ในตอนสายบงกชเดินออกมาหน้าบ้านก็พบว่าคเชนทร์นั่งคุยกับบิดาของเธออยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“บงกชมาพอดี เมื่อคืนบ้านยายแก้วเกิดเรื่องเลยให้คุณเขามานอนที่บ้านเรา เอ็งไปเตรียมห้องรับแขกให้ที” ผู้ใหญ่บ้านบอกลูกสาวแล้วยิ้มอย่างพอใจ
บงกชมองดูเหล้ายี่ห้อต่างประเทศในมือของบิดาก็พอรู้แล้วว่าถูกคเชนทร์ซื้อตัวไปเสียแล้ว
“จ้ะพ่อ” เธอตอบรับแล้วขึ้นไปทำความสะอาดและจัดห้องนอนให้เขา
ผู้ใหญ่มองตามสายตาของคเชนทร์ก็พอรู้ว่าชื่นชอบลูกสาวของตน แต่ชายหนุ่มจากเมืองกรุงแบบนี้ไม่รู้จะไว้ใจได้ขนาดไหน
“ลูกสาวข้าไม่ใช่ของเล่นให้ใครมาเล่นทิ้งๆ ขว้างๆ หรอกนะพ่อหนุ่ม” เขาพูดลอยๆ ขึ้นมา
“ผมก็ไม่ได้คิดจะเล่นครับ” พูดจบเขาก็เปิดกระเป๋าล้วงนามบัตรให้แก่ผู้ใหญ่
“พ่อแม่ผมเปิดร้านขายอาหารครับ ส่วนผมทำงานกับสำนักพิมพ์รับผิดชอบคอลัมน์สารคดีท่องเที่ยวแนวประวัติท้องถิ่น ฐานะปานกลาง ไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้าแต่ก็ไม่มีหนี้สินใดๆ หากบงกชยอมเปิดใจให้ผม ผมจะให้พ่อแม่มาสู่ขอและพาไปอยู่ที่บ้านด้วย” เขาพูดออกมาตามตรง
ก่อนหน้านี้ไม่ได้รักแต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีด้วยมาก และความเป็นสุภาพบุรุษก็ทำให้เขาทอดทิ้งเธอไม่ได้
“บ๊ะ! ไอ้นี่มันเข้าท่าเว้ย เอาๆ จีบลูกข้าให้ติด ถ้านังบงกชมันยอมรับเอ็ง ข้าก็ไม่ติดอะไร” ผู้ใหญ่บ้านพูดแล้วหัวเราะอย่างชอบใจกับความจริงใจของหนุ่มเมืองกรุง
“แล้วเรื่องหลานยายแก้วเมื่อคืน รู้เรื่องรึเปล่า” ภรรยาผู้ใหญ่ที่ยกน้ำดื่มและผลไม้มาให้ถามอย่างใคร่รู้
“ผมหลับไม่รู้เรื่องเลยครับ ตื่นมาอีกทีก็คนเต็มบ้านแล้ว ยายแก้วเลยขอให้ผมย้ายออกมาพักที่บ้านผู้ใหญ่เพราะเรื่องวุ่นวายนั่น” เขาพูดอย่างคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ
“แล้วนี่จะพักอีกกี่วัน ถ้าอยู่นานจะได้เตรียมโฮมสเตย์ให้ใหม่” ผู้ใหญ่ถามเพราะวันนี้เขารับไว้ได้ แต่หากหลายวันต้องให้บ้านหลังอื่นที่รออยู่
“ตอนแรกผมว่าจะอยู่เก็บข้อมูลสักห้าหกวันครับ แต่ว่ามีธุระต้องกลับไปก่อนเลยว่าจะอยู่อีกคืน แล้วสัปดาห์หน้าจะกลับมาอีกครั้ง”
“งั้นจะได้บอกบ้านยายช้อยเตรียมทำความสะอาดไว้รอ”
“เอ่อ แล้วถ้าผมพาพ่อแม่มาด้วยในฐานะแขกของผู้ใหญ่บ้าน ต้องไปพักที่อื่นไหมครับ” เขาถามเผื่อเอาไว้ เพราะไม่อยากทิ้งเวลาให้นานไปกว่านี้
ผู้ใหญ่และภรรยาหัวเราะอย่างชอบใจ นั่นหมายความว่าอีกฝ่ายมั่นใจว่าจะเอาชนะใจลูกสาวตนสำเร็จ
“ถ้าคิดว่าทำให้บงกชมันใจอ่อนรับรักได้ มาครั้งหน้าข้าจะยกให้เอ็งผูกแขนแต่งงานเข้าหอกับมัน แล้วให้พ่อแม่เอ็งพักห้องรับแขกที่บ้านแบบไม่คิดเงินเลย”
“ขอบคุณครับ คุณพ่อ คุณแม่” คเชนทร์ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเรียกสรรพนามของทั้งคู่พร้อมกับรอยยิ้มที่มั่นใจ
“เข้าท่า ไอ้หนุ่มนี่เข้าท่า” ผู้ใหญ่หัวเราะอย่างชอบใจ เช่นเดียวกันกับภรรยาที่ยิ้มพอใจกับท่าทางเอาจริงเอาจังของหนุ่มเมืองกรุงที่ชอบพอลูกสาวตน
ชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้นแอบได้ยินก็ยิ้มด้วยความยินดี บ้านใกล้เรือนเคียงรั้วติดกันพูดคุยที่หน้าบ้านก็ได้ยินกันทั่ว และรู้ว่าหนุ่มเมืองกรุงคนนี้กำลังจะตามจีบลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน
ในตอนกลางดึกที่ผู้ใหญ่และภรรยาเข้านอนแล้ว บงกชก็เข้ามาคุยกับคเชนทร์ตามที่เขานัดคุยกับเธอเอาไว้หลังอาหารเย็นเรื่องความรับผิดชอบกับเรื่องน่าอายที่เกิดขึ้น
“ฉันบอกแล้วไงคะว่าไม่ต้องการความรับผิดชอบ คุณไม่ต้องมารับผิดชอบอะไรทั้งนั้น”
“ไม่ได้นะ ถ้าบงกชท้องขึ้นมาล่ะ จะไม่ยิ่งอายคนเหรอ” เขาเอาเรื่องนี้มาอ้างทำให้หญิงสาวเริ่มทำสีหน้ากังวล
คเชนทร์ขยับเข้าไปจับไหล่บอบบางนั้นแล้วดึงเธอเข้ามากอด หญิงสาวตัวเกร็งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ตัวอ่อนลงแล้วยอมให้เขากอดแต่โดยดี
“ฉันจะรอคุณกลับมานะคะ” เธอพูดเป็นนัยว่ายอมรับเขาแล้ว
คเชนทร์เชยคางเอขึ้นมาแล้วค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ปฏิเสธจึงจูบลงไปที่กลีบปากสีหวาน บดจูบอย่างอ้อยอิ่งก่อนจะแทรกปลายลิ้นเข้าไปเกี่ยวปลายลิ้นนุ่มลื่นของอีกฝ่าย
เขาดันตัวเธอให้ถอยไปนอนที่เตียงแล้วแยกเข่าออกกว้าง มองดูกลีบบัวที่ห่อหุ้มเม็ดเกสรลับนั้น แล้วมุดหน้าลงไปใช้ลิ้นตวัดเลีย ทั้งดูดทั้งอมอย่างชำนาญและมอบความสุขให้แก่หญิงสาวอย่างไม่รังเกียจ
“อ๊าส์ เสียว ซี๊ด เสียว” เธอครางอย่างมีความสุข
ร่างเพรียวบางสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อปลายลิ้นของเขาดูดดุนเม็ดเสียวพร้อมกับใช้นิ้วแยงเข้าไปในร่องคับแคบแล้วงอนิ้วขยับเข้าออกถี่รัว
“อ๊าส์ ไม่ไหวแล้ว ซี๊ด อ๊าส์”
“ให้ผมหยุดเหรอ” เขาเงยหน้าถามเสียงพร่า ปลายนิ้วยังคงทำหน้าที่อย่างไม่บกพร่อง
“ไม่เอานิ้ว ไม่เอาลิ้นแล้ว เอาบงกชเถอะจ้ะ” เธอบอกเขาเสียงหอบกระเส่า กล้ามเนื้อภายในบีบรัดที่ปลายนิ้วอย่างน่าเอ็นดู
“ผมจะทำให้บงกชมีความสุขที่สุด”
เขาพูดเสียงกระเส่าแล้วถอดเสื้อผ้าของเธอและของตนเองออกไปอย่างชำนาญ
ร่างหนาขยับไปคร่อมทับเรือนร่างเพรียวงาม โน้มลงไปบดจูบที่ริมฝีปาก ไล้จูบลงไปที่ปลายคางแล้วเลื่อนลงไปที่คอระหงหอมกรุ่นกลิ่นกายสาว ก่อนจะลากปลายลิ้นลงไปตวัดเลียเม็ดปทุมถันอย่างดูดดื่ม
สักพักเขาก็ยืดตัวขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วกดปลายหัวหยักถูไถลากไปตามรอยแยกฉ่ำน้ำ สบตาที่ปรือฉ่ำของเธอแล้วดันสะโพกกดท่อนเอ็นแหวกกลีบบัวสีหวานเข้าไปจนมิดลำ
“อ๊าส์ เสียว ซี๊ด” หญิงสาวครางลั่น ทำให้เขาพอใจเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอย่างถี่รัว
“อ๊าส์ เสียวหอยเหลือเกิน ซี๊ด อ๊าส์” บงกชครางลั่น สูดปากหายใจหอบกระเส่า
สะโพกหนั่นเนื้อแอ่นรับสะโพกสอบที่โถมแรงเข้ามาอย่างดุดัน ภายในบีบรัดอย่างรุนแรงทำให้อีกฝ่ายได้รับความสุขสมไม่ต่างกัน
“ผมเสียวมาก อ๊าส์ ซี๊ด คุณสวยและน่าหลงใหลมากเลยบงกช” เขาครางบอกเธอเสียงพร่าสั่น สะโพกยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องจนเกิดเสียงเนื้อตีกันดังคลอไปกับเสียงคราง
“อื้อ ...แตกแล้ว ซี๊ด” ในที่สุดหญิงสาวก็ถึงจุดหมาย สะโพกเกร็งกระตุกบีบท่อนเนื้อลำเขื่องแล้วตัวอ่อนลงนอนหายใจหอบกระเส่าอย่างสุขสม
คเชนทร์ดึงเธอเข้ามานั่งบนตักเขาในท่าหันหน้าเข้าหากันแล้วประคองก้นเธออุ้มขึ้นให้หญิงสาวเอาขาเกี่ยวเอวเขาเอาไว้ในท่าลิงอุ้มแตง โถมแรงกระแทกจนสะโพกของเธอลอยขึ้นลงตามจังหวะอย่างต่อเนื่อง
“อื้อ จุก ...ซี๊ด ทั้งจุกทั้งเสียวเลย อ๊าส์” เธอครางลั่นเสียงหลงเมื่อโดนท่ายากที่เสียวปนจุก เริ่มมีอารมณ์ร่วมอีกครั้งอย่างออกรส
“ผมไม่ไหวแล้ว อ๊าส์จะแตกแล้ว”
“อย่าเพิ่งสิจ๊ะ ฉันเพิ่งจะมีอารมณ์เอง”
“งั้นต้องเปลี่ยนท่าแล้ว” เขาพูดพร้อมกับเดินกระแทกเธอไปวางไว้ที่เตียง จัดท่าให้เธอคุกเข่ากับขอบเตียงแล้วยืนประกบจากด้านหลัง
ท่อนเนื้อเคลื่อนเข้าออกตอกกระแทกอย่างต่อเนื่อง กลีบบัวปลิ้นเข้าออกตามจังหวะของแรงที่เสียดสีนั้นจนเกิดเสียงสวบๆ
“จะแตกแล้ว อ๊าส์” หญิงสาวกัดฟันพูด แล้วทำสีหน้าบิดเบ้อย่างได้อารมณ์
“พร้อมกันนะครับ อ๊าส์” คเชนทร์กัดฟันพูดแล้วโถมกระแทกอย่างบ้าคลั่งจนในที่สุดก็พาเธอไปสู่จุดหมาย
“อ๊าส์ ซี๊ด แตกแล้ว” หญิงสาวหวีดร้องลั่นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุข ภายในรู้สึกได้ถึงปลายลำที่กระตุกพ่นน้ำรักเข้ามาในร่างกาย
“รอผมนะบงกช ผมสัญญาว่าจะให้พ่อแม่มาสู่ขอคุณอย่างถูกต้อง”
“จ้ะ ฉันจะรอคุณช้างนะจ๊ะ” เธอรอบปากเสียงหวาน ซบใบหน้ากับอกกว้างนั้นอย่างวางใจ
---------------------
ครบสัปดาห์แล้วที่คเชนทร์ไปจากหมู่บ้านสระบัวงามแล้วยังไม่ได้ติดต่อกลับมา บงกชรู้สึกร้อนใจและเศร้ากับคำสัญญาที่เลือนรางของตนผู้ใหญ่และภรรยามองบุตรสาวของตนเองที่ซึมลงมาในหลายวันมานี้ สงสัยว่าหนุ่มจากเมืองกรุงจะคว้าหัวใจอีกฝ่ายไปได้สำเร็จเสียแล้วแต่ยังไม่ทันที่จะคิดเกินเลยว่าถูกเขาทอดทิ้ง รถคันคุ้นตาก็วิ่งมาจอดที่หน้าบ้านพร้อมกับคเชนทร์และพ่อแม่ของเขาที่ลงมาจากรถเขากลับไปเพื่อเอาน้ำในขวดไปตรวจในช่วงที่ยังมีฤทธิ์อยู่ ตรวจพบสารอะไรบางอย่างที่ไม่เคยมีใครค้นพบ พบจะตรวจซ้ำก็เหมือนว่าสารนั้นจะหายไปเพราะเลยกำหนดเจ็ดวันแล้ว“ผมกลับมาตามสัญญาแล้วนะครับ” เขาบอกพ่อผู้ใหญ่แต่สายตานั้นสบตาหวานเชื่อมกับบงกชไม่หยุดช่วงเวลาที่ห่างเธอไปไม่คิดว่าเขาจะคิดถึงเธอและรู้หัวใจตัวเองว่ารักหญิงสาวอ่อนหวานที่ร่านรักคนนี้เสียแล้ว“พี่ผู้ใหญ่คงต้องผูกแขนให้เข้าหอตามสัญญาแล้วล่ะจ้ะ” ผู้เป็นภรรยาพูดแล้วปิดปากอมยิ้มกับใบหน้าเคร่งเครียดของสามี“พวกเราเตรียมสินสอดมาพร้อมแล้วนะคะ วันนี้ก็ดูฤกษ์ยามมาแล้ว แต่งวันนี้เลยก็ได้ พานบายศรีก็พร้อมแล้วจ้ะ” มารดาของคเชนทร์พูดเสียงนุ่มจากนั้นรถกระบะก็ขับเข้ามาจอดแล้วยกหม้อข้าวหม้
งานแต่งงานที่กำลังจะมาถึงของเพื่อนคนที่สามในกลุ่ม ทำให้ ‘รตี’ สมาชิกคนที่สี่กลายเป็นคนสุดท้ายในกลุ่มที่ยังโสดอยู่“พวกแกต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้ฉัน โดยเฉพาะแก...รตี งานนี้ฉันตั้งใจจะโยนช่อดอกไม้เจ้าสาวให้แก” เอมอรซึ่งเป็นว่าที่เจ้าสาวพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังแล้วยิ้มให้เพื่อนรักคนเดียวที่ยังโสดอยู่“ยังไงรตีมันก็ไปแน่ งานแต่งฉันก็ฟาดเพื่อนเจ้าบ่าวไปสองคน งานแกมีเหรอว่ามันจะพลาด” สุพิตพูดขึ้นแล้วพยักหน้าให้แก่ฤดีอย่างรู้ทัน เพราะรตีเป็นแม่เสือสาวนักล่าเพื่อนเจ้าบ่าว“พอเลย พวกแก แต่งงานหนีฉันไปก่อนแบบนี้ไม่ให้เหงาไปเอากับเพื่อนเจ้าบ่าวหล่อได้ยังไง” สาวโสดคนสุดท้ายพูดแล้วกอดอกทำหน้างอง้ำ เพราะทุกคนบอกจะโสดไปด้วยกันจนอายุสามสิบแต่กลับทยอยแต่งงานกันไปจนหมด“โอเค งั้นงานนี้ฉันยกเพื่อนเจ้าบ่าวให้แก่หมดเลยสามคน ญาติของเจ้าบ่าวฉันมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวให้ งานนี้แกอิ่มแบบจุกๆ แน่” เอมอรบอกด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยจริตที่เย้าแหย่“แล้วนี่ทำไมแต่งกะทันหันจัง เดือนหน้าเนี่ยนะ” ฤดีหันไปถามว่าที่เจ้าสาว แล้วมองดูการ์ดเชิญที่เพื่อนรักนำมาให้“เจ้าบ่าวฉันเป็นเศรษฐีบ้านนอกน่ะ เขาต้องแต่งงานตามคำทำนายอ
ชายหนุ่มวัยสามสิบหกลุกนั่งที่ปลายเตียง สายตาคมกริบมองดูรตีที่เดินนวยนาดออกมาจากห้องน้ำด้วยแววตาที่หื่นกระหายเธอลดตัวนั่งคุกเข่าแล้วให้เธอใช้รูดท่อนเอ็นนั้นขึ้นลง ใช้ปลายลิ้นแตะเลียไปรอบๆ ปลายลำแล้วอมมันเข้าไปอย่างดูดดื่มมือหนาขยุ้มกลุ่มผมนุ่มของเธอแล้วกดโยกเข้าหาท่อนเอ็นให้เข้าไปลึกในโพรงปาก หญิงสาวจับท่อนลำเอาไว้เพื่อไม่ให้เขาดันเข้าไปลึกกว่านี้เพราะโก่งคอรับความยาวนั้นไม่ไหว“อ๊าส์ ดีมาก อ๊าส์ ซี๊ด มีแฮงคัก อ๊าส์” เขาครางอย่างชอบใจ กัดฟันแล้วสูดปากครางออกมาเสียงหลงภาษาถิ่นจากริมฝีปากของหนุ่มหล่อทำให้หญิงสาวยิ่งเกิดความปรารถนา เธอคายท่อนเนื้อนั้นออกแล้วขึ้นไปนั่งตักเขาแล้วเริ่มขย่มให้แก่เขาในท่านั่งหันหลังให้ภูผาจูบแผ่นหลังของเธอแล้วสูดกลิ่นหอมจากน้ำหอมราคาแพง มือทั้งสองขยำเต้าอวบที่ด้านหน้าใช้นิ้วขยี้เม็ดยอดอกไปด้วยอย่างมันเขี้ยวรตีขย่มลงไปด้วยลีลาที่ยั่วยวนและเร่าร้อน ครางกระเส่าอย่างออกรสคลอไปกับเสียงเนื้อที่เสียดสีกันดังสวบๆ ตามจังหวะที่เธอบดกลีบสวาทเสียดสีกับท่อนเนื้ออุ่นที่อวบยาวนั้น“คุณรตีขย่มเก่งมากเลยครับ ผมไม่เคยเจอใครขย่มเก่งเท่านี้มาก่อน” ภูผาออกปากชมเธอไม่หยุด ชื่น
อีกสองวันก็จะถึงงานแต่งงานของเอมอรและซันแล้ว เพื่อนเจ้าสาวล่ารักอย่างรตีจึงต้องช่วยเพื่อนเตรียมงานเช่นเดียวกับเพื่อนเจ้าสาวอีกสองคนสุพิตช่วยดูแลเรื่องช่างแต่งหน้าที่จะมาแต่งหน้าให้ในงาน ส่วนฤดีที่เป็นออแกไนเซอร์อยู่แล้วก็ทำงานตามหน้าที่ของตนโดยมีทีมงานคุณภาพคอยช่วยเหลือรตีช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานซึ่งใช้โรงแรมเป็นที่จัดงานและประสานงานห้องพักของญาติเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ใช้พักในช่วงจัดงาน รวมไปถึงห้องที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวใช้แต่งตัวซึ่งเหมาเช่าชั้นห้าทั้งชั้นเอาไว้ในงานนี้“สวัสดีครับคุณรตี” ธารที่มาถึงโรงแรมก่อนคนแรกทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่สดใส“มาไวจังเลยค่ะ โรงแรมจะเปิดให้พักในวันพรุ่งนี้ก่อนวันงานหนึ่งวันนะคะ” เธอบอกเขาเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่ล็อบบี้“ผมเปิดห้องที่ชั้นเจ็ดไว้แล้วครับ พรุ่งนี้ค่อยย้ายมาชั้นห้า” เขาพูดแล้วยิ้มให้เธอพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหมาย“แล้วนี่เราเจอกันโดยบังเอิญหรือว่ารู้อยู่แล้วคะว่ารตีอยู่ที่นี่” เธอกอดอกถามเขา เข้าใจความหมายในแววตานั้นดี“ผมมาล่วงหน้าก่อนหนึ่งวันเพื่อมาหาคุณรตีโดยเฉพาะครับ โทรถามคุณเอมแล้วเธอบอกว่าคุณมาที่นี่ผมเลยมาพักที่นี่” เขาพูดแล
วันต่อมาภูผาและน่านฟ้าก็ตามมาถึง น่านฟ้าถึงกับอดหมั่นไส้น้องชายไม่ได้ที่อีกฝ่ายโทรไปอวดว่าได้สนุกกับรตีก่อนตนซึ่งเป็นพี่“เด็ดอยู่บ้อธาร” ภูผาถามน้องชาย“เด็ดหลายครับอ้าย ขึ้นขี่ผมเด้งหน้าเด้งหลัง มีแฮงหลาย เอากันจนขาหล่อยเบิ่ด” ธารบอกแล้วยิ้มร่าอย่างพอใจ“อ้ายภูกับบักธารได้ไปแล้ว ต่อไปตาข้อยเด้อ” เขาบอกพี่ชายน้องชายด้วยภาษาบ้านเกิด จากนั้นก็เดินไปหารตีที่กำลังวุ่นกับการต้อนรับญาติๆ เข้าห้องพักตามหน้าที่ที่เธอรับอาสา“เหลืออีกเยอะไหมครับ ให้ผมช่วยไหม”“เหลือพ่อแม่เจ้าบ่าวน่าจะมาถึงช่วงเย็นค่ะ เห็นว่าแวะรับญาติคนอื่นมาด้วย”“ลุงกับป้าผมแก่แล้วครับ เมารถง่ายคนขับเลยต้องมาช้าๆ หน่อย” เขาบอกเธอแล้วมองด้วยสายตาที่มีความหวัง“เอ่อ...รอเสร็จงานพรุ่งนี้ก่อนไหมคะ” เธอบอกเขาอย่างรู้เท่าทันความคิด“ไม่ไหวหรอกครับ คนอื่นได้ไปหมดแล้วแต่ผมยังไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้วันนี้พรุ่งนี้ผมคงไม่สดชื่นแน่” เขาพูดแล้วทำตาปริบๆ อย่างอ้อนวอน“ก็ได้ค่ะ” เธอรับปากแล้วยิ้มอย่างชอบใจ หนุ่มๆ พวกนี้ท่าทางจะขาดของหนัก แต่ละคนมาถึงก็อยากมีแฮงกับเธอเหลือเกิน สงสัยว่าถ้าไม่ได้ก็คงจะรบเร้าไม่หยุดเขาพาเธอไปยังห้องพักของตนแล้วย
งานแต่งงานของเอมอรและซันได้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น งานฉลองแต่งงานก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานของหนุ่มสาวในขณะที่ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวแยกย้ายไปพักตามห้องพักที่จัดไว้ให้เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวต่างก็ฉลองกันต่ออย่างสนุกสนานทิ้งท้ายงานฉลองแต่งงานอย่างสุดเหวี่ยงสุพิตที่พกสามีและลูกมาด้วยนั้นขอกลับไปก่อน ส่วนฤดีที่เป็นทั้งออแกไนเซอร์และเพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ดื่มเหล้าและจะอยู่ดูแลงานจนถึงนาทีสุดท้าย“ฉันต้องกลับแล้วนะ เมามากแล้ว” รตีบอกเอมอรแล้วเข้าไปสวมกอดพร้อมกับอวยพรอีกรอบ“กลับไหวไหม ไม่ไหวนอนพักที่นี่สิ ฉันว่าต้องมีสักห้องแหละที่ว่างต้อนรับแก” เอมอรพูดแล้วปรายตาไปยังเพื่อนเจ้าบ่าวในชุดสูทสีฟ้าสามคนที่จ้องมองมาทางรตีด้วยสายตาที่มีความหวังพวกเขาเห็นรตีหันมามองก็รีบลุกขึ้นต่างอาสาจะพาเธอไปส่งกันทั้งนั้น“งั้นฉันขอตัวล่ะ มีความสุขมากๆ นะเอม คุณซัน” รตีอวยพรอีกครั้งแล้วเดินออกไปหาสามหนุ่มก่อนจะเดินเข้ามาพูดกับเธอต่อหน้าเจ้าบ่าวและแขกคนอื่นที่ยังนั่งดื่มต่อทั้งสี่คนเดินออกไปนอกห้องจัดงาน แล้วสามหนุ่มก็เริ่มแย่งเพื่อนเจ้าสาวกันทันที“คืนนี้น่านไปนอนกับธาร ฉันจะนอนอีกห้องกับคุณรตี” ภูผาบอ
แววตาของเพื่อนสาวที่มองด้วยความอ้อนวอนทำให้ฉันเริ่มใจอ่อนแต่ก็ยังลังเลกับคำชวนที่แสนห่ามนั้น“นะ นะ ดิว ไปเที่ยวบาร์โฮสเป็นเพื่อนฉันหน่อย ฉันจะออกเงินให้เธอเลย นะ นะ ได้โปรด” มิวยังคงอ้อนวอนไม่หยุด“ไม่เอาล่ะ ไม่เคยไป เราไปนั่งดื่มที่บาร์หาผู้ชายมาวันไนท์สแตนด์ด้วยจะไม่ดีกว่าเหรอ” ฉันลองออกความเห็นเสนออีกทางเลือกให้กับเพื่อนรัก“มันจะไปสนุกอะไรล่ะ อีกอย่างผู้ชายพวกนั้นน่ะก็หน้าเดิมๆ ไม่รู้ว่าจะวนเวียนมาเจอกันอีกตอนไหน หรือว่าจะเป็นคนใกล้ตัวของเราหรือเปล่า สู้ไปหาเด็กบาร์โฮสหล่อๆ เอาใจเก่งมาปรนนิบัติเราจะไม่ดีกว่าเหรอ” มิวยังคงพูดโน้มน้าวให้ฉันไปด้วยให้ได้ ท่าทางจะปฏิเสธยากเสียแล้วงานนี้“ไปก็ไป แต่ว่าฉันแค่ไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนนะ ไม่เอาผู้ชายพวกนั้นมานั่งคลอเคลีย ไม่ชินกับการถูกเอาใจ”“อย่าพึ่งพูดออกตัวไป ถ้าแกติดใจแล้วจะอายปากตัวเองนะจ๊ะ” มิวยิ้มแฉ่งแล้วส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน“ร้านแท่งทอง69” ฉันอ่านชื่อร้านแล้วสยิวท้องน้อยตั้งแต่ยังไม่ไป แค่ชื่อร้านก็เสียวไส้แล้ว“แกจะไปเที่ยวเฉยๆ หรือว่าคิดจะพาออกมาด้วย” ฉันถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัยทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากฟังจากปากเธอชัดๆ“ไปขนา
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน อุตส่าห์ออกตัวกับเพื่อนเอาไว้แล้วว่าจะไม่พาเด็กบาร์โฮสต์ออกมาด้วย แต่ว่าตอนนี้เราสองคนยืนอยู่หน้าห้องพักของโรงแรมม่านรูดพร้อมหนุ่มโฮสข้างกายอีกสองคนมิวเปิดห้องสองห้องแล้วแยกกันไปคนละห้อง เพื่อที่จะใช้เวลาส่วนตัวกับหนุ่มหล่อที่พวกเราพาออกมาด้วย“เราไปอาบน้ำก่อนไหม” ฉันชวนเขาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉัน ‘ซื้อกิน’“ได้สิครับเดี๋ยวผมจะขัดตัวให้พี่เอง รับรองว่าหอมตั้งแต่หัวยันหอยแน่ๆ” เขาพูดคำหยาบโลนออกมา แต่ทว่าฉันกลับรู้สึกสยิวหูเหลือเกินในเวลานี้เขาถอดเสื้อผ้าของฉันออกอย่างนุ่มนวลพร้อมกับใช้จมูกคลอเคลียที่ข้างแก้ม เสื้อผ้าถูกทิ้งกองลงกับพื้นจากนั้นเขาก็กอดเอวฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำฝ่ามือหนาลูบสบู่จนเกิดฟองแล้วละเลงไปทั่วร่าง นวดถูทำความสะอาดให้กับฉันสมกับเงินห้าพันที่เพื่อรักฉันพาเขาออกมาเพื่อเปิดโลกให้แก่ฉันเขาอาบน้ำให้เราทั้งคู่แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มพรมจูบฉันไปที่หัวไหล่ไล่ไปจนถึงหลังต้นคอ เป็นจูบที่รู้สึกนุ่มนวลและซ่านสยิวที่สุด คงเป็นเพราะความตื่นเต้นจึงทำให้ฉันรู้สึกอย่างมือของเขาลูบไล้ไปทั่วเนินสวาทและเต้าทั้งสองข้าง พร้อมๆ ก
วิไลพิลาศลักษณ์นั่งต่อหน้าฉันพร้อมกับแฟ้มเอกสารสมัครงานตำแหน่งวิศวกรที่มีคนเคยมาสมัครเอาไว้“คนมาสมัครก็เยอะนี่ ทำไมตำแหน่งนี้ยังว่าง” ฉันถามลูกน้องสาววัยไล่ๆ กับฉันด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ“คนที่มาสมัครแต่ละคนไม่มีประสบการณ์ทำงานเลยค่ะ บางคนก็พึ่งจบใหม่แต่ระบุเงินเดือนเหมือนตัวเองทำงานมาสิบปี แบบนี้ก็ไม่ไหว” เธออธิบายให้ฉันฟัง เหตุผลมันก็พอได้แต่ว่าฉันรู้สึกไม่เข้าหู“จบใหม่แล้วไง เราก็มีฝ่ายบุคคลไว้ทำไม การฝึกอบรมพนักงาน จัดอบรมความรู้และทักษะงานมันหน้าที่ฝ่ายเธอไม่ใช่เหรอ แล้วถ้าไม่ให้เขาลองทำงานดูจะมีประสบการณ์ได้ยังไง” ฉันพูดเสียงเรียบแล้วค้นใบสมัครงานจนเจอใบสมัครของปอนฉันเลือกใบสมัครมาห้าคนแล้วยื่นให้เธอ “โทรนัดสัมภาษณ์ ฉันจะสัมภาษณ์พวกเขามาทำงานเอง”“ค่ะบอส” เธอรับปากแล้วรีบเดินออกไปด้วยสีหน้าที่ดูไม่พอใจเหมือนตัวเองถูกฉันก้าวก่ายการคัดเลือกใบสมัครฉันนั่งยิ้มอย่างพอใจ จากนั้นก็รับสายจากนักสืบเอกชนที่ฉันจ้างให้ไปสืบประวัติเขา คนที่ฉันสนใจทุ่มแค่ไหนก็ไม่หวั่นจะว่าไปแล้วตอนแรกฉันไม่สนใจเขาด้วยซ้ำ แต่หลังๆ มานี่หลงจนโงหัวไม่ขึ้นทั้งๆ ที่ตัวเองก็พยายามยับยั้งใจเอาไว้แล้ว“ว่าไง” ฉ
ปอนแต่งตัวในชุดธรรมดาแล้วไม่ได้เซ็ทผมอย่างตอนที่อยู่ในบาร์โฮส เขาดูหล่อและหน้าเด็กลงมากจนฉันรู้สึกเขินตัวเองในวัยสามสิบแปดปีเขาไม่อายเลยที่จะเดินจับมือฉันเดินในห้างสรรพสินค้าแบบนี้“ทำไมถึงมาทำงานนี้ล่ะ” ฉันตัดสินใจถามเขา อยากรู้ว่าเขาจะเล่าเรื่องได้น่าสงสารและรันทดมากแค่ไหน เพราะส่วนใหญ่มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว“ผมอยากได้เงินมาใช้จ่ายอย่างสะดวกสบายครับ งานประจำที่ทำอยู่เงินเดือนหมื่นต้นๆ อยากได้อะไรก็ลำบาก”“อืม แล้วครอบครัวปอนล่ะ เขาไม่ช่วยเหลือเหรอ”“พ่อแม่ผมพวกท่านก็หย่าร้างแยกย้ายกันไปมีครอบครัวใหม่ครับ พ่อก็อยากได้ผมไปอยู่ด้วย แม่ก็อยากได้ผมไปอยู่ด้วย ผมไม่อยากเลือกให้อีกฝ่ายต้องน้อยใจเลยตัดสินใจไม่เลือกอยู่กับใคร พ่อกับแม่ส่งเงินมาให้ทุกเดือนผมก็เอาเงินพวกนั้นจ่ายค่าผ่อนคอนโดไป” เขาบอกเรื่องราวที่ผิดคาดไปมากฉันได้แต่อมยิ้ม ไม่คิดเลยว่าเขาจะเล่าเรื่องจริงออกมาแบบนี้ คิดว่าจะแต่งเรื่องให้ฉันต้องสงสารเขาเสียอีก“แล้วทำงานที่นั่นเป็นยังไงบ้าง” ฉันถามเขาต่อเพื่อหาเรื่องชวนคุย“ก็เรื่อยๆ ครับ ส่วนใหญ่จะนั่งชงเครื่องดื่มรับทิป จะมีแขกพาขึ้นห้องหรือออกไปข้างนอกบ้างก็นานๆ ทีครับ พี่
คืนนี้ฉันไปที่แท่งทอง69 ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเจอคนรู้จักซึ่งเธอเป็นคนที่เคยเป็นคู่แข่งงานประมูลโครงการก่อสร้างกับฉันเมื่อเดือนที่แล้วเจ๊หญิงวัยสามสิบแปดเท่ากับฉันเธอนั่งอยู่โต๊ะข้างๆ แล้วยิ้มมองฉันด้วยรอยยิ้มที่เหยียดยิ้มนิดๆ คงคิดจะบอกเป็นนัยๆ ว่าจะแข่งกับฉันในการประมูลหนุ่มๆ ป้ายทองแน่ๆการเดินแบบโชว์ตัวของบาร์โฮสหนุ่มๆ ผ่านไป ฉันเลือกปอนมานั่งเอาใจฉันเช่นเดียวกับเธอที่เลือกหนุ่มโฮสคนหนึ่งมานั่งข้างกาย“ลูกค้าคนนั้นมาบ่อยไหม” ฉันถามปอนแล้วพยักพเยิดไปทางเจ๊หญิง“มาบ่อยครับ แต่ส่วนใหญ่จะมาวันธรรมดา มีครั้งนี้ที่มาวันเสาร์” ปอนตอบฉันแล้วรินเครื่องดื่มพร้อมกับช่วยป้อนฉันอย่างเอาใจสายตาของเราสองคนมองกันอย่างไม่มีใครยอมใคร แล้วเธอก็เหมือนจะท้าทายฉันโดยการชี้ไปยังตัวท็อปที่เต้นอยู่บนเวที“คืนนี้พี่จะประมูลหนุ่มโฮสบนเวทีแข่งกับเธอ” ฉันบอกปอนทำให้เขาลดยิ้มลงเล็กน้อย แต่ก็คงขัดฉันไม่ได้“อย่ากังวลไปหน่อยเลย คนที่จะขึ้นเตียงกับพี่ในคืนนี้ยังไงก็เป็นปอน” ฉันกระซิบบอกเขา เอาใจเด็กหนุ่มให้รู้ว่าฉันติดใจเขามากแค่ไหนหนุ่มโฮสหลักพันกับหลักหมื่นจะแตกต่างกันมากแค่ไหนเชียว ต่างก็แค่หน้าตาและราคาเท่าน
หลังจากวันนั้นฉันก็ถวิลหาแต่รสสวาทของหนุ่มโฮสไม่หยุด ก่อนที่เราจะจากกันฉันถามชื่อเขาเอาไว้แล้ว และนัดแนะว่าคืนวันเสาร์นี้ฉันจะไปที่ร้านและไปเจอเขาฉันโทรชวนมิวให้ไปด้วย แต่เพราะว่าเธอติดธุระด่วนของที่บ้านจึงไม่ได้ไปด้วย ค่ำคืนนี้จึงมีแต่ฉันคนเดียวที่ไปเที่ยวตามลำพังฐานะการเงินของฉันอยู่ในระดับที่ดี ทั้งฉันและมิวผลัดกันเลี้ยงมื้อค่ำและเลี้ยงเครื่องดื่มกันอยู่บ่อยครั้ง ครั้งนี้ยังไม่ได้เลี้ยงเด็กโฮสเธอกลับก็คิดว่าจะเอาไว้วันหน้า คราวนี้ฉันขอไปเองตามนัดก่อนไม่อยากให้ ‘น้องปอน’ รอนานพอไปถึงฉันก็นั่งโต๊ะหน้าสุด แล้วมองดูปอนเดินไปมารอบเวที เขาเห็นฉันแล้วส่งยิ้มให้ พอเดินเสร็จฉันก็รีบเลือกเขาทันทีก่อนคนอื่นจะคว้าไป“สวัสดีครับพี่ดิว” เขาทักทายฉันเสียงนุ่ม แล้วเดินมานั่งข้างๆ มือวางไว้ที่ต้นขาฉันแล้วสบตาอย่างมีความหมาย“มาคนเดียวเหรอครับวันนี้”“มาคนเดียว แต่ว่าอยากเสียวกันสองคนได้ไหมล่ะ” ฉันพูดเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน แล้วมองเขาด้วยสายตาที่ปรารถนา หนุ่มๆ คนอื่นก็อยากลองควงออกไปบ้างแต่ว่าฉันเป็นประเภทที่ว่าถ้าได้ลองติดใจอะไรแล้วก็ไม่อยากเปลี่ยนเพราะเกรงว่าจะเจอสิ่งที่แย่กว่าเดิม ดังนั้นกา
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน อุตส่าห์ออกตัวกับเพื่อนเอาไว้แล้วว่าจะไม่พาเด็กบาร์โฮสต์ออกมาด้วย แต่ว่าตอนนี้เราสองคนยืนอยู่หน้าห้องพักของโรงแรมม่านรูดพร้อมหนุ่มโฮสข้างกายอีกสองคนมิวเปิดห้องสองห้องแล้วแยกกันไปคนละห้อง เพื่อที่จะใช้เวลาส่วนตัวกับหนุ่มหล่อที่พวกเราพาออกมาด้วย“เราไปอาบน้ำก่อนไหม” ฉันชวนเขาเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉัน ‘ซื้อกิน’“ได้สิครับเดี๋ยวผมจะขัดตัวให้พี่เอง รับรองว่าหอมตั้งแต่หัวยันหอยแน่ๆ” เขาพูดคำหยาบโลนออกมา แต่ทว่าฉันกลับรู้สึกสยิวหูเหลือเกินในเวลานี้เขาถอดเสื้อผ้าของฉันออกอย่างนุ่มนวลพร้อมกับใช้จมูกคลอเคลียที่ข้างแก้ม เสื้อผ้าถูกทิ้งกองลงกับพื้นจากนั้นเขาก็กอดเอวฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำฝ่ามือหนาลูบสบู่จนเกิดฟองแล้วละเลงไปทั่วร่าง นวดถูทำความสะอาดให้กับฉันสมกับเงินห้าพันที่เพื่อรักฉันพาเขาออกมาเพื่อเปิดโลกให้แก่ฉันเขาอาบน้ำให้เราทั้งคู่แล้วหลังจากนั้นเขาก็เริ่มพรมจูบฉันไปที่หัวไหล่ไล่ไปจนถึงหลังต้นคอ เป็นจูบที่รู้สึกนุ่มนวลและซ่านสยิวที่สุด คงเป็นเพราะความตื่นเต้นจึงทำให้ฉันรู้สึกอย่างมือของเขาลูบไล้ไปทั่วเนินสวาทและเต้าทั้งสองข้าง พร้อมๆ ก
แววตาของเพื่อนสาวที่มองด้วยความอ้อนวอนทำให้ฉันเริ่มใจอ่อนแต่ก็ยังลังเลกับคำชวนที่แสนห่ามนั้น“นะ นะ ดิว ไปเที่ยวบาร์โฮสเป็นเพื่อนฉันหน่อย ฉันจะออกเงินให้เธอเลย นะ นะ ได้โปรด” มิวยังคงอ้อนวอนไม่หยุด“ไม่เอาล่ะ ไม่เคยไป เราไปนั่งดื่มที่บาร์หาผู้ชายมาวันไนท์สแตนด์ด้วยจะไม่ดีกว่าเหรอ” ฉันลองออกความเห็นเสนออีกทางเลือกให้กับเพื่อนรัก“มันจะไปสนุกอะไรล่ะ อีกอย่างผู้ชายพวกนั้นน่ะก็หน้าเดิมๆ ไม่รู้ว่าจะวนเวียนมาเจอกันอีกตอนไหน หรือว่าจะเป็นคนใกล้ตัวของเราหรือเปล่า สู้ไปหาเด็กบาร์โฮสหล่อๆ เอาใจเก่งมาปรนนิบัติเราจะไม่ดีกว่าเหรอ” มิวยังคงพูดโน้มน้าวให้ฉันไปด้วยให้ได้ ท่าทางจะปฏิเสธยากเสียแล้วงานนี้“ไปก็ไป แต่ว่าฉันแค่ไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนนะ ไม่เอาผู้ชายพวกนั้นมานั่งคลอเคลีย ไม่ชินกับการถูกเอาใจ”“อย่าพึ่งพูดออกตัวไป ถ้าแกติดใจแล้วจะอายปากตัวเองนะจ๊ะ” มิวยิ้มแฉ่งแล้วส่งโลเคชั่นมาให้ฉัน“ร้านแท่งทอง69” ฉันอ่านชื่อร้านแล้วสยิวท้องน้อยตั้งแต่ยังไม่ไป แค่ชื่อร้านก็เสียวไส้แล้ว“แกจะไปเที่ยวเฉยๆ หรือว่าคิดจะพาออกมาด้วย” ฉันถามด้วยน้ำเสียงที่สงสัยทั้งๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้วแต่ก็อยากฟังจากปากเธอชัดๆ“ไปขนา
งานแต่งงานของเอมอรและซันได้ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น งานฉลองแต่งงานก็เต็มไปด้วยความสนุกสนานของหนุ่มสาวในขณะที่ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายเจ้าบ่าวแยกย้ายไปพักตามห้องพักที่จัดไว้ให้เพื่อนเจ้าสาวและเพื่อนเจ้าบ่าวต่างก็ฉลองกันต่ออย่างสนุกสนานทิ้งท้ายงานฉลองแต่งงานอย่างสุดเหวี่ยงสุพิตที่พกสามีและลูกมาด้วยนั้นขอกลับไปก่อน ส่วนฤดีที่เป็นทั้งออแกไนเซอร์และเพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ดื่มเหล้าและจะอยู่ดูแลงานจนถึงนาทีสุดท้าย“ฉันต้องกลับแล้วนะ เมามากแล้ว” รตีบอกเอมอรแล้วเข้าไปสวมกอดพร้อมกับอวยพรอีกรอบ“กลับไหวไหม ไม่ไหวนอนพักที่นี่สิ ฉันว่าต้องมีสักห้องแหละที่ว่างต้อนรับแก” เอมอรพูดแล้วปรายตาไปยังเพื่อนเจ้าบ่าวในชุดสูทสีฟ้าสามคนที่จ้องมองมาทางรตีด้วยสายตาที่มีความหวังพวกเขาเห็นรตีหันมามองก็รีบลุกขึ้นต่างอาสาจะพาเธอไปส่งกันทั้งนั้น“งั้นฉันขอตัวล่ะ มีความสุขมากๆ นะเอม คุณซัน” รตีอวยพรอีกครั้งแล้วเดินออกไปหาสามหนุ่มก่อนจะเดินเข้ามาพูดกับเธอต่อหน้าเจ้าบ่าวและแขกคนอื่นที่ยังนั่งดื่มต่อทั้งสี่คนเดินออกไปนอกห้องจัดงาน แล้วสามหนุ่มก็เริ่มแย่งเพื่อนเจ้าสาวกันทันที“คืนนี้น่านไปนอนกับธาร ฉันจะนอนอีกห้องกับคุณรตี” ภูผาบอ
วันต่อมาภูผาและน่านฟ้าก็ตามมาถึง น่านฟ้าถึงกับอดหมั่นไส้น้องชายไม่ได้ที่อีกฝ่ายโทรไปอวดว่าได้สนุกกับรตีก่อนตนซึ่งเป็นพี่“เด็ดอยู่บ้อธาร” ภูผาถามน้องชาย“เด็ดหลายครับอ้าย ขึ้นขี่ผมเด้งหน้าเด้งหลัง มีแฮงหลาย เอากันจนขาหล่อยเบิ่ด” ธารบอกแล้วยิ้มร่าอย่างพอใจ“อ้ายภูกับบักธารได้ไปแล้ว ต่อไปตาข้อยเด้อ” เขาบอกพี่ชายน้องชายด้วยภาษาบ้านเกิด จากนั้นก็เดินไปหารตีที่กำลังวุ่นกับการต้อนรับญาติๆ เข้าห้องพักตามหน้าที่ที่เธอรับอาสา“เหลืออีกเยอะไหมครับ ให้ผมช่วยไหม”“เหลือพ่อแม่เจ้าบ่าวน่าจะมาถึงช่วงเย็นค่ะ เห็นว่าแวะรับญาติคนอื่นมาด้วย”“ลุงกับป้าผมแก่แล้วครับ เมารถง่ายคนขับเลยต้องมาช้าๆ หน่อย” เขาบอกเธอแล้วมองด้วยสายตาที่มีความหวัง“เอ่อ...รอเสร็จงานพรุ่งนี้ก่อนไหมคะ” เธอบอกเขาอย่างรู้เท่าทันความคิด“ไม่ไหวหรอกครับ คนอื่นได้ไปหมดแล้วแต่ผมยังไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้วันนี้พรุ่งนี้ผมคงไม่สดชื่นแน่” เขาพูดแล้วทำตาปริบๆ อย่างอ้อนวอน“ก็ได้ค่ะ” เธอรับปากแล้วยิ้มอย่างชอบใจ หนุ่มๆ พวกนี้ท่าทางจะขาดของหนัก แต่ละคนมาถึงก็อยากมีแฮงกับเธอเหลือเกิน สงสัยว่าถ้าไม่ได้ก็คงจะรบเร้าไม่หยุดเขาพาเธอไปยังห้องพักของตนแล้วย
อีกสองวันก็จะถึงงานแต่งงานของเอมอรและซันแล้ว เพื่อนเจ้าสาวล่ารักอย่างรตีจึงต้องช่วยเพื่อนเตรียมงานเช่นเดียวกับเพื่อนเจ้าสาวอีกสองคนสุพิตช่วยดูแลเรื่องช่างแต่งหน้าที่จะมาแต่งหน้าให้ในงาน ส่วนฤดีที่เป็นออแกไนเซอร์อยู่แล้วก็ทำงานตามหน้าที่ของตนโดยมีทีมงานคุณภาพคอยช่วยเหลือรตีช่วยตรวจสอบความเรียบร้อยของสถานที่จัดงานซึ่งใช้โรงแรมเป็นที่จัดงานและประสานงานห้องพักของญาติเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ใช้พักในช่วงจัดงาน รวมไปถึงห้องที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวใช้แต่งตัวซึ่งเหมาเช่าชั้นห้าทั้งชั้นเอาไว้ในงานนี้“สวัสดีครับคุณรตี” ธารที่มาถึงโรงแรมก่อนคนแรกทักทายเธอด้วยน้ำเสียงที่สดใส“มาไวจังเลยค่ะ โรงแรมจะเปิดให้พักในวันพรุ่งนี้ก่อนวันงานหนึ่งวันนะคะ” เธอบอกเขาเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่ล็อบบี้“ผมเปิดห้องที่ชั้นเจ็ดไว้แล้วครับ พรุ่งนี้ค่อยย้ายมาชั้นห้า” เขาพูดแล้วยิ้มให้เธอพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความหมาย“แล้วนี่เราเจอกันโดยบังเอิญหรือว่ารู้อยู่แล้วคะว่ารตีอยู่ที่นี่” เธอกอดอกถามเขา เข้าใจความหมายในแววตานั้นดี“ผมมาล่วงหน้าก่อนหนึ่งวันเพื่อมาหาคุณรตีโดยเฉพาะครับ โทรถามคุณเอมแล้วเธอบอกว่าคุณมาที่นี่ผมเลยมาพักที่นี่” เขาพูดแล