ปารดาตื่นแต่เช้าเลือกชุดที่คิดว่าเหมาะกับการทำงานออฟฟิศ เป็นกระโปรงทรงเอเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนมีระบายที่คอและแขนน่ารักสมวัยเธอรวบผมยาวขึ้นเป็นหางม้าผูกด้วยโบเส้นใหญ่สีเดียวกับเสื้อ ใบหน้าแต่งแต้มเล็กน้อยให้ดูสดใส สำรวจตัวเองให้เรียบร้อยก่อนเกี่ยวกระเป๋าสะพายใบหรูขึ้นคล้องที่ไหล่และเดินลงไปด้านล่างเพื่อทานอาหารเช้ากับทุกคน"มาแล้วเหรอคะ มานั่งนี่ค่ะ ทานข้าวกัน"รังรองยิ้มรอหลานสาวคนโปรด มองสำรวจปารดาด้วยความแปลกตา"วันนี้สวยนะเนี่ย"เป็นชนะพลที่แซวขึ้นมา ปกติปารดาไม่ค่อยแต่งหน้าอยู่บ้าน พอเติมนิดแต่งหน่อยก็ทำให้ดูสวยแปลกตาขึ้นมา แม้แต่ชนาวินเองก็ยังมองอึ้งๆ/เด็กกะโปโลนี่พอแต่งขึ้นมาก็สวยใช้ได้แหะ/"แอบนินทาคนอื่นในใจไม่ดีนะคะลุง"ปารดาพูดขึ้นเมื่อเห็นสายตาอีกคนจ้องมองมา และนั่นทำให้ชนะพลหัวเราะเบาๆที่ลูกชายถูกว่ากลางโต๊ะอาหาร"พ่อขำอะไรเล่า เด็กนี่ว่าผมนะ" ชนาวินแหวใส่พ่อตัวเอง"นี่แกอายุเท่าไหร่ น้องพูดแค่นี้ทำไมต้องโวยวาย"ชนะพลตำหนิเบาๆ สายตาที่บอกว่าไม่เข้าข้างทำให้ชนาวินหงุดหงิด"ใช่สิ ยัยนี่ลูกรักนี่ อะไรก็หนูป่านอย่างนั้น อะไรก็หนูป่านอย่างนี้ ผมไม่ใช่ลูกแล้วสิ" พอทำอะไรไม่ได้ก็
"พ่อเลี้ยงครับ" ป่าสนเสียงเครียดพยายามเร่งความเร็วและมองกระจกหลังตลอดเวลา"มีอะไรป่าสน" สีหน้าชนาวินเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีที่จับอาการลูกน้องได้"มีรถยนต์ตามมาด้านหลังครับ ตามมาสักพักแล้ว เอายังไงดีครับ""ลองเปิดไฟเลี้ยวเข้าข้างทางนะ แล้วดูว่ามันจะยังไง" ชนาวินแนะ ป่าสนทำตาม ในขณะที่ปารดามองทั้งคู่ตาปริบๆ"อะไรเหรอคะ" คนตัวเล็กถามด้วยความแปลกใจ"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันบอกให้วิ่ง ต้องวิ่งให้สุดแรงเลยเข้าใจไหม" ชนาวินที่รับรู้ว่ากำลังจะมีภัยบอกกับอีกคนเสียงเครียด ปารดาพยักหน้ารับแม้ไม่เข้าใจแต่คิดว่ามันต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นแน่ ๆปัง!! เอี๊ยดดดด"ว้ายยยย!!"เสียงเบรกรถที่ดังลั่นผสมกับเสียงกรีดร้องของปารดาทำให้คนตัวเล็กยกมือขึ้นปิดหูตัวเองด้วยสันชาติญาณที่มี ชนาวินกดหัวอีกคนให้ก้มลงเพื่อไม่ให้อยู่ในวิถีกระสุน"ป่าสน โอเคไหม" ชนาวินร้องถามลูกน้องของตัวเอง"ไม่เป็นไรครับพ่อเลี้ยง"ปัง...ปังปัง เสียงปืนยิงรัวมาที่รถ ป่าสนคว้าปืนของตัวเองที่เก็บในลิ้นชักออกมายิงสู้ชนาวินที่เห็นท่าไม่ดีหากอยู่ตรงนี้ต่อไปอาจจะทำให้ได้รับบาดเจ็บก็ได้ เขาตัดสินใจเปิดประตูออกกว้าง สะกิดปารดาคล้ายเป็นสัญญาณ ปารดา
ระยะทางที่วิ่งหนีมาร่วมกิโลทำให้แรงเริ่มหมด แข้งขาเริ่มอ่อนแรงแทบจะก้าวไม่ไหวและสุดท้ายเท้าของปารดาก็สะดุดเข้ากับตอไม้จนล้มลง"โอ้ย!"เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับอาการถลาไปข้างหน้า ขาอีกข้างก้าวไปแล้วแต่อีกข้างยังติดทำให้ล้มลงไปเข่ากระแทกกับพื้นแควก!กระโปรงที่สวมอยู่ขาดขึ้นเป็นทางยาว เจ้าตัวถึงกับหน้าเหวอ นั่งแหมะลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง"ไหวไหม ฉันได้ยินเสียงน้ำ น่าจะมีธารน้ำใกล้ๆ ไปพักตรงนั้นกันนะ" ชายหนุ่มย่อตัวลงมองสำรวจ"เจ็บข้อเท้าค่ะ"ปารดาเบ้หน้าเมื่อชนาวินกดลงมาที่ข้อเท้า ดูเหมือนที่สะดุดเมื่อครู่จะทำให้ข้อเท้าแพลงขึ้นมา"ทนหน่อยได้ไหม ไปตรงนั้นนะ"ชนาวินบอกอีกคน ปารดาพยักหน้ายื่นแขนให้ชนาวินช่วยพยุงลุกขึ้น พยายามเดินลากเท้าที่เจ็บไปจนถึงลำธารปารดาถูกจับให้นั่งลงที่ขอนไม้ใหญ่ใกล้ๆลำธาร ตรงนี้มีพุ่มไม้ใหญ่ที่บังทางที่มาเมื่อกี้ ถ้าหากมีใครตามมาคงมองไม่เห็น พวกเขา ชายหนุ่มย่อตัวลงตรงหน้าอีกครั้งเพื่อดูอาการของอีกคน"เจ็บมากไหม" ชนาวินเงยหน้าขึ้นถาม ปารดาพยักหน้าเบาๆเจ้าของขาเรียวรู้สึกเซ็งนิดหน่อย แขนก็ยังไม่หายดี ขาก็ดันมาเจ็บ กระโปรงที่ใส่อยู่ก็ขาดขึ้นมาจนเห็นโคนขา พอยกขาขึ
ชนาวินพาปารดาหนีเข้าไปหลบในป่า พวกเขาอาจจะวิ่งเตลิดเข้าไปลึกจนหาทางออกไม่ได้เพราะรอบด้านมืดไปหมด ชนะพลไม่อยากรอแม้แต่วินาทีเดียว"เราควรไปทางนี้ครับพ่อเลี้ยง ทางนี้มีธารน้ำ"ชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถวนี้ให้คำแนะนำ ด้วยรู้ว่าในป่ากว้างนี้มีธารน้ำที่ไหลผ่านลงมาจากน้ำตกที่ยอดเขา"งั้นเราไปทางนี้" ชนะพลบอกกับทุกคน ต่างคนต่างน้องเรียกชนาวินและปารดาเสียงดัง ระยะทางเท่าไหร่ไม่รู้ที่กคนเดินหน้าตามหาอย่างเต็มกำลัง"หนูป่าน...."เฮือก!ปารดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เธอพบว่าชนาวินกอดเธอไว้แต่นั่นไม่สำคัญกับหูที่แว่วได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเอง"ลุงๆ ลุงคะ"ปารดาสะกิดเรียกชนาวินที่เพิ่งหลับไป เขางัวเงียตื่นขึ้นมองคนตัวเล็กข้างตัวด้วยความมึนงง"อะไรเหรอ""ฉันได้ยินเสียง""หื้ม จริงเหรอ"ชนาวินลุกนั่งตัวตรง เขาคลายแขนออกจากไหล่อีกคนแล้วขยับตัวลุกขึ้นพยายามเงี่ยหูฟัง/พ่อเลี้ยงค้าบ คุณป่าน/ชนาวินย่นคิ้วใช่ มีคนเรียกพวกเขา หรือจะเป็นพ่อ แต่ต้องฟังให้แน่ใจเสียก่อนว่าไม่ใช่คนร้าย"นั่นไง มีคนเรียกจริงๆด้วย" ปารดาผุดลุกขึ้น จับแขนของชนาวินเอาไว้"ใช่ มีคนมาตามหาเรา" ชนาวินยิ้มออกมาพร้อมหันไปสบตาอีกคนที่ยิ้มร
ปารดาถูกพากลับมาบ้านโดยมีรังรองไปรับพร้อมกับชนาวิน ยังไม่ทันได้นั่งลง อยู่ ๆคนที่ไม่คาดคิดก็โผล่มา และทำมากกว่าการทักทายปกติทั่วไป พาขวัญโผเข้าหาและกอดชนาวินเอาไว้แน่น"พี่วินเป็นยังไงบ้างคะ ขวัญทราบข่าวก็รีบมาเลย"พาขวัญผละออกแล้วจับมือชนาวินเอาไว้ มองสำรวจร่างกายของอีกคน สีหน้าท่าทางเป็นห่วงชายหนุ่มมากจนไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่มองอยู่รังรองกับปารดามองหน้ากัน ปารดาไม่ได้สนใจเท่าไหร่แต่รังรองน่ะไม่ชอบใจเอาเสียเลย"เอ่อ ขวัญครับ"ชนาวินแกะมือพาขวัญออกด้วยเกรงใจสายตาของแม่และปารดาที่มองอยู่ และนั่นทำให้พาขวัญรู้สึกตัว ยิ้มเจื่อนๆให้ทั้งรังรองและปารดา"สวัสดีค่ะคุณป้า น้องป่าน ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะขวัญตกใจมากไปหน่อย" พูดแล้วก็ยกมือไหว้รังรองที่กำลังพาปารดาไปนั่งลงที่โซฟาตัวใหญ่"ไม่เป็นไรค่ะ นั่งก่อนสิคะ ขอบคุณมากเลยนะคะที่เป็นห่วงลูกชายป้า แต่ตาวินไม่ได้เป็นอะไร คนที่เป็นน่ะหนูป่านค่ะ"รังรองพูดเสียงเรียบ มองพาขวัญด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป"ตายจริง น้องป่านเจ็บตรงไหนคะ"พาขวัญนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัว แสร้งแสดงอาการเป็นห่วงอีกคนต่อหน้าชนาวิน"ไม่เป็นอะไรมากค่ะแค่ข้อเท้าแพลง"ปารดาบอกกลับ มองพาข
ชนาวินเดินไปล้างมือในห้องน้ำ ก่อนกลับออกมาอย่างใช้ความคิด พอถูกถามตรงๆแบบนั้นมันก็ทำให้ชนาวินคิดตาม เขาเองก็ไม่เคยหาคำตอบให้เรื่องพวกนั้นนั่นสิ ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ชอบพอกัน แต่ทำไมถึงไม่คบกัน สำหรับพาขวัญ เขายอมรับว่าชอบอีกคน แต่มันยังไม่ถึงขั้นจะคบหากันได้ เขาไม่ได้อยากผูกมัดใครไว้ หากเขายังไม่สามารถที่จะมีพาขวัญแค่คนเดียวได้ เขาก็ไม่อยากจะขังเธอไว้ด้วยคำว่าแฟน และเขาก็หวังว่าพาขวัญอาจจะได้เจอคนที่ถูกใจมากกว่าเขาในสักวัน แต่ถ้าวันนึงเขายังไม่มีใครและพาขวัญเองก็ไม่มีใคร เราอาจจะตกลงคบหากันจริงๆจังๆก็ได้ แต่มันไม่ทันแล้วตอนนี้เบามีปารดา และมันจริงอย่างที่แม่บอก เขาควรให้เกียรติเธอในฐานะภรรยา จนกว่าจะหย่าขาดจากกันเมื่อให้ข้อมูลที่สถานีตำรวจเรียบร้อยแล้วเกริกก็พอผู้เป็นนายกลับมาที่บ้าน ชนะพลเรียกหาชนาวิน ชายหนุ่มกำลังจะออกไปตรวจงานที่ไร่พอดี"มีอะไรครับพ่อ""นั่งก่อน" ชนะพลมองลูกชาย"ตกลงมันเรื่องอะไรกันพ่อ ผมมั่นใจนะว่าเราไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร ทำไมโดนไล่ยิง"ตั้งแต่จำความได้ ที่ไร่ทำธุรกิจแบบขาวสะอาด ไร่รอบๆก็อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่เคยที่จะมีปัญหากับใครเลยในแถบนี้ การที่ถ
ชนาวินไปซื้อของตามที่คนตัวเล็กจดมาในกระดาษ เขาไม่ได้เข้าใจอะไรเท่าไหร่แต่พอยื่นกระดาษให้แม่ค้าเขาก็จัดทุกอย่างมาให้ถุงใหญ่ ชนาวินมองของเหล่านั้นพลางเลิกคิ้ว/ทำเป็นด้วยเหรอไอ้งานพวกนี้/ชายหนุ่มได้ทุกอย่างที่ต้องการก็เหลือแค่ไอศกรีมของโปรดของอีกคน พลันนึกขึ้นได้ว่าอยากซื้อเค้กไปให้คนเจ็บด้วยก็เลยแวะที่ร้านของพาขวัญ และนั่นทำให้พาขวัญสมใจ เธอคิดเอาไว้แล้วว่าอีกคนจะต้องมาหาเธอแน่ ๆ แต่พาขวัญก็ดีใจเก้อเมื่อชนาวินบอกว่าออกมาซื้อของให้ปารดา"พอดีป่านเขาฝากซื้อของ พี่ก็เลยแวะมาครับ อยากได้เค้กสักก้อนไปฝากแม่กับป่านด้วย"ชนาวินบอกไปตามตรง ใบหน้าสวยเจื่อนลงเล็กน้อย มองถุงของที่อีกคนซื้อมาด้วยความอิจฉาในใจ ที่เห็นชนาวินดูจะเอาใจใส่ปารดามากมายขนาดนี้"ได้สิคะ น้องป่านชอบอะไรเหรอคะ" พาขวัญถามขึ้นแล้วเกินเข้าไปที่หลังตู้โชว์เค้ก"ไม่รู้สิครับ งั้นรอเดี๋ยวนะครับ พี่โทรถามก่อน" พูดแล้วก็โทรหาคนตัวเล็กทันทีพาขวัญที่อยู่หลังตู้โชว์ขนมได้ยินทุกคำที่ชนาวินคุยกับคนในสาย มากกว่าการพูดคุยเหมือนกำลังหยอกกันมากกว่าชนาวินทั้งยิ้มและหัวเราะออกมาด้วย ก่อนที่ชายหนุ่มจะกดวางสายและมองตู้โชว์ของเธอ"เอาบลูเบอรี่ช
หลังมื้ออาหาร ชนาวินพาปารดามาที่สวนข้างบ้าน วันนี้พระจันทร์เต็มดวงกลมสวยอย่างที่ชนะพลว่าไว้จริงๆ"ตรงนี้เห็นพระจันทร์ใหญ่จังเลยค่ะ"ปารดายกมือขึ้นทาบทับลงบนพระจันทร์ดวงโต แต่กางมือเท่าไหร่ก็บดบังมันไม่มิด"นั่นสิ" ชนาวินนั่งลงข้างๆปารดา เขาเหลือบมองอีกคนที่อยู่ ๆก็เงียบขึ้นมา"เมื่อก่อนตอนอยู่กับยาย ยายก็ชอบพามานั่งมองพระจันทร์ ยายบอกว่าแม่สวยเหมือนพระจันทร์" เธอพูดขึ้น ขณะที่ตาก็ยังมองไปไกลที่พระจันทร์กลมโตนั้น"แล้วสวยจริงไหม""ไม่รู้สิ ป่านจำไม่ได้ เห็นแค่ในภาพถ่ายก็สวยนะคะ ยายบอกว่าแม่เสียไปตอนป่านสองขวบ เป็นมะเร็งน่ะ ป่านอยู่กับยายมาตลอดพอยายเสียตอนสิบขวบ ป่านก็ย้ายไปอยู่กับพ่อ" เธอพูดเบาๆบอกเล่าเรื่องราวที่ปกติไม่ค่อยบอกใครให้กับชนาวินได้ฟัง ปารดารู้สึกไว้ใจอีกคนหลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายมาด้วยกัน"เหงาไหม" เขาถามขึ้น"..." ปารดาหันหน้ามาหาเขาสายตาไหววูบไปกับคำถาม"ขอโทษที่ถาม ไม่ต้องตอบก็ได้" เมื่อสบแววตาหม่น เขาเหมือนใช้คำถามผิดกับอีกคน ชนาวินรู้สึกผิดขึ้นมา"เหงาค่ะ เวลาที่ไปโรงเรียน เห็นแม่เพื่อนมารับมันเหงามาก เพื่อนคนอื่นมีแม่คอยดูแล แต่ป่านมีแค่ยาย ตั้งแต่เล็
ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา
ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง
เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ
หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล
หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ
"เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ
เช้าอีกวัน พาขวัญที่คิดจะไปตั้งแต่แรกต้องวิ่งวุ่นตามพยาบาลสามสี่รอบเพื่อจัดการกับชนาวิน ชายหนุ่มมีอาการท้องเสียงจากยาที่ได้รับและนั่นทำให้พาขวัญรับไม่ได้ แต่เธอก็ยังพอจะช่วยเช็ดตัวให้ได้"พี่วินนิ่งๆสิคะ" พาขวัญเผลอดุเมื่อชนาวินปัดป้องไปมา พยาบาลบอกว่ามันเป็นการตอบโต้จากภาวะสมองเมื่อมีคนแตะตัวเขาแล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อมือของชนาวินปัดเอาอ่างน้ำหกเลอะเทอะและรดที่ตัวของพาขวัญด้วย"พี่วิน! ขวัญบอกให้อยู่เฉยๆไงคะ น้ำหกหมดแล้วเนี่ย" หญิงสาวตวาดลั่นอย่างลืมตัว ชนาวินชะงักไปกับท่าทีเกรี้ยวกราดนั้น พาขวัญหงุดหงิดก้มมองตัวเอง คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน"พี่ขอโทษ ขวัญพอเถอะนะ" เขาพูดออกมาเบาๆ "ขวัญไม่เหมาะที่จะดูแลคนป่วยหรอก พี่ขอโทษ ขวัญพอนะ""ช่างเถอะค่ะ ขวัญไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ"เธอไม่ฟังที่เขาพูดตอบกลับมาเสียงห้วน แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ ชนาวินกดเรียกพยาบาลเข้ามา เขายินดีจ่ายให้กับแม่บ้านเพื่อทำความสะอาดพื้นที่เปียกพาขวัญออกมาก็เห็นพยาบาลกำลังจัดการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ ชนาวินนั่งอยู่บนรถเข็นเรียบร้อยแล้ว"พี่วินเรียกพวกเขาเหรอคะ" พาขวัญมองทุกคนที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเอง"
/ถ้าเขาเดินไม่ได้ ฉันจะหย่าให้/คำพูดของปารดาแล่นเข้ามาในหัวของพาขวัญไม่หยุด ตอนนี้เธอเดินเป็นหนูติดจั่นอยู่ที่หน้าห้อง เพราะต้องการใช้ความคิด เฝ้าถามตัวเองตลอดเวลา เธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอรักเขา เพราะงั้นเธอต้องรับให้ได้ นั่นคือที่เธอต้องทำ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนจนเหมือนกำลังวิ่งวนในอ่างแบบนี้กันพาขวัญพาตัวเอง ออกมานั่งเงียบๆที่ร้านกาแฟด้านล่าง เธอหยิบโทรศัพท์กดหาเพื่อนเพื่อปรึกษา และแน่นอนเพื่อนบอกให้ถอยออกมาเพราะเพื่อนรู้ว่าเธอคงรับไม่ได้หากชนาวินเดินไม่ได้จริงๆใช้เวลาอยู่นาน พาขวัญตัดสินใจที่จะยืนหยัดต่อความรักที่เธอมีต่อชนาวิน และกลับไปหาเขาที่กำลังสิ้นหวังกับการเดินไม่ได้"ป่านอย่าทิ้งเฮียไปเลยนะ" เสียงชนาวินดังอยู่ก่อนแล้ว ภาพที่เห็นคือเขารั้งแขนของปารดาเอาไว้แต่เธอไม่สนใจและเดินหนีมาดื้อๆ"ออ มาพอดี ฝากเขาด้วยนะคะ เพราะฉันมีงานสำคัญต้องทำ" พูดแล้วก็เดินออกไปเลย ในขณะที่ชนาวินสีหน้าเศร้า รังรองกับชนะพลก็เครียดไม่ต่างกัน"พี่วิน ไม่เป็นไรนะคะ ขวัญจะดูแลพี่วินเอง" เธอเดินเข้ามาจับมือเขาไว้ ใช่สิตอนนี้เธอต้องอยู่กับเขา"ขอบคุณนะขวัญ ขอบคุณจริงๆ" เขาเอ่ยปากขอบคุณเบาๆ"ถ้าอย่างนั้
"ไม่มีอะไรหรอก ฮอร์โมนคนท้องน่ะลูก เดี๋ยวน้องก็มา" รังรองหัวเราะเบาๆ เข้าใจอาการของปารดาเป็นอย่างดี"ต่อไปแกจะได้รู้จักกับคำว่ามนุษย์เมีย" ชนะพลยักคิ้วให้"คืออะไรครับพ่อ" เขาเลิกคิ้วไม่เข้าใจ"อีกเดี๋ยวแกจะรู้ว่า ทาสเมียมันเป็นยังไง ฮึฮึ" คำพูดสองแง่สองง่ามของพ่อไม่ได้ทำให้ชนาวินเข้าใจมากขึ้น"พ่อเขากำลังจะบอกว่า น้องกำลังท้อง ไม่ว่าน้องต้องการอะไรให้เราครับอย่างเดียวแล้วทำตามที่น้องบอกยังไงล่ะ" รังรองเผยความกระจ่าง"คำว่าเมียเนี่ยศักดิ์สิทธิ์กว่าพระพุทธรูปอีกนะ พ่อบอกเลย แกฟังแม่ไว้เดี๋ยวดีเอง" เขาตบลงที่ไหล่หนาของลูกชาย ทำเอาชนาวินกลืนน้ำลายลงคออย่างบากลำบาก ไม่หรอกมั้ง ปารดาออกจะน่ารัก ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นไปได้หรอกชนาวินก็พอจะเข้าใจความหมายของพ่อและแม่ที่บอกว่าคนท้องให้ตามใจ เพราะตอนนี้ปารดาหน้ามุ่ยที่ถูกขัดใจ แถมไม่ยอมคุยกับเขาอีกต่างหาก"ที่รักครับ เฮียไม่ได้ว่าอะไรเลย""เฮียพูดว่าหนูอ้วน" เธอกอดอกหน้าง้ำ ตรงหน้ามีแต่ขนมเค้กเต็มไปหมดที่สำคัญ มาการองสุดที่รักเพิ่งจะถูกเปิดกล่องขึ้นมาเดี๋ยวนั้นและกินไปแค่อันเดียว ชนาวินแค่ทักว่าอย่ากินเยอะเดี๋ยวอ้วน เท่านั้นแหละเป็นเรื่องเลย"เฮีย