Share

บทที่ 1366

Author: หว่านชิงอิ๋น
ลั่วชิงยวนมิได้สังเกตเห็นความตึงเครียดของเขา ยังคงกล่าวต่อไปว่า

“อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเจ้านายของเจ้ามากนัก”

คนใบ้มิได้ตอบ

ลั่วชิงยวนกล่าวต่อว่า “ซูเซียงกล่าวว่าวันพรุ่งพวกเขาคงมีแผนการบางอย่าง และวันพรุ่งข้าก็อยากจะออกไปข้างนอกด้วย”

“เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”

คนใบ้เขียนตอบว่า ไปทำอะไร? เจ้าควรพักผ่อนเพราะอาการบาดเจ็บ

ลั่วชิงยวนกล่าวด้วยความเป็นกังวล “พูดตามตรงว่าข้ามาคราวนี้ ยังมีสหายร่วมเดินทางมาด้วยกันอีกแปดคน”

“แต่พวกเขาหายไปหมดแล้ว”

“พวกเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งข้า ต้องเกิดเรื่องราวอันใดขึ้นเป็นแน่ ข้าอยากจะออกตามหาพวกเขาให้เจอ”

เพียงหวังว่ายามนี้พวกเขาจะยังปลอดภัย

คนใบ้พยักหน้ารับคำ

จากนั้นเขียนคำว่า รีบพักผ่อนเถิด ก่อนลุกจากห้องไป

เมื่อเขาออกไป ลั่วชิงยวนก็ปิดประตูห้องลงกลอนประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย แล้วจึงถอดอาภรณ์เพื่อทำแผล

โชคดีที่บาดแผลมิลึก เป็นเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้น

หลังจากทำแผลเสร็จก็ล่วงเลยเข้ายามดึกแล้ว ลั่วชิงยวนจึงรีบล้มตัวลงนอนพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลัง

......

ขณะนี้หมู่บ้านมีแสงสลัว บ้านเรือนหลายหลังต่างดับไฟลง

ห้องของฟู่เฉินหวนก็มิได้จุดตะเกียงเช่นกัน

ในขณะ
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter
Comments (1)
goodnovel comment avatar
อัญชิษฐา คําเสียง
ต่อด่วนๆๆคะลงแดงแล้ว
VIEW ALL COMMENTS

Related chapters

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1367

    เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินดังนั้น ก็หรี่ตาลงเล็กน้อยประกายแสงล้ำลึกแวบผ่านดวงตา“ทางลัดอะไร?”เมื่อเห็นว่าเขาสนใจ ฉีเสวี่ยเวยก็ยิ้มอย่างพึงพอใจนางค่อย ๆ โน้มกายเข้าไปใกล้ “พวกเราต้องแลกเปลี่ยนกันและเชื่อใจกันก่อน ข้าจึงจะบอกท่านได้”กล่าวจบ ฉีเสวี่ยเวยก็ยกยิ้มมีเลศนัย คว้ามือของฟู่เฉินหวนไว้ฟู่เฉินหวนมองมือนางด้วยแววตาเย็นชาแล้วดึงมือกลับมาอย่างเย็นชาท่าทีเย็นชาบ่งบอกทุกสิ่งฉีเสวี่ยเวยยิ้มอีกครา แล้วกล่าวว่า “หากมิใช่เช่นนั้นก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง”“นั่นคือ… ท่านต้องช่วยข้าสังหารสตรีผู้นั้น”“แล้วข้าจะบอกทางลัดที่นำไปสู่ยอดเขาแก่ท่าน”ฟู่เฉินหวนเหลือบมองนางด้วยแววตาเย็นขา “บอกทางลัดแก่ข้า แล้วเจ้ามิอยากขึ้นเขาแล้วรึ?”ฉีเสวี่ยเวยกล่าวอย่างเสียดาย “แน่นอนว่าอยาก แต่ข้ารู้ความสามารถของตนดี การขึ้นเขาด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องยากนัก”“ขอเพียงแค่เมื่อท่านขึ้นเขาไปแล้ว อย่าได้ลืมข้า พาข้าไปด้วยและพาข้าลงจากเขา ข้าเพียงต้องการมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่!”ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “เจ้าลงจากเขาบัดนี้เลยก็ได้”ฉีเสวี่ยเวยหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่ใบ้ ท่านยังมิรู้หรือ? เมื่อเข้ามาในภูเขาลูกนี้แล้

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1368

    ในชั่วขณะนั้น ฟู่เฉินหวนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกใจเมื่อเห็นเขามิขยับ ฉีเสวี่ยเวยก็หัวเราะอย่างจนปัญญา “เช่นนั้นข้าทำเองก็แล้วกัน”“ท่านพี่ใบ้ไปรอข้าข้างนอกได้หรือไม่?”ในยามนี้ เสียงของฉีเสวี่ยเวยหวานหยดย้อย แตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิงแต่คำพูดนั้นกลับแฝงความอาฆาตมาดร้ายคนใบ้มองลั่วชิงยวนที่ถูกมัดอยู่บนพื้นด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องไปเมื่อประตูห้องปิดลงลั่วชิงยวนก็ถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัวฉีเสวี่ยเวยก้มตัวลงมาอย่างมิใส่ใจ ใช้นิ้วมือเชยคางนางขึ้น “ช่างงดงามเสียจริงเชียว”“ดูเหมือนว่าการมีรูปโฉมงดงามเกินไปก็มิใช่เรื่องดี”ลั่วชิงยวนเบือนหน้าหนี มองนางอย่างเย็นชา “ข้าไปทำกระไรให้เจ้าขุ่นเคือง เหตุใดเจ้าจึงโหดร้ายเยี่ยงนี้?”ฉีเสวี่ยเวยหัวเราะ “เจ้ามิได้ทำอะไรให้ข้าขุ่นเคือง เจ้าเพียงแค่… เป็นภัยต่อข้า”“เดิมทีในกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีสตรีอื่นอยู่ด้วย แต่พวกนางตายหมดแล้ว”“เมื่อขึ้นเขามาแล้วก็ออกไปมิได้ มีเพียงการพึ่งพาชายที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นจึงจะมีหนทางรอด”“นี่คือกลอุบายของข้า เป็นกลอุบายของข้าแต่เพียงผู้เดียว”เมื่อได้ยินด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1

    ตำหนักอ๋องในห้องฝั่งปีกตะวันออก ถัดจากเตียงแกะสลักขาดใหญ่ มีเสื้อผ้าเกลื่อนอยู่เต็มพื้นห้องลั่วชิงยวนพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง นางมองดูรอยยุ่งเหยิงบนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวแสงแดดส่องกระทบรอยสีแดง ทำให้นึกไปถึงชายห้าหกคนที่บุกเข้ามาในห้องหอเมื่อคืนนี้ ความอัปยศอดสู และความโกรธค่อย ๆ หลั่งไหลเข้ามาโจมตีนางอย่างหนักหน่วงน้ำตาแห่งความรู้สึกอัปยศเอ่อล้นในดวงตา“จะร้องไห้ทำไม ในเมื่อเจ้าได้แต่งงานกับท่านอ๋องอย่างที่หวังไว้ ก็ควรจะดีใจมิใช่รึ?”เสียงทุ้มเย็นยะเยือกดังขึ้น ความหนาวเหน็บแผ่ซ่านไปที่กระดูกสันหลังของลั่วชิงยวน นางหันกลับไปด้วยความตกใจเห็นผู้ชายคนนั้นนั่งอยู่บนเก้าอี้ รูปร่างสง่างามและน่าเกรงขาม สายตาเย็นชา และไม่แยแสนั้นจับจ้องมา ราวกับมีดที่กำลังกรีดเลือดของนางบางสิ่งกำลังระเบิดในหัว ลั่วชิงยวนรู้สึกหายใจไม่ออกชั่วขณะ “ท่านอ๋อง… ท่านอยู่ตรงนี้มาตลอดเลยหรือเพคะ?”น้ำเสียงไม่แยแสกล่าวขึ้น “วันอภิเษกสมรสของข้ากับเจ้า ถ้าข้าไม่อยู่ที่นี่ แล้วข้าควรจะอยู่ที่ใดเล่า?”ทันใดนั้น นางก็รู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาด เลือดทั่วร่างพลันแข็งมองดูรอยยับบนเตียง นึกถึงคนที่บุกเข้ามาในห้องหอ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 2

    ซ่า…น้ำเย็นในขันถูกสาดลงบนหน้าอย่าแรง!ลั่วชิงยวนยกเปลือกตาขึ้นด้วยความยากลำบาก นี่นางยังไม่ตายหรือ ทำไมถึงรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด?หญิงที่แต่งตัวเหมือนแม่นมคนหนึ่งโยนขันน้ำทิ้ง และมองมาที่นางด้วยสายตาโกรธเคือง "อย่ามาเล่นเล่ห์ด้วยการร้องไห้สร้างปัญหา และแขวนคอตัวเองเช่นนี้ ท่านอ๋องไม่หลงกลท่านหรอก! ไม่ได้ดูสารรูปตัวเลยว่าเป็นสินค้าเช่นใด ถึงได้กล้าเข้าพิธีอภิเษกสมรสแทนคุณหนูรอง ท่านคิดว่า​​ตำหนักอ๋องนี้เข้ามาได้ง่าย ๆ งั้นรึ!”หน้าตาของแม่นมเติ้งเต็มไปด้วยความโกรธ เดิมทีนางวางแผนที่จะกลับบ้านไปดูแลแม่ที่ชรา แต่ใครจะรู้ว่า พระชายาที่ไร้ยางอายผู้นี้จะเล่นอุบายแกล้งปลิดชีพตน ทำให้ต้องมาที่นี่เพื่อรับใช้นางแทน“เป็นคุณหนูจวนอัครเสนาบดีดี ๆ มิเป็น แต่กลับทำแต่เรื่องอื้อฉาวเช่นนี้ ตายไปเสียยังจะดีกว่า!”เสียงข่มเหงและเสียงบ่นดังอยู่เหนือหัวนางอย่างต่อเนื่อง ลั่วชิงยวนมองดูทุกสิ่งที่แปลกประหลาดนี้ และความทรงจำที่ไม่ใช่ของนางก็พุ่งเข้ามาเมื่อวานนี้เป็นวันอภิเษกสมรสของท่านอ๋องกับลั่วเยวี่ยอิงแต่ลั่วชิงยวนก็ยอมเสี่ยง แสร้งทำว่าตนคือเจ้าสาวในคืนวันแต่งงาน แถมยังจุดกำยานปลุกกำหนัดในห้อ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 3

    แม่นมเติ้งร้องขึ้นอย่างตกใจ “อุ๊ย คุณหนูรอง มือของคุณหนู!”นางรีบเข้าไปประคองลั่วเยวี่ยอิง พลางก่นด่า “ท่านช่างเป็นหญิงที่ร้ายกาจนัก แย่งงานแต่งคุณหนูรองไปแล้ว คุณหนูยังใจดีป้อนยาให้ ท่านยังกล้าผลักคุณหนูอีก!”ทันใดนั้น ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาในห้อง ปรี่ไปที่ลั่วเยวี่ยอิงด้วยหน้าตาที่ตื่นตระหนก “เยวี่ยอิง!”ลั่วเยวี่ยอิงขมวดคิ้ว และยกฝ่ามือที่เปื้อนเลือดของนางขึ้น ทำให้ผู้ที่มองเห็นรู้สึกสงสารยิ่งนักฟู่เฉินหวนมองไปที่มือของลั่วเยวี่ยอิงที่เต็มไปด้วยเลือด ก่อนจะมองไปที่ลั่วชิงยวนด้วยสายตาอาฆาตลั่วชิงยวนรีบพูดขึ้นทันที “หม่อมฉัน…”แต่ยังไม่ทันที่จะได้อธิบาย ก็มีเงาปกคลุมมาที่นางก่อนที่ร่างของนางจะถูกกระชากลงมาจากเตียง จนล้มตัวลงกับพื้น ยังไม่ทันที่จะได้ทรงตัว มือใหญ่ก็ตวัดลงมาอย่างแรงทันใดนั้น ในหัวของนางก็เกิดเสียงอื้ออึงขึ้น ก่อนจะรู้สึกแสบร้อนและระบมที่แก้มยังไม่ทันที่นางจะได้สติ ลั่วเยวี่ยอิงรีบคว้าแขนเสื้อฟู่เฉินหวน และขอร้องอ้อนวอน “ท่านอ๋องข้ามิระวังเอง อย่าโทษท่านพี่เลยเพคะ!”แม่นมเติ้งรีบฟ้องท่านอ๋องทันที “ท่านอ๋อง หม่อมฉันเห็นกับตาว่า คุณหนูรองป้อนยาให้ แต่พระชายามิรับ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 4

    ดวงตาของนางแดงก่ำ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเย็นชานางปิดประตู ยกมือขึ้นกดหน้าอกที่ยังปวดอยู่ พลางเดินกลับไปนั่งทำสมาธิบนเตียงการมาเข้ามาอยู่ในร่างนี้ นางแทบจะไม่มีพละกำลังนางคือนักบวชที่ทุกคนต่างเคารพในแคว้นหลี่ นอกเหนือจากทักษะพิเศษด้านฮวงจุ้ย การอ่านโหงวเฮ้ง และการทำนายดวงชะตาแล้ว นางยังมีวรยุทธที่น่าเกรงขาม แบบหนึ่งต่อร้อยเมื่อนึกถึงตรงนี้ นางก็คิดถึงร่างกายของตนเองเป็นอย่างมาก นางฝึกฝนวรยุทธตั้งแต่ยังเด็ก เส้นลมปราณของนางค่อนข้างแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป ข้ารับใช้เหล่านี้ไม่สามารถจะกลั่นแกล้งนางได้น่าเสียดาย บัดนี้ร่างกายของนางน่าจะถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว… พอกลับมาที่ห้องตำรา ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้วมุ่น เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกซูโหยวเดินมาเคาะประตู “ท่านอ๋อง คืนนี้ยังจะส่งชายพวกนั้นไปแกล้งขู่คุณหนูลั่วอีกหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”พอได้ยิน ฟู่เฉินหวนก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก “ช่างเถอะ”เมื่อคืนนี้เขาได้สั่งสอนนางไปแล้ว หากขู่นางอีก นางคงแกล้งปลิดชีพตนไม่จบไม่สิ้นเสียทีและถ้าหากนางตายขึ้นมาจริง ๆ คงจะรายงานกับจวนอัครเสนาบดีได้ยากซูโหยวพยักหน้ารับ “พ่ะย่ะค่ะ”……ฟึ่บบบานประตู

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 5

    “ก็ช่วยไปแล้ว เหตุใดจะต้องมีเหตุผลด้วยเล่า?” ลั่วชิงยวนเอ่ยอย่างเรียบเฉยจากนั้นนางก็หันหลังและจากไปเมื่อเห็นว่านางกำลังจะเดินจากไปไกล แม่นมเติ้งก็รู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ เลยอดไม่ได้ที่จะเรียกนางไว้ "พระชายาเจ้าคะ!" ลั่วชิงยวนชะงักฝีเท้า แม่นมเติ้งรีบก้าวไปข้างหน้าทันที“บ่าวขอโทษสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องดูแลรับใช้ท่าน บ่าวก็คงได้ออกจากตำหนักไปนานแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่บ่าวรู้สึกไม่พอใจ ก็เลยระบายความโกรธใส่ท่าน..." แม่นมเติ้งก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิดนางไม่คิดว่า พระชายาจะเข้ามาช่วยนาง มิเช่นนั้นนางคงถูกเมิ่งจิ่นอวี่ทุบตีจนตายเป็นแน่! แล้วนางยังช่วยต่อแขนของตนอีกด้วย ซึ่งนั่นแตกต่างจากข่าวลือที่ว่านางคือนางงูพิษโดยสิ้นเชิงเมื่อได้ยินเช่นนี้ ลั่วชิงยวนก็เข้าใจเหตุผลแม่นมเติ้งเตือนขึ้นอีกครั้ง "หากท่านต้องการอยู่ในตำหนักต่อไป ก็อย่าได้ทำให้เมิ่งจิ่นอวี่ขุ่นเคืองเลยเจ้าค่ะ นางเป็นสาวใช้ชั้นหนึ่งในตำหนัก แล้วยังเป็นลูกสาวของแม่บ้านของตำหนักนี้อีกด้วยเจ้าค่ะ""ไม่ทันแล้วกระมัง" มาพูดเอาป่านนี้ก็ไม่มีประโยชน์แล้วแม่นมเติ้งมองไปรอ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 6

    ลั่วชิงยวนหยิบไม้ที่อยู่ตรงมุมกำแพงขึ้นมา และหวดไม้ใส่เมิ่งจิ่นอวี่จนหมดสติ นางหยิบหมั่นโถวชิ้นเล็ก ๆ ออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยัดเข้าไปในปากของเมิ่งจิ่นอวี่ ทำให้นางกลืนมันลงไปชายบางคนได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจากทางหน้าต่าง คิดว่าลั่วชิงยวนกำลังจะหนีออกไป "นี่! คิดจะหนีรึ!" หนึ่งในนั้นก้าวไปข้างหน้า และกระชากนางลงมาทันที ลั่วชิงยวนใช้โอกาสนี้ปล่อยตัวเมิ่งจิ่นอวี่ พวกนั้นคิดว่าเมิ่งจิ่นอวี่ที่สลบไปคือลั่วชิงยวน จึงได้พานางกลับไปที่เตียงลั่วชิงยวนพิงผนังและฟังเสียงเคลื่อนไหวภายในห้อง เมื่อแน่ใจว่ามันเป็นไปตามแผน นางจึงหันหลังและจากไปอย่างสบายใจในความมืด นางแอบเดินเข้าไปในครัวด้านหลัง หลังจากค้นหาทั่วครัวก็ไม่มีอะไรเหลือให้กิน! นางจึงหามุมเพื่อเอนตัวลงนอน ก่อนจะผล็อยหลับไปณ ห้องตำราฟู่เฉินหวนกำลังจะหยุดพักหลังจากทำงานเสร็จสิ้น จู่ ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงตื่นตระหนกของลั่วเยวี่ยอิง "ท่านอ๋อง ท่านบรรทมอยู่หรือไม่เพคะ?"เมื่อได้ยินเสียงที่ลุกลน ฟู่เฉินหวนจึงรีบก้าวไปข้างหน้าและเปิดประตู "มีเรื่องอันใดรึ?"ลั่วเยวี่ยอิงมองเขาด้วยใบหน้าซีดเซียว นัยน์ตาที่ชุ่มน้ำของน

Latest chapter

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1368

    ในชั่วขณะนั้น ฟู่เฉินหวนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง และยืนนิ่งอยู่กับที่ด้วยความตกใจเมื่อเห็นเขามิขยับ ฉีเสวี่ยเวยก็หัวเราะอย่างจนปัญญา “เช่นนั้นข้าทำเองก็แล้วกัน”“ท่านพี่ใบ้ไปรอข้าข้างนอกได้หรือไม่?”ในยามนี้ เสียงของฉีเสวี่ยเวยหวานหยดย้อย แตกต่างจากปกติอย่างสิ้นเชิงแต่คำพูดนั้นกลับแฝงความอาฆาตมาดร้ายคนใบ้มองลั่วชิงยวนที่ถูกมัดอยู่บนพื้นด้วยแววตาซับซ้อน ก่อนหันหลังเดินออกจากห้องไปเมื่อประตูห้องปิดลงลั่วชิงยวนก็ถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัวฉีเสวี่ยเวยก้มตัวลงมาอย่างมิใส่ใจ ใช้นิ้วมือเชยคางนางขึ้น “ช่างงดงามเสียจริงเชียว”“ดูเหมือนว่าการมีรูปโฉมงดงามเกินไปก็มิใช่เรื่องดี”ลั่วชิงยวนเบือนหน้าหนี มองนางอย่างเย็นชา “ข้าไปทำกระไรให้เจ้าขุ่นเคือง เหตุใดเจ้าจึงโหดร้ายเยี่ยงนี้?”ฉีเสวี่ยเวยหัวเราะ “เจ้ามิได้ทำอะไรให้ข้าขุ่นเคือง เจ้าเพียงแค่… เป็นภัยต่อข้า”“เดิมทีในกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีสตรีอื่นอยู่ด้วย แต่พวกนางตายหมดแล้ว”“เมื่อขึ้นเขามาแล้วก็ออกไปมิได้ มีเพียงการพึ่งพาชายที่แข็งแกร่งกว่าเท่านั้นจึงจะมีหนทางรอด”“นี่คือกลอุบายของข้า เป็นกลอุบายของข้าแต่เพียงผู้เดียว”เมื่อได้ยินด

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1367

    เมื่อฟู่เฉินหวนได้ยินดังนั้น ก็หรี่ตาลงเล็กน้อยประกายแสงล้ำลึกแวบผ่านดวงตา“ทางลัดอะไร?”เมื่อเห็นว่าเขาสนใจ ฉีเสวี่ยเวยก็ยิ้มอย่างพึงพอใจนางค่อย ๆ โน้มกายเข้าไปใกล้ “พวกเราต้องแลกเปลี่ยนกันและเชื่อใจกันก่อน ข้าจึงจะบอกท่านได้”กล่าวจบ ฉีเสวี่ยเวยก็ยกยิ้มมีเลศนัย คว้ามือของฟู่เฉินหวนไว้ฟู่เฉินหวนมองมือนางด้วยแววตาเย็นชาแล้วดึงมือกลับมาอย่างเย็นชาท่าทีเย็นชาบ่งบอกทุกสิ่งฉีเสวี่ยเวยยิ้มอีกครา แล้วกล่าวว่า “หากมิใช่เช่นนั้นก็ยังมีอีกวิธีหนึ่ง”“นั่นคือ… ท่านต้องช่วยข้าสังหารสตรีผู้นั้น”“แล้วข้าจะบอกทางลัดที่นำไปสู่ยอดเขาแก่ท่าน”ฟู่เฉินหวนเหลือบมองนางด้วยแววตาเย็นขา “บอกทางลัดแก่ข้า แล้วเจ้ามิอยากขึ้นเขาแล้วรึ?”ฉีเสวี่ยเวยกล่าวอย่างเสียดาย “แน่นอนว่าอยาก แต่ข้ารู้ความสามารถของตนดี การขึ้นเขาด้วยตัวคนเดียวเป็นเรื่องยากนัก”“ขอเพียงแค่เมื่อท่านขึ้นเขาไปแล้ว อย่าได้ลืมข้า พาข้าไปด้วยและพาข้าลงจากเขา ข้าเพียงต้องการมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่!”ฟู่เฉินหวนขมวดคิ้ว “เจ้าลงจากเขาบัดนี้เลยก็ได้”ฉีเสวี่ยเวยหัวเราะเบา ๆ “ท่านพี่ใบ้ ท่านยังมิรู้หรือ? เมื่อเข้ามาในภูเขาลูกนี้แล้

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1366

    ลั่วชิงยวนมิได้สังเกตเห็นความตึงเครียดของเขา ยังคงกล่าวต่อไปว่า“อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเจ้านายของเจ้ามากนัก”คนใบ้มิได้ตอบลั่วชิงยวนกล่าวต่อว่า “ซูเซียงกล่าวว่าวันพรุ่งพวกเขาคงมีแผนการบางอย่าง และวันพรุ่งข้าก็อยากจะออกไปข้างนอกด้วย”“เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่?”คนใบ้เขียนตอบว่า ไปทำอะไร? เจ้าควรพักผ่อนเพราะอาการบาดเจ็บลั่วชิงยวนกล่าวด้วยความเป็นกังวล “พูดตามตรงว่าข้ามาคราวนี้ ยังมีสหายร่วมเดินทางมาด้วยกันอีกแปดคน”“แต่พวกเขาหายไปหมดแล้ว”“พวกเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งข้า ต้องเกิดเรื่องราวอันใดขึ้นเป็นแน่ ข้าอยากจะออกตามหาพวกเขาให้เจอ”เพียงหวังว่ายามนี้พวกเขาจะยังปลอดภัยคนใบ้พยักหน้ารับคำจากนั้นเขียนคำว่า รีบพักผ่อนเถิด ก่อนลุกจากห้องไปเมื่อเขาออกไป ลั่วชิงยวนก็ปิดประตูห้องลงกลอนประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย แล้วจึงถอดอาภรณ์เพื่อทำแผลโชคดีที่บาดแผลมิลึก เป็นเพียงบาดแผลภายนอกเท่านั้นหลังจากทำแผลเสร็จก็ล่วงเลยเข้ายามดึกแล้ว ลั่วชิงยวนจึงรีบล้มตัวลงนอนพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลัง......ขณะนี้หมู่บ้านมีแสงสลัว บ้านเรือนหลายหลังต่างดับไฟลงห้องของฟู่เฉินหวนก็มิได้จุดตะเกียงเช่นกันในขณะ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1365

    เขานำยาโสมมังกรออกมาจากขวด แล้วกลืนลงไปหนึ่งเม็ดเหลือมิเยอะแล้ว หวังว่าจะสามารถอยู่รอดจนกระทั่งการเดินทางมาเมืองแห่งภูตผีครั้งนี้สิ้นสุดลง และปกป้องนางให้ลงจากเขาอย่างปลอดภัย!นอกประตู ลั่วชิงยวนนั่งกอดเข่าจนเกือบจะหลับไปเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา นางก็ตื่นขึ้นในทันทีนางเงยหน้าขึ้นมอง ปรากฏว่าเป็นซูเซียงซูเซียงที่ท้องใหญ่แล้วเดินเข้ามา นางคลี่ยิ้มก่อนกล่าวว่า “ข้ายังเป็นห่วงอยู่เลย เกรงว่าจะเกิดเรื่องกับเจ้า”“ผลสุดท้ายกลับคาดมิถึง เจ้าถึงกับล่าเสือดำตัวนั้นมาได้”ลั่วชิงยวนรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “พวกเจ้ารู้จักเสือดำตัวนั้นหรือ?”ซูเซียงนั่งลงข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง ลั่วชิงยวนช่วยประคองหลังจากนั่งลงแล้ว ซูเซียงก็กล่าว “ยามค่ำคืนเสือดำตัวนั้นถึงจะออกมาหาอาหาร ปกติจะปรากฏตัวในยามจื่อ”“พวกเราถูกมันโจมตีหลายครั้งในตอนกลางคืน ก่อนหน้านี้ทุกคืนจะต้องมีคนตาย”“ต่อมาพวกเราก็ตามหามันหลายสถานที่ พบว่าด้านหลังนี้มีสุสานและเสือดำตัวนั้นมิกล้าเข้าใกล้ที่นี่”“พวกเราจึงมาสร้างเรือนพักอาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราว”เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็ประหลาดใจ ที่นี่มีสุสานด้วยหรือ?มิ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1364

    ขณะนี้ทั่วทั้งหมู่บ้านกำลังอยู่ในภาวะเฝ้าระวังในความมืดมิด ทุกคนต่างถืออาวุธเฝ้าระวัง มิกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อยเสียงลากของหนักใกล้เข้ามา ในใจของทุกคนตึงเครียดลั่วชิงยวนและคนใบ้ลากเจ้ายักษ์นั่นเข้ามาในหมู่บ้านคนที่หลบซ่อนอยู่ในความมืดต่างตกตะลึง“เป็นพวกเขานี่เอง!”“พวกเขากลับมาได้!”ลั่วชิงยวนและคนใบ้สวมหน้ากากที่เดินกลับมายังหมู่บ้านปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนด้านหลังพวกเขามีวัตถุขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ ปรากฏแก่สายตานั่นคือเสือโคร่งเมื่อเห็นเสือโคร่งตัวนั้น ทุกคนก็สูดลมหายใจด้วยความตกตะลึง“เสือดำ!”ถูหมิงตกตะลึงลั่วชิงยวนมองปฏิกิริยาของพวกเขา ดูเหมือนจะรู้ถึงการมีอยู่ของเสือดำตัวนี้ถูหมิงรีบเข้าไปตรวจสอบศพของเสือดำ “ตายแล้วจริง ๆ!”ถูหมิงเงยหน้าขึ้น เมื่อมองลั่วชิงยวนและคนใบ้อีกครั้ง สายตาของเขาก็เปลี่ยนไป“นี่พวกเจ้าล่ามาได้หรือ?”ลั่วชิงยวนเช็ดโลหิตบนใบหน้าซีดเซียว แต่สายตาดุดัน “มิเช่นนั้นจะเอามาได้อย่างไรเล่า?”ทุกคนตกตะลึงมากดูเหมือนว่าทั้งสองคนที่ร่างเต็มไปด้วยเลือดจะต้องผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา“รักษาคำพูดใช่หรือไม่?”ถูหมิงจ้องมองนางอย่างพินิจพิเคราะห์ จากนั

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1363

    มืออีกข้างหนึ่งวางลงบนไหล่อีกข้างของคนใบ้ทันใดนั้นคนใบ้ก็ตัวแข็งทื่อ พลันเงยหน้าขึ้นมอง จึงสบตากับลั่วชิงยวนที่หมอบอยู่บนต้นไม้ในชั่วขณะนั้น คนใบ้ก็หยุดนิ่งทันที มิกล้าขยับตัวบัดนี้เข็มทิศในแขนเสื้อของลั่วชิงยวนเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ความรู้สึกอันตรายรุนแรงถาโถมเข้ามานางทำท่าบอกให้คนใบ้อย่าขยับและอย่าหันกลับไปมองใบหน้าซีดเผือดค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากด้านหลังศีรษะของคนใบ้ดวงตาสีขาวขุ่นคู่นั้นจ้องมองลั่วชิงยวน!ลั่วชิงยวนหายใจขาดห้วงในทันที พลางจ้องมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นจากนั้นก็แอบหยิบยันต์ออกมา แล้วเรียกด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “เตี่ยฉุย”เตี่ยฉุยรีบเดินไปด้านหลังของสตรีผู้นั้นในทันทีแล้วโจมตีอย่างแรงในชั่วขณะนั้น ดวงตาของสตรีผู้นั้นก็เบิกกว้างเหมือนดวงตาแมวลั่วชิงยวนนำเข็มทิศออกมาแล้วกระโจนลงจากต้นไม้พลางร้องบอกคนใบ้ “หลบไป!”คนใบ้ก็ร่วมมืออย่างดีเยี่ยม รีบกลิ้งตัวไปทางซ้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีลั่วชิงยวนใช้เข็มทิศในมือส่องไป แสงสีทองพวยพุ่งออกมาสตรีผู้นั้นก็หายไปในชั่วพริบตาเตี่ยฉุยตะลึง “ท่านแม่ นางหายไปแล้ว”ลั่วชิงยวนมองไปรอบ ๆ ร่างนั้นหายไปจริง ๆ หายไปอย่าง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1362

    แต่ในครู่ต่อมา ร่างของฝูเหมิ่งก็ถอยหลังไปอย่างรวดเร็วมีเสียงโซ่เหล็กดังขึ้นลั่วชิงยวนไล่ตามไปจึงเห็นฝูเหมิ่งถูกโซ่เหล็กมัดไว้กับต้นไม้ร่างที่ผอมบางใช้กระบี่ห้วงสวรรค์ในมือแทงเข้าไปในอกของฝูเหมิ่งท่วงท่าของเขาคล่องแคล่วและโหดเหี้ยมยิ่งนักฝูเหมิ่งกระอักเลือดออกมา พลันหลับตาลงอย่างหมดแรง ในดวงตานั้นเต็มไปด้วยความมิยินยอม มิเชื่อว่าตนเองจะตายที่นี่ลั่วชิงยวนตกตะลึงในเวลานี้เอง ด้านหลังก็มีกลิ่นอายชั่วร้ายที่แข็งแกร่งพุ่งเข้ามา ลั่วชิงยวนหันกลับไปมองจึงเห็นเงาดำขนาดใหญ่ในความมืดกำลังกระโจนเข้ามาลั่วชิงยวนจึงรีบวิ่งเข้าไปดึงคนใบ้จากนั้นเงาดำขนาดใหญ่ก็พุ่งไปยังฝูเหมิ่งที่ถูกมัดติดอยู่กับต้นไม้ทะลุผ่านร่างของเขาไปอย่างแรงคนใบ้คุกเข่ากระอักเลือดออกมาลั่วชิงยวนตื่นตระหนก ยื่นมือไปหมายจะถอดหน้ากากของเขาออกแต่ทันทีที่สัมผัสหน้ากากของเขา คนใบ้ก็คว้ามือของนางไว้มือที่เปื้อนเลือดจับมือที่ซีดขาวของลั่วชิงยวนไว้แน่นลมราตรีพัดเส้นผมของนาง ทำให้ใบหน้าที่ซีดเผือดยิ่งดูซีดเซียว เลือดที่สาดกระเซ็นบนใบหน้ากลับทำให้นางดูน่าเวทนาและงดงามในเวลาเดียวกันลั่วชิงยวนได้สติ รีบดึงมือ

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1361

    ฝูเหมิ่งกล่าวอย่างเย็นชา พลางจับคมกระบี่ที่คมกริบ พลันหมุนกายหมายจะตัดโซ่เหล็กถึงแม้ว่ากระบี่ห้วงสวรรค์จะยังมิคมกริบถึงขั้นตัดเหล็กได้ แต่ความเหี้ยมโหดของฝูเหมิ่งก็ทำให้โซ่เหล็กมิอาจควบคุมเขาได้ในเวลานี้เอง ลั่วชิงยวนก็ฉวยโอกาสนำเข็มทิศออกมาแล้วใช้โลหิตปลุกวงเวทอัญเชิญวิญญาณ ในป่ามีภูตผีวิญญาณมากมายพุ่งเข้ามาจนเกิดลมกระโชกแรงพัดในป่าลั่วชิงยวนรู้ว่าหากฝูเหมิ่งได้กระบี่ห้วงสวรรค์คืนแล้ว วันนี้นางและคนใบ้อาจจะมิรอดชีวิตในเวลาสำคัญนี้จำต้องใช้กำลังทั้งหมดขัดขวาง!ถึงแม้ว่าจำนวนวิญญาณบนภูเขาเมืองแห่งภูตผีจะมีมากมายและกลิ่นอายชั่วร้ายก็รุนแรง แต่ลั่วชิงยวนก็มิรู้ว่าตนเองจะสามารถควบคุมพวกมันได้หรือไม่วิญญาณชั่วร้ายออกมากันเป็นฝูงฝูเหมิ่งก็อดมิได้ที่จะยกแขนขึ้นมาป้องกันจากนั้นก็ตระหนักถึงอันตราย เขามิสนใจอาการบาดเจ็บที่ฝ่ามือ บังคับตัวเองให้ใช้กระบี่ห้วงสวรรค์ดึงคนใบ้ลงมาจากต้นไม้อย่างแรงด้วยพละกำลังมหาศาล คนใบ้ล้มลง ยกมือขึ้นพยุงตัวเองขึ้นจากพื้นได้ทันเวลา จึงหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บได้จากนั้นก็เหาะขึ้นถีบเข้าที่หน้าอกของฝูเหมิ่งถึงกระนั้น ฝูเหมิ่งก็ยังมิยอมปล่อยกระบี่ห้วง

  • ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย   บทที่ 1360

    ฝูเหมิ่ง!ชายร่างเตี้ยกำยำผู้นั้นกำลังเดินผ่านความมืดมิดมาเมื่อลั่วชิงยวนหันไปเห็นเขา แล้วสบเข้ากับดวงตาเป็นประกายของเขาก็พลันใจหายวาบฝูเหมิ่งจ้องมองลั่วชิงยวน แล้วกลืนน้ำลาย“ฟ้ามืดแล้ว หมดเวลาหนึ่งวัน พวกเจ้ากลับมามือเปล่า”“เช่นนั้นหญิงงามผู้นี้ก็เป็นของข้า”กล่าวจบฝูเหมิ่งก็กระโจนเข้าหาลั่วชิงยวนในทันทีลั่วชิงยวนตื่นตระหนก รีบถอยหลังไปสองก้าวทว่าในขณะที่ฝูเหมิ่งเข้าใกล้นาง กลับเปลี่ยนทิศทางกระโจนไปยังคนใบ้ที่อยู่ข้าง ๆลั่วชิงยวนยังมิทันได้ชกหมัดที่กำแน่น ฝูเหมิ่งก็หายไปจากตรงหน้าของนางในทันทีจากนั้นก็เห็นฝูเหมิ่งต่อสู้กับคนใบ้ผู้นั้นคนใบ้สู้ฝูเหมิ่งมิได้ ประมือกันมิกี่กระบวนท่าก็ถูกเหวี่ยงออกไปจากนั้นภาพที่ปรากฏต่อหน้าก็ทำให้ลั่วชิงยวนตกตะลึงคนใบ้กุมหน้าอก ลุกขึ้นจากพื้นแล้ววิ่งหนีไปเขาวิ่งหนีมิคิดชีวิตเข้าไปในความมืดหลบหนีด้วยความตื่นตระหนกฝูเหมิ่งมิประหลาดใจ เพียงแค่หัวเราะเยาะจากนั้นก็หันกลับมามองลั่วชิงยวน“เจ้าค่อนข้างเชื่อใจเขามากเลยสินะ รู้หรือไม่ว่าเจ้าเด็กนั่นหลอกลวงเจ้าตั้งแต่แรก”“เขาเพียงต้องการหาข้ออ้างเพื่อหนีออกจากหมู่บ้าน มิได้สนใจควา

Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status