ใบหน้าของหลิวเจี๋ยน่าเกลียดมาก เขาไม่เคยคิดเลยว่าแพทย์เซียนคนนี้จะเป็นเย่เทียนหยู่เมื่อกี้เขายังคิดแม้กระทั่งอยากจะเป็นลูกสมุนของคนที่เป็นศัตรูเลยด้วยซ้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาจงใจแอบอ้างความดีความชอบ ความสำเร็จเหล่านี้เป็นของเย่เทียนหยู่ แล้วใช้สิ่งนี้เพื่อเยาะเย้ยและโจมตีเย่เทียนหยู่น่าอับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเมื่อเห็นสายตาของซูถิงที่กำลังจับจ้อง เขาก็อยากจะมุดรูหนีไปให้รู้แล้วรู้รอดแน่นอนว่าในตอนนี้หลินหว่านหรูเชื่อคำพูดของเย่เทียนหยู่แล้วโดยเฉพาะเมื่อเธอได้รู้ว่า อาจารย์ของเย่เทียนหยู่เป็นแพทย์เซียนที่ปู่ของเธอเรียก แม้ว่าเธอจะไม่เชื่อสิ่งที่เรียกว่าแพทย์เซียน แต่เธอก็เชื่อในความแม่นยำของเครื่องมือสมัยใหม่มากกว่าแต่ไม่มีหลักประกันว่าแพทย์เซียนเฒ่าจะมีสูตรลับเฉพาะที่สามารถรักษาโรคที่ยากและซับซ้อนได้“เทียนหยู่ก่อนหน้านี้ฉันเข้าใจนายผิด ฉันขอโทษนะ” ถึงหลินหว่านหรูจะไม่ชอบเย่เทียนหยู่ แต่คราวนี้มันเป็นความผิดของเธอจริงๆเย่เทียนหยู่ตกตะลึงไปชั่วครู่หนึ่ง เขาส่ายหัวแล้วพูดอย่างใจเย็น “ก็แค่ความเข้าใจผิดเล็กน้อยระหว่างสามีภรรยาน่ะครับ ไม่จำเป็นต้องขอโทษผมหรอก”ใบหน
คุณพ่อตระกูลหลิวพูดอย่างเคร่งขรึม เดิมทีเขาอยากพบกับบุคคลสำคัญของประธานหยางเพื่อหาทางช่วยบริษัทของเขา แต่ตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะพบเขาไม่มีอะไรที่หอการค้าสามารถช่วยเขาได้หลิวเจี๋ยวางสายโทรศัพท์ ดวงตาของเขามีแสงเห็นความเย็นชาวูบไหวเขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่ามีเพียงตระกูลหลินเท่านั้นที่ไว้วางใจเขาเป็นอย่างมาก และก็หลอกได้ง่ายเป็นพิเศษแต่ว่า เขายังไม่ได้ร่างกายของหลินหว่านหรู หากเขาไม่สามารถเอาชนะไอ้คนขี้แพ้อย่างเย่เทียนหยู่ได้ เขาทำใจไม่ได้จริง ๆซูถิงนั่งอยู่ในรถ เธอไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกผิดต่อเย่เทียนหยู่ แต่ยังรู้สึกว่าเย่เทียนหยู่ทำให้เธออับอายด้วย จากนั้นเธอก็จงใจถามเขา “เย่เทียนหยู่ ทำไมเมื่อกี้ประธานหยางไม่ให้นายขึ้นไปและพูดอะไรสักหน่อยล่ะ?”เย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ และพูดว่า “บางทีเขาคงยุ่งมั้งครับ”“เขาก็ต้องงานยุ่งแน่อยู่แล้วหรอกย่ะ แต่เขาก็คงไม่ถึงกับไม่มีเวลาแค่สองสามนาทีหรอก ในความคิดของฉัน เขาไม่อยากคุยกับนายเละก็ไม่อยากเสียเวลากับนายด้วย”“ก็อาจจะมั้งครับ” เย่เทียนหยู่ดูไม่แยแส“ดูนายสิ ดูท่าทางไม่แยแสของแกสิ นายรู้ไหมว่านี่หมายถึงอะไร?”“หมายความว่
“เข้าใจผิด หรือว่าทำไม่สำเร็จเหรอ?” ทั้งสองตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจึงถามอย่างเร่งด่วน“ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ คือหนูหมายถึงการได้เข้าร่วมหอการค้าในครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับนายน้อยหลิว แต่ต้องขอบคุณเย่เทียนหยู่ต่างหากค่ะ” หลินหว่านหรูกล่าว“มันไม่เกี่ยวอะไรกับนายน้อยหลิว แต่ต้องขอบคุณเย่เทียนหยู่gsiv?”“หว่านหรู ลูกไม่ได้ป่วยใช่ไหมลูก”ทั้งสองตกตะลึงและรู้สึกเหลือเชื่อมากแม้แต่คุณปู่หลินยังตกตะลึง จะเป็นไปได้ยังไง แต่เขารู้ดีว่าหลานสาวของเขาไม่มีทางชมเขาโดยใช่เหตุแน่ ก็ในเมื่อเธอเองก็เกลียดเขาเหมือนกัน“มันเป็นเรื่องจริงค่ะ”หลินหว่านหรูรีบเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้นอย่างรวดเร็ว“อย่างนี้เองสินะ!”คุณปู่หลินพูดอย่างมีความสุข “เทียนหยู่ ไม่คิดว่าทักษะการรักษาของหลานจะทรงพลังขนาดนี้ ดูเหมือนว่าหลานจะได้รับมรดกความสามารถมาจากแพทย์เซียนเฒ่าเต็ม ๆ เลยนะ”“ขอบคุณครับคุณปู่” เย่เทียนหยู่กล่าวอย่างสุภาพ“นี่ไม่ใช่การเยินยอนะ เมื่อวันก่อนตอนที่เราคุยกันเรื่องนี้น่ะ หลานวางแผนที่จะใช้ความช่วยเหลือนี้เพื่อช่วยเราใช่หรือเปล่า?” คุณปู่หลินถาม“ก็ถือว่าใช่นะครับ”“อย่างนั้นเองสินะ ตอนนั้นปู่ผิดเอง ไม
“ผมเข้าใจแล้ว” เย่เทียนหยู่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตอบไปแบบนี้“งั้นก็ดีแล้วล่ะ งั้นรอให้ฉันโน้มน้าวคุณปู่ก่อน แล้วเราจะไปเอาใบหย่ากัน”“อืม”เย่เทียนหยู่พยักหน้า แม้ว่าในใจเขาจะลังเลเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่เคยบังคับให้คนอื่นต้องทำเรื่องไม่เต็มใจหลินหว่านหรู ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและหวังว่าเย่เทียนหยู่จะเข้าใจจริงๆ เพราะยังไงท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ไม่ได้มาจากโลกใบเดียวกัน และพวกเขาก็จะไม่มีความสุขหากถูกบังคับให้ต้องคบหากันเมื่อกลับมาที่ห้อง เย่เทียนหยู่กำลังจะนอนราบ โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้น เป็นสายโทรเข้าของหยางเฉียนเฉียน“คุณหนูหยาง!”“บอกให้คุณเรียกชื่อเฉียนเฉียนไม่ใช่เหรอคะ?” หยางเฉียนเฉียนแสดงท่าทีไม่พอใจ“ก็ได้ครับ เฉียนเฉียน!”“ไม่ยินยอมขนาดนั้น นี่ฉันน่ารังเกียจเหรอคะ”“จะเป็นไปได้ยังไงล่ะครับ ถ้าผู้ชายคนไหนบอกว่าคุณน่ารังเกียจก็พิสูจน์ได้เลยว่าเขาน่ะไม่ใช่ผู้ชายแน่”“ต้องอย่างนี้สิคะ คืนนี้พรุ่งนี้คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”“มีอะไรเหรอครับ?”“ไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนฉันสักงานได้ไหม”“ผมไม่สนิทกับคุณซะหน่อย จะไปงานเลี้ยงมาชวนผมทำไมเล่า?”“คุณเป็นพี่เย่ของฉันนะคะ จ
ไอ้สารเลวคนนี้ ยังจะพูดว่าไม่ได้บอกอะไรกับเธอนี่เพิ่งวันที่สอง ก็อดไม่ได้ที่จะนัดเจอกันแล้วหลินหว่านหรูรู้สึกฉุนเฉียวในใจเล็กน้อย โดยเฉพาะตอนที่ตัวเองคิดจะพาเขาไปตามนัดในคืนนี้เย่เทียนหยู่จนปัญญา จึงรีบขึ้นรถหยางเฉียนเฉียนสีหน้าไม่พอใจ สตาร์ทรถขับออกไปทันทีเมื่อเห็นทั้งสองคนขับรถออกไป หลินหว่านหรูโมโหอย่างมาก เธอก็ไม่รู้ว่าทำไม ทั้ง ๆ ที่ตัวเองพูดเต็มปากเต็มคำใช้ให้เย่เทียนหยู่ไสหัวไปแต่ในตอนที่เธอเห็นเย่เทียนหยู่คลุกคลีอยู่กับสาวสวยคนอื่นก็รู้สึกไม่พอใจต้องเป็นเพราะตอนนี้เขาแต่งงานกับตัวเองแล้วออกไปมั่วสุม เท่ากับว่ามีชู้ขณะยังแต่งงานอยู่ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน!ไม่สนใจเขาแล้ว อย่างไรทั้งสองคนก็ไม่ใช่คนระดับเดียวกัน ไม่ช้าก็เร็วต้องเป็นแบบนี้เรื่องสำคัญในตอนนี้ คือเอาเงินกู้ก้อนใหญ่ของธนาคารมาให้ได้ตอนนี้ไม่มีคนสังเกตเห็นว่า มีบุคคลหนึ่งท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เห็นเย่เทียนหยู่ออกไป ก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออกทันที: “นายน้อยหลิว เย่เทียนหยู่ออกไปแล้วครับ”“ดี!”หลิวเจี๋ยวางสายไป และกดโทรออกทันทีวันนี้ ต้องทำให้ไอ้หมอนี่รับรู้ว่า ล่วงเกินตัวเองจะได้รับผลที่ตามมาที่น่าหวา
และก็บังเอิญมาก เพราะหยางต้าฝูรู้ว่าลูกสาวไปหาเย่เทียนหยู่ จึงตั้งใจถอนหน่วยรักษาในที่ลับ เพราะเขาไม่อยากถูกราชามังกรเข้าใจผิด ว่าตัวเองสั่งคนไปสะกดรอยตามเขา“ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่”เย่เทียนหยู่พูดปลอบเสียงเบาไม่รู้ว่าทำไม เพียงแค่ได้ยินประโยคนี้ หยางเฉียนเฉียนรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก จากนั้นพยักหน้าพูด: “อืม ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรดี?”“ทำอย่างไรเหรอ?”“แน่นอนว่ามีแค้นต้องชำระ มีความเกลียดชังต้องตอบแทน!”หยางเฉียนเฉียนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างรีบร้อน: “แต่พวกเขามีหลายคน แถมยังมีมีด พวกเรารีบโทรศัพท์บอกให้พ่อฉันสั่งคนมาช่วยพวกเรา”“ไม่ต้อง!”เย่เทียนหยู่พูดอย่างเรียบเฉยตอนนี้ชายสวมหน้ากากที่อยู่หน้าสุดเดินมาด้านข้างประตูรถ กระบองฟาดลงมาอย่างแรง ฟาดจนกระจกรถแตก แต่ในตอนนี้เอง เย่เทียนหยู่เปิดประตูรถอย่างแรง แรงที่เกิดขึ้นฉับพลันปะทะร่างกายของชายที่เป็นหัวโจกอย่างแรงฮึ่ม!ผู้ชายส่งเสียงอุดอู้ ถอยหลังไปสองสามก้าวเขายังไม่ทันปรับตัวกลับมา ก็รู้สึกว่าบริเวณท้องเกิดความเจ็บปวดรุนแรงขึ้น จากนั้นคนทั้งคนก็กระเด็นออกไปทันทีที่แท้เย่เทียนหยู่ลงจากรถในช่วงเวลาแรก ถีบเขา
ได้ยินคำพูดนี้ เย่เทียนหยู่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา จากนั้นส่ายหน้าพูด: “นายมันโง่จริง ๆ!”ถึงแม้ว่าจางลี่ไม่เห็นด้วย แต่ปากกลับรีบพูด: “ใช่ ผมมันคนโง่ คุณเย่คุณเป็นคนใหญ่คนโต ปล่อยผมไปสักครั้ง ผมรับรองว่าต่อไปไม่ทำอีกแล้ว”“ดูท่าทางของนาย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองโง่ตรงไหน!”“ช่างเถอะ ทำให้นายตายอย่างเข้าใจหน่อย ฉีเฟยกรุ๊ปใช้เวลาไม่นานก็จะล้มละลาย นายลงทุนเงินไปเท่าไหร่ ก็จะไม่ได้กลับมาสักนิด“นี่……”เห็นได้ชัดว่าจางลี่ไม่เชื่อ โดยเฉพาะตอนเช้าเขาได้ซื้อหุ้นไปห้าสิบล้านบาทแล้ว ถ้าหากไม่ใช่แบบนี้ ก็ไม่มีทางได้รับสายของหลิวเจี๋ยและปฏิบัติงานทันทีถึงขั้นที่ทุ่มเข้าไปมากมาย เงินห้าสิบล้านสำหรับเขาไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ ผลประโยชน์ตอบแทนทำให้เขาตื่นเต้นจนตัวสั่นมากยิ่งขึ้น“เชื่อไม่เชื่อแล้วแต่นาย ฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหลอกนาย”“เรื่องวันนี้ นายพูดมาสิว่าจะทำอย่างไร เพียงแค่คำขอโทษประโยคเดียว จะจบเรื่องในวันนี้ไม่ได้” เย่เทียนหยู่เอ่ยปากอย่างเรียบเฉย“นี่ หรือว่า พวกเราชดใช้ค่าเสียหายทางจิตใจให้คุณห้าล้านบาท?” จางลี่ถามอย่างระมัดระวัง“อย่าว่าแต่ห้าล้านบาท ห้าร้อยล้านบาทก็ไม่ได้”
“ไปอยู่แล้ว!”หยางเฉียนเฉียนพูดทันที นี่เป็นงานเลี้ยงที่เธอไปอยู่กับพี่เย่ที่เธอกว่าจะหามาได้“ได้ พวกเราเรียกแท็กซี่ไปกันเถอะ”เย่เทียนหยู่เรียกรถคันหนึ่ง ทั้งสองคนมาถึงจุดหมายปลายทางอย่างรวดเร็ว ดูเหมือนเป็นสโมสรที่หรูหรามากแห่งหนึ่ง เขาเดินตามหยางเฉียนเฉียนไป ไม่นานก็มาถึงที่ห้องโถงจัดเลี้ยงข้างในประดับตกแต่งอย่างหรูหรา แสงไฟระยิบระยับ มีหนุ่มหล่อสาวสวยมากมาย คนที่ประสบความสำเร็จชนแก้วดื่มแสดงความยินดีกัน และยิ่งมีดนตรีที่สง่างามและไพเราะโอบล้อมซ้ายขวาบรรยากาศทั้งหมดมีระดับชั้นสูงและสะดวกสบายแค่ดูก็รู้ว่าเป็นสถานที่รวมตัวของชนชั้นสูงหยางเฉียนเฉียนไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียขวัญหรือเปล่า จึงไปเข้าห้องน้ำ เหลือเพียงเย่เทียนหยู่ที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่นานนักก็มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่งเข้ามาและพูดตักเตือน: “ขอโทษด้วย ที่นี่เป็นงานเลี้ยงส่วนตัว คนนอกที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าไปข้างใน”เย่เทียนหยู่นิ่งอึ้งครู่หนึ่งและพูดอธิบาย: “เพื่อนของฉันพาเข้ามา ไม่ใช่คนนอกอะไร”“เป็นไปไม่ได้ สามารถเข้ามาที่นี่ได้ต่างเป็นคุณชายและคุณหนูของตระกูลโด่งดัง ทั้งร่ำรวยและมีเกียรติ นายดูสินายเ
บางทีอาจจะเป็นเพราะรอนานจนเกินไป คุณนายไป๋จึงเริ่มรู้สึกหมดความอดทนขึ้นมา เธอจึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกไปว่า “พี่เฉินคะ คนของสำนักเจวี๋ยฉิงนี่มันยังไงกันแน่”“เป็นถึงรองเจ้าสำนักแท้ ๆ แต่กลับไม่รู้จักมาให้ตรงเวลา แถมยังทำให้คนอื่นต้องรอนานขนาดนี้อีก”“หุบปาก หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตกใจ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่เขานั้นกลับรู้ดี สำนักเจวี๋ยฉิงเป็นสำนักที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมมากที่สุด ศิษย์ในสำนักแต่ละคนร้ายกาจกันทั้งนั้น กล้าพูดออกมาแบบนี้ได้ยังไงยิ่งไปกว่านั้น คนที่เธอด่าก็เป็นถึงรองเจ้าสำนักเจวี๋ยฉิง เป็นผู้แข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบได้เชียวนะ เกิดเขามาได้ยินเข้า เกรงว่าคงไม่ได้ตายดีแน่พี่เฉินแทบจะไม่เคยด่าเธอเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้เขากลับด่าเธอเพียงเพราะเธอพูดประโยคนี้ออกมานี่จึงทำให้คุณนายไป๋รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ก่อนจะบ่นออกไปว่า “ฉันพูดไร้สาระที่ไหน เห็น ๆ อยู่ว่ารองเจ้าสำนักคนนี้ทำตัวไม่มีเหตุผล เขาคิดว่าเขาเป็นใครกัน!”หัวหน้าใหญ่ไป๋ทั้งโกรธทั้งรน เขาอย่ากที่จะด่าเธอกลับแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงที่ค่อนข้างเย็นชาก็ดังขึ้นมาพร้อ
นอกจากนี้ ผลตอบแทนที่พวกเขาเสนอมาก็สูงมากเช่นกัน ไม่เพียงแต่จะได้รับค่าเซ็นสัญญาจำนวนสิบล้านบาทเท่านั้น ในอนาคตเธอยังจะได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าตอนที่เธอทำงานให้กับหลินซื่อกรุ๊ปอีกด้วยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็มาจากค่านิยมอันล้นหลามของเครื่องสำอางแบรนด์ปัวเรต์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ บวกกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่ผ่านมาของหลิวเหวิน นั่นจึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามองของหลาย ๆ บริษัทแต่เธอกลับไม่มีอารมณ์ที่จะทำมัน ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะปฏิเสธมันไปทั้งหมด!“บริษัทจัดหางาน ติดต่อหาคุณเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?” เย่เทียนหยู่ถามด้วยรอยยิ้ม“ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับประธานเย่นะคะ ไม่มีคุณ ฉันก็คงไม่มีชื่อเสียงแบบทุกวันนี้” หลิวเหวินตอบกลับ“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ทุกอย่างมันมาจากความสามารถของคุณเองทั้งนั้น เป็นไงบ้าง ตัดสินใจรึยังว่าจะไปทำงานที่ไหน?”“ยังเลยค่ะ!”“อันที่จริง ในใจของฉันยังรู้สึกเสียใจ แล้วก็ยังรู้สึกปล่อยวางไม่ได้อยู่น่ะค่ะ” หลิวเหวินพยักหน้า หลังจากที่เธอเรียนจบ เธอก็เข้ามาทำงานที่หลินซื่อกรุ๊ปทันที ทำงานอยู่ที่นี่มานานหลายปี
หลังจากที่เธอได้รับเงินสี่หมื่นหน้าพันล้านที่หัวหน้าใหญ่ไป๋รวบรวมมาอย่างยากลำบากแล้ว เธอกลับไม่อยากมอบมันออกไปเลยแม้แต่น้อยอันที่จริงเรื่องนี้ไม่ควรที่จะปล่อยให้มันยืดเยื้อ แต่นี่ระยะเวลาหนึ่งวันก็ได้ผ่านไปแล้ว แถมตอนนี้ หัวหน้าใหญ่ไป๋ก็ได้ทำการติดต่อกับสำนักเจวี๋ยฉิง ทั้งยังรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังแล้วด้วยด้วยเหตุนี้เธอจึงอยากที่จะลองเสี่ยงดวงดูสักครั้ง ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่มอบเงินก้อนนี้ออกไป!แต่ต่อให้เธอจะไม่โอนให้อีกฝ่าย ก็ไม่ควรจะเก็บเงินเอาไว้กับตัว จะต้องโอนเงินก้อนนี้ออกจากบัญชีของตัวเอง ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวหน้าใหญ่ไป๋รู้เรื่องนี้เข้าก็ได้เพราะเหตุนี้ ความคิดที่ยอดเยี่ยมจึงผุดขึ้นมาในหัวของเธอเธอจะต้องเอาเงินก้อนนี้ไปฝากไว้ที่วังเถี่ย น้องชายของเธอที่อยู่บ้านเกิดเสียก่อนวังเถี่ยที่เห็นตัวเลขมหาศาลขนาดนี้ก็รู้สึกตกใจ เขารับประกันว่าจะดูแลเงินก้อนนี้ให้ดีคุณนายไป๋ไม่มีความรู้สึกกังวลเลยแม้แต่น้อยว่าน้องชายจะคืนเงินก้อนนี้ให้เธอหรือไม่ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นน้องชายของเธอ แล้วอีกอย่าง นี่ก็เป็นเงินของตระกูลไป๋ วังเถี่ยไม่กล้าสร้างเรื่องวุ่นวายแน่นอนเป
“เธอน่ะ ระวังตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน!”หลี่ซินเยว่รู้สึกสั่นเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่าเธอเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่กี่วัน แต่ก็เคยได้ยินคนอื่น ๆ พูดถึงอยู่บ้าง ว่ากันว่าเบื้องหลังของไป๋เฉิงกรุ๊ปนั้นน่ากลัวมากตระกูลไป๋ไม่เพียงแต่เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองตะวันออกในปัจจุบันเท่านั้น เบื้องหลังของพวกเขาก็น่ากลัวไม่แพ้กัน พวกเขาเคยถูกขนานนามว่าเป็นจักรพรรดิใต้ดินอีกด้วยเธอรีบเดินออกไปจากตรงนี้ทันที หลังจากกลับไปแล้ว หลี่ซินเยว่ก็รีบเรียกหลิวซือซือให้มาหา แล้วบอกเรื่องนี้ให้เธอฟัง หลิวซือซือที่ได้ฟังก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที พร้อมทั้งแสดงท่าทีไม่ยินยอมออกมาอันที่จริงหลี่ซินเยว่ก็พอจะเดาได้แต่แรกแล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้บอกหลิวซือซือก็เท่านั้นในเมื่อหลิวซือซือกับเธอมีความคิดที่เหมือนกัน ดังนั้นพวกเธอจึงเลือกที่จะออกจากบริษัทแห่งนี้ อย่างไรก็ตาม พวกเธอก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายให้รู้ตัวก่อน เพราะพวกเธอเตรียมตัวที่จะจากไปในทันที ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครรู้เลยว่า คนพวกนี้จะแอบซ่อนแผนการชั่วร้ายอะไรเอาไว้รึเปล่าพวกเธอเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกัน ว่าควรจะขอใ
“เธอไม่ชอบผู้ชายงั้นเหรอ?”ตงซู่ชะงักไปครู่หนึ่ง วันวันเห็นเธออยู่แต่กับหลิวซือซือ คงไม่ใช่คู่ขากันหรอกนะ เป็นไปไม่ได้ ตัวเองจะต้องคิดมากไปแน่ ๆ เขาจึงพูดด้วยเสียงฮึดฮัดออกไปว่า “เธอเห็นฉันเป็นคนโง่อยู่รึไง?”“ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!” หลี่ซินเยว่ปฏิเสธตงซู่ส่งเสียง เฮอะ ออกมา พร้อมพูดขึ้นว่า “งั้นฉันก็ขอพูดกับเธอตามตรงเลยนะ ตำแหน่งของฉันอีกเดี๋ยวก็จะได้รับการเลื่อนขั้นแล้ว ขอแค่เธอยินยอมที่จะติดตามฉัน ตำแหน่งผู้จัดการก็จะเป็นของเธอทันที พอถึงตอนนั้น เธอจะมีทั้งเงินทอง และฐานะอย่างแน่นอน”“แต่ว่าฉันไม่ชอบผู้ชายจริง ๆ นะคะ!”“เธอแน่ใจนะ อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอคือคนที่ฉันรับเข้ามา เพราะงั้นฉันก็มีวิธีที่จะให้เธอถูกไล่ออกได้ทุกเมื่อเช่นกัน” ตงซู่พูดข่มขู่ด้วยความโกรธสีหน้าหลี่ซินเยว่เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะที่บ้านยังต้องพึ่งพาเธออยู่ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่รีบหางานทำแบบนี้ เธอต่างจากหลิวซือซือ เธอต้องการที่จะทำงานจริง ๆแต่เรื่องแบบนี้ ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่อาจยอมรับได้ เธอจึงส่ายหัว และพูดออกไปว่า “ต้องขออภัยด้วยค่ะ ฉันมั่นใจแล้วค่ะ!”ตงซู่โกรธจัด แต่จู่ ๆ ก็นึกถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องขึ้นมาได
หลี่ซินเยว่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เธอเหลือบมองดูเวลา ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ซือซือ ใกล้เวลาเข้างานแล้ว พวกเราต้องรีบไปกันแล้วนะ ไม่งั้นพวกเราจะสายเอาได้”“อ๋อ โอเค”หลิวซือซือรู้สึกตัว อันที่จริงเธอไม่อยากไปเลยสักนิด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นว่า “พี่เย่คะ งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ครั้งหน้า พวกเราขอมาหาพี่อีกได้ไหมคะ?”“ได้แน่นอน!”“ถ้าเจอปัญหาอะไร ก็โทรมาหาฉันได้ตลอดเลยนะ!”พอเย่เทียนหยู่นึกขึ้นได้ว่าไป๋เฉินกรุ๊ปเป็นบริษัทของหัวหน้าใหญ่ไป ก็เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้จะต้องไม่ธรรมดา ถึงยังไงก็เคยประมือกันมาแล้ว หากพวกเธอเกิดปัญหาขึ้นมาจริง ๆ อย่างน้อยพวกเธอก็ยังโทรมาขอความช่วยเหลือจากเขาได้“ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่เย่!”“งั้น ฉันเองก็ต้องขอบพี่เย่เหมือนกันนะคะ? !” หลี่ซินเยว่ยิ้ม เธอพูดออกไปด้วยความกล้า ตอนนี้เธอก็ไม่ได้อยู่ในบริษัทนั้นอีกต่อไปแล้ว พอเห็นหลิวซือซือเรียก เธอก็รู้สึกอิจฉา เธอเองก็อยากเรียกว่าพี่เย่เหมือนกันเย่เทียนหยู่ชะงักไปชั่วขณะ แต่มันก็แค่ชื่อเรียกเท่านั้น เขาจึงไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะพยักหน้าให้ทั้งสองเดินจากไป ดูจากท่าทางยิ้มแย้มที่ปรากฏบนใบหน้าของพวกเธ
“ก็ใช่น่ะสิคะ เห็นได้ชัดเลยว่าจัดการกันแบบมั่ว ๆ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทมีหวังล่มจมแน่ ๆ” หลี่ซินเยว่บ่นเสียงดัง“นั่นสิ พี่เย่คะ ไม่งั้นพี่ก็พูดกับประธานหลินให้หน่อยเถอะนะคะ บอกเธอช่วยพูดเกลี้ยกล่อมให้พวกเราที ไม่เช่นนั้น หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป บริษัทได้จบเห่จริง ๆ แน่” หลิวซือซือเองก็รีบพูดขึ้นมาด้วยเช่นกัน“เกลี้ยกล่อมอะไรกัน ให้ล้มละลายไปนั่นแหละดีแล้ว เพราะไม่อย่างนั้น นางแม่มดนั่นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดไปมากแค่ไหน”“แต่ว่า ถึงยังไงบริษัทนี้ก็เป็นความตั้งใจของประธานหลินเลยนะคะ” หลิวซือซือกล่าวเมื่อได้ยินแบบนั้น หลี่ซินเยว่ก็ไม่ได้พูดอะไร หากเธอรู้แต่แรกก็คงไม่พูดออกไป ด้วยความสามารถของประธานเย่ เขาสามารถช่วยบริษัทได้อย่างเต็มที่เดิมที เธอเองก็หวังว่าอยากให้บริษัทรีบล้มละลายเร็ว ๆ เหมือนกัน เธออยากจะเห็นจริง ๆ ว่านางแม่มดนั่นจะเสียใจมากแค่ไหนแต่ในขณะเดียวกันนั้นเอง เย่เทียนหยู่ก็พูดพร้อมรอยยิ้มออกมาว่า “หว่านหรูได้ออกมาจากบริษัทนั้นแล้ว อีกอย่าง หุ้นสักเปอร์เซ็นต์เดียวก็ไม่มี เธอแทบไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทเลยด้วยซ้ำ”“หา......”สองสาวนิ่งไปชั่วขณะ แม้ว่าข่าวลือ
ใบหน้าของทั้งคู่ไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น รูปร่างเองก็ยังโดดเด่นมากอีกด้วย ผิวพรรณขาวเนียน ขาเรียวยาวทั้งสองคู่ของพวกเธอ ทำให้มีสายตาหลายคู่หันมามองอยู่บ่อย ๆหลี่ซินเยว่ หลิวซือซือ พวกเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหากเป็นการทำงานนอกสถานที่จริง ๆ ก็ไม่น่าจะมาทานอาหารเช้าด้วยกันที่นี่ได้นะ เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ดูเหมือนว่าแถวนี้จะไม่มีโรงแรมใหญ่ ๆ อยู่เลยด้วยหรือว่าร้านเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีชื่อเสียงมาก ถึงทำให้ผู้คนแห่มากัน?แต่ก็เหมือนว่าจะไม่ได้เป็นแบบนั้นไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาจ้องนานเกินไปหรือเปล่า ถึงทำให้หลี่ซินเยว่สังเกตเห็นเขาได้ในทันทีเมื่อหลี่ซินเยว่เงยหน้าขึ้น สีหน้าก็แสดงถึงความประหลาดใจออกมา ก่อนจะพูดด้วยความดีใจออกมาว่า “ประธานเย่!”“ประธานเย่อะไรเหรอ!”หลิวซือซือตกใจเล็กน้อย หลังจากที่มองตามสายตาของอีกฝ่ายไป เธอก็รู้สึกตกตะลึงในทันที ก่อนจะพูดด้วยความตื่นเต้นออกไปว่า “พี่เย่!”อย่างไรก็ตาม ในขณะที่รู้สึกตื่นเต้นอยู่นั้นเอง เธอก็เขินอายเกินกว่าจะเดินเข้าไปหา อันที่จริง ที่เธอเดินทางมาเมืองหลวงพร้อมกันกับหลี่ซินเยว่ ก็เป็นเพราะเธอต้องการอยากเจอเย่เทียนหยู่เพราะว่าเรื่
เยว่เหลียนเวยที่ได้ยินดังนั้น ภาพที่โรงจอดรถก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอทันที ใบหน้าแดงก่ำ แต่ไม่นานเธอก็นึกถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวของเย่เทียนหยู่ขึ้นมาได้ เธอจึงพูดด้วยท่าทีเกร็ง ๆ ออกไปว่า “คุณชายเย่มีฝีมือที่เลื่องชื่อขนาดนี้ อย่าล้อกันเล่นเลยค่ะ!”“ฮ่า ๆ......”เย่เทียนหยู่ไม่สามารถกลั้นหัวเราะเอาไว้ได้ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “พี่สาวเยว่ นี่คุณไม่คิดที่จะรับศิษย์น้องแล้วงั้นเหรอ”“คุณชายเย่ล้อเล่นแล้วค่ะ ตอนนั้นฉันแค่พูดเล่น ๆ เท่านั้น” เยว่เหลียนเวยรีบพูดขึ้นมาเยว่เหลียนหานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย น้องสาวของเธอมักเป็นคนที่ใจกล้ามาโดยตลอด แต่วันนี้กลับหน้าแดง แถมยังตัวเกร็งอีกต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็คิดไม่ถึงเลยว่าน้องสาวของเธอจะถึงขั้นทำให้คุณชายเย่เรียกเธอว่าพี่สาวได้เย่เทียนหยู่ยิ้มเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “แม่ครับ เรื่องทางนี้เองก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว พรุ่งนี้เช้า ผมต้องออกเดินทางแล้วนะครับ”“เดินทางพรุ่งนี้เช้า ลูกจะไม่เข้าร่วมงานประชุมพรุ่งนี้ด้วยกันเหรอ?”“ไม่ล่ะครับ งานประชุมในวันพรุ่งนี้ ผมมอบหมายให้หลินเจวี๋ยเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของ