนดูดกลืนเม็ดเชอร์รี่เข้าปากราวกับคนอดอยากทั้งที่เมื่อคืนก็ดูดกินไปจนหนำใจแล้ว“อื้อ...กล้า”“ผมขอโทษที่ทำพี่ตื่น ขออีกรอบนะ”ณิชาภาไม่รู้จะตอบเขายังไง เพราะปากของเขาที่มันปรนเปรออยู่บนหน้าอกของเธอก็กระตุ้นให้หญิงสาวรู้สึกเสียวซ่าน เธอกัดริมฝีปากแน่นเพราะกลัวเสียงครางจะเล็ดลอดออกไปให้กับผู้เข้าพักได้ยิน ฉัตรกล้าเองก็เหมือนจะรู้ใจเขาผละปากร้อนออกจากเต้าอวบก่อนจะประกบจูบซับเสียงครางหวานของคนรัก เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดมือร้อนฟอนเฟ้นอกอิ่มกายสาวร้อนรุ่มมากขึ้นการแอบทำอะไรแบบนี้มันเพิ่มความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มผละจูบออกเขามองหน้าคนรักด้วยสายตาหื่นกระหาย“ผมรักพี่นะ ผมไม่เคยมีความต้องการใครมากมายแบบนี้มาก่อน พี่รู้สึกเหมือนกันใช่ไหม”เธอยิ้มอายๆ เธอเองก็คงไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ แค่สัมผัสจากมือร้อน เสียงอ้อนที่กระซิบแผ่วเบาของเขามันก็ทำให้หญิงสาวพร้อมที่จะกระโจนลงกองเพลิงตัณหา
หลังจากมีบทรักเร่าร้อนในตู้คอนเทนเนอร์ไปเมื่อสองคืนก่อนฉัตรกล้าก็รู้สึกว่าร่างกายของเขามันยังปลดปล่อยไม่หมด เขาอยากนอนกับเธออีกแต่ก็กลัวเสียงจะดังทำให้คนข้างห้องรู้และจะมองณิชาภาไม่ค่อยดีฉัตรกล้ามองนาฬิกาที่ผนังตอนนี้มันเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วแต่เขาก็ยังคงคิดถึงณิชาภาและนอนไม่หลับ ชายหนุ่มเดินออกมาจากนอกห้องและลังเลว่าจะไปเคาะประตูห้องหญิงสาวดีหรือเปล่าแต่เดินมายังไม่ถึงประตูห้องข้างๆ ของณิชาภาก็เปิดขึ้นหญิงสาวคนนั้นยิ้มให้ฉัตรกล้าก็ยิ้มตอบและกล่าวทักทายเพราะเคยเห็นหน้ากันมาหลายครั้ง“เวรดึกเหรอครับพี่” เขารู้เธอคนนี้ทำงานเป็นพยาบาลและการออกจากห้องเวลานี้ก็คงไปทำงานเวรดึกแน่ๆ“ค่ะช่วงนี้พี่เวรดึกติดติดกันหลายคืนเลย น้องยังไม่นอนอีกเหรอคะ”“นอนไม่ค่อยหลับครับ”“คนไม่ทำงานนอนไม่หลับแต่คนต้องไปทำงานอย่างพี่นี่แย่เลยค่ะง่วงแล้วง่วงอีก”“ขึ้นเวรดึกติดๆ กันหลายคืนไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ”“เหนื่อยก็ต้องทนค่ะ ขึ้นอีกสองคืนพี่ก็ได้หยุดแล้ว พี่ไปก่อนนะ”เมื่อพี่พยาบาลเดินออกไปแล้วฉัตรกล้าก็กลับมาที่ห้องของตัวเองและปิดไฟนอน ตอนนี้มันเป็นเวลาดึกมากแต่ก็เสียงเพลงจากงานที่จัดในตลาดก็ยิ่งดังมากขึ้น
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ฉัตรกล้าและณิชาภามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีใครสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองคนเพราะฉัตรกล้าก็ออกไปทำงานตามปกติและกลับมาจนมืดค่ำขณะที่ณิชาภาก็เปิดร้านทำผมแต่ระหว่างพักเธอและเขาก็มักจะ ไลน์หากันอยู่ตลอดชายหนุ่มไม่มีโอกาสใกล้ชิดหญิงสาวเลยเพราะรู้ว่าณิชาภากลัวคนอื่นจะเห็น เนื่องจากบริเวณหน้าห้องของเธอมีกล้องวงจรปิดอยู่และบางครั้งพนักงานก็มาจะย้อนดูกล้องวงจรปิดอยู่บ่อย ชายหนุ่มไม่อยากให้ใครว่าเขาเข้าไปในห้องของหญิงสาวไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นจะรู้นะแต่เพราะกลัวณิชาภาจะเสียหายและโกรธที่ไม่ยอมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่างที่ตกลงกันไว้หลังจากปิดร้านแล้วณิชาภาก็นั่งรอฉัตรกล้าอยู่ในร้านทำผมอย่างเดิม ขณะที่เธอแปลหนังสือนิยายอยู่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น“ว่าไงกล้ามีอะไรหรือเปล่า”“พี่ณิชาหิวหรือยัง”“ยังเลยเมื่อตอนบ่ายพี่กินขนมไปเยอะแล้วกล้าล่ะ ยังไม่เลิกงานอีกเหรอ”“งานผมยุ่งนิดหน่อยตอนนี้หิวมากเลยพี่ณิชาช่วยซื้ออะไรมาให้กินหน่อยได้ไหม”“จะให้พี่ไปหาที่ไซต์งานเหรอ”“ได้ไหมครับ งานของผมกำลังต่อเนื่องไม่อยากออกไปกินข้าวตอนนี้”“ส่งพิกัดให้พี่ด้วย กล้าอยากจะกิ
ณิชาภายอมรับแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังหลงฉัตรกล้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่รู้หรอกว่าเขาจะเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นของตายหรือของบรรเทาความใคร่ชั่วคราวหรือเปล่า แต่สำหรับเธอแล้วยอมรับเลยว่าไม่เคยรู้สึกหลงใหลและพิศวาสในเรื่องบนเตียงแบบนี้มาก่อนเมื่อเสียงแหบพร่าและสายตาอ้อนวอนร้องขอหญิงสาวก็ใจอ่อนทุกครั้ง กว่าเขาจะยอมแต่งตัวออกจากคอนโดก็เป็นเวลาเกือบ ห้าโมงเย็น“กล้าแวะร้านขายยาให้พี่หน่อยได้ไหม”“พี่เป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า”“พี่อยากซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน”“ทำไมต้องกิน”“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ กล้าปล่อยในตัวพี่จนไม่รู้เท่าไหร่ถ้าพี่ไม่กินแล้วคิดไว้ผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง”“ผมยินดีรับผิดชอบ ผมว่ามันคงดีมากๆ เลยถ้าจะมีณิชาภาตัวน้อยๆ มาอยู่ใกล้ๆ ทำให้ชีวิตของเราสองคนสมบูรณ์ขึ้น”“กล้าเรานอนด้วยกันวันแรกเองนะ ทำไมคิดไปไกลแบบนั้น”“หรือพี่คิดจะไม่จริงจังกับผมล่ะ มีผู้หญิงที่ไหนบ้างที่เขาคิดแบบนี้”“ก็มีพี่นี่ไง พี่บอกกล่าวแล้วว่าสถานะระหว่างเราบอกใครไม่ได้พี่ยังไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ บางทีการแอบคบกันแบบนี้มันอาจจะเป็นการแก้เคล็ดเรื่องที่พี่ถูกกล่าวหาก็ได้นะ”“ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมก็คงมีเป็นเมียเก็บของ พี่แต่ผมเ