เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวกำลังจะทำมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่ตามที่เขารับปากพ่อเอาไว้ เขาจะเป็นคนปกป้องและคอยช่วยเหลือเธอเอง"ต้องการผู้ช่วยไหม" ปารดาผละออกจากหน้าท้องของอีกฝ่าย ยกมือปาดน้ำตาพอลวกๆ แล้วแหงนหน้ามองอีกคนตาแดงก่ำ"รับสมัครหนึ่งตำแหน่งค่ะ""โอเค ค่าแรงแพงหน่อยนะ ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า" เขาย่อตัวลงแล้วยิ้มให้คนน้อง ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มนิ่มที่ผ่านมาเขามัวแต่หวาดระแวงกับการที่จะต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ กลัวที่ต้องเสียความโสดที่หวงแหนไป กลัวว่าจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรื่องพวกนั้นในหัวเลยตั้งแต่ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่า มันคือหน้าที่ ปารดามีหน้าที่ที่จะต้องเป็นทายาทเจ้าสัว เขามีหน้าที่ดูแลทายาทเจ้าสัว นี่ต่างหาก คือความจริง"จ่ายไหวสิคะ หนูเป็นหลานสาวเจ้าสัวนะ" คนตัวเล็กกว่าพอจะยิ้มออกมาได้บ้างกับมุขเสี่ยวๆค่าตัวแพงของชนาวิน ความออดอ้อนที่มีทำให้เผลอแทนตัวเองเปลี่ยนไป แต่ชนาวินกลับรู้สึกชอบแบบนั้นมากกว่าแทนตัวด้วยชื่อสะอีก"หนูตัวใหญ่ไปนะ" เขาวางมือบนหัวแล้วโยกไปมาเบาๆเป็นเชิงหยอก"บ้า ป่านลืมตัว" เธอว่าแล้วทำ
“ป่านพร้อมค่ะ ช่วยทำให้ป่านเป็นทายาทที่สมบูรณ์ด้วยนะคะ ทุกคน”รังรองกับชนะพลมองหน้ากัน สีหน้ามีความหวังขึ้นมาไม่น้อย รังรองคาดหวัง หลานสาวจะเข้มแข็งและสามารถเป็นเสาหลักได้ และก็เป็นดังนั้น“หนูโอเคเหรอลูก” รังรองถามเพื่อความมั่นใจ“ค่ะ แต่ป่านมีเรื่องอยากจะถามอีกเยอะเลย คุณแม่อยากเล่าไหมคะ” ปารดามองรังรองด้วยสีหน้าที่มุ่งมั่น“ได้ทุกอย่างที่หนูต้องการเลยค่ะ”เรื่องราวมากมายก็ถูกบอกเล่าอย่างไม่รู้จบ หลังจากที่ปารดาหมายมั่นกับรังรอง ว่าจะกลับไปที่ธนทรัพย์รุ่งเรืองในฐานะทายาทคนเดียวของตระกูล ปารดาเชื่อว่ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ตอนนี้ไม่ใช่แค่ชัยยศที่ต้องการเล่นงานปารดา แต่เด็กสาวเองก็มุ่งมั่นที่จะเล่นงานฝ่ายนั้นกลับเช่นกันทุกอย่างต้องทำอย่างระมัดระวังและรัดกุม เธอจะไม่เป็นเหยื่ออีกต่อไป“อีกสองเดือน ที่บริษัทของเราจะจัดงานเลี้ยงภายในเพื่อแสดงผลประกอบการไตรมาสที่สองของปี ในงานจะมีบรรดานักข่าวมากมาย รวมถึงคนในแวดวงสังคมและคู่ค้าทางธุรกิจที่จะเข้ามาร่วมงาน พวกเราจะใช้โอกาสนี้บอกกับทุกคนให้รู้ ว่าทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรืองยังมีชีวิตอยู่ หนูโอเคไหมคะ”รังรองที่เปิดเอกสารต่อหน้
/ก็คนที่ชอบนี่เนอะ ก็ต้องรีบไปดูเป็นธรรมดา ไม่เห็นต้องสนใจเลยป่าน/ความรู้สึกที่บอกตัวเองไม่ได้ทำให้สีหน้าของปารดาเปลี่ยนไปจนรังรองรู้สึกได้ เธอหันมองสามี ชนะพลได้แต่ยกมือกุมขมับ ไอ้ลูกคนนี้ รีบออกไปหาผู้หญิงคนอื่นทั้งที่ภรรยานั่งหัวโด่อยู่แบบนี้ได้ยังไงกัน สงสัยต้องจัดการจริงๆจังๆแล้วมั้ง“อืม...ถ้าอย่างนั้น ป่านไปหากระถินกับพี่ชงโคที่ไร่นะคะ” ปารดายิ้มเจื่อนๆ แล้วเดินออกไปอีกคนปารดาเดินใจลอยไปตามทางทอดยาวสู่แปลงส้ม เดินไปเรื่อย ๆ และคิดอะไรไปพลาง ไม่ได้สนใจอะไรแม้ว่าเขียวจะร้องทักทายอยู่หลายทีก็เหมือนว่าอีกคนจะไม่ได้เลย“แม่เลี้ยง โธ่ แม่เลี้ยงครับ ไม่เห็นพี่เขียวเหรอ” เขาต้องมาหยุดตรงหน้าปารดาถึงได้ชะงักและรู้สึกตัว“พี่เขียว มีอะไรเหรอจ๊ะ” เด็กสาวทำตาปริบๆ มองเขียวที่ทำหน้าสงสัยอยู่ตรงหน้า“ก็พี่เขียวเรียกหลายรอบแล้วครับ แม่เลี้ยงเหม่ออะไรเนี่ย” เขียวยกมือเกาหัวทำหน้าเซ็งๆ“อ้าวเหรอ ป่านไม่ได้ยินจ้ะ ขอโทษนะ ว่าแต่พี่ชงโคอยู่ไหนเหรอจ้ะ”“นู่นอยู่แปลงนู้น” เขียวชี้นิ้วไปไกลๆปารดาจึงเดินแยกออกมา กว่าจะหาชงโคเจอก็ต้องเข้าซอยนั้นออกซอยนี้ จนสายตาปะทะเข้ากับหมวกสีชมพูบานเย็นนั่นแหละ“
“ไปไหนมาเหรอ” เสียงแหบห้าวร้องถามขึ้นทันทีที่เห็นอีกคนก้าวเข้ามาในบ้าน ขาเล็กหยุดชะงักและหันมองเพียงนิด“อ้าวกลับมาแล้วเหรอคะ” เธอเหลือบมองนาฬิกา นึกว่าจะอยู่เฝ้ากันจนดึกเสียอีก“ไม่กลับมาจะเห็นไหมล่ะ” เขาตอบคำถามกวนๆด้วยน้ำเสียงห้วน“หนูถามดีๆนะคะ” คนตัวเล็กเอียงคอ“อือ กลับมาแล้ว” ก็ดีขึ้นนิดหนึ่งถึงจะห้วนอยู่ก็ตาม“คุณขวัญดีขึ้นแล้วเหรอคะ ถึงได้กลับมาเร็ว” ปารดาถามถึงคนที่ทำให้ชนาวินวิ่งหน้าตั้งออกไปจากบ้านโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น“ไปไหนมา” เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่ถามขึ้นอีกครั้ง“ไปกินหมูกระทะค่ะ” ปารดาตอบกลับนิ่งๆ ที่จริงเธอจะไปไหนก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเขาเลยนี่“ทำไมถึงไม่กินข้าวที่บ้าน ออกไปแบบนั้นรู้ไหมมันอันตรายแค่ไหน” ชนาวินถามกลับเสียงแข็งลุกขึ้นจากโซฟาและเดินเข้าไปหาเขาหงุดหงิดที่กลับมาและไม่พบว่าปารดาอยู่ที่บ้าน แม่บอกว่าหญิงสาวไปกินหมูกระทะกับกระถินและชงโค โดยมีปานนท์ไปด้วยรังรองจึงอนุญาต แต่เขากลับรู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาที่รู้ว่าปารดาออกไปข้างนอกโดยไม่มีเขา“ก็ลุงไม่อยู่ แล้วหนูก็ขอคุณแม่แล้ว ท่านก็อนุญาตนี่คะ” ปารดาเถียงกลับ นี่เธอทำอะไรผิด ทำไมต้องตะเบ็งเสียงใส่กันแบบนั้น“ฉัน
“เอาล่ะ ครั้งนี้แม่ผิดเองแม่ขอโทษนะ อย่าว่าน้องเลยนะตาวิน น้องแค่อยากไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน งั้นเอาไว้คราวหน้าให้พี่เขาพาไปนะลูกนะ พี่เขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง” รังรองพยายามยุติเรื่องทั้งหมด ลูบแขนปารดาเบาๆเพื่อให้เย็นลง“เขาไม่ได้ห่วงหรอกค่ะ เขาแค่ทำตามหน้าที่” ปารดาโพล่งออกมา จนชนาวินมองจ้องตากลมที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ ความรู้สึกบางอย่างมันก่อตัวขึ้นมาแบบไม่รู้ตัว“เอาเป็นว่าไม่เถียงกันแล้วนะคะ หนูป่าน พี่เขาโตแล้วอย่าเถียงพี่เขาสิลูก ส่วนแกเจ้าวิน แกก็ฟังน้องบ้างไม่ใช่เอาแต่ดุอย่างเดียว” ชนะพลบอกกับทั้งสองคน“ป่านขอโทษค่ะ ต่อไปป่านจะไม่เถียงเขาอีก” ปารดายกมือไหว้ผู้ใหญ่ รับปากทั้งสองคนอย่างจริงจัง“แกล่ะเจ้าวิน” ชนะพลทวงคำตอบจากลูกชาย“ครับพ่อ” เขาตอบแบบขอไปทีแล้วเยือนหน้าหนีจากทุกคนอารมณ์ขุ่นมัวยังคงมีอยู่ยิ่งเมื่อได้ยินคำประชดเมื่อครู่มันยิ่งรู้สึกหงุดหงิดในใจ ก็มันเป็นหน้าที่เขาต้องดูแลเธอ แล้วเขาพูดอะไรผิดทำไมต้องมองเขาด้วยสายตาแบบนั้น สายตาเหมือนกำลังน้อยใจ“ถ้าเข้าใจกันแล้วก็แยกย้ายกันไปนอนเถอะนะ พรุ่งนี้พ่อมีเอกสารจะให้เราสองคนช่วยกันดู ไปคุณเราก็ไปนอนกัน” ชนะพลบอกรังรองที่พยุง
หลังจากที่ถกเถียงกันในวันก่อน ไม่ว่าชนาวินจะไปไหนก็หอบหิ้วเอาปารดาไปด้วยทุกที่ เพราะไม่อยากให้อีกคนเที่ยวเล่นไปทั่วจนเกิดอันตรายและห่างไกลจากสายตา โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัย และเพราะแบบนั้น ปารดาจึงต้องมาเยี่ยมพาขวัญกับชนาวินด้วย ทั้งที่ก็ยังมึนๆตึงๆใส่กันนั่นแหละ“พี่วิน” เมื่อชนาวินก้าวเข้ามา พาขวัญก็ทักทายเสียงใส แต่พอมองเลยไปเห็นปารดา ใบหน้าสวยก็เจื่อนลงทันที สายตาที่มองเหมือนตั้งคำถามนั่น ทำให้ชนาวินต้องรีบบอกอีกคน“พอดีพี่ออกมาธุระก็เลยแวะมาเยี่ยมครับ เป็นยังไงบ้าง หมอให้ออกได้วันไหน” เขาตอบแล้วเดินเข้าไปใกล้ๆเตียง ยกมือลูบหัวของพาขวัญเช่นที่ทำเป็นประจำ ส่วนปารดาก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เอาตะกร้าส้มที่เก็บมาวางลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง“ส้มที่ไร่ค่ะ คือ หนูไปรอข้างนอกนะคะ” ปารดารู้สึกอึดอัดและไม่อยากอยู่ตรงนั้น เลยอยากจะออกไปรอที่หน้าห้องแทน“ไม่ต้องไปหรอก อยู่นี่แหละ” เขาห้ามเสียงดุ เขาไม่อยากให้เธอคลาดสายตา ปารดาเลยได้แต่ทำหน้างอแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟา“อีกสองสามวันค่ะ ผื่นยังไม่ลดลงเลยรอบนี้เป็นหนักเลยต้องนอนรักษาตัวนานหน่อย ขอบคุณนะคะที่มาหาขวัญทุกวัน” พาขวัญจงใจพูดให้คนมุมห้องได้ยิน
เมื่อกลับออกมาจากโรงพยาบาล ชนาวินพาปารดาไปททนข้าวก่อน โดยเลิกร้านอาหารมีชื่อ และสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะจนปารดามองด้วยความงุนงง“ลุง สั่งเยอะขนาดนี้หิวมากเหรอคะ” เธอทำตาปริบๆใส่กับข้าวหลายรายการที่วางอยู่เรียงรายมากมายตรงหน้า“ใครล่ะที่หิว ท้องร้องดังขนาดนั้น หน้าไม่อาย” เขาว่าให้ แล้วตักข้าวใส่จานยื่นส่งให้อีกคนปารดาทำปากเบะใส่ แล้วรับจานข้าวมา ตอนนี้อาหารมันเยอะไปหมดจนไม่รู้จะกินอะไรก่อนดี“ก็ใครจะไปห้ามเสียงท้องร้องได้ล่ะคะ”“งั้นก็กินเยอะๆ คราวหน้าถ้าหิวก็ให้รีบบอกเข้าใจไหม” เขาตักผัดผักใส่จานให้“ก็เห็นลุงกำลังดูแลแฟน หนูก็เลยไม่อยากรบกวน” พูดออกมาแล้วตัดข้าวเข้าปาก“บอกกี่ทีแล้วว่าขวัญไม่ใช่แฟน” เขาตอบกลับเสียงห้วน คำที่ย้ำออกมานั่นทำให้ปารดาย่นจมูกอย่างไม่เชื่อ“ไม่ใช่แฟนแต่ดูแลยิ่งกว่าแฟนอีก” พูดเบาๆแต่จงใจให้ได้ยิน ปากก็เบะตาก็กลอกไปมา“ยุ่ง” เขาดุขึ้นอีก ปารดาเลยเบะปากหนัก ลอยหน้าลอยตาล้อเลียน“รีบกินสิ หิวไม่ใช่เหรอ”“ค่า ทราบแล้วค่ะ” ตอบกลับด้วยเสียงประชดประชันแล้วตักข้าวกินต่อเงียบๆหลังจากทานอาหารเสร็จ ปารดาก็ร้องจะกินไอศกรีมและชนาวินก็ตามใจ พาไปซื้อก่อนพากลับไปที่ออฟฟิศเพรา
ครอบครัวชนะพลวัตรพาปารดามาถึงที่โรงพยาบาลซึ่งธีรยุทธรักษาตัวอยู่ก็ตอนค่ำแล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นรุนแรงมากทำให้อาการของธีรยุทธโคม่าต้องใช้เครื่องช่วยหายใจและอยู่ในไอซียู ส่วนนภาที่นั่งรถไปด้วยกันก็บาดเจ็บสาหัสกระดูกหักหลายแห่ง แต่ก็ยังไม่ถึงกับต้องนอนไอซียู และถูกส่งไปยังห้องพิเศษที่จัดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว“มันเกิดอะไรขึ้นคะ” ปารดาที่ยืนอยู่หน้าห้องไอซียูแววตาเลื่อนลอย มองคนที่นอนนิ่งๆมีสายอะไรต่อมิอะไรระโยงรยางค์เต็มไปหมดเธอทำได้แค่มองจากตรงนี้ผ่านกระจกบานใหญ่เพราะไม่สามารถเข้าไปด้านในได้เนื่องจากหมดเวลาเยี่ยมไปแล้วต้องมาใหม่วันพรุ่งนี้“ตำรวจโทรมาแจ้งค่ะ ว่าคุณท่านกับคุณนายได้รับอุบัติเหตุ เรื่องอื่นจากนั้นนมไม่รู้เลยค่ะคุณหนู” นมแย้มพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทามือที่จับปารดาอยู่เย็นเฉียบนางตกใจมากที่ได้รับข่าวว่าเจ้านายทั้งสองประสบอุบัติเหตุในช่วงบ่ายที่ผ่านมา นางไม่รู้จะหันไปหาใครเลยโทรหาปารดา แต่ก็ไม่คิดว่าปารดาจะมาถึงในเวลาอันรวดเร็วขนาดนี้“วันนี้เรายังเยี่ยมไม่ได้ พรุ่งนี้เราค่อยมาใหม่นะ ส่วนคุณนภา แม่ให้
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย