“ว่างครับ ผมว่างตลอด” ฉัตรกล้าดีใจและไม่คิดเลยว่าพี่ณิชาจะเป็นกันเองกับเขามากขนาดนี้
“แล้วอยากกินอะไรล่ะ”
“ผมแล้วแต่พี่ณิชา พี่อยากพาผมไปกินร้านไหนผมกินได้ทุกอย่าง”
“ถ้างั้นไปร้านใกล้ๆ นี้แล้วกันนะ จะกล้าจะได้มีเวลาจัดของมากขึ้นส่วนร้านอื่นเดี๋ยวพี่ค่อยพาไปวันหลัง”
“ขอบคุณครับพี่ณิชา”
“พี่ขอตัวก่อนนะซักหกโมงครึ่งโมงเจอกันที่หน้าหอพักนะ”
“ได้ครับ” ฉัตรกล้ายิ้มหน้าบานไม่คิดเลยว่าการได้เจอพี่ณิชาวันแรกเขาก็จะได้ไปทานข้าวเย็นกับเธอแล้ว
ชายหนุ่มรู้สึกดีพี่ณิชาที่พี่ณิชายังจำเหตุการณ์วันนั้นได้ ถึงแม้เธอจะจำหน้าเขาไม่ได้ก็ตาม แต่จากนี้เขาจะต้องทำให้ตัวเองอยู่ในสายตาของพี่ณิชาตลอด ยิ่งได้คุยก็ยิ่งรู้สึกประทับใจมากขึ้นเรื่องอายุห่างกันสองปีไม่ใช่ปัญหาอีกทั้งเรื่องดวงกินผัวที่เสกสรรบอกมันก็ไม่ได้อยู่ในความคิดเขาเลย
ฉัตรกล้าเก็บของใช้เข้าที่แต่เขาลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองไม่ได้ซื้ออุปกรณ์เครื่องนอนมาเพราะคิดว่าที่นี่น่าจะเหมือนกับการเข้าพักที่โรงแรม
“ตายห่าละแล้วคืนนี้จะนอนยังไงวะ”
เขามองนาฬิกาอีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะถึงเวลานัดกับพี่ณิชาแล้วเขาไม่อยากผิดนัดกับเธอเลย
ชายหนุ่มเลยคิดว่าหลังจากทานอาหารเสร็จเขาจะชวนพี่ณิชาไปช่วยซื้อเครื่องนอนที่ห้างสรรพสินค้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่คืนแรกอาจจะทนนอนทั้งที่ยังไม่ได้ซักไปแบบนั้นก่อนแล้วค่อยเอาลงไปจ้างร้านซักรีดที่พี่ณิชาบอก
ร้านอาหารที่ณิชาภาชวนฉัตรกล้ามาทานเป็นร้านอาหารไม่ใหญ่มากมีโต๊ะนั่งไม่ถึง 10 โต๊ะ บรรยากาศค่อนข้างเป็นกันเองเหมือนการรับประทานอาหารในบ้าน
“กล้าอยากกินอะไรบ้าง” ณิชาภาส่งเมนูให้หนุ่มรุ่นน้อง
“พี่สั่งครับผมกินได้ทุกอย่าง”
“กินเผ็ดได้ไหม”
“พอได้ครับ”
“ถ้างั้นเอาเป็นห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน ผัดคะน้าน้ำมันหอย ต้มยำกุ้งน้ำข้นและยำผักบุ้งกรอบสี่อย่างพอไหม”
“พอครับ”
“พี่ณิชามากินร้านนี้บ่อยเหรอครับ”
“ก็ค่อนข้างบ่อยนะ ที่นี่อาหารอร่อยราคาไม่ค่อยแพงเท่าไหร่”
ฉัตรกล้าพยักหน้าแล้วยิ้มเขาไม่คิดเลยว่าพี่ณิชาจะพูดจาเป็นกันเองกับเขาแบบนี้
ชายหนุ่มไม่รู้หรอกว่าที่เธอทำแบบนี้เพราะเห็นเขาเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าหรือเขาเป็นผู้เข้าพักคนใหม่ แต่เขาไม่สนใจหรอก ขอแค่ได้อยู่ใกล้และได้เห็นรอยยิ้มของพี่ณิชาแบบนี้ก็ดีมาแล้ว
“เป็นไงบ้างของที่เอามาครบไหม” ณิชาภาถามราวกับเข้ามานั่งอยู่ในใจของฉัตรกล้า
“ตอนแรกผมก็ว่าคบกับพี่”
“แล้วตอนนี้ล่ะ”
“ผมคงชินกับการไปพักโรงแรมก็เลยไม่ได้เตรียมอุปกรณ์เครื่องนอนมาเลย” เขาลืมคิดเรื่องนี้ไปจริงๆ เพราะนี่เป็นการออกมาอยู่หอพักแบบนี้เป็นครั้งแรก
“แล้วคืนนี้จะนอนยังไงล่ะ ที่ห้องพี่พอมีถ้าไม่รังเกียจก็เอาของพี่ไปใช้ก่อนก็ได้ ส่วนของที่ซื้อก็เอาไปให้ร้านซักรีดบอกเขาว่ารีบใช้ วันเดียวก็น่าจะได้นะ”
“ผมเกรงใจพี่จัง”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกกล้าเป็นทั้งรุ่นน้องที่โรงเรียนแล้วยังเป็นคนมาเช่าห้องของพี่ด้วย พี่สิต้องเกรงใจที่ไม่บอกแต่แรกว่าต้องเตรียมอะไรมาบ้าง”
“ขอบคุณครับพี่” ฉัตรกล้ากล่าวขอบคุณจากนั้นอาหารก็มาเสิร์ฟพอดี
ทั้งสองใช้เวลาทานอาหารค่อนข้างนานเพราะทานไปด้วยคุยไปด้วยส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องในโรงเรียนเก่า ซึ่งไม่ว่าณิชาภาจะเล่าเรื่องอะไรฉัตรกล้าก็ดูเหมือนจะรู้เรื่องราวของหญิงสาวไปเสียทุกอย่างทั้งที่อยู่โรงเรียนนั้นแค่หนึ่งปี
“พี่ไม่รีบไปไหนใช่ไหมครับ”
“ไม่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่า”
“ผมว่าจะชวนพี่ไปช่วยซื้อของหน่อยครับ ผมไม่รู้ว่าต้องใช้ผ้าปูที่นอนขนาด”
“ไปได้สิเดี๋ยวซื้อแล้วขากลับก็เอาไปไว้ที่ร้านซักรีดเลยก็ได้ บอกเขาว่ารีบใช้วันเดียวก็น่าจะได้”
ฉัตรกล้าใช้เวลาขับรถจากร้านอาหารมาอย่างห้างสรรพสินค้าไม่ถึงสิบนาทีเพราะระยะทางมันไม่ได้ไกลมากอีกทั้งรถก็ไม่ได้ติดเหมือนตอนที่อยู่กรุงเทพ
เมื่อได้ชุดผ้าปูที่นอนปลอกหมอนและผ้าห่มแล้วฉัตรกล้าก็ซื้อของใช้จำเป็นเพิ่มอีกนิดหน่อยจากนั้นก็แวะซื้อของกินไปใส่ตู้เย็น เอาไว้สำหรับหิวยามดึกหรือไม่ก็ทานก่อนก่อนไปทำงานในตอนเช้า
“ป่านนี้ร้านซักรีดคงปิดแล้ว พี่ว่ากล้าของที่จะส่งซักไว้ในรถนี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยขับรถวนออกไปที่ร้านตอนเช้าก็ได้ ส่วนของพวกนี้เราช่วยกันถือก็น่าจะไหว กล้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเอารถมาเก็บ” ณิชาภาบอกเพราะถ้าต้องขับรถเอาของไปเก็บที่หอแล้วเอารถมาเก็บก็กลัวว่าชายหนุ่มจะเสียเวลา
เขาทำตามที่พี่ณิชาบอกเพราะของที่ซื้อมามันก็ไม่ได้เยอะมาก อีกอย่างถ้าเขาขับรถไปจอดที่ลานจอดรถเขาก็จะได้ยืดระยะเวลาคุยกับพี่ณิชาอีกนิดระหว่างที่เดินจากลาดจอดรถมายังหอพัก
“บันไดตรงนี้เอาไว้ขึ้นห้องพี่ณิชาเหรอครับ” ฉัตรกล้าถามเมื่อเดินผ่านด้านหลังแล้วเห็นมันได้บริเวณบันไดหนีไฟซึ่งมีลูกกรงปิดอีกชั้น
“ค่ะบันไดตรงนี้จะขึ้นห้องพี่ ส่วนถัดไปตรงนั้นจะเป็นบันไดหนีไฟของคนที่พักอยู่ในหอน่ะแต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครขึ้นด้านนี้หรอกเพราะทางมันค่อนข้างแคบ”
“ผมส่งพี่ณิชาตรงนี้เลยก็ได้นะครับ ขอบคุณมากที่พาไปเลี้ยงข้าวนะครับ” เขาหยุดตรงบันไดด้านหลังหอพัก
“ไม่เป็นไร ขาดเหลืออะไรก็บอกนะ”
ณิชาภาส่งถุงของใช้ให้กับฉัตรกล้าก่อนที่ตนเองจะเดินขึ้นบันไดหนีไฟ
ฉัตรกล้าอ้อมด้านหน้าและขึ้นตรงก็ขึ้นไปยังห้องพักของตัวเอง แล้วเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าพี่ณิชายังไม่ได้เอาอุปกรณ์เครื่องนอนให้เขาเลยชายหนุ่มโทรไปหารอสักพักพี่ณิชาก็กดรับ
“พี่ณิชาครับผมมีเรื่องรบกวนพี่”
“พี่ก็ว่าจะโทรหากล้าอยู่พอดีเลย เรื่องเครื่องนอนใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
“เดี๋ยวกล้าเปิดประตูออกมาแล้วเดินมาด้านขวาสุดนะพี่จะเอาของให้”
“ได้ครับ”
ชายหนุ่มเปิดประตูออกมาแล้วเดินไปยังด้านขวาสุดซึ่งตอนนี้พี่ณิชายืนรออยู่แล้ว
“ขอบคุณครับพี่ วันนี้ผมรบกวนพี่เยอะเหลือเกิน”
“ไม่เป็นไรหรอกการย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ๆ มันก็เป็นแบบนี้แหละ”
“คุณเช่าคนอื่นเขารบกวนพี่เยอะขนาดนี้ไหม”
“มันก็มีบ้าง กล้าเป็นผู้ชายของพวกนี้ก็เลยไม่ได้เตรียมที่เข้าใจ
“ถ้างั้นผมกลับห้องก่อนนะครับ”
เมื่อชายหนุ่มเดินกลับไปแล้วณิชาภาก็ปิดประตูห้องแล้วล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ปกติเธอไม่ค่อยเปิดประตูนี้ต้อนรับใครเท่าไหร่แต่วันนี้ขี้เกียจเดินอ้อมเอาของใช้ไปให้ฉัตรกล้าข้างหน้าก็เลยเลือกที่จะเปิดออก
หญิงสาวจัดการกับธุระส่วนตัวของตนเองแล้วก็นั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายของหอพักของหอพักและร้านทำผม
ถึงแม้จะบันทึกทุกอย่างไว้ในคอมพิวเตอร์แล้วแต่คนรอบคอบอย่างณิชาภาก็จะจดสรุปยอดทั้งหมดไว้ในสมุดอีกครั้ง เพราะมันเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่คอมพิวเตอร์เธอมีปัญหาทำให้ข้อมูลบางอย่างมันหายไป จากนั้นหญิงสาวหรือยอมเสียเวลาอีกนิดบันทึกทุกอย่างไว้ในคอมพิวเตอร์และสรุปยอดตัวเลขไว้ในสมุด
เมื่อชัดดาวน์คอมพิวเตอร์แล้วก็เอาสมุดบัญชีเก็บใน ใส่ลิ้นชักซึ่งในนั้นมีอัลบั้มรูปตั้งแต่สมัยเรียนรวมอยู่ด้วย
ณิชาภาหยิบอัลบั้มรูปขึ้นมาเปิดดู เธอจำได้ว่างานกีฬาสีตอนเธออยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 มีเด็กผู้ชายจากสีอื่นมาช่วยตีกลองแต่เธอก็ไม่แน่ใจว่าจะใช้ฉัตรกล้าคนนี้จริงๆ หรือเปล่าหญิงสาวเปิดรูปที่เพื่อนถ่ายให้ตั้งแต่เธอเป็นดรัมเมเยอร์เรียงลำดับมาจนถึงวันสุดท้ายที่มีการประกวดกองเชียร์แล้วเธอก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนตีกลองอยู่ด้านข้างกองเชียร์นั้นน่าจะเป็นฉัตรกล้าจริงๆนอกจากจะมีรูปที่เขาตีกลองข้างสแตนเชียร์แล้วยังมีรูปที่เขาถ่ายรวมกลุ่มกับกองเชียร์อีกด้วย ฉัตรกล้าในวันนั้นตัวสูงผอมและยังตัดผมทรงนักเรียนต่างจากในวันนี้ที่ดูโตขึ้นกว่าเดิมมาก เขาตัวสูงร่างกายบึกบึนกว่าเดิม อีกทั้งใบหน้าก็เกลี้ยงเกลาดูรวมแล้วก็จะเรียกได้ว่าจากเด็กชายในวันนั้นกลายเป็นในชายหนุ่มที่หล่อมากขึ้นจนเธอจำไม่ได้เลยทีเดียวการได้คุยกับเด็กที่มาจากโรงเรียนเดิมก็เหมือนกันได้คุยกับเพื่อนเก่า ณิชาภาเรียนอยู่โรงเรียนประจำอำเภอจากนั้นก็ไปเรียนที่กรุงเทพก่อนจะกลับมาดูแลกิจการแทนบิดามารดาในตัวจังหวัด นานๆ ครั้งถึงจะกลับไปตัวอำเภอเสียทีเธอเลยไม่ค่อยมีเพื่อนที่นี่เลยการมีฉัตรกล้ามาคุยด้วยก็เลยทำให้เธอนึกถึงเรื่องราวในอดีตซึ่งมีทั้ง
“มันก็มีส่วนอยู่นะแต่พี่คิดว่าถ้ามีแฟนแล้วต้องมาเจอปัญหามาเจอคำพูดเดิมๆ มาทำให้พี่ปวดหัวมากขึ้นพี่อยู่เป็นโสดแบบนี้ก็ดีกว่า”“แล้วคุณหมอที่อยู่คลินิกล่ะคะ หนูเห็นชอบแวะมาหาพี่ณิชาเรื่อยเลย”“เราก็แค่เพื่อนกันน่ะ”“แต่หนูว่าหมอเขาไม่ได้คิดกับพี่แค่เพื่อนนะคะ แล้วหมอเขาเป็นคนรุ่นใหม่ คงไม่สนใจคำพูดพวกนั้นหรอกค่ะ”“พี่ก็ไม่รู้ว่าเขาคิดไหม บางทีการคบกับใครสักคนเราไม่ได้คบกับเขาแค่คนเดียวนะ เพราะเราต้องคบกับครอบครัวของเขาด้วยถ้าเกิดเขารับได้ ไม่ได้คิดมากเรื่องนี้แต่ครอบครัวของเขารับไม่ได้ขึ้นมาล่ะ ถึงตอนนั้นพี่กับเขาคบกันไปแล้วพี่ว่าก็ต้องเสียใจกันทั้งคู่แน่ๆ ถ้าจะต้องเลิกกัน”“แต่ถ้าเป็นหนูนะ หนูรักใครแล้วก็จะรักจริงๆ ไม่สนใจคำพูดพวกนั้นหรอกค่ะพี่”“ใครรักใครกันจ๊ะ” เสียงของพี่แมวถามขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วได้ยินไม่ค่อยถนัด“สวัสดีค่ะพี่แมว”“สวัสดีค่ะน้องณิชา สวัสดีจ้ะอ้อ ว่าไงจ๊ะคุยเรื่องอะไรกันได้ยินว่ารักใครหรือมีใครแอบมารักน้องณิชาของพี่อีก”“ก็คุณหมอสุดหล่อไงคะพี่แมว อ้อกำลังเชียร์ให้พี่ณิชาคบกับคุณหมอสุดหล่อ”“อุ๊ย พี่ก็จะขอเชียร์ด้วยคนอะไรทั้งหล่อทั้งใจดีชอบซื้อขนมมาฝาก พี่ว่า
ฉัตรกล้านั่งทำงานอยู่ที่ตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งดัดแปลงเป็นสำนักงานชั่วคราวเพลินไปหน่อย พอเงยหน้ามาอีกทีก็เป็นเวลา เกือบจะสองทุ่มแล้วเย็นนี้เขาว่าจะชวนพี่ณิชาไปทานข้าวด้วยกันแต่ก็ยุ่งทั้งวันจนลืมโทรศัพท์ไปชวนหญิงสาวและกว่าเขาจะขับรถไปถึงหอพักพี่ณิชาก็น่าทานข้าวและกลับห้องพักแล้วชายหนุ่มเลยแวะทานอาหารตามสั่งๆ ก่อนจะขับรถกลับเข้ามาจอดบริเวณอาคารจอดรถ จากนั้นก็เดินกลับมาที่หอพักแสงไฟจากร้านของพี่ณิชายังสว่างจ้า พอมองเข้าไปก็เห็นว่าหญิงสาวนั่งอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่งท่าทางกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น ฉัตรกล้าเคาะประตูกระจกพอเธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มเขาก็เปิดประตูเข้าไปด้านใน“กล้ามีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าครับผมเห็นว่ามันดึกแล้วแต่ไฟที่ร้านของพี่ยังเปิดก็เลยแวะเข้ามาดู พี่บอกว่าร้านปิดประมาณ 5 โมงนี่ครับ”“พอดีพี่มีงานอย่างอื่นด้วยนะ ก็เลยนั่งทำเพลินไปหน่อยแล้วกล้าละเพิ่งกลับมาจากที่ทำงานเหรอ”“ครับ พอดีวันนี้งานยุ่งนิดหน่อย พี่ณิชากินข้าวหรือยัง”“พี่กินแล้ว กล้าล่ะ”“ผมแวะกินร้านตามสั่งระหว่างทางมาแล้วครับ ปกติพี่ณิชานั่งทำงานที่นี่จนดึกแบบนี้บ่อยไหม” ที่ถามเพราะรู้สึกเป็นห่วงมากเพราะดึกขนาดนี้ร้านซักรีดกั
เช้าวันพุธฉัตรกล้าตื่นนอนแต่เช้าเขาลงมารอพี่ณิชาตั้งแต่ยังไม่ เก้านาฬิกาพอถึงเวลานัดณิชาภาก็ลงมาจากหอพัก“กล้าลงมารอพี่นานแล้วใช่ไหม”“ผมลงมาก่อนหน้าพี่ไม่นานครับ เพิ่งเอารถมาจอดเมื่อกี้นี้เอง”“พี่ณิชากินอะไรหรือยัง”“ยังเลย”“เราหาอะไรกินก่อนไปดีไหมครับ”“ร้านแถวนี้ยังไม่ค่อยเปิดกันเรา มีร้านต้มเลือดหมูอยู่ในตลาดกินได้ไหม ”“ได้ครับไม่มีปัญหาพี่บอกทางผมก็แล้วกันนะ”ฉัตรกล้าเปิดประตูให้พี่ณิชาขึ้นไปนั่งบนรถเอสยูวีสีขาวเจ็ดที่นั่งยี่ห้อที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ขับรถมุ่งหน้าสู่กรุงเทพโดยมีณิชาภานั่งอยู่ข้างๆ“ปกติพี่ต้องเข้าสำนักพิมพ์บ่อยไหมครับ” เขาเริ่มชวนคุยเมื่อขับรถออกมาถนนหลัก“ไม่นะ นานๆ ครั้งถึงจะเข้าแล้วกล้าล่ะ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เข้ากรุงเทพบ่อยไหม”“เพิ่งจะเข้าก็วันนี้แหละ ครับผมจะเข้าไปเคลียร์งานนิดหน่อยจากนั้นก็น่าจะอยู่ที่นครปฐมยาวเลย”“พี่ได้ข่าวมาว่าโครงการโรงเรียนเอกชนที่กำลังสร้างมีหลายอาคารเลยใช่ไหม แบบนี้คงใช้เวลานานมาก”“ระยะเวลาตามสัญญาก็สองปีครับพี่ แต่ผมคิดว่าน่าจะเสร็จก่อนสักประมาณหนึ่งเดือน” เขาประเมินแล้วว่าถ้าทุกอย่างเป็นไปต
เพราะรีบมาหาณิชาภาฉัตรกล้าเลยไม่ได้เอาเครื่องชงกาแฟมาชายหนุ่มเลยไปเลือกซื้อเครื่องใหม่โดยมีณิชาภาคอยช่วยเลือก“พี่ว่ารุ่นนี้ก็ดีเหมือนกันนะ ขนาดตัวเครื่องเล็กและใช้กับแคปซูลได้หลายขนาดเลยราคาก็ไม่สูงเท่าไหร่”“ผมก็สนใจเครื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ ถ้างั้นตกลงผมเอาเครื่องนี้แล้วกัน ถ้าพี่จะไปชงกาแฟก็ไปในห้องผมเลยนะครับเดี๋ยวผมจะให้กุญแจบ้านอีกชุดหนึ่ง”“ที่ห้องพี่ก็มีพี่จะไปชงที่ห้องกล้าทำไมล่ะ”“นั่นสิครับผมลืมไปเลย”“นอกจากเครื่องชงกาแฟแล้วมีอะไรอีกไหม”“พี่ณิชาช่วยไปดูเครื่องซักผ้าหน่อยได้ไหม“ที่หอพักก็มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญอยู่ข้างล่างแล้ว กล้าจะซื้ออีกทำไม”“ผมอยากได้เครื่องเล็กๆ กะทัดรัดหน่อยครับเอาไว้ปั่นชุดนอนกับชุดชั้นในแล้วก็พวกถุงเท้า ของพวกนี้ผมไม่ค่อยอยากใช้เครื่องปนกับคนอื่นจะส่งที่ร้านเกรงใจครับ”ณิชาภาเห็นด้วยกับความคิดของเขาเพราะเธอเองก็มีเครื่องซักผ้าเล็กๆ อยู่ตรงระเบียงเหมือนกัน“เดี๋ยวพี่ช่วยดูก็แล้วกันนะ ไม่รู้จะมีเครื่องเล็กอย่างที่กล้าต้องการหรือเปล่า”หลังจากเดินวนอยู่นานฉัตรกล้าได้เครื่องซักผ้าขนาดเล็กที่มีความจุเพียงสี่กิโลกรัมเท่านั้น เวลาเอาไปตั้งไว้ระเบีย
เมื่อส่งณิชาภาเสร็จแล้วฉัตรกล้าก็เข้ามาบริษัทและประชุมกับผู้บริหารและตรวจเอกสารนิดหน่อย ก่อนจะแวะไปหาบิดามารดาที่บ้าน“ลูกชายแม่หายไปนานเลยนะงานยุ่งเหรอ”“ไม่เท่าไหร่ครับแม่”“นึกยังไงแวะมาหาแม่กลางสัปดาห์แบบนี้ล่ะ”“ผมเข้ามาเซ็นเอกสารที่บริษัทนิดหน่อย คิดถึงพ่อกับแม่ก็เลยแวะมาหา”“ดูลูกชายคุณสิพูดอย่างกับเป็นเด็กสามขวบ คิดถึงพ่อกับแม่”“ผมคิดถึงพ่อกับแม่จริงๆ ครับ”“คิดถึงก็คิดถึงแล้วยังไงคืนนี้ค้างที่นี่สักคืนไหม เย็นนี้ดูท่าแล้วฝนจะตกหนักพ่อไม่อยากให้ต้องขับรถกลับไปเลย”“ไม่ได้หรอกครับผมไม่ได้มาคนเดียว”“แล้วมากับใคร ไหนล่ะ” คุณลักขณาชะโงกหน้ามองไปทางหน้าบ้าน“แม่ไม่ต้องมองหาหรอกครับ ที่ผมบอกว่าไม่ได้มาคนเดียวคือผมมากับพี่ณิชาแต่พี่เขาไปทำธุระครับเรานัดกันอีกทีตอนบ่าย”“แล้วเมื่อไหร่จะพาเขามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักล่ะ”“ใจเย็นสิครับแม่ขืนพามาแนะนำเขาก็ได้ตกใจกันพอดี”“นี่แสดงว่าจีบไม่ติดยังไม่ติดใช่ไหม มันสามเดือนแล้วนะ มัวช้าอะไรอยู่ ปกติแม่เห็นเราใช้เวลาจีบใครไม่นานแบบนี้เลย”“พี่เขามีปมในใจผมต้องค่อยๆ คลี่ปมออกทีละนิด”“เรื่องที่เล่าให้แม่ฟังครั้งก่อนใช่ไหม”“ครับแม่ แต่ตอนนี้ผม
ณิชาภามองเวลาบนโทรศัพท์มือถือแล้วก็ถอนหายใจเพราะตอนนี้มันเกือบจะสี่ทุ่มแล้วแต่ฝนก็ยังคงตกอย่างหนัก“ผมว่าคืนนี้เราคงกลับนครปฐมไม่ได้แล้วล่ะ พี่ณิชาค้างที่นี่เลยไหมพรุ่งนี้ค่อยออกกันแต่เช้า ถ้าจะให้ขับรถตอนนี้ผมก็ว่ามันอันตรายเกินไป ฝนข้างนอกยังตกหนักมากผมกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุแต่ถ้าจะรอให้ฝนหยุดผมก็ไม่รู้ว่ามันจะหยุดตอนไหนเราค้างที่นี่กันเถอะนะ” ฉัตรกล้าพยายามหว่านล้อม“แต่พี่ไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย”“ไม่เป็นไรพี่ใส่เสื้อผ้าผมก่อนก็ได้ ส่วนเสื้อผ้าพี่เดี๋ยวเราก็โยนใส่เครื่องพรุ่งนี้เช้าก็ใส่ชุดเดิมกลับตกลงไหม”ณิชาภาลังเลแต่เมื่อฟังเหตุผลของฉัตรกล้าแล้วเขาก็ยอมตกลงเพราะเธอเองก็กลัวจะเกิดอุบัติเหตุเหมือนกัน“ถ้างั้นพี่ณิชาเข้าไปอาบน้ำก่อนเลยเดี๋ยวผมเอาชุดนอนของผมกับผ้าเช็ดตัวมาให้นะ” ฉัตรกล้าหายเข้าไปในห้องจากนั้นก็เดินกลับออกมาพร้อมชุดคลุมอาบน้ำผ้าเช็ดตัวและชุดนอน“ห้องอยู่ในห้องนอนน่ะครับ ห้องข้างนอกไม่มีอุปกรณ์อาบน้ำ พี่ณิชาเข้าไปใช้ได้เลยเดี๋ยวผมจะลงไปซื้อแปรงสีฟันนะครับ เพราะของผมเองก็ไม่มีเหมือนกัน นอกจากแปรงสีฟันแล้วพี่ณิชาจะฝากเอาอะไรอีกไหม”“ไม่เป็นไรเอาแค่แปรงสีฟันก็ได้” แม้อ
ณิชาภาร้องไห้เธอรู้สึกดีกับผู้ชายคนนี้มากๆ และกลัวว่าจะเสียเขาไปหากว่าเธอตกลงคบกับเขา“ผมจะอยู่กับพี่เราจะอยู่กันจนแก่เฒ่าไปด้วยกันนะ” ฉัตรกล้าขยับเข้ามาใกล้เขาใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาของเธอออกเบาๆ ณิชาภารู้สึกอบอุ่นกับสัมผัสของมือใหญ่ เมื่อฉัตรกล้าโอบไปบนไหล่ เธอก็ใช้เอียงศีรษะพิงกับหัวไหล่ของเขา รู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของฉัตรกล้า แม้เขาจะอายุน้อยกว่าเธอสองปีแต่หญิงสาวไม่ได้รู้สึกถึงความแตกต่างนั้นเลยสักนิด“กล้าสัญญานะว่าจะไม่ประมาท ไม่ว่ากับอะไรทั้งนั้น” ใจหนึ่งก็กลัวเสียฉัตรกล้าไปอีกใจหนึ่งก็อยากให้เขาอยู่ข้างกายแบบนี้เพราะรู้สึกอบอุ่นและไม่โดดเดี่ยวเหมือนที่ผ่านมาเมื่อคุยกันจนเข้าใจแล้วว่าจะลองคบกันดูฉัตรกล้าก็พาณิชาภาเข้าไปนอนในห้องนอนทั้งสองนอนเตียงเดียวกันโดยใช้หมอนข้างกั้นไว้ตรงกลาง เพราะมันดึกมากแล้วเมื่อหัวถึงหมอนทั้งสองคนก็เลยหลับลงอย่างง่ายดายรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็เป็นเวลาเช้าฉัตรกล้าตื่นนอนมาก่อนเขานอนตะแคงเอามือรองศีรษะและมองณิชาภาอยู่นานจนกระทั่งหญิงสาวรู้สึกตัวตื่น“กล้าตื่นนานแล้วเหรอ นี่กี่โมงแล้ว”“เพิ่ง 6 โมงเอง”“เมื่อคืนหลับสบายดีไหม”“ไม่เท่าไหร่ครับ”“เพรา
ณิชาภาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์จากนั้นเธอก็ออกมาพักฟื้นที่บ้านของฉัตรกล้า ระหว่างนี้บิดามารดาและน้องสาวของฉันกล้าก็ช่วยกันเตรียมงานแต่งงานไปด้วยพอถึงงานแต่งงานณิชาภาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากๆ เพราะฉัตรกล้าชวนเพื่อนๆ ของเธอสมัยมัธยมและสมัยมหาวิทยาลัยอีกทั้งยังให้รถไปรับพนักงานที่หอพักกับร้านเสริมสวยมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยชายหนุ่มจัดการทุกอย่างจนณิชาภาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยในงานแต่งทุกคนต่างแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวไม่มีใครพูดถึงดวงกินผัวให้ณิชาภาต้องรู้สึกไม่ดี อีกทั้งครอบครัวของฉัตรกล้าก็มีความหวังดีและยอมรับเธอมาเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วยความเต็มใจ ณิชาภายิ้มอย่างมีความสุขเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้แต่งงานแบบนี้หลังจากแต่งงานแล้วฉันกล้าก็ทำให้ณิชาภาต้องประหลาดใจอีกอย่างเมื่อเขาซื้อบ้านและตกแต่งมันอย่างเรียบร้อยพร้อมให้เธอเข้าไปอยู่ แต่เขาไม่ได้ให้เธอย้ายออกจากหอพักเพราะรู้ว่าเธอผูกพันกับที่นั่น แต่ทุกครั้งที่จะไปค้างฉัตรกล้าก็จะขอตามไปด้วยเสมอหลังจากแต่งงานมาหนึ่งเดือนทุกอย่างก็เข้าที่ ตอนเช้าณิชาภาจะตื่นเช้ามาทำกับข้าวจากนั้นฉัตรกล้าก็จะไปท
“สี่วันแล้วนะครับแม่เมื่อไหร่พี่ณิชาจะตื่น”“หมอก็บอกแล้วว่าต้องใช้เวลา กล้าอย่ากังวลไปเลยนะ”“จะไม่ให้ผมกังวลได้ยังไงล่ะครับแม่ คนที่นอนอยู่โรงพยาบาลควรเป็นผมมากกว่า”“กล้าก็คิดว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับดวงไหม”“ไม่เลยครับแม่ ถ้าพี่น่ะณิชามีดวงแบบนั้นจริงๆ คนที่เจ็บก็น่าจะเป็นผมไม่ใช่เธอ”“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง” คุณวุฒิศักดิ์ถามลูกชาย“เช็กจากจ้องกล้องวงจรปิดแล้วครับ มีคนแอบตัดสายเบรกรถผมจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่เราอยู่ร้านอาหาร”“จับได้หรือยังล่ะ”“ตำรวจกำลังตามจับตัวอยู่ ส่วนเรื่องที่ไซต์งานมีปัญหาก็เป็นการสร้างสถานการณ์ เพชรสอบสวนหัวหน้าวิศวกรแล้วเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ส่วนหัวหน้าคนงานตอนนี้เราก็ยังตามตัวไม่เจอผมว่าก็น่าจะเป็นเขานั่นแหละที่ทำเรื่องแบบนี้”“กล้าไปขัดแข้งขัดขาใครหรือเปล่าทำไมพวกเขาถึงอยากจะทำร้าย”“ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เราประมูลโครงการใหญ่นี้ได้ บางทีเจ้าถิ่นก็อาจจะไม่ชอบก็ได้”“ไม่ชอบแล้วยังไง แล้วก็งานนี้เขาเปิดให้คนประมูลทั่วประเทศเขาไม่มีความสามารถ เขาประมูลไม่ได้เองแต่มาทำร้ายกันถ้าตำรวจจับได้ต้องดำเนินคดีให้หนักเลย เล่นไม่ซื่อแบบนี้พ่อไม่เห็นด้วย ระหว่างนี้กล้าก
ณิชาภาสวมเดรสสีฟ้าอ่อนความยาวคลุมเข่าใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ผมที่เคยปล่อยก็รวบเป็นมวลสวยทำให้ฉัตรกล้านึกถึงวันแรกที่เขาเห็นเธอเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน วันใจเต้นแรงมาก และวันนี้เธอก็ยังทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนวันนั้นไม่มีผิด“พี่ณิชาของผมสวยมากเลย สวยจริงๆ นะ”“กล้าก็ชมพี่แบบนี้ตลอดจนพี่จะตัวลอยแล้ว”“ก็พี่ก็พี่สวยจริงๆ ผ่านมาสิบกว่ากว่าปีแต่พี่ณิชาก็ยังสวยและผมว่าตอนนี้พี่สวยมากขึ้นด้วยนะ”“ที่บอกรักพี่บ่อยๆ เพราะความสวยเหรอ”“ตอนแรกผมตกหลุมรักพี่เพราะความสวย แต่พอได้อยู่ใกล้ก็รู้สึกว่าพี่เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีคนหนึ่งผมอยู่กับพี่ผมมีความสบายใจมากๆ เลยนะเหมือนเป็นที่เหมือนเป็นเซฟโซนของผมเลย”“กล้าก็เป็นเซฟโซนของพี่เหมือนกัน พี่ไม่เคยเปิดใจพูดคุยอะไรกับใครได้ทุกเรื่องเหมือนกล้ามาก่อน”“ถ้าหากวันนั้นผมกล้ามากกว่านี้ผมคงจะเข้าไปจีบพี่ตั้งแต่ตอนนั้น”“แล้วทำไมถึงไม่ไปจีบล่ะ บางทีถ้ากล้าไปจีบตอนนั้นเราอาจจะได้คบกันก็ได้นะ”“ก็ตอนนั้นพี่ณิชามีแฟนอยู่แล้ว อีกอย่างหน้าตาผมมันก็ดูไม่ได้เลย หัวเกียนผอมสูงแถมยังดัดฟัน อีกผู้หญิงที่ไหนเขาจะชอบล่ะ”“แต่ตอนนี้กล้าของพี่หล่อมากๆ เลยนะไม่รู
กลับมาถึงคอนโดมิเนียมฉัตรกล้าก็แทบจะกระโจนเข้าใส่ณิชาภาเขาไม่ปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไรค่า กว่าจะยอมให้ณิชาภาได้นอนพักก็ผ่านไปแล้วหลายชั่วโมงณิชาภาเหนื่อยจน ไม่มีแรงจะลุกไปเข้าห้องน้ำฉัตรกล้าต้องเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดเพื่อให้หญิงสาวนอนหลับอย่างสบาย“ผมรักพี่ณิชานะครับรักมาก พี่ว่าครอบครัวผมเป็นยังไงบ้างโอเคไหม”“พ่อกับแม่ของกล้าดูใจดี ส่วนพี่และน้องของกล้าก็เป็นกันเองมากพี่ไม่คิดเลยว่ากล้าจะมีครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ ที่ผ่านมากล้าไม่เคยเล่าให้พี่ฟังเลยว่ากล้าเป็นใครมาจากไหน พี่รู้แค่กล้าเป็นวิศวกรเท่านั้น”“ผมจะเป็นใครมาจากไหนมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงผมก็คือเด็กดีของพี่”“ขอบคุณนะกล้าที่รับพี่เข้ามาในชีวิต”“ในเมื่อพี่เข้ามาในชีวิตของผมแล้วผมก็ไม่ยอมให้พี่ก้าวออกไปอย่างแน่นอน” ฉัตรกล้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยทั้งสองคนตื่นนอนในเวลาเกือบเที่ยงของวันพุธ จากนั้นก็ไปเดินห้างสรรพสินค้าด้วยกันฉัตรกล้าพาคนรักไปช้อปปิ้งแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมให้เขาเป็นคนจ่ายเงินให้“ทำไมล่ะพี่”“แต่พี่ก็มีเงินของพี่ กล้าไม่เห็นจะต้องซื้อให้พี่เลย”“พี่ทำให้ผมรู้สึกนอยด์ยังไงก็ไม่รู้”“จะนอยด์อะไร
ฉัตรกล้าโทรศัพท์มาหาณิชาภาในเวลาห้าโมงเย็นของวันอังคารขณะที่เขากำลังขับรถออกจากไซต์งานก่อสร้าง“กล้ามีอะไรหรือเปล่าหรือจะให้พี่ซื้อกับข้าวไว้รอใช่ไหม”“ผมว่าเย็นนี้เราเข้ากรุงเทพกันเลยไหม”“ทำไมรีบร้อนจังล่ะ มีอะไรหรือเปล่า ตอนแรกเราคุยกันไว้ว่าจะไปเช้าวันพุธไม่ใช่เหรอ”“พอดีน้องสาวผมจะไปเที่ยววันพุธเช้าครับ เธอก็เลยอยากเจอพี่ณิชาก่อน พี่ณิชาเก็บของทันไหมอีกประมาณยี่สิบนาทีผมก็น่าจะถึงร้านทำผมแล้ว”“เราจะไปค้างที่นั่นกี่คืนล่ะกล้า” ณิชาภาถามเพื่อนที่เธอจะได้เตรียมชุดไปให้พอดี“พี่เตรียมชุดไปสำหรับสองคืนก็พอครับ เพราะวันพฤหัสตอนบ่ายผมมีงานต้องคุยกับหัวหน้าวิศวกร”“ถ้ากล้ามาถึงก่อนก็รออยู่ด้านล่างนะพี่ขอเวลาเก็บของนิดเดียว”“ผมเองก็มีของที่จะต้องเอาเหมือนกันครับ ถ้าพี่จัดของเสร็จก่อนผมก็รออยู่ที่ร้านทำผมนะครับ”ณิชาภารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่วันนี้ลูกค้าในร้านไม่เยอะเท่าไหร่เธอจึงอนุญาตให้พี่แมวกับอ้อกลับไปก่อน หญิงสาวจัดการปิดร้านเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปเก็บของใช้ลงกระเป๋าใบเล็กก่อนจะเดินลงมารอฉัตรกล้าด้านล่างอีกครั้งรอไม่นานชายหนุ่มก็ขับรถมาจอดหน้าหอพักเขายิ้มให้เธอก่อนจะวิ่งหายขึ้นไปบ
ณิชาภากำลังหลับสบายแต่ก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังไต่อยู่บนตัวหญิงสาวพยายามขยับหนีแต่สัมผัสนั้นเพิ่มมากขึ้นเธอลืมตาตื่นเราก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ร่างกายของตนเองนั้นเปลือยเปล่า ฉัตรกล้ากำลังใช้ปากร้อนดูดกลืนเม็ดเชอร์รี่เข้าปากราวกับคนอดอยากทั้งที่เมื่อคืนก็ดูดกินไปจนหนำใจแล้ว“อื้อ...กล้า”“ผมขอโทษที่ทำพี่ตื่น ขออีกรอบนะ”ณิชาภาไม่รู้จะตอบเขายังไง เพราะปากของเขาที่มันปรนเปรออยู่บนหน้าอกของเธอก็กระตุ้นให้หญิงสาวรู้สึกเสียวซ่าน เธอกัดริมฝีปากแน่นเพราะกลัวเสียงครางจะเล็ดลอดออกไปให้กับผู้เข้าพักได้ยิน ฉัตรกล้าเองก็เหมือนจะรู้ใจเขาผละปากร้อนออกจากเต้าอวบก่อนจะประกบจูบซับเสียงครางหวานของคนรัก เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดมือร้อนฟอนเฟ้นอกอิ่มกายสาวร้อนรุ่มมากขึ้นการแอบทำอะไรแบบนี้มันเพิ่มความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มผละจูบออกเขามองหน้าคนรักด้วยสายตาหื่นกระหาย“ผมรักพี่นะ ผมไม่เคยมีความต้องการใครมากมายแบบนี้มาก่อน พี่รู้สึกเหมือนกันใช่ไหม”เธอยิ้มอายๆ เธอเองก็คงไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ แค่สัมผัสจากมือร้อน เสียงอ้อนที่กระซิบแผ่วเบาของเขามันก็ทำให้หญิงสาวพร้อมที่จะกระโจนลงกองเพลิงตัณหา
หลังจากมีบทรักเร่าร้อนในตู้คอนเทนเนอร์ไปเมื่อสองคืนก่อนฉัตรกล้าก็รู้สึกว่าร่างกายของเขามันยังปลดปล่อยไม่หมด เขาอยากนอนกับเธออีกแต่ก็กลัวเสียงจะดังทำให้คนข้างห้องรู้และจะมองณิชาภาไม่ค่อยดีฉัตรกล้ามองนาฬิกาที่ผนังตอนนี้มันเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วแต่เขาก็ยังคงคิดถึงณิชาภาและนอนไม่หลับ ชายหนุ่มเดินออกมาจากนอกห้องและลังเลว่าจะไปเคาะประตูห้องหญิงสาวดีหรือเปล่าแต่เดินมายังไม่ถึงประตูห้องข้างๆ ของณิชาภาก็เปิดขึ้นหญิงสาวคนนั้นยิ้มให้ฉัตรกล้าก็ยิ้มตอบและกล่าวทักทายเพราะเคยเห็นหน้ากันมาหลายครั้ง“เวรดึกเหรอครับพี่” เขารู้เธอคนนี้ทำงานเป็นพยาบาลและการออกจากห้องเวลานี้ก็คงไปทำงานเวรดึกแน่ๆ“ค่ะช่วงนี้พี่เวรดึกติดติดกันหลายคืนเลย น้องยังไม่นอนอีกเหรอคะ”“นอนไม่ค่อยหลับครับ”“คนไม่ทำงานนอนไม่หลับแต่คนต้องไปทำงานอย่างพี่นี่แย่เลยค่ะง่วงแล้วง่วงอีก”“ขึ้นเวรดึกติดๆ กันหลายคืนไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ”“เหนื่อยก็ต้องทนค่ะ ขึ้นอีกสองคืนพี่ก็ได้หยุดแล้ว พี่ไปก่อนนะ”เมื่อพี่พยาบาลเดินออกไปแล้วฉัตรกล้าก็กลับมาที่ห้องของตัวเองและปิดไฟนอน ตอนนี้มันเป็นเวลาดึกมากแต่ก็เสียงเพลงจากงานที่จัดในตลาดก็ยิ่งดังมากขึ้น
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ฉัตรกล้าและณิชาภามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีใครสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองคนเพราะฉัตรกล้าก็ออกไปทำงานตามปกติและกลับมาจนมืดค่ำขณะที่ณิชาภาก็เปิดร้านทำผมแต่ระหว่างพักเธอและเขาก็มักจะ ไลน์หากันอยู่ตลอดชายหนุ่มไม่มีโอกาสใกล้ชิดหญิงสาวเลยเพราะรู้ว่าณิชาภากลัวคนอื่นจะเห็น เนื่องจากบริเวณหน้าห้องของเธอมีกล้องวงจรปิดอยู่และบางครั้งพนักงานก็มาจะย้อนดูกล้องวงจรปิดอยู่บ่อย ชายหนุ่มไม่อยากให้ใครว่าเขาเข้าไปในห้องของหญิงสาวไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นจะรู้นะแต่เพราะกลัวณิชาภาจะเสียหายและโกรธที่ไม่ยอมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่างที่ตกลงกันไว้หลังจากปิดร้านแล้วณิชาภาก็นั่งรอฉัตรกล้าอยู่ในร้านทำผมอย่างเดิม ขณะที่เธอแปลหนังสือนิยายอยู่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น“ว่าไงกล้ามีอะไรหรือเปล่า”“พี่ณิชาหิวหรือยัง”“ยังเลยเมื่อตอนบ่ายพี่กินขนมไปเยอะแล้วกล้าล่ะ ยังไม่เลิกงานอีกเหรอ”“งานผมยุ่งนิดหน่อยตอนนี้หิวมากเลยพี่ณิชาช่วยซื้ออะไรมาให้กินหน่อยได้ไหม”“จะให้พี่ไปหาที่ไซต์งานเหรอ”“ได้ไหมครับ งานของผมกำลังต่อเนื่องไม่อยากออกไปกินข้าวตอนนี้”“ส่งพิกัดให้พี่ด้วย กล้าอยากจะกิ
ณิชาภายอมรับแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังหลงฉัตรกล้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่รู้หรอกว่าเขาจะเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นของตายหรือของบรรเทาความใคร่ชั่วคราวหรือเปล่า แต่สำหรับเธอแล้วยอมรับเลยว่าไม่เคยรู้สึกหลงใหลและพิศวาสในเรื่องบนเตียงแบบนี้มาก่อนเมื่อเสียงแหบพร่าและสายตาอ้อนวอนร้องขอหญิงสาวก็ใจอ่อนทุกครั้ง กว่าเขาจะยอมแต่งตัวออกจากคอนโดก็เป็นเวลาเกือบ ห้าโมงเย็น“กล้าแวะร้านขายยาให้พี่หน่อยได้ไหม”“พี่เป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า”“พี่อยากซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน”“ทำไมต้องกิน”“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ กล้าปล่อยในตัวพี่จนไม่รู้เท่าไหร่ถ้าพี่ไม่กินแล้วคิดไว้ผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง”“ผมยินดีรับผิดชอบ ผมว่ามันคงดีมากๆ เลยถ้าจะมีณิชาภาตัวน้อยๆ มาอยู่ใกล้ๆ ทำให้ชีวิตของเราสองคนสมบูรณ์ขึ้น”“กล้าเรานอนด้วยกันวันแรกเองนะ ทำไมคิดไปไกลแบบนั้น”“หรือพี่คิดจะไม่จริงจังกับผมล่ะ มีผู้หญิงที่ไหนบ้างที่เขาคิดแบบนี้”“ก็มีพี่นี่ไง พี่บอกกล่าวแล้วว่าสถานะระหว่างเราบอกใครไม่ได้พี่ยังไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ บางทีการแอบคบกันแบบนี้มันอาจจะเป็นการแก้เคล็ดเรื่องที่พี่ถูกกล่าวหาก็ได้นะ”“ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมก็คงมีเป็นเมียเก็บของ พี่แต่ผมเ