เพล้ง!เอ๋……ทว่าทันทีที่พูดจบ ซุนกว่างซานก็ปัดน้ำชาที่เหรินลี่ชวิ๋นส่งให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มตัวน้ำชาร้อนๆ กระเด็นไปโดนตัวและใบหน้าเหรินลี่ชวิ๋นทันทีเหรินลี่ชวิ๋นดูงงงวยและไม่กล้าโกรธ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมซุนหมอเทวดาเป็นอะไรไปณ เวลานี้ซุนกว่างซานก็รีบเดินไปหยุดตรงหน้าเย่เฟิง เขาก้มตัวเล็กน้อยและโค้งคำนับให้เย่เฟิงท่าทางราวกับนักเรียนที่ได้เจออาจารย์ตัวเองเสียอย่างงั้น"หมอเทวดาเย่ คุณมาทำอะไรที่นี่ครับ?"เห็นแบบนี้เหรินลี่ชวิ๋นก็เช็ดน้ำชาบนใบหน้า รู้สึกกระตุกวูบในใจอย่างอดไม่ได้ดวงตาของทนายลวีเบิกกว้าง เขานี่โง่นักนี่มันเรื่องอะไรกันแพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ ทำไมถึงเคารพต่อคนหนุ่มสาวแบบนี้กัน?"ยาที่ผมให้คุณไป คุณจะใช้กับลูกชายเถ้าแก่เหรินงั้นเหรอ? "เย่เฟิงถามเรียบๆ"นี่… ใช่ครับ! ทนายลวีติดต่อมาหาผมเมื่อวาน บอกว่ามีผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวระยะวิกฤต แล้วถามว่าผมสามารถรักษาได้ไหม พอดีกับที่หมอเทวดาเย่เพิ่งให้ยาตัวใหม่กับผมมาหลายตัว ผมก็เลย…"ซุนกว่างซานอธิบายเขาฟังจากที่ทนายลวีกับเหรินลี่ชวิ๋นพูดเมื่อครู่ก็พาเดาเรื่องต่างๆได้บ้าง"ผมไม่ยินยอมจะไ
เมื่อเหรินลี่ชวิ๋นได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติเขารู้ว่าเย่เฟิงกําลังเยาะเย้ยเขา แต่เพื่อลูกชายเขาเลยยอมทำเรื่องหน้าอายนี่"คุณเย่ ประธานหลี, ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้วจริงๆ ผมรับรองว่าครั้งนี้เราจะร่วมมือกันอย่างจริงใจ เห็นแก่ลูกผมที่ยังเด็กอยู่เถอะ คุณเย่ใจดีมีเมตตายิ่ง ช่วยลูกชายผมด้วยเถอะ!"ผมขอร้อง!ขอแค่ช่วยลูกสาวได้ เงื่อนไขอะไรผมก็รับได้ทั้งนั้น "เหรินลี่ชวิ๋นคุกเข่าลงบนพื้น ก้มหัวโขกลงไปเหมือนกับตำกระเทียม พร้อมทั้งน้ำมูกน้ำตาไหลพรากไปมาเขาร้องไห้จริง ๆ เมื่อคิดได้ว่าลูกอาจจะจะต้องตายเพราะความโง่เขลาของเขา เหรินลี่ชวิ๋นเริ่มคิดอยากตายในใจหลีเอียนดึงแขนเย่เฟิงเบา ๆ เห็นเขาอยู่ในสภาพแบบนี้ก็รู้สึกเห็นใจ เธอพูดเสียงเบาๆ: "เย่เฟิง พอเถอะ ถ้าเขายินดีร่วมมือ ก็อย่าทำให้เรื่องมันเลวร้ายเกินไปเลย"เย่เฟิงแอบบอกว่าคุณนี่ใจอ่อน ก่อนจะส่ายหัวแล้วหยิบกระเป๋าเอกสารแล้วดึงสัญญาออกมาหลีเอียนวันนี้ตั้งใจจะมาทำการเซ็นสัญญากับเหรินลี่ชวิ๋น ดังนั้นเธอจึงนำเอกสารสัญญามาด้วย"ราคาวัตถุดิบยาดูเหมือนจะสูงไปหน่อย"เย่เฟิงพูดพึมพําเมื่อได้ยินคำพูดนี้ เหรินลี่ชว
สุนัขที่ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เขารีบหนีออกจากห้องอย่างตื่นตระหนกดวงตาคู่สวยของประธานสาวคนสวย หันไปมองทางเย่เฟิง รอยยิ้มที่น่าหลงใหลปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามของเธอถ้าบอกว่าฉู่เทียนหลงคือเมฆดำที่ห่อหุ้มเธอ งั้นเย่เฟิงเหมือนแสงแดดที่สองผ่านเมฆดํานั้นเข้ามาวินาทีถัดมา เย่เฟิงรู้สึกถึงกลิ่นหอมละมุนพัดผ่านหน้าเขา พร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนที่แตะใบหน้าเขา"คุณดีจังเลย!"ในช่วงเวลานั้น หลีเอียนยิ้มสวยและมีเสน่ห์จนไม่อาจอธิบายได้เหมือนกับเด็กหญิงตัวน้อยที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความภูมิใจหลังจากที่ได้ระบายความรู้สึกออกไปเย่เฟิงส่งเสียง "เอ่อ" พร้อมกลอกตามองบนอย่างอดไม่ได้นี่หลีเอียนจูบเขาเหรอ?แม่ง! เขาไม่รู้สึกอะไรเลยนะ นี่จูบเสร็จแล้วเหรอ?ผู้หญิงคนนี้ไม่จริงใจเอาเสียเลยไม่กี่นาทีต่อมา……เย่เฟิงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งไปที่หน้าเหรินลี่ชวิ๋น: "สิ่งนี้ที่ผมเรียกว่า 'หญ้าไขกระดูกมังกร' ถ้ามีมันผมสามารถรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ คุณมีสิ่งนี้อยู่ในมือหรือเปล่า?"เย่เฟิงวาดภาพสมบัติฟ้าดินอย่างหญ้าไขกระดูกมังกรตามที่เขาจำได้ออกมา เพื่อให้เหรินลี่ชวิ๋นตรวจดูในฐานะที่เขาเป็นผู้ค้าส่งวัต
เย่เฟิงแน่นอนว่าจะไม่สามารถช่วยรักษาอาการป่วยของลูกชายเหรินลี่ชวิ๋นได้ด้วยตนเอง แต่มีตัวอย่างยาที่มีประสิทธิภาพสูงตัวใหม่ออกมา แม้แต่ซุนกว่างซานก็ยังสามารถควบคุมโรคเขาได้ดังนั้นเขาจึงขับรถตามที่หลีเอียนชี้ทาง เพื่อพาเธอมุ่งหน้าไปบ้านเก่าตระกูลหลี ระหว่างทาง โทรศัพท์มือถือหลีเอียนก็สั่นขึ้นมา เป็นข้อความจากน้องชายเธอ หลีหย่วน"พี่ อย่าพาพี่เขยกลับมา! พี่เขยไปทำร้ายลูกชายของเว่ยเหล่าหู่ พวกเขาพาคนมาขอให้เราส่งตัวพี่เขยไป! คุณย่าจะส่งตัวพี่เขยให้พวกเขา!"เมื่อเห็นข้อความนี้สีหน้าของหลีเอียนก็เปลี่ยนเป็นกังวลและโกรธทันที"จอด เราจะไม่กลับไป!"หลีเอียนรีบพูด"มีอะไรเหรอ"เย่เฟิงเลิกคิ้วหลีเอียนยื่นโทรศัพท์ไปให้เย่เฟิงดู หลังเห็นข้อความที่หลีหย่วนส่งมาแล้ว"ควรไปก็ต้องไป เรื่องที่ผมก่อ ไม่ต้องให้คนอื่นมารับแทน "เย่เฟิงพูดด้วยน้ําเสียงที่ทุ้มลึกณ เวลานี้ที่บ้านเก่าตระกูลหลีเมื่อผู้อาวุโสหลีพูดออกมาแบบนี้ เว่ยเสี่ยวตงก็ยิ้มหัวเราะออกมาอย่างพอใจ"ฮ่าฮ่า งั้นก็ดี! ข้าน้อยขอขอบคุณผู้อาวุโส!"ชายที่อยู่ข้างๆเว่ยเสี่ยวตงก็พูดอย่างยิ้มๆ:"ผู้อาวุโสนับว่ามีเหตุผลยิ่งนัก!"เขาคือม
เมื่อพูดจบ สวีเพ่ยเพ่ย แม่ของหลีเอียนก็หัวเราะอย่างเย็นชา: "ใครมาก็ส่งตัวให้เขาไปหมดแบบนี้เรียกพิจารณาภาพรวมแล้วเหรอ? จะตีหมายังต้องดูเจ้าของ เย่เฟิงนั่นไม่ว่ายังไง ในทางทฤษฎีก็เป็นลูกเขยตระกูลหลี" พี่สะใภ้ น้องสะใภ้มักไม่ค่อยลงรอยกันเท่าไหร่เมื่อผู้อาวุโสพูดสวีเพ่ยเพ่ยเองก็ไม่กล้าเอ่ยอะไร แต่เธอจะไม่ยอมให้กับครอบครัวลุงรองแน่ต่อจากนั้น ความเห็นของสมาชิกตระกูลหลีที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็เริ่มมีความเห็นแตกต่างกันเรื่องเกี่ยวกับว่าจะส่งตัวเย่เฟิงออกไปหรือไม่นั้น ทั้งสองฝ่ายต่างยึดมั่นในความคิดเห็นของตนเอง!ถึงแม้ว่านอกจากหลีหย่วน แม้กระทั่งพ่อแม่หลีเอียนก็ไม่นับเย่เฟิงเป็นคนในครอบครัวไม่มองเป็นคนเสียด้วยซ้ำแต่อย่างว่าแหละ จะตีหมาก็ต้องดูเจ้าของการส่งตัวคนออกไปแบบนี้ อาจทำให้บางคนรู้สึกว่ามันทำให้ชื่อเสียงของตระกูลหลีเสียหาย ราวกับว่าตระกูลหลีกลัวเว่ยเหล่าหู่โดยเฉพาะหลีหย่วน เขาแสดงท่าทีคัดค้านการส่งตัวคนหัวชนฝา ถึงขนาดพูดออกมาเลยว่า ถ้าตระกูลหลีไม่ปกป้องเย่เฟิง เขาก็จะปกป้องเย่เฟิงเองในฐานะคุณชายหลี"อาเจียง เหล่าหยู พาคนมารอที่ประตูบ้านเก่าตระกูลหลี!"ในที่สุด คุณชายหลีก
หลังจากที่เย่เฟิงและหลีเอียนเข้าไปในบ้านตระกูลเก่า ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นร่างของคนสองคนต่อสู้กันอย่างดุเดือดในลานกว้างทุกคนในตระกูลหลีและฝ่ายเว่ยเสี่ยวตงนั่งแยกกันอยู่คนละฝั่งเพื่อชมการต่อสู้ผู้ที่ต่อสู้กับเฮยจินกังคือหลีอู่ ปรมาจารย์ผู้คุ้มกันจากตระกูลหลีเขาผู้นี้เป็นเด็กกำพร้า ถูกตระกูลหลีรับมาเลี้ยงและฝึกฝนตั้งแต่วัยเยาว์ ดังนั้นไม่ใช่แค่ใช้นามสกุลหลีเท่านั้น แต่เขายังมีความภักดีต่อตระกูลหลีอย่างแท้จริงหลีอู่ก็เป็นปรมาจารย์ระดับพลังมืดทมิฬเช่นกัน ตอนนี้เขากำลังสู้กับเฮยจินกังอย่างสูสีเมื่อเห็นหลีเอียนและอีกคนมาถึง ทุกคนต่างก็หันมามองทันทีพร้อมกัน"ไอลูกหมานี่แกยังกล้าโผล่มาอีก!"เมื่อศัตรูพบกัน ใบหน้าของเว่ยเสี่ยวตงเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวเมื่อเห็นเย่เฟิง เขาพูดด้วยความโกรธจัดสมาชิกตระกูลหลีคนอื่นๆ ก็หันมามองเย่เฟิงเช่นกันนอกจากหลีหย่วนและครอบครัวของลุงรอง รวมทั้งพ่อแม่ของหลีเอียน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้พบเย่เฟิงตัวจริงหลีเทียนหยางและสวีเพ่ยเพ่ยมองไปที่ เย่เฟิงด้วยสีหน้าเย็นชาและไม่พอใจ แสดงท่าทางดูถูกอย่างเปิดเผยแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับการส่งตัว แต่ก็ไม่ได้หมายควา
เมื่อพูดจบ หลีเอียนยังไม่ได้พูดอะไรต่อ หลีเทียนหยางก็เย้ยหยันทันที: "ไอ้คนไร้ค่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง แกคิดว่าตระกูลหลีจะปกป้องแกจริงๆ หรือ? มันก็แค่โอกาสที่เราต่อรองมาได้กับหลีหย่วนเท่านั้น"เย่เฟิงส่งเสียง 'อืม' แล้วหันไปมองหลีเอียนจากนั้นหลีเอียนจึงนึกขึ้นได้และแนะนำ: "นี่พ่อฉัน และนี่คือแม่ฉัน'"เย่เฟิงยิ้ม ก่อนก้มตัวลงและเอ่ย:"ขอบคุณครับ คุณพ่อคุณแม่!""ใครแม่แก? อย่ามาทำตัวสนิทสนม เราแค่ไม่อยากเสียหน้าตระกูลหลีและทำให้คนอื่นคิดว่าเรากลัวเว่ยเหล่าหู่"สวีเพ่ยเพ่ยแม่ยายในนามจู่ๆ ก็เลิกคิ้วและพูดด้วยความโกรธ"คุณแม่ คุณดูยังเด็กและสวยมาก ผมคิดว่าคุณเป็นน้องสาวของหลีเอ๋อร์เสียอีก! ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณให้กำเนิดผู้หญิงที่สวยอบ่างภรรยาผมได้""เย่เฟิงไม่ได้โกรธและพูดด้วยรอยยิ้มเมื่อได้ยินเช่นนั้น สวีเพ่ยเพ่ยก็ตกใจไปชั่วขณะและจ้องมองเย่เฟิงอย่างโกรธเคือง แต่ในใจกลับอดไม่ได้ที่จะรู้สึกพอใจเล็กน้อยไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบได้ยินคนอื่นชมว่าเธอยังสาวและสวย"ไอเจ้านี่พูดจากะล่อน!"หลีเทียนหยางทำหน้าเย็นชาและดุเย่เฟิงไปหนึ่งประโยค"อย่างไรก็ตาม เขาอดไม่ได้ที่จะมองเย่เฟิงอีกสองส
เว่ยเสี่ยวตงได้ยินคำพูดนี้ ก็หันไปมองเย่เฟิงด้วยท่าทางเย็นชาและเยาะเย้ย ก่อนพยักหน้าและพูดว่า: "ดี งั้นฉันจะเห็นแก่หน้าผู้อาวุโสสักหน่อยแล้วกัน""เมื่อคิดว่าตนจะสามารถทำให้เย่ฟงคุกเข่าตบหน้าตัวเองได้ องค์ชายคนนี้ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก อย่างมากวันนี้ได้แค่เย้ยเขาแรงๆก็ยังดี แล้วค่อยหาโอกาสจัดการเขาในภายหลัง"แบบนี้ก็ไม่เลว!""ดีที่ผู้อาวุโสช่างเฉลียวฉลาด!""แบบนี้ทั้งไม่ทำให้ชื่อเสียงตระกูลหลีของเราถูกกระทบ แต่ยังหลีกเลี่ยงการเป็นศัตรูเว่ยเหล่าหู่ได้โดยสิ้นเชิง!" "ใช่ เพราะสุดท้ายคนที่คุกเข่าตบหน้าตัวเอง ก็เป็นหนุ่มหน้าละอ่อนคนหนึ่ง!""ทุกคนรู้ว่านั่นมันเป็นแค่สุนัขตัวหนึ่งเท่านั้น สุนัขของตระกูลหลีเราไปกัดคุณชายเว่ย เราแค่ให้สุนัขตัวนั้นขอโทษยอมรับผิด แต่ไม่ได้ส่งตัวคนไป นี่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าตระกูลหลีของเราแข็งแกร่งพอสมควรแล้ว! ทุกคนในครอบครัวหลีพูดคุยกันอย่างเซ็งแซ่ คราวนี้ไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของผู้อาวุโสเลยหลีเทียนหยางและสวีเพ่ยเพ่ยสบตากันหนึ่งครั้ง และก็ไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไป"ไอ้หมานี่ ทำไมยังไม่คุกเข่าและขอโทษอีก?" หลีถิงเร่งเร้าเย่เฟิง ดวงตาของเธอเต็มไป
"หยุด!"สวี่ซีเหยียนรีบตะโกนด้วยน้ำเสียงแหลมสูงเธอพุ่งเข้าไปขวางเย่เฟิงไว้ "เย่เฟิง วันนี้นายจะช่วยก็ต้องช่วย ไม่ช่วยก็ต้องช่วย!""โอ้? อย่างเธอเนี่ยนะคิดจะขวางฉัน?หรือว่าเขา?”เย่เฟิงชี้ไปที่มัคนายกกู่ ก่อนจะกวาดตามองบอดี้การ์ดของตระกูลสวี่ที่ยืนอยู่รอบๆ "หรือจะใช้พวกขยะพวกนี้มาขวางฉันล่ะ?""แก…"สวี่ซีเหยียนพูดไม่ออก หน้าแดงด้วยความอับอายก่อนหน้านี้เธอเห็นเย่เฟิงปะทะกับมัคนายกกู่โดยไม่เสียเปรียบถ้าเขาไม่อยากช่วยจริงๆ พวกเธอคงหยุดเขาไม่ได้แน่นอนแต่ถ้าเย่เฟิงไม่ช่วย ไม่พูดถึงเรื่องเย่เฟิงว่าจะถูกตระกูลกู่ล้างแค้นหรือไม่ แต่เธอสวี่ซีเหยียนจะต้องซวยแน่ๆ!และไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น แต่ทั้งตระกูลสวี่ก็จะต้องเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของตระกูลกู่หากคุณชายกู่ตายที่นี่ ตระกูลกู่ไม่มีทางสนใจว่าอุบัติเหตุครั้งนี้จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจแน่นอน!เวลานี้ กู่เหมิงถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะดันสวี่ซีเหยียนออกไป แล้วพูดกับเย่เฟิงว่า "ไอ้หนุ่ม ต้องทำยังไงถึงจะช่วยชีวิตคุณชายของฉันได้?"เขาถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ถ้านายช่วยชีวิตเขาได้ ตระกูลกู่จะตอบแทนนายอย่างงาม และเราจะถือว่านายมีบุญคุณกับตระกูลเร
ทันใดนั้น หัวหน้าแผนกฉุกเฉินเบิกตากว้าง ราวกับเห็นผี จ้องหลี่ชื่อที่ยืนอยู่ข้างหลังเย่เฟิง“หึๆ ผมนี่แหละ ทำไม?”เย่เฟิงถามด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“นี่…นี่…”“ทำไมเขา? ทำไมเขาถึงฟื้นขึ้นมาได้?”“นี่มันเป็นไปได้ยังไง?”หัวหน้าแผนกฉุกเฉินชี้ไปที่หลี่ชื่อด้วยความตื่นตระหนกหมอคนอื่นๆ ต่างก็มองหลี่ชื่อด้วยสีหน้าตกใจสุดขีดชายคนนี้ที่ควรจะตายไปแล้ว แต่กลับมายืนอยู่ตรงนี้ได้?ฟื้นคืนชีพ?คนที่ถูกวินิจฉัยว่าตายแน่ กลับฟื้นขึ้นมาอย่างมีชีวิตชีวา“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”กู่เหมิงถามด้วยความสงสัยสวี่ซีเหยียนและสวี่หงจ่านต่างก็มีสีหน้าครุ่นคิดก่อนหน้านี้ในห้องฉุกเฉินอีกห้อง หลี่ชื่อนอนอยู่ในห้องนั้นแต่พวกเขารู้แค่ว่ามีคนที่กำลังจะตายแล้วยังจะใช้ห้องฉุกเฉินอีกแต่ไม่เห็นว่า ‘คนที่กำลังจะตาย’ นั้นเป็นใคร“นี่มัน…ฟื้นขึ้นมาได้จริงๆ คนที่อวัยวะภายในแทบจะแหลกละเอียด และต้องตายแน่ๆ!”“แต่กลับ…กลับฟื้นขึ้นมางั้นเหรอ!”“นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ!”หัวหน้าแผนกฉุกเฉินชี้ไปที่หลี่ชื่อด้วยความตกใจพูดอย่างตะกุกตะกักคำพูดนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์ในทันที“คุณบอกว่าเขาอวัยวะภายในแทบจะแหลกหมด แล
ตระกูลสวี่เริ่มต้นธุรกิจจากการค้าของเก่า จึงมีธุรกิจจัดการประมูลขนาดใหญ่อยู่ในครอบครองหลายแห่งด้วยเหตุนี้ ตระกูลสวี่จึงเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับตระกูลกู่เมื่อหลายปีก่อน ตระกูลกู่มีเหตุจำเป็นบางประการที่ทำให้ไม่สามารถจัดการประมูลในพื้นที่ของตัวเองได้ จึงต้องใช้บริการของตระกูลสวี่ด้วยความร่วมมือนี้ ทำให้ทั้งสองตระกูลมีความเกี่ยวข้องกันในระดับหนึ่งไม่นานมานี้ ตระกูลกู่ได้ยินข่าวเกี่ยวกับ “หยางหยวนตัน” ซึ่งเป็นยาเม็ดสมุนไพรที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในวงสังคมชั้นสูงของหยุนเฉิงมีข่าวลือว่าหยางหยวนตันมีสรรพคุณยอดเยี่ยม และถูกขายในราคาสูงถึงหลายสิบล้านต่อเม็ดต้องรู้ว่า ก่อนหน้านี้ธุรกิจเกี่ยวกับยาสมุนไพรในหยุนเฉิงและพื้นที่โดยรอบ ล้วนอยู่ภายใต้การผูกขาดของตระกูลกู่ด้วยเหตุนี้ ตระกูลกู่จึงส่งกู่เหมิง ผู้ดูแลของตระกูลออกมาสืบหาต้นตอของหยางหยวนตันลูกชายคนเล็กของตระกูลกู่ กู่รุ่ย ซึ่งเป็นคนซุกซนและไม่ชอบฝึกวิชาตามกฎของตระกูลฉวยโอกาสติดตามกู่เหมิงมาที่หยุนเฉิงด้วยเมื่อมาถึงหยุนเฉิง กู่เหมิงได้ติดต่อกับสวี่หงจ่านเพื่อขอความช่วยเหลือในการสืบเรื่องหยางหยวนตันส่วนสวี่ซีเหย
โดยเฉพาะตระกูลสวี่ที่เคยร่วมงานกับตระกูลกู่มาก่อน ยิ่งรู้ดีถึงความแข็งแกร่งและรากฐานที่ลึกซึ้งของตระกูลกู่ไม่เช่นนั้น สวี่หงจ่านในฐานะหัวหน้าตระกูลสวี่ก็คงไม่ยอมก้มหัวให้มัคนายกของตระกูลกู่"คุณชายกู่จะต้องไม่เป็นอะไร! ต้องปลอดภัยแน่!"สวี่หงจ่านพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่"ใช่ค่ะ! คุณชายกู่จะต้องปลอดภัย!"สวี่ซีเหยียนกล่าวด้วยท่าทีภาวนามัคนายกกู่พูดเสียงเย็น "หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น"ในขณะนั้นเอง มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาอย่างไม่รีบร้อนเมื่อสวี่ซีเหยียนและพ่อของเธอ รวมถึงมัคนายกกู่เห็นพวกเขา สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที"เย่เฟิง หลีเอียน? พวกเธอมาทำอะไรที่นี่?"สวี่ซีเหยียนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชามัคนายกกู่มองเย่เฟิงด้วยสายตาเย็นยะเยือก "ไอ้หนุ่ม ฉันไม่มีเวลามาเสียกับแกนะ แต่แกยังกล้ามายืนเสนอหน้าอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ?"เย่เฟิงหัวเราะเยาะ "เมื่อกี้ฉันได้ยินพวกคุณกำลังภาวนาให้คุณชายกู่ปลอดภัย... น่าเสียดายจริงๆ""ฉันแค่มาบอกพวกคุณล่วงหน้าไว้ก่อนว่า โรงพยาบาลนี้ช่วยชีวิตเขาไม่ได้หรอก!"เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของสวี่ซีเหยียนและพ่อของเธอ รวมถึงมัคนายกกู่ก็เปลี่ยนไปทันที"ไอ้หนุ่ม แกแช่
เย่เฟิงที่มองเห็นบาดแผลของคุณชายกู่เมื่อครู่ ก็รู้แน่ชัดว่าโรงพยาบาลนี้ไม่มีทางรักษาเขาได้แน่!หึๆ ท่าทีของสวี่ซีเหยียนกับพ่อของเธอ ทำให้เย่เฟิงรู้สึกถึงโอกาสที่จะฆ่าคนได้อยากให้คุณชายกู่รอดชีวิตงั้นเหรอ?ชักจะสนุกแล้วสิ!หลังจากนั้น เย่เฟิงก็ทุ่มสมาธิช่วยหลี่ชื่อต่อไป โดยส่งพลังมังกรเข้าสู่ร่างของเขา พร้อมกับใช้วิชาเข็ม “เก้าพลิกฟื้นพลังหยาง” จากคัมภีร์มังกรทองหลี่ชื่อที่เดิมทีแพทย์ตัดสินว่าไม่มีทางรอด ตอนนี้กลับฟื้นตัวอย่างน่าอัศจรรย์ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน...หลี่ชื่อค่อยๆ ลุกจากเตียง แม้ใบหน้าจะยังซีดเล็กน้อย แต่เขากลับสามารถยืนและเดินได้แล้ว"พักฟื้นอีกสักระยะ แล้วนายจะหายดี!"เย่เฟิงยิ้มพลางพูดหลี่ชื่อจ้องมองเย่เฟิงด้วยน้ำตาคลอเบ้า แววตาเต็มไปด้วยความสำนึกบุญคุณทันใดนั้น เขาคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น "คุณเย่ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตผม! ผมไม่มีอะไรจะตอบแทนคุณได้เลย!"เย่เฟิงรีบดึงเขาขึ้นมา "พูดแบบนั้นทำไม? ฉันช่วยนายก็เพราะนายบาดเจ็บเพื่อปกป้องลูกสาวของฉัน"หลี่ชื่อยิ้มกว้างอย่างซื่อๆ ก่อนจะพูดต่อด้วยความแน่วแน่ "แต่สำหรับผม คุณเย่คือผู้ให้ชีวิตใหม่ ผมยอมมอบชีวิตนี้ให
หลีเอียนรีบดึงนั่วนั่วให้ถอยออกมา ดวงตาจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยความโกรธ เธอไม่คิดเลยว่าฝ่ายนั้นจะหยิ่งยโสถึงขั้นใช้กำลังโดยไม่พูดจาเย่เฟิงแค่นหัวเราะเบาๆ มือข้างหนึ่งยังคงส่งพลังมังกรเข้าสู่ร่างหลี่ชื่อ ส่วนแขนอีกข้างสะบัดออกไปปัง!เสียงกระแทกดังสนั่น พร้อมกับแรงลมสะท้าน แขนของเย่เฟิงปะทะกับขาของชายวัยกลางคนในชุดขาวอย่างจังตึง ตึง ตึง!ชายวัยกลางคนถอยหลังไปสามก้าว ก่อนจะทรงตัวได้แต่เย่เฟิงยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคง ราวกับภูผาที่ไม่สะทกสะท้าน"อยากจะหยิ่งยโส ก็ต้องมีความสามารถพอด้วย!""ฉันบอกแล้วว่าเพื่อนของฉันยังต้องรักษาตัวอยู่ที่นี่""ไสหัวไป!"เย่เฟิงพูดเสียงเย็น น้ำเสียงแฝงอำนาจสุดขีดชายวัยกลางคนในชุดขาวมีสีหน้าหนักใจ จ้องมองเย่เฟิงด้วยความลังเล"ไอ้หนุ่ม แกรู้ไหมว่าแกกำลังหาเรื่องกับใคร?""ตอนนี้คุณชายของฉันกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต ฉันจะยังไม่จัดการแกตอนนี้""แต่เรื่องวันนี้ ฉันจะจำไว้แน่นอน!"เขากัดฟันพูด ก่อนจะหันไปสั่งหัวหน้าแผนกฉุกเฉิน "ยังจะยืนเซ่ออยู่ทำไม? ย้ายไปห้องฉุกเฉินห้องอื่นเดี๋ยวนี้!""ครับๆ ได้เลยครับ!"หัวหน้าแผนกฉุกเฉินรีบพยักหน้า สีหน้าแสดงความ
หัวหน้าแผนกฉุกเฉินเดินเข้ามาอย่างเร่งรีบ สีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและร้อนรน!ด้านหลังของเขามีทีมแพทย์และพยาบาลหลายคนกำลังเข็นเตียงคนไข้เข้ามาบนเตียงนั้นมีชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยเลือดนอนอยู่ สภาพของเขาดูอาการสาหัสมากข้างๆ และด้านหลังเตียงคนไข้มีคนติดตามมาด้วยหลายคน ทุกคนต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด“เร็ว! ช่วยคุณชายของพวกเราด้วย!”ชายวัยกลางคนในชุดขาวที่ดูมีภูมิฐานตะโกนด้วยน้ำเสียงร้อนรน“รีบช่วยคุณชายกู่สิ! ทำไมในห้องฉุกเฉินยังมีคนอื่นอยู่? รีบไล่พวกมันออกไป!”เสียงแหลมสูงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองและก้าวร้าว“พวกนี้เป็นใครกัน? รีบไล่พวกเขาออกไปซะ! ถ้าการรักษาคุณชายกู่ล่าช้า โรงพยาบาลต้องรับผิดชอบ!”ชายวัยกลางคนในชุดสูทพูดด้วยน้ำเสียงเผด็จการเมื่อได้ยินเสียงอึกทึก เย่เฟิงที่กำลังรักษาหลี่ชื่ออยู่ก็หันกลับไปมองด้วยสายตาเย็นชาดวงตาอันแหลมคมของเขาหรี่ลงเล็กน้อย แววเย็นยะเยือกฉายชัดบนใบหน้าผู้หญิงสวยคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ด้วยท่าทีร้อนรนและหวาดกลัวสวี่ซีเหยียน!ผู้หญิงคนนี้!เธอดูโทรม ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าเลอะเปรอะไปด้วยคราบเลือ
"โอเค ลูกรัก ไม่ร้องนะ พ่อจะเข้าไปดู แล้วจะไม่ปล่อยให้คุณลุงหลี่ต้องตายแน่นอน"เย่เฟิงเช็ดน้ำตาบนแก้มนั่วนั่ว จากนั้นรีบเดินเข้าไปในห้องฉุกเฉินหลีเอียนก็รีบตามเขาไปทันทีขณะนั้นเอง หมอที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเมื่อครู่ได้ยินสิ่งที่เย่เฟิงพูด ก็พากันส่ายหน้าพวกเขาเชื่อว่าเย่เฟิงแค่พูดปลอบใจเด็กเท่านั้น"ถ้าคนไข้แบบนี้ยังช่วยได้ล่ะก็ เขาต้องเป็นเทพเจ้าแล้ว! เราเองยังช่วยไม่ได้ เขาจะเปลี่ยนอะไรได้ล่ะ?"หัวหน้าแผนกฉุกเฉินพูดพลางมองเย่เฟิงด้วยความไม่พอใจภายในห้องฉุกเฉินหลี่ชื่อยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง เลือดซึมออกมาจากปากและจมูกอุปกรณ์และท่อทุกอย่างถูกถอดออกหมดแล้ว มีเพียงผ้าขาวคลุมร่างไว้!เห็นได้ชัดว่าทางโรงพยาบาลยอมแพ้ในการรักษาและเตรียมจะเก็บศพแต่ในขณะนั้นเอง ราวกับมีบางสิ่งดลใจ หรือไม่ก็เป็นอาการฟื้นตัวชั่วคราวก่อนตายเมื่อเย่เฟิงเข้ามา หลี่ชื่อที่หมดสติไปแล้ว กลับลืมตาขึ้นมาเขามองเห็นเย่เฟิงและนั่วนั่วที่ยืนอยู่ข้างเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยความยินดี"คุณ...คุณเย่ คุณช่วย...คุณหนูนั่วนั่ว...กลับมาได้แล้วใช่ไหมครับ?""ผมมันไม่ได้เรื่อง...ทำให้คุณเย่ผิดหวัง...แต่คุ
รถ SUV หลายคันกำลังแล่นอยู่บนถนนมุ่งหน้าจากหยุนเฉิงไปยังเมืองหลวงของมณฑลในรถคันหนึ่ง ฉู่เทียนหลงยกมือขึ้นกุมหน้าที่บวมแดง สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและบิดเบี้ยวดวงตาของเขาแหลมคมและดูป่วยไข้เหมือนกับสภาพจิตใจที่ผิดปกติของเขา“ไอ้แก่บ้า กล้าตบหน้าฉันเพื่อปกป้องคนนอก!”ฉู่เทียนหลงกัดฟันพูดอย่างเจ็บแค้นทันใดนั้น เขาหันไปมองทนายลวีที่นั่งข้างๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงโหดร้าย “นาย ลงไปจากรถเดี๋ยวนี้!”ทนายลวีสะดุ้งด้วยความตกใจ รีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกลัว “คะ…คุณชายฉู่ เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”“ฉันต้องการให้นายอยู่ที่หยุนเฉิงต่อไป และใช้ภรรยาเก่าของเย่เฟิงสร้างปัญหาระหว่างเขากับหลีเอียน!”ดวงตาของฉู่เทียนหลงเต็มไปด้วยแววเจ้าเล่ห์ทนายลวีได้ยินดังนั้นก็หน้าซีดทันที “คะ…คุณชายฉู่ เย่เฟิงจะฆ่าผมเอาได้นะครับ!”“ไอ้เวร! ฉันไม่ได้ให้นายไปสู้กับเขา! ถ้านายไม่ทำ ฉันจะฆ่านายตอนนี้เลย!”“อย่าคิดว่าไม่ช่วยฉันแล้วเย่เฟิงจะไว้ชีวิตนาย!”ฉู่เทียนหลงดึงผมของทนายลวีแล้วตะโกนใส่ด้วยความโกรธทนายลวีตัวสั่นไปทั้งร่าง “ครับ...ครับ!”ไม่กี่วินาทีถัดมา รถหยุดลง ทนายลวีกระโดดลงจากรถทันทีในใจของเขาทั้งก