ปารดาเข้าแถวต่อจากชงโค พอถึงคิวหยิบถาดเธอก็หยิบมาถือเอาไว้มองไปยังข้างหน้า ชมพูเป็นคนมาตักอาหารเช่นเคยแกร๊ง!เสียงกระบวยกระแทกกับถาดรุนแรงจนปารดามุ่นคิ้ว"ได้แล้วก็รีบไปสิ คนอื่นรอ" ชมพูพูดเสียงห้วนใส่ อยู่ตรงนี้ไม่มีรังรอง ไม่มีใครมาปกป้องปารดาหรอก"ตักต้มจืดด้วยสิ ฉันยังได้ไม่ครบเลยนะ" ปารดาท้วงขึ้นมาเมื่อได้อาหารยังไม่ครบตามที่มี"เรื่องมาก"พรวด..... เคร้ง"ว้าย!"เสียงร้องมาพร้อมๆกับเสียงถาดที่หล่นลงพื้น และภาพที่ทุกคนเห็นคือชมพูราดน้ำแกงร้อนๆไปบนแขนขวาของปารดาตั้งแต่มือจนเกือบถึงข้อศอก เพราะชมพูตวัดกระบวยใส่อย่างรุนแรงนั่นแหละ ถึงได้เป็นแบบนั้น"ป่าน ไปล้างมือก่อน" ชงโครีบบอกคนตัวเล็ก ปารดาพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินตามชงโคไป ในขณะที่ชมพูเองก็ตกใจไม่น้อยและหลายคนก็เริ่มวิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น"ตามน้านนให้ที" ชงโคร้องบอกใครสักคนที่พอจะมีแก่ใจไปตามปานนท์ให้ และก็มีคนอาสาวิ่งิอกไปอีกทาง"เจ็บไหม" ชงโคถาม แต่คงไม่ต้องตอบ เพราะน้ำแกงในหม้อที่ตั้งบนเตาไฟน่ะกำลังเดือด และมันส่งผลให้มือของปารดาแดงเถือก ชงโคอาศัยน้ำเปล่าไล่ความร้อนให้เบาลง"มันแสบ" ปารดาว่าเสียงอ่อย หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยควา
รังรองที่รู้เรื่องจากดอกปีบเป็นกังวลมากแทบอยู่ไม่ติดที่ เดินวนไปวนมา กระทั่งปานนท์พาปารดากลับมา รังรองก็ออกมารับที่หน้าบ้านทันที"นี่แดงขนาดนี้เลยเหรอคะ" รังรองมองแขนข้างขวาของปารดาสีหน้าเป็นกังวล มันแดงไปหมดแม้จะทายาแล้วก็ตาม"ก็แสบๆค่ะ" ปารดาว่าพลางยิ้ม เดินเข้าไปให้รังรองโอบเอว"ผมไปก่อนนะครับ" ปานนท์รู้ว่าปารดาจัดการได้ก็ขอตัวกลับไป"ดอกปีบ ชมพูอยู่ไหนไปเรียกให้หน่อย" และเมื่อรู้ว่าสาเหตุมาจากชมพู รังรองก็ไม่รีรอที่จะชำระความ"มีอะไรกันเหรอคุณ ทำไมเสียงดัง" ชนะพลที่เพิ่งกลับมาถามภรรยาที่พาปารดาเดินไปนั่งที่โซฟาพอดี"คุณดูสิคะ แดงไปหมดเลย" รังรองฟ้องสามีสีหน้าเคร่งเครียด"เกิดอะไรขึ้น ทำไมแขนหนูป่านเป็นแบบนั้น" ชนะพลเมื่อเห็นแขนของปารดาแดงเถือกก็ตกใจไม่ต่างกัน ร้องถามเสียงหลง"ชมพูสิคะ ตักน้ำแกงหกใส่แขนหนูป่าน" รังรองย่นคิ้วใส่สามี พูดไปจะหาว่าฟ้อง แต่ทำกันขนาดนี้มันก็เกินไปหน่อย ชนะพลหน้าเครียดขึ้นมาทันทีขณะที่ดอกปีบพาชมพูที่ยังแสดงท่าทีเฉยๆไม่รู้ร้อนรู้หนาวออกมาหาเจ้านายตามคำสั่ง"มันเรื่องอะไร ทำไมทำแบบนี้ชมพู" รังรองถามเสียงดังทันทีที่ชมพูเดินมานั่งลง"คุณเขาถือถาดไม่ดีเองนี่ค
"ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ พรุ่งนี้เก็บข้าวของออกจากไร่ฉันไปสะ" ชนะพลออกคำสั่ง ดอกปีบและสงวนที่นั่งอยู่มองหน้ากันด้วยความตกใจ"ไม่นะคะ ชมพูขอโทษ อย่าไล่ชมพูไปเลยนะคะ ชมพูไม่มีที่ไหนให้ไปแล้ว ชมพูขอโทษจริงๆ ฮือ อย่าไล่เลยนะคะ" เด็กสาวผวาเข้าเกาะขาผู้เป็นนายเอาไว้ร้องไห้ขอความเห็นใจ"ทำไมตอนทำไม่คิด ถ้าหนูป่านเป็นอะไรขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ" ผู้เป็นนายไม่ได้เห็นแก่เสียงร้องไห้คร่ำครวญ ถ้าทำกันถึงขนาดนี้ก็ต้องจัดการให้ถึงที่สุด"แต่ชมพูไม่มีที่ไป ชมพูไม่มีใคร ชมพูอยู่ที่นี่มาสิบปีอย่าไล่ชมพูเลยนะคะ ฮือ พ่อเลี้ยง ชมพูขอโทษ" เสียงร้องโหยหวนของชมพูไม่ได้ทำให้ชนะพลเปลี่ยนใจ"คุณพ่อคะ ลงโทษอย่างอื่นก็พอค่ะ อย่าถึงกับต้องไล่เลยค่ะ" ปารดาอดไม่ได้ที่จะเห็นใจ ด้วยรู้ว่าชมพูไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน หากไล่ก็คงไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ถึงอีกคนจะผิด แต่ถ้าหากว่าการให้อภัยมันจะลดความบาดหมางในใจอีกคนลงบ้าง ปารดาก็อยากลอง"แต่เขาทำหนูเจ็บตัวขนาดนั้น" รังรองพูดเสียงอ่อน"ก็ถ้าสำนึกผิด และจะไม่ทำมันอีก ป่านว่าเราให้โอกาสเขาได้ค่ะ ว่ายังไงชมพู เธอจะยอมรับผิดไหม" ปารดาหันไปหาชมพูที่ร้องไห้จนหูตาแดงไปหมด เด็กส
"ถามหาผมเหรอครับพ่อ"พูดถึงชนาวิน ชายหนุ่มก็กลับมาพอดี เหมือนได้ยินแว่วๆว่ามีคนเรียกหา"หายไปไหนมา" ผละออกจากภรรยาแล้วมองลูกชายตาเขม็ง"ธุระครับ" ตอบแบบขอไปทีแล้วเบนหน้าไปทางอื่นไม่อยากจ้องตาดุที่มองมา"ธุระอะไร สำคัญขนาดไหนถึงได้หายไปทั้งวันขนาดนี้ มีเรื่องเกิดขึ้นในไร่แต่แกหายหัวไปทั้งวันแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน" น้ำเสียงดุดันของชนะพลทำให้ชนาวินต้องหันกลับมามอง พลางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆใส่พ่อตัวเอง"ไปหาน้องขวัญมาครับ" เขายอมตอบออกมาในที่สุด"ไปหาทำไมคะ น่าหายแล้วไม่ใช่เหรอ" เป็นรังรองที่ถามขึ้น นี่ผ่านมาตั้งสี่ห้าวันแล้วมันไม่น่ามีอะไรที่ต้องเป็นห่วงอีก"หายแล้วครับแม่ แต่ผมรู้สึกผิด คนของเราทำให้เขาเกือบตายนะครับ""วิน ลูกจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่น้องไม่ได้ทำ แม่เชื่อน้อง มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ลูกควรจะสนใจคนในครอบครัวมากกว่าคนนอกนะคะ" รังรองพูดเตือนสติลูกชาย แต่ชายหนุ่มกลับสั่นหน้าไปมา"แต่ขวัญเขาไม่ใช่คนอื่นนะครับแม่""ลูกจะบอกว่า เขาคือคนที่ลูกชอบใช่ไหม โอเค แล้วยังไง ในเมื่อลูกแต่งงานแล้ว ลูกควรให้เกียรติหนูป่านไม่ใช่เหรอ แม่คิดว่าลูกเป็นคนมีเหตุผลนะวิน งั้นลูกข
ชนะพลนั่งมองเอกสารสีหน้าเครียด หากเป็นจริง ชัยยศกำลังวางแผนถ่ายโอนสินทรัพย์ที่มีแล้วสินะ ถ้าเป็นแบบนั้นคงต้องเร่งมือหน่อย ช้าไม่ได้แล้วบ้านพัฒนกรกุล"คุณนายคะ มีคนมาหาคุณผู้ชายค่ะ" เด็กสาวนามสำลีวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานผู้เป็นนาย"ใคร""ไม่ทราบค่ะ บอกแค่ว่ามีธุระสำคัญ""บอกไปว่าคุณท่านไม่อยู่ ค่อยมาวันหลัง" นภาบอกปัด ก้มมองเครื่องเพชรที่เพิ่งได้มา ไม่สนใจแขกของสามีที่มาตอนที่เขาไม่อยู่สำลีกลับไปรายงานคนที่มาขอพบ เขาไม่ได้ว่าอะไรแต่ถามหาปารดาแทน สำลีพาซื่อตอบไปตามความจริงว่าคุณหนูของเธอไปอยู่ที่เชียงใหม่แล้ว ก่อนที่คนในรถจะขอบอกขอบใจและเคลื่อนรถออกไป"ว่ายังไงสำลี เขาไปแล้วใช่ไหม" นภาถามทันทีที่สำลีวิ่งกลับมา"ไปแล้วค่ะ""อือ งั้นแกก็ไปเตรียมตั้งโต๊ะได้แล้ว อีกเดี๋ยวคุณท่านก็กลับ" นภาพูดพลางเก็บเครื่องเพชรลงกล่องอย่างเบามือ กระทั่งได้ยินเสียงรถของสามีแล่นเข้ามาก็รีบซ่อนกล่องเครื่องเพชรในกระเป๋าทันที"ใครมาเหรอคุณ ผมเห็นมีรถขับสวนออกไป" ธีรยุทธวางของลงที่โซฟา ยกมือปลดกระดุมที่คอออก"ไม่ทราบค่ะ เขาบอกว่ามาหาคุณ ฉันเห็นคุณยังไม่กลับ เลยบอกให้เขากลับไปก่อน ใช่ไหมสำลี เขาว่ายังไงบ้างบ
ชนาวินตัดสินใจที่จะไปเคลียร์กับปารดาให้รู้เรื่องเพราะถึงยังไงก็ต้องทำงานด้วยกันเขาไม่อยากทำงานกับเธอทั้งที่ยังบาดหมางกันแบบนั้นชายหนุ่มตัดสินใจเคาะประตูกลางก่อนจะถือวิสาสะเปิดเข้าไปในห้องเพราะอีกคนเงียบไปคนตัวสูงเท้าเอว กวาดสายตามองไปรอบๆแต่ก็ไม่เจอเจ้าของห้อง กำลังจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องตัวเองประตูด้านหน้าก็เปิดออกพร้อมกับร่างเล็กที่เดินเข้ามาสีหน้าตะลึงงันที่เห็นอีกคนอยู่ในห้องตัวเอง และสภาพของปารดาก็พาให้ชนาวินมองอย่างตั้งใจ ที่มือมีหลอดยา ในอ้อมแขนอุ้มขวดน้ำอยู่ ปากคาบถุงอะไรซักอย่างที่มองแล้วพอจะเดาได้ว่าเป็นไอศกรีมน่ะนะ"ลุงมาทำอะไรคะ"เจ้าของห้องเดินไปวางข้าวของบนเตียงนอนและถามขึ้น พลางทำตาโตใส่ มือก็แกะถุงไอศกรีมออกพร้อมกับเอาเข้าปากงับอย่างเอร็ดอร่อย"ที่บ้านมีไอติมด้วยเหรอ" เขามองของในมืออีกคนแล้วถามด้วยความแปลกใจ"ฉันซื้อมาเองค่ะ อยากกินเหรอ มีนะในตู้ไปหยิบได้เลยฉันไม่หวง" คนใจดีบอกพลางกัดกินไอศกรีมในมือไปด้วยท่าทางอารมณ์ดีเมื่อได้ของหวาน"เหรอ อืม ขอบใจนะ เอ้ย! เด็กบ้านี่ เอาไอติมมาล่อฉันเหรอ" เกือบจะเคลิ้มตามเดินไปหยิบไอศกรีมมากินแล้วไหมล่ะ"บ้าใครเขาทำแบบนั้น ก็เห็นม
อีกด้านที่บ้านธนทรัพย์รุ่งเรือง ภายในห้องทำงานขนาดกว้างที่ตอนนี้ชัยยศยึดครองเอาไว้ตั้งแต่ที่สุรเดชกลายเป็นผู้ป่วยเดินไม่ได้มานานนานถึงสองปีแล้วชัยยศนั่งที่โต๊ะทำงานไม้สักขนาดใหญ่ มองลูกน้องที่กำลังรายงานคสามเคลื่อนไหวต่างๆ"มันหลอกเราครับนาย ผมให้คนไปสืบแล้วคนที่ไปอเมริกาคือลูกสาวคนโตของนายธีรยุทธครับ ส่วนคุณหนูป่าน ตอนนี้อยู่ที่ไร่ชนะพลจริงๆอย่างที่นายคาดเดาเลยครับ" พวัต มือขวาของชัยยศรายงานสิ่งที่ได้มา เขาส่งคนตามหาตัวปารดาที่อเมริกา แต่กลับพบว่าคนที่อยู่ที่นั่นคือปารมีต่างหาก"พวกมันคิดจะซ่อนตัวเด็กคนนั้นสินะ" ชัยยศใบหน้าเครียดตึง เขาเป็นชายวัยกลางคนอายุเกือบหกสิบที่ยังไม่มีครอบครัวเพราะหมกมุ่นกับการกำจัดทุกคนที่เป็นทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรือง ตลอดเวลายี่สิบกว่าปีมานี้ เขาตามหาตัวปารดาจนแทบพลิกแผ่นดินแต่ก็ไร้ร่องรอยตั้งแต่ที่ปรมินทร์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุพร้อมภรรยาและลูกสาว แต่ปรียานุชกลับหายตัวไปพร้อมเด็กจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ไม่มีใครพบเห็นแม้ว่าสุรเดชจะให้คนออกตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ สุรเดชก็ยังให้คนออกตามหาสองแม่ลูกอย่างไม่ลดละ แม้ความหวังจะริบหรี่ก็ต
ปารดาตื่นแต่เช้าเลือกชุดที่คิดว่าเหมาะกับการทำงานออฟฟิศ เป็นกระโปรงทรงเอเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนมีระบายที่คอและแขนน่ารักสมวัยเธอรวบผมยาวขึ้นเป็นหางม้าผูกด้วยโบเส้นใหญ่สีเดียวกับเสื้อ ใบหน้าแต่งแต้มเล็กน้อยให้ดูสดใส สำรวจตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเกี่ยวกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นคล้องที่ไหล่และเดินลงไปด้านล่างเพื่อทานอาหารเช้ากับทุกคน"มาแล้วเหรอคะ มานั่งนี่ค่ะ ทานข้าวกัน"รังรองยิ้มรอหลานสาวคนโปรด มองสำรวจปารดาด้วยความแปลกตา"วันนี้สวยนะเนี่ย"เป็นชนะพลที่แซวขึ้นมา ปกติปารดาไม่ค่อยแต่งหน้าอยู่บ้าน พอเติมนิดแต่งหน่อยก็ทำให้ดูสวยแปลกตาขึ้นมา แม้แต่ชนาวินเองก็ยังมองอึ้งๆ/เด็กกะโปโลนี่พอแต่งขึ้นมาก็สวยใช้ได้แหะ/"แอบนินทาคนอื่นในใจไม่ดีนะคะลุง"ปารดาพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาอีกคนจ้องมองมา และนั่นทำให้ชนะพลหัวเราะเบาๆที่ลูกชายถูกว่ากลางโต๊ะอาหาร"พ่อขำอะไรเล่า เด็กนี่ว่าผมนะ" ชนาวินแหวใส่พ่อตัวเอง"นี่แกอายุเท่าไหร่ น้องพูดแค่นี้ทำไมต้องโวยวาย"ชนะพลตำหนิเบาๆ สายตาที่บอกว่าไม่เข้าข้างทำให้ชนาวินหงุดหงิด"ใช่สิ ยัยนี่ลูกรักนี่ อะไรก็หนูป่านอย่างนั้น อะไรก็หนูป่านอย่างนี้ ผมไม่ใช่ลูกแล้วสิ" พอทำอะไรไม่ได้ก็
เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เด็กสาวกำลังจะทำมันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างในอนาคต แต่ตามที่เขารับปากพ่อเอาไว้ เขาจะเป็นคนปกป้องและคอยช่วยเหลือเธอเอง"ต้องการผู้ช่วยไหม" ปารดาผละออกจากหน้าท้องของอีกฝ่าย ยกมือปาดน้ำตาพอลวกๆ แล้วแหงนหน้ามองอีกคนตาแดงก่ำ"รับสมัครหนึ่งตำแหน่งค่ะ""โอเค ค่าแรงแพงหน่อยนะ ไม่รู้จะจ่ายไหวหรือเปล่า" เขาย่อตัวลงแล้วยิ้มให้คนน้อง ยกมือขึ้นเกลี่ยน้ำตาที่แก้มนิ่มที่ผ่านมาเขามัวแต่หวาดระแวงกับการที่จะต้องแต่งงานกับเด็กคนนี้ กลัวที่ต้องเสียความโสดที่หวงแหนไป กลัวว่าจะต้องใช้ชีวิตกับคนที่ไม่ได้รัก แต่ตอนนี้เขาไม่มีเรื่องพวกนั้นในหัวเลยตั้งแต่ทำความเข้าใจอะไรหลายๆอย่างทั้งหมด เขาก็เข้าใจแล้วว่า มันคือหน้าที่ ปารดามีหน้าที่ที่จะต้องเป็นทายาทเจ้าสัว เขามีหน้าที่ดูแลทายาทเจ้าสัว นี่ต่างหาก คือความจริง"จ่ายไหวสิคะ หนูเป็นหลานสาวเจ้าสัวนะ" คนตัวเล็กกว่าพอจะยิ้มออกมาได้บ้างกับมุขเสี่ยวๆค่าตัวแพงของชนาวิน ความออดอ้อนที่มีทำให้เผลอแทนตัวเองเปลี่ยนไป แต่ชนาวินกลับรู้สึกชอบแบบนั้นมากกว่าแทนตัวด้วยชื่อสะอีก"หนูตัวใหญ่ไปนะ" เขาวางมือบนหัวแล้วโยกไปมาเบาๆเป็นเชิงหยอก"บ้า ป่านลืมตัว" เธอว่าแล้วท
ถึง หนูป่านของแม่ตอนที่หนูได้อ่านจดหมายฉบับนี้แม่คงได้ไปอยู่กับพ่อบนสวรรค์แล้วนะลูก แม่บอกคุณป้ารังรองของหนูเอาไว้ว่าให้มอบของพวกนี้ให้หนูตอนที่หนูเรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วและยังมีชีวิตอยู่ ถึงตอนนั้นหนูคงจะพร้อมที่จะเป็นทายาทของคุณปู่ ทุกอย่างที่แม่และป้าทำ เพื่อหนูนะลูก อย่าได้ครางแครงสงสัยสิ่งที่คุณป้าบอกคือเรื่องจริงแม่เชื่อใจป้ารังรองของหนู ให้ทำทุกอย่างตามที่คุณป้าบอก แต่ถ้าหนูไม่อยากทำ ให้บอกคุณป้าไปตรงๆ จะไม่มีใครบังคับหนูได้ แต่อย่าลืม ว่าหนูคือธนทรัพย์รุ่งเรือง คือลูกสาวพ่อกับแม่ คือหลานของคุณปู่ แม่รักหนูมาก ดูแลตัวเองดีๆนะลูก รักแม่ของหนูปารดามองแผ่นกระดาษในมือ กวาดตาไปมาอยู่หลายรอบ หัวใจเต้นแรงมากขึ้น เธอเดินไปนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่างนั่น หยิบของในซองออกมาทีละชิ้น ทีละชิ้น ของแต่ละชิ้นมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือแปะเอาไว้เข็มกลัดของแม่สร้อยคอของพ่อแหวนประจำตระกูลกุญแจตู้เซฟที่ธนาคารxxxสมุดบัญชี สามสี่เล่มที่ยอดเงินไม่น้อยเลยเช่นกันและภาพถ่ายของสามคนพ่อแม่ลูก ไม่รู้เมื่อไหร่ที่น้ำตาหยดแมะลงมาบนพื้นโต๊ะไม้ มือของปารดาสั่นเทา หยิบรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมามอง พ่อเหรอ คนนี้คือพ่อที
"นี่คือหนูในตอนนั้น คุณหนูอันตราของทุกคน แม่ยังจำได้ ทุกคนดีใจกับการเกิดมาของหนูมาก เพราะหนูคือทายาทคนเดียวของธนทรัพย์รุ่งเรือง"ภาพหญิงสาวใบหน้าสะสวยที่ปารดาจำได้นี่คือแม่ของเธอ กำลังอุ้มเด็กตัวเล็กในอ้อมแขน อีกด้านมีผู้ชายหน้าตาใจดีที่ดูแล้วเหมือนปารดามากยืนอยู่ข้างกัน"เหมือนป่านมาก ไม่สิ ต้องบอกว่าป่านเหมือนคนนี้มาก" ชนาวินพูดออกมาเมื่อเห็นภาพถ่ายใบนั้นไปพร้อมกัน"ใช่ หนูป่านเหมือนพ่อมาก คุณปู่ก็เลยรักหนูมาก แล้วก็ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าจะยกทุกอย่างที่มีให้หนู นั่นทำให้เรื่องเลวร้ายทุกอย่างเกิดขึ้น" รังรองพูดด้วยน้ำเสียงติดสั่นเล็กน้อย ปากอิ่มเม้มแน่นเมื่อต้องพูดเรื่องเหล่านั้นขึ้นมา"ทำไมป่านถึงเป็นทายาทคนเดียว แล้วลุงล่ะคะ ลุงเป็นลูกของคุณแม่"ปารดาหันไปที่ชนาวิน เธอไม่เข้าใจ ในเมื่อรังรองก็เป็นลูกอีกคนของปู่ ถ้าอย่างนั้น ชนาวินก็ต้องมีสิทธิ์ในสมบัติพวกนั้นเช่นกันรังรองส่ายหน้าไปมา มองชนะพลแล้วจับมืออีกคนเอาไว้แน่น"ฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แม่เลี้ยงฉันมาตั้งแต่เกิดแค่นั้น" ชนาวินตอบแทน ปารดาอ้าปากค้างยิ่งสับสนหนักเข้าไปอีก"อะไรนะคะ" ถามออกไปอย่างไม่อยากเชื่อ"คุณปู่มีลูกสามคน คุณ
"มานั่งนี่สิลูก แม่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง" รังรองยิ้มกว้างตอบรับลูกชายและลูกสะใภ้ ทั้งสองมานั่งลงคนละฝั่ง วันนี้ดูพ่อกับแม่จะเครียดๆชอบกล"มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมแม่ดูเครียดๆ" ชนาวินมองรังรองที่สีหน้าแปลกไปจากทุกที แต่รังรองก็ยังคงยิ้มให้"ฟังแม่หน่อยนะ เรื่องนี้สำคัญมากเลยล่ะ" ชนะพลบอกกับลูกชายและปารดาที่นั่งตาแป๋วรอฟัง"ย้อนไปเมื่อยี่สิบปีก่อน"รังรองเริ่มเกริ่นถึงวันที่ปรมินทร์ได้รับอุบัติเหตุและเสียชีวิตในกองเพลิง โดยที่ภรรยาและลูกสาววัยขวบกว่าได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่ว่าตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอผ่านไปสองสัปดาห์ ภรรยาของปรมินทร์นามว่าปรียานุชติดต่อมาหารังรองและขอความช่วยเหลือ ทำให้รู้ว่าการตายของปรมินทร์เป็นการจัดฉาก และคนที่ทำก็คือชัยยศปรียานุชที่หนีรอดมาได้ก็หอบลูกสาวคนเดียวที่เป็นทายาทของธนทรัพย์รุ่งเรืองหนีไปอยู่กับแม่แท้ๆที่ต่างจังหวัด เพื่อหลบหนีการตามล่าของชัยยศทุกคนช่วยกันวางแผนเพื่อให้สองแม่ลูกยังมีชีวิตอยู่ ปรียานุชติดต่อไปที่ธีรยุทธให้มารับสมอ้างเป็นพ่อของลูก เปลี่ยนชื่อและให้ใช้นามสกุลของธีรยุทธ แต่สุดท้าย ปรียานุชก็ต้องจากไปก่อนด้วยโรคมะเร็ง ก่อนตายได้ฝากฝังลูกสาวคนเ
ฝันร้ายเมื่อสี่สิบปีก่อน ฝันที่รังรองไม่อยากจดจำ เด็กสาววัยสิบห้าปี ต้องเจอพี่ชายที่เห็นกันมาตั้งแต่เกิดลวนลามทั้งทางร่างกายและสายตามาตลอดแรกๆรังรองไม่คิดอะไร แต่พอนานวันเข้ายิ่งโต ชัยยศก็ยิ่งแสดงพฤติกรรมน่ารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่าจะเข้ามากอดแล้วลูบคลำตัวเธอ หรือมองเธอด้วยสายตาจาบจ้วงตลอดเวลา รังรองและชัยยศอายุห่างกันสามปีพ่อรับชัยยศมาเพราะไม่มีลูกเสียที แต่พอผ่านไปสามปีก็มีรังรองออกมา และมีปรมินทร์ที่ห่างกันออกไปเกือบสิบปี เรื่องที่ชัยยศไม่ใช่ลูกแท้ๆทุกคนรู้ดี และนั่นยิ่งทำให้รังรองลำบากใจกับการใช้ชีวิตที่เหมือนโดนตามรังควานอยู่ตลอดเวลารังรองโดนชัยยศเข้าหาและเอาตัวรอดมาได้แบบเฉียดฉิว แต่พ่อไม่ฟังที่เธอพูด พ่อเข้าข้างชัยยศที่บอกว่าไม่ได้ทำอะไร และต่อว่าเธอที่เพียงเพราะเธอเป็นผู้หญิง ครอบครัวคนจีนไม่ชอบลูกผู้หญิงอยู่แล้วรังรองจึงทำอะไรไม่ได้มากกว่าการร้องไห้กับแม่ จนเก็บกดและทนไม่ไหว เพราะแบบนั้นรังรองจึงหนีออกจากบ้านมาไกลถึงเชียงใหม่ด้วยวัยเพียงสิบหกปีพร้อมเงินติดตัวที่อยู่ในสมุดบัญชีจำนวนแปดหลักที่พ่อฝากให้ทุกเดือน แม้ว่าหลังจากที่ออกมาเงินจะไม่ได้ฝากเข้าให้อีกต่อไป แต่รังร
หลายวันถัดมาชัยยศนั่งมองรูปถ่ายของปารดาที่ถูกส่งมาจากคนของตัวเองที่ตามไปคอยดูความเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์ ไม่ว่าจะไปไหนทำอะไร ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ข้างกายตลอด ชัยยศไม่ได้รีรอ เขาให้คนสืบจนรู้ว่าชายหนุ่มหน้าตาดีที่อยู่กับปารดาเป็นประจำก็คือชนาวิน ลูกชายของชนะพล คนที่รังรองอาศัยอยู่ด้วยในตอนนี้"ฉันอยากได้ข้อมูลทุกอย่างของผู้ชายคนนี้ ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของไร่ชนะพลด้วย ขอเร็วที่สุด" ชัยยศสั่งงานพวัตเสียงเข้ม เขาต้องการข้อมูลที่มากกว่าชื่ออายุ วันเกิดระดับการศึกษา เขาอยากรู้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์กันแบบไหนทำไมถึงได้สนิทสนมกันขนาดนี้ที่บ้านสวน"คุณท่านคะ คุณท่าน คุณรองค่ะ คุณรองโทรมา" เสียงพรรณีแตกตื่นรีบวิ่งเข้ามาพร้อมโทรศัพท์มือถือของสุรเดชเจ้าของโทรศัพท์เองก็ตื่นเต้นจนมือไม้สั่น รังรองงั้นเหรอ รังรองที่ออกจากบ้านไปสี่สิบปี นานทีปีหนจะโทรมาหาสักครั้งน่ะเหรอนี่เป็นการโทรมาครั้งแรกในรอบสองปีเลยก็ว่าได้ตั้งแต่ที่เขาล้มลงและเริ่มกล้ามเนื้ออ่อนแรงจนต้องใช้รถเข็น รังรองมาเยี่ยมแค่ครั้งเดียวและต้องรีบกลับไปเพราะไม่อยากจะเจอชัยยศ สุรเดชเองก็กลัวว่ารังรองจะเป็นอันตรายรีบไล่ให้กลั
"โห้ย อิ่ม"ปารดาแทบจะแผ่อยู่ตรงนั้น เมื่อได้กินของอร่อยที่คุ้นชินจนซัดเข้าไปเสียเต็มคราบ"อิ่มจริงๆแหละ" อีกคนที่อิ่มตื้อไม่แพ้กันก็ชนาวินนั่นแหละ ไม่ว่าปารดาจะคีบอะไรมาให้เขาก็กินมันจนหมด จนตอนนี้ท้องตึงไปหมดแล้ว"มีของหวานด้วยนะป่านเอาไหม" กระถินพูดขึ้น พลางยื่นถ้วยขนมหวานที่เป็นทับทิมกรอบให้ดู"ลุงเอาขนมหวานไหมคะ" ปารดาหันไปถาม"ยังกินไหวอีกเหรอเราน่ะ" เขาบ่นออกมาพลางส่ายหน้าปฏิเสธ"ก็อยากกินนี่คะ" ปารดาบอก แล้วจูงมือกระถินพากันไปเลือกขนมหวานที่มีให้เลือกสองสามอย่าง ก่อนกลับมาพร้อมไอศกรีม"ชอบกินแต่ไอติมเหมือนเดิม" กระถินว่าให้เบาๆ ทั้งที่บอกให้เลือกขนมหวาน แต่พอเจ้าตัวเห็นไอศกรีม ก็เลือกไอศกรีมเฉยเลย"ก็คนมันชอบนี่" คนตัวเล็กว่าพลางกัดไอศกรีมเข้าปากอย่างอารมณ์ดีชนาวินมองภาพนั้นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมาเบาๆ มองดูปารดาหยอกล้อเล่นกับกระถินและชงโคก็พลอยยิ้มไปด้วย"มากันบ่อยเหรอครับที่นี่" ชนาวินถามปานนท์"นานๆทีครับ เห็นว่ามีโปรโมชั่นหมูกระทะกระถินเขาก็เลยมาชวน" ปานนท์ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม สายตาก็มองชงโคที่คอยดูแลปารดาราวกับเป็นคุณแม่ ปารดาที่เอาแต่อ้อนก็เหมือนเด็กเล็กๆ พอเห็นแบบนี้ก็พลอย
ปารดาเร่งทำงานในส่วนของตัวเองให้แล้วเสร็จก่อนเวลาเลิกงานเพื่อจะได้ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆ ชนาวินเองก็พลอยรีบเคลียร์งานของตัวเองไปด้วย"เสร็จแล้ว เย้"ชูมือสองข้างขึ้นแล้วยิ้มออกมาด้วยคใามดีใจที่หายเรียบร้อยและพร้อมสำหรับการเลิกงาน"พอจะได้ไปเที่ยวนี่รีบเลยนะ" ชนาวินบ่นให้เบาๆ"ลุงยังไม่เสร็จเหรอคะ"คนตัวเล็กเข้ามาเดินวนเวียนใกล้ๆ ซ้ายทีขวาทีจนชนาวินไม่มีสมาธิ เขาเลยคว้าเข้าที่แขนของอีกคนแล้วออกแรงดึงจนปารดาเซลงมานั่งบนตักของเขาแบบไม่ตั้งตัว"ลุง!!"ปารดาแหวใส่เสียงหลง ดันตัวอีกคนเอาไว้จะลงจากตักแต่ชนาวินยึดเอวคนตัวเล็กเอาไว้แน่นราวกับเป็นตุ๊กตา"อยู่แบบนี้แหละ เดินไปเดินมาเวียนหัว"เขาพูดทื่อๆขึ้นมาอย่างเอาแต่ใจ เอียงตัวเซ็นเอกสาร มีอีกคนนั่งนิ่งๆบนตักเพราะเกร็งจนไม่กล้าขยับน่ะสิความเงียบเข้าครอบงำ มีแค่เสียงหัวใจที่เริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ ถึงแม้จะนั่งเฉยๆ แต่แรงกอดที่เอวมันพาให้ใจเต้นแปลกๆชอบกล ปารดาเหลือบมองคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาเคลียร์งานไม่กล้าจะพูดหรือขยับตัว กระทั่งชนาวินวางปากกาลงและปิดเอกสารตรงหน้า เขาก็คลายมือออกและจับคนตัวเล็กลงจากตักไปยืนข้างๆ"เสร็จแล้ว" เขาบอก แล้วลุกขึ
บริษัท เจทีคอเปอเรชั่น จำกัดบนชั้นสี่สิบของตึกสูงระฟ้าที่ตั้งของบริษัทส่งออกยักษ์ใหญ่อย่างเจทีคอเปอเรชั่น ชัยยศยืนมองแผ่นฟ้ากว้างผ่านกระจกหนาตรงหน้า สีหน้าเรียบนิ่งจนเยือกเย็นของอีกคนไม่เคยประดับรอยยิ้มเลยสักครั้ง แววตาดุดันมองไปไกลคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"นายครับ ผมให้พวกมันไปซ่อนตัวที่ชายแดนเรียบร้อยครับ" พวัตเข้ามารายงานหลังจากที่จัดการส่งมือผืนสองคนที่ทำงานพลาดไปชายแดนตามคำสั่งผู้เป็นนายเรียบร้อยแล้ว"หาคนใหม่ไปคอยจับตาดู พลาดไปครั้งนี้พวกมันคงระวังตัวแจ ให้คนไปเฝ้าบ้านไอ้ธีรยุทธด้วย แล้วลูกสาวคนโตของมันหาตัวเจอหรือยัง" น้ำเสียงเคร่งขรึมกับท่าทางสุขุมน่าเกรงขามของชัยยศทำให้หลายคนหวั่นเกรง แม้แต่พวัตที่ทำงานด้วยกันมานานก็ยังเกร็งทุกครั้งเวลาที่รับคำสั่งโดยตรง"ยังครับ เธอซ่อนตัวเก่งเหมือนมีคนคอยช่วยตลอดเวลาเลยครับ คนของเราไม่เจอเธอเลย""เพิ่มคนอีก ตามหาให้ทั่วแล้วจับตัวมาให้ได้ เข้าใจไหม""ครับนาย""วันนี้ฉันจะกลับบ้านสวน บอกคนที่นั่นเตรียมอาหารให้ด้วย""กลับบ้านสวนเหรอครับนาย แล้วคุณท่าน" พวัตทักท้วง"ทำไม ฉันจะกลับไปหาพ่อฉันบ้าง ผิดหรือไง ทำตามที่ฉันสั่ง ออกไปได้แล้ว" ชัย