แม้จะอยู่ในอ่างน้ำแต่ทั้งคู่กลับรู้สึกร้อนรุ่มเหงื่อเริ่มซึมตามกรอบหน้า โดยเฉพาะขนมหวานผู้กำลังควบขี้ม้าตัวใหญ่อย่างเร่าร้อน เนื้อตัวของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อไปทุกอณูของร่างกาย โดยเฉพาะใบหน้าของหญิงสาวที่แดงมากกว่าส่วนไหน
ร่างบางขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวอยู่บนลำตัวของชายหนุ่มอย่างพลิ้วไหว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันไว้เพื่อกันกลั้นเสียงครางแสนหวานที่อชิระชอบฟัง
เมื่อเห็นหญิงสาวพยายามกลั้น คนที่ชอบเอาชนะอย่างอชิระก็ยิ่งอยากรู้ว่าหญิงสาวจะทนได้นานแค่ไหน ยื่นมือมาบีบเคล้นทรวงอกอวบใหญ่ที่กระเพื่อมขึ้นลงอย่างไร้ทิศทาง ตามจังหวะการเคลื่อนตัวของหญิงสาว มิหนำซ้ำน้ำในอ่างยังกระเพื่อมออกมานอกอ่างเสียด้วยซ้ำ
"อืม..." ในที่สุดขนมหวานก็ทนต่อความเสียวซ่านที่อชิระปรนเปรอให้ไม่ไหว หลุดเสียงร้องครางออกมาจนได้ ร่างงามสั่นสะท้านด้วยความเสียวที่ไหลวนไปทั่วร่าง จับบ่าแกร่งเป็นหลักยึดเร่งจังหวะเพลงรักให้เร็วขึ้นเรื่อยๆ สายตาทอดมองชายหนุ่มเต็มไปด้วยเพลิงปรารถนาที่อยากให้เขาครอบครองเธอด้วยความรักสักครั้ง
"เสียวมากไหม" อ้าปากครอบครองยอดอกเข้าในโพรงปากชื้น ตวัดลิ้นระรัวเข้าใส่จนขนมหวานต้องกดศีรษะชายหนุ่มไว้และแอ่นหน้าอกเข้าสู้ พร้อมทั้งสูดปากด้วยความเสียว
"ค่ะ ขนมเสียว จนแทบจะไม่ไหว"
"ไม่ไหวก็กอดฉันไว้...อืม" ไม่ใช่แค่ขนมคนเดียวที่จะไม่ไหว อชิระก็เสียวไม่ต่างกันสักเท่าไหร่ กายกำยำกอดกระชับร่างบาง จากนั้นก็เป็นฝ่ายขยับเอวสอบกระแทกเข้าหาเสียเอง ความแรงของเพลงรักทำให้น้ำกระเพื่อมมากว่าตอนที่ขนมหวานทำเสียอีก
"คุณอชิ...ซี๊ด...ขนม ขนมจะไม่ไหว เร็ว...อื้อ..."
"ฉันให้เธอสั่งได้แค่เรื่องนี้เท่านั้นนะขนม" ว่าแล้วก็เร่งจังหวะเอวให้เร็วมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว อัดกระแทกเข้าใส่ไม่ยั้ง จนขนมหวานกรีดร้องออกมาอย่างสุขสมร่างงามเกร็งกระตุกติดๆ กัน ปลดปล่อยสายน้ำหวานไหลรินออกมา
"อ้ายย" สิ้นเสียงร้องด้วยความสุขของขนมหวานได้ไม่นาน เอวสอบก็กดแช่เอาไว้อยู่อย่างนั้น อ้อมกอดแข็งแกร่งกอดกระชับร่างบางเอาไว้แน่น พร้อมกับเสียงครางต่ำดังขึ้นอยู่ในลำคอ
"อืม"
เมื่อความสุขในรอบแรกผ่านพ้นไปใช่ว่ารอบที่สองจะไม่เกิดขึ้นเสียเมื่อไหร่ เพราะคนอย่างอชิระกินรอบเดียวไม่เคยอิ่ม ชายหนุ่มยังคงตักตวงความสุขจากร่างงามอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยและไม่รู้จักพอ
ร่างสูงขยับตัวขึ้นนั่งบนขอบอ่างอาบน้ำ ท่อนเขาแกร่งแยกออกกว้างเพื่อให้ขนมหวานเข้ามานั่งอยู่ตรงกลางหว่างขา มือหนาเอื้อมไปรั้งศีรษะเล็กเข้ามาใกล้
"ฉันรู้ว่าเธอชอบมัน ทักทายมันหน่อยเป็นไง"
ความแข็งขึงที่ประกาศตัวตนอยู่ตรงหน้า อวดศักดาความร้ายกาจที่ทำให้เธอร้องครางไม่เป็นภาษาอย่างหมดท่าทุกครั้งที่ได้สัมผัส เธอรู้ว่าพิษสงมันร้ายกาจแค่ไหน แต่แปลกที่ทำไมเธอกลับชอบที่จะสัมผัสมัน
มือบางคว้าหมับเข้าที่ความใหญ่โต รูดรั้งแท่งอุ่นขึ้นลงอย่างเชื่องช้า โน้มใบหน้าพาลิ้นเล็กเข้าไปทักทายหยอกเย้า ราวกับจะใช้ลิ้นพูดคุยกับมันว่าช่วยลดความดุดันลงหน่อยได้ไหมเวลาเข้าไปอยู่ในร่างกายของเธอ
อชิระขบกรามแน่น ก้มมองริมฝีปากอิ่มสีชมพูกำลังพรมจูบลงบนหัวบาน จากนั้นลิ้นเล็กที่ซ่อนความหวานก็ค่อยๆ ไล่ชิมไปตามความยาวของมังกรคู่ใจ สะโพกแกร่งเกร็งรับ เมื่อความเสียวซ่านไหลพล่านไปทั่วร่าง จนต้องพ้นลมหายใจอุ่นออกมาทางปากหวังจะให้ความเสียวคลายลงจากเดิม แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น
"อืม" มิหนำซ้ำยังปล่อยเสียงครางต่ำในลำคอออกมาอีกด้วยซ้ำ เมื่อโพรงปากอุ่นครอบครองมังกรของเขาเข้าไปด้านใน
ริมฝีปากเล็กครอบครองความใหญ่โตที่คุ้นเคยอย่างชำนาญ เพราะถูกสอนวิชากามสูตรพิชิตใจชายจากผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงนี้ รูดริมปากขึ้นลงเป็นจังหวะสม่ำเสมอศีรษะเล็กผงกเร็วขึ้นเรื่อยๆ ส่วนโคนที่ครอบครองเข้าไปไม่หมดก็ใช้มือช่วยเพิ่มความเสียว
"ดี...กินเข้าไปเยอะๆ อ้า ซี๊ด...อย่างนั้นขนม ดี" ยิ่งได้ยินคำชมที่ไม่เคยเกิดขึ้นในเวลาปกติ ขนมหวานก็ยิ่งเร่งเร้าจังหวะปากให้เร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนมือที่ว่างอีกข้างก็ยื่นขึ้นมาบีบวนยอดอกเล็กสีน้ำตาลจนแข็งเป็นไตขึ้นมา นั้นคงบอกได้ว่าชายหนุ่มนั้นเสียวมากแค่ไหน ลิ้นเล็กจึงหันมาโจมตีส่วนอ่อนไหว นั้นคือแหล่งรวมน้ำเชื้อทั้งสองลูกด้านล่าง ตวัดไล่เลียจนทั่วทั้งสองใบจากนั้นก็ดูดกลืนเข้าไปโพรงปากนุ่ม ขณะที่มือก็รุดรั้งแก่นกายรัวเร็ว
"อ้า...เร็วขนม อ้า...เร็วๆ" อชิระเอ่ยเร่งเมื่อความเสียวไหลวนตีแผ่ไปทั่งวร่งทุกอณู รู้สึกมวลท้องจนต้องเกร็งสะโพกเอาไว้ จับศีรษะเล็กให้ขึ้นมาครอบครองแก่นกานเข้าไปตามเดิม ก่อนที่ความสุขมและความเสียวที่ได้รับจะปลายทางของมันในอีกไม่ช้า กดศีรษะของขนมหวานไว้เป็นฝ่ายหยันสะโพกสวนเก่นกายเข้าใส่จนหญิงสาวแทบน้ำตาเล็ดเพราะแก่นกายเข้ามามากจนเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นก็สู้ไม่ถอย ตั้งรับความดุดันที่อีกคนมอบให้ด้วยความเต็มใจ
"เสียว..ซี๊ด...อ้า..." สุดท้ายอชิระก็พ่นพิษออกมา เกร็งสะโพกแกร่งปลดปล่อยน้ำเชื้อเข้าไปในโพรงปากของหญิงสาว
ริมฝีปากอิ่มจัดการรูดรั้งทำความสะอาดแท่งเนื้อจนเรียบร้อยหลังจากกลืนกินน้ำเชื้อของชายหนุ่มลงท้องไป ลิ้นเล็กไล่เลียละเมียดปาดกินอย่างใจเย็นพลางจูบลงบนหัวบานนั้นเป็นครั้งสุดท้าย ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มที่ก็มองมาที่เธอเช่นเดียวกัน
"ดีมากขนมหวาน เดี๋ยวฉันให้รางวัล"
คงไม่ต้องบอกว่ารางวัลที่ว่านั้นคืออะไร เพราะหลังจากสิ้นคำพูดนั้นไม่นอนร่างบางก็ถูกพาออกมาจากอ่างน้ำ แผ่นหลังบางถูกผลักเข้าติดผนังห้องน้ำ ความเย็นจากผนังทำให้ขนมหวานสะดุ้งเล็กน้อยอชิระก็ไม่ได้พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา จับขาเรียวของหญิงสาวพาดบนท่อนแขนแกร่งจากนั้นก็ขยับเข้าใกล้ให้แก่นกายเสียดสีกับดอกไม้งานที่เบ่งบานรอให้เขาเข้าไปสัมผัส"จับมันเข้าไปในตัวเธอสิขนม""ค่ะ" แม้จะเขินอายแทบตาย ทว่าความต้องการ ตัณหาที่ครอบคลุมจิตใจและสมองก็สั่งให้ขนมหวานตอบรับออกไปอย่างคนร่านสวาท รีบจับแก่นกายที่เธอเพิ่งทำให้พ้นพิษเข้ามาในช่องทางรักสีหวาน พลางกดสะโพกแกร่งให้เข้าหาเธอมากขึ้นเสียด้วยซ้ำ"นี่ร่านขนาดนี้เลยเหรอสาวน้อย" แก้มขาวซับสีแดงเป็นริ้วขึ้นมากับคำชวนอับอายของชายหนุ่ม อยากจะขยับกายหนีให้รู้แล้วรู้รอด แต่เพราะถูกกักขังด้วยไฟราคะที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าใส่อยู่ในขณะนี้ จึงทำได้แต่เม้มปากกลั้นความอายและหันมองไปทางอื่นอชิระยิ้มร้ายเมื่อเห็นเหยื่อที่อยู่ในโอวาสยืนนิ่งไม่เอ่ยตอบโต้ออกมา อีกครั้งยังเม้มปากแน่นหันหน้าหนีไม่มองตา ก็ยิ่งอยากเอาชนะ เอวสอบเร่งจังหวะความเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ กระแทกกระทั้นแก่นกา
ขนมหวานเดินกลับลงมายังชั้นล่างอีกครั้ง หลังจากอาบน้ำแต่งตัวและคุยกับเพื่อนอีกนิดหน่อยเรื่องการฝึกงานในเทอมสอง เนื่องจากตอนนี้หญิงสาวยังไม่มีที่ฝึกงาน เพราะเธอยังไม่ได้ถามอชิระว่าชายหนุ่มอยากให้เธอเข้าไปฝึกงานที่ไหน ในมหาวิทยาลัยได้หรือไม่เธอไม่รู้ว่าเขาอยากให้เธอเข้าไปเดินเพ่นพ่านในมหาวิทยาลัยของเขาไหมนอกจากไปเรียน กลัวตัวเองจะเป็นตัวซวยนำเรื่องวุ่นวายไปสู่เขา เหมือนที่เขากล่าวหาบ่อยๆหญิงสาวเดินเข้ามาในห้องครัว และก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นอชิระนั่งอยู่ที่เก้าอี้ประจำ จึงรีบเดินเข้าไปนั่งที่ของตัวเอง พร้อมความสงสัยที่แทรกเข้ามา ว่าเหตุใดชายหนุ่มยังอยู่ที่นี่ ด้วยปกติหากเป็นวันหยุดเขามักจะออกไปข้างนอก หรือไม่ก็ขลุกตัวอยู่ในห้องนอน ไม่มานั่งที่โต๊ะทานข้าวเหมือนกำลังรอเธอทานอาหารด้วยกันอย่างนี้แน่"ถ้าอีกห้านาที ยังไม่ลงมา ฉันว่าจะโทรเรียก 1669 ให้มารับตัวเธอแล้ว""มารับทำไมคะ ขนมไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย" ถามพาซื่อออกไป เลยได้เสียงถอนหายใจของอชิระดังกลับมา"ก็ถูกแทงยับจนหมดแรงไม่ใช่เหรอ ก็นึกว่าหน้ามืดเป็นลมหัวฟาดพื้นห้องไง ถึงได้อาบน้ำนานเป็นชั่วโมงขนาดนี้" เผลอค้อนขวับเข้าให้อย่างห
ส่วนคนที่เดินหนีมาเข้าครัว พ่นลมหายใจออกมาไม่ต่างกัน หันกลับไปมองยังโซฟาก็เห็นอชิระยังอยู่ที่เดิมก็โล่งใจ นึกว่าจะถูกชายหนุ่มกระโดดบีบคอเสียแล้วเมื่อสักครู่ ไม่รู้ตอนนั้นอะไรเข้าสิงให้เธอใจกล้าเสี่ยงตายพูดแบบนั้นออกไป"เกือบไปแล้วขนม" ส่ายหน้าให้กับการกระทำอันขาดสติไปชั่วครู่ของตัวเอง รีบจัดการเก็บกวาดทำความสะอาดในห้องครัวให้เรียบร้อยจากนั้นก็กลับขึ้นมายังห้องนอนอีกครั้ง โดยไม่ลืมจะหยิบน้ำแข็งที่ห่อใส่ผ้าขนหนูติดมือมาด้วย เพื่อมาจัดการประคบเย็นให้ตัวเอง เพราะยังรู้สึกแสบที่นิ้วไม่หาย ไม่รู้พรุ่งนี้จะมีถุงน้ำพองขึ้นมาหรือเปล่า"แสบชะมัด"ตุบ!เสียงหลอดยาก็ร่วงลงมาบนเตียงตรงหน้า หญิงสาวที่นั่งหันหลังให้ประตูห้องรีบหันกลับไปมอง และก็พบว่ามีคนใจร้ายตีหน้ายักษ์ยืนอยู่ด้านหลัง"ทาซะ ก่อนที่นิ้วจะเดี้ยงขึ้นมาซะก่อน" ไม่มีคำขอบคุณ มีเพียงความเงียบที่ส่งไปให้เห็นหน้าอชิระขนมหวานก็นึกถึงคำพูดที่เขาพูดกับเธอที่ผ่านมาไม่ได้ อารมณ์ไม่พอใจก็หวนพัดกลับมา แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบหลอดยาขึ้นมาเปิดทาเมื่อเห็นอีกคนเฉยชา ไม่พูดไม่จาเอาแต่นั่งทายาไปเงียบๆ คนที่คิดมีน้ำใจไปหายาทาแก้แผลถูกน้ำร้อนลวกมาให้ ก็เ
"นี่ขนม สรุปแกจะไปฝึกงานที่ไหนกันแน่ ไปกับฉันหรือว่าฝึกที่มหาลัยพี่ชายบุญธรรมใจยักษ์ของแก" ใบบัวเอ่ยถามขึ้นระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังนั่งทานอหารอยู่ในร้านแห่งหนึ่งภายในห้องสรรพสินค้า"คุณอชิเขาให้ฉันฝึกที่มหาลัยน่ะ" ใบบัวหัวเราะหึในลำคอ พลางยกยิ้มขึ้นตามแบบฉบับสาวทะเล้นสมกับใบหน้าที่สาวสะบัดแบบสาวเปรี้ยวที่แต่งหน้าแต่งตัวจัดจ้าน"ไหนแกบอกว่าเขาไม่สนใจแกไง แล้วทำไมถึงเอาแกเหน็บจักแร้ไว้ขนาดนี้ ปากไม่ตรงกับใจเอาซะเลย""เขากลัวฉันไปอ่อยผู้ชายคนอื่นต่างหาก ก็เลยจะเอาใช้ไว้ใกล้หูใกล้ตา""จริงอ่ะ นี่ถามจริง ไม่คิดจะหนีจากผู้ชายใจร้ายคนนี้บ้างเหรอ ทำไมแกจะต้องทนอยู่ให้เขาทำร้ายด้วยอะ หรือว่าแกหลงลีลาเขาเวลาอยู่บนเตียง" ขนมหวานฟาดฝ่ามือลงบนต้นแขนของเพื่อนสาวคนสนิทเพียงคนเดียวจนเกิดเสียงดังเพี๊ยะ!!"โอ๊ย! ขนมแกตีฉันทำไมเนี่ย แดงเลยอะ" คนถูกตีลูบแขนตัวเองปอยๆ"ก็แกพูดอะไรไม่เข้าท่า น่าเกียจ ฉันไม่ได้หลงลีลาอะไรเอาขนาดนั้นหรอก ที่ฉันต้องอยู่เพราะฉันสงสารเขา ฉันทำให้เขาต้องเสียคุณพ่อคุณแม่ไป ฉันทำลายครอบครัวเขา ทำลายความสุขของเขา""โอ๊ยยย…ยัยขนม เมื่อไหร่แกจะเลิกเอาความผิดเรื่องนี้มาสุมใส่ตัวเองสั
ขนมหวานลงจากวินมอไซต์รับจ้างที่หน้าบ้าน หลังจากหญิงสาวแวะเข้าตลาดสดหน้าหมู่บ้านเพื่อซื้อของสดเข้าครัวเพื่อทำอาหารทาน เพราะอชิระไม่ชอบทานอาหารสำเร็จรูปที่เป็นถุง เขามักอารมณ์เสียและหงุดหงิดทุกครั้งที่รับประทานอาหารพวกนั้น ขนมหวานจึงต้องเป็นแม่ครัวเข้าครัวทำอาหารให้อชิระทานทั้งอาหารเช้าและเย็นตามที่ชายหนุ่มสั่งเท้าบางชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเดินเข้ามาในบ้าน และเห็นว่ารถยนต์ของอชิระจอดอยู่ในโรงจอดรถ ทั้งที่ตอนนี้เพิ่งจะเป็นเวลาบ่ายสี่โมงเย็นเท่านั้น ยังไม่ได้เวลาที่ชายหนุ่มจะกลับมาบ้านเสียหน่อยหญิงสาวที่ถือถุงของสดของแห้งเต็มสองมือ จึงรีบเร่งฝีเท้าเดินเข้าไปในบ้าน และสิ่งแรกที่เห็นคือร่างสูงในชุดทำงานเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงสีดำกำลังยืนเท้าเอว มองมาที่เธอผ่านแว่นที่สวมใส่อยู่หน้าประตูห้องครัว ขนมหวานจึงเดินเข้าไปหา"กลับมาแล้วเหรอคะ" ถ้าคนตรงหน้าไม่ใช่ผี เขาก็กลับมาแล้วล่ะขนมหวานเอ๊ย แต่จะทำยังไงได้ในเมื่อตอนนี้เธอคิออะไรไม่ออกนอกจากคำพูดไร้สมองนี้"ไปไหนมา""ไปมหาลัยมาค่ะ แล้วก็แวะตลาดซื้อของ" พูดพร้อมกับยกถุงที่ถืออยู่ในมือให้อชิระดู เพื่อยืนยันคำพูดตัวเอง แต่แปลกเธอกลับรู้สึกว่าตัวเ
อชิระกระตุกยิ้มอกอย่างพอใจ ออกแรงบีบทรวงอกคู่งามลงไปแรงๆ ตามที่อีกคนต้องการ ส่วนอีกข้างก็บีบคลึงหน้าท้องแบนเรียบทตวัดนิ้วเข้าไปทักทายสะดือเล็ก และสอดมือเข้าไปในแพนตี้ตัวน้อยเพื่อค้นหาความฉ่ำชื้นแสนหวานที่ตัวเองชอบเป็นพิเศษ"ซี๊ด" ขนมหวานปล่อยเสียงคราง กัดริมฝีปากล่างช้อนสายตานยั่วยวนชายหนุ่มอย่างมีจริต แม้จะอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี และรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนก็ตามแต่เธอต้องทำ เธอต้องสู้ เพื่อความสะใจของตัวเอง เธออยากรู้ว่าเธอทำตัวแรดและร่านอย่างที่เขาชอบพูดให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจจริงๆ จะเป็นเช่นไร เธอจะรู้สึกเจ็บน้อยลงไหม ความน่าสมเพชของตัวเองจะลดลงหรือเปล่าไหนๆ เขาก็สาดคำพูดใส่หน้าเธออยู่บ่อยครั้ง สู้เธอทำแบบนั้นไปเลยจะดีกว่าไหม เธอจะร่านและแรดให้เขาคลั่งตายวันละหลายๆ ครั้งไปเลยเป็นไง ให้เขาคลานเข้ามาหาผู้หญิงร่านอย่รงเธอคงสนุกน่าดู"อ้ะ...อ่อย...คุณอชิขา...งื้อ...ดูดนมขนมหน่อยสิคะ" เสียงหวานร้องครวญครางอ้อนวอนออกมาอย่างน่าไม่อายทั้งที่จริงใบหน้านั้นแดงก่ำไปทั้งพวงแก้ม และร้อนผ่าวทั่วใบหน้า แต่ตอนนี้เธอมาไกลเกินกว่าจะกลับ อีกอย่างก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมขึ้นมา เมื่อยอดอกถูกนิ้
ร่างขาวเนียนงามทว่าบางพื้นที่บนร่างกายกลับปรากฎรอยแดงจากมือของคนใจร้าย ที่ทำฝากไว้ให้เห็นทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้ขนมหวานยืนหันหน้าเข้าหาโต๊ะรับประทานอาหาร โก้งโค้งบั้นท้ายขาวเนียนยั่วยวนอชิระที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง เอี่ยวตัวกลับมาหันมามองชายหนุ่มอย่างยั่วยวน ลิ้นชมพูเล็กแลบออกมาเลียริมฝีปากของตัวช้าๆ"เข้ามาสักทีสิคะ ขนมต้องการคุณอชิ" เสียงหวานร้องขอออกไปอย่างไม่อาย ให้สมกับความร่านที่เขาเอ่ยบอก ทว่าความจริงเธออายยิ่งกว่าอะไร สมเพชเวทนาตัวเองจนนึกรังเกียจการกระทำของตัวเองด้วยซ้ำไป แต่ต้องข่มมันไว้เดื้อแสร้งแสดงว่าตัวเองแรดและร่านขนาดไหน และดูเหมือนอชิระจะชอบในสิ่งที่เธอทำ"อยากได้ฉันจนตัวสั่นสินะ""ค่ะ" คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้อชิระรูดรั้งแก่นกายของตัวเองสองสามครั้ง จากนั้นก็กดเข้าไปในผนังอ่อนนุ่มที่บีบรัดตัวตนของเขาแน่นทุกครั้งที่เข้าไปสัมผัส ความคับแน่นที่ตอดรัดอยู่ด้านในทำให้ชายหนุ่มเสียววาบไปทั่งทั้งลำ"รัดแน่นเหมือนเดิมเลยนะขนมของฉัน" คำว่าของฉันที่อีกคนหลุดปากออกมา ทำให้หัวใจที่เจ็บช้ำและแตกสลายมานับครั้งไม่ถ้วนคล้ายกับจะต่อกันติดอย่างไม่น่าเชื่อ ช่างเป็นเรื่
เพราะมัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยทำให้เช้านี้ขนมหวานตื่นสายกว่าทุกวัน รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็เกือบแปดนาฬิกา ร่างบางรีบเด้งตัวขึ้นจากเตียงนอน แม้แต่ผ้าห่มก็ไม่ได้เก็บให้เรียบร้อยเป็นระเบียบอย่างที่เคยทำ พาร่างกายหายเข้าไปในห้องน้ำด้วยความร็วใช้เวลาอยู่ในนั้นไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำรีบออกมาแต่งตัวหวีผม ทาครีมบำรุง ทาแป้งลวกๆ ฉวยกระเป๋าสะพายคู่ใจพร้อมด้วยหนังสือที่วางเตรียมไว้ วิ่งมาที่ประตู แต่ก็ต้องวิ่งกลับไปที่โต๊ะอีกครั้งเมื่อลืมคว้าโทรศัพท์ติดมือมาด้วย“ยิ่งรีบยิ่งช้านะขนม” บ่นให้ตัวเองเสียอย่างนั้นร่างบางวิ่งตึกๆ ลงมาจากบันได้ หากก้าวพลาดคงไม่ต้องบอกว่าเธอจะลงไปกองที่พื้นได้เร็วขนาดไหน“สิบนาที” เสียงนรกผ่ากลางหน้า ขนมหวานที่วิ่งมาด้วยความเร็วถึงกลับเบรกไม่ทัน เมื่อคนตัวสูงไม่รู้มาจากไหนอยู่ดีๆ ก็เดินมาขวางทางไว้ปัก!“โอ๊ย!”ร่างบอบบางชนกับร่างหนาเต็มแรงๆ หนังสือที่อยู่ในมือร่วงลงพื้น ยังดีที่ร่างสูงตั้งหลักไว้ดีเพียงแค่เซไปเล็กน้อยเท่านั้น มิหนำซ้ำยังรั้งเธอไว้ไม่ให้ล้มลงไปกองที่พื้น หากเขาตั้งหลักไม่มั่นคงทั้งเธอและเขาคงได้ลงไปนอนซบพื้นกระเบื้องด้วยกันแน่ๆ และคงไม่ต้องบอกว่าเธอจะโดนอะไ
วันหยุดสุดสัปดาห์อชิระและครอบครัวพากันมาเที่ยวทะเล และเป็นการเที่ยวทะเลครั้งแรกของหนูน้อยอคิณที่ย่างเข้าสู่สองขวบ อชิระยืนล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้นมองดูภรรยาและลูกชายกำลังก่อปราสาททรายในเวลาช่วงเย็น บรรยากาศไม่ร้อนและมีลมโชยเย็นสบายเสียงหัวเราะและเสียงพูดคุยของแก้วตาดวงใจของชายหนุ่มดังแว่วมาตามสายลมให้ได้ยิน เรียกรอยยิ้มจากอชิระตามไปด้วย อดไม่ได้ที่จะไม่เก็บภาพน่ารักแบบนี้ไว้ เมื่อถ่ายรูปภรรยาและลูกจนพอใจจึงเดินเข้าไปสมทบ แต่เท้าก็ต้องชะงักเมื่อมีชายหนุ่มที่ไหนก็ไม่รู้วิ่งเข้ามาเก็บลูกบอลที่กลิ้งมาข้างภรรยาและลูก“ขอโทษนะครับ ไม่รู้ว่าบอลถูกคุณกับลูกหรือเปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางยิ้มให้ กลัวลูกบอลที่ตัวเองและเพื่อนเล่นนั้นจะมาถูกทั้งสองคนเข้า“ไม่ค่ะ” ขนมหวานตอบกลับตามมารยาท“นี่ลูกชายคุณเหรอครับ น่ารักจังเลยนะครับ”“ยับ น้อนคิณเป็นยูกคูมแม่ยะนม” เด็กน้อยที่กำลังเล่นทรายอยู่เงยหน้าขึ้นมาบอกชายหนุ่ม ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มที่ฉายแววหล่อมาแต่ไกล มองผู้ชายที่เข้ามาพูดคุยกับแม่ของตัวเองไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ จากนั้นก็ลุกเดินเข้ามากอดคอแม่ตัวเองไว้ ราวกับกำลังปกป้องแม่จากผู้ชายคนอื่นแทนพ่อชายหนุ่มท
ผ่านมาหนึ่งปีสำหรับชีวิตคู่ที่มีพยานรักมาหนึ่งคนของขนมหวานและอชิระ ทุกอย่างราบรื่นไม่มีอุปสรรคใดเข้ามากวนใจทั้งคู่ ครอบครัวอบอุ่นไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งเกิดขึ้นจะมีก็แต่อชิระเท่านั้นที่ดูเหมือนจะขี้น้อยใจเหลือเกินในช่วงนี้และยังติดเธอแจยิ่งกว่าอะไร เธอแทบจะขยับตัวไปไหนไม่ได้มิหนำซ้ำยังแทบไม่ให้เธอออกไปนอกบ้านเลยด้วยซ้ำ โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากให้ผู้ชายคนไหนมองเธอ หวงเธอ หึงเธอ และที่สำคัญกลัวเธอเห็นผู้ชายที่หล่อกว่า หน้าตาดีกว่าแล้วจะทิ้งตัวเองไป ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งขนมหวานก็ส่ายหน้าและหัวเราะออกมาทุกทีและวันนี้ขนมหวานก็ขอแหกกฎเสียหน่อย ด้วยการพาลูกชายมาหาอชิระที่มหาวิทยาลัย อุ้มลูกชายออกจากลิฟต์ตรงมายังห้องทำงานของอชิระ ไม่รู้ว่าชายหนุ่มเห็นเธอกับลูกมาโผล่ที่นี่จะเป็นอย่างไร จะดุเธอไหม จะต่อว่าเธอหรือเปล่านะ หรืออาจจะงอนเธอก็เป็นได้ที่พาลูกมาหาโดยไม่บอกไม่กล่าวขนมหวานไม่เคาะประตูห้องให้เสียเวลา เมื่อมาถึงห้องทำงานก็จัดการเปิดประตูห้องทำงานเข้าไปทันที“เซอร์ไพรส์!”อชิระที่กำลังนั่งทำงานหน้าเครียดอยู่ เมื่อได้ยินเสียงคุ้นหูดังขึ้นก็รีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังประตูห้อง“ขนม อคิณ มาได้ยังไงเ
เสียงหวีดร้องดังขึ้นในยามค่ำคืนที่เงียบสงัด ร่างสองร่างเกี่ยวพันกันแนบแน่นด้วยความรัญจวน ร่างบอบบางน่าทะนุถนอมบัดนี้กำลังถูกความแข็งแกร่งทำร้ายด้วยการกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างไม่ออมแรง เรียวขายาวถูกยกพาดขึ้นบนบ่าหนาทั้งสองข้าง"อื้อ...อี้...พี่อชิขา...อื้ม..." เสียงหวานร้องครางออกมาไม่ขาดสาย ใบหน้างามสะบัดไปมาด้วยความทรมาน"อ้า...ว่าไงครับที่รัก" เอวสอบควงวนเชื่องช้าแนบแน่นเพื่อยืดเวลาความเสียวออกไปอีกสักหน่อย มองภรรยาสาวแสนสวยที่นอนบิดเร่าอยู่ใต้ร่างด้วยความเสน่หา มือหนาลูบไล้เรียวขาสวยแผ่วเบา มองทรวงอกคู่ใหญ่ที่ใจปรารถนาอยากบีบขยำนับวันอชิระยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยิ่งหลงรักขนมหวานมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งหลังจากที่ขนมหวานคลอดลูกออกมา ร่างบางก็ดูเหมือนจะสวยขึ้นผิดหูผิดตา ผิวพรรณเปล่งปลั่งจนเขาหวงมากขึ้นกว่าเดิมไม่อยากให้เธอออกไปข้างนอกเสียด้วยซ้ำ อยากเก็บเธอไว้ดูคนเดียว อยากเห็นร่างอรชรสวยงามนี้คนเดียว"อื้อ..เร็วๆ ค่ะ ขนม อื้อ...ขนมเสียว""พี่ก็เสียวขนมจ๋า มันรัดแน่นมากพี่จะเสร็จแล้วครับ""งื้อ...เสร็จ...อื้อ...เสร็จเลยค่ะเดี๋ยวลูกตื่น" ขนมหวานเร่ง กลัวลูกน้อยที่เพิ่งหลับไปได้ไม่ถึงชั่วโมงจ
“คลอดหรือยังวะ ลูกครับอย่าให้แม่ปวดนานนะ รีบๆ ออกมาได้แล้ว พ่ออยากเห็นหน้าใจจะขาดแล้วเนี่ย” อชิระบ่นออกมา พลางเดินไปเดินมา เป็นห่วงขนมหวานก็เป็นห่วง ตื่นเต้นก็ตื่นเต้น ที่จะได้เจอหน้าลูกชายเสียทีเขายังจำวินาทีที่ขนมหวานบอกว่าปวดท้องได้ขึ้นใจ ตอนนั้นเขาทั้งตกใจและดีใจจนทำอะไรไม่ถูก แทบจะอุ้มขนมหวานจับยัดใส่รถมาด้วยซ้ำ ดีที่ขนมหวานวางแผนไว้เรียบร้อยเตรียมข้าวของเครื่องใช้ไว้ในรถไว้รอ ตั้งแต่รู้กำหนดการวันคลอดไม่อย่างนั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าเขาจะเป็นยังไง คงทำอะไรไม่ถูกลนลานไปหมด สุดท้ายก็คงไม่ได้อะไรติดมือมาสักอย่าง“ญาติคุณขนมหวานเชิญด้านในค่ะ” เสียงที่ประกาศออกมาจากห้องคลอด เรียกสติของอชิระให้กลับเข้ามา รีบผลักประตูห้องเข้าไปด้วยความเร็วอชิระในชุดปลอดเชื้อเดินเข้ามาหาขนมหวานและลูกชายที่นอนอยู่บนเตียงพักฟื้น นัยน์ตาของชายหนุ่มแดงก่ำน้ำตารื้นขอบตา มองลูกชายตัวแดงจ้ำม้ำที่เห็นแค่ใบหน้าด้วยความตื่นตันและรักจนสุดหัวใจ จับมือขนมหวานมากุมไว้แน่น“เป็นยังไงบ้าง เจ็บมากไหม” เอ่ยถามเสียงสั่น ประคองใบหน้าของขนมหวานที่มีน้ำตาคลอไม่ต่างกัน“ไม่ค่ะ”“ลูกน่าชังมากเลย หน้าเหมือนขนมกับพี่เลย” ขนมหวาน
อชิระจับมือขนมหวานเดินออกมาจากวัด หลังจากที่ทั้งคู่มาเลี้ยงเพลพระที่วัดเป็นการทำบุญให้บิดามารดาที่จากไปในวันครบรอบวันเสียชีวิตของท่านทั้งสอง หลังจากที่ตลอดสองปีที่ผ่านมา ต่างคนต่างมาไม่ได้มาด้วยกันเช่นวันนี้ทั้งคู่เดินมายังเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของท่านทั้งสอง ขนมหวานวางพวงมาลัยที่ซื้อมาลงด้านหน้า ตามด้วยอชิระก็วางพวงมาลัยลงข้างขนมหวานเช่นกัน"คุณพ่อคุณแม่ครับ วันนี้ผมกับน้องมาทำบุญให้คุณพ่อคุณแม่นะครับ" อชิระมองรูปถ่ายของบุพการีทั้งสองท่านที่ยิ้มมาให้ ชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มตอบกลับไปไม่ได้ แม้ท่านทั้งสองจะไม่เห็นก็ตาม หรือท่านอาจจะกำลังมองลงมาจากสวรรค์ก็เป็นได้"คุณพ่อคุณแม่คะ ขนมกับพี่อชิมีข่าวดีมาบอกคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ" ขนมหวานส่งยิ้มให้บุพการีในรูปไม่ต่างจากอชิระ และหันมายิ้มให้กัน มือสองข้างกระชับกันไว้แน่น"ผมกับน้อง กำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะครับ คุณพ่อกับคุณแม่กำลังจะมีหลานแล้วนะครับ แถมยังเป็นหลานผู้ชายอีกด้วย คุณพ่อกับคุณแม่ว่าลูกจะหน้าตาเหมือนผมไหมครับ ถ้าเหมือนนี่คือหล่อมากๆ เลยนะ""แต่ถ้าเหมือนขนมก็คงเป็นผู้ชายที่น่ารักเหมือนกัน ขนมสัญญานะคะว่าจะเลี้ยงหลานของคุณปูคุณย่าให้ดีที่
เป็นอีกหนึ่งเช้าที่แสนสดใสและเต็มเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม อชิระนอนมองภรรยาที่ดูจะสวยมากขึ้นกว่าเดิมเป็นไหนๆ เมื่อขนมหวานอายุครรภ์ได้เจ็ดเดือน นิ้วแกร่งประคองใบหน้างามของภรรยาสาวไว้เกลี่ยแก้มเนียนเล่นแผ่วเบา เลยมายังจมูกรั้นใช้นิ้วเขี่ยเล่นไปมา จนคนถูกรบกวนการนอนต้องยกมือขึ้นมาปัดมือของอชิระออกไปร้องประท้วงออกมาเบาๆ"อื้อ""ขี้เซาจังคุณแม่ ลืมแล้วเหรอว่าวันนี้เราจะไปไหนกัน" คนที่ยังอยากนอนต่ออีกนิด ขยับตัวเล็กน้อยดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มและหลับต่อ"ขออีกห้านาทีนะคะ" พึมพำออกมาแทบฟังไม่รู้เรื่อง ทั้งที่ตายังหลับอยู่อย่างนั้นอชิระเห็นความขี้เซาของขนมหวานก็อดไม่ได้ที่จะฝังจมูกลงบนแก้มเนียนนั้นสักสองสามฟอด สูดความหอมเข้าไปเต็มปอดจนเสียงดังฟอดและยังหอมย้ำๆ ไปทั่วหน้า จนขนมหวานต้องปรือตาขึ้นมองและผลักหน้าของอชิระออกห่าง"พี่อชิอย่าแกล้ง""พี่ปลุกขนมต่างหาก ตื่นได้แล้วครับสายแล้วนะ" ขนมหวานยกมือขึ้นปิดปากหาวจนเมื่อยปาก ปรือตาที่แทบจะลืมไม่ขึ้นมองหน้าคนก่อกวน"คุณแม่ขี้เกียจ" บีบจมูกรั้นเบาๆ อย่างมันเขี้ยว"ก็คนมันง่วงนี่น่า”“พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าไม่ให้ดูซีรีส์จนดึกดื่น ช่วงนี้เราติดซีรีส์มากไปรู้หรือเป
หลังจากนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาหลายวัน วันนี้อชิระก็ได้กลับบ้านตามที่ขอร้องออกไป เพราะชายหนุ่มสงสารขนมหวานที่ต้องไปนอนที่โซฟาตัวเล็ก และยังทานอาหารไม่อร่อยถูกปาก แม้ขนมหวานจะไม่ได้แพ้ถึงขั้นอาเจียน แต่เท่าที่สังเกตก็ทานได้แค่อย่างละนิดอย่างละหน่อย จนเขาต้องขอร้องคุณหมอกลับมารักษาตัวที่บ้าน อย่างน้อยๆ ขนมหวานก็จะได้นอนเตียงนุ่มๆ และทานข้าวฝีมือเขาและก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อมื้อแรกหลังจากกลับมาอยู่บ้าน ขนมหวานก็ทานอาหารได้มากขึ้น จนเขาที่นั่งมองก็พลอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อิ่มเอมใจ ที่เห็นภรรยาทานอาหารฝีมือตัวเองจนหมด“พี่อชิไปนั่งพักเถอะค่ะ เดี๋ยวขนมล้างจานเอง”“ครับ” อชิระขยับตัวลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร เดินไปนั่งที่โซฟาตามที่ขนมหวานบอกแต่โดยดี ขนมหวานจึงจัดการเก็บล้างทำความสะอาดจานชามในครัวร่างบางยืนล้างจานอยู่หน้าอ่างล้างจานเพลินๆ อยู่ดีๆ ก็มีวงแขนแกร่งเข้ามาสวมกอดไว้จากทางด้านหลัง บนไหล่ก็มีใบหน้าเจ้าของวงแขนวางคางเกยอยู่ มือหนาลูบหน้าท้องของขนมหวานเบาๆ“มากอดทำไมคะ ขนมบอกให้ไปนั่งไง แผลยังไม่หายดี”“หายดีแล้วครับ พี่ไม่เจ็บแล้ว” ขนมหวานฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ายิ้มๆ“พี่นี่จริงๆ เลยนะ”“พ
จากที่ตั้งใจว่าจะใช้เวลาช่วงที่ถูกพักงานพาขนมหวานไปนั่นไปนี่ ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกระชับความสัมพันธ์ เป็นอันต้องพับโครงการเก็บใส่กระเป๋า และหอบการกระชับความสัมพันธ์มาอยู่ที่โรงพยาบาลแทน“ขนมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยเรียกเจ้าของชื่อที่นั่งปอกผลไม้อยู่ที่โซฟาเสียงอ้อน ขนมหวานเงยหน้าขึ้นมองคนป่วยที่รู้สึกว่าตั้งแต่เธอยอมยกโทษให้ จะออดอ้อนออเซาะเป็นพิเศษจนน่าหมั่นไส้ และยังกลายเป็นคนมือไวใจเร็วแตะนิดแตะหน่อยหาเศษหาเลยกับเธออยู่ร่ำไปเมื่อมีโอกาส“คะ”“ทำไมไปนั่งไกลจัง มานั่งใกล้พี่หน่อยสิครับ พี่คิดถึง” ทั้งน้ำเสียงทั้งหน้าตา ที่นอนหันหน้ากะพริบตาอ้อนมา ขนมหวานถึงกับส่ายหน้าให้“ไกลที่ไหนคะ จากเตียงมาโซฟาห่างกันไม่ถึงสองเมตรด้วยซ้ำ”“แค่ก้าวเดียว สำหรับพี่ก็ถือว่าห่างแล้วครับ มานั่งนี่นะ”“แต่ขนมปลอกแอปเปิลอยู่นะคะ เดี๋ยวขนมปลอกเสร็จค่อยไปนั่งก็ได้ค่ะ”“ใจร้าย” ว่าแล้วก็ขยับตัวนอนตะแคงข้างหันหลังให้ขนมหวานเสียอย่างนั้น คนถูกงอนใส่ถึงกับอ้าปากค้างพูดไม่ออก แต่ก็ใช่ว่าจะเข้าไปง้อเสียเมื่อไหร่ นั่งปลอกแอปเปิลต่อไปเรื่อยๆ จนลูกสุดท้ายเสร็จเรียบร้อย ถึงจัดการเดินนำจานแอปเปิลไปวางที่โต๊ะและเก็บกวาดเป
คนที่แสร้งตีหน้านิ่งและส่ายหน้าปฏิเสธในตอนแรก แทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นสีหน้าผิดหวัง แววตาเศร้าสร้อยของอชิระแค่ขอกอดมันจะไปเร้าใจอะไร กับความตื่นเต้นเร้าใจจนเธอหัวใจแทบวายที่อชิระมอบให้ในการวิ่งตามโจรกระชากกระเป๋าความลังเลของเธอก่อนหน้าระหว่างความสัมพันธ์ ความรู้สึก และการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปเรื่องของเธอกับเขานั้น ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเธอต้องทำเช่นไรต่อไป เธอควรตัดสินใจต่อไปอย่างไรนับจากนี้ขนมหวานโน้มใบหน้าเข้าใกล้คนหน้าเสีย แตะริมฝีปากลงบนเรียวปากหยักเบาๆ ขบเม้มหยอกเย้าทั้งริมฝีปากบนและล่าง จนคนถูกจูบตาเบิกกว้างตกใจ ตื่นเต้นและดีใจ ไม่คิดว่าขนมหวานจะจูบตัวเองแบบนี้ ส่วนขนมหวานเมื่อเห็นอีกคนเอาแต่นั่งนิ่งไม่ตอบโต้จึงผละริมฝีปากออกห่าง“ไม่อยากให้ขนมจูบเหรอ รังเกียจขนมหรือไง ไม่ชอบ...อื้อ”ยังไม่ทันที่ขนมหวานจะเอ่ยจบประโยค อชิระก็คว้าท้ายทอยเล็กโน้มใบหน้าของขนมหวานเข้ามารับจูบจากตัวเองด้วยความเร็ว แม้จะเจ็บแผลที่ต้องขยับตัวบ้าง แต่อชิระไม่สนใจ เพราะจุมพิตหวานนี่ต่างหากที่เขาสนใจมากกว่า เหมือนน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจที่แห้งแล้ง ห่อเหี่ยวมานานแรมเดือนรู้สึกด