“มันก็แค่ข่าวลือ ใครจะรู้ว่าจริงหรือเท็จ”“ไม่ผิดหรอก เธอลองสืบค้นดูสิข่าวออกมาแล้วนะ อาจจะมีประกาศผลเร็ว ๆ นี้ด้วย เรื่องนี้ชัดเจนมาก”ในขณะนี้ นักข่าวก็รู้เรื่องนี้ทั้งหมดและถามทันทีว่า “ประธานหลิน ประธานหลี่ว์จากบริษัทของคุณถูกจับแล้วหรือเปล่าคะ?”เมื่อหลินหว่านหรูได้ยินแบบนั้นเธอก็ส่ายหน้าทุกคนตกตะลึงเล็กน้อย อาจเป็นข่าวเท็จหรือเปล่า?“คุณพูดผิดแล้ว เขาชื่อหลี่ว์ซิงเหอ และเขาไม่ใช่หนึ่งในประธานบริษัทของเราอีกต่อไป ส่วนที่เขาถูกจับนั้นก็เป็นเรื่องจริงค่ะ เพราะฉันแจ้งตำรวจ”“เดิมที ฉันวางแผนที่จะให้โอกาสเขา แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะส่งหน้าม้ามาปลุกปั่นบนอินเทอร์เน็ต สร้างเรื่องและปัญหา!”“อย่างไรก็ตาม พรรคพวกที่ช่วยเขาก็กรุณาเตรียมตัวไว้ด้วยนะคะ อีกไม่นานเรื่องนี้ก็จะไปถึงพวกคุณแล้ว”ทันทีที่คำพูดเหล่านี้สิ้นสุด ก็เท่ากับเป็นการยืนยันทั้งหมดนี้ทำเอาพรรคพวกทุกคนหน้าซีด เพราะถึงยังไงพวกเขาก็ได้เห็นแล้วว่าหลินซื่อกรุ๊ปแข็งแกร่งเพียงใด ในตอนแรกพวกเขาไม่อยากทำมันด้วยซ้ำ แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องจ่ายเงินมากเกินไปเป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลย!หลี่ว์ซิงเหอถูกจับกุมจริง ๆ นี่มันหม
แน่นอนว่าบางคนอดไม่ได้ที่จะแสดงตนขึ้นมาพูดว่า “ประธานหลิน ไม่ใช่ว่าเราไม่เชื่อคุณหรอกนะ แต่นี่มันก็เพื่อประโยชน์ของคุณเอง คุณให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบบาดแผลของคุณเฟยเฟยสักหน่อยได้ไหม จะได้ปิดปากผู้คนได้”“ใช่ ช่วยตรวจสอบดูได้ไหม ไม่อย่างนั้นจะโน้มน้าวผู้คนได้ยังไง”“ใช่แล้วล่ะ ควรจะตรวจสอบนะ”“……”เมื่อดูคำพูดโจมตีบนโซเชียล หลายคนพูดถึงการตรวจสอบนี้ ส่วนเย่เทียนหยู่แอบส่ายหน้าโชคดีที่เฉินเฟยเฟยเป็นเป็นคนนแนะนำให้พวกเขาทำขั้นตอนนี้ไม่อย่างนั้น ก็คงจะมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ แบบนี้แน่หลินหว่านหรูส่งเสียงฮึออกมาอย่างเย็นชา แม้ว่าเธอจะรู้สึกรำคาญในใจแต่เธอก็ยังตอบอย่างเฉยเมยไปว่า “ปัญหาที่คุณพูดถึงน่ะ คนของเราคิดเอาไว้อยู่แล้ว”“ด้วยเหตุผลนี้ ฉันจึงได้เชิญแพทย์ชั้นนำจากแผนกผิวหนังของโรงพยาบาลใหญ่สี่แห่งในเมืองเทียนไห่มาตรวจดูอาการบาดเจ็บตรงจุดนั้นเป็นพิเศษแล้วค่ะ”ทันทีที่สิ้นคำพูดเหล่านี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึงไม่มีใครคาดคิดว่าหลินหว่านหรูจะคิดไปถึงขั้นตอนนี้ด้วยซ้ำเมื่อมองดูภาพเบื้องหน้านี้ หัวใจของซูถิงก็เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา เพราะเธอรู้ว่านี่จะต้องเป็นผลงานชิ้นเอกของเย่เทียนหยู
“แน่นอนค่ะ!”หลินหว่านหรูดูมั่นใจ แต่จริง ๆ แล้วหัวใจของเธอกำลังหวาดหวั่น“ถ้าอย่างนั้นต้องใช้เวลากี่วันกว่าที่เราจะได้เห็นรูปลักษณ์ของเฉินเฟยเฟยกลับคืนมาเป็นแบบเดิมเหรอคะ?” นักข่าวถามทันทีแน่นอนว่าหลินหว่านหรูเตรียมพร้อมสำหรับปัญหาอยู่แล้ว เพียงว่าเธอกังวลเล็กน้อยว่าจะไม่มีใครเชื่อเธอถ้าเธอพูดไป แต่เธอก็ยังพูดอย่างช่วยไม่ได้ “หนึ่งวัน!”“อะไรนะ หนึ่งวันเหรอ?”“นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!”“เหลวไหลใช่ไหม ทุกคนที่ถูกสารพิษจากเครื่องสำอางก็ใช้เวลามากกว่าหนึ่งวันนะ แต่ใบหน้าของเฟยเฟยดูอาการหนักกว่าเราอีกนะ”“ถึงขั้นบอกว่าหนึ่งวันเลยเหรอ จะโกหกกันก็ไม่น่าพูดเหลวไหลถึงขั้นนี้เลย”“ฉันรู้ว่าทุกคนไม่เชื่อ จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่เชื่อเช่นกัน แต่ผู้เชี่ยวชาญของบริษัทเรามีความมั่นใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็บอกแล้วว่าถึงแม้เครื่องสำอางที่ผลิตในอนาคตจะให้ผลเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้ให้ผลเร็วขนาดนี้”“เพราะเฉินเฟยเฟยจะได้รับการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญของเราเป็นการส่วนตัว โดยใช้การฝังเข็มและยาทาที่เขารับผิดชอบในการพัฒนา”“ทำให้การรวมกันของทั้งสองอย่างมีผลการรักษาดีเป็นพิเศษ และจะช่วยรักษารอยแผลเป็นได้อย
“แค่นี้พอแล้ว หรืออยากให้ผมทำมากกว่านี้ดีล่ะ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม มือของเขายังคงซุกซนไม่หยุด“นายพูดอะไรของนาย!”ใบหน้าของหลินหว่านหรูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และเธอก็พูดด้วยความโกรธ “ปล่อยฉันนะ”“ไม่ปล่อย!”“ถ้ายังไม่ปล่อยฉันจะโกรธแล้วนะ” หลินหว่านหรูเริ่มโกรธ นี่เขาเห็นเธอเป็นอะไร ผู้หญิงง่ายอย่างนั้นเหรอเมื่อเห็นว่าหลินหว่านหรูดูโกรธมาก เย่เทียนหยู่ก็รีบปล่อยมือของเขาหลินหว่านหรูจ้องไปที่เย่เทียนหยู่ด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อและพูดด้วยความโกรธ “เย่เทียนหยู่อย่ากดดันตัวเองมากเกินไป ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนหนึ่งที่คุณคบด้วยแบบไม่เป็นทางการ”คำพูดเหล่านี้ไม่น่าพอใจและทำให้เย่เทียนหยู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่พูดอะไร“ถ้านายต้องการฉันจริง ๆ นายก็พยายามทำงานหนักซะ พัฒนาความสามารถของตนเอง เผื่อว่าสักวันนายจะได้คู่ควรกับฉันจริง ๆ”หลินหว่านหรูทิ้งคำพูดเหล่านี้เอาไว้ก่อนจะจากไปด้วยความโกรธแต่หลังจากที่จากไป หัวใจของเธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างไม่อาจอธิบาย เธอชอบรู้สึกว่าคำพูดของตัวเองรุนแรงเกินไปแต่ว่าถ้าเธอไม่ทำแบบนี้ เขาก็อาจจะรู้สึกว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือเปล่านะ?ยิ่ง
แต่บังเอิญที่ลมปราณของเขาช่วยกำจัดสารพิษทั้งหมด และคืนชีวิตให้กับผิว นอกจากนี้ มือของเขายังผอกยาทาให้เธออย่างน่าอัศจรรย์การทำทั้งสองอย่างนี้ร่วมกันเท่านั้นถึงจะสร้างผลลัพธ์ที่น่าเหลือเชื่อได้หลังจากฝังเข็มอยู่ราว 20 นาที เย่เทียนหยู่ก็ค่อย ๆ ทายาก่อนจะเสร็จสิ้นการรักษารวมแล้วใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เย่เทียนหยู่ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เพราะอาการบาดเจ็บของเธอสาหัสมาก เขาจึงต้องใช้ความพยายามไปไม่น้อยหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เย่เทียนหยู่ก็เรียกจางผิงโดยไม่ได้ปลุกเฉินเฟยเฟย“คุณชายเย่ เรียบร้อยแล้วเหรอคะ?”จางผิงถามพร้อมพยายามกดความตื่นเต้นเอาไว้ในใจ“เราจะรู้กันพรุ่งนี้เช้า” เย่เทียนหยู่กล่าว“อ่อ แล้วทำไมพี่เฟยเฟยถึงยังไม่ตื่นเหรอคะ”“อย่าเพิ่งรบกวนเธอ ให้เธอได้พักผ่อนก่อน หลังจาก 10 โมงเช้าวันพรุ่งนี้ ให้เอาผ้ากอซบนใบหน้าของเธอออกแล้วล้างยาที่ค้างอยู่ข้างในออก”เย่เทียนหยู่กล่าว“ได้ค่ะ!”“ถ้าอย่างนั้นผมจะกลับก่อน ถ้าคุณต้องการอะไร สามารถโทรหาผมได้ตลอดเวลา”เย่เทียนหยู่ออกจากที่นี่หลังจากให้คำแนะนำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ขณะที่เขา
หลังจากเห็นท่าทางตื้นตันของหลินหว่านหรูที่มีต่อเขา กับอาการที่แปลกไปเมื่อครู่ตอนที่เธอเห็นจี้หยก กงซุนจื้อก็แอบรู้สึกภูมิใจ หลินหว่านหรูจะเข้ามาอยู่ในกำมือของเขาไม่ช้าก็เร็วเมื่อมีความช่วยเหลือจากซูถิงส่วนเย่เทียนหยู่ ไอ้เจ้านั่นดวงดีมากจริง ๆ เพราะหลังจากเกิดเรื่องผัวพันกับหยางเฉียนเฉียนแล้ว หยางต้าฝูก็ไม่ได้ลงมือจัดการเขาแต่อย่างใดแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้าหยางต้าฝูไม่ทำอะไรเลย งั้นก็มีแค่เขาต้องทำเอง ประเด็นหลักคือเย่เทียนหยู่ดูเหมือนจะมีความสามารถอยู่บ้าง ทำให้หลินหว่านหรูเริ่มสนใจเขาเมื่อนึกถึงตรงนี้ เขาก็โทรไปเพื่อจัดการเรื่องนี้ทันทีไม่นานนัก วันรุ่งขึ้นก็ไม่ถึง อย่าว่าแต่ชาวเน็ตนับไม่ถ้วน แม้แต่หลินหว่านหรูเองและคนอื่น ๆ ก็ให้ความสนใจต่อสถานการณ์ของเฉินเฟยเฟยเป็นอย่างมากเพราะพวกเขาไม่รู้ว่าเย่เทียนหยู่สามารถรักษารอยแผลเป็นบนใบหน้าของเฉินเฟยเฟยได้หรือไม่ผ่านไป 24 ชั่วโมง เฉินเฟยเฟยยังไม่กล้าถอดผ้ากอซออก เธอยังจงใจรออีกหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะพูดว่า “ผิงผิง มาช่วยฉันหน่อย”“ได้ค่ะ!”จางผิงเองก็ตั้งตารอมากเช่นกัน มือของเธอสั่นขณะที่กำลังฉีกผ้ากอซออกอย่างระมัดระวัง
ที่แท้แล้วเมื่อ 1 ชั่วโมง`ก่อน บรรดาคอมเมนต์ที่ขอให้เฉินเฟยเฟยถ่ายทอดสดบนออนไลน์เริ่มปรากฏขึ้นบนอินเทอร์เน็ต“ไหนบอกว่า 1 วันไม่ใช่เหรอ? นี่ก็ทั้งวันแล้ว ทำไมเฉินเฟยเฟยถึงยังไม่มากล้าปรากฏตัวอีกฮะ?”“สงสัยว่าจะรักษาไม่หาย ก็เลยไม่กล้ามาแสดงตัวสินะ”“เป็นไปไม่ได้หรอก ฉันเชื่อพี่เฟยเฟย”“แน่นอนว่าเราเชื่อเฟยเฟย แต่เราจะเชื่อได้ยังไงว่าหลินซื่อกรุ๊ปมีความสามารถที่น่าอัศจรรย์ขนาดนั้น อย่าลืมสิ ว่าเธอเคยถูกแพทย์เซียนจางต้าซานบอกแล้วว่าไม่มีทางรักษาหาย”“ใช่แล้ว ตอนนี้ก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลย ถ้าให้ฉันมองนะ ฉันว่าเรื่องนี้หลินซื่อกรุ๊ปหาทางลงไม่เจอแน่”“ฮึ หลินซื่อกรุ๊ปหมายความว่าอะไร? เห็นเฟยเฟยเป็นเครื่องมือในการโฆษณาเกิดจริงรึไงกัน ถ้าเป็นอย่างนั้นนั้น ในอนาคตเราจะคว่ำบาตรพวกเขาแน่”“พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะหลินซื่อกรุ๊ปใครจะรู้ว่าเฟยเฟยต้องทนทุกข์ทรมานมากขนาดนี้”“ไม่ว่าเพราะอะไร หลินซื่อกรุ๊ปก็ไม่น่าพูดเกินตจริงเพียงเพื่อยอดวิวเลยนะ”“ก็ใช่น่ะสิ โม้เกินไปแล้ว กลัวว่าคงจะไม่มีใครเชื่อหรอก ทุกคนที่มารวมตัวกันที่นี่ก็แค่คิดว่าปาฏิหาริย์อาจเกิดข
ทันทีที่โพสต์เฟสบุ๊คนี้เผยแพร่ออกไป ผู้คนนับไม่ถ้วนเริ่มวิพากษ์วิจารณ์หลินซื่อกรุ๊ปอย่างบ้าคลั่ง ตราหน้าว่าพวกเขาเป็นพวกต้มตุ๋น อละบอกว่าพวกเขาคิดจะเขียนบทเองเล่นเองบางคนถึงกับกล้าพูดว่าแม้แต่ตำรวจก็ยังให้ความร่วมมือกับพวกเขาโดยเฉพาะเมื่อคำพูดดังกล่าวแพร่กระจายออกไปในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมกบคำให้การของแพทย์เซียนผู้ยิ่งใหญ่ ความน่าเชื่อถือจึงสูงมาก และความน่าเชื่อถือของหลินซื่อกรุ๊ปก็ต่ำมากอย่าว่าแต่พวกเขา แม้แต่หลายคนในหลินซื่อกรุ๊ปก็เริ่มเชื่อเรื่องนี้เช่นกันแม้แต่หวงหงเจี้ยนก็ยังโทรมาเพื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์ เพราะเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเหยื่อจุดดำเมื่อครั้งที่แล้ว เขาเป็นคนให้เลขาของเขารับรองแม้ว่าหลินหว่านหรูจะเชื่อเย่เทียนหยู่ แต่เธอก็ยังถามเพื่อทำความเข้าใจว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นยังไงเมื่อเห็นแบบนี้ เย่เทียนหยู่ก็โกรธมากและขอให้หลินหว่านหรูโพสต์ข้อความเฟสบุ๊คเพื่อตอบโต้“ว่ากันว่าแพทย์เซียนจางมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม และเราก็นับถือคุณมาก แต่วันนี้ คุณกลับพ่นวาจากล่าวร้ายไม่เลือกหน้า ไร้ซึ่งการตรวจสอบนำพาทุกคนให้มีอคติ”“ในเมื่อแพทย์เซียนจางไม่เชื่อห
“หากเป็นเช่นนั้น งั้นเรื่องก็ง่ายมากเลยล่ะครับ มีวิธีอีกมากมายนับไม่ถ้วน” เหอรุ่ยรีบพูดขึ้นมา หากเขายังบอกว่าทำไม่ได้อีก แล้วตนจะยังมีประโยชน์อะไร นั่นเท่ากับตนจะพลาดโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งไม่ใช่รึไงเมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของแม่ตระกูลหลินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนี้บริษัทมีทางรอดแล้วคนอย่างหลิวเหวินไม่รู้เรื่องอะไรเอาเสียเลย แถมยังบอกว่าหมดหนทางอีกแต่เมื่อตนเป็นคนออกโรงเอง ก็สามารถหาคนเก่งมาได้ในทันที ทั้งยังสามารถแก้ปัญหาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย!และเท่าที่ฟังมา เหมือนว่าคนที่ตนเลือกจะมีวิธีแก้ปัญหามากมายนับไม่ถ้วนอีกต่างหากเมื่อเห็นแบบนี้แล้ว แม่ตระกูลหลินก็รีบพูดขึ้นทันทีว่า “ดีมาก หากเฉินเว่ยกล้ามาจริง ๆ ฉันก็จะไล่มันออกทันที แล้วให้เธอมารับตำแหน่งแทนหล่อนซะ”“ครับ ขอบคุณประธานหลิวมากครับ ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อรับใช้คุณ!” เหอรุ่ยรีบพูดประจบประแจงขึ้นมาทันที“ดีมาก ไม่เลวเลย เธอยังหนุ่มยังแน่น ต่อไปจะต้องมีอนาคตที่สดใสอย่างแน่นอน!”เมื่อแม่ตระกูลหลินได้ยินว่าอีกฝ่ายยินดีรับใช้ตน สีหน้าก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ในใจก็รู้สึกพอใจอย่างมาก“ประธานหลิวชมเกินไปแล้วคร
“แต่ว่า ประธานเย่เองก็ไม่ใช่คนนอกนี่คะ”“ประธานเย่อะไร ใครคือประธานเย่กัน บริษัทนี้มีตำแหน่งเขาด้วยรึไง? หลิวเหวิน เธอเป็นอะไรไป หรือว่าเธอไม่อยากที่จะอยู่ในบริษัทนี้ต่ออย่างงั้นเหรอ?”แม่ตระกูลหลินด่าทอด้วยความโกรธวันนี้เย่เทียนหยู่ไม่แม้แต่จะเอ่ยปากทักทายตนเลยด้วยซ้ำ คิดว่าตัวเองสูงส่งมาจากไหนกันต่อให้เขาจะเก่งกาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ยังเดินตามหลังลูกสาวตนอยู่ดี ยังเป็นลูกเขยที่เชื่อฟังของเธออยู่กล้าดียังไงที่เมินเฉยกันแบบนี้!ไม่มีมารยาทเลยแม้แต่น้อย น่าโมโหเสียจริง!เมื่อถูกด่าทอแรง ๆ แบบนี้ สีหน้าของหลิวเหวินดูเศร้าหมองมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอก็รู้สึกโกรธจนแทบทนไม่ไหว เธอไม่สามารถอดทนต่อไปได้แล้วจริง ๆ แต่เวลานี้แม่ตระกูลหลินก็ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกมาว่า “เอาล่ะ หลิวเหวิน ฉันจะไม่พูดไร้สาระกับเธออีก วัตถุดิบที่เธอต้องการมันไม่มีอีกแล้วล่ะ”“ตอนนี้ สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ รีบหาวัตถุดิบตัวใหม่เพื่อมาทดแทนโดยเร็วที่สุด”“ฉันทำไม่ได้หรอกค่ะ!” หลิวเหวินตอบ“ทำไม่ได้ก็คิดหาวิธีสิ หากยังไม่ได้อีก เธอก็หาอย่างอื่นที่ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงมาไม่ได้รึไง ขอแค่ผลลัพธ์ออกมาคล้ายกัน แค
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ
จากนั้น ไป๋เฉินก็หยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ดูประณีตออกมาจากตัว เขานำมันติดตัวมาด้วย จากนั้นจึงยื่นให้เย่เทียนหยู่ด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นี่คือสมบัติที่แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ว่ากันว่า หากกลั่นมันออกมาเป็นยา ก็จะสามารถช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรามาจารย์ได้ทันทีหากไม่ใช่เพราะแรงกดดันที่น่ากลัวจากสำนักเจวี๋ยฉิง เขาก็คงคิดที่จะเก็บมันเอาไว้ใช้เองเขาเคยเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนที่ยอดฝีมือจากสำนักเจวี๋ยฉิงต่อสู้กับปรมาจารย์ที่น่ากลัวคนหนึ่ง กระบวนท่าเดียว ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น ก็สามารถฆ่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนนั้นได้ในทันทีดังนั้น การที่ไอ้เด็กนี่มันกล้าท้าทายอำนาจสำนักเจวี๋ยฉิงแบบนี้ มันจะต้องตายอย่างแน่นอนเย่เทียนหยู่รับกล่องมา ก่อนจะเปิดดูด้านใน และพบว่านั่นคือดอกบัวสีเจ็ดสีจริง ๆ สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อมาอยู่ในมือของเขา เขาจึงรับเก็บมันไว้ทันที แล้วพูดด้วยท่าทีเรียบเฉยออกไปว่า “เห็นแก่ของเล่นชิ้นนี้ ผมจะปล่อยคุณไปสักครั้งก็แล้วกัน”“จำไว้นะว่า อีกสี่หมื่นห้าพันล้าน จะต้องถูกโอนเข้าบัญชีภายในหนึ่งวัน เพราะไม่อย่างนั้น ก็รอรับผลที่จะตามมาได้เลย!”ทันที
เมื่อคุณนายไป๋ได้ยินดังนั้น เธอก็รีบโต้กลับทันที “หากเป็นสมบัติธรรมดาพวกเขาต้องไม่สนใจอยู่แล้ว แต่นี่เป็นถึงดอกบัว......”“เลิกพูดมากได้แล้ว!”เมื่อกี้หยุดเอาไว้ไม่ทัน ตอนนี้ไป๋เฉินจึงรีบพูดห้ามขึ้นทันที “พูดจาไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย ทางที่ดีแกก็รีบปล่อยพวกเราไปซะ เพราะไม่อย่างนั้น ผลที่จะตามมาอาจเกินกว่าที่แกจะรับไหวก็ได้”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “คุณนับว่าฉลาดกว่าภรรยาคุณอยู่นะ หากเป็นเธอล่ะก็ ป่านนี้เธอคงสั่งให้ผมรีบขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว” “แต่ว่านะ ถึงยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี! อย่าว่าแต่สำนักเจวี๋ยฉิงอะไรนั่นเลย ต่อให้เป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน วันนี้ หากคุณยังไม่คืนเงินล่ะก็ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยพวกคุณไม่ได้ทั้งนั้น”สีหน้าของไป๋เฉินเปลี่ยนไปทันที เขาทั้งโกรธและตกใจ “นี่แกไม่กลัวสำนักเจวี๋ยฉิงจริง ๆ หรือว่าแกไม่รู้ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงมีการดำรงอยู่ที่น่ากลัวมากแค่ไหนกันแน่?”“รู้หรือไม่มันก็ไม่สำคัญหรอก ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย สี่หมื่นห้าพันล้าน จะให้หรือไม่ให้? !”สีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชา เขาเสียเวลามามากพอสมควรแล้ว เขาไม่อยากพูด