[บาร์เบียร์]"น้องเมย์เป็นอะไรบอกน้ามา" เห็นว่าบ่ายคล้อยแล้วหลานสาวยังไม่ตื่นอรอนงค์ก็เลยเข้ามาดูในห้อง แต่ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ถ้าไม่ร้องไห้ก็คงไม่สบาย"เมย์แค่คัดจมูกเล็กน้อยค่ะ""ไอ้เสี่ยนั่นไม่ได้ล่วงเกินเราใช่ไหม" เมื่อคืนนี้รู้สึกว่าแขกเข้าร้านเยอะมาก อรอนงค์ซึ่งเป็นเจ้าของร้านก็เลยยุ่งมากจนลืมเรื่องหลานสาวไปเลยเมขลาตอบไปแค่ส่ายหน้า เธอไม่อยากให้น้าไม่สบายใจไปด้วย"สงสัยจะดื่มมากไป ถ้างั้นคืนนี้ก็พักแล้วกัน" ทั้งสองเช่าที่ดินแต่สิ่งปลูกสร้างต้องได้ลงทุนปลูกสร้างเอง ก็เลยทำเป็นห้องแถวเล็กๆ ไว้ด้านหลัง จะได้ไม่ต้องไปหาเช่าที่ไหนนอนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยไหม ..เสียงสะอื้นค่อยๆ ดังขึ้นเมื่อประตูห้องปิดลง ที่เธอกลัวว่าประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย นั่นเพราะแม่ของเธอก็ทำงานกลางคืนแบบนี้ถึงได้มีเธอ แถมไม่รู้ด้วยว่าพ่อเป็นใครอรอนงค์ออกมาเปิดร้านช่วงบ่ายแก่ๆ เพราะต้องได้เตรียมของทุกอย่างรอพ่อครัวเอง รายได้เยอะก็จริง รายจ่ายก็เยอะตามมา เด็กในร้านก็ไม่ใช่จะช่วยอะไรมากมาย พวกเขาก็ต้องมีหน้าที่รับแขก"น้าบอกให้นอนพักไง""ฉันไม่เป็นอะไรแล้วล่ะน้า" ถ้าเธอไม่ออกมาช่วยงาน นั่นหมายถึงน้าของเธอต้องทำงานหนั
จังหวะที่ชายหนุ่มเดินผ่านเข้าไปในร้าน หญิงสาวนั่งแอบลงข้างๆ กระถางต้นไม้ พอให้บังสายตาได้หวังว่าเขาคงจะไม่เห็นนะ กลับมาอีกทำไม ..มือเรียวแหวกกิ่งไม้ออกเล็กน้อยเพื่อจะมองเข้าไปในร้าน และเธอก็เห็นว่าเขามองกวาดไปทั่วร้านเหมือนหาอะไรบางอย่าง"คงไม่ได้มองหาเรานะ" ความสวยของเมขลาไม่ได้น้อยหน้าใคร เธอได้ทั้งเชื้อพ่อและแม่มาไว้ในตัว แม่ของเธอเป็นดาวสวยที่สุดในร้านนั้น จนทำให้พลเอกเรวทัตหลงใหล แต่ก็ไม่คิดจะจริงจัง"น้องครับพี่ถามอะไรหน่อยสิ น้องคนที่ชื่อเมขลา..""ตามหาเราจริงด้วย?" แค่มองปากก็รู้แล้วว่าเขาเอ่ยชื่อเธอออกมา เด็กในร้านก็เลยมองดูว่าตอนนี้เมขลาอยู่ที่ไหน อีกคนชี้มาทางหน้าร้านว่าเห็นออกไปข้างนอก "จะบอกเขาทำไม"ถ้าไม่พลาดท่าเสียทีให้ เมขลาก็คงไม่หลบหน้าแบบนี้ หญิงสาวรีบไปห้องของตัวเองที่อยู่ด้านหลังร้าน เธอคงแอบอยู่ในนี้ได้ไม่นาน "เอาไงต่อดีเรา" ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว หรือว่าเธอจะไป.. ถ้าไปแล้วใครจะช่วยงานคุณน้า แต่ถ้าอยู่ต่อต้องถูกคุกคามจากลูกค้าบ้ากามพวกนี้แน่แกร็ก.. เมขลาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียง ใบหน้างามมองซ้ายมองขวาหาที่ซ้อน ไปเลยดีกว่า ..มองไปที่หน้าต่างเธอก็เลยตัดส
เพียงไม่นานรถก็มาจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ ทศกัณฐ์อดนึกถึงวันนั้นไม่ได้ วันที่ต้องแกล้งเป็นสามีกับภรรยาตัวเอง ถ้าไม่เกิดเรื่องพวกนั้นขึ้น ไม่รู้ว่าเขาจะรู้จักผู้หญิงคนนี้ไหมประตูบานใหญ่ค่อยๆ เลื่อนออกช้าๆ โดยการกดรีโมท รถที่จอดรออยู่ก็เคลื่อนตัวเข้าไป"สวัสดีครับป้า""สวัสดีค่ะคุณทศ" ตอนนี้ทุกคนในบ้านรู้จักทศกัณฐ์กันแล้ว ว่าเขาเป็นลูกชายอีกคนของท่านพลเอกเรวทัต"ผมผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะมาหาคุณแม่ครับ" พุดตาลอนุญาตให้เขาเรียกแบบนี้ ทศกัณฐ์ก็เลยให้เกียรติท่าน"คุณท่านอยู่ข้างบนค่ะ เดี๋ยวป้าให้คนขึ้นไปตามให้ค่ะ"ชายหนุ่มก็เลยเข้ามารออยู่ด้านในกับลูกน้องคนสนิท"เห็นว่าผ่านมาทางนี้เหรอลูก" พอแม่บ้านขึ้นไปตามพุดตาลก็รีบลงมา"สวัสดีครับ ผมเข้าบริษัทหาพี่รามมาครับ ก็เลยแวะมากราบคุณแม่ด้วย" ขณะที่พูดสายตาชายหนุ่มมองขึ้นไปชั้นบน"ทศมาก็ดีแล้ว ตามแม่ขึ้นมานี่หน่อย" ยังไงนางก็ต้องบอกพี่ชายให้รู้ว่ามีน้องสาวอีกคนทศกัณฐ์ก็เลยขึ้นไปชั้นบนพร้อมกับพุดตาล แต่เพลิงไม่ได้ตามไปชายหนุ่มเดินตามขึ้นไปเงียบๆ จนท่านพาไปหยุดอยู่ที่หน้าห้องหนึ่ง"แม่เองนะ แม่ขอเข้าไปหน่อย" นางเอ่ยพูดก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไปทศกัณฐ์แปล
"น้องบอกว่า จะกลับมาอีกทีตอนเย็น" เห็นลูกชายมองดูรถแบบแปลกใจ เพราะเขาก็รู้อยู่ว่าทศกัณฐ์มาเมื่อตอนกลางวัน"ถ้างั้นเราเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่าครับ" รามสูรก็เลยสั่งแม่บ้านไว้ให้บอกทศกัณฐ์ตามเข้ามาข้างในพอรถจอดสนิท แม่บ้านก็เดินมาบอกตามที่ได้รับคำสั่งมา"รออยู่ข้างนอกนี่แหละ" ทศกัณฐ์หันไปสั่งลูกน้องทั้งสองก่อนที่จะเดินตามเข้าไปข้างใน"นั่งก่อนสิ" เห็นว่าน้องชายเข้ามาแล้วรามสูรก็เลยบอกให้นั่งพอทศกัณฐ์นั่งลงสายตาของทั้งสามมองมาที่เมขลาแบบไม่ได้นัดหมาย"หนูทำตัวตามสบายไม่ต้องคิดอะไรมาก เรื่องกำเนิดเราเลือกไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะดำรงชีวิตของเราได้ แม่อยากจะรับเลี้ยงหนู พวกพี่ๆ ก็เห็นชอบด้วย" นางหันไปดูลูกชายทั้งสอง เพราะถือว่าทศกัณฐ์เป็นลูกชายของนางแล้ว"แต่หนูกลัวว่าจะมาทำความเดือดร้อนให้คุณท่านค่ะ" เพราะถ้าผู้ชายคนที่ทำให้เธอเกิดรู้เรื่องนี้ กลัวว่าทุกคนจะเดือดร้อนไปด้วย"ไม่ต้องคิดมากเรื่องนั้นเลย เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตัดสินชีวิตคนอื่น"เมขลาแปลกใจในคำพูดของพี่ชายคนโต เพราะประโยคที่พูดออกมาสื่อให้รู้เลยว่าเขาก็ไม่พอใจในตัวพ่อ"ถ้าน้องอยู่ที่นี่แล้วทำให้ทุกคนเดือดร้อน ผมอยากจะขอพาน้องไปอ
"นั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะคะ" เกวลินให้เมขลานั่งรอที่ห้องรับรองแขก แต่ก็แอบมองดูเด็กสาวคนนี้อยู่หรอก หน้าตาจิ้มลิ้มขนาดนี้มีธุระอะไรกับท่านประธาน หรือจะโทรไปหาสโรชาดี..ไม่ดีกว่า..เอาไงดีเรา"ฉันนึกว่าพี่ยังไม่มา"พอออกมาจากห้องรับรองก็เห็นว่าเอวายืนมองซ้ายมองขวาอยู่ตรงโต๊ะทำงานของเธอ"เอวามาก็ดีแล้ว""มีอะไรเหรอพี่""พี่ไม่รู้จะพูดยังไงดี""เอ้า..ไม่รู้จะพูดยังไง แล้วทีแรกคิดว่าจะพูดอะไรล่ะ""เราคิดว่าโรสจะมากับบอสไหม""วันนี้หมอนัดไม่ใช่หรือคะ""ก็ใช่นั่นแหละ""ทุกครั้งฉันก็เห็นมาด้วยกันนี่""เออจริงด้วยนะ" ภาวนาขอให้สโรชามาด้วยจะได้เห็นว่ามีผู้หญิงมาขอพบสามี "พี่ลืมถามเราเลยที่มามีอะไร""ฉันอยากจะถามเรื่องนับดาวเป็นยังไงบ้าง""ให้เข้าโรงเรียนอนุบาลใกล้บ้านนั่นแหละ""ถ้าค่าใช้จ่ายมันเยอะ พี่ก็ให้ฉันช่วย..""ไม่ต้องพูดเรื่องนี้""ฉันอยากช่วยพี่นี่""บ้านก็ไม่ได้เช่า พี่ไม่ได้ลำบากอะไรเลย เงินเดือนเลขาก็ได้ตั้งเยอะ"ทำงานและก็นั่งคุยกันไปได้พักใหญ่ จนเกวลินลืมเลยว่ามีคนมาขอพบเจ้านาย"นั่นไงฉันว่าแล้วต้องมาด้วยกัน" เอวาเอ่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นประตูลิฟต์เปิดออกแต่พอเห็นว่าเป็นใครบ้างที่เดินออก
"พี่คะ ของที่ซื้อมาเอาไปจัดไว้ในห้องเครื่องดื่มทั้งหมดเลยใช่ไหมคะ"จากที่กำลังเอียงอายสายตาคมนั้นอยู่ เกวลินรีบเรียบสติแล้วหันกลับมามองตามเสียง"ใช่จ้า""???" ขณะที่เกวลินหันมาตอบ เพลิงก็ได้หันมามองเช่นกันดวงตากลมสวยที่แฝงไว้ด้วยความเศร้าปรายมองไปดูผู้ชายนั่งอยู่ข้างๆ คนที่เธอคุยด้วย "????" เวลานี้ไม่รู้ว่าเครื่องหมายคำถามที่ผุดขึ้นมาของใครจะมากกว่ากันเกวลินแอบมองดูสายตาเพลิงตอนมองเด็กฝึกงาน เป็นผู้ชายที่ไหนก็ต้องตะลึง เพราะน้องเขาสวยน่ารักขนาดนี้ ส่วนเธอเป็นแม่หม้ายลูกติดใครจะมาสนใจล่ะ "เดี๋ยวพี่ไปช่วยดีกว่า" พอคิดได้เกวลินก็ลุกเดินมาช่วยยกของจากในมือเมขลาแต่ตอนนี้คนที่ถือของพะรุงพะรังอยู่ชาไปทั้งตัว ไม่คิดว่าจะมาเจอคนที่เธอไม่อยากเจอในที่ทำงาน แถมเป็นบริษัทของพี่ชายด้วยในห้องเครื่องดื่ม.."ที่เหลือเดี๋ยวพี่ทำเอง เราออกไปจัดโต๊ะทำงานตัวเองเถอะ" พอวางของเสร็จเกวลินก็บอกให้เมขลาออกมาก่อน"พี่ออกไปเถอะค่ะ ฉันจะจัดของเอง""เอาแบบนั้นก็ได้ พี่ฝากเอานมอุ่นๆ เข้าไปให้ คุณเอวาในห้องรับรองแขกหน่อยนะ""ได้ค่ะ" เมขลายังไม่รู้หรอกว่าเอวาคือใคร ห้องรับรองแขกก็คงจะเป็นห้องที่เธอนั่งรอพี่ชายเมื
ขาเรียวก้าวเดินมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ด้วยหัวใจที่..จะเรียกว่าห่อเหี่ยวก็คงได้ เมื่อคิดว่าตัวเองต้องเจออะไรอีกมากมาย การออกมาโบยบินโลกภายนอก มันไม่ได้สวยงามแบบที่คิดไว้เลย"พี่มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ" ขณะที่พูดสายตาเมขลาพยายามจับจ้องไปมองคนที่เธอถาม"อีกครึ่งชั่วโมงจะมีการประชุมผู้บริหาร พี่อยากให้เราไปเตรียมน้ำมากกว่า น้ำเย็นไม่ต้องใส่น้ำแข็งนะจ๊ะ""ค่ะ" เมขลารีบทำตามอย่างไว เพราะดีกว่าให้เธอนั่งอยู่ตรงนี้"ผมขอไปหาอะไรดื่มก่อนนะครับ" พูดจบเพลิงก็รีบเดินไปที่ห้องเครื่องดื่มอีกคน"ค่ะ.." แล้วจะบอกเราทำไมรีบขนาดนั้น ยังไม่ได้ตอบเลยด้วยซ้ำเพลิงก็เดินไปแล้ว เกวลินก็เลยตั้งหน้าตั้งตาทำงานของตัวเองดีกว่าที่ต้องคิดให้รกสมอง"อุ๊ย?" คนยิ่งใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขณะที่เมขลาเอื้อมมือขึ้นไปเพื่อจะหยิบแก้ว ซึ่งเก็บไว้ชั้นบน แต่ก็มีมือของใครไม่รู้ยื่นมาจากทางด้านหลังจับแก้วให้กับเธอก่อน"ผมไม่ยักรู้ว่าคุณมาทำงานที่นี่" ที่เพลิงยังเงียบอยู่เพราะไม่มีโอกาสจะถามไถ่"คุณจำคนผิดแล้วมั้งคะ" หญิงสาวคว้าเอาแก้วในมือของเขาออกมาวาง แล้วก็เอื้อมขึ้นไปจะหยิบอีกหลายๆ ใบ เพราะผู้บริหารคงมีหลายคน แต่ด้วยความสูง
"ไหนบอกไม่เจ็บร้องโอ๊ยทำไม" เขาเผลอลงแรงเกินไป เพราะเคยทำแต่กับลูกน้องในค่าย"คุณจะหักขาฉันหรือไง โอ๊ยยย""เดี๋ยวไปหายามาทาให้""ไม่ต้องมายุ่ง ไม่มีงานมีการทำหรือไง" คนยิ่งไม่อยากเข้าใกล้อยู่ ว่าแล้วเมขลาก็ยันตัวลงมาจากเคาน์เตอร์ "..โอ๊ยยย"บ่ายโมงวันเดียวกัน.."ไปทำท่าไหนทำไมขาถึงช้ำขนาดนี้" พุดตาลให้คนหาที่ประคบมาเตรียมไว้ เมื่อได้รับโทรศัพท์จากลูกชาย ว่ากำลังให้คนขับรถกลับมาส่งน้องที่บ้าน เพราะเจ็บขา "เกิดอุบัติเหตุตอนทำงานนิดหน่อยค่ะ" หญิงสาวขยับขาออกจากมือของท่าน เพราะมันไม่สมควรที่จะให้ท่านมาจับแบบนี้"เดี๋ยวแม่ทำให้""เมย์ทำเองดีกว่าค่ะ""เราจะทำเองได้ยังไง""ให้อิฉันทำให้ไหมคะ" แม่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็คิดว่ามันไม่เหมาะสมเหมือนกันที่จะให้ท่านเป็นคนประคบให้"ไม่หรอกเดี๋ยวฉันจะทำเอง" ว่าแล้วนางก็นั่งลงข้างๆ ให้เมขลายื่นขามาเพื่อที่จะได้ประคบ "เอาขามาวางตรงนี้ ไม่เจ็บหรอก แต่ก่อนรุ่นปู่ย่าก็รักษาลูกหลานแบบนี้แหละ" พุดตาลเห็นว่าเธอไม่กล้ายกเท้าขึ้นมา ก็เลยพูดถึงสรรพคุณของลูกประคบแต่ถึงยังไงเมขลาก็ไม่กล้ายกเท้าขึ้นมาอยู่ดี"ให้เอ๋ช่วยดีกว่าค่ะ" แม่บ้านที่อายุไม่ห่างจากเมขลามากนักก
"เข้าข้างในกัน" เกษมราษฎร์เอื้อมมือมาให้อีกฝ่ายจับมือท่านไว้ เพื่อจะได้ก้าวเดินเข้าไปด้านในพร้อมกัน"ท่านทำอะไรคะ" นางยอมเดินตามแรงที่อีกฝ่ายจูง แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้"บอกแล้วไงว่าไม่อยากปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่าๆ แต่งงานกันนะ""อู๊วววว" เสียงโห่แสดงความยินดีดังขึ้นเมื่อเกษมราษฎร์คุกเข่าลงต่อหน้าผู้หญิงที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวในคืนนี้ ท่านเคยพูดไว้แล้วถึงแม้ว่าจะพูดแค่กับตัวเอง ถ้ามีโอกาสได้ทำเพื่อเธอ..จะทำให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนี้ต้องอิจฉาเธอ"ลุกขึ้นเถอะค่ะท่าน""คุณตอบตกลงมาก่อนสิ""ท่านเพิ่งขอหมั้นไปวันก่อนเองนะคะ""ถ้าคุณไม่ตกลงผมก็จะอยู่แบบนี้""ตกลงก็ได้ค่ะ" จากเสียงโห่ร้องกลายเป็นเสียงกรี๊ดลั่นจนโรงแรมแทบจะแตก เมื่อฝ่ายหญิงตอบตกลงแต่งงานด้วยเกษมราษฎร์ลุกขึ้นโดยที่ไม่ต้องให้ใครมาช่วยพยุง ถึงแม้จะอายุและเยอะแล้วแต่ร่างกายของท่านก็ยังแข็งแรง เพราะการเป็นทหารต้องได้ฝึกฝนอยู่ตลอดเวลา"ดีใจด้วยนะครับ" รามสูรเข้ามาแสดงความยินดี เขาดีใจมากที่จะเห็นแม่มีความสุขสักที ตั้งแต่จำความได้เลยมั้งที่เห็นแม่ต้องเฝ้ารอพ่อกลับบ้านทุกวันและลูกๆ คนที่เหลือก็เข้ามาแสดงความยินดี รวมทั้งแขกในงาน วันนี้ท่าน
เย็นวันเดียวกันนั้น.. พุดตาลเรียกลูกชายและลูกสะใภ้มาทานข้าวเย็นร่วมกัน"สวัสดีครับท่าน" รามสูรมาพร้อมกับภรรยา และลูกชาย พอมาถึงก็เห็นว่าท่านพลเอกเกษมราษฎร์ ก็นั่งอยู่ในห้องรับแขกด้วย"มาครบกันแล้วใช่ไหม นั่งก่อนสิลูก"พอลูกชายนั่งลงเกษมราษฎร์ก็ขอเป็นคนพูดเอง ท่านบอกทุกคนว่าขอเข้ามาอยู่ร่วมครอบครัวด้วย ทีแรกเกษมราษฎร์ก็ช่างใจอยู่ กลัวลูกๆ ของพุดตาลจะไม่ชอบใจ เพราะถึงยังไงพ่อของพวกเขาก็มีทีท่าว่าจะกลับมา"ยินดีต้อนรับครับ ผมเองต่างหากที่ต้องฝากคุณแม่ไว้กับท่าน" พี่ชายคนโตเป็นคนเอ่ยพูดก่อน"ขอบใจมากนะลูก" ใจจริงพุดตาลก็อยากจะอยู่กับลูกและหลานแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า แต่มันคงเป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อสามีหย่าขาดจากผู้หญิงคนนั้น ยังไงท่านก็ต้องกลับมาวนเวียนจนทำให้ชีวิตอยู่ไม่เป็นสุขแน่ นางก็เลยตัดสินใจตัดกรรมกันไปแต่เพียงแค่นี้"ผมจะประกาศให้สังคมรับรู้เรื่องของเราในเร็ววันนี้""เรื่องนี้แล้วแต่ท่านค่ะ" นางคิดว่าให้คนรับรู้ไว้ก็ดี เรื่องถูกนินทาหนีไม่พ้นอยู่แล้ว ใครจะนินทาก็ช่าง ขอให้ตัวเองอยู่แบบสบายใจก็พอร่วมทานข้าวเย็นกันเสร็จ ลูกชายทั้งสองก็ขอตัวกลับเพราะมันดึกแล้ว ส่วนเพลิงไม่อยากจะกลับก็ต้องได
"ใจเย็นก่อนสิคะมาเหนื่อยๆ น้ำก็ยังไม่อาบ""ขอชื่นใจก่อน" ริมฝีปากหนากระซิบพูดในขณะที่จมูกยังสูดดมคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด"คิดถึงคุณเหมือนกันค่ะ" รักครั้งแรกของเธอมันช่างสวยงามนัก แต่เมขลาหวังว่าจะหยุดผู้ชายคนนี้ไว้ได้แค่เธอ เพราะถ้าเขามีตำแหน่งที่สูงขึ้น เขาจะเป็นเหมือนคนที่ให้กำเนิดเธอไหม"เป็นอะไร" เพลิงสัมผัสได้ว่าอารมณ์ของเธอไม่เหมือนตอนที่เรียกเขาขึ้นมาข้างบนเลย"อนาคตข้างหน้าอะไรมันก็ไม่แน่นอนค่ะ เผื่อคุณก้าวไปในตำแหน่งที่สูงกว่านี้..""อย่าคิดอะไรที่มันจะไม่เกิดขึ้น" แค่นี้เขาก็รู้แล้วว่าเธอคงกลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนพ่อ"คุณรู้เหรอคะว่าฉันกำลังคิดอะไรอยู่""ผมรักคุณ คำนี้ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้ฟังมันจากปากผม และผมก็จะพูดให้คุณฟังเพียงคนเดียว""ขอบคุณนะคะ" ขอบคุณเขาทั้งน้ำตา แต่ก่อนตอนที่ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อ ยังมีความสุขมากกว่านี้เลย แต่พอรู้ว่าพ่อมีนิสัยยังไง เมขลาก็เริ่มกลัวผู้ชายรอบข้าง[โรงแรมหรู]ที่พลเอกเกษมราษฎร์พาพุดตาลมาทานข้าวที่โรงแรม เพราะรู้แล้วว่านางคงไม่กลับไปหาอะไรเดิมๆอีก ท่านต้องทำให้นางเห็นว่าท่านสามารถที่จะพานางก้าวไปในทุกๆที่ได้"ทำไมคุณรู้ว่าฉันชอบกิน เออ..
"ทำอะไรกัน"คนที่กำลังโอบกอดกันถึงกับตกใจปล่อยมือออก"ท่าน?""นายคงไม่อยากจะอยู่ในกรมแล้วใช่ไหม""อย่าทำอะไรผู้กองนะคะ" ถึงแม้เธอจะตัวเล็กกว่ามาก แต่หญิงสาวก็ใจกล้าก้าวออกมายืนบังชายคนรักไว้"เรารู้ไหมว่ามันไม่สมควร""จะสมควรหรือไม่ มันอยู่ที่เราสองคนค่ะ""อย่าลืมสิว่าเราเป็นลูกของใคร""หึ.. แล้วฉันเป็นลูกของใครล่ะคะ""มันสมควรแล้วเหรอที่จะมาพูดต่อล้อต่อเถียงกับพ่อ""พ่อ?" เมขลาอยากจะพูดอะไรอีกตั้งมากมาย แต่มันจุกในอกเสียก่อน"มีอะไรกัน" แม่บ้านรีบเข้าไปตามคุณผู้หญิงออกมาดู กลัวว่าจะมีเรื่อง"คุณมาก็ดีแล้ว ผมจะเร่งเรื่องให้ลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ""เรียนต่อต่างประเทศ?" เพลิงพูดพร้อมกับมองหน้าเมขลา แล้วมองไปที่ท่านพลเอกเรวทัต"ฉันไม่ไปค่ะ""ลูกไม่อยากเรียน" พุดตาลคิดว่านางคงต้องได้ออกหน้าเองแล้วล่ะ"อายุแค่นี้ยังเรียนได้อีกตั้งเยอะ ทำไมถึงคิดสั้น""อะไรคือการคิดสั้นคะ""ก็ที่เห็นอยู่นี่ไง""คนนี้ผู้กองเพลิงท่านก็คงจะรู้จักแล้ว เขาเป็นคนรักของฉัน ไม่สิ.." ถ้าพูดแค่คนรักมันคงไม่จบตรงนี้แน่ เมขลาก็เลยให้สถานะใหม่กับเพลิง "เขาเป็นพ่อของลูกในท้องฉันเองค่ะ""???" ไม่ใช่แค่พลเอกเรวทัตและพุดตา
เห็นว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า เรวทัตก็เลยยังไม่พูดอะไรอีก เพราะคดีเก่ายังไม่เคลียร์"อยู่พร้อมหน้ากันก็ดีแล้ว พ่อจะย้ายกลับมาอยู่บ้านหลังนี้แล้วนะ"เรวทัตพูดจบ ลูกๆ ต่างก็มองดูหน้าคนเป็นแม่มันคงเป็นเวรกรรมของนางที่เคยสร้างไว้กับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้ก็เลยต้องได้ตามมาชดใช้กรรม หนีไปไหนก็คงจะหนีไม่พ้นแล้ว"บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณ คุณจะมาอยู่ใครจะว่าอะไรได้ล่ะคะ"เรวทัตอยากได้ยินคนตรงหน้าเรียกว่าคุณพี่เหมือนเดิม แต่คงต้องใช้เวลา เพราะตัวเองทำไว้กับนางเยอะ"หือ รามิล" มองเข้าไปด้านในก็เห็นลูกสะใภ้คนโตกำลังอุ้มหลานชายเดินออกมา เรวทัตก็เลยเดินเข้าไปหาหลานพอคนเป็นพ่อไปแล้ว ลูกๆ ที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นต่างก็มองดูหน้าแม่อีกครั้ง นาทีนี้ไม่มีใครน่าสงสารเท่าท่านอีกแล้ว"แม่ไม่เป็นอะไรหรอก เข้าไปข้างในกันเถอะ" แค่นี้นางก็รู้แล้วว่าสามีคงจะหย่าจริง เพราะถ้าไม่งั้นคงไม่บอกว่าจะกลับมานอนบ้านหลังนี้ นางรนหาที่เอง คิดว่าท่านจะไม่กล้าหย่าดาราสาวสวยคนนั้นทุกคนเข้าไปแล้ว เมขลาก็หันกลับมากุมมือเพลิงไว้ "เรายังจะเป็นเหมือนเดิม อย่าคิดมากนะคะ" เมขลารู้ดีว่าเพลิงคิดว่าตัวเองต่ำต้อย"ผมจะไม่ถอ
"ผมมาคิดทบทวนเรื่องของเราดูแล้ว""ท่านไม่สบายหรือเปล่าคะ" แพรวพราวเริ่มใจไม่ดี แต่ก็ยังคงส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้ แบบใจดีสู้เสือ"เราหย่ากันเถอะ""คุณพี่!!""ผมจะให้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ ผมขอแค่ให้คุณเซ็นใบหย่า""ไม่มีทางค่ะ กว่าเราจะฝ่าฟันความรักของเรามาด้วยกันได้ ทำไมคุณพี่ถึงทำแบบนี้กับแพรวคะ""ผมให้เกียรติคุณถึงได้มาคุยก่อน หรืออยากจะคุยผ่านทนายของผมล่ะ""แพรวรักท่าน ยอมอุ้มท้องลูกของท่าน ถึงแม้จะถูกใครตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงไม่ดี""เรื่องลูกผมก็ยังจะส่งเสียเลี้ยงดู""แพรวไม่ได้ต้องการแบบนั้นสักหน่อย ใครคะ..ท่านมีใครใหม่อีกเหรอคะ""เรื่องนั้นไม่เกี่ยว เรามาคุยเรื่องของเราก่อน""เรื่องของเรา แพรวไม่หย่า!""ผมมาคุยกับคุณดีๆ แล้วนะ หลังจากนี้คุณก็คุยกับทนายของผมแล้วกัน และสิ่งที่คุณอยากได้ก็อย่าฝันว่าจะได้""ท่านอย่าบอกนะว่าจะกลับไปหามันอีก""ผมเพิ่งรู้ว่ารักภรรยา""รักภรรยาอย่างนั้นเหรอคะ แล้วที่ผ่านมาล่ะผู้หญิงนับสิบนับร้อยยังจะเรียกว่ารักภรรยาได้อยู่อีกเหรอคะ!" แต่ดูเหมือนเรวทัตจะไม่ฟังอะไรอีก เพราะตอนนี้เดินไปที่รถแล้ว "กรี๊ดดดด!!""คุณแม่เป็นอะไรคะ" มโนราห์ได้ยินเสียงร้องก็รีบลงมาดู"
"??" เมขลาได้ยินทุกคำพูดของแม่ใหญ่ที่พูดกับ.. แม้แต่คิดยังไม่กล้าเอ่ยชื่อในใจเลย คนที่ไม่ต้องการเธอ..เธอก็ไม่ต้องการคนแบบนั้นเช่นกัน"หนูเมย์" ยืนมองตามสามีเก่าไปครู่หนึ่ง พอหันกลับมาก็เจอเมขลาอยู่ตรงมุมบันได"คุณแม่ทำแบบนั้นทำไมคะ""บางทีมันอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเราก็ได้""น้องเมย์ไม่เห็นด้วยค่ะ""แต่เขาคือ..." นางกำลังจะพูดว่าแต่นั่นคือพ่อแท้ๆ ของเมขลาเลยนะ"น้องเมย์ไม่อยากให้คุณแม่กลับไปเจอวังวนเก่าๆ อะไรที่เราสลัดทิ้งไปได้แล้ว ก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ"ทำไมเด็กอายุยังไม่ถึง 20 ถึงคิดได้กว่านาง ถ้านางใช้แค่หัวใจคิดก็คงจะกลับมาในวังวนเดิม แต่ถ้าใช้สมอง ปล่อยให้ทุกอย่างมันผ่านไป มันอาจจะดีกว่านี้ก็ได้"แล้วแม่ต้องทำยังไง"เมขลามองใบหน้าผู้หญิงที่กาลเวลาไม่สามารถทำร้ายนางได้ เพราะถ้าเดินไปกับเธอทุกคนคงคิดว่าพี่กับน้อง ดวงตาของนางคลอไปด้วยม่านน้ำตาที่บดบัง ถึงแม้เธอจะอายุยังน้อย แต่ก็พอดูออกว่าท่านยังคงรักผู้ชายคนนั้นอยู่"ถ้าเขาคนนั้นกลับมา ทำให้คุณแม่ต้องทุกข์ใจอีก คุณแม่จะรับได้ไหมล่ะคะ" เพราะยังไงคนเดิมก็คงทำอะไรเหมือนเดิม ถ้าไม่งั้นคงไม่ออกไปไข่ไว้นอกบ้านจนทั่วแบบนี้"แม่ขออยู่คน
คฤหาสน์พลเอกเรวทัต"ดีใจจังเลยค่ะที่คุณผู้หญิงกลับมา""สบายดีกันไหม" กลับมาที่นี่ถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้ถามสารทุกข์สุขดิบกันเลย เพราะแค่เห็นหน้าสามีเก่าก็ไม่มีอารมณ์ถามใครแล้ว"ไม่สบายก็ตรงที่คิดถึงคุณผู้หญิงนั่นแหละค่ะ""ปากหวานเหมือนเดิมนะพวกเราเนี่ย ช่วยกันเอาของเข้ามาข้างในก่อน""เดี๋ยวผมทำเองครับ" เพลิงซึ่งทำหน้าที่ขับรถรีบเดินไปเปิดกระโปรงหลัง"ฉันช่วยค่ะ" เมขลากำลังจะไปช่วยยกของแต่ถูกเพลิงห้ามไว้"เอาของขึ้นไปไว้ข้างบนเลย แม่ให้คนจัดห้องให้แล้ว""ครับ" ชายหนุ่มหิ้วกระเป๋าขึ้นไปที่ชั้นบน โดยมีหญิงคนรักเดินตามไป ส่วนของที่เหลือพวกแม่บ้านช่วยกันคนละไม้คนละมือกึก.."อืม" หญิงสาวตกใจเดินพ้นประตูเข้ามาเขาก็ปิดแล้วล็อกมันไว้ ไม่ได้ทำแค่นั้นเพลิงยังหันมาจูบพอหายตกใจเมขลาก็จูบกลับ คิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้ เพราะของที่เหลือเป็นของแม่ใหญ่คิดว่าจะจูบไม่นานพอให้หายคิดถึง ถ้าได้แยกกันอยู่จริง แต่นี่ขนาดจูบอยู่ยังคิดถึง"ผมรักคุณนะ" นิ้วแกร่งเขี่ยแก้มของหญิงคนรักเบาๆ "อยู่ที่นี่ห้ามดื้อเข้าใจไหม""คุณก็ห้ามแอบไปเที่ยวที่ไหนนะคะ""ไม่ไปไหนหรอก"ทั้งสองพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ลงมา.."พี่
"คุณไม่มีพันธะ แต่คุณไม่คิดเหรอกว่าเกษมอาจจะมีพันธะอยู่ก็ได้"พุดตาลเงียบไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากสามีเก่า มันก็มีส่วนอยู่บ้าง พลเอกเกษมราษฎร์ตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แถมภรรยาก็ตายจากไปนานแล้ว"เรื่องนั้นฉันคงไม่ให้ท่านต้องมาลำบากใจด้วยหรอกค่ะ..กลับกันเถอะลูก"พลเอกเรวทัตได้แต่มองตามหลังนางไป ทันใดนั้นก็คิดอะไรขึ้นมาได้"คนนี้ใช่ไหม ที่เป็นลูกของนวล" เรวทัตรีบเดินตามทั้งสองมาที่รถจากที่กำลังจะเปิดประตูพุดตาลถึงกับชะงัก"ผมจะรับลูกคนนี้กลับมาเลี้ยงเอง""??" พอประโยคนี้ออกจากปากพลเอกเรวทัต ทั้งสองที่ยืนหันหลังให้ ก็ได้หันกลับมามองพร้อมกัน "คุณหมายความว่ายังไง""ในเมื่อเด็กคนนี้เป็นลูกอีกคนของผม มันก็ไม่แปลกที่ผมจะรับลูกกลับมาเลี้ยงเอง"พุดตาลรีบจับเมขลาหลบไว้ด้านหลังของตัวเองก่อน "เสียใจด้วยค่ะ แต่ตอนนี้เมขลาเป็นลูกของดิฉันแล้ว""คุณแน่ใจเหรอว่าจะพูดเรื่องสิทธิ์เลี้ยงดูเด็กคนนี้กับผม"เมขลาส่ายหน้าเล็กน้อยเพื่อบอกกับแม่พุดตาลว่าเธอไม่ไป"แม่ไม่ยอมให้หนูไปอยู่แล้ว เรากลับบ้านกัน" นางรีบหันกลับไปเปิดประตูรถ เพื่อให้เมขลาได้ขึ้นไปนั่งก่อน"ถ้าคุณชอบขึ้นโรงขึ้นศาล ไม่เป็นไรนะผมจัดให