หลังจากที่หลินฉางหยูและหลินฉิงอันออกเดินทางขึ้นเขาไปแล้ว เหิงจิ้งกั๋วก็ได้รับประทานข้าวต้มที่หลินอ้ายเตรียมไว้ให้จนหมดชาม เขารู้สึกว่าร่างกายมีเรี่ยวแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงอ่อนเพลียอยู่มาก
หลังจากที่หลินอ้ายเก็บชามข้าวต้มไปแล้ว หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางก็เข้ามาในห้องพักของเหิงจิ้งกั๋ว พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้เล็กๆ สองตัวที่อยู่ข้างเตียง และจ้องมองเหิงจิ้งกั๋วด้วยสายตาใคร่รู้และสำรวจ
เหิงจิ้งกั๋วรู้สึกได้ถึงสายตาของเด็กทั้งสอง เขายิ้มเล็กน้อยและมองตอบ
เด็กแฝดทั้งสองจ้องมองเหิงจิ้งกั๋วอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหันมาพยักหน้าให้กันอย่างเห็นพ้องต้องกัน
“ท่านหน้าตาดีกว่าทุกคนในหมู่บ้านของเราอีกนะขอรับ” หลินฉิงเฉิงเอ่ยขึ้นอย่างตรงไปตรงมา
“ใช่แล้ว แม้แต่ท่านพ่อที่พวกเราคิดว่าหน้าตาดีแล้ว เมื่อเทียบกับท่านก็ยังห่างกันมาก” หลินฉิงหยางเสริม
เหิงจิ้งกั๋วถึงกับหัวเราะเบาๆ กับคำพูดที่ตรงไปตร
เมื่อแสงแรกของวันใหม่สาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในบ้าน หลินฉางหยูและหลินฉิงอันก็ตื่นขึ้นมาเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปอำเภอ พวกเขาต้องพาเหิงจิ้งกั๋วไปตรวจอาการที่โรงหมอตามที่ท่านหมอกำชับไว้หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้ว หลินฉิงอันก็เข้าไปในห้องพักของเหิงจิ้งกั๋วพร้อมกับอุปกรณ์ทำแผล นางทำความสะอาดบาดแผลและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เขาอย่างเบามือ“อาการของท่านดูดีขึ้นมากแล้ว บาดแผลไม่บวมแดงเหมือนเมื่อวาน” หลินฉิงอันกล่าวขณะที่ทำแผลเหิงจิ้งกั๋วพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อย เขารู้สึกขอบคุณในความเอื้อเฟื้อของครอบครัวหลินเป็นอย่างมาก เมื่อทำแผลเสร็จ หลินฉางหยูก็เตรียมเกวียนลาสำหรับการเดินทาง เขาช่วยพยุงเหิงจิ้งกั๋วขึ้นเกวียนอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนบาดแผล“เดินทางดีๆ นะเจ้าคะท่านพี่ ดูแลตัวเองด้วย” หลินอ้ายกล่าวลาสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วงหลินฉางหยูและหลินฉิงอันพยักหน้าและกล่าวลาหลินอ้ายและเด
หลังจากที่หลินอ้ายและหลินฉิงอันได้เตรียมวัตถุดิบต่างๆ สำหรับหม้อไฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ช่วยกันยกถ้วยชาม จาน และวัตถุดิบต่างๆ ไปวางบนโต๊ะอาหารอย่างเป็นระเบียบหลินอ้ายนำผักสดต่างๆ ที่ล้างสะอาดแล้วใส่จาน วางเรียงรายอย่างสวยงาม ส่วนหลินฉิงอันก็นำเนื้อหมู เนื้อวัวและเนื้อปลาที่หั่นเตรียมไว้ใส่จานเช่นกันในขณะเดียวกัน หลินฉางหยูก็ได้ไปเตรียมเตาถ่านขนาดเล็กและหม้อดินสำหรับทำหม้อไฟ เขาจุดไฟในเตาถ่านจนไฟลุกโชนดีแล้ว จึงนำหม้อดินที่ใส่น้ำซุปปรุงรสแล้ววางลงบนเตาเมื่อทุกอย่างพร้อม หลินฉิงอันก็เชิญทุกคนมานั่งล้อมโต๊ะอาหาร เหิงจิ้งกั๋วได้รับการประคองมานั่งที่เก้าอี้อย่างระมัดระวัง ส่วนหลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางนั่งอยู่ข้างๆ เขาด้วยความตื่นเต้น“เอาล่ะ ทุกคน มาลองทานหม้อไฟกัน” หลินฉิงอันกล่าวด้วยรอยยิ้มทุกคนมองดูหม้อดินที่กำลังเดือดปุดๆ ด้วยความสงสัย แต่ก็เต็มใจที่จะลองอาหารใหม่นี้ หลินฉิงอันเริ่มต้นด้วยการแนะนำวิธีการร
พวกเขาล้างมือล้างไม้ที่เปื้อนดินเปื้อนถ่านจนสะอาด ก่อนที่จะเข้าไปในบ้าน ขณะที่หลินฉางหยูกำลังเดินเข้าไปในบ้าน เขาก็สังเกตเห็นถังเพาะถั่วงอกที่วางเรียงรายอยู่ด้านข้างของครัว ถังเหล่านั้นวางอยู่กลางแจ้ง โดนแดดโดนน้ำค้าง ทำให้คุณภาพของถั่วงอกอาจไม่ดีเท่าที่ควรหลินฉางหยูขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาคิดว่าหากมีห้องเก็บของก็จะสามารถเก็บถังถั่วงอกเหล่านี้ได้อย่างมิดชิด ป้องกันแดดฝน และรักษาคุณภาพของถั่วงอกได้เป็นอย่างดี เขาจึงหันไปพูดกับหลินฉิงอันถึงเรื่องนี้“ฉิงเออร์ พรุ่งนี้หลังจากที่เราส่งปลาและถั่วงอกเสร็จแล้ว พ่อจะขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยเรียกชาวบ้านมาช่วยกันสร้างห้องเก็บของให้เราสักหน่อย” หลินฉางหยูกล่าวหลินฉิงอันพยักหน้าเห็นด้วย นางก็คิดเช่นเดียวกันว่าการมีห้องเก็บของจะเป็นประโยชน์อย่างมาก“ข้าก็เห็นด้วยเจ้าค่ะท่านพ่อ ถ้ามีห้องเก็บของ เราก็จะสามารถเก็บถั่วงอกและสิ่งของอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ และป้องกันแดดฝนรวมถึงหิมะได้” หลินฉิงอันกล่าว
หลังจากที่หลินฉางหยูและหลินฉิงอันกลับถึงบ้านได้ไม่นานนัก ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าบ้านดังขึ้น เมื่อหลินฉางหยูเปิดประตูออกดูก็พบว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านหลี่ พร้อมกับชาวบ้านอีกสิบคน“สวัสดีท่านผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาก่อนขอรับ” หลินฉางหยูกล่าวต้อนรับผู้ใหญ่บ้านหลี่และชาวบ้านเดินเข้ามาในบ้าน หลินฉางหยูเชิญทุกคนนั่งลงในห้องโถง“ขอบคุณท่านมากที่มาช่วยเหลือ” หลินฉางหยูกล่าวด้วยความซาบซึ้ง“ไม่เป็นไรๆ พวกเรายินดีที่จะช่วยเหลือท่านอยู่แล้ว” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ตอบจากนั้นหลินฉางหยูก็ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างห้องเก็บของให้ผู้ใหญ่บ้านหลี่และชาวบ้านฟัง เขาบอกขนาดของห้อง วัสดุที่ต้องการ และตำแหน่งที่จะสร้างผู้ใหญ่บ้านหลี่และชาวบ้านฟังอย่างตั้งใจ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีข้อสงสัย“ข้าคิดว่าเราควรจะเริ่มสร้างจากตรงนี้ก่อน แล้วค่อยๆ ขยายไปทา
ชาวบ้านรับเงินด้วยรอยยิ้มและกล่าวขอบคุณหลินฉางหยู พวกเขาดีใจที่ได้ช่วยเหลือเพื่อนบ้านและได้รับค่าตอบแทนอย่างเหมาะสมหลินฉางหยูมองดูชาวบ้านที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ เขาขอบคุณทุกคนที่มาช่วยเหลือเขาจนงานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เขารู้สึกโชคดีที่มีเพื่อนบ้านที่ดีเช่นนี้ในขณะที่หลินฉางหยูและชาวบ้านกำลังสร้างห้องเก็บของอย่างขะมักเขม้น อีกด้านหนึ่ง กลุ่มองครักษ์ส่วนตัวของเหิงจิ้งกั๋วนับสิบคน กำลังเดินทางอย่างเร่งรีบเพื่อตามหาแม่ทัพของพวกเขาหลังจากที่เหิงจิ้งกั๋วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย องครักษ์กลุ่มนี้ก็ไม่ลดละความพยายามในการตามหา พวกเขาออกเดินทางไปยังเมืองต่างๆ สอบถามผู้คน และตรวจสอบทุกหนทุกแห่งที่พวกเขาคิดว่าเหิงจิ้งกั๋วอาจจะไปในที่สุด พวกเขาก็ได้รับเบาะแสที่เมืองไห่ตง มีคนบอกว่าเห็นชายผู้มีลักษณะคล้ายกับเหิงจิ้งกั๋วได้รับการช่วยเหลือจากสองพ่อลูกจากหมู่บ้านต้าไห่เมื่อได้ยินเช่นนั้น องครักษ์ทั้งสิบก็ไม่รอช้า พวกเขารีบควบม้
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เหิงจิ้งกั๋วก็หันไปสั่งองครักษ์ของเขา“พวกเจ้าจงไปหาเสื้อผ้าแบบชาวบ้านมาสวมใส่เสียก่อน แล้วค่อยกลับมาพบข้าอีกครั้ง” เหิงจิ้งกั๋วกล่าวองครักษ์พยักหน้าเข้าใจ พวกเขารู้ว่าการแต่งกายแบบชาวบ้านจะช่วยให้พวกเขาไม่เป็นที่สังเกต และไม่ดึงดูดความสนใจจากผู้คน“แล้วท่านแม่ทัพจะไปที่ใดหรือขอรับ?” องครักษ์คนหนึ่งถาม“ข้าจะไปขอร้องคนในตระกูลหลินเสียก่อน เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ข้าจะกลับมาพบพวกเจ้าที่นี่” เหิงจิ้งกั๋วตอบองครักษ์รับทราบคำสั่งและแยกย้ายกันไปหาเสื้อผ้าตามที่เหิงจิ้งกั๋วสั่ง ส่วนเหิงจิ้งกั๋วก็เดินกลับเข้าไปในบ้านด้วยความรู้สึกหนักใจ แต่ก็เต็มไปด้วยความหวังว่าตระกูลหลินจะให้ความช่วยเหลือ เขาตั้งใจที่จะอธิบายเหตุผลและความจำเป็นของเขาให้ตระกูลหลินฟังอย่างละเอียด และขอร้องพวกเขาด้วยความจริงใจเมื่อเหิงจิ้งก้าวเข้ามาในบ้าน เขาก็เห็นหลินอ้าย หลิน
หลังจากที่การขนย้ายสิ่งของเข้าห้องเก็บของเสร็จสิ้นลง หลินอ้ายก็สังเกตเห็นว่าภายในบ้านมีผู้คนอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ทั้งเหิงจิ้งกั๋วและองครักษ์ส่วนตัวของเขาอีกสิบคน ทำให้จำนวนคนในบ้านเพิ่มขึ้นอย่างมากหลินอ้ายเริ่มกังวลว่าวัตถุดิบอาหารที่มีอยู่จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง ซึ่งอาหารสดจะหายากขึ้นและมีราคาสูงขึ้น นางจึงตัดสินใจที่จะบอกหลินฉางหยูและหลินฉิงอันให้ไปซื้อวัตถุดิบอาหารเพิ่มเติมจากในตลาด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับช่วงฤดูหนาวและรองรับจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นในบ้าน“ท่านพี่ อันเออร์ ข้าคิดว่าเราควรจะไปซื้อวัตถุดิบอาหารมาเพิ่มเสียหน่อย” หลินอ้ายกล่าวกับสองพ่อลูก“เพราะเหตุใดหรือเจ้าคะท่านแม่?” หลินฉิงอันถาม“ในบ้านของเรามีคนอยู่มากขึ้นกว่าเดิมมาก หากเราไม่เตรียมตัวไว้แต่เนิ่นๆ อาหารอาจจะไม่พอ และเมื่อถึงฤดูหนาว ราคาอาหารก็จะแพงขึ้น” หลินอ้ายอธิบายด้วยความเป็
เมื่อถึงยามอิ๋น แสงแรกแห่งวันใหม่ยังไม่ทันสาดส่อง แต่ภายในบ้านของตระกูลหลินกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้ว หลินฉางหยูและหลินฉิงอันตื่นขึ้นมาเตรียมปลาและถั่วงอกเพื่อนำไปส่งที่โรงเตี๊ยมไห่ถังตามปกติเหล่าองครักษ์ที่พักอยู่ในบ้านหลังเล็ก ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง พวกเขารู้สึกตัวและรีบลุกขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าหลินฉางหยูและหลินฉิงอันกำลังเตรียมของ พวกเขาก็ไม่รอช้าที่จะเข้าไปช่วยเหลือองครักษ์ส่วนหนึ่งช่วยสองพ่อลูกขนปลาและถั่วงอกขึ้นเกวียนลาอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบ ส่วนองครักษ์อีกส่วนหนึ่งก็ไปช่วยหลินอ้ายตักน้ำใส่โอ่งและช่วยเตรียมอาหารในครัว เพื่อแบ่งเบาภาระของนางเหิงจิ้งกั๋วที่พักอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวต่างๆ ก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ เขารู้สึกอบอุ่นใจที่เห็นคนของเขารู้จักช่วยเหลือและมีน้ำใจต่อผู้อื่นไม่นานนัก หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางก็เดินเข้ามาในห้องของเหิงจิ้งกั๋ว พวกเขาถืออุปกรณ์ทำแผลมาด้วย“อรุ
ก่อนที่แสงแรกของวันจะสาดส่อง ท้องฟ้ายังคงมืดมิด บรรดาบ่าวไพร่ในบ้านตระกูลหลินต่างก็ตื่นขึ้นมาเพื่อปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง เสียงไก่ขันปลุกให้ทุกคนตื่นจากนิทราโจวซานและเฉียนซื่อซึ่งมีหน้าที่ต้องนำปลาและถั่วงอกไปส่งที่โรงเตี๊ยมไห่ถังในวันนี้ พวกเขารีบตื่นกันตั้งแต่ยามอิ๋น (03:00-05:00 น.) และแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่ทะมัดทะแมง เพื่อไปจับปลาในบ่อขึ้นใส่ตะกร้าบนเกวียนลาและถอนถั่วงอกใส่ตะกร้าเหมือนเช่นทุกครั้งซุนฮวาและเจิ้งหงก็ตื่นขึ้นมาเช่นกัน พวกนางเริ่มเตรียมหุงหาอาหารเช้าสำหรับทุกคนในบ้าน และทำความสะอาดบริเวณบ้าน ถึงแม้ว่าหลินฉางหยูและหลินฉิงอันจะไม่ต้องเดินทางไปส่งสินค้าที่โรงเตี๊ยมด้วยตนเองแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่เช่นเคย พวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือโจวซานและเฉียนซื่อในการเตรียมปลาและถั่วงอกหลินฉางหยูตรวจสอบปลาที่อยู่ในตะกร้าอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าปลาทุกตัวยังคงสดใหม่ ส่วนหลินฉิงอันก็ช่วยคัดเลือกถั่วงอกที่งอกงามเต็มที่และบรรจุลงในตะกร้าอย่างระมัดระวัง หลินอ้ายเองก
เนื่องจากครอบครัวของหลินเจี้ยนมีทรัพย์สินติดตัวไม่มากนัก การเก็บข้าวของจึงเป็นไปอย่างรวดเร็ว พวกเขามีเพียงเสื้อผ้า เครื่องใช้ส่วนตัว และของใช้จำเป็นเล็กน้อยเท่านั้น ทุกคนช่วยกันเก็บข้าวของเหล่านั้นลงหีบและห่อผ้าอย่างเรียบร้อย ไม่นานนัก ข้าวของทั้งหมดก็ถูกขนขึ้นเกวียนลาจนหมดสิ้น ของฝากที่หลินฉางหยูและหลินอ้ายซื้อมาจากตลาดในอำเภอจึงยังไม่ได้ถูกนำลงจากเกวียน เนื่องจากพวกเขาตั้งใจจะนำไปมอบให้ที่หมู่บ้านต้าไห่ทีหลังเมื่อทุกอย่างพร้อม หลินฉางหยูก็ขึ้นไปนั่งบนที่นั่งคนขับเกวียน โดยมีหลินอ้าย หลินฉิงอัน หลินซู หลินเจี้ยน หลินหุย หลินหยง และหลินเสี่ยวนั่งอยู่บนเกวียนด้านหลัง เกวียนลาค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านฉิงไห่ มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านต้าไห่ ระหว่างการเดินทาง หลินอ้ายสังเกตเห็นว่าทุกคนในครอบครัวของนางดูเหน็ดเหนื่อยและหิวโหย นางจึงนำขนมและผลไม้ที่ซื้อมาจากตลาดออกมาแบ่งปันให้ทุกคนได้รับประทานรองท้อง“ท่านแม่ พี่ใหญ่ ทุกคนลองทานขนมและผลไม้เหล่านี้ก่อนเถิด อีกไม่นานเราก็จะถึงต้าไห่แล้ว” หลินอ้ายกล่าวพร้อม
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ออกเดินทางจากอำเภอไห่ตง พวกเขาใช้เวลาเดินทางอีกพักใหญ่ก็มาถึงหมู่บ้านฉิงไห่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอำเภอ บรรยากาศของหมู่บ้านดูเงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักของตลาดในอำเภอเมื่อเกวียนลาของครอบครัวหลินเคลื่อนตัวเข้าไปในหมู่บ้าน พวกเขาก็สังเกตเห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งกำลังนั่งพูดคุยกันอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้าน ชาวบ้านเหล่านั้นหันมามองพวกเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด บางคนมองด้วยความสงสัย บางคนมองด้วยความประหลาดใจ และบางคนมองด้วยความเห็นใจหลินฉิงอันสังเกตเห็นสายตาของชาวบ้านเหล่านั้น นางรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาจึงมองมาที่ครอบครัวของนางเช่นนั้น นางจึงหันไปถามหลินอ้ายผู้เป็นแม่“ท่านแม่เจ้าคะ เหตุใดชาวบ้านเหล่านั้นจึงมองพวกเราเช่นนั้นหรือเจ้าคะ?” หลินฉิงอันถามด้วยความสงสัยหลินอ้ายเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน นางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของนางที่ฉิงไห่ นางพยายามมองหาความคุ้นเคยจากชาวบ้านเหล่านั้น แต่ก
หลินฉางหยูลุกขึ้นขอบคุณผู้ใหญ่บ้านหลี่ ก่อนส่งเขาออกจากบ้านไปพร้อมรอยยิ้ม ตอนนี้ถึงแม้ที่บ้านจะใช้เงินมากในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่หลินฉางหยูก็จำได้ว่าลูกสาวของเขาบอกว่ามันคือการลงทุนที่คุ้มค่า เขาจึงยอมให้ภรรยานำเงินออกมาใช้จ่ายเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นหลังเวลาอาหารเที่ยงครึ่งชั่วยาม ผู้ใหญ่บ้านก็พาชาวบ้านสิบคนพร้อมเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับปรับหน้าดินและตัดไม้ทำรั้วให้บ้านหลิน หลินฉางหยูขอบคุณผู้ใหญ่บ้านก่อนที่เขาจะจากไปแล้วปล่อยให้ชาวบ้านรับฟังงานที่หลินฉางหยูจะให้พวกเขาทำ“ข้าต้องรบกวนพวกท่านแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มขอรับ กลุ่มหนึ่งติดตามข้าและโจวซานขึ้นเขาไปตัดไม้ไผ่มาไว้สำหรับทำรั้วรอบที่ดิน โดยให้รั้วเชื่อมต่อกับที่บ้านของข้าขอรับ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งให้ปรับหน้าดินรอไปก่อน หลังจากได้ไม้ไผ่มากพอแล้ว พวกท่านค่อยรวมกลุ่มกันทำรั้วก่อนแล้วค่อยปรับที่ดินทีหลัง”ชาวบ้านรับคำสั่งของหลินฉางหยู พวกเขาแบ่งคนออกเป็นสองกลุ่มแล้วแยกย้ายกันไปทำงานทันที งานปรับหน้าดินมีเฉียนซื่อคอยควบคุมแทนหลิน
หลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอัน ได้ปรึกษาหารือกันเรื่องการปรับพื้นที่ดินและสร้างรั้ว พวกเขาตัดสินใจว่าจะจ้างชาวบ้านในหมู่บ้านมาช่วยทำงาน เนื่องจากที่ดินมีขนาดใหญ่ การทำเองทั้งหมดคงต้องใช้เวลานานเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น หลินฉางหยูจึงเรียกโจวซานและเฉียนซื่อมาพบ“โจวซาน เฉียนซื่อ พวกเจ้าว่างหรือไม่? ข้าต้องการให้พวกเจ้าช่วยงานเล็กน้อย” หลินฉางหยูกล่าว“พวกเราว่างขอรับ นายท่าน มีอะไรให้พวกเราช่วยหรือขอรับ?” โจวซานและเฉียนซื่อตอบพร้อมกัน“ข้าต้องการให้พวกเจ้าขึ้นเขาไปกับข้าและฉิงเออร์ เพื่อนำต้นกล้าผลไม้ที่เราพบเมื่อวานลงมา” หลินฉางหยูกล่าวโจวซานและเฉียนซื่อรับคำอย่างยินดี พวกเขาต้องการที่จะช่วยเหลือครอบครัวหลินอย่างเต็มที่ เมื่อได้รับคำสั่งจากหลินฉางหยู โจวซานและเฉียนซื่อก็รีบไปเตรียมตัวสำหรับการขึ้นเขา พวกเขาไปตรวจสอบรถเข็นที่ใช้สำหรับขนของ และนำตะกร้าใส่ปลาที่เพิ่งล้างเสร็จออกมาต
เมื่อมาถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านหลี่ พวกเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ผู้ใหญ่บ้านหลี่เชิญพวกเขาเข้าไปในบ้านและพูดคุยกัน“มีธุระอะไรหรือ ฉางหยู ฉิงอัน?” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ถาม“ข้าต้องการจะขอคำปรึกษาท่านเรื่องที่ดินว่างในหมู่บ้าน ข้าสนใจที่จะซื้อที่ดินเพิ่มสักหน่อยขอรับ” หลินฉางหยูกล่าว“อ้อ เรื่องที่ดินหรือ? ได้สิ ข้าพอจะรู้ว่ามีที่ดินว่างอยู่บ้าง” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ตอบผู้ใหญ่บ้านหลี่ได้นำแผนที่ของหมู่บ้านออกมาและชี้ให้หลินฉางหยูและหลินฉิงอันดูที่ดินว่างต่างๆ ที่อยู่ในหมู่บ้าน“ที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของบ้านหวัง เขาเพิ่งย้ายไปอยู่ที่เมืองหลวงเมื่อไม่นานมานี้ เขาอาจจะสนใจขายที่ดินผืนนี้” ผู้ใหญ่บ้านหลี่กล่าวพร้อมชี้ไปยังที่ดินผืนหนึ่งที่อยู่ใกล้กับไร่นาเดิมของบ้านจู“ส่วนที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินของหมู่บ้าน ยังไม่มีใครจับจอง ถ้าเจ้าสนใจก็สามารถขอซื้อจากหมู่บ้านไ
หลินฉิงอันเดินสำรวจต้นผลไม้แต่ละต้นอย่างใกล้ชิด นางสังเกตเห็นว่าผลไม้เหล่านั้นมีลักษณะที่เหมาะสมกับการนำไปแช่อิ่ม“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าผลไม้เหล่านี้เหมาะกับการนำไปแช่อิ่มมากเจ้าค่ะ” หลินฉิงอันกล่าวเมื่อหลินฉิงอันบอกว่าผลไม้เหล่านั้นเหมาะกับการนำไปแช่อิ่ม หลินฉางหยูก็ขมวดคิ้วด้วยความงุนงง เขาไม่เข้าใจว่า “แช่อิ่ม” คืออะไร เขาไม่เคยได้ยินคำนี้มาก่อน“แช่อิ่ม? มันคืออะไรหรือ อันเออร์?” หลินฉางหยูถามด้วยความสงสัยเขาพยายามนึกว่าเคยได้ยินคำนี้จากที่ไหนหรือไม่ แต่ก็ไม่สามารถนึกออกได้หลินฉิงอันเห็นสีหน้างุนงงของบิดา ก็รู้ได้ทันทีว่าบิดาไม่เข้าใจความหมายของคำว่า “แช่อิ่ม” นางนึกขึ้นได้ว่านางมาจากยุคสมัยที่แตกต่างจากที่นี่ และวิธีการถนอมอาหารบางอย่างอาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักในยุคนี้นางจึงคิดหาทางอธิบายให้บิดาเข้าใจ โดยแสร้งบอกว่านางได้ยินคนอื่นพูดถึงวิธีการนี้ม
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีขอรับ คุณชายน้อยทั้งสองตั้งใจเรียนมาก และบ่าวคนอื่นๆ ก็ดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” เฉินหลงรายงานหลินฉางหยูพยักหน้าด้วยความพอใจที่ได้ยินเช่นนั้น จากนั้นเฉินหลงจึงขอตัวออกไปซื้อวัตถุดิบเพิ่มเติมสำหรับทำอาหาร เนื่องจากตอนนี้มีคนอยู่ในจวนมากขึ้น เขาต้องการซื้ออาหารให้เพียงพอสำหรับทุกคนหลินอ้ายที่ได้ฟังรายงานของเฉินหลงก็รู้สึกสบายใจที่ลูกชายทั้งสองสบายดี แต่นางก็ยังคงมีความห่วงใยอยู่ในใจ นางจึงมอบเงินเพิ่มเติมให้เฉินหลงอีกห้าตำลึง“เฉินหลง นี่เป็นเงินอีกห้าตำลึง ข้าอยากให้เจ้าเอาไว้ซื้อวัตถุดิบดีๆ ทำอาหารให้ฉิงเฉิงกับฉิงหยาง พวกเขากำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต ต้องได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์” หลินอ้ายกล่าวพร้อมยื่นถุงเงินให้เฉินหลงเฉินหลงรับถุงเงินมาด้วยความเคารพและกล่าวขอบคุณ“ขอบคุณนายหญิงมากขอรับ ข้าจะดูแลคุณชายน้อยทั้งสองเป็นอย่างดี” เฉินหลงกล่าว
ก่อนที่หลินฉางหยูจะพาหลินอ้ายและหลินฉิงอันเดินทางกลับหมู่บ้านต้าไห่ หลินอ้ายได้พูดคุยกับหลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางอีกครั้ง นางกำชับให้ลูกชายทั้งสองดูแลตัวเองให้ดี เชื่อฟังบ่าวที่จวน และตั้งใจเรียนหนังสือ“ฉิงเฉิง ฉิงหยาง เจ้าทั้งสองดูแลตัวเองด้วยนะ เชื่อฟังเฉินหลงและบ่าวคนอื่นๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ และอย่าดื้อรั้น” หลินอ้ายกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเด็กชายทั้งสองรับปากผู้เป็นแม่ พวกเขารู้ว่าแม่เป็นห่วงพวกเขามาก และพวกเขาจะไม่ทำให้แม่ผิดหวัง“ขอรับ ท่านแม่ พวกเราจะดูแลตัวเองให้ดี” เด็กชายทั้งสองตอบพร้อมกันหลังจากนั้น หลินฉางหยูจึงพาหลินอ้ายและหลินฉิงอันขึ้นเกวียนลาเพื่อเดินทางกลับหมู่บ้านต้าไห่ ทิ้งให้หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางเริ่มต้นชีวิตใหม่ในอำเภอหลังจากที่หลินฉางหยู หลินอ้าย และหลินฉิงอันกลับไปแล้ว หลินฉิงเฉิงและหลินฉิงหยางไม่ได้สั่งการอะไรกับเฉินหลงเพิ่มเติม พวกเขาเพียงแค่ขอบคุณเฉินหลงและบ่าวคนอื่นๆ