เมื่อหลินหว่านหรูได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในใจของเธอ การกำจัดจุดดำนี้เป็นเรื่องยากมาก แต่ด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันจะแก้ไขได้ไม่ช้าก็เร็ว ท้ายที่สุดแล้วมันไม่ได้มีมา แต่กำเนิด แต่ได้รับความเสียหายจากยาแต่จากสิ่งที่ฉันได้ยินฉันไม่สามารถเข้าใจได้หากเป็นเช่นนั้น ค่าชดเชยที่ทุกคนเรียกร้องจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้แต่คราบสกปรกเช่นนี้ก็ยังติดตามบริษัทไปด้วย ทำลายเครื่องสำอางของหลินซื่อกรุ๊ปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามด้วยผลลัพธ์แบบนี้ใครจะไว้วางใจเครื่องสำอางของหลินซื่อกรุ๊ปในอนาคตท้ายที่สุดแล้ว มันไม่ใช่ตัวคุณเองที่จะบอกคุณว่าทำไม สิ่งที่ทุกคนเห็นคือเครื่องสำอางของหลินซื่อกรุ๊ป ทำลายชีวิตของพวกเขาเมื่อทุกคนด้านล่างได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไป พวกเขาทุกคนก็คิดถึงเรื่องนี้หากเป็นกรณีนี้ ไม่เพียงแต่อุตสาหกรรมเครื่องสำอางจะเสียหายอย่างสิ้นเชิง แต่เงินลงทุนจำนวนมหาศาลจะไม่ได้รับผลตอบแทนใด ๆ เลย และจะส่งผลกระทบต่อบริษัทด้วยซ้ำเมื่อรวมกับค่าชดเชยจำนวนมาก หากคุณพบบางสิ่งที่จัดการได้ยากกว่า คุณอาจขอค่าชดเชยจำนวนมหาศาลหรือฟ้องร้องพวกเขาก็ได้สรุปแล้ว หากทั้งหมดนี
“แต่ฉันจะหาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวนั่นได้จากที่ไหนล่ะ?” หลินว่านหรูถามอย่างหมดหนทาง“ใช่ ฉันเป็นลูกศิษย์ของแพทย์เซียน บังเอิญว่าอาจารย์ของฉันมีใบสั่งยาที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษในด้านนี้ อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการขัดเกลาและการวิจัยอย่างรอบคอบก่อนจึงจะทำเป็นเครื่องสำอางได้”“แต่อย่าเพิ่งกังวลไปตอนนี้ ในขณะที่ความร้อนอยู่ที่นี่ มามีชื่อเสียงกันก่อน ยังไงก็ตาม ชื่อนี้ยังไม่ได้ถูกเลือก คุณคิดเองก็ได้”“หมายความว่ายังไงที่ฉันอยากได้? นั่นคือสูตรของคุณ”“ของของฉันไม่ใช่ของคุณเหรอ? อย่างไรก็ตาม ฉันมอบมันให้กับคุณแล้ว และมันจะเป็นของคุณโดยสมบูรณ์นับจากนี้ไป คุณจะใช้มันอย่างไรก็ได้ตามที่คุณต้องการ” เย่เทียนหยู่กล่าวเมื่อได้ฟังแบบนั้น หลินหว่านหรูก็รู้สึกประทับใจมาก แต่เธอก็คิดถึงคำถามอื่นและอดไม่ได้ที่จะถามว่า “ทำไมคุณถึงซื้อหุ้นของหลี่ว์ซิงเหอด้วยความคิดริเริ่มของคุณเอง”“ถ้าคุณไม่ซื้อตอนนี้ ทำไมไม่ซื้อในเมื่อมูลค่าตลาดของบริษัทเราเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่าลืมว่าหากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของเราได้รับความนิยมอย่างมาก มูลค่าตลาดของบริษัทก็จะพุ่งสูงขึ้นอย่างแน่นอน”“แต่ไม่เป็นความจริงหรอกหรือที่ดวงยั
ขณะนี้มีผู้สื่อข่าวจำนวนมากจากสื่อช่องทางต่างๆ และสถานีโทรทัศน์รายงานสดเกี่ยวกับสถานการณ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเหตุการณ์นี้ได้รับความนิยมเพียงใดหากจัดการได้ไม่ดีพอ ก็ไม่รู้ว่าจะมีคนโชคร้ายสักกี่คน อย่างน้อยหลินซื่อกรุ๊ปก็คงถึงคราวจบสิ้นอย่างแน่นอนในขณะนี้ หลี่ว์ซิงเหอเดินออกมาทางด้านของของห้องประชุมก่อน ส่วนเย่เทียนหยู่เพียงป้องกันไม่ให้เขาเข้าใกล้หลินหว่านหรู แต่ไม่ได้จำกัดการกระทำของเขาเมื่อมองดูผู้คนที่กำลังโวยวายอยู่ข้างนอก หลี่ว์ซิงเหอก็แอบเยาะเย้ยอยู่ในใจเย่เทียนหยู่ ไม่ว่าแกจะเก่งแค่ไหน วางแผนไว้มากแค่ไหน แกก็แก้ปัญหาจุดด่างดำไม่ได้หรอก ตอนนี้ฉันจะคอยดูอยู่เงียบ ๆ ว่าแกจะตายยังไง“ประธานหลี่ว์...”จางเหยียนเห็นหลี่ว์ซิงเหอ และก้าวไปข้างหน้าทันที“ผมไม่ใช่ประธานหลี่ว์อีกต่อไปแล้ว และหลินซื่อกรุ๊ปก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผม” หลี่ว์ซิงเหอพูดอย่างใจเย็น“อ่า……”เนื่องจากการถ่ายทอดสดถูกตัดออกไปในภายหลัง จางเหยียนจึงไม่ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมด เขาอดไม่ได้ที่จะหน้าซีดในขณะเดียวกัน ซูเหวินฮุยเองได้ทราบถึงสถานการณ์ในห้องประชุมก่อนจะเผยสีหน้าเยอะเย้ย ไม่คิดเลยว่าหลินหว่านหรูจ
“นั่นสิ แต่ถ้าเรามีวิธีการเอาจุดด่างดำบนหน้าออกละก็ ก็อาจจะช่วยคุณได้ใช่ไหม?” จางผิงเอ่ยปากถาม“เป็นไปไม่ได้!”“แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างฮวาเสวี่ยยังทำอะไรไม่ได้ คุณคิดว่าแค่บริษัทเครื่องสำอางจะมีวิธีการหรือยังไงกัน?”เฉินเฟยเฟยส่ายหน้า“แต่เมื่อกี้เขาบอกว่า...”“เขาแค่พูดไปอย่างนั้น”เฉินเฟยเฟยส่ายหน้า แต่ขณะที่เธอเป็นกังวลก็ยังอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าหากเขาทำสิ่งที่คนอื่นไม่อาจทำได้จริงๆ ล่ะ จะมีโอกาสลบรอยแผลเป็นบนใบหน้าของเธอได้ด้วยหรือเปล่าในเวลาเดียวกัน พี่สาวจงเล่ยก็เห็นมันเช่นกัน และพูดด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว “เป็นเธอเอง โอเค ใส่รองเท้าเหล็กแล้วหาอะไรไม่เจอจริงๆ ไม่ต้องพยายามเลยที่จะมาที่นี่”“ตอนนี้ฉันรู้ว่าคุณมาทำงานที่ไหน ฉันจะขุดคุณออกไปได้ รอก่อน แล้วฉันจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับคุณอย่างแน่นอน”ในเวลานี้ หลินหว่านหรูโบกมือเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนเงียบทันที ขณะเดียวกันเธอก็หยิบไมโครโฟนและพูดเสียงดัง “ทุกคน ได้โปรดเงียบและฟังฉันก่อนนะคะ!”ในสายตาของทุกคน หลินหว่านหรูก็คือคู่กรณีทันทีที่เธอพูด สถานการณ์ก็กลับเข้าสู่ความสงบทันที“ก่อนอื่นเลย เกี่ยวกับอุบัติเหตุครั้งนี้ แม้
ในตอนนี้เย่เทียนหยู่หยิบไมโครโฟนอีกตัวแล้วพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หุบปาก!”ทันทีที่สิ้นคำพูด ทุกคนก็ตกใจ!ก่อนที่ทุกคนจะตะลึงงันอยู่กับที่ ไม่มีใครคาดคิดว่าเย่เทียนหยู่จะกล้าที่จะหยิ่งผยองขนาดนี้ในเวลานี้อย่าว่าแต่คนอื่น แม้แต่หลินหว่านหรูก็ยังตกตะลึงทำแบบนี้อาจถูกเอาไปด่าทัวร์ลงบนเน็ตได้ทุกเมื่อหลี่ว์ซิงเหอยิ่งตกตะลึงมากกว่าเดิม สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย ไอ้เด็กนี่คงจะบ้าไปแล้วแต่แล้วเย่เทียนหยู่ก็พูดขึ้นด้วยความเย็นชา “อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าภายในนี้มีแค่คนส่วนน้อยเท่านั้นที่เป็นผู้เสียหายกับญาติ และส่วนใหญ่เป็นพวกเข้ามาสอดรู้เรื่องชาวบ้านหรือไม่ก็เข้ามาก่อเรื่อง”“ถ้าพวกคุณต้องการแก้ไขปัญหาจริงๆ และต้องการทำเพื่อผู้เสียหายจริง คุณก็ไม่ควรทำให้เรื่องมันวุ่นวาย ประธานหลินสัญญาว่าจะให้คำตอบที่น่าพอใจ เพราะฉะนั้นเธอก็จะให้แน่นอน”“เพราะอย่างนั้น ขอให้ทุกคนเงียบกันก่อน แล้วฟังแผนการแก้ปัญหาของเรา ถ้าพวกคุณไม่พอใจ พวกคุณก็ค่อยเรียกร้อง”“อีกอย่าง แผนการนี้ผมก็ได้รับรู้ด้วย เป็นแผนที่สมบูรณ์แบบ ผมเชื่อว่าทุกคนจะต้องพอใจอย่างแน่นอน”คำพูดเช่นนี้ปลอบประโลมคนที่อย
เพราะเสียงของเขาเป็นมีแรงทะลวงไม่น้อย ทำให้แทรกผ่านเข้าไปในหูของผู้ฟังได้อย่างง่ายดาย ผู้คนในที่นี่ทุกคนจึงสงบลงอย่างรวดรเร็วเพราะถึงยังไงซะ ก่อนหน้าทุกคนก็ได้เห็นแล้วว่าชายหนุ่มคนนี้พูดจาฉะฉานมีหลักมีฐาน และค่อย ๆ เผยความจริงทุกอย่างออกมาทีละก้าวถึงแม้สิ่งที่พวกเขาต้องการจะไม่ใช่ความจริง แต่ก็แก้ไขปัญหายุ่งยากของพวกเขาได้ แถมยังได้เงินชดเชน แต่ชายหนุ่มคนนี้มีความสามารถอย่างไม่ต้องสงสัยยังมีผู้รับประกันแทนด้วยเหรอ?หลินหว่านหรูเหม่อลอยไปอีกครั้ง ทำไมเธอไม่รู้เลยว่ามีคนมาค้ำประกันให้แทนด้วยแต่ในขณะนั้นเอง ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาอายุราวสามสิบปี แต่ท่าทางภูมิฐานไม่ธรรมดา ทั้งท่วงท่าของเขายังให้ความรู้สึกเหมือนบัตเลอร์นี่มัน?“เลขาหวัง?”นักข่าวแถวหน้าจำบุคคลนั้นได้และตะโกนด้วยความประหลาดใจ“เลขาหวัง คุณมาที่นี่ได้ยังไงกันคะ?”นักข่าวหญิงอีกคนจำบุคคลนั้นได้จึงยื่นไมโครโฟนให้ทันที และพยายามดำเนินการสัมภาษณ์โดยเร็วที่สุด นี่คือเลขาของหวงหงเจี้ยนผู้เป็นนายกเทศมนตรีประจำเมืองหวงซีวันนี้ทำผลงานได้ดีมากและมีผลงานโดดเด่นสามารถขึ้นต่อได้ทุกเมื่อ ไปที่เมืองอื่นเพื่อเป็นผู้นำระดั
เย่เทียนหยู่สังเกตเห็นสายตาของหลินหว่านหรู เขาหันกลับมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เป็นอะไรไปครับ โดนเสน่ห์ผมดึงดูดสายตาเหรอ”ใบหน้าของหลินหว่านหรูเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ก่อนจะเธอพูดด้วยความโกรธ “ฝันไปเถอะย่ะนายน่ะ!”แม้ว่าเสียงจะเบามากและไม่สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล แต่ถ้านั่งอยู่ใกล้และตั้งใจฟังก็ยังสามารถได้ยินอย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่นหลิวเหวินที่สังเกตเห็นเธออดไม่ได้ที่จะแอบยิ้มแห้ง “คุณสองคน ข้อเท็จจริงยังไม่ทันแก้ไข ก็จู๋จี๋กันแล้วเหรอ”แม้จะไม่รู้ว่าทั้งสองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร แต่ฉากนี้ก็ตกไปในสายตาของซูถิงซึ่งอยู่ไม่ไกลนักเธอมองดูภาพเบื้องหน้า พร้อมความรู้สึกที่เริ่มหดหู่มากขึ้นเรื่อย ๆเย่เทียนหยู่ทำไมคุณถึงได้เก่งมากขนาดนี้ แล้วทำไมคุณถึงดูถูกฉันฉันแย่กว่าหลินหว่านหรูที่ตรงไหนแต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าเพิ่งชะล่าใจไปเพราะฉันจะไม่มีวันปล่อยให้คุณประสบความสำเร็จ หลินหว่านหรูจะเลิกกับคุณอย่างแน่นอนสีหน้าของหลี่ว์ซิงเหอที่ยืนอยู่ด้านข้างยังคงเปลี่ยนไปไม่หยุด ปกติแล้วปัญหานี้ไม่มีทางแก้ไขได้แน่นอน หรือว่าพวกเขามีวิธีที่พิเศษจริงๆ?เป็นไปได้จริงๆ เหรอ?แต่ไม่ต้องกังวล เป็นความจริ
เย่เทียนหยู่รับประกัน“ได้ ฟังคุณพูดแบบนี้ พวกเราก็สบายใจแล้วล่ะ”มาถึงตอนนี้ ไม่มีใครสงสัยอะไรอีก สุดท้ายจึงเหลือเพียงแค่ผู้เสียหายและผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายเท่านั้นแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีบางคนอาศัยโอกาสแกล้งเป็นญาติหรือเพื่อนของผู้เสียหายเพื่ออยู่ต่อแต่เย่เทียนหยู่ไม่ได้ถือสา พร้อมยังให้พวกเขาเข้าไปด้านในหลังจากที่เข้ามาด้านใน หลินหว่านหรูก็พูดขึ้นทันที “ขอบคุณทุกคนที่ให้ความไว้วางใจฉันนะคะ ครั้งนี้เราได้สร้างความเสียหายใหญ่หลวง และบริษัทจะต้องชดเชยให้อย่างเหมาะสมแน่นอนค่ะ”“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาจุดดำบนใบหน้าของทุกคน เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้ฉันจะให้ลงทะเบียนรักษารอยดำ แล้วอีกพักเรามาคุยเรื่องการชดเชยกันค่ะ”หลังจากฟังจบ ผู้คนต่างก็พากันพยักหน้าแต่ก็มีบางคนที่ทำทีกระซิบกระซาบราวกับกำลังหารืออะไรกันอยู่เป็นไปตามที่คาด ผ่านไปไม่นานชายหนุ่มผู้นำคนหนึ่งก็เอ่ยปาก “ไม่รีบร้อนหรอก ผมคิดว่าบริษัทสร้างบาดแผลทางร่างกายและจิตใจให้ทุกคนมากขนาดนี้ น่าจะคุยเรื่องเงินชดเชยกันก่อนนะ”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอไม่โง่และเธอก็มองออกในทันที ว่าคนพวกนี้อยากได้เงินก้อน
ประจวบเหมาะกับที่หลินหว่านหรูเองก็เกือบจะจัดการธุระเสร็จแล้ว เย่เทียนหยู่มองดูนาฬิกาครู่หนึ่ง เวลาเพิ่งจะสิบโมงกว่า ๆ ดังนั้นจึงมีเวลาอีกเหลือเฟือให้เขารีบกลับไป“แม่ของคุณกับคนอื่น ๆ ล่ะ หรือพวกเขากลับไปกันแล้ว?” เย่เทียนหยู่รู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย นานแล้วที่ไม่ได้เจอพวกเขา แถมยังเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ขึ้นอีก ไม่คิดจะอยู่พูดคุยกันหน่อยรึไง“กลับไปกันแล้ว!”สีหน้าของหลินหว่านหรูเริ่มมืดมนลงเล็กน้อย “ไม่ใช่ว่าคุณต้องรีบกลับไปจัดการธุระเหรอคะ พวกเราเองก็กลับกันเถอะ”“ได้!”เย่เทียนหยู่พยักหน้า เขาสตาร์ทรถและขับออกไปทันที ระหว่างทาง เขาหันไปมองหลินหว่านหรูที่ดูเหมือนว่าเธอมีอะไรอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล่าเอ่ยปาก เขาจึงถามออกไปว่า “หว่านหรู คุณเป็นอะไรรึเปล่า หรือมีเรื่องอะไรที่ทำให้คุณลำบากใจรึเปล่า?”“หรือจะเป็นเรื่องสูตรนั่น?”เมื่อเห็นว่าเย่เทียนหยู่เป็นฝ่ายเริ่มพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน หลินหว่านหรูก็พยักหน้าทันที ก่อนจะพูดซ้ำสิ่งที่แม่ของเธอเพิ่งจะพูดไปออกมาเย่เทียนหยู่ส่ายหัว พร้อมพูดอย่างช่วยไม่ได้ออกไปว่า “ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สูตรส่วนผสมสูตรเดียวเอง ผมเขียนให้ตอนนี้เลยก็ได้ และจะ
“ได้สิ”ทันทีที่แม่ตระกูลหลินพูดจบ เธอก็รีบเดินจากไป พร้อมกับสาปแช่งอยู่ในใจใครขอให้แกมากัน ไม่รู้จะมาทำไม มาแย่งบริษัทไปจากฉันรึไงฝันไปเถอะ!หลินซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่สิ่งที่แกคิดจะเอาก็เอาไปได้ง่าย ๆ หรอกนะ!ถ้าเธอรู้แต่แรก ว่าอีกไม่นานหลินหว่านหรูจะได้นั่งตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของเทียนเฟิงกรุ๊ป และได้กลายเป็นผู้จัดการระดับสูงของกลุ่มบริษัทที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านแบบนี้ เธอไม่มีทางคิดเช่นนี้แน่พ่อตระกูลหลินรู้สึกทำอะไรไม่ถูก อันที่จริง เขาไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของแม่ตระกูลหลินสักเท่าไหร่ แต่ถึงยังไงเมื่อก่อนทุกการตัดสินใจก็มักจะขึ้นอยู่กับแม่ตระกูลหลิน แถมตอนนี้ท่าทีของเธอก็ยิ่งเหมือนบูเช็คเทียนเข้าไปทุกวัน ไม่ว่าเธอพูดจะอะไร ตนก็ได้แต่ต้องทำตามเท่านั้น ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็เดินตามหาหลงเจี๋ยจนเจอ จากนั้นหลงเจี๋ยก็ถามออกไปด้วยความโกรธทันที “เย่เทียนหยู่ นี่คุณหมายความว่ายังไง ก่อนหน้านี้ทำไมคุณถึงต้องหลอกฉันด้วย?”“ผมหลอกคุณงั้นเหรอ?” เย่เทียนหยูรู้สึกสับสน“ยังไม่ยอมรับอีกงั้นเหรอ เห็น ๆ อยู่ว่าคุณคือราชามังกรแห่งพรรคมังกร ไม่บอกฉันก็ช่างเถอะ แต่นี่ยังจะแสร้งบ
เย่เทียนหยู่ที่เห็นฉากนี้ ก็อดส่ายหัวไม่ได้ จึงพูดขึ้นว่า “หว่านหรู ในเมื่อทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พอดีเมื่อกี้คุณตำรวจหลงมีเรื่องที่ต้องคุยกับผมน่ะ ผมขอไปหาเธอหน่อยนะ”“อือ คุณไปเถอะ”เมื่อกี้ตอนที่หลงเจี๋ยเชิญเขา หลินหว่านหรูที่อยู่ข้าง ๆ เองก็รู้เรื่องนี้ดีหลังจากนั้นเย่เทียนหยู่จึงเดินจากไปเมื่อเย่เทียนหยู่เดินจากไปแล้ว คนที่เหลือก็เดินไปหาเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบคดี หลังจากที่สื่อสารกันไปมาสักพัก หลินหว่านหรูก็ได้เซ็นลงไปส่วนเรื่องเงินชดเชย แน่นอนว่าเธอไม่ต้องการเลยสักบาทเมื่อเห็นว่าในที่สุดปัญหาก็ได้คลี่คลายลงแล้ว แม่ตระกูลหลินก็รู้สึกโล่งใจอย่างมาก เธอจึงกอดหลินหว่านหรูเอาไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความซาบซึ้งออกไปว่า “หว่านหรู ขอบคุณมากนะ!”“ก่อนหน้านี้แม่ทำผิดพลาดไปมากมาย แต่ลูกก็ยังปกป้องแม่ตลอด ลูกเป็นลูกสาวที่ดีที่สุดในโลกเลย แม่รักลูกนะ!”คำพูดที่หวานซึ้งเช่นนี้ หลินหว่านหรูถึงกับทนรับเอาไว้ไม่ไหว แต่การที่แม่สามารถแสดงมันออกมาได้ มันก็ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขมากแล้ว“หว่านหรู ลูกวางใจได้ ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าตัวเองผิด ต่อไปจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีก แม่จะดูแลบริษัทใ
ในตอนที่เพิ่งจะเดินเข้าไป ก็เห็นว่าพ่อตระกูลหลินกำลังเดินออกมา พร้อมกับพูดด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นออกไปว่า “หว่านหรู ในที่สุดแกก็มาแล้ว ขืนแกยังไม่มา แม่แกคงอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว”หลินหว่านหรูขมวดคิ้ว เธอแทบไม่เชื่อสิ่งเหล่านี้เลยแม้แต่น้อยสีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชาอย่างมากเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความเย็นชาของทั้งสอง สีหน้าพ่อตระกูลหลินก็ดูหมดหวัง และคิดว่าหลายสิ่งที่พวกเขาทำมันเกินไปแล้วจริง ๆ เขาจึงไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปดีเป็นเพราะเขาเดินตามทั้งสองเข้าไป พ่อตระกูลหลินถึงเข้าไปด้วยได้ เดิมที เขาแค่จะมาดูแม่ตระกูลหลินเท่านั้นภายใต้การนำทางของตำรวจ หลินหว่านหรูและเย่เทียนหยู่ก็ได้มาถึงห้องขังที่แม่ตระกูลหลินอยู่แม่ตระกูลหลินเองก็รู้ว่าหลินหว่านหรูมาถึงแล้ว ทันทีที่เห็นทั้งสอง เธอก็รีบลุกขึ้น และเดินมาหาทันที ดวงตาของเธอแดงก่ำ ก่อนจะตะโกนออกไปว่า “หว่านหรู ลูกรักของแม่ ลูกมาแล้วเหรอ!”มองดูดวงตาที่แดงก่ำของแม่ตระกูลหลิน บวกกับท่าทีตื่นเต้นโดยเฉพาะสีหน้าที่ดูอ่อนเพลียและซีดเซียวของเธอ แม้แต่ผมเผ้าเองก็ยังดูยุ่งเหยิงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งทำให้เธอดูน่าสงสารอย่างมากบวกกับที่เธอพูดคำว
คุณนายไป๋ถูกหัวหน้าใหญ่ไป๋จ้องตาเขม็ง สีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบพูดออกมาเบา ๆ ว่า “พี่เฉินคะ พะ พี่เป็นอะไรไป?”“เธอคิดว่ายังไงล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ พวกเราจะมาถึงจุดนี้ได้ยังไง!”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่“ละ แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะ ถึงต่อให้ฉันเป็นคนที่สร้างเรื่องขึ้นมา พี่ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงจะสามารถจัดการเขาได้?”“เดิมทีมันก็อาจจะได้ แต่เมื่อกี้พยัคฆ์ทมิฬเพิ่งรายงานว่า เขาอาจจะเป็นราชามังกรแห่งพรรคมังกรก็ได้ และจากสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็ดูเหมือนจะมีโอกาสมากถึงแปดเก้าส่วนที่จะเป็นเรื่องจริง”“หากว่าเขาเป็นราชามังกรจริง ๆ ล่ะก็ เกรงว่าแม้แต่สำนักเจวี๋ยฉิงก็ทำอะไรเขาไม่ได้”ไป๋เฉินพูดด้วยความโกรธ“หา ไม่จริงน่า เป็นไปได้ไหมที่พยัคฆ์ทมิฬกำลังหลอกพี่อยู่”“เขาไม่มีทางหลอกฉันแน่”ไป๋เฉินถอนหายใจ ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว เขาถูกภรรยาชักจูงแบบผิด ๆ มาตั้งแต่แรก ต่อให้ตอนนี้ตนได้รู้เรื่องราวทั้งหมด แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่ปัญหาในการจัดการกับเย่เทียนหยู่ แต่เป็นจุดตันเถียนของเขา มันจะยังสามารถฟื้นฟูกลับมาไ
จากนั้น ไป๋เฉินก็หยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ดูประณีตออกมาจากตัว เขานำมันติดตัวมาด้วย จากนั้นจึงยื่นให้เย่เทียนหยู่ด้วยท่าทีที่ไม่เต็มใจสักเท่าไหร่นี่คือสมบัติที่แม้แต่เขาก็ยังรู้สึกตื่นเต้น ว่ากันว่า หากกลั่นมันออกมาเป็นยา ก็จะสามารถช่วยให้ทะลวงเข้าสู่ระดับปรามาจารย์ได้ทันทีหากไม่ใช่เพราะแรงกดดันที่น่ากลัวจากสำนักเจวี๋ยฉิง เขาก็คงคิดที่จะเก็บมันเอาไว้ใช้เองเขาเคยเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว ตอนที่ยอดฝีมือจากสำนักเจวี๋ยฉิงต่อสู้กับปรมาจารย์ที่น่ากลัวคนหนึ่ง กระบวนท่าเดียว ใช้เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น ก็สามารถฆ่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์คนนั้นได้ในทันทีดังนั้น การที่ไอ้เด็กนี่มันกล้าท้าทายอำนาจสำนักเจวี๋ยฉิงแบบนี้ มันจะต้องตายอย่างแน่นอนเย่เทียนหยู่รับกล่องมา ก่อนจะเปิดดูด้านใน และพบว่านั่นคือดอกบัวสีเจ็ดสีจริง ๆ สิ่งนี้มีประโยชน์อย่างมากเมื่อมาอยู่ในมือของเขา เขาจึงรับเก็บมันไว้ทันที แล้วพูดด้วยท่าทีเรียบเฉยออกไปว่า “เห็นแก่ของเล่นชิ้นนี้ ผมจะปล่อยคุณไปสักครั้งก็แล้วกัน”“จำไว้นะว่า อีกสี่หมื่นห้าพันล้าน จะต้องถูกโอนเข้าบัญชีภายในหนึ่งวัน เพราะไม่อย่างนั้น ก็รอรับผลที่จะตามมาได้เลย!”ทันที
เมื่อคุณนายไป๋ได้ยินดังนั้น เธอก็รีบโต้กลับทันที “หากเป็นสมบัติธรรมดาพวกเขาต้องไม่สนใจอยู่แล้ว แต่นี่เป็นถึงดอกบัว......”“เลิกพูดมากได้แล้ว!”เมื่อกี้หยุดเอาไว้ไม่ทัน ตอนนี้ไป๋เฉินจึงรีบพูดห้ามขึ้นทันที “พูดจาไร้สาระให้มันน้อย ๆ หน่อย ทางที่ดีแกก็รีบปล่อยพวกเราไปซะ เพราะไม่อย่างนั้น ผลที่จะตามมาอาจเกินกว่าที่แกจะรับไหวก็ได้”เย่เทียนหยู่หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดออกไปว่า “คุณนับว่าฉลาดกว่าภรรยาคุณอยู่นะ หากเป็นเธอล่ะก็ ป่านนี้เธอคงสั่งให้ผมรีบขอโทษและยอมรับผิดไปแล้ว” “แต่ว่านะ ถึงยังไงก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี! อย่าว่าแต่สำนักเจวี๋ยฉิงอะไรนั่นเลย ต่อให้เป็นสำนักที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน วันนี้ หากคุณยังไม่คืนเงินล่ะก็ ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ช่วยพวกคุณไม่ได้ทั้งนั้น”สีหน้าของไป๋เฉินเปลี่ยนไปทันที เขาทั้งโกรธและตกใจ “นี่แกไม่กลัวสำนักเจวี๋ยฉิงจริง ๆ หรือว่าแกไม่รู้ว่าสำนักเจวี๋ยฉิงมีการดำรงอยู่ที่น่ากลัวมากแค่ไหนกันแน่?”“รู้หรือไม่มันก็ไม่สำคัญหรอก ผมจะให้โอกาสคุณเป็นครั้งสุดท้าย สี่หมื่นห้าพันล้าน จะให้หรือไม่ให้? !”สีหน้าเย่เทียนหยู่ดูเย็นชา เขาเสียเวลามามากพอสมควรแล้ว เขาไม่อยากพูด
แต่สิ่งนี้ก็ยืนยันได้อย่างชัดเจนแล้วว่า หัวหน้าใหญ่ไป๋ถูกจัดการแล้วจริง ๆ เขาถูกทำลายแล้วอย่างสิ้นเชิงคุณนายไป๋หน้าซีด สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกตกใจและหวาดกลัว เธอทรุดตัวลงบนพื้นด้วยความอ่อนแรง ในเวลานี้ เธอก็เข้าใจแล้วว่าเทพสงครามในสายตาของเธอได้ถูกทำลายลงแล้วจริง ๆเพราะความทะเยอทะยานของเธอ จึงทำให้ผู้ชายของเธอได้กลายเป็นคนที่ไร้ประโยชน์ไปโดยสิ้นเชิง!ผ่านไปนานพอสมควร ในที่สุดไป๋เฉินก็สงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง ก่อนจะถามออกไปด้วยความกลัวว่า “แกเป็นใครกันแน่?”“ผมเป็นใครไม่สำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญก็คือ เงินอีกสี่หมื่นห้าพันล้านจะต้องเข้าบัญชีเดี๋ยวนี้” เย่เทียนหยูกล่าวด้วยท่าทีเรียบเฉย “ภรรยาของคุณไม่สามารถเอาออกมาได้ แต่ตัวคุณก็น่าจะไม่มีปัญหาสินะ?”สีหน้าไป๋เฉินดูไม่ดีมากนัก เขารู้สึกเกลียดชังอีกฝ่ายอย่างมาก ที่ทำให้ชี่แท้ของตนถูกทำลาย เขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาออกไปว่า “เงินก้อนนี้ฉันจะไม่มีวันมอบให้แน่นอน”“ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ค่อยสนใจชีวิตภรรยาของคุณเลยสินะ”“พี่เฉินคะ......”คุณนายไป๋ลนลานขึ้นมาทันที เงินไม่มีก็หาใหม่ได้ แต่ถ้าคนตายไปแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางกลับมาได้อีก เ
แต่ในขณะที่ทุกคนคิดว่าหัวหน้าใหญ่ไป๋มีโอกาสที่จะชนะแบบร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่นั้น เย่เทียนหยู่ก็กลับส่ายหัว ก่อนจะยกมือขวาขึ้นมา พร้อมกับก้าวไปข้างหน้าด้วยท่าทางที่ดูสบาย ๆซึ่งมันก็เป็นการรับมือที่สบายมากจริง ๆ ไม่นาน เขาก็สามารถจับกรงเล็บที่เต็มไปด้วยพลังแห่งจิตสังหารของหัวหน้าใหญ่ไป๋เอาไว้ได้หัวหน้าใหญ่ไป๋ยังคงรู้สึกตื่นเต้นไม่หาย แต่เขาก็กลับพบว่ามือที่เขาใช้โจมตีนั้น ได้ถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้ได้ นอกจากนี้ สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นก็คือ พลังที่อยู่ภายในมือของเขากลับจางหายไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วยทะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้!จากนั้นก็พบว่าร่างกายไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป และถูกอีกฝ่ายเหวี่ยงออกไปตามแนวระนาบ ก่อนจะกระแทกลงอย่างรุนแรงอ้าก!หัวหน้าใหญ่ไป๋ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เขาจึงส่งเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและน่าสงสารออกมา ไม่นานความเจ็บปวดก็กระจายไปทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งทำให้ร่างกายของเขาถึงกับต้องสั่นสะเทือนเดิมทีด้วยพลังที่เขามี เขาสามารถทนต่อความเจ็บปวดทั่วไปได้ แต่ในครั้งนี้ เขาไม่สามารถทนได้จริง ๆคุณนายไป๋รู้สึกสับสนทันทีนะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?ลูกน้องที่ตามมาด้วยต