ณิชาภาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์จากนั้นเธอก็ออกมาพักฟื้นที่บ้านของฉัตรกล้า ระหว่างนี้บิดามารดาและน้องสาวของฉันกล้าก็ช่วยกันเตรียมงานแต่งงานไปด้วยพอถึงงานแต่งงานณิชาภาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากๆ เพราะฉัตรกล้าชวนเพื่อนๆ ของเธอสมัยมัธยมและสมัยมหาวิทยาลัยอีกทั้งยังให้รถไปรับพนักงานที่หอพักกับร้านเสริมสวยมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยชายหนุ่มจัดการทุกอย่างจนณิชาภาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยในงานแต่งทุกคนต่างแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวไม่มีใครพูดถึงดวงกินผัวให้ณิชาภาต้องรู้สึกไม่ดี อีกทั้งครอบครัวของฉัตรกล้าก็มีความหวังดีและยอมรับเธอมาเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วยความเต็มใจ ณิชาภายิ้มอย่างมีความสุขเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้แต่งงานแบบนี้หลังจากแต่งงานแล้วฉันกล้าก็ทำให้ณิชาภาต้องประหลาดใจอีกอย่างเมื่อเขาซื้อบ้านและตกแต่งมันอย่างเรียบร้อยพร้อมให้เธอเข้าไปอยู่ แต่เขาไม่ได้ให้เธอย้ายออกจากหอพักเพราะรู้ว่าเธอผูกพันกับที่นั่น แต่ทุกครั้งที่จะไปค้างฉัตรกล้าก็จะขอตามไปด้วยเสมอหลังจากแต่งงานมาหนึ่งเดือนทุกอย่างก็เข้าที่ ตอนเช้าณิชาภาจะตื่นเช้ามาทำกับข้าวจากนั้นฉัตรกล้าก็จะไปท
ฉัตรกล้ายืนมองป้ายยินดีต้อนรับที่ติดอยู่ด้านหน้าโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอแห่งหนึ่ง 10 ปีแล้วที่เขาไม่ได้มาเหยียบโรงเรียนแห่งนี้อีกเลย มันคงเป็นเวลาที่นานมากสำหรับใครหลายๆ คนแต่สำหรับชายหนุ่มวัย 27 ปีแล้ว เขาคิดว่ามันเพิ่งผ่านไปไม่นานเขายังจำเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนแห่งนี้ได้ดี แม้จะมาเรียนที่นี่แค่หนึ่งปี แต่ก็มีความทรงจำมากมายเกิดขึ้นที่นี่วันนี้เขากลับมาโรงเรียนเก่าอีกครั้ง เพราะทางโรงเรียนจัดงานคืนสู่เหย้าเพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนและจ้างอาจารย์ชาวต่างชาติมาสอนเพิ่มชายหนุ่มได้รับการติดต่อจากเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกันให้มาร่วมงานด้วย ซึ่งนี่ไม่ใช่ปีแรกที่ทางโรงเรียนจัดงานแต่มันเป็นปีแรกที่เขาว่างและกลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง“ไอ้กล้านั่นมึงใช่ไหม” เสียงเรียกทำให้ฉัตรกล้าหันไปตามเสียงแล้วเขาก็ยิ้มเมื่อเห็นว่าคนที่เรียกเขานั้นคือเพื่อนสนิทคนหนึ่ง“เฮ้ย! ไอ้อั๋นไม่ได้เจอกันนานยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะมึง” เขารีบเดินเข้าไปกอดณัฐพลเพื่อนรักที่มักจะโทรศัพท์คุยกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้เจอกันมาเกือบจะสองปีแล้ว“มึงก็ว่าไปกล้า กูยังหล่อไม่ได้เท่าครึ่งของมึงเลย แล้วนี่ม
การได้กลับมาเจอเพื่อนอีกครั้งทำให้ฉัตรกล้านึกย้อนไปถึงวัยเด็กเขาย้ายมาอยู่ที่นี่ตอนเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากเด็กกรุงเทพเมื่อมาอยู่โรงเรียนประจำอำเภอก็ไม่ค่อยพอใจ แต่ละวันเขาไม่ตั้งใจเรียนเท่าไหร่ บางวันก็หลับหลังห้อง บางวันก็โดดเรียนไปซ่อนอยู่หลังห้องน้ำชาย จนคุณครูพากันเอือมระอา แต่ก็มีเพื่อนกลุ่มนี้แหละที่คอยช่วยเตือนเขาให้ส่งการบ้านและช่วยเขาในการทำงานกลุ่มและยังไปช่วยเขาอ้อนอาจารย์ตอนที่ชายหนุ่มไม่มีสิทธิ์สอบเพราะขาดเรียนมากจนเกินไป“กูได้ข่าวว่ามึงมาคุมงานก่อสร้างโรงเรียนเอกชนแห่งใหม่เหรอวะกล้า” เสกสรรเปิดประเด็นถามถึงแม้ไม่ได้เจอกันแต่ก็พอรู้ความเป็นไปของเพื่อน“พี่ชายกูประมูลได้ กูเลยมาช่วยดูงานให้เขา”“รวยใหญ่แล้วนะมึงแล้วเมื่อไหร่จะแต่งงานว่ะ”“มึงถามกูแบบไม่คิดเลยใช่ไหมไอ้เสก แล้วมึงล่ะ”“กูยังไม่อยากแต่งว่ะ แต่งไปก็เป็นภาระเปล่าๆ”“แล้วคนที่คบอยู่เขาไม่อยากแต่งเหรอวะ”“มันคบใครนานที่ไหน กูเห็นมันควงมาแต่ละครั้งไม่เคยซ้ำหน้า” วสันต์เคยเจอผู้หญิงของเสกสรรมาหลายคนจนตอนนี้เขาจำชื่อพวกเธอไม่ได้ด้วยซ้ำ“กูก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แหละคนอย่างกูใครเขาจะมาจริงจังวะ หล่อก็ไม่หล่อแม่งย
ภาพความทรงจำในอดีตย้อนกลับมา ฉัตรกล้ายังจำวันที่ตนเองเจอพี่ณิชาครั้งแรกได้เป็นอย่างดีวันนั้นที่โรงเรียนมีกิจกรรมกีฬาสี ตอนเช้ามีการเดินขบวนพาเหรด ฉัตรกล้าไม่ได้ไปร่วมเดินขบวนเพราะขี้เกียจและไม่ชอบอากาศร้อนเท่าไหร่ เด็กหนุ่มนั่งรออยู่ที่หน้าประตูโรงเรียน เขาใส่เสื้อคลุมทับไว้กะว่าถ้าขบวนเดินมาถึงตัวเองจะถอดเสื้อคลุมออกแล้วค่อยแทรกเข้าไปในแถวเสียงกลองดังมาแต่ไกลฉัตรกล้ากวาดสายตามองไปเรื่อยเพราะคงอีกนานกว่าสีของตนเองจะเดินมาถึงตรงนี้ เขามองไปยังหัวขบวนก็เห็นว่ามีดรัมเมเยอร์อยู่หลายคน เด็กหนุ่มมองหาเพื่อนร่วมห้องของตนเพราะเธอบอกให้เขาช่วยถ่ายรูปของตนให้ด้วย เมื่อเห็นเพื่อนแล้วฉัตรกล้าก็ยกกล้องขึ้น เขาซูมไปใกล้ๆ พอได้รูปถ่ายของเพื่อนแล้วก็ยังไม่ลดกล้องลงเพราะกะว่าจะถ่ายอีกสักมุมเขาแพนกล้องเพื่อหามุมที่ดีที่สุด แต่ก็มีคนเดินมาชนทางด้านหลังและพอยกกล้องขึ้นอีกครั้งโฟกัสมันก็หลุดออกจากเพื่อนแต่คนที่กล้องไปโฟกัสอยู่กลายเป็นผู้หญิงอีกคน เธอสวยมาก ใบหน้ารูปไข่ ขาวเนียน ดวงตาของเธอกลมโตสดใส ยิ่งแต่งหน้าเข้มแบบนี้ก็ทำให้สวยเด่นจนเขากดชัตเตอร์รัวๆเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนนี้ก่อนเลยเพราะตั้งแต่มาเรี
“แต่ผมไม่มีเสื้อสีฟ้าเลยครับพี่” ฉัตรกล้าบอกกับพี่ณิชา ตอนนี้เขาสวมเสื้อยืนสีขาว ถึงแม้เขาจะอยู่สีเขียวแต่เด็กหนุ่มก็ไม่ยอมใส่สีเขียวเหมือนคนอื่น เขาเลือกที่จะสวมเสื้อยืดสีขาวและใช้ผ้าพันคอสีเขียวแทน“ถ้าอย่างนั้นเอาผ้านี่ผูกข้อมือไว้ก็ได้นะ อย่างน้อยมันก็เป็นสีฟ้า” พี่ณิชาประธานสีปลดผ้าพันคอสีฟ้าของตนเองและช่วยฉัตรกล้าผูกที่ข้อมือ“แบบนี้ก็เป็นสีฟ้าแล้วโอเคไหม”“ครับพี่” เด็กหนุ่มยิ้มหวานให้กับรุ่นพี่เขาช่วยตีกลองให้สีฟ้าอยู่หลายชั่วโมงจนกระทั่งถึงเวลาแข่ง แม้ว่าสีฟ้าจะไม่ชนะการแข่งขันแต่ฉัตรกล้าก็ดีใจมากที่เขาได้ใกล้ชิดกับรุ่นพี่มากขึ้น“ขอบใจมากนะที่มาช่วยพี่ตีกลองดูสิมือแดงไปหมดเลย เอาเจลเย็นนี่ไปประคบมือไว้นะจะได้ไม่เจ็บมาก” ณิชาภาเดินไปหยิบเจลเย็นในถังน้ำแข็งให้กับฉัตรกล้า“ขอบคุณครับพี่ ผมยังไม่ได้คืนผ้าพันคอพี่เลย”“ไม่เป็นไรพี่ไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว”ณิชาภาบอกกับเด็กหนุ่มที่มาช่วยตีกลอง หญิงสาวไม่ได้ถามชื่อเขาเพราะกำลังวุ่นอยู่กับงานของตนเองและเมื่อเช้าตอนที่ครูวิไลแนะนำเธอก็ฟังไม่ค่อยชัดแค่ได้คุยกับพี่ณิชาแบบนี้ฉัตรกล้าก็รู้สึกว่าไม่เสียแรงเลยที่อุตส่าห์ตีกลองจนเจ็บมือไปหมด
“ไอ้กล้ามึงไม่เงียบเป็นอะไรหรือเปล่าวะ” วสันต์เห็นฉัตรกล้าเงียบไปนานก็ถามขึ้น“เปล่ากูก็แค่คิดว่าถ้ากูไปเจอพี่ณิชาตอนนี้พี่เขาจะจำกูได้ไหม”“เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อมึงด้วยซ้ำแล้วมึงจะอยู่ความทรงจำของ เขาได้ยังไง” ณัฐพลเห็นใจเพื่อนแต่ก็ต้องพูดความจริง“แต่ก่อนเขาอาจจะมองไม่เห็นกู แต่จากนี้กูจะทำให้เขาเห็นกูและกูจะเป็นแฟนพี่ณิชาให้ได้” เขาบอกเพื่อนอย่างมั่นใจ“มึงนี่ก็แปลก พี่เขาอายุมากกว่ามึงตั้งสองปีแล้ว ผู้หญิงแก่เร็วนะเว้ย คบไปไม่นานเดี๋ยวก็แก่นำหน้าเราไปแล้ว” เสกสรรเป็นคนชอบเด็กจังไม่อินกับเพื่อนเท่าไหร่“แต่กูว่าไม่นะ พี่ณิชาของกูยังสวยเหมือนเดิมเลย”“พูดเต็มปากเต็มคำนะมึงพี่ณิชาของกู พี่เขาจำหน้ามึงไม่ได้ ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อมึงด้วยซ้ำ” ณัฐพลถอนหายใจเมื่อเห็นว่าเพื่อนเพ้อหนัก“มึงไม่ต้องมาย้ำหรอกน่ากูก็บอกแล้วไงว่าจากนี้กูจะทำให้เขาจำกูได้”“งั้นมึงก็ไปทักทายเขาสิ นั่นไงพี่เขาเดินมาแล้ว”“ใครจะกล้าเข้าไปทักทายแบบนี้ล่ะ เกิดเขาจำไม่ได้ก็หน้าแตกกันพอดีมันต้องหาโอกาส”“แต่กูว่ามึงช้าไปหน่อยนะกล้า”“ทำไมวะ”“มึงดูนั่นสิ”“ทำไมผู้ชายคนนั้นมาคุยกับพี่ณิชาล่ะ หรือนี่จะเป็นแฟนใหม่พี่ณิชา”
วันนี้ฉัตรกล้าตื่นตั้งแต่เช้าไปดูคนงานปรับพื้นที่จากนั้นก็ขับรถไปยังกับหอพักของพี่ณิชา ใช้เวลาขับรถจากจุดก่อสร้างไปหอพักแห่งนั้นแห่งนั้นเกือบจะครึ่งชั่วโมงเพราะโรงเรียนเอกชนแห่งใหม่ที่กำลังสร้างขึ้นนี้อยู่นอกเมืองโครงการก่อสร้างโรงเรียนเอกชนที่บริษัทของเขาประมูลให้นั้นมีอาคารเรียนทั้งหมด 4 หลัง สระว่ายน้ำ เรือนนอน โรงอาหารและหอประชุมซึ่งกว่าจะเสร็จโครงการนี้อย่างน้อยก็ใช้เวลาประมาณสองปี ฉัตรกล้าจะเป็นคนลงมาคุมโครงการนี้เองด้วยตัวเองทั้งหมดเมื่อมาถึงบริเวณหอพักแล้วเขาก็ยังต้องวนหาที่จอดรถอยู่ค่อนข้างนานเพราะแถวนี้มีอาคารพาณิชย์ ร้านค้าและอาคารหน่วยงานราชการที่จอดรถจึงหายากมากๆเขามองห้องที่กรุด้วยกระจกสีชาตรงหน้าหน้าบนกระจกระบุชื่อหอพักและเบอร์โทรศัพท์ไว้อย่างชัดเจนชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปแอร์เย็นฉ่ำก็ปะทะใบหน้า“สวัสดีค่ะ ติดต่ออะไรคะ” พนักงานวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์เอ่ยทักทายทันทีเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป“ผมอยากทราบว่าที่นี่พอจะมีห้องว่างไหมครับ”“สักครู่นะคะขอดูก่อนฉันขอดูก่อน”พนักงานนั่งลงหน้าจอคอมพิวเตอร์คลิกเมาส์ไปมา ระหว่างนั้นฉัตรกล้าก็มองไปรอบๆ เผื่อว่าจะเจอพี่ณิชา
เมื่อจัดการกับธุระส่วนตัวของตัวเองเสร็จแล้วฉัตรกล้าก็ขับรถกลับมาอยู่กรุงเทพ วันนี้เขามีประชุมผู้บริหารในเวลาบ่ายหลังจากประชุมเสร็จแล้วชายหนุ่มก็ขับรถกลับมาที่บ้านเพื่อเอาของใช้จำเป็นบางอย่างและบอกบิดามารดาว่าช่วงนี้ตนเองจะไม่อยู่กรุงเทพหลังจากทานอาหารแล้วสมาชิกภายในบ้านก็มักจะมานั่งรวมตัวกันอยู่บริเวณห้องนั่งเล่น คุณวุฒิศักดิ์และคุณลักขณาบิดามารดาของชายหนุ่มนั่งคู่กันอยู่บนโซฟา อีกด้านหนึ่งก็เป็นเพชรกล้าและพลอยลดาพี่ชายกับพี่สาว ส่วนเขาก็นั่งอยู่โซฟาอีกตัวกับฉัตรลดาน้องสาวคนเล็กซึ่งเพิ่งเรียนจบและเริ่มทำงานที่บริษัทได้ไม่นาน“ช่วงนี้งานเป็นยังไงบ้าง” คุณวุฒิชัยถามลูกทั้งสี่คน“ก็ดีครับพ่อ งานไม่มีปัญหาอะไร” เพชรกล้ารองประธานบริษัทบอกกับบิดาซึ่งนานๆ ครั้งบิดาของเขาถึงจะเข้าไปที่บริษัท“แล้วพลอยล่ะลูกมีปัญหาไหม”“ก็พอมีบ้างค่ะแต่มันก็เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไม่หนักหนาอะไร” พลอยลดารับผิดชอบเกี่ยวกับการเงินตอบบิดา“แล้วลดาล่ะลูกโอเคไหม เพิ่งมาทำงานกับพี่ๆ ได้ไม่กี่เดือนเองไหวไหมลูก”“ไหวค่ะพ่อ งานของพลอยค่อนข้างตรงสายที่เรียนมาเลยไม่ลำบากอะไรแล้ว” ฉัตรลดาน้องคนเล็กของบ้านที่เพิ่งเข้ามารับผิ
ณิชาภาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์จากนั้นเธอก็ออกมาพักฟื้นที่บ้านของฉัตรกล้า ระหว่างนี้บิดามารดาและน้องสาวของฉันกล้าก็ช่วยกันเตรียมงานแต่งงานไปด้วยพอถึงงานแต่งงานณิชาภาก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่มีความสุขมากๆ เพราะฉัตรกล้าชวนเพื่อนๆ ของเธอสมัยมัธยมและสมัยมหาวิทยาลัยอีกทั้งยังให้รถไปรับพนักงานที่หอพักกับร้านเสริมสวยมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วยชายหนุ่มจัดการทุกอย่างจนณิชาภาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยในงานแต่งทุกคนต่างแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวไม่มีใครพูดถึงดวงกินผัวให้ณิชาภาต้องรู้สึกไม่ดี อีกทั้งครอบครัวของฉัตรกล้าก็มีความหวังดีและยอมรับเธอมาเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วยความเต็มใจ ณิชาภายิ้มอย่างมีความสุขเธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะได้แต่งงานแบบนี้หลังจากแต่งงานแล้วฉันกล้าก็ทำให้ณิชาภาต้องประหลาดใจอีกอย่างเมื่อเขาซื้อบ้านและตกแต่งมันอย่างเรียบร้อยพร้อมให้เธอเข้าไปอยู่ แต่เขาไม่ได้ให้เธอย้ายออกจากหอพักเพราะรู้ว่าเธอผูกพันกับที่นั่น แต่ทุกครั้งที่จะไปค้างฉัตรกล้าก็จะขอตามไปด้วยเสมอหลังจากแต่งงานมาหนึ่งเดือนทุกอย่างก็เข้าที่ ตอนเช้าณิชาภาจะตื่นเช้ามาทำกับข้าวจากนั้นฉัตรกล้าก็จะไปท
“สี่วันแล้วนะครับแม่เมื่อไหร่พี่ณิชาจะตื่น”“หมอก็บอกแล้วว่าต้องใช้เวลา กล้าอย่ากังวลไปเลยนะ”“จะไม่ให้ผมกังวลได้ยังไงล่ะครับแม่ คนที่นอนอยู่โรงพยาบาลควรเป็นผมมากกว่า”“กล้าก็คิดว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับดวงไหม”“ไม่เลยครับแม่ ถ้าพี่น่ะณิชามีดวงแบบนั้นจริงๆ คนที่เจ็บก็น่าจะเป็นผมไม่ใช่เธอ”“แล้วตำรวจว่ายังไงบ้าง” คุณวุฒิศักดิ์ถามลูกชาย“เช็กจากจ้องกล้องวงจรปิดแล้วครับ มีคนแอบตัดสายเบรกรถผมจริงๆ ตั้งแต่ตอนที่เราอยู่ร้านอาหาร”“จับได้หรือยังล่ะ”“ตำรวจกำลังตามจับตัวอยู่ ส่วนเรื่องที่ไซต์งานมีปัญหาก็เป็นการสร้างสถานการณ์ เพชรสอบสวนหัวหน้าวิศวกรแล้วเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร ส่วนหัวหน้าคนงานตอนนี้เราก็ยังตามตัวไม่เจอผมว่าก็น่าจะเป็นเขานั่นแหละที่ทำเรื่องแบบนี้”“กล้าไปขัดแข้งขัดขาใครหรือเปล่าทำไมพวกเขาถึงอยากจะทำร้าย”“ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เราประมูลโครงการใหญ่นี้ได้ บางทีเจ้าถิ่นก็อาจจะไม่ชอบก็ได้”“ไม่ชอบแล้วยังไง แล้วก็งานนี้เขาเปิดให้คนประมูลทั่วประเทศเขาไม่มีความสามารถ เขาประมูลไม่ได้เองแต่มาทำร้ายกันถ้าตำรวจจับได้ต้องดำเนินคดีให้หนักเลย เล่นไม่ซื่อแบบนี้พ่อไม่เห็นด้วย ระหว่างนี้กล้าก
ณิชาภาสวมเดรสสีฟ้าอ่อนความยาวคลุมเข่าใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ผมที่เคยปล่อยก็รวบเป็นมวลสวยทำให้ฉัตรกล้านึกถึงวันแรกที่เขาเห็นเธอเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน วันใจเต้นแรงมาก และวันนี้เธอก็ยังทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเหมือนวันนั้นไม่มีผิด“พี่ณิชาของผมสวยมากเลย สวยจริงๆ นะ”“กล้าก็ชมพี่แบบนี้ตลอดจนพี่จะตัวลอยแล้ว”“ก็พี่ก็พี่สวยจริงๆ ผ่านมาสิบกว่ากว่าปีแต่พี่ณิชาก็ยังสวยและผมว่าตอนนี้พี่สวยมากขึ้นด้วยนะ”“ที่บอกรักพี่บ่อยๆ เพราะความสวยเหรอ”“ตอนแรกผมตกหลุมรักพี่เพราะความสวย แต่พอได้อยู่ใกล้ก็รู้สึกว่าพี่เป็นผู้หญิงที่จิตใจดีคนหนึ่งผมอยู่กับพี่ผมมีความสบายใจมากๆ เลยนะเหมือนเป็นที่เหมือนเป็นเซฟโซนของผมเลย”“กล้าก็เป็นเซฟโซนของพี่เหมือนกัน พี่ไม่เคยเปิดใจพูดคุยอะไรกับใครได้ทุกเรื่องเหมือนกล้ามาก่อน”“ถ้าหากวันนั้นผมกล้ามากกว่านี้ผมคงจะเข้าไปจีบพี่ตั้งแต่ตอนนั้น”“แล้วทำไมถึงไม่ไปจีบล่ะ บางทีถ้ากล้าไปจีบตอนนั้นเราอาจจะได้คบกันก็ได้นะ”“ก็ตอนนั้นพี่ณิชามีแฟนอยู่แล้ว อีกอย่างหน้าตาผมมันก็ดูไม่ได้เลย หัวเกียนผอมสูงแถมยังดัดฟัน อีกผู้หญิงที่ไหนเขาจะชอบล่ะ”“แต่ตอนนี้กล้าของพี่หล่อมากๆ เลยนะไม่รู
กลับมาถึงคอนโดมิเนียมฉัตรกล้าก็แทบจะกระโจนเข้าใส่ณิชาภาเขาไม่ปล่อยเวลาผ่านไปอย่างไรค่า กว่าจะยอมให้ณิชาภาได้นอนพักก็ผ่านไปแล้วหลายชั่วโมงณิชาภาเหนื่อยจน ไม่มีแรงจะลุกไปเข้าห้องน้ำฉัตรกล้าต้องเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดเพื่อให้หญิงสาวนอนหลับอย่างสบาย“ผมรักพี่ณิชานะครับรักมาก พี่ว่าครอบครัวผมเป็นยังไงบ้างโอเคไหม”“พ่อกับแม่ของกล้าดูใจดี ส่วนพี่และน้องของกล้าก็เป็นกันเองมากพี่ไม่คิดเลยว่ากล้าจะมีครอบครัวใหญ่ขนาดนี้ ที่ผ่านมากล้าไม่เคยเล่าให้พี่ฟังเลยว่ากล้าเป็นใครมาจากไหน พี่รู้แค่กล้าเป็นวิศวกรเท่านั้น”“ผมจะเป็นใครมาจากไหนมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะยังไงผมก็คือเด็กดีของพี่”“ขอบคุณนะกล้าที่รับพี่เข้ามาในชีวิต”“ในเมื่อพี่เข้ามาในชีวิตของผมแล้วผมก็ไม่ยอมให้พี่ก้าวออกไปอย่างแน่นอน” ฉัตรกล้ากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นก่อนจะหลับไปด้วยความเหนื่อยทั้งสองคนตื่นนอนในเวลาเกือบเที่ยงของวันพุธ จากนั้นก็ไปเดินห้างสรรพสินค้าด้วยกันฉัตรกล้าพาคนรักไปช้อปปิ้งแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมให้เขาเป็นคนจ่ายเงินให้“ทำไมล่ะพี่”“แต่พี่ก็มีเงินของพี่ กล้าไม่เห็นจะต้องซื้อให้พี่เลย”“พี่ทำให้ผมรู้สึกนอยด์ยังไงก็ไม่รู้”“จะนอยด์อะไร
ฉัตรกล้าโทรศัพท์มาหาณิชาภาในเวลาห้าโมงเย็นของวันอังคารขณะที่เขากำลังขับรถออกจากไซต์งานก่อสร้าง“กล้ามีอะไรหรือเปล่าหรือจะให้พี่ซื้อกับข้าวไว้รอใช่ไหม”“ผมว่าเย็นนี้เราเข้ากรุงเทพกันเลยไหม”“ทำไมรีบร้อนจังล่ะ มีอะไรหรือเปล่า ตอนแรกเราคุยกันไว้ว่าจะไปเช้าวันพุธไม่ใช่เหรอ”“พอดีน้องสาวผมจะไปเที่ยววันพุธเช้าครับ เธอก็เลยอยากเจอพี่ณิชาก่อน พี่ณิชาเก็บของทันไหมอีกประมาณยี่สิบนาทีผมก็น่าจะถึงร้านทำผมแล้ว”“เราจะไปค้างที่นั่นกี่คืนล่ะกล้า” ณิชาภาถามเพื่อนที่เธอจะได้เตรียมชุดไปให้พอดี“พี่เตรียมชุดไปสำหรับสองคืนก็พอครับ เพราะวันพฤหัสตอนบ่ายผมมีงานต้องคุยกับหัวหน้าวิศวกร”“ถ้ากล้ามาถึงก่อนก็รออยู่ด้านล่างนะพี่ขอเวลาเก็บของนิดเดียว”“ผมเองก็มีของที่จะต้องเอาเหมือนกันครับ ถ้าพี่จัดของเสร็จก่อนผมก็รออยู่ที่ร้านทำผมนะครับ”ณิชาภารู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่วันนี้ลูกค้าในร้านไม่เยอะเท่าไหร่เธอจึงอนุญาตให้พี่แมวกับอ้อกลับไปก่อน หญิงสาวจัดการปิดร้านเรียบร้อยแล้วก็ขึ้นไปเก็บของใช้ลงกระเป๋าใบเล็กก่อนจะเดินลงมารอฉัตรกล้าด้านล่างอีกครั้งรอไม่นานชายหนุ่มก็ขับรถมาจอดหน้าหอพักเขายิ้มให้เธอก่อนจะวิ่งหายขึ้นไปบ
ณิชาภากำลังหลับสบายแต่ก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังไต่อยู่บนตัวหญิงสาวพยายามขยับหนีแต่สัมผัสนั้นเพิ่มมากขึ้นเธอลืมตาตื่นเราก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ร่างกายของตนเองนั้นเปลือยเปล่า ฉัตรกล้ากำลังใช้ปากร้อนดูดกลืนเม็ดเชอร์รี่เข้าปากราวกับคนอดอยากทั้งที่เมื่อคืนก็ดูดกินไปจนหนำใจแล้ว“อื้อ...กล้า”“ผมขอโทษที่ทำพี่ตื่น ขออีกรอบนะ”ณิชาภาไม่รู้จะตอบเขายังไง เพราะปากของเขาที่มันปรนเปรออยู่บนหน้าอกของเธอก็กระตุ้นให้หญิงสาวรู้สึกเสียวซ่าน เธอกัดริมฝีปากแน่นเพราะกลัวเสียงครางจะเล็ดลอดออกไปให้กับผู้เข้าพักได้ยิน ฉัตรกล้าเองก็เหมือนจะรู้ใจเขาผละปากร้อนออกจากเต้าอวบก่อนจะประกบจูบซับเสียงครางหวานของคนรัก เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดมือร้อนฟอนเฟ้นอกอิ่มกายสาวร้อนรุ่มมากขึ้นการแอบทำอะไรแบบนี้มันเพิ่มความตื่นเต้นได้เป็นอย่างดี ชายหนุ่มผละจูบออกเขามองหน้าคนรักด้วยสายตาหื่นกระหาย“ผมรักพี่นะ ผมไม่เคยมีความต้องการใครมากมายแบบนี้มาก่อน พี่รู้สึกเหมือนกันใช่ไหม”เธอยิ้มอายๆ เธอเองก็คงไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่ แค่สัมผัสจากมือร้อน เสียงอ้อนที่กระซิบแผ่วเบาของเขามันก็ทำให้หญิงสาวพร้อมที่จะกระโจนลงกองเพลิงตัณหา
หลังจากมีบทรักเร่าร้อนในตู้คอนเทนเนอร์ไปเมื่อสองคืนก่อนฉัตรกล้าก็รู้สึกว่าร่างกายของเขามันยังปลดปล่อยไม่หมด เขาอยากนอนกับเธออีกแต่ก็กลัวเสียงจะดังทำให้คนข้างห้องรู้และจะมองณิชาภาไม่ค่อยดีฉัตรกล้ามองนาฬิกาที่ผนังตอนนี้มันเป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วแต่เขาก็ยังคงคิดถึงณิชาภาและนอนไม่หลับ ชายหนุ่มเดินออกมาจากนอกห้องและลังเลว่าจะไปเคาะประตูห้องหญิงสาวดีหรือเปล่าแต่เดินมายังไม่ถึงประตูห้องข้างๆ ของณิชาภาก็เปิดขึ้นหญิงสาวคนนั้นยิ้มให้ฉัตรกล้าก็ยิ้มตอบและกล่าวทักทายเพราะเคยเห็นหน้ากันมาหลายครั้ง“เวรดึกเหรอครับพี่” เขารู้เธอคนนี้ทำงานเป็นพยาบาลและการออกจากห้องเวลานี้ก็คงไปทำงานเวรดึกแน่ๆ“ค่ะช่วงนี้พี่เวรดึกติดติดกันหลายคืนเลย น้องยังไม่นอนอีกเหรอคะ”“นอนไม่ค่อยหลับครับ”“คนไม่ทำงานนอนไม่หลับแต่คนต้องไปทำงานอย่างพี่นี่แย่เลยค่ะง่วงแล้วง่วงอีก”“ขึ้นเวรดึกติดๆ กันหลายคืนไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ”“เหนื่อยก็ต้องทนค่ะ ขึ้นอีกสองคืนพี่ก็ได้หยุดแล้ว พี่ไปก่อนนะ”เมื่อพี่พยาบาลเดินออกไปแล้วฉัตรกล้าก็กลับมาที่ห้องของตัวเองและปิดไฟนอน ตอนนี้มันเป็นเวลาดึกมากแต่ก็เสียงเพลงจากงานที่จัดในตลาดก็ยิ่งดังมากขึ้น
ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ฉัตรกล้าและณิชาภามีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง ไม่มีใครสงสัยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองคนเพราะฉัตรกล้าก็ออกไปทำงานตามปกติและกลับมาจนมืดค่ำขณะที่ณิชาภาก็เปิดร้านทำผมแต่ระหว่างพักเธอและเขาก็มักจะ ไลน์หากันอยู่ตลอดชายหนุ่มไม่มีโอกาสใกล้ชิดหญิงสาวเลยเพราะรู้ว่าณิชาภากลัวคนอื่นจะเห็น เนื่องจากบริเวณหน้าห้องของเธอมีกล้องวงจรปิดอยู่และบางครั้งพนักงานก็มาจะย้อนดูกล้องวงจรปิดอยู่บ่อย ชายหนุ่มไม่อยากให้ใครว่าเขาเข้าไปในห้องของหญิงสาวไม่ใช่เพราะกลัวคนอื่นจะรู้นะแต่เพราะกลัวณิชาภาจะเสียหายและโกรธที่ไม่ยอมเก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่างที่ตกลงกันไว้หลังจากปิดร้านแล้วณิชาภาก็นั่งรอฉัตรกล้าอยู่ในร้านทำผมอย่างเดิม ขณะที่เธอแปลหนังสือนิยายอยู่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น“ว่าไงกล้ามีอะไรหรือเปล่า”“พี่ณิชาหิวหรือยัง”“ยังเลยเมื่อตอนบ่ายพี่กินขนมไปเยอะแล้วกล้าล่ะ ยังไม่เลิกงานอีกเหรอ”“งานผมยุ่งนิดหน่อยตอนนี้หิวมากเลยพี่ณิชาช่วยซื้ออะไรมาให้กินหน่อยได้ไหม”“จะให้พี่ไปหาที่ไซต์งานเหรอ”“ได้ไหมครับ งานของผมกำลังต่อเนื่องไม่อยากออกไปกินข้าวตอนนี้”“ส่งพิกัดให้พี่ด้วย กล้าอยากจะกิ
ณิชาภายอมรับแล้วว่าตอนนี้เธอกำลังหลงฉัตรกล้าอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ไม่รู้หรอกว่าเขาจะเห็นเธอเป็นแค่ของเล่นของตายหรือของบรรเทาความใคร่ชั่วคราวหรือเปล่า แต่สำหรับเธอแล้วยอมรับเลยว่าไม่เคยรู้สึกหลงใหลและพิศวาสในเรื่องบนเตียงแบบนี้มาก่อนเมื่อเสียงแหบพร่าและสายตาอ้อนวอนร้องขอหญิงสาวก็ใจอ่อนทุกครั้ง กว่าเขาจะยอมแต่งตัวออกจากคอนโดก็เป็นเวลาเกือบ ห้าโมงเย็น“กล้าแวะร้านขายยาให้พี่หน่อยได้ไหม”“พี่เป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า”“พี่อยากซื้อยาคุมฉุกเฉินมากิน”“ทำไมต้องกิน”“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ กล้าปล่อยในตัวพี่จนไม่รู้เท่าไหร่ถ้าพี่ไม่กินแล้วคิดไว้ผลที่ตามมามันจะเป็นยังไง”“ผมยินดีรับผิดชอบ ผมว่ามันคงดีมากๆ เลยถ้าจะมีณิชาภาตัวน้อยๆ มาอยู่ใกล้ๆ ทำให้ชีวิตของเราสองคนสมบูรณ์ขึ้น”“กล้าเรานอนด้วยกันวันแรกเองนะ ทำไมคิดไปไกลแบบนั้น”“หรือพี่คิดจะไม่จริงจังกับผมล่ะ มีผู้หญิงที่ไหนบ้างที่เขาคิดแบบนี้”“ก็มีพี่นี่ไง พี่บอกกล่าวแล้วว่าสถานะระหว่างเราบอกใครไม่ได้พี่ยังไม่อยากให้คนอื่นรับรู้ บางทีการแอบคบกันแบบนี้มันอาจจะเป็นการแก้เคล็ดเรื่องที่พี่ถูกกล่าวหาก็ได้นะ”“ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมก็คงมีเป็นเมียเก็บของ พี่แต่ผมเ