กว่าจะกลับมาถึงที่โรงพยาบาลก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง ทศกัณฐ์ไม่ได้บาดเจ็บฉุกเฉิน อาการบาดเจ็บของเขาต้องรักษาตัวแบบต่อเนื่องที่โรงพยาบาลเดิม และการเดินทางก็มีทีมแพทย์คอยดูแลไม่ห่างชายหนุ่มสังเกตว่าเธอนั่งหน้าบึ้งตั้งแต่มาถึงโรงพยาบาลแล้ว แต่ก็ไม่กล้าถามหรอกเดี๋ยวไปสะกิดรังแตนเข้า"ทำไมคุณถึงไม่ยอมบอกฉัน" ในเมื่อเขาไม่ถามว่าเธอเป็นอะไร เอวาก็เลยเป็นคนเริ่มก่อน เพราะก่อนที่จะเข้าพิธีเขาก็บอกไว้แล้วว่าเดี๋ยวจะเล่าให้ฟัง"ก็เพราะแบบนี้ไงถึงไม่บอก" มือหนาเอื้อมไปเชยคางภรรยาให้หันมา"แต่คุณไม่คิดถึงใจฉันเลย คุณรู้ไหมว่าฉันคิดอะไรต่ออะไรตั้งมากมาย""คุณคิดอะไร""คิดว่าคุณกลับไปหาผู้หญิงพวกนั้น""ไม่มีแล้ว" พอรู้ใจตัวเองว่ารักและคิดถึงเธอมาก เขาก็ให้ลูกน้องเคลียร์ผู้หญิงพวกนั้นให้หมด"จริงนะคะ""เมียน่ารักขนาดนี้จะไปหาที่ไหนล่ะ"จากใบหน้าที่บึ้งตึง ก็เริ่มมีรอยยิ้มออกมาให้เห็น"ขึ้นมานอนบนเตียงนี้ดีกว่า" กว่าจะกลับมาถึงก็ค่ำมืดแล้ว"ไม่เอาค่ะฉันนอนดิ้น" เอวากลัวว่าจะเผลอไปถูกแผลเขาเข้า"ผมจะระวังตัวเอา ให้กอดหน่อยนะ อยากกอดเมียใจจะขาดอยู่แล้ว"เป็นใครถ้าถูกอ้อนขนาดนี้คงใจแข็งไม่ได้แล้ว และเอวาก็เป
"หึ""พวกมึงขำอะไร""เปล่าขำครับ""อย่าให้กูรู้นะว่าพวกมึงขำที่กูต้องกลับมาทำแผลใหม่" ทศกัณฐ์เพิ่งแวะกลับมาที่โรงพยาบาลเพื่อให้หมอเช็คแผล ผลจากการที่ยอมตายเมื่อคืนนี้[บริษัท]เมื่อเช้านี้เอวาได้ยินสามีบอกว่าจะเข้ากรม เธอก็เลยขอติดรถออกมาที่บริษัทด้วย เพราะอยากแวะมาหาเกวลิน ..ทศกัณฐ์ก็เลยตามใจ"พี่รับเงินนี้ไปเถอะ ฉันอยากจะช่วยจริงๆ" มันก็คือเงินที่อยู่ในซองสีน้ำตาลคราวก่อน เอวาอยากจะให้เกวลินรับมันไว้ เพราะเธอคงไม่ได้มาหาบ่อยๆ แล้ว ช่วงนี้นั่งรถทีไรเวียนหัวทุกที"เราจะให้พี่ทำไม เก็บไว้ใช้เถอะ" แต่เกวลินก็ยังคงปฏิเสธ"ฉันไม่ได้ใช้อะไรแล้ว""อ้าวคุณเอวา" ขณะที่เอวากำลังนั่งคุยกับเกวลินอยู่หน้าห้อง รามสูรก็ได้เปิดประตูห้องออกมา"สวัสดีค่ะท่านประธาน วาไม่มารบกวนพี่เกวลินนานหรอกค่ะ""ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย มีอะไรก็คุยกันเถอะ" จากที่จะออกมาสั่งงานเลขา ก็เลยกลับเข้าไปทำเองเงินล้านใครจะไม่อยากได้ แต่ถ้ารับเงินนั้นมามันก็เหมือนว่าเธอหน้าเงิน เกวลินขอทำงานสร้างตัวเองดีกว่า จะให้น้องที่รักกันเห็นว่าเธอเป็นคนแบบนั้นได้ยังไงจนถึงเวลาใกล้เที่ยง ทศกัณฐ์ก็ขึ้นมารับภรรยา"เข้ากรมทำไมกลับมาเร็วจังล่
"พวกมึงไม่ต้องมองกูแบบนั้นเลย ตั้งใจขับรถไป" ชายหนุ่มที่นั่งกุมแผลตัวเองอยู่ด้านหลัง เห็นสายตาลูกน้องมองผ่านกระจกก็รู้แล้วว่าคิดอะไรกันอยู่"ผมว่าเข้ากรมครั้งนี้นอนที่นั่นเลยดีกว่าครับ ให้แผลสมานกันถึงออกมา" ตอนนี้คำว่าเข้ากรมก็เลยกลายเป็นรหัสลับกันไปแล้ว"มึงไม่ต้องออกความคิดเห็น""เจ้านายก็เป็นซะแบบนี้""ตกลงใครเป็นเจ้านายเป็นลูกน้องกันแน่วะ""ก็รู้ว่าพวกผมเป็นห่วง รักษาตัวให้หายก่อนเถอะครับ""มึงไม่มีเมียบ้างให้รู้ไปไอ้เพลิง""หึ.. ผมไม่เอาหรอกครับ ขี้เกียจเป็นเหมือน..""เหมือนใครวะ!""ไอ้ชาติมึงรีบขับรถหน่อยไม่ได้หรือไง" เห็นสายตาดุดันของผู้เป็นนายแล้ว เพลิงก็เลยหันมาเล่นงานชาติคนที่ทำหน้าที่ขับรถแทน"อ้าวมาลงกับเราจนได้"เอวานอนกลางวันตื่นขึ้นมาสามีก็ยังไม่กลับ เธอก็เลยขอให้คนที่บ้านพาออกมาแต่ก่อนที่คนในบ้านจะพาภรรยาของท่านผู้พันออกไป ก็ต้องได้รับการอนุญาตจากท่านก่อนและทศกัณฐ์ก็อนุญาตเพราะเขายังกลับตอนนี้ไม่ได้ และไม่แน่คืนนี้อาจจะได้นอนโรงพยาบาล เพราะทางแพทย์กลัวแผลจะอักเสบ[บ้านจัดสรร] หลังที่รามสูรให้เกวลินอาศัยอยู่.."แล้วคุณทศกัณฐ์ปล่อยเรามาได้ยังไง" วันนี้เป็นวันหยุดเกวลิ
ภรรยาที่(ไม่)รัก บทที่ 110🔞 ตอนจบ"ผมถามคุณแล้วนะ ถ้าพูดอะไรผิดใจห้ามงอน""คะ?" เอวาปลายสายตามองไปดูรอบข้าง เพราะตอนนี้ทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับสิ่งที่สามีเธอกำลังจะพูด "คืนนี้ฉันจะนอนชั้นบน ถ้าอยากบอกก็ตามขึ้นมาสิ" หญิงสาวพูดพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นแบบเขินอาย เพราะเธอพอจะเดาออกแล้วว่าสามีจะพูดอะไรทศกัณฐ์ก็เลยรีบลุกโอบตัวเธอไว้กลัวว่าเธอจะหน้ามืด"ท่านครับ" เพลิงก็กลัวเช่นกันกลัวว่าการเดินขึ้นชั้นบนมันจะไม่ดีต่อแผลของเจ้านายแต่ทศกัณฐ์ส่ายหน้าห้ามไม่ให้ลูกน้องพูดอะไร ชายชาติทหารเรื่องแค่นี้เอง ถึงแม้มันจะนานไปสักหน่อยกว่าจะหายก็เถอะ"คุณไปโรงพยาบาลทำไมคะ" เข้ามาถึงในห้องเอวาก็เปิดเสื้อของเขาดูโดยที่ไม่ได้ขอ และมันก็เป็นแบบที่เธอคิด "แผลของคุณอักเสบอีกเหรอคะ""ไม่ถึงกับอักเสบหรอก แต่คุณหมอกลัวว่า..""เพราะฉันใช่ไหม" เขาไม่ได้ไปไหน แต่สิ่งที่หนักที่สุดก็คือตอนร่วมกิจกรรมบนเตียง ซึ่งเธอเป็นคนเริ่มก่อน"ไม่ได้เป็นเพราะคุณหรอก""เพราะฉันจริงๆ ด้วย""ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย" มือหนาเอื้อมไปกำลังจะกอด แต่เอวาดันหน้าอกแกร่งไว้กลัวว่าจะไปถูกแผลเขาอีก"ฉันว่าช่วงนี้เราแยกกันอยู่ก่อนดีกว่าค่ะ คุณกลั
[บาร์เบียร์]"คุณพี่มาคนเดียวหรือคะ" ต้องถามก่อนว่าแขกมีผู้หญิงติดมาด้วยไหม ถ้ามีทางร้านก็จะไม่จัดผู้หญิงมาบริการ กลัวว่าจะมีปัญหากันภายหลัง"มาคนเดียวครับ" ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วร้าน หลังจากที่เขาสืบมาหลายวัน ก็ได้เบาะแสเล็กน้อยเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้น เบาะแสที่ได้ชี้ชัดมาที่บาร์เบียร์แห่งนี้"คุณพี่สนใจสาวๆ แบบไหนคะ น้องๆ รุ่นนักศึกษาหรือวัยทำงาน" แขกที่มาส่วนมากก็จะเลือกอย่างแรกมากกว่า"คุณเป็นเจ้าของร้านที่นี่เหรอครับ" เขามองดูหน้าเธอคนนี้อายุยังไม่เยอะ แต่ทำไมดูคล่องแคล่วจัง"อย่าบอกนะคะว่าคุณพี่สนใจฉัน" ว่าแล้วคนที่ออกมารับแขกก็นั่งลงเบียดแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน"ผมอยากจะถามข้อมูลอะไรหน่อย""ถามข้อมูล? คุณเป็นตำรวจหรือเปล่า?!" จากน้ำเสียงหวานหยดย้อยเมื่อสักครู่ก็เปลี่ยนไป"ทำไมพวกคุณต้องกลัวตำรวจด้วยล่ะครับ" ฟังแค่น้ำเสียงเด็กสาวคนนี้ก็ดูจะตกใจ "เราไม่ชอบคนในเครื่องแบบค่ะ" "ถ้าผมบอกว่าไม่ใช่ตำรวจล่ะครับ""ก็พอจะคุยกันได้ คุณสามารถเลือกสาวๆ ได้ตามต้องการเลยนะคะ ชอบสาวคนไหนก็เรียกมานั่งได้เลย" ที่เธอคนนี้บอกว่าเลือกได้ตามสบาย เพราะมีสาวๆ เดินไปมาไม่ขาดสาย "ฉันขอตัวก่อนค่ะ"อึบ! "อุ๊
"......." คนตัวเล็กกำลังจะนั่งลงเก้าอี้ข้างๆ แต่ถูกอีกฝ่ายคว้าให้มานั่งบนตัก แล้วเธอจะทำอะไรได้ล่ะ ..แต่คอยดูนะจะเล่นให้หมดตัวไปเลย "เสี่ยขา ทานนี่หน่อยนะคะ" จากที่มีท่าทีปฏิเสธอยู่เมื่อสักครู่ก็เปลี่ยนไป มือเรียวเอื้อมไปรินเหล้าเพียวๆ แล้วยกมาแนบกับริมฝีปากหนา "แบบนี้มันจะไปสนุกอะไร""ยังไงคะ""ต้องแบบนี้สิ" ว่าแล้วเพลิงก็เอื้อมไปรินอีกแก้วหนึ่งให้เท่าๆ กัน อีตาบ้านี้แกล้งโง่บ้างก็ได้ รู้ทันเราตลอดเลย พอเข้ารินเหล้าเสร็จก็จับแขนเธอมาคล้อง "หมดแก้วเลยนะครับ"เมขลากลืนน้ำลายลงคอเล็กน้อย ถ้าหมดแก้วมีหวังเธอ.. "อืมมม" แต่ขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้น มือหนาจับท้ายทอยของเธอกดลงมาที่ริมฝีปากตัวเอง เพลิงเห็นแล้วว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา เขาก็เลยเล่นกับเธอสักหน่อย พอริมฝีปากของทั้งสองแนบชิดกัน ชายหนุ่มก็ส่งเหล้าที่อยู่ในปากไปให้หญิงสาวจะปฏิเสธหรือขยับหนีก็ไม่ได้ เพราะถูกมือของเขาจับกดไว้ และตอนนี้มันก็ค่อยๆ ไหลเข้ามาในปาก จะไม่กลืนก็ไม่ได้อีกนั่นแหละถ้าไม่งั้นคงสำลักแน่พอเหล้าในปากหมดลิ้นหนาก็แทรกตามเข้าไป "อืมมม!" มือเรียวผลักร่างกำยำออก แต่เขาก็ยังคงขยี้จูบไม่ยอมปล่อย "อี๊ดดด!" เมข
[บาร์เบียร์]"น้องเมย์เป็นอะไรบอกน้ามา" เห็นว่าบ่ายคล้อยแล้วหลานสาวยังไม่ตื่นอรอนงค์ก็เลยเข้ามาดูในห้อง แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ถ้าไม่ร้องไห้ก็คงไม่สบาย"เมย์แค่คัดจมูกเล็กน้อยค่ะ""ไอ้เสี่ยนั่นไม่ได้ล่วงเกินเราใช่ไหม" เมื่อคืนนี้รู้สึกว่าแขกเข้าร้านเยอะมาก อรอนงค์ซึ่งเป็นเจ้าของร้านก็เลยยุ่งมากจนลืมเรื่องหลานสาวไปเลยเมขลาตอบไปแค่ส่ายหน้า เธอไม่อยากให้น้าไม่สบายใจไปด้วย"สงสัยจะดื่มมากไป ถ้างั้นคืนนี้ก็พักแล้วกัน" ทั้งสองเช่าที่ดินแต่สิ่งปลูกสร้างต้องได้ลงทุนปลูกสร้างเอง ก็เลยทำเป็นห้องแถวเล็กๆ ไว้ด้านหลัง จะได้ไม่ต้องไปหาเช่าที่ไหนนอนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยไหม ..เสียงสะอื้นค่อยๆ ดังขึ้นเมื่อประตูห้องปิดลง ที่เธอกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย นั่นเพราะแม่ของเธอก็ทำงานกลางคืนแบบนี้ถึงได้มีเธอ แถมไม่รู้ด้วยว่าพ่อเป็นใครอรอนงค์ออกมาเปิดร้านช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะต้องได้เตรียมของทุกอย่างรอพ่อครัวเอง รายได้เยอะก็จริง รายจ่ายก็เยอะตามมา เด็กในร้านก็ไม่ใช่จะช่วยอะไรมากมาย พวกเขาก็ต้องมีหน้าที่รับแขก"น้าบอกให้นอนพักไง""ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะน้า" ถ้าเธอไม่ออกมาช่วยงาน นั่นหมายถึงน้าของเธอต้องทำงานหนั
จังหวะที่ชายหนุ่มเดินผ่านเข้าไปในร้าน หญิงสาวนั่งแอบลงข้างๆ กระถางต้นไม้ พอให้บังสายตาได้หวังว่าเขาคงจะไม่เห็นนะ กลับมาอีกทำไม ..มือเรียวแหวกกิ่งไม้ออกเล็กน้อยเพื่อจะมองเข้าไปในร้าน และเธอก็เห็นว่าเขามองกวาดไปทั่วร้านเหมือนหาอะไรบางอย่าง"คงไม่ได้มองหาเรานะ" ความสวยของเมขลาไม่ได้น้อยหน้าใคร เธอได้ทั้งเชื้อพ่อและแม่มาไว้ในตัว แม่ของเธอเป็นดาวสวยที่สุดในร้านนั้น จนทำให้พลเอกเรวทัตหลงใหล แต่ก็ไม่คิดจะจริงจัง"น้องครับพี่ถามอะไรหน่อยสิ น้องคนที่ชื่อเมขลา..""ตามหาเราจริงด้วย?" แค่มองปากก็รู้แล้วว่าเขาเอ่ยชื่อเธอออกมา เด็กในร้านก็เลยมองดูว่าตอนนี้เมขลาอยู่ที่ไหน อีกคนชี้มาทางหน้าร้านว่าเห็นออกไปข้างนอก "จะบอกเขาทำไม"ถ้าไม่พลาดท่าเสียทีให้ เมขลาก็คงไม่หลบหน้าแบบนี้ หญิงสาวรีบไปห้องของตัวเองที่อยู่ด้านหลังร้าน เธอคงแอบอยู่ในนี้ได้ไม่นาน "เอาไงต่อดีเรา" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว หรือว่าเธอจะไป.. ถ้าไปแล้วใครจะช่วยงานคุณน้า แต่ถ้าอยู่ต่อต้องถูกคุกคามจากลูกค้าบ้ากามพวกนี้แน่แกร็ก.. เมขลาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียง ใบหน้างามมองซ้ายมองขวาหาที่ซ้อน ไปเลยดีกว่า ..มองไปที่หน้าต่างเธอก็เลยตัดส
"เข้าข้างในกัน" เกษมราษฎร์เอื้อมมือมาให้อีกฝ่ายจับมือท่านไว้ เพื่อจะได้ก้าวเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน"ท่านทำอะไรคะ" นางยอมเดินตามแรงที่อีกฝ่ายจูง แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้"บอกแล้วไงว่าไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ แต่งงานกันนะ""อู๊วววว" เสียงโห่แสดงความยินดีดังขึ้นเมื่อเกษมราษฎร์คุกเข่าลงต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ ท่านเคยพูดไว้แล้วถึงแม้ว่าจะพูดแค่กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสได้ทำเพื่อเธอ..จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ต้องอิจฉาเธอ"ลุกขึ้นเถอะค่ะท่าน""คุณตอบตกลงมาก่อนสิ""ท่านเพิ่งขอหมั้นไปวันก่อนเองนะคะ""ถ้าคุณไม่ตกลงผมก็จะอยู่แบบนี้""ตกลงก็ได้ค่ะ" จากเสียงโห่ร้องกลายเป็นเสียงกรี๊ดลั่นจนโรงแรมแทบจะแตก เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงแต่งงานด้วยเกษมราษฎร์ลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุง ถึงแม้จะอายุและเยอะแล้วแต่ร่างกายของท่านก็ยังแข็งแรง เพราะการเป็นทหารต้องได้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา"ดีใจด้วยนะครับ" รามสูรเข้ามาแสดงความยินดี เขาดีใจมากที่จะเห็นแม่มีความสุขสักที ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งที่เห็นแม่ต้องเฝ้ารอพ่อกลับบ้านทุกวันและลูกๆ คนที่เหลือก็เข้ามาแสดงความยินดี รวมทั้งแขกในงาน วันนี้ท่าน
เย็นวันเดียวกันนั้น.. พุดตาลเรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาทานข้าวเย็นร่วมกัน"สวัสดีครับท่าน" รามสูรมาพร้อมกับภรรยา และลูกชาย พอมาถึงก็เห็นว่าท่านพลเอกเกษมราษฎร์ ก็นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย"มาครบกันแล้วใช่ไหม นั่งก่อนสิลูก"พอลูกชายนั่งลงเกษมราษฎร์ก็ขอเป็นคนพูดเอง ท่านบอกทุกคนว่าขอเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัวด้วย ทีแรกเกษมราษฎร์ก็ช่างใจอยู่ กลัวลูกๆ ของพุดตาลจะไม่ชอบใจ เพราะถึงยังไงพ่อของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะกลับมา"ยินดีต้อนรับครับ ผมเองต่างหากที่ต้องฝากคุณแม่ไว้กับท่าน" พี่ชายคนโตเป็นคนเอ่ยพูดก่อน"ขอบใจมากนะลูก" ใจจริงพุดตาลก็อยากจะอยู่กับลูกและหลานแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อสามีหย่าขาดจากผู้หญิงคนนั้น ยังไงท่านก็ต้องกลับมาวนเวียนจนทำให้ชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขแน่ นางก็เลยตัดสินใจตัดกรรมกันไปแต่เพียงแค่นี้"ผมจะประกาศให้สังคมรับรู้เรื่องของเราในเร็ววันนี้""เรื่องนี้แล้วแต่ท่านค่ะ" นางคิดว่าให้คนรับรู้ไว้ก็ดี เรื่องถูกนินทาหนีไม่พ้นอยู่แล้ว ใครจะนินทาก็ช่าง ขอให้ตัวเองอยู่แบบสบายใจก็พอร่วมทานข้าวเย็นกันเสร็จ ลูกชายทั้งสองก็ขอตัวกลับเพราะมันดึกแล้ว ส่วนเพลิงไม่อยากจะกลับก็ต้องได
"ใจเย็นก่อนสิคะมาเหนื่อยๆ น้ำก็ยังไม่อาบ""ขอชื่นใจก่อน" ริมฝีปากหนากระซิบพูดในขณะที่จมูกยังสูดดมคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด"คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ" รักครั้งแรกของเธอมันช่างสวยงามนัก แต่เมขลาหวังว่าจะหยุดผู้ชายคนนี้ไว้ได้แค่เธอ เพราะถ้าเขามีตำแหน่งที่สูงขึ้น เขาจะเป็นเหมือนคนที่ให้กำเนิดเธอไหม"เป็นอะไร" เพลิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเธอไม่เหมือนตอนที่เรียกเขาขึ้นมาข้างบนเลย"อนาคตข้างหน้าอะไรมันก็ไม่แน่นอนค่ะ เผื่อคุณก้าวไปในตำแหน่งที่สูงกว่านี้..""อย่าคิดอะไรที่มันจะไม่เกิดขึ้น" แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอคงกลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนพ่อ"คุณรู้เหรอคะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่""ผมรักคุณ คำนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ฟังมันจากปากผม และผมก็จะพูดให้คุณฟังเพียงคนเดียว""ขอบคุณนะคะ" ขอบคุณเขาทั้งน้ำตา แต่ก่อนตอนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ยังมีความสุขมากกว่านี้เลย แต่พอรู้ว่าพ่อมีนิสัยยังไง เมขลาก็เริ่มกลัวผู้ชายรอบข้าง[โรงแรมหรู]ที่พลเอกเกษมราษฎร์พาพุดตาลมาทานข้าวที่โรงแรม เพราะรู้แล้วว่านางคงไม่กลับไปหาอะไรเดิมๆอีก ท่านต้องทำให้นางเห็นว่าท่านสามารถที่จะพานางก้าวไปในทุกๆที่ได้"ทำไมคุณรู้ว่าฉันชอบกิน เออ..
"ทำอะไรกัน"คนที่กำลังโอบกอดกันถึงกับตกใจปล่อยมือออก"ท่าน?""นายคงไม่อยากจะอยู่ในกรมแล้วใช่ไหม""อย่าทำอะไรผู้กองนะคะ" ถึงแม้เธอจะตัวเล็กกว่ามาก แต่หญิงสาวก็ใจกล้าก้าวออกมายืนบังชายคนรักไว้"เรารู้ไหมว่ามันไม่สมควร""จะสมควรหรือไม่ มันอยู่ที่เราสองคนค่ะ""อย่าลืมสิว่าเราเป็นลูกของใคร""หึ.. แล้วฉันเป็นลูกของใครล่ะคะ""มันสมควรแล้วเหรอที่จะมาพูดต่อล้อต่อเถียงกับพ่อ""พ่อ?" เมขลาอยากจะพูดอะไรอีกตั้งมากมาย แต่มันจุกในอกเสียก่อน"มีอะไรกัน" แม่บ้านรีบเข้าไปตามคุณผู้หญิงออกมาดู กลัวว่าจะมีเรื่อง"คุณมาก็ดีแล้ว ผมจะเร่งเรื่องให้ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ""เรียนต่อต่างประเทศ?" เพลิงพูดพร้อมกับมองหน้าเมขลา แล้วมองไปที่ท่านพลเอกเรวทัต"ฉันไม่ไปค่ะ""ลูกไม่อยากเรียน" พุดตาลคิดว่านางคงต้องได้ออกหน้าเองแล้วล่ะ"อายุแค่นี้ยังเรียนได้อีกตั้งเยอะ ทำไมถึงคิดสั้น""อะไรคือการคิดสั้นคะ""ก็ที่เห็นอยู่นี่ไง""คนนี้ผู้กองเพลิงท่านก็คงจะรู้จักแล้ว เขาเป็นคนรักของฉัน ไม่สิ.." ถ้าพูดแค่คนรักมันคงไม่จบตรงนี้แน่ เมขลาก็เลยให้สถานะใหม่กับเพลิง "เขาเป็นพ่อของลูกในท้องฉันเองค่ะ""???" ไม่ใช่แค่พลเอกเรวทัตและพุดตา
เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า เรวทัตก็เลยยังไม่พูดอะไรอีก เพราะคดีเก่ายังไม่เคลียร์"อยู่พร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว พ่อจะย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วนะ"เรวทัตพูดจบ ลูกๆ ต่างก็มองดูหน้าคนเป็นแม่มันคงเป็นเวรกรรมของนางที่เคยสร้างไว้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้ก็เลยต้องได้ตามมาชดใช้กรรม หนีไปไหนก็คงจะหนีไม่พ้นแล้ว"บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ คุณจะมาอยู่ใครจะว่าอะไรได้ล่ะคะ"เรวทัตอยากได้ยินคนตรงหน้าเรียกว่าคุณพี่เหมือนเดิม แต่คงต้องใช้เวลา เพราะตัวเองทำไว้กับนางเยอะ"หือ รามิล" มองเข้าไปด้านในก็เห็นลูกสะใภ้คนโตกำลังอุ้มหลานชายเดินออกมา เรวทัตก็เลยเดินเข้าไปหาหลานพอคนเป็นพ่อไปแล้ว ลูกๆ ที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็มองดูหน้าแม่อีกครั้ง นาทีนี้ไม่มีใครน่าสงสารเท่าท่านอีกแล้ว"แม่ไม่เป็นอะไรหรอก เข้าไปข้างในกันเถอะ" แค่นี้นางก็รู้แล้วว่าสามีคงจะหย่าจริง เพราะถ้าไม่งั้นคงไม่บอกว่าจะกลับมานอนบ้านหลังนี้ นางรนหาที่เอง คิดว่าท่านจะไม่กล้าหย่าดาราสาวสวยคนนั้นทุกคนเข้าไปแล้ว เมขลาก็หันกลับมากุมมือเพลิงไว้ "เรายังจะเป็นเหมือนเดิม อย่าคิดมากนะคะ" เมขลารู้ดีว่าเพลิงคิดว่าตัวเองต่ำต้อย"ผมจะไม่ถอ
"ผมมาคิดทบทวนเรื่องของเราดูแล้ว""ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ" แพรวพราวเริ่มใจไม่ดี แต่ก็ยังคงส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้ แบบใจดีสู้เสือ"เราหย่ากันเถอะ""คุณพี่!!""ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ ผมขอแค่ให้คุณเซ็นใบหย่า""ไม่มีทางค่ะ กว่าเราจะฝ่าฟันความรักของเรามาด้วยกันได้ ทำไมคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับแพรวคะ""ผมให้เกียรติคุณถึงได้มาคุยก่อน หรืออยากจะคุยผ่านทนายของผมล่ะ""แพรวรักท่าน ยอมอุ้มท้องลูกของท่าน ถึงแม้จะถูกใครตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี""เรื่องลูกผมก็ยังจะส่งเสียเลี้ยงดู""แพรวไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย ใครคะ..ท่านมีใครใหม่อีกเหรอคะ""เรื่องนั้นไม่เกี่ยว เรามาคุยเรื่องของเราก่อน""เรื่องของเรา แพรวไม่หย่า!""ผมมาคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ หลังจากนี้คุณก็คุยกับทนายของผมแล้วกัน และสิ่งที่คุณอยากได้ก็อย่าฝันว่าจะได้""ท่านอย่าบอกนะว่าจะกลับไปหามันอีก""ผมเพิ่งรู้ว่ารักภรรยา""รักภรรยาอย่างนั้นเหรอคะ แล้วที่ผ่านมาล่ะผู้หญิงนับสิบนับร้อยยังจะเรียกว่ารักภรรยาได้อยู่อีกเหรอคะ!" แต่ดูเหมือนเรวทัตจะไม่ฟังอะไรอีก เพราะตอนนี้เดินไปที่รถแล้ว "กรี๊ดดดด!!""คุณแม่เป็นอะไรคะ" มโนราห์ได้ยินเสียงร้องก็รีบลงมาดู"
"??" เมขลาได้ยินทุกคำพูดของแม่ใหญ่ที่พูดกับ.. แม้แต่คิดยังไม่กล้าเอ่ยชื่อในใจเลย คนที่ไม่ต้องการเธอ..เธอก็ไม่ต้องการคนแบบนั้นเช่นกัน"หนูเมย์" ยืนมองตามสามีเก่าไปครู่หนึ่ง พอหันกลับมาก็เจอเมขลาอยู่ตรงมุมบันได"คุณแม่ทำแบบนั้นทำไมคะ""บางทีมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราก็ได้""น้องเมย์ไม่เห็นด้วยค่ะ""แต่เขาคือ..." นางกำลังจะพูดว่าแต่นั่นคือพ่อแท้ๆ ของเมขลาเลยนะ"น้องเมย์ไม่อยากให้คุณแม่กลับไปเจอวังวนเก่าๆ อะไรที่เราสลัดทิ้งไปได้แล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ"ทำไมเด็กอายุยังไม่ถึง 20 ถึงคิดได้กว่านาง ถ้านางใช้แค่หัวใจคิดก็คงจะกลับมาในวังวนเดิม แต่ถ้าใช้สมอง ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้"แล้วแม่ต้องทำยังไง"เมขลามองใบหน้าผู้หญิงที่กาลเวลาไม่สามารถทำร้ายนางได้ เพราะถ้าเดินไปกับเธอทุกคนคงคิดว่าพี่กับน้อง ดวงตาของนางคลอไปด้วยม่านน้ำตาที่บดบัง ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อย แต่ก็พอดูออกว่าท่านยังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่"ถ้าเขาคนนั้นกลับมา ทำให้คุณแม่ต้องทุกข์ใจอีก คุณแม่จะรับได้ไหมล่ะคะ" เพราะยังไงคนเดิมก็คงทำอะไรเหมือนเดิม ถ้าไม่งั้นคงไม่ออกไปไข่ไว้นอกบ้านจนทั่วแบบนี้"แม่ขออยู่คน
คฤหาสน์พลเอกเรวทัต"ดีใจจังเลยค่ะที่คุณผู้หญิงกลับมา""สบายดีกันไหม" กลับมาที่นี่ถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบกันเลย เพราะแค่เห็นหน้าสามีเก่าก็ไม่มีอารมณ์ถามใครแล้ว"ไม่สบายก็ตรงที่คิดถึงคุณผู้หญิงนั่นแหละค่ะ""ปากหวานเหมือนเดิมนะพวกเราเนี่ย ช่วยกันเอาของเข้ามาข้างในก่อน""เดี๋ยวผมทำเองครับ" เพลิงซึ่งทำหน้าที่ขับรถรีบเดินไปเปิดกระโปรงหลัง"ฉันช่วยค่ะ" เมขลากำลังจะไปช่วยยกของแต่ถูกเพลิงห้ามไว้"เอาของขึ้นไปไว้ข้างบนเลย แม่ให้คนจัดห้องให้แล้ว""ครับ" ชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ชั้นบน โดยมีหญิงคนรักเดินตามไป ส่วนของที่เหลือพวกแม่บ้านช่วยกันคนละไม้คนละมือกึก.."อืม" หญิงสาวตกใจเดินพ้นประตูเข้ามาเขาก็ปิดแล้วล็อกมันไว้ ไม่ได้ทำแค่นั้นเพลิงยังหันมาจูบพอหายตกใจเมขลาก็จูบกลับ คิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ เพราะของที่เหลือเป็นของแม่ใหญ่คิดว่าจะจูบไม่นานพอให้หายคิดถึง ถ้าได้แยกกันอยู่จริง แต่นี่ขนาดจูบอยู่ยังคิดถึง"ผมรักคุณนะ" นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มของหญิงคนรักเบาๆ "อยู่ที่นี่ห้ามดื้อเข้าใจไหม""คุณก็ห้ามแอบไปเที่ยวที่ไหนนะคะ""ไม่ไปไหนหรอก"ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ลงมา.."พี่
"คุณไม่มีพันธะ แต่คุณไม่คิดเหรอกว่าเกษมอาจจะมีพันธะอยู่ก็ได้"พุดตาลเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากสามีเก่า มันก็มีส่วนอยู่บ้าง พลเอกเกษมราษฎร์ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แถมภรรยาก็ตายจากไปนานแล้ว"เรื่องนั้นฉันคงไม่ให้ท่านต้องมาลำบากใจด้วยหรอกค่ะ..กลับกันเถอะลูก"พลเอกเรวทัตได้แต่มองตามหลังนางไป ทันใดนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้"คนนี้ใช่ไหม ที่เป็นลูกของนวล" เรวทัตรีบเดินตามทั้งสองมาที่รถจากที่กำลังจะเปิดประตูพุดตาลถึงกับชะงัก"ผมจะรับลูกคนนี้กลับมาเลี้ยงเอง""??" พอประโยคนี้ออกจากปากพลเอกเรวทัต ทั้งสองที่ยืนหันหลังให้ ก็ได้หันกลับมามองพร้อมกัน "คุณหมายความว่ายังไง""ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกอีกคนของผม มันก็ไม่แปลกที่ผมจะรับลูกกลับมาเลี้ยงเอง"พุดตาลรีบจับเมขลาหลบไว้ด้านหลังของตัวเองก่อน "เสียใจด้วยค่ะ แต่ตอนนี้เมขลาเป็นลูกของดิฉันแล้ว""คุณแน่ใจเหรอว่าจะพูดเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูเด็กคนนี้กับผม"เมขลาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกกับแม่พุดตาลว่าเธอไม่ไป"แม่ไม่ยอมให้หนูไปอยู่แล้ว เรากลับบ้านกัน" นางรีบหันกลับไปเปิดประตูรถ เพื่อให้เมขลาได้ขึ้นไปนั่งก่อน"ถ้าคุณชอบขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่เป็นไรนะผมจัดให