เฟนด์อดจะยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางที่ตื่นตระหนกของอีกฝ่าย “โชคดีที่เฟอร์นันโดโทรมาหาฉันก่อนที่เขาจะถูกจับตัวไป โทรมาบอกฉันว่าทั้งหมดนี่เป็นกับดัก! นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ฉันรู้สึกว่างานประมูลเกล็ดมังกรนี้เป็นกับดัก และเนื่องจากงานประมูลครั้งนี้มีการประมูลเกล็ดมังกรเพียวอย่างเดียว ฉันจึงมีแผนสำรองเผื่อไว้!” ปัง ปัง ปัง! พวกอเมริกันหลายคนถูกฆ่าตายอย่างรวดเร็ว หุ่นเชิดหลายสิบตัวที่พวกเขาควบคุมก็ล้มลงกับพื้นทันทีโดยไม่ขยับเขยื้อนต่ออีก “ช่างวิเศษจริง ๆ! เก้าเทพสงครามอยู่ที่นี่ ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นวันที่ฉันได้ต่อสู้เคียงข้างกับเทพสงครามและท่านนักรบสูงสุด ฮ่า นี่มันสุดยอดไปเลย!” ชายชราผมสีขาวคนหนึ่งหัวเราะดังลั่น “พระเจ้า ข้าเคยได้ยินมาว่าท่านนักรบสูงสุดยังหนุ่มอยู่ แต่ข้าไม่คิดว่าเขาก็คือ เฟนด์ และข้าไม่คิดว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้!” ชายวัยกลางคนอีกคนก็ตะโกนบอกเฟนด์ขณะต่อสู้ว่า “ท่านนักรบสูงสุด ลูกสาวของฉันอายุยี่สิบกลาง ๆ เธอสวยราวกับดอกกุหลาบ โสด และความงดงามของเธอไม่มีใครเทียบได้ ท่านยินดีที่จะพบเธอไหม? ฉันเต็มใจที่จะให้เธอแต่งงานกับท่านเป็นภรรยาที่สอง แม้ว่าเธอจะเป็นภรรยา
ทุกคนต่างรู้สึกหวาดกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่หลายคนได้เห็นการต่อสู้ที่น่ากลัวขนาดนี้ “นี่คือความแข็งแกร่งของระดับกึ่งเทพเหรอ?” บางคนตกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ปรมาจารย์และนักสู้ล้วนมีการแบ่งขั้นตั้งแต่ระดับหนึ่งถึงระดับเก้า สำหรับกึ่งเทพและเทพแท้จริงแล้ว ความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาไม่ได้ถูกแบ่งเจาะจงแบบนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะมีพลังอยู่ในระดับกึ่งเทพหรือระดับเทพแท้จริง ทั้งสองระดับนั้นถูกแบ่ง ออกเป็น ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสุดยอด! นั่นเป็นเพราะคนที่อยู่ในระดับกึ่งเทพสามารถใช้ฉีภายในร่างกายของตัวเองเพื่อเหาะได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ และใช้ฉีโจมตีได้ ฉีภายในของเทพแท้จริงนั้นแข็งแกร่งกว่าฉีของกึ่งเทพมาก หลังจากที่แสงสีขาวจางหายไป คลื่นพลังการโจมตีของทั้งคู่ก็หายไป เห็นได้ชัดว่าขณะที่เฟอร์นันโดถูกควบคุมเขาแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก เขาเกือบจะต่อสู้ได้สูสีกับเฟนด์เลย “ทำไมพี่ใหญ่ถึงต่อสู้กับท่านอาจารย์ล่ะ?” อีธานขมวดคิ้วเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น “เขาถูกควบคุม แ-่งเอ๊ย ไอ้สารเลวอเมริกันพวกนั้น พวกมันกล้าดียังไงถึงทำให้ลูกศิษย์กับอาจารย์ต้องมาเข่นฆ่ากันเอง!” แอ็บเนอร์กำหมั
เมื่อหมัดของเฟอร์นันโดมาอยู่ตรงหน้า เฟนด์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันแน่นและปล่อยหมัดของตัวเองออกไป “อะไรกัน?” ไม่นานเฟนด์ก็รู้ได้ว่าร่างกายของเฟอร์นันโดแข็งแกร่งขึ้นมาก ตอนนี้เขากลายเป็นหุ่นเชิดแล้ว หมัดของเขาแข็งแกร่งอย่างกับหินแกร่ง และความแข็งแกร่งของเขานั้นก็เพิ่มขึ้นมาก หลังจากที่ปล่อยหมัดปะทะกัน ความแข็งแกร่งมหาศาลนั้นทำให้เฟนด์เซถอยหลังไปสองสามก้าว และต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะฟื้นตัวได้ ฟุ่บ! แต่เฟอร์นันโดนั้นไม่มีท่าทางอ่อนแรงลงเลย เขาโจมตีใส่เฟนด์ด้วยการโจมตีที่รุนแรง เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่มองไม่เห็น เฟนด์แทบจะตอบสนองต่อการโจมตีทั้งหมดนั่นไม่ทัน “ฮ่า ๆ เป็นอะไรไป เด็กน้อย? ทนไม่ได้ที่จะใช้พลังเต็มที่เหรอ? แกอาจจะถูกฆ่าตายนะถ้าหากแกยังลังเลอยู่แบบนี้!” ชายชราหัวเราะและหยุดการเคลื่อนไหวของเฟอร์นันโดไว้ชั่วขณะ “วันนี้จะเป็นวันครบรอบวันตายของแกนะเด็กน้อย” เขาพูด “แกควรรู้ไว้ว่าคนที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดและไม่กลัวตาย จะต่อสู้ได้ต่อเรื่อย ๆ ฮ่า!” หลังจากที่เขาจบ เขาก็เป่าขลุ่ยอีกครั้ง ดวงตาของเฟอร์นันโดว่างเปล่า เฟอร์นันโดกำมือขวาขึ้นเป็นกรงเล็บมังกร “อะไรน่ะ?” ทุก
เขาคิดว่าเขาคงต้องทนต่ออีกสักพัก เมื่ออีธาน โยเซฟ และคนอื่น ๆ ฆ่าพวกอเมริกันคนอื่น ๆ ได้หมดแล้ว จากนั้นพวกเขาก็จะเข้าโจมตีชายชราทันที ชัยชนะก็จะเป็นของพวกเขา นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่จำเป็นต้องฆ่าหรือต้องเอาชนะเฟอร์นันโด ตราบใดที่เขายังยืนหยัดอยู่ เขาก็จะเข้าใกล้ชัยชนะมากขึ้น กรงเล็บมังกรทั้งสองปะทะกันอย่างต่อเนื่อง พวกเขาปะทะกันอย่างหนักหน่วง เฟอร์นันโดมีพละกำลังมหาศาล แต่เฟนด์ก็กัดฟันแน่น เหงื่อไหลอาบไปทั่วตัวของเขา แต่เขาก็ยังคงอดทนอยู่ “ฆ่าเขาให้ตายก่อน มันคงไม่ดีสำหรับเราถ้ามันยังยืดเยื้ออยู่แบบนี้! เราคงเจอปัญหาใหญ่แน่ถ้าเฟนด์ยังไม่ตายสักทีในขณะที่กำลังคนของเราลดน้อยลง เราจะพลิกสถานการณ์ได้ก็ต่อเมื่อเฟนด์ถูกฆ่าตาย!” ชายชราตระหนักได้ถึงความรุนแรงของสถานการณ์ ยิ่งเวลาผ่านไป ปากของเขาก็ยิ่งบึ้งลงขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ดวงตาของเขาเป็นประกาย เขาพลิกฝ่ามือเพื่อเอาเกล็ดมังกรของเฟนด์ออกมาจากกลางมือของเขา “ฮ่า ๆ ฉันรู้ว่าแกอยากได้เกล็ดมังกรนี้สุด ๆ เฟนด์ แกใช้เวลานานมากในการสกัดมัน และแกก็จะได้รับผลกระทบอย่างมากหากไม่มีมัน ไม่เพียงแต่แกจะไ
“อย่าลังเลต่ออีกเลยท่านอาจารย์ ทำลายร่างของพี่ใหญ่เถอะ ท่านทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้นะ ท่านอาจจะตายนะ!” อีธานก็ไม่ได้อยากให้เฟอร์นันโดตายเหมือนกัน แต่เขาก็พูดคำเหล่านั้นออกมาขณะที่น้ำตาไหลอาบแก้ม “อีกอย่าง เราไม่รู้ว่าสถานการณ์ของเขาเป็นยังไง ท่านอาจารย์ แม้ว่าท่านจะไม่อยากฆ่าเขา แต่มันก็ไม่อาจช่วยให้เขาฟื้นคืนชีพได้!” “ใช่แล้ว ขนาดอีธานยังพูดอย่างนั้น การรักษาพี่ใหญ่คงไม่ง่าย!” ดวงตาของวิลเลี่ยมแดงก่ำขณะที่ต่อสู้กับน้ำตาที่ก่อตัวขึ้นในดวงตาของเขา “แค่ก ๆ !” เฟนด์ไอนิดหน่อย เลือดก็ไหลทะลักออกมามากขึ้น “ฉัน-ฉันฆ่าเขาไม่ได้...เราผ่านอะไรด้วยกันมามากมายในสนามรบและเขาก็รอดชีวิตมาได้ ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองถ้าฉันฆ่าเฟอร์นันโด และฉันคงจะก้าวหน้าในฐานะนักสู้ไม่ได้แน่ ๆ!” เฟนด์เดินไปข้างหน้าทีละก้าว สีหน้าเขาซีดนิดหน่อย เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสพอสมควร “ฮ่า ฆ่ามัน ฆ่ามันซะ! ฮ่า ๆ!” ชายชราหัวเราะเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น “เด็กน้อย เกล็ดมังกรของแกถูกทำลายไปแล้ว” เขาพูดด้วยสีหน้าอย่างมีชัยชนะ “ตอนนี้แกไม่มีเกล็ดบนกรงเล็บมังกรของแกแล้ว ดังนั้นแกก็จะใช้กำลังไม่ได้เต็มที่ และแกก็ยั
“แ-่งเอ๊ย หยุดมันซะ!” สีหน้าของชายชราเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันที เขาเป่าขลุ่ยด้วยนิ้วสั่น ๆ ฟุ่บ! เฟอร์นันโดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของชายชรา กลายเป็นเงาและพุ่งขึ้นไปหาเฟนด์ที่กำลังพุ่งลงมาจากกลางอากาศ ตูม! ครั้งนี้ เฟนด์อัดตรงท้องของเฟอร์นันโดด้วยพลังที่น่ากลัว เฟอร์นันโดเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ที่กระแทกลงบนกับพื้นอย่างแรง เกิดเป็นหลุมลึกบนพื้นดิน “ม-ไม่มีทาง บ้าเอ๊ย!” ชายชราใจตกไปถึงตาตุ่มเมื่อเห็นว่าเฟอร์นันโดต้านต่อไม่ไหวแล้ว และถูกมังกรทองซึ่งก็คือเฟนด์โจมตีจนกระเด็นร่วงลงสู่พื้น เฟนด์ที่แปลงร่างเป็นมังกรสำเร็จซึ่งตอนนี้ก็คือมังกรทองที่กำลังพุ่งตรงมายังเขา ชายชราใช้เท้ากระทืบพื้นอย่างรวดเร็วและกระโดดขึ้นไปบนฟ้าทันที เพื่อที่จะหนีจากมังกรทอง เปรี้ยง! น่าเสียดายที่เฟนด์มาปรากฏตัวตรงหน้าเขาก่อนที่เขาจะหนีไปได้ มังกรทองฟาดเข้าใส่ร่างของชายชราด้วยแรงที่ไม่อาจต้านทานได้ มันรุนแรงกว่าก่อนหน้านี้มาก ชายชราซึ่งมีความสามารถในการต่อสู้ระดับกึ่งเทพ ร่างของเขาแตกกระจาย กลายเป็นละอองเลือดหลังจากที่โดนการโจมตีอันทรงพลังจากเฟนด์ ชั้นออร่าจาง ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเฟนด์ และเมื่อเขาก
ความโศกเศร้าและความเสียใจอย่างมากปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเทพสงครามคนอื่น ๆ พวกเขาก้มหน้าขณะที่หัวใจของพวกเขาจมดิ่งลง “อย่ายอมแพ้! ตราบใดยังมีลมหายใจอยู่ มันย่อมมีความหวัง!” หลังจากเงียบไปสักพัก เฟนด์ก็อ้าปากพูดต่อว่า “เขาเป็นแบบนี้เพราะฉัน! เขาช่วยฉันสืบหาเรื่องเกล็ดมังกร ดังนั้นไม่ว่าจะยังไง ฉันต้องช่วยชีวิตเขาให้ได้ ไม่งั้น ฉันจะอธิบายให้ครอบครัวเขาฟังได้ยังไง! ฉันต้องช่วยเขา! ฉันต้องช่วยเขาให้ได้!” น้ำตาของอีธานไหลออกมา จากนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นมองเฟนด์ “แต่ท่านอาจารย์ พี่เฟอร์นันโดกำลังจะตาย! ลมหายใจของเขาอ่อนแรงมากและเขาก็กำลังหาหายใจเบาลงทีละนิด ๆ ! เขาคงมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงสิบวัน!” อีธานโศกเศร้ามาก “เฮ้อ!” ทุกคนถอนหายใจออกมาเสียงดัง ดวงตาของพวกเขาแดงก่ำ เฟนด์ยิ้มแห้งอย่างขมขื่น “เรากลับกันก่อนเถอะ ฉันมีวิธีช่วยเฟอร์นันโด ฉันรู้ว่ามีของวิเศษที่สามารถช่วยเฟอร์นันโดได้ มันสามารถรักษาอาการของเฟอร์นันโดได้ แม้ว่าจะหามันได้อย่างยากลำบาก แต่ตอนนี้ฉันทะลวงข้ามขั้นได้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะเอามันให้ได้!” “ท่านนักรบสูงสุด ขอบคุณมาก ๆ! และก็ขอบคุณท่านเทพสงครามมากที่ช่วยชีวิต
“น-นักรบสูงสุด?” เซเลน่ากลืนน้ำลายเสียงดัง สงสัยว่าหูไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม เฟนด์เพิ่งบอกเธอว่าจริง ๆ แล้วเขาคือนักรบสูงสุด? ท่านนักรบสูงสุดที่แข็งแกร่งมากกว่าเก้าเทพสงครามนั่นนะเหรอ? “ท่านอาจารย์!” เทพสงครามอีกแปดคนมองสบตากันเพื่อสื่อสารบางอย่าง จากนั้นพวกเขาก็คุกเข่าลงตรงหน้าเฟนด์ “ท่านอาจารย์งั้นเหรอ?” เซเลน่า ฟีโอน่า และคนอื่น ๆ ต่างพากันตกใจ พวกเขาสับสนกับเหตุการณ์ตรงหน้าสุด ๆ! “ลุกขึ้นเถอะ” เฟนด์โบกมือให้เหล่าเทพสงครามเพื่อให้พวกเขาลุกขึ้น จากนั้นเขาก็หันไปหาเซเลน่าและพูดว่า “ที่รัก พวกเขาเป็นลูกศิษย์ของผมจริง ๆ รวมทั้งเฟอร์นันโดด้วย!” “ก-เก้าเทพสงครามผู้ยิ่งใหญ่ พวกท่านทุกคนเป็นลูกศิษย์ของลูกเหรอ? ล-ลูกเป็นนักรบสูงสุด เป็นอาจารย์ของพวกเขา?” โจแอนถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ขณะที่เธอเอามือปิดปาก สายตาของเธอกวาดมองไปรอบ ๆ ข่าวนี้น่าตกใจมากเกินไป “ใช่แล้ว ท่านเป็นอาจารย์ของเรา! ท่านอาจารย์แข็งแกร่งกว่าพวกเราทุกคน!” ลาน่าตอบออกมาอย่างอบอุ่นและหันไปพูดกับโจแอนว่า “ป้าโจแอน ลูกชายของคุณเป็นผู้ชายที่มีความสามารถและยอดเยี่ยมสุด ๆ!” “จ-จริงเหรอ?”โจแอนเต็มไปด้วยค
ตราบใดที่มันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบ่มเพาะโอสถของเขา ทั้งสองคนจะทำอะไรตามต้องการก็ย่อมได้ สิ่งนั้นไม่กระทบอะไรกับเขาเลย“ถึงฉันจะดูแคลนหมอนี่ แต่เขาก็ยังกล้าเสมอ เขาก็คงจะมีความสามารถอยู่บ้าง เขาน่าจะผ่านสองขั้นตอนแรกได้อย่างไม่มีปัญหา” เกรย์สันพูดอย่างชัดเจนรูดี้มองไปที่เกรย์สันด้วยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้าแล้วตอบว่า "นายดูมั่นใจกับหมอนี่มากเลยนะ ฉันจะคิดว่าทุกครั้งที่เขาพูดก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมด“ฉันคิดว่าเขาอาจจะไปถึงขั้นที่สองก่อนที่เขาจะล้มเหลวโดยสิ้นเชิง! ฉันอยากเห็นจริง ๆ ว่าถ้าล้มเหลวขึ้นมา เด็กสารเลวคนนี้จะสู้หน้าเราได้ยังไง”เกรย์สันสูดหายใจเข้าลึก ๆ เขารู้สึกได้ว่าความโกรธของรูดี้ที่มีต่อเฟนด์นั้นลึกซึ้งกว่าของเขามากดวงตาของรูดี้ลุกเป็นไฟ เห็นได้ชัดว่าเขาเกลียดเฟนด์มากเพียงใดเกรย์สันหัวเราะอย่างเย็นชา "แล้วมาดูกันว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ฉันคิดว่าเขาน่าจะสามารถไปถึงขั้นตอนสุดท้ายได้ ถ้าเขาสามารถควบรวมอักขระทางยาได้ถึงร้อยเม็ดเขาก็น่าจะมาถึงระดับนั้น"หลังจากที่ทั้งสองพูดเรื่องเหล่านั้นออกมา พวกเขาก็ปิดปากเงียบพร้อม ๆ กับการมองดูเฟนด์โดยไม่พูดอะไรพวกเขามอง
ผู้อาวุโสฮอร์สท์กระแอมเล็กน้อยในขณะที่เขาพูดต่อ “หลังจากที่เธอบ่มเพาะโอสถได้สำเร็จแล้ว ให้นำโอสถมาให้ฉันตรวจสอบ พวกเธอจะมีเวลาในการทดสอบทั้งสิ้นแปดชั่วโมง ถ้าเธอไม่สามารถบ่มเพาะโอสถได้ภายในแปดชั่วโมง ก็จะแปลว่าไม่ผ่านการทดสอบ ดังนั้นอย่าได้ช้าเกินไป”พวกเขาทั้งสามพยักหน้าแทบจะพร้อมกัน หลังจากผู้อาวุโสฮอร์สท์ให้คำแนะนำแล้ว เขาก็จัดให้มีคนงานสองสามคนคอยเป็นคนตรวจ มีผู้ดูแลยืนอยู่ด้านหลังทั้งสามคนเพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่ทำอะไรผิดพลาดหลังจากนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็หันกลับมาและไปหาผู้สอบคนอื่น ๆ รูดี้หรี่ตาลง ขณะที่เขาเหลือบมองเฟนด์และพูดว่า "ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการบ่มเพาะโอสถระดับหกคือขั้นตอนสุดท้าย แต่ขั้นตอนแรกก็ไม่ง่ายเช่นกัน ถ้านายรู้ว่าทำไม่ได้ ก็อย่าทำให้ต้องสิ้นเปลืองวัตถุดิบเลย ของพวกนี้ล้วนมีราคาค่างวด ต่อให้นายจะขายตัวเองเป็นทาสก็ยังไม่พอให้ซื้อของพวกนี้!”เฟนด์ถอนหายใจออกเบา ๆ หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้น ทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่าเขาเบื่อเกินกว่าจะอ้าปากพูดด้วยซ้ำ เขาตัดสินใจที่จะเพิกเฉยต่อผู้ชายคนนั้นและทุกสิ่งที่จะออกมาจากปากเขา ถึงโต้ตอบไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรอยู่ดี
เกรย์สันหรี่ตาลงขณะที่เขามองเฟนด์ด้วยความโกรธเช่นกัน เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ดูเหมือนว่าวันนี้ นายจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่องขายหน้าให้กับตัวเองเท่านั้น"หลังจากพูดจบเกรย์สันก็หันหลังกลับและเงียบไป เสียงความขัดแย้งหยุดลง และทุกคนรอบ ๆ ก็เริ่มกระซิบกระซาบกันผู้อาวุโสฮอร์สท์มองเฟนด์อย่างมีความหมาย ราวกับว่าเขามองเฟนด์ในมุมมองที่ต่างออกไป ทันใดนั้นผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็อยากรู้เรื่องของเฟนด์อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ในขณะนั้นเขาไม่อาจพูดอะไรออกมาได้เมื่อเขาเห็นว่าทุกคนได้จับกลุ่มกันเรียบร้อยแล้ว ผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็โบกมือแล้วพูดว่า "มากับฉัน!"ทุกคนติดตามผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปเป็นกลุ่ม ๆ ผู้อาวุโสฮอร์สท์เข้าไปในเรือวิญญาณ ภายในเรือเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังรีบร้อนพวกเขาเดินตามหลังผู้อาวุโสฮอร์สท์ไปอย่างใกล้ชิด เดินลัดเลาะไปตามทางก่อนจะมาถึงห้องกว้างขวางในที่สุด ห้องกว้างขวางมากจนเรียกได้ว่าห้องโถงเลยทีเดียวทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าไปในห้อง ทุกคนก็สามารถสัมผัสได้ถึงรังสีของโอสถที่หนาแน่นรอบ ๆ บรรยากาศ พื้นที่ในห้องนี้ใหญ่เกินพอสำหรับพวกเขาแปดสิบคนเฟนด์ประเมินสถานการณ์เล็กน้อย ห้องนี้ใหญ่พอที่จะรองรับคน
พวกเขาถาโถมข้อกล่าวหาและดูหมิ่นมามากเกินไป ถึงเขาจะไม่อยากโต้เถียงกับคนพวกนี้ แต่เขาก็ยังถูกบังคับให้ต้องเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ อยู่วันยันค่ำเขามองเข้าไปในดวงตาของรูดี้ซึ่งเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ราวกับเขาเป็นเพียงแมลงในสายตาของรูดี้เฟนด์หัวเราะอย่างเย็นชา “แล้วนายได้ยินเสียงสุนัขที่เห่าดังที่สุดแล้วหรือยังล่ะ?”คำพูดเหล่านั้นสามารถเยาะเย้ยทุกคนที่นั่นได้สำเร็จ เขาเปรียบเทียบกิลเบิร์ตกับสุนัขและเย้ยหยันทุกคนที่ฟังสุนัขตัวนั้นเห่า มันทำให้การแสดงออกบนใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปกิลเบิร์ตเกือบจะลืมความโกรธของตัวเองไปแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่ออะไรด้วยซ้ำว่าเฟนด์จะสามารถขจัดคำดูถูกดูแคลนทั้งหมดลงได้ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นกิลเบิร์ตหันกลับมาจ้องมองเฟนด์ด้วยใบหน้าแดงก่ำจากความโกรธเขาอยากจะตะโกนกลับแต่ถูกรองเหรัญญิกปรามไว้ "ดูเหมือนว่านายจะไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบแล้วสินะ!"ประโยคนั้นเพียงประโยคเดียวก็ทำให้กิลเบิร์ตไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก กิลเบิร์ตตระหนักได้แล้วว่าเขาได้ทำให้รองเหรัญญิกขุ่นเคืองอย่างหนักหากเขายังคงยืนกรานที่จะต่อปากต่อคำกับเฟนด์ รองเหรัญญิกอาจจะดึงเขาออกไปจริง ๆ แล้วเขาจะ
“สมองหมอนั่นจะต้องมีอะไรผิดปกติจริง ๆ นั่นแหละ เขาคิดจริง ๆ หรือว่าเขาอยู่ในระดับเดียวกับอีกสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขา แค่เพราะไปยืนอยู่กลุ่มเดียวกัน? นั่นน่าจะตลกมากเกินไปหน่อยนะ…”“ฉันนึกว่าการทดสอบจะเข้มงวดและจริงจังเสียอีก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ ทำเอาฉันขำจนปวดท้องเลยล่ะ…”แอนดรูว์ขมวดคิ้วอย่างรู้สึกอับอาย รองเหรัญญิกโกรธจนตัวสั่นหลังจากได้ยินคำพูดของกิลเบิร์ต เขานึกอยากจะพุ่งตัวไปไปตบกิลเบิร์ตสักสองสามครั้งกิลเบิร์ตเพิกเฉยต่อชื่อเสียงของวิมานโอสถอย่างเห็นแก่ตัวที่สุด พวกเขาแทบอยากจะมุดดินหนี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นี่จะเป็นความอัปยศอดสูที่วิมานโอสถไม่อาจจำกัดทิ้งได้รองเหรัญญิกตะโกนออกไปว่า "หุบปากเดี๋ยวนี้! นายกำลังพูดเรื่องบ้าอะไร ถ้าไม่อยากเข้าร่วมการทดสอบ ก็ไสหัวไปซะ!"รองเหรัญญิกโกรธมาก ขณะที่เขาพูดเช่นนั้น สีหน้าของเขาดูอดสูอย่างไม่น่าเชื่อ เขายังคิดจะฆ่ากิลเบิร์ตให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ เมื่อถูกตำหนิเช่นนั้นก็ทำให้กิลเบิร์ตตระหนักได้ว่าเขาพูดผิดไปถึงกระนั้นก็ไม่มีทางที่เขาจะถอนคำพูดเหล่านั้นกลับคืนมา เขากระแอมเบา ๆ ก่อนที่จะรีบหันศีรษะไปซ้ายทีขวาที อย่างไม่กล้
ไม่มีใครรู้ดีไปกว่ารองเหรัญญิกว่าโอสถระดับหกหมายถึงสิ่งใด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา วิมานโอสถรับบัณฑิตมาจำนวนนับไม่ถ้วน แต่มีไม่มากนักที่จะได้กลายเป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับหกจริง ๆคอนสแตนซ์ยิ้มอย่างมีความหมายขณะที่เขาเอ่ยถาม "รองเหรัญญิกคนนี้มีความสามารถหลากหลายจริง ๆ ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าวิมานโอสถจะมีอัจฉริยะกับเขาด้วย ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย"ริมฝีปากของรองเหรัญญิกกระตุก เขาต้องการอธิบายตัวเอง แต่ถ้าเขาบอกว่าเฟนด์ไม่สามารถสกัดโอสถระดับหกได้ และมีเพียงพรสวรรค์ในการสร้างอักขระทางยาเท่านั้น มันคงจะกลายเป็นเรื่องตลกครั้งใหญ่ และทุกคนคงจะหัวเราะเยาะวิมานโอสถเป็นแน่แต่ถ้าเขายังคงดื้อรั้นต่อไป พอถึงเวลาต้องบ่มเพาะโอสถ เฟนด์ก็จะเปิดเผยความจริงข้อนั้นออกมา เมื่อนั้นความอัปยศอดสูก็จะยิ่งหนักข้อขึ้นเขาถึงกับมือสั่น ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้สึกเหมือนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเช่นนี้มาก่อน เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกกักขังอยู่ในกำแพงอีกสองด้าน ทุกคนคิดว่ารองเหรัญญิกกำลังวางแผนที่จะใช้ความเงียบเพื่อตอบคำถามเมื่อเห็นกับตาว่ารองเหรัญญิกไม่ตอบอะไรออกมาแต่ทว่าคอนสแตนซ์คล้ายกับจะไม่เ
เฟนด์เป็นคนเดียวที่ยังคงยืนอยู่ ขณะนั้นเขาดูคล้ายกับกำลังลังเลและดูเหมือนกำลังรออะไรบางอย่างอยู่ ขณะที่รองเหรัญญิกพูดจบ ผู้อาวุโสฮอร์สท์ก็จ้องมองมาอย่างอยากรู้อยากเห็นแม้ว่าดวงตาของเขาจะดูเป็นประกายมากขนาดไหน แต่เฟนด์ก็ยังคงรู้สึกถึงความเฉียบคมภายใน ราวกับว่าเขาจะถูกตัดสิทธิ์หากเขาไม่ขยับริมฝีปากของเฟนด์กระตุกอย่างช่วยไม่ได้ เขารีรอต่อไปไม่ได้แล้ว จึงได้แต่เดินไปยังพื้นที่ที่เขาวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ในตอนแรกเฟนด์ไม่ได้ดึงดูดความสนใจใครมากนัก เขาอาจจะเป็นคนสุดท้ายที่ปรากฏตัวขึ้น ไม่มีใครจำเขาได้ ต่อให้เขาจะมาจากวิมานโอสถ แต่นอกจากคนที่เคยพบเขาแล้ว ก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นใครขณะที่เขาเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกต่อไป ทุกคนก็เริ่มจ้องมองไปที่เขา ใบหน้าของรองเหรัญญิกก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นบูดบึ้งเมื่อเขาสังเกตเห็นว่าเฟนด์กำลังมุ่งหน้าไปทางใด“ผู้ชายคนนั้นคิดจะไปต่อหลังรูดี้หรือเปล่า? เขาคิดจะพิสูจน์ตัวเองด้วยการกลั่นโอสถระดับหกด้วยหรือ?”“ก็คงเป็นแบบนั้น เว้นแต่เขาจะเป็นคนโง่เง่าที่ไม่ทันได้ฟังกฎการตัดสินให้ดี ไม่งั้นคงไม่เดินไปแบบนั้นหรอก เขาเป็นใคร ทำไมฉันไม่เคยได้ยินอะไรเกี่ยวกับเขาเลย
กิลเบิร์ตทำท่าราวกับกลืนแมลงวันเข้าไปสองสามตัว เขาคาดหวังว่ารองเหรัญญิกจะพูดคำเหล่านั้นกับเขาเสียอีก แต่กลับกลายเป็นว่ารองเหรัญญิกไม่ละสายตามามองเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียวรองเหรัญญิกฝากความหวังทั้งหมดไว้กับเฟนด์ราวกับว่ากิลเบิร์ตและแอนดรูว์มาที่นี่เพื่อเพิ่มจำนวนคนเท่านั้นแอนดรูว์มีสีหน้าขมขื่นเช่นกัน ในอดีตเขาขัดแย้งกับกิลเบิร์ตมามากมาย และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไม่อาจพัฒนาไปในทางที่ดีได้แต่ต้องขอบคุณเฟนด์ที่ทำให้เขาสามารถวางเฉยต่อความแค้นทั้งหมดที่เคยมีได้แอนดรูว์พูดด้วยใบหน้าที่มืดมน “รองเหรัญญิก ดูเหมือนคุณจะฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่เฟนด์เลยนะ“แต่คุณก็น่าจะเตือนเฟนด์สักหน่อยว่าต่อให้เขาจะมีพรสวรรค์ค่อนข้างดี แต่ก็ไม่ควรหยิ่งผยองเกินไป”แอนดรูว์โกรธมากในขณะนั้นและอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องเอ่ยคำดูแคลนที่สุดเช่นนั้นออกมากิลเบิร์ตกล่าวเสริมอย่างรีบร้อนทันที “แอนดรูว์พูดถูก แม้ว่าพรสวรรค์ของเฟนด์จะค่อนข้างดี แต่เขาก็ไม่ควรหยิ่งผยองนัก คำพูดพวกนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด”เฟนด์ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อถูกคนทั้งสองเหยียบย่ำ ตลอดเวลาที่ผ่านมาเฟนด์ไม่ได้เอ่ยปากเลยสักคำ แล้วเขาจะเอาเวลา
ในตอนแรก คอนสแตนซ์และซีนย์เพียงยืนเคียงข้างกันโดยไม่สนใจเรื่องนี้ พวกเขาต้องการปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปอย่างที่ควรจะเป็น แต่เมื่อว่าเกรย์สันและรูดี้เริ่มเถียงกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองคนก็ถูกบีบให้ต้องทำอะไรสักอย่างพวกเขาถูกบีบให้ต้องแยกรูดี้และเกรย์สันออกจากกัน นั่นก็เพราะ การทะเลาะกันของเด็ก ๆ ควรจะมีขีดจำกัด เพราะหากมันเกินขีดจำกัดไปแล้ว นั่นจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขา นี่คือสิ่งที่รูดี้และเกรย์สันเองก็ไม่อยากเห็นเป็นเวลาเกือบสิบห้านาทีแล้ว ผู้อาวุโสฮอร์สท์นั่งบนเก้าอี้ ขณะมองดูการทะเลาะวิวาทและการพูดคุยกันอย่างเฉยเมย เมื่อหมดเวลาเขาก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้เสียงปรบมือดังขึ้นตอนที่เขาจะพูดว่า "เอาล่ะ หมดเวลาแล้ว ทุกคนต้องตัดสินใจได้แล้วว่าจะพิสูจน์ความสามารถของตัวเองยังไง”“ฉันไม่คิดว่าฉันจะต้องบอกอะไรพวกนายทุกอย่างหรอกนะ ตอนนี้ก็แยกออกเป็นกลุ่มเสีย ผู้ที่ต้องการรวมอักขระทางยาจะยืนอยู่ทางทิศตะวันออก“ผู้ที่ต้องการแยกแยะวัสดุสามารถยืนอยู่ตรงกลางได้เลย และหากจะพิสูจน์ตัวเองด้วยกันบ่มเพาะโอสถให้ไปยืนที่ทางทิศตะวันตก“ถึงอย่างนั้นฉันก็ต้องขอเตือนทุกคนก่อน หากทุกคนต้องการ