ไอ้หนุ่ม คนชั้นต่ำสุดท้ายก็คือคนชั้นต่ำ ฉันแค่เล่นสิ่งของที่สูงส่งตามใจชอบ ก็ทำให้นายเทียบกันไม่ติดเวลานี้ตอนนี้ หวงโหย่วเหวยคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่อย่างมาก ถึงกับคิดว่าหยางเฉียนเฉียนก็ถูกเพลงเปียโนเพลงนี้ และก็การสารภาพรักที่โรแมนติกพิชิตใจแล้วเขาหยิบช่อดอกกุหลาบขึ้นมา วิ่งเหยาะไปตรงหน้าหยางเฉียนเฉียน พูดอย่างซาบซึ้งใจ: “เฉียนเฉียน ตั้งแต่ที่ผมเจอคุณครั้งแรก ผมก็ชอบคุณอย่างลึกซึ้งแล้ว”“วันและคืนนับไม่ถ้วน ผมคิดถึงคุณตลอดเวลา เฉียนเฉียน เป็นแฟนของผมได้ไหม?”ทุกคนเห็นภาพนี้ มีคนเริ่มตะโกนขึ้น: “คบกัน!”“คบกัน!”“……”จู่ ๆ คนมากมายก็ตามกระแสขึ้นมา หวงโหย่วเหวยรู้สึกภาคภูมิใจมากขึ้นผู้หญิงคนไหนไม่ชอบความโรแมนติกและ ไม่ชอบให้ผู้คนจับจ้องบ้างครั้งนี้ สำเร็จแล้วหยางเฉียนเฉียนรู้สึกขุ่นเคือง เธอไม่คิดว่าหวงโหย่วเหวยจะหน้าด้านขนาดนี้ เมื่อครู่มีเพียงแค่คนจำนวนน้อยที่สังเกตเห็นยังดีหน่อย คราวนี้ถ้าหากปฏิเสธต่อหน้าทุกคนจะเป็นการตอกหน้าหวงโหย่วเหวยอย่างแรงแต่เย่เทียนหยู่กลับไม่ปล่อยตามใจหวงโหย่วเหวย เขาส่ายหน้าพูดขึ้น: “วิธีการโรแมนติกดี แต่การเล่นเปียโนนี้ ไม่น่าฟังจริง ๆ!”“แก
ทุกคนจ้องมองเขาที่อยู่ด้านบน เห็นเพียงแค่เขาหลังตั้งตรง เหมือนมาตรฐานตำราเรียน คนทั้งคนออร่าเหมือนจะเพิ่มขึ้นมาในทันทีในดวงตาของหยางเฉียนเฉียนเผยความแปลกประหลาด เธอพบว่า เย่เทียนหยู่ในตอนนี้ให้ความรู้สึกเป็นอิสระและสง่างาม หล่อเหลามากกว่าเดิมหวงโหย่วเหวยตกตะลึงเล็กน้อย จากนั้นส่งเสียงไม่พอใจ เสแสร้งแกล้งทำ อีกเดี๋ยวก็ปรากฏรูปแบบดั้งเดิมออกมาในตอนนี้เอง หลังจากท่าทางของเย่เทียนหยู่ เสียงเปียโนอันไพเราะดังออกมา เหมือนกับสายลมที่พัดผ่านหน้าให้ความรู้สึกสบายอย่างมากความรักที่แผ่วเบา พัดเข้าไปสู่หัวใจของทุกคน ทำให้จิตใจที่กระสับกระส่ายของทุกคนสงบลงทันทีทุกคนต่างเหม่อลอย เสียงเปียโนดังขึ้นเรื่อย ๆ ความคิดของพวกเขาถูกดึงเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เหมือนกับตัวเองเป็นตัวละครหลักในเรื่องราวความสุข ความโกรธ ความโศกเศร้า และความสุขรวมอยู่ในนั้นหมดเป็นเวลานานมาก พวกเขาถึงจะหลุดจากภวังค์แต่ละคนเหม่อลอยอยู่คาที่เพอร์เฟค!การแสดงครั้งนี้สมบูรณ์แบบมาก ๆ!ผ่านไปครู่หนึ่ง รอบด้านเริ่มมีเสียงปรบมือที่อบอุ่นดังขึ้น พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเป็นฝ่ายปรบมือให้หยางเฉียนเฉียนน้ำตาคลอ เธอรู้สึกซาบซึ้งอย่
ในใจของเขาก็อยากจะให้ลูกสาวได้คบกับราชามังกร ทางที่ดีที่สุดคือให้ราชามังกรทอดทิ้งหลินหว่านหรู เพียงแต่เขาคิดว่า นี่คงเป็นไปไม่ได้สักเท่าไหร่“โกหก!”หยางเฉียนเฉียนกลับไม่เชื่อด้วยซ้ำ“ได้ อย่างไรพ่อก็รับรองว่าพี่เย่ของลูกไม่เป็นอะไร พอใจแล้วยัง?” หยางต้าฝูพูดอย่างจนปัญญา จะเปิดเผยสถานะของราชามังกรก็ไม่ได้“นี่ค่อยยังชั่วหน่อย!”หยางเฉียนเฉียนถึงได้กลับไปพักผ่อนที่ห้องอย่างพึงพอใจ แม้แต่คุณพ่อก็ยังรับปากแล้ว พี่เย่น่าจะไม่มีปัญหาอะไรแล้วเป็นเด็กโง่จริง ๆหยางต้าฝูหัวเราะเจื่อน ๆ ออกมาร้านอาหารปินเจียง!ตอนนี้หลินหว่านหรูดื่มเหล้าเข้าไปเยอะมากอย่างเห็นได้ชัด แทบจะนั่งไม่ติดเลย“ผู้จัดการธนาคารหลิว เหล้าห้าแก้วนี้ฉันดื่มหมดแล้ว เรื่องกู้เงินต้องพึ่งพาคุณแล้ว” หลินหว่านหรูพูด“วางใจเถอะ!”หลิวหมิงที่พุงย้อยหัวเราะหึหึแล้วพูดขึ้น: “ก็แค่เรื่องกู้เอง พรุ่งนี้ผมไปอนุมัติ ก็ผ่านได้โดยตรงแล้ว”“แต่คืนนี้ ต้องดื่มอย่างมีความ”“เอาแบบนี้ ยังมีเหล้าอีกขวด พวกเราดื่มคนละครึ่ง คุณดื่มหมด เรื่องกู้เงินผมอนุมัติแน่นอน”หลินหว่านหรูได้ยิน สีหน้าซีดขาว เธอดื่มไม่เก่งจริง ๆ เมื่อครู่ห้าแ
ได้ยินคำพูดนี้ พวกผู้ชายที่มาด้วยกันต่างพากันหยิบสิ่งของที่อยู่บนโต๊ะอาหารที่สามารถใช้โจมตีได้ พุ่งเข้ามาโดยตรงเพียงแต่ว่าพวกเขาที่มีฝีมืออย่างคนธรรมดา จะเป็นคู่ต่อสู้ของเย่เทียนหยู่ได้อย่างไรอีกอย่างภายใต้ความโมโหของเย่เทียนหยู่ แย่งชิงอุปกรณ์ที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายมาอย่างง่ายดาย จากนั้นออกแรงทุบศีรษะของแต่ละคน และถีบพวกเขาออกไปทันใดนั้นแต่ละคนนอนหัวแตกเลือดไหลส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ตรงนั้น ลุกไม่ขึ้นด้วยซ้ำ และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไม่กล้าลุกขึ้นหรือเปล่าหลิวหมิงงุนงงไปหมด เขาคิดไม่ถึงว่าความสามารถของอีกฝ่ายจะทรงพลังขนาดนี้ ทั้งตกตะลึงทั้งโมโห มองดูเย่เทียนหยู่เดินเข้ามาทีละก้าวและพูดอย่างร้อนใจ: “แก แกอย่าเข้ามา ฉันเป็นผู้จัดการธนาคาร หรือว่าพวกแกไม่อยากกู้เงินแล้วเหรอ?”ซูถิงได้ยินก็รีบพูดขึ้นทันที: “เย่เทียนหยู่ เขาคือผู้จัดการธนาคารหลิว นายอย่าทำร้ายเขา ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาจะร้ายแรง”“ถูกต้อง ถ้าแกกล้าแตะต้องฉัน ฉันรับรองว่าแกต้องเดือดร้อนแน่นอน”“ไม่เพียงกู้เงินไม่ได้สักบาท แถมยังต้องชดใช้อย่างสาหัส”“เหรอ ฉันก็อยากจะเห็นว่านายจะทำให้ฉันชดใช้อะไร”เย่เทียนหยู่เดินเข้า
สำหรับหลินหว่านหรู มาถึงหน้าบ้านแล้ว มีซูถิงดูแล ตัวเองไม่อยู่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรหยางเฉียนเฉียนได้ยินก็รีบบอกที่อยู่ จานนั้นพูดขึ้น: “ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ พวกเราเจอกันที่หน้าโรงพยาบาล” เพราะผู้สูงอายุคนนี้ ถูกส่งไปที่โรงพยาบาลแล้ว“ได้!”เย่เทียนหยู่วางสายแล้วพูดขึ้นโดยจริง: “ซูถิง เธอพาหว่านหรูเข้าไปเถอะ ส่วนรถให้ฉันยืมใช้หน่อย”ซูถิงได้ยิน กำลังจะปฏิเสธ แต่จู่ ๆ ก็เปลี่ยนใจและพาหลินหว่านหรูลงจากรถ จากนั้นเย่เทียนหยู่ขับรถไปยังจุดหมายปลายทาง ในเมื่อช่วยชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ พูดไปแล้วไม่มีรถไม่สะดวกจริง ๆ นั่นแหละ ดูท่าตัวเองต้องซื้อรถยนต์สักคันแล้วเพิ่งมาถึงหน้าโรงพยาบาล หยางเฉียนเฉียนก็ปรากฏตัวและตะโกนเรียก: “พี่เย่!”“อืม ผู้สูงอายุเป็นอะไรกับเธอ?” เย่เทียนหยู่ถามออกมา“ท่านคือแม่ของนายกเทศมนตรีหวง คุณพ่อของนายกเทศมนตรีหวงจากไปตอนเด็ก อาศัยคุณแม่คนนี้เลี้ยงดูจนเติบโต เขาให้ความสำคัญกับคุณแม่มาก”หยางเฉียนเฉียนพูดอธิบายเย่เทียนหยู่ได้ยินสิ่งที่หยางเฉียนเฉียนเน้นย้ำ นึกความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที และพูดถาม: “นายกเทศมนตรีหวงเป็นอะไรกับคุณชายหวงคนนั้น?”“เขาคือพ่อของคุณชา
หวงหงเจี้ยนวิ่งไปตรงหน้าซุนเจี๋ยภรรยาของตัวเอง และถามรายละเอียดสถานการณ์ได้รับรู้ว่าแม่อาการวิกฤต เข้าห้อง ICU อยู่เป็นเวลานานแล้ว สีหน้าของเขาซีดขาวชีวิตนี้เขารู้สึกผิดต่อแม่ที่เลี้ยงดูตัวเองมาจนโตมากที่สุดแล้วครึ่งชีวิตแรกได้รับความลำบากมามากเกินไปแล้ว ในช่วงชีวิตครึ่งหลังได้รับความไม่เป็นธรรมมากมายในตอนนี้ กว่าตัวเองจะมีตำแหน่งที่สูงมากพอใจ แม่กลับเกิดเรื่องนี้ขึ้นเท่ากับว่าลูกอยากดูแลพ่อแม่ยามแก่เท่า แต่พ่อแม่กลับไม่อยู่แล้ว หวงหงเจี้ยนจะไม่เสียใจได้อย่างไร“พ่อ วางใจเถอะ ผมได้รับรู้สถานการณ์ของคุณย่า ก็ติดต่อแพทย์เซียนหลี่ หลี่ต้าเซียนในทันที มีเขาลงมือ น่าจะไม่เป็นอะไร”หวงโหย่วเหวยเดินเข้าไปแล้วพูดขึ้น“ดี ดีมาก ทำได้ดีมาก!”หวงหงเจี้ยนตบบ่าลูกชาย พูดเชยชมติด ๆ กันลูกชายคนนี้ได้รับการตามอกตามใจจากครอบครัวแม่ของเขา ตั้งแต่เล็กทำให้ตัวเองคอยเป็นห่วง ทำแต่เรื่องที่เหลวไหล เรื่องนี้กลับทำได้ดีมากภายใต้การฉุดกระชากของหยางเฉียนเฉียน เย่เทียนหยู่ตามมาอย่างจนปัญญา พอดีกับที่ได้ยินชื่อของแพทย์เซียนหลี่ บังเอิญมากจริงๆ ครั้งที่แล้วก็เป็นเขาเพียงแต่วิชาแพทย์ของแพทย์เซีย
“อืม ลูกคิดได้รอบคอบจริง ๆ โหย่วเหวยยิ่งอยู่ยิ่งมีอนาคตจริง ๆ ลูกเป็นความภาคภูมิใจของแม่”หวงหงเจี้ยนกลับขมวดคิ้วไม่พูดจา หนึ่งคือไม่ค่อยเชื่อคำพูดของลูกชายตัวเองสักเท่าไหร่ เขาจะยอมให้เด็กหนุ่มที่ไม่มีอำนาจอิทธิพลคนหนึ่งมารังแกเหรอ นี่เป็นไปไม่ได้ประการที่สองประเด็นสำคัญคือเป็นกังวลอาการของแม่ และก็ไม่มีเวลาคิดสิ่งอื่นในตอนนี้เอง ประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออก แพทย์เซียนหลี่ หลี่ต้าซานเดินออกมา เขาถอดหน้ากากออก เผยใบหน้าที่อ่อนเพลียออกมา ในดวงตามีความจนใจ“แพทย์เซียนหลี่ แม่ของผมเป็นอย่างไรบ้าง?” หวงหงเจี้ยนหน้าตาวิตกกังวลหลี่ต้าเซียนยิ้มเจื่อนอย่างจนใจ ได้รับมอบหมายงานสำคัญที่ไม่สามารถจัดการได้ ชื่อเสียงของแพทย์เซียนของเขาถือว่าถูกทำลายแล้ว จากนั้นพูดขึ้น: “ขออภัย ฉันไม่มีความสามารถที่จะรักษาได้””อะไรนะ?“หวงหงเจี้ยนโซเซในทันที สีหน้าซีดขาวคนอื่น ๆ สีหน้าดีหน่อย“ตอนนี้เธอเป็นอย่างไรบ้าง ไม่มีหนทางจริง ๆ เหรอ?”หวงหงเจี้ยนเบ้าตาแดงในทันที เขาเผชิญหน้ากับความยากลำบากต่าง ๆ ไม่เคยท้อถอยมาก่อน แต่ตอนนี้เขาสิ้นหวังแล้วจริง ๆหลี่ต้าเซียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น: “คุณหญิง
เย่เทียนหยู่นิ่งอึ้งเล็กน้อย หลี่ต้าเซียนจัดการไม่ได้อีกแล้วเหรอ?งั้นโชคของเขาคงจะแย่มาก ในเมื่อจากที่เขาดู วิชาแพทย์ของหลี่ต้าเซียนพอใช้ได้หยางเฉียนเฉียนได้ยิน ในใจตกตะลึงทันที จากนั้นลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้น: “คุณอาหวง พวกเราอยู่นี่ค่ะ!”หวงหงเจี้ยนได้ยินเสียง รีบเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็จับมือของเย่เทียนหยู่ไว้และพูดอย่างรีบร้อน: “เทพเซียนเย่ เมื่อครู่ผมมีตาหามีแววไม่ ล่วงเกินคุณแล้ว”“คุณเป็นคนจิตใจกว้างขวาง อย่าถือสาเด็ดขาดนะครับ”เป็นถึงผู้บริหารอันดับสองของเมืองเทียนไห่ จริงใจขนาดนี้ ท่าทางแบบนี้ ความไม่พอใจในหัวใจของเย่เทียนหยู่ก็หายไปแล้ว เขาพูดขึ้น: “ไม่เป็นไรครับ เรื่องผ่านไปแล้วก็ช่างเถอะ”“ขอบคุณที่คุณเข้าใจ ขอเชิญคุณไปดูคุณแม่หน่อยได้ไหมครับ?” เวลากระชั้นชิด หวงหงเจี้ยนพูดขึ้นทันที“ดูได้ไม่มีปัญหา แต่มีเรื่องหนึ่งที่ผมต้องบอกให้ชัดเจนก่อน”“คุณพูดมาเถอะครับ!”“ผมมาทำการรักษาที่นี่ เป็นเพราะถูกเฉียนเฉียนหลอกมา ไม่มีความคิดที่จะพึ่งพาคุณ ไม่มีคุณ หวงโหย่วเหวยก็ทำอะไรผมไม่ได้ ต่อให้คุณช่วยเขา ผลลัพธ์ก็เหมือนกัน”เย่เทียนหยู่พูดอย่างเฉยเมย“ครับ ผมเชื่อ แ
บางทีอาจจะเป็นเพราะรอนานจนเกินไป คุณนายไป๋จึงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกไปว่า “พี่เฉินคะ คนของสำนักเจวี๋ยฉิงนี่มันยังไงกันแน่”“เป็นถึงรองเจ้าสำนักแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักมาให้ตรงเวลา แถมยังทำให้คนอื่นต้องรอนานขนาดนี้อีก”“หุบปาก หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้ดี สำนักเจวี๋ยฉิงเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมมากที่สุด ศิษย์ในสำนักแต่ละคนร้ายกาจกันทั้งนั้น กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น คนที่เธอด่าก็เป็นถึงรองเจ้าสำนักเจวี๋ยฉิง เป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้เชียวนะ เกิดเขามาได้ยินเข้า เกรงว่าคงไม่ได้ตายดีแน่พี่เฉินแทบจะไม่เคยด่าเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับด่าเธอเพียงเพราะเธอพูดประโยคนี้ออกมานี่จึงทำให้คุณนายไป๋รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะบ่นออกไปว่า “ฉันพูดไร้สาระที่ไหน เห็น ๆ อยู่ว่ารองเจ้าสำนักคนนี้ทำตัวไม่มีเหตุผล เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ทั้งโกรธทั้งรน เขาอย่ากที่จะด่าเธอกลับแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้นมาพร้อ
นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่พวกเขาเสนอมาก็สูงมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาจำนวนสิบล้านบาทเท่านั้น ในอนาคตเธอยังจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตอนที่เธอทำงานให้กับหลินซื่อกรุ๊ปอีกด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็มาจากค่านิยมอันล้นหลามของเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ บวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่ผ่านมาของหลิวเหวิน นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ บริษัทแต่เธอกลับไม่มีอารมณ์ที่จะทำมัน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งหมด!“บริษัทจัดหางาน ติดต่อหาคุณเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับประธานเย่นะคะ ไม่มีคุณ ฉันก็คงไม่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้” หลิวเหวินตอบกลับ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างมันมาจากความสามารถของคุณเองทั้งนั้น เป็นไงบ้าง ตัดสินใจรึยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?”“ยังเลยค่ะ!”“อันที่จริง ในใจของฉันยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็ยังรู้สึกปล่อยวางไม่ได้อยู่น่ะค่ะ” หลิวเหวินพยักหน้า หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็เข้ามาทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ปทันที ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปี
หลังจากที่เธอได้รับเงินสี่หมื่นหน้าพันล้านที่หัวหน้าใหญ่ไป๋รวบรวมมาอย่างยากลำบากแล้ว เธอกลับไม่อยากมอบมันออกไปเลยแม้แต่น้อยอันที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้มันยืดเยื้อ แต่นี่ระยะเวลาหนึ่งวันก็ได้ผ่านไปแล้ว แถมตอนนี้ หัวหน้าใหญ่ไป๋ก็ได้ทำการติดต่อกับสำนักเจวี๋ยฉิง ทั้งยังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วด้วยด้วยเหตุนี้เธอจึงอยากที่จะลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่มอบเงินก้อนนี้ออกไป!แต่ต่อให้เธอจะไม่โอนให้อีกฝ่าย ก็ไม่ควรจะเก็บเงินเอาไว้กับตัว จะต้องโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีของตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวหน้าใหญ่ไป๋รู้เรื่องนี้เข้าก็ได้เพราะเหตุนี้ ความคิดที่ยอดเยี่ยมจึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอเธอจะต้องเอาเงินก้อนนี้ไปฝากไว้ที่วังเถี่ย น้องชายของเธอที่อยู่บ้านเกิดเสียก่อนวังเถี่ยที่เห็นตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ก็รู้สึกตกใจ เขารับประกันว่าจะดูแลเงินก้อนนี้ให้ดีคุณนายไป๋ไม่มีความรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายจะคืนเงินก้อนนี้ให้เธอหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชายของเธอ แล้วอีกอย่าง นี่ก็เป็นเงินของตระกูลไป๋ วังเถี่ยไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายแน่นอนเป
“เธอน่ะ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”หลี่ซินเยว่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เคยได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงอยู่บ้าง ว่ากันว่าเบื้องหลังของไป๋เฉิงกรุ๊ปนั้นน่ากลัวมากตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองตะวันออกในปัจจุบันเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน พวกเขาเคยถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิใต้ดินอีกด้วยเธอรีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที หลังจากกลับไปแล้ว หลี่ซินเยว่ก็รีบเรียกหลิวซือซือให้มาหา แล้วบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง หลิวซือซือที่ได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่ยินยอมออกมาอันที่จริงหลี่ซินเยว่ก็พอจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกหลิวซือซือก็เท่านั้นในเมื่อหลิวซือซือกับเธอมีความคิดที่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงเลือกที่จะออกจากบริษัทแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัวก่อน เพราะพวกเธอเตรียมตัวที่จะจากไปในทันที ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เลยว่า คนพวกนี้จะแอบซ่อนแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้รึเปล่าพวกเธอเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าควรจะขอใ
“เธอไม่ชอบผู้ชายงั้นเหรอ?”ตงซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง วันวันเห็นเธออยู่แต่กับหลิวซือซือ คงไม่ใช่คู่ขากันหรอกนะ เป็นไปไม่ได้ ตัวเองจะต้องคิดมากไปแน่ ๆ เขาจึงพูดด้วยเสียงฮึดฮัดออกไปว่า “เธอเห็นฉันเป็นคนโง่อยู่รึไง?”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” หลี่ซินเยว่ปฏิเสธตงซู่ส่งเสียง เฮอะ ออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นฉันก็ขอพูดกับเธอตามตรงเลยนะ ตำแหน่งของฉันอีกเดี๋ยวก็จะได้รับการเลื่อนขั้นแล้ว ขอแค่เธอยินยอมที่จะติดตามฉัน ตำแหน่งผู้จัดการก็จะเป็นของเธอทันที พอถึงตอนนั้น เธอจะมีทั้งเงินทอง และฐานะอย่างแน่นอน”“แต่ว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริง ๆ นะคะ!”“เธอแน่ใจนะ อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอคือคนที่ฉันรับเข้ามา เพราะงั้นฉันก็มีวิธีที่จะให้เธอถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อเช่นกัน” ตงซู่พูดข่มขู่ด้วยความโกรธสีหน้าหลี่ซินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะที่บ้านยังต้องพึ่งพาเธออยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบหางานทำแบบนี้ เธอต่างจากหลิวซือซือ เธอต้องการที่จะทำงานจริง ๆแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงส่ายหัว และพูดออกไปว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะ ฉันมั่นใจแล้วค่ะ!”ตงซู่โกรธจัด แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได
หลี่ซินเยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เธอเหลือบมองดูเวลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซือซือ ใกล้เวลาเข้างานแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันแล้วนะ ไม่งั้นพวกเราจะสายเอาได้”“อ๋อ โอเค”หลิวซือซือรู้สึกตัว อันที่จริงเธอไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เย่คะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้า พวกเราขอมาหาพี่อีกได้ไหมคะ?”“ได้แน่นอน!”“ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ!”พอเย่เทียนหยู่นึกขึ้นได้ว่าไป๋เฉินกรุ๊ปเป็นบริษัทของหัวหน้าใหญ่ไป ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา ถึงยังไงก็เคยประมือกันมาแล้ว หากพวกเธอเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เย่!”“งั้น ฉันเองก็ต้องขอบพี่เย่เหมือนกันนะคะ? !” หลี่ซินเยว่ยิ้ม เธอพูดออกไปด้วยความกล้า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ในบริษัทนั้นอีกต่อไปแล้ว พอเห็นหลิวซือซือเรียก เธอก็รู้สึกอิจฉา เธอเองก็อยากเรียกว่าพี่เย่เหมือนกันเย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ แต่มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งสองเดินจากไป ดูจากท่าทางยิ้มแย้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเธ
“ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่าจัดการกันแบบมั่ว ๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทมีหวังล่มจมแน่ ๆ” หลี่ซินเยว่บ่นเสียงดัง“นั่นสิ พี่เย่คะ ไม่งั้นพี่ก็พูดกับประธานหลินให้หน่อยเถอะนะคะ บอกเธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พวกเราที ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทได้จบเห่จริง ๆ แน่” หลิวซือซือเองก็รีบพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน“เกลี้ยกล่อมอะไรกัน ให้ล้มละลายไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นางแม่มดนั่นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดไปมากแค่ไหน”“แต่ว่า ถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นความตั้งใจของประธานหลินเลยนะคะ” หลิวซือซือกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร หากเธอรู้แต่แรกก็คงไม่พูดออกไป ด้วยความสามารถของประธานเย่ เขาสามารถช่วยบริษัทได้อย่างเต็มที่เดิมที เธอเองก็หวังว่าอยากให้บริษัทรีบล้มละลายเร็ว ๆ เหมือนกัน เธออยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางแม่มดนั่นจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็พูดพร้อมรอยยิ้มออกมาว่า “หว่านหรูได้ออกมาจากบริษัทนั้นแล้ว อีกอย่าง หุ้นสักเปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี เธอแทบไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“หา......”สองสาวนิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่าข่าวลือ
ใบหน้าของทั้งคู่ไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น รูปร่างเองก็ยังโดดเด่นมากอีกด้วย ผิวพรรณขาวเนียน ขาเรียวยาวทั้งสองคู่ของพวกเธอ ทำให้มีสายตาหลายคู่หันมามองอยู่บ่อย ๆหลี่ซินเยว่ หลิวซือซือ พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหากเป็นการทำงานนอกสถานที่จริง ๆ ก็ไม่น่าจะมาทานอาหารเช้าด้วยกันที่นี่ได้นะ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าแถวนี้จะไม่มีโรงแรมใหญ่ ๆ อยู่เลยด้วยหรือว่าร้านเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีชื่อเสียงมาก ถึงทำให้ผู้คนแห่มากัน?แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้เป็นแบบนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาจ้องนานเกินไปหรือเปล่า ถึงทำให้หลี่ซินเยว่สังเกตเห็นเขาได้ในทันทีเมื่อหลี่ซินเยว่เงยหน้าขึ้น สีหน้าก็แสดงถึงความประหลาดใจออกมา ก่อนจะพูดด้วยความดีใจออกมาว่า “ประธานเย่!”“ประธานเย่อะไรเหรอ!”หลิวซือซือตกใจเล็กน้อย หลังจากที่มองตามสายตาของอีกฝ่ายไป เธอก็รู้สึกตกตะลึงในทันที ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้นออกไปว่า “พี่เย่!”อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้นเอง เธอก็เขินอายเกินกว่าจะเดินเข้าไปหา อันที่จริง ที่เธอเดินทางมาเมืองหลวงพร้อมกันกับหลี่ซินเยว่ ก็เป็นเพราะเธอต้องการอยากเจอเย่เทียนหยู่เพราะว่าเรื่
เยว่เหลียนเวยที่ได้ยินดังนั้น ภาพที่โรงจอดรถก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที ใบหน้าแดงก่ำ แต่ไม่นานเธอก็นึกถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวของเย่เทียนหยู่ขึ้นมาได้ เธอจึงพูดด้วยท่าทีเกร็ง ๆ ออกไปว่า “คุณชายเย่มีฝีมือที่เลื่องชื่อขนาดนี้ อย่าล้อกันเล่นเลยค่ะ!”“ฮ่า ๆ......”เย่เทียนหยู่ไม่สามารถกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พี่สาวเยว่ นี่คุณไม่คิดที่จะรับศิษย์น้องแล้วงั้นเหรอ”“คุณชายเย่ล้อเล่นแล้วค่ะ ตอนนั้นฉันแค่พูดเล่น ๆ เท่านั้น” เยว่เหลียนเวยรีบพูดขึ้นมาเยว่เหลียนหานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย น้องสาวของเธอมักเป็นคนที่ใจกล้ามาโดยตลอด แต่วันนี้กลับหน้าแดง แถมยังตัวเกร็งอีกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็คิดไม่ถึงเลยว่าน้องสาวของเธอจะถึงขั้นทำให้คุณชายเย่เรียกเธอว่าพี่สาวได้เย่เทียนหยู่ยิ้มเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “แม่ครับ เรื่องทางนี้เองก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว พรุ่งนี้เช้า ผมต้องออกเดินทางแล้วนะครับ”“เดินทางพรุ่งนี้เช้า ลูกจะไม่เข้าร่วมงานประชุมพรุ่งนี้ด้วยกันเหรอ?”“ไม่ล่ะครับ งานประชุมในวันพรุ่งนี้ ผมมอบหมายให้หลินเจวี๋ยเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของ