ปารดาหน้านิ่วคิ้วขมวดที่โต๊ะทำงานประจำตำแหน่งมีเอกสารต้องเซ็นนิดหน่อยหลังจากกลับมาจากการประชุมโดยมีธนาทิมคอยช่วยดูและอธิบายให้ฟัง มีชนาวินคอยมองอยู่ห่างๆ ส่วนเหล่าบอดี้การ์ดยืนคุมสถานการณ์ที่ด้านนอก ใครก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาติจากปารดาจะไม่มีสิทธิ์เข้าไปด้านในจนกระทั่งเวลาเลิกงาน ชนาวินก็พาปารดากลับบ้านด้วยรถที่สุรเดชส่งมาให้ใช้ มีบุญบอดี้การ์ดที่พ่วงตำแหน่งคนขับรถมือดีคอยดูแล และมีรถของบอดี้การ์ดอีกคันขับตามมาอีกที ส่วนป่าสนน่ะเขาให้คอยช่วยงานพ่ออยู่ที่เชียงใหม่อีกทีเผื่อมีอะไรต้องจัดการ"หิวจัง" ปารดาบ่นขึ้นมา เมื่อกลางวันเธอทานได้น้อยเพราะเครียดก่อนเข้าประชุม แล้วตอนนี้ท้องก็เริ่มร้องแล้ว"เดี๋ยวเฮียสั่งอะไรให้ทานนะคะ" ชนาวินที่โอบปารดาเอาไว้หลวมๆลูบมือที่แขนแล้วกดสั่งอาหารให้ไปส่งที่คอนโดปารดาอิงแอบสามีอย่างสบายใจ เมื่อเช้าเธอกังวลไปเสียหมด ทั้งหวาดกลัวทั้งเครียด กลัวว่ามันจะออกมาไม่ดีและกลัวจะถูกโจมตี แต่พอมาถึงตอนนี้ เธอรู้สึกโชคดีที่มีกำลังใจคนนี้อยู่ข้างๆ มันทำให้เธอผ่านพ้นอุปสรรคมาได้ และต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไร เธอจะไม่กลัว"พ่อเลี้ยงครับ มีรถแปลกๆตามมาครับ" บุญที่รับหน้าที
พูดคุยกันอยู่พักใหญ่ก็วางสายไป ปารดามองคนตัวโตที่ตอนนี้มีแต่รอยฟกช้ำเต็มไปหมด"ไปหาหมอไหมคะ หนูเป็นห่วง เผื่อช้ำใน" หญิงสาวยกผ้าที่มีน้ำแข็งอยู่เพื่อประคบแตะเบาๆที่โหนกแก้มให้จนอีกคนสะดุ้งเลื่อนมือมาจับมือเล็กไว้"ไม่เอาครับ เฮียมีพยาบาลส่วนตัวแล้วนี่" เขาจับมือบางใช้นิ้วถูที่มือเล็กเบาๆ รอยยิ้มอ่อนโยนผุดขึ้นมาก่อนจะดึงมือน้องมาประทับจูบเบาๆ"ทายาก่อนสิคะ" ปารดาออกอาการเขิน รีบดึงมือหนี ทำแผลป้ายยาให้กับคนตัวโต โชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก พอเสร็จก็จัดเก็บอุปกรณ์และไปล้างมือเรียบร้อยก็เดินเข้ามาหาอีกคน"ดีนะที่หนูไม่เป็นอะไร" เขายื่นมือไปรับอีกคน ปารดายื่นมือให้และเดินเข้าไปนั่งลงบนตักอย่างรู้งาน"แต่เฮียเจ็บนี่คะ" คนบนตักเบะปาก จับคางชายหนุ่มไว้แล้วเบี่ยงไปมาสำรวจร่องรอยบนใบหน้า"กลัวเฮียไม่หล่อเหรอคะ" เขาจับมือเล็กมาจูบแล้วแนบแก้มเอาไว้"บ้า หนูกลัวเฮียเป็นอะไรต่างหาก" ทำปากคว่ำใส่เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากคนพี่"เฮียไม่เป็นอะไรค่ะ เฮียจะไม่ยอมเป็นอะไรจนกว่าคนพวกนั้นจะโดนจับ จนกว่าจะมั่นใจว่าหนูไม่มีใครมาทำอันตรายได้""ขอบคุณนะคะที่ดูแลหนู ถ้าไม่มีเฮียหนูคงกลายเป็นผีเฝ้าป่าตั้งแต่ที่เชียงให
ชัยยศหัวเสียที่ลูกน้องทำงานพลาด เขาอาละวาดอยู่พักใหญ่ด้วยความหงุดหงิด แต่วันนี้เขาไม่มีเวลามาจัดการลูกน้องที่ทำงานชุ่ย กับแค่เด็กคนเดียวก็จัดการไม่ได้สักทีชัยยศมีนัดส่งของล็อตใหม่ ของจะเข้าท่าเรือในเวลาเที่ยงคืน และชัยยศก็มารอรับสินค้าเองเช่นทุกครั้ง เขาไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นเพราะสินค้าที่ส่งมาค่อนข้างอันตรายและผิดกฎหมายเขาไม่อยากให้ใครทำพลาดแล้วส่งผลกระทบมาถึงเขา"นายครับ อีกสิบนาทีเรือจะเทียบท่าครับ" พวัตเข้ามารายงาน ชัยยศพยักหน้าวางแก้ววิสกี้ในมือลง ลุกขึ้นเต็มความสูง ยืนมองเรือของเจทีแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า ก่อนจะเดินนำลูกน้องออกไประหว่างนั้น ในมุมหนึ่งที่ไกลออกไป ช่างภาพที่ถูกธนาทิมว่าจ้างก็กำลังกบดานและทำงานของตัวเอง จากที่จุดที่อยู่ คนของชัยยศไม่มีทางหาเจอ เพราะเป็นมุมสูงบนหลังคาของตู้คอนเทนเนอร์และอาศัยความมืดอำพรางตัวเลนส์เทเลตัวใหญ่ส่องซูมจับภาพรัวๆ ตั้งแต่ที่ขัยยศมาถึงท่าเรือจนกระทั่งออกมายืนรับของที่จุดนัดหมาย ลังไม้หลายใบถูกลำเลียงลงมาจากบนเรือวางเรียงรายบนพื้นชายร่างสูงชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมด้วยลูกน้องอีกหลายคน ชัยยศเดินเข้าไปหาทั้งคู่จับมือกัน ก่อนที่พวกลูกน้อ
บอกลากันเรียบร้อยแล้วก็หันไปมองชนาวินที่กำลังนั่งอ่านเอกสารบางส่วนอยู่"เฮียว่ามันแปลกๆไหมคะ" ปารดาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า หยิบเอกสารบางส่วนขึ้นมาดูอีกครั้ง"มันแปลกอย่างที่หนูว่านั่นแหละ แต่เรายังไม่รู้ว่ามันคืออะไรไงคะ เอาไว้พรุ่งนี้เรามาดูที่เหลือกันนะคะ" ชนาวินยืดตัวลุกขึ้น เดินเข้าไปหาคนตัวเล็กแล้วโอบไหล่อีกคนพาเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานเพื่อหยิบของสำหรับเตรียมตัวกลับ"หนูขอเอาอันนี้ไปด้วยนะคะ หนูสงสัยอะไรนิดหน่อย" ปารดายกเอกสารปึกหนึ่งขึ้นมา ชนาวินจึงพยักหน้ารับและพากันเดินออกมาจากห้องทำงานทั้งสองลงลิฟต์ผู้บริหารมาพร้อมกับบุญ ซึ่งจะลงไปถึงลานจอดรถได้เลยส่วนบอดี้การ์ดคนอื่นจะลงลิฟต์ด้านหน้าปกติ แต่ระหว่างนั้นลิฟต์ก็จอดที่ชั้นสี่สิบ และเมื่อเปิดออกก็เห็นชัยยศยืนรอลิฟต์อยู่พร้อมกับลูกน้องอีกสองคน"ลุงไปด้วยได้ไหม" ชัยยศยิ้มให้ ปารดาจึงยิ้มตอบและขยับตัวไปอีกทาง แล้วชัยยศจึงเข้ามากับพวัตลูกน้องคนสนิท และให้ลูกน้องอีกคนไปขึ้นลิฟต์ด้านหน้าแทน"งานเป็นยังไงบ้าง เหนื่อยไหม" เขาถามแทรกความเงียบขึ้นมา"ดีค่ะ ไม่ยากมาก" ปารดาตอบกลับเสียงนิ่ง"ตั้งใจทำงานดีนะ วัยรุ่นก็ไฟแรงแบบนี้แหละ แต่ก็ต้องระว
เวลาร่วมเดือนที่ปารดาดำรงตำแหน่งประธารบริหารเธอแสดงศักยภาพให้หลายๆคนเห็นว่าสามารถดูแลบริษัทได้ดีแม้ว่าจะมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็ตามในขณะเดียวกันการรวบรวมหลักฐานก็เริ่มมากขึ้นแบะเริ่มเห็นสิ่วผิดปกติเพิ่มมากขึ้นทุกวัน บริษัทที่เป็นคู่ค้าซึ่งปารดาให้ความสนใจเป็นพิเศษ พอสืบเบื้องลึกเบื้องหลังกลับพบว่าบริษัทนั้นไม่มีอยู่จริง มีแค่ชื่อจดทะเบียนโดยขาวต่างชาติสี่คนที่เป็นผู้ถือหุ้น"มันจริงอย่างที่คิดเลยครับบริษัทนี้แค่ฉากบังหน้าเท่านั้น" ธนาทิมยืนยันความเข้าใจของปารดาอีกครั้ง"เฮียคิดว่า เราต้องใช้อันนี้ค่ะ" ชนาวินเดินเอาอุปกรณ์ที่ได้มายื่นให้กับธนาทิม เขาเปิดมันออกดูจึงได้เห็นไฟล์ภาพทั้งที่เป็นภาพนิ่งและคลิปวิดิโอและคลิปเสียงชัดเจน"เฮีย เอามาจากไหนคะ" ปารดาแหงนหน้ามองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ"มีคนเอามาขายให้ เฮียส่งให้รองมานพแล้ว เลยตัดสินใจเอามาให้หนูดู" เขาบอกเสียงเครียด"จ่ายไปเท่าไหร่คะ""ไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ไม่ต้องสนใจนะ ดูในจอ เห็นไหม ภาพพวกนี้มันคือการซื้อขายอาวุธสงคราม แหล่งข่าวของเฮียยังบอกอีกว่า พวกมันส่งอาวุธพวกนี้ไปที่ชายแดน ลุงของหนูนำเข้าและขายอาวุธพวกนี้ให้พวกกองกำลังที่อยากได้อาวุธไป
ปารดายิ้มขำ เจทีคอปฯมีพนักงานหลายพันคนไม่น่าแปลกใจที่หลายคนจะไม่รู้จักกัน แค่ในแผนกก็จำหน้ากันไม่หมดแล้ว"ฉันบอกให้ไหมคะว่าเขาอยู่แผนกไหน" ปารดาถือถาดที่วางชามก๋วยเตี๋ยวแล้วเดินเข้ามาส่งยิ้มให้"เธอรู้เหรอ" หนึ่งในสี่สาวรีบถามขึ้น"อื้อ รู้สิคะ" พูดแล้วฉีกยิ้มกว้าง"แผนกไหนเหรอ แล้วเขาชื่ออะไรมีแฟนหรือยังล่ะ" อีกคนรีบถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้นปารดายิ้มกว้างมากขึ้นเมื่อมั่นใจว่าสาวๆกลุ่มนี้ไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ"เขาชื่อชนาวินค่ะ" หญิงสาวเห็นสาวๆยิ้มแก้มแทบแตกและเฝ้ารอให้เธอพูดต่อ"คุณวินเป็นผู้ช่วยท่านประธานคนใหม่แล้วก็พ่วงตำแหน่งสามีด้วยค่ะ" คำตอบของปารดาทำเอาสี่สาวอ้าปากค้าง ก่อนจะเริ่มซุบซิบกันว่าประธานคนใหม่ที่ว่าคือใครปารดาจึงเดินออกมาจากตรงนั้น ก่อนจะเดินเข้าไปหาชนาวินที่นั่งอยู่ก่อนแล้วภาพที่เห็นคือคำเฉลยว่าคนที่คุยกับพวกเธอเมื่อครู่เป็นใคร ทำเอาสี่สาวหน้าเหวอรีบกินข้าวแล้วรีบลุกออกไปทันที"มีอะไรเหรอคะ เฮียเห็นหนูคุยกับพวกนั้น รู้จักกันเหรอ" เขาช่วยรับถาดของเธอและวางลงอย่างเบามือ"ไม่รู้จักค่ะ""อ้าว เห็นคุยกันตั้งนาน""ก็เขาอยากรู้จักเฮียค่ะ หนูก็เลยบอกเขา" ปารดายิ้มให้"บอกว่
จบการประชุมในช่วงบ่ายโดยที่ปารดาสามารถเรียกร้องให้ตรวจสอบเอกสารการเดินเรือของบริษัทหนึ่งได้เนื่องจากเธอมีข้อสงสัยหลายอย่างจนชัยยศแทบจะเก็บอาการไม่อยู่พูดแย้งอยู่หลายครั้ง หากแต่ปารดาไม่สนใจต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำสั่งถือเป็นเด็ดขาดระหว่างที่ประชุมชนาวินได้รับข้อความว่าคืนนี้จะมีการส่งของเกิดขึ้นอีก เขากดอ่านมีทั้งเวลาและสถานที่ซึ่งก็คือท่าเรือของบริษัทเจทีเวลาตีสอง ชนาวินจึงปรึกษากับธนาทิมในการยืนยันข้อความและก็ได้ทราบว่าบริษัทจากยุโรปที่ปารดาสงสัยจะเข้าเทียบท่าในคืนนี้จริงๆหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ชนาวินจึงบอกปารดาและติดต่อหารองมานพทันทีเพื่อให้ข้อมูลและตำรวจจะนำกำลังเข้าจับกุมทันทีเพื่อไม่ให้คนเหล่านั้นไหวตัวทัน"ใครกันคะที่บอกข้อมูลเราขนาดนี้" ปารดายังคงสงสัย เธอคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าใครกันที่อยากจะช่วย"เฮียก็ไม่รู้ครับ ถามหลายครั้งแล้วแต่ไม่ยอมเปิดเผยบอกแค่ว่าถ้าชัยยศโดนจับเขาจะปรากฏตัวเอง" ชนาวินเองก็ครุ่นคิดไม่ต่างกัน ยิ่งอยากรู้เขาก็เหมือนยิ่งไกลออกไป แต่ข้อมูลที่ให้มาก็มีประโยชน์และมากพอจะให้ดำเนินคดีกับชัยยศได้"เรากลับไปฟังผลที่บ้านดีกว่าไหมครับ" ธนาทิมเสนอ หลังจา
ชนาวินพาปารดาและธนาทิมมาถึงร้านกาแฟแห่งหนึ่งแถบชานเมือง เขานัดกับคนส่งข้อมูลและวันนี้เขาพร้อมจะเปิดเผยตัวตนเพื่อให้ความร่วมมือในการจับชัยยศไปด้วยกัน"ชาโดวใช่ไหม"ชนาวินเดินเข้าไปถามชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะมุมด้านในสุดค่อนข้างส่วนตัว เขาเริ่มถอดเครื่องป้องกัน หมวกแก็บและแว่นตารวมถึงแมสที่ใส่อยู่"เชิญนั่งครับ" เขาบอกกับทุกคน แล้วพยักหน้าก็เดินไปเปลี่ยนป้ายเป็นร้านปิด ก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้าน"ผมชนาวิน นี่ภรรยาผม ปารดา ส่วนนี่ผู้ช่วยผม คุณธนาทิม" เขาแนะนำตัวเอง อีกคนยกยิ้มเล็กน้อยแล้วยื่นมือออกไปข้างหน้า"ชานนท์ครับ ยินดีที่ได้เจอกันสักที" ชนาวินยื่นมือมาจับและผละจากกัน ชานนท์ดูอายุไม่น่าเกินสามสิบ เขาเป็นคนหน้าตาดีแต่ดูลึกลับ สีหน้าที่บ่งบอกว่าเขาเป็นคนฉลาดและอาจจะแกมโกงนั่นทำให้ชนาวินระมัดระวังตัวมาก"ช่วยเราทำไมคะ" ปารดาถามขึ้นด้วยความอยากรู้"ผมไม่ได้ช่วยพวกคุณหรอกนะ แต่ถ้าจะคิดแบบนั้น ก็ได้ ผมไม่ถือ" เขาทำท่ายียวน แต่มันก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงของทุกคน"งั้นคุณทำแบบนี้ทำไม" ธนาทิมถามขึ้นบ้าง"ผมต้องการให้ไอ้ชั่วนั่นเข้าคุก" ยามพูดแววตาของชานนท์เกรี้ยวกราดมากขึ้น มือหนากำแน่น ก่
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย