@ โรงพยาบาล
เช้าวันต่อมา
“ความจริงพี่หมอไม่ต้องลำบากมาส่งชะเอมกับยายก็ได้นะคะ ชะเอมเกรงใจ”
“ไม่เป็นไรเลยครับ พี่ดูแลคุณยายมาหลายปี ยังไงพี่ก็ต้องมาส่ง”
คิริณ หนุ่มหล่อในชุดกาวน์ ผู้เป็นศัลยแพทย์หัวใจและเป็นแพทย์เจ้าของไข้ยายของชะเอมเอ่ยตอบเธอ
“พี่หมอไม่โกรธใช่ไหมคะที่ชะเอมย้ายโรงพยาบาล”
ชะเอมเองก็ลำบากใจไม่น้อย เพราะเขาก็ตรวจรักษายายของเธอมาเป็นเวลาหลายปี
คิริณเป็นแพทย์ที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เขาเป็นคนสุภาพและดูแลคนไข้ได้ดีเสมือนญาติ เขาเป็นถึงลูกนักการเมืองในท้องถิ่น หากจะไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชนที่มีรายได้สูงกว่านี้ก็คงไม่ยาก แต่พอเรียนจบเขาก็เลือกมาทำงานที่โรงพยาบาลรัฐ ซึ่งขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจ
แต่เธอก็แค่อยากหาสิ่งที่ดีที่สุดให้กับยาย
โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งนี้มีเครื่องมือที่ทันสมัย ครบครัน และเชี่ยวชาญทางด้านโรคหัวใจโดยเฉพาะ อีกทั้งยังเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายกับโรงพยาบาลต่างประเทศ โอกาสที่ยายของเธอจะได้รับการผ่าตัดมีเปอร์เซ็นที่สูงกว่า
หลังจากที่คิริณรู้ว่าชะเอมได้ขอทำเรื่องย้ายผู้เป็นยายมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ต่อ ก็อาสาช่วยติดต่อประสานงานและมาส่งคนไข้ประจำด้วยตนเอง
“ไม่เลยครับ พี่เข้าใจ”
ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มอย่างละมุนให้หญิงสาว ไม่ว่าจะเจอกันกี่ครั้ง คิริณก็ยังทำให้ชะเอมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ทั้งสองคนรู้จักกันมาเกือบแปดปี นับตั้งแต่ยายตรวจพบปัญหาสุขภาพ เขาเป็นทั้งหมอของยายและเปรียบเสมือนพี่ชายคนหนึ่ง และมักจะแวะเวียนซื้อของฝากเข้าไปเยี่ยมยายที่บ้าน
“ให้ยายอยู่ห้องรวมก็ได้นะชะเอม เปลืองเงินเปล่า ๆ ไม่รู้ว่าจะหมดกับค่ารักษาไปอีกเท่าไหร่ ผ่าตัดไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ ยายปลงแล้ว”
ผู้เป็นยายที่นอนอยู่บนเตียงคนป่วยยื่นมือที่ไร้เรี่ยวแรงมาจับมือหลานสาว เอ่ยกับเธอด้วยเสียงแผ่วเบาที่ยังพอจับใจความได้
“ไม่เป็นไรจ้ะยาย ยายพักรักษาตัวอยู่ที่นี่เถอะนะจ๊ะ เรื่องค่ารักษาไม่ต้องเป็นห่วง”
ชะเอมได้เลือกห้องพิเศษที่มีขนาดเล็กสุด อีกทั้งยังจ้างพยาบาลพิเศษมาช่วยดูแลยายในยามที่เธอไม่อยู่
หญิงสาวคำนวณค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ดูแล้ว ค่ารักษาตัวก่อนผ่าตัดก็ประมาณสามถึงห้าแสน และทางโรงพยาบาลก็ยังบอกว่าจะรีบติดต่อขอรับหัวใจจากโรงพยาบาลในเครือต่างประเทศ เพื่อให้ยายได้รับการผ่าตัดให้เร็วที่สุด อาจจะได้รับภายในสามเดือนต่อจากนี้
แม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะบอกให้เธอลาออกจากงานกลางคืน แต่เธอก็ยังมีงานส่งอาหาร มีงานร้านคาเฟที่สามารถทำได้ในช่วงกลางวัน ไปกินอยู่ในบ้านของเขาก็คงจะมีอาหารให้กินฟรี แต่เธอก็ต้องเสียค่าเช่าบ้านหลังเดิมอยู่เพื่อรอยายกลับมาพักอาศัยเหมือนเดิม
*****
@ บ้านท้ายซอย
หลังจากยายของเธอกินข้าวกินยาและนอนหลับพักผ่อน ชะเอมจึงขอตัวกลับและให้พยาบาลพิเศษดูแลต่อ
“พี่หมอออกเวรมาเหนื่อย ๆ กลับไปพักก่อนเถอะค่ะ ขอบคุณนะคะที่ไปส่งยายและแวะมาส่งที่บ้าน”
คิริณอาสามาส่งเธอ และทันทีที่ชะเอมเอ่ยขอบคุณเขาก็ยกมือขึ้นปิดปากหาว เพราะเมื่อคืนเข้าเวรดึก พอออกกะเช้ามาก็รีบเข้าไปหาชะเอมกับยายที่กำลังทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล
“ตาพี่จะปิดแล้วครับ พี่ขอเข้าไปงีบในบ้านสักสามสิบนาทีได้ไหม”
“อืม… ก็ได้ค่ะ แต่นอนพักที่โซฟานะคะ”
คิริณมาที่บ้านหลังนี้บ่อยครั้งจนแทบจะเป็นคนในครอบครัวอยู่แล้ว ขืนปล่อยให้กลับไปในสภาพที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืน และยังเสียสละเวลาพักผ่อนไปส่งยายที่โรงพยาบาลใหม่ กว่าเขาจะขับรถกลับถึงบ้านก็คงจะเกือบเที่ยง อาจจะเผลอหลับใน ทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางได้
เมื่อทั้งสองคนลงจากรถ คิริณก็เข้าไปล้มตัวลงนอนบนโซฟาไม้ที่ถูกปูทับด้วยเบาะผ้าตรงชั้นล่างของบ้าน ชะเอมก็ทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีนำหมอนมาให้เขาหนุนนอน และเปิดพัดลมไล่ไอร้อนภายในบ้านให้
“ขอบคุณครับ”
ชะเอมเผยรอยยิ้มตอบ อีกฝ่ายก็คลี่ยิ้มเล็กน้อยก็ปิดเปลือกตาลง เธอจึงขึ้นไปเก็บของบนชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอน
เฮ้อ…
เสียงถอนหายใจดังขึ้นพร้อมกับมือที่หยิบเสื้อผ้าออกจากตู้ มานั่งพับบนเตียงขนาดสามจุดห้าฟุตทีละผืนด้วยความลำบากใจ
เธอจะต้องตกเป็นของเล่นของผู้ชายที่ชื่อสกายจริง ๆ หรือ ผู้ที่เป็นเจ้าของใบหน้าหล่อออกไปทางยุโรป น้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยออกมาแต่ละคำมันก็มีพลังอันน่ากลัวบางอย่าง บวกกับสายตาดุดันคู่นั้นยิ่งทำให้เธอหวั่นใจ
เขาแค่อยากนอนกับเธอ หรือว่าจะซื้อตัวเธอไปฆ่าไปแกงกันแน่
ชะเอมเผลอคิดถึงสกายได้ไม่นาน ก็มีเสียงเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ในโทรศัพท์ มือเล็กไล่มองตัวเลขทั้งสิบตัวก่อนจะกดรับสาย
“มีความสุขมากสินะที่ได้ปั่นหัวฉันเล่น”
เสียงที่แล่นเข้ามาในสายก็ทำให้เธอเบิกตาโพลง ขนกายลุกชันราวกับเห็นผีที่ล่องลอยอยู่ภายในห้องนอนขนาดเล็ก
ไม่น่าไปนึกถึงเขาเลย แค่คิดก็โทรเข้ามาได้จังหวะพอดี
“คุณเอาเบอร์ฉันมาได้ยังไง”
“คนอย่างฉันอยากได้อะไรก็ต้องได้ แค่หาเบอร์ผู้หญิงคนเดียวมันจะไปยากอะไร”
“...”
ชะเอมได้ฟังก็นิ่งเงียบ เขากำลังทำให้เธอกลัวมากขึ้น เมื่อคืนเขาก็ขู่เธอด้วยปืนที่ซ่อนอยู่ตรงเอว ครั้งนี้ก็หาเบอร์เธอมาจากไหนอีก แล้วเธอไปปั่นหัวเขาเล่นอย่างไร
“ฉันให้เวลาเธอไปจัดการธุระ ไม่ได้ให้เธอไปร่านผู้ชาย”
“มากไปแล้วนะคะ ฉันไปร่านผู้ชายตอนไหน”
น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งกระด้างเมื่อโดนอีกฝ่ายดูถูก ทั้งที่เธอก็ไปจัดการเรื่องยาย และก็เพิ่งจะเข้าบ้านมานั่งเก็บของต่อ
“อย่าลืมเงื่อนไขล่ะ ห้ามยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนอื่น ผ่านไปแค่คืนเดียวเธอก็คิดจะผิดสัญญาแล้วเหรอ”
“ไม่ใช่นะคะ เอ๊ะ นี่คุณสะกดรอยตามฉันเหรอ”
ทำไมมันฟังดูชอบกล เหมือนว่าเขาจะรู้ทุกความเคลื่อนไหว หรือเห็นว่าเธอกำลังอยู่กับใคร
“อย่าให้เห็นอีกว่าเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ฉัน ไม่อย่างนั้นมันได้เจอดีแน่”
“ไอ้บ้า ไอ้สารเลว”เสียงเล็กบ่นใส่คนในโทรศัพท์ที่กดวางสายไปแล้วมีครั้งไหนบ้างที่เขาไม่ขู่เธอ เวลาแค่สามวันที่เธอจะได้เป็นอิสระก็ยังให้ไม่ได้ แล้วถ้าย้ายไปอยู่กับเขา เธอก็คงจะไร้ซึ่งความเป็นตัวของตัวเอง ไร้ความเป็นอิสรเสรี จะทำอะไรก็ต้องขออนุญาตทุกครั้งอย่างนั้นหรือ ไหนบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ เวลาไหนที่เขาต้องการก็แค่รอขึ้นเตียงเธอถอนหายใจอย่างเหลืออด แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเป็นคนเลือกเอง และก็รับเงินเขามาแล้วชะเอมเก็บเสื้อผ้าและของใช้บางส่วนเสร็จ ก็เดินลงบันไดไปดูคิริณที่นอนหลับอยู่บนโซฟาไม้ เพียงแค่เห็นเศษเสี้ยวของใบหน้าหล่อ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นก็ต่างกันลิบลับกับไอ้ผู้ชายปากเก่งที่เอาแต่ขู่ผู้หญิงพี่หมอของเธอยังคงเป็นคนที่มีความอบอุ่นและใจดีกับเธอที่สุด“ตื่นแล้วเหรอคะ”คิริณปรือดวงตาขึ้นเพื่อปรับแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาภายในตัวบ้าน ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไร แต่ก็มากพอให้รู้สึกว่านอนได้เต็มตื่น และระบายยิ้มตอบหญิงสาวที่นั่งมองมาทางเขา“ครับ”“จะกลับเลยไหมคะ เดี๋ยวชะเอมออกไปส่ง”จากนี้คงต้องอยู่ห่างคิริณบ้าง เพราะไม่รู้ว่าสกายจะเอาจริงขึ้นมาหรือเปล่า เกิดถ้าเขาไม่ได้แค่ขู่แต่คิดจะท
@ คฤหาสน์สกายนี่นะหรือคฤหาสน์ของเขา มันใหญ่โตสมกับคนมีฐานะร่ำรวย อาจจะถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐีเลยก็ว่าได้ แถมยังอยู่ในซอยเปลี่ยวลึก รอบด้านติดกับป่า ไม่มีผู้คนสัญจรไปมา ทำไมถึงได้มาสร้างบ้านอยู่ในที่ลับตาคนแบบนี้กันนะชะเอมสอดสายตาผ่านกระจกหน้ารถมองเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่ แต่แล้วความคิดที่มีก็ดับวูบเมื่อประตูรถได้ถูกเปิดออก พร้อมกับชายรูปร่างกำยำสองคนที่ยืนรออยู่ด้านนอก“เข้าไปข้างในกันเถอะครับ”โฬมเอ่ยจบก็เดินนำหญิงสาวเข้าไปในคฤหาสน์ที่อยู่ตรงปีกซ้ายฝั่งนี้ได้ถูกตกแต่งให้เป็นห้องสังสรรค์ไว้สำหรับนั่งดื่มเหล้ากับกลุ่มเพื่อนสนิทของมาเฟียหนุ่ม มีโต๊ะสนุกเกอร์ตั้งวางอยู่ด้านหลังโซฟา ส่วนอีกห้องที่โล่งกว้างขนาดใหญ่ได้ถูกจัดให้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมยิงปืนขนาดย่อมภายในห้องนั้นมีชั้นวางสำหรับจัดเก็บปืนกระบอกหลากหลายขนาด ต้องชื่นชอบขนาดไหนถึงได้นำมาเก็บไว้ในบ้านของตนเอง และไม่รู้ว่ามันเป็นปืนจริงหรือว่าปืนปลอม“มาได้สักทีนะ”เสียงทุ้มดังขึ้นก็ทำให้ชะเอมรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เธอก้าวเข้าไปในห้องนั้นอย่างเชื่องช้าราวกับขาทั้งสองข้างไร้กำลัง พอเดินพ้นประตูชายที่เป็นลูกน้องคนสนิทของเขาก็จัดการปิดประต
เขาว่าพรางปัดมือเธอทิ้งแล้วจับขาหญิงสาวแยกออกกว้าง นิ้วเรียวใหญ่ถูไถที่กลีบกุหลาบมีใบหญ้าขึ้นบางเบา ผิวกายของเธอขาวเนียนนุ่มราวกับผิวเด็ก และตรงส่วนนั้นก็อมชมพูจนเขาอยากจะเข้าไปเชยชมใกล้ ๆติดอยู่แค่อย่างเดียวเขาไม่เคยใช้ลิ้นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แม้แต่จูบก็ไม่ทำ ยิ่งเป็นตุ่มไตตรงหน้าอก หรือกลางกายสาวเขาก็ยิ่งไม่ทำให้ใครทั้งนั้น นอกเสียว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนรักของเขา ซึ่งตอนนี้มันยังไม่มีจึงต้องซื้อกินไปก่อน“อื้อ”ชะเอมหลับตาแน่นทำหน้าเหยเก ส่งเสียงร้องด้วยความสะดุ้งเจ็บ เมื่อนิ้วร้ายได้สอดแทรกเข้าไปภายในช่องสงวนได้สำเร็จ แล้วถูกนิ้วชักเข้าออกด้วยความฝืดเคือง“ซิงจริง ๆ สินะ”เสียงทุ้มเอ่ยอย่างพึงพอใจ พอนิ้วของเขาแทงเข้าไปในรูอันคับแคบ ร่องภายในของเธอก็เริ่มต่อต้านด้วยการบีบรัดเพื่อขับไล่นิ้วของเขาให้หลุดออกแต่สกายก็ดันนิ้วเข้าไปจนสุดก็เริ่มเร่งจังหวะขึ้นทีละนิดเพื่อให้รูสาวได้ปรับตัวผลิตน้ำหล่อลื่นชโลมนิ้ว และพอขยับได้คล่องก็จัดการเร่งจังหวะให้ถึงใจคนที่พยายามจะหนีบขาชิด แต่ก็ถูกเขาแยกออกเหมือนเดิมมือเล็กกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น จากความเจ็บที่ถูกนิ้วร้ายเข้าไปในโพลงอ่อนนุ่มเป็นค
ก่อนหน้านี้หนึ่งชั่วโมง“หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…”เลย์ได้โทรหาสกายเนื่องจากมีธุระเรื่องงานจะคุยด้วย แต่ว่าไอ้หน้าหล่อดันปิดเครื่อง เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายโทรไปหาโฬมลูกน้องคนสนิทของสกายแทน“ครับคุณเลย์”“ลูกพี่มึงหายหัวไปไหนวะ โทรหาก็ไม่ติด”“คุณสกายพักผ่อนอยู่ที่คฤหาสน์ครับ”เลย์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกทะแม่งชอบกล“ไม่ถูกว่ะ ปกติเวลานี้มันต้องอยู่สนามยิงปืน ลูกพี่มึงต้องมีเรื่องปิดบังกูอยู่ใช่ไหมวะไอ้โฬม”เลย์เริ่มคาดคั้น และมันก็ทำให้เขาได้รู้ความจริงก่อนจะวางสาย แล้วรีบบึ่งรถสปอร์ตคันหรูมุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์หลังใหญ่ของเพื่อนทันที“ไอ้โฬมนี่มันเก็บความลับกับมึงไม่ได้เลยจริง ๆ”โฬมเป็นคนซื่อสัตย์และเป็นคนที่เขาไว้ใจได้มากที่สุด จึงเป็นลูกน้องที่ติดตามสกายมานานจนสนิทราวกับเป็นเพื่อนคนหนึ่ง แต่มันก็มักจะมาพลาดท่าปากพล่อยกับเรื่องผู้หญิง ไม่ว่าเจ้านายหนุ่มลูกครึ่งจะพาเข้าบ้านมากี่คนโดยไม่บอกใคร แต่เลย์ก็มักจะรู้ข่าวอยู่เสมอ“อย่าไปว่ามันเลย ว่าแต่น้องชะเอมของมึงเถอะ เป็นยังไงบ้างวะ งานดีถูกใจมึงไหม”คำถามของเพื่อนทำให้ริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างลืมตัว พล
“กับข้าวอยู่ในตู้เย็น เอาไปอุ่นกินซะ ฉันจะนั่งรอเป็นเพื่อน”คนตัวสูงพาเธอมาหยุดอยู่ที่ห้องครัว ใบหน้าหล่อพยักเพยิดไปทางตู้เย็นที่อยู่ติดกับผนังพร้อมกับออกคำสั่ง ถ้าบอกกันตั้งแต่แรกเธอก็คงไม่ต้องถูกกระชากลงจากเตียง และก็คงจะตอบเขาดี ๆ แต่ตอนนี้ไม่อยากพูดดีด้วยแล้ว“ยังไม่หิวค่ะ”จ๊อก…“ดูเหมือนว่าท้องเธอกำลังประท้วงอยู่นะ”สกายยืนกอดอกจ้องมองคนพูดอ้อมค้อมที่ยกมือขึ้นวางที่หน้าท้องตัวเอง แค่ยอมรับว่าหิวข้าวมันพูดยากนักหรือไง“เอ่อ…”ชะเอมอ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เธอเข้ามาในบ้านก็แค่ฐานะผู้หญิงบนเตียง ไม่รู้ว่าต้องอยู่ต้องกินยังไง เพราะเขาไม่ได้บอกอะไรสักอย่าง เล่นพามาทิ้งไว้บนห้องแล้วก็หายออกไปเลย เธอก็ไม่กล้าที่จะเดินป้วนเปี้ยนภายในบ้าน กลัวว่าจะโดนตำหนิและทำให้ไม่พอใจอีก“ไปอุ่นอาหารแล้วมานั่งกิน ฉันจะเฝ้าจนกว่าเธอจะกินเสร็จ”“ทำไมต้องเฝ้าคะ ฉันนั่งกินคนเดียวได้”“นี่มันบ้านฉัน ไม่ใช่บ้านเธอ และเธอก็ไม่มีสิทธิ์แสดงความเห็นใด ๆ ในบ้านหลังนี้ทั้งนั้น”ชะเอมยู่ปากลอบถอนหายใจแล้วก็เงียบไป เพราะขี้เกียจจะเถียงคนเอาแต่ใจ เถียงไปก็ไม่มีวันชนะ หันไปเปิดตู้เย็นนำกับข
คำร้องขอของชะเอมก็ทำให้มาเฟียเจ้าเล่ห์พึงพอใจ เขาอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิงก็พาออกจากห้องน้ำ และวางร่างของหญิงสาวลงบนเตียงอย่างหมดความอดทน ถ้าเมื่อช่วงบ่ายเพื่อนไม่มาขัดจังหวะเขาคงได้จัดการเธอไปแล้วแต่ตอนนี้มันก็ยังไม่สายสกายเลื่อนมือไปถอดกางเกงของตนและหยิบซองสี่เหลี่ยมออกมาจากกระเป๋ากางเกง ท่อนเอ็นแข็งแกร่งถูกจับชักรูดเตรียมความพร้อม ก่อนจะฉีกซองและนำเครื่องป้องกันมาสวมใส่ชะเอมนอนมองคนรูปร่างสูงโปร่ง ผิวกายขาวสะอาดมีซิกซ์แพ็กที่หน้าท้องจนอยากสัมผัส และแก่นกายขนาดใหญ่ก็ทำให้เธอรู้สึกมวนท้อง และเสียววาบไปทั่วทั้งตัวเขาขึ้นมาบนเตียงก็จับสองขาของหญิงสาวที่นอนหายใจไม่ทั่วท้องชันเข่าและอ้าออกกว้าง มือทั้งสองข้างของชะเอมกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นเพื่อข่มอารมณ์ที่พลุกพล่านมากขึ้น สกายก็จับปลายหัวบานชมพูถูไถกลีบกุหลาบงามและกดจ่อปากทางรักที่มีน้ำหวานเยิ้มออกมาเฉอะแฉะ แล้วดันตัวตนเข้าไปด้านใน“อื้อ…” เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นชะเอมหลับตาปี๋ กัดกรามเอาไว้แน่น ทันทีที่สิ่งแปลกปลอมขนาดใหญ่รุกล้ำเข้าไปในร่องอ่อนนุ่ม ร่างกายของเธอโดยเฉพาะช่วงล่างก็รู้สึกเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ แม้ว่ามันจะยังเข้
หลังจากเสร็จกิจและฉีดพ่นน้ำสีขาวขุ่นเข้าใส่ร่องอ่อนนุ่มของชะเอม สกายก็ถอนเจ้ามังกรไซซ์ยุโรปของเขาออก แล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำในสภาพล่อนจ้อนชะเอมรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปกคลุมเรือนร่างเปลือยเปล่าที่หว่างขาเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำสีข้น เลื่อนสายตาไปพบกับถุงยางอนามัยที่ถูกโยนทิ้งตรงพื้นข้างเตียง แต่มันมีเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเขาก็ได้ตอกเธอสด ๆ โดยไร้เครื่องป้องกันมือเล็กสอดเข้าไปใต้กลุ่มผมสลวยแล้วดึงทึ้งผมตัวเอง หลับตาลงอย่างหมดเรี่ยวแรง นึกย้อนไปถึงเรื่องเมื่อคืนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนกระทั่งชายหนุ่มเดินคลุมผ้าเช็ดตัวสีขาวแค่ท่อนล่างเดินออกมาจากห้องน้ำ และยืนอยู่ที่ปลายเตียงหยิบกางเกงของตนขึ้นมาสวมใส่“ไม่ลุกไปอาบน้ำล่ะ หรือว่าลุกไม่ไหว”“เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึง...”‘อยากมีอะไรกับเขาขนาดนั้น’ ประโยคนี้เธอได้เก็บเงียบไว้ ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นคำพูด“ฉันว่าเธอเข้าใจดีกว่าใครนะว่ามันเกิดอะไรขึ้น”“คุณวางยาและข่มขืนฉัน” เธอว่าพลางกระชับผ้าห่มตรงช่วงหน้าอกเอาไว้แน่น“มั่นใจเหรอว่าฉันข่มขืน ลองนึกดูดี ๆ สิว่าเธอสมยอมและอ้าขาให้ฉันเอง ตอนโดนฉันเอาไม่เห็นจะพูดอะไรเลยสักคำ
“ฉันต้องทำงานหาเงินไปจ่ายค่าผ่าตัดของยาย พูดมาแค่นี้คงเข้าใจใช่ไหมคะ ว่าฉันต้องการเงินและเวลาส่วนตัวไปทำไม”ชะเอมตอบเขา ดวงตาก็กระพริบถี่ไล่ความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาเพราะอยากจะร้องไห้ เธอไม่ได้อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น แต่เขาก็เค้นถามจนเธอต้องยอมบอกความจริง“อือ” เสียงทุ้มตอบกลับสั้น ๆพอได้รู้คำตอบเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ และหลังจากกินข้าวด้วยกันเสร็จ สกายก็หยิบบัตรเครดิตสีดำ หรือที่เรียกกันว่า Black Card (แบล็ก การ์ด) ออกมาจากกระเป๋าเงินที่เหน็บอยู่ตรงกระเป๋ากางเกงด้านหลัง แล้ววางลงบนโต๊ะด้านหน้าหญิงสาวชะเอมเห็นดังนั้นก็รู้สึกตกใจ บัตรใบนี้ใช่ว่าใครก็จะมีได้ เธอช้อนดวงตาขึ้นมองใบหน้าหล่อที่เอนแผ่นหลังพิงเก้าอี้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“ต้องการเงินค่ารักษาอีกเท่าไหร่ก็ใช้บัตรใบนี้รูดได้เลย”“มะ หมายความว่ายังไงคะ”“ก็ตามที่พูด”“คุณไว้ใจฉันขนาดนั้นเลยเหรอคะ ไม่กลัวว่าฉันจะขโมยเงินของคุณไปทำอย่างอื่น”“ถ้ากล้าก็ลองดูสิ”แม้ว่าเขาจะขู่มาอย่างนั้น แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เธอกลัวเลยสักนิดชะเอมเผลอจ้องคนตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนดีมีน้ำใจ ต่างจากนิสัยชอบข่มขู่และเอาแต่ใจ
“คุณสกาย ซี้ด… อะ อื้อ จุกค่ะ”ร่องชื้นแฉะผลุบเข้าผลุบออก เปล่งเสียงหวานครางกระเส่า เมื่อถูกสกายซอยสะโพกตอกแก่นกายไซซ์ยุโรปอย่างบ้าคลั่ง ก้นงามงอนและอกอวบอิ่มถูกบีบเคล้นจนเป็นรอยแดงของฝ่ามือชายหนุ่มเร่งจังหวะอย่างหนักหน่วง เจ้ามังกรของเขาถูกช่องทางคับแคบขมิบตอดจนรู้สึกปวดหนึบไปทั่วทั้งลำโดยเฉพาะปลายหัวบานหยักที่ชนเข้ากับปากมดลูก“ชอบที่ฉันทำกับเธอแบบนี้ไหม”เสียงพร่าเอ่ยกระซิบข้างหูราวกับแกล้ง เมื่อเขาหยุดการกระทำ แต่ส่งมือหนาบดขยี้ที่ติ่งรัญจวนแทน“ชะ ชอบค่ะ อืม… ทำต่อได้ไหมคะ”“หึ”ริมฝีปากมาเฟียหนุ่มกระตุกขึ้นอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหมุนตัวหญิงสาวให้หันหน้าเข้าหากัน บดจูบริมฝีปากอวบอิ่มสอดลิ้นเข้าไปในโพลงปาก กวาดต้อนเอาความหวานของกันและกันอย่างเร่าร้อน สอดท่อนเอ็นเข้าไปในร่องอ่อนนุ่ม แล้วกระแทกน้องสาวของเธอน้ำสีขาวขุ่นพวยพุ่งไหลเปื้อนเรียวขา สกายถอนน้องชายของเขาออก จากนั้นทั้งสองก็อาบน้ำแล้วพากันออกมาใส่เสื้อผ้าเตรียมเข้านอน*****เช้าวันต่อมา“ตื่นได้แล้วคนขี้เซา”เสียงทุ้มปลุกคนที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขนโดยไร้เสื้อผ้าเพราะถูกเขาถอดออกจนหมด และทำเรื่องอย่างว่าเมื่อช่วงกลางดึก และมีเพียง
อคิณให้เลขาคนสนิทช่วยดูแลงานที่บริษัทแทน ส่วนตัวเขานั้นยังคงนั่งเฝ้าอยู่ขอบเตียงเพื่อรอให้อลิสาฟื้นขึ้นมาในช่วงนี้เขาก็ได้จ้างนักสืบตามหาตัวไอ้คนที่มันทำให้น้องสาวของเขาตกอยู่ในสภาพนี้ แล้วก็ได้ทราบว่ามันคือลูกชายมาเฟียใหญ่อย่างลูอีส คาเซียโน ซึ่งมีอิทธิพลเป็นอย่างมากในประเทศอิตาลี และตอนนี้สกายก็ได้เดินทางไปที่ประเทศไทยแล้ว“พี่สัญญาว่าพี่จะทำทุกอย่างให้มันได้รับโทษสาสมกับที่มันทำกับเธอ”แค่ก แค่กเสียงไอแผ่วเบาดังขึ้น ทำให้อคิณรีบลุกขึ้นยืน มองไปยังน้องสาวที่ปรือดวงตาขึ้นอย่างเชื่องช้าเพื่อปรับแสงที่กระทบเข้ากับดวงตา เพราะหลับมาสามวันสามคืนเต็ม ๆ“ลิสา ฟื้นแล้วเหรอ พี่อยู่นี่นะ ไม่ต้องกลัว” อคิณเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ส่งมือไปลูบผมน้องสาว“...” อลิสานิ่งเงียบไม่ตอบกลับ เธอได้แต่มองฝ้าเพดานราวกับว่ามีอะไรน่ามองอย่างไรอย่างนั้น“ลิสาได้ยินพี่ไหม”“...”“ไม่เป็นไรนะ เธอเพิ่งฟื้น เดี๋ยวพี่เรียกหมอให้”อคิณกดปุ่มเรียก หมอเจ้าของไข้และพยาบาลก็เดินตามกันเข้ามาในห้อง และทำการประเมินอาการของน้องสาว“คนไข้อาการดีขึ้นนะครับ สารพิษจากยานอนหลับก็หมดแล้ว แต่หมอดูแล้วน้องสาวของคุณมีอาการเหม่อลอยน
“ที่ผ่านมายังไม่เข้าใจอีกเหรอว่าฉันไม่ได้ชอบเธอ”สกายรู้สึกเบื่อหน้าสาวรุ่นน้องคนนี้มาก เขาเป็นผู้ชายไม่ได้มีอะไรเสียหายก็จริง แต่เขาก็เลือกคนที่จะซื้อตัวมานอนด้วย ไม่ใช่ผู้หญิงที่ตามตื้อเขาไม่เลิกจนน่ารำคาญแบบนี้“ลิสาเข้าใจค่ะ ลิสาถึงได้ยอมนอนกับพี่ไงคะ จะให้ลิสาเป็นอะไรก็ได้ หรือไม่มีสถานะเลยก็ยอม”อลิสาผละอ้อมแขนออกจากเอวหนุ่มรุ่นพี่ มือเล็กของเธอเริ่มซุกซน ลูบไล้ท่อนแขนของชายหนุ่ม ลามไปตรงแผงอกที่อยู่นอกร่มผ้า ส่งสายตาเย้ายวนขึ้นมองสกาย“อย่าทำให้ฉันรังเกียจไปมากกว่านี้”สกายจับข้อมือของอลิสาเอาไว้แน่น คิดหรือว่าเขาจะรู้ไม่ทันว่าถ้าเกิดนอนด้วยกันแล้วก็คงจะหาข้ออ้างมาเรียกร้องให้รับผิดชอบอย่างแน่นอน ก่อนจะปล่อยข้อมือของเธอออกจากฝ่ามือหนา“ทำไมคะ อีพวกนั้นที่พี่นอนด้วยมันดีกว่าลิสาตรงไหน”เธอยังโสด ยังซิง และพร้อมจะมอบให้กับชายที่เป็นรักแรก แต่ทำไมเขาถึงได้ปฏิเสธอย่างไม่ใยดี“ดีกว่าตรงที่ผู้หญิงพวกนั้นฉันเป็นคนเลือกเอง”“งั้นพี่ก็เลือกลิสาสิคะ”“ต่อให้เธอแก้ผ้าอยู่ตรงหน้า ฉันก็ไม่เอา”ดวงตาของอลิสาแข็งกร้าวและแดงก่ำ เธอกัดกรามแน่นแสยะยิ้มออกมาพร้อมกับดึงเสื้อเกาะอกให้หลุดลง เผยให้เ
หนึ่งปีต่อมาหญิงสาวฝังใจมาตั้งแต่แรกพบว่าได้ตกหลุมรักผู้ชายคนนั้นเข้าแล้ว และเธอก็ได้ทราบว่าคนที่ช่วยเธอไว้วันนั้นคือหนุ่มรุ่นพี่ที่เรียนคณะเดียวกัน เขามีชื่อว่าสกาย คาเซียโน ลูกชายคนเล็กของตระกูลมาเฟียทุกครั้งที่เดินผ่านกัน อลิสาจะปรายตามองแล้วอมยิ้มเขินอยู่เสมอ ผิดกับชายหนุ่มที่ไม่เคยหันมองเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว“เธอชอบพี่สกายเหรออลิสา”เสียงของเพื่อนสาวสัญชาติอิตาลีเอ่ยถาม เพราะจับสังเกตได้ว่าพักหลังอลิสาจะแสดงออกทางสายตามากขึ้นว่าสนใจหนุ่มรุ่นพี่“อื้ม ฉันชอบเขา ฉันอยากคบกับพี่สกาย”“คนนี้น่ะเข้าถึงยาก ตั้งแต่เรียนมายังไม่เคยคบใคร แต่คนในมหาวิทยาลัยต่างเล่ากันว่าพี่สกายมีรสนิยมชอบซื้อกิน เพราะเขาไม่ชอบการผูกมัด”ประโยคบอกเล่าของเพื่อนไม่ได้ลดทอนความตั้งใจของอลิสาเลยสักนิด เธอยังคงคิดหาโอกาสเผชิญหน้ากับสกายสักครั้งแบบสองต่อสอง เพราะอยากสารภาพความในใจออกไปและแล้วโอกาสนั้นก็มาถึง เมื่อมหาวิทยาลัยได้จัดกิจกรรมแบบรวมนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจทุกระดับชั้น ทำให้อลิสาได้เจอกับหนุ่มรุ่นพี่ที่เป็นรักแรกพบอีกครั้งและพอช่วงพักอลิสาเห็นสกายเดินไปทางห้องน้ำ จึงได้รีบเดินตามหลังไป“ตามฉันมาทำไม
วันรุ่งขึ้นอคิณก็ได้ติดต่อไปหามหาเศรษฐีที่รับเลี้ยงดูพวกเขา และพากันเก็บเสื้อผ้าย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านวาณิชย์ศราในฐานะลูกบุญธรรมแต่ก่อนจะเข้าบ้านเดชาก็ได้พาสองพี่น้องไปทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลให้เป็นนามสกุลเดียวกับเขา เนื่องจากเดชานั้นได้สูญเสียภรรยาและลูกในครรภ์ไปเมื่อตอนเป็นหนุ่ม ตั้งแต่นั้นก็ครองตัวเป็นโสดอยู่เรื่อยมาจนมาพบกับเด็กสองคนนี้เข้าจึงได้ถูกชะตา และเขาก็ทั้งรักและเอ็นดูอคิณกับอลิสาไม่ต่างจากลูกในไส้“ต่อไปพวกเธอก็เรียกฉันว่าพ่อได้แล้วนะ”เดชาหันไปมองใบหน้าของเด็กทั้งสองขณะที่เดินตามกันเข้าไปในบ้านหลังใหญ่“ครับคุณเดชา”“หือ เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไร” เดชาส่งเสียงปรามลูกชายบุญธรรม“ครับคุณพ่อ”“ดีมาก ให้คิดเสียว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่พวกเธออยู่กันมาตั้งแต่เด็ก ต้องการอะไรก็บอกพ่อ ถ้าให้ได้พ่อก็จะให้”“ขอบคุณครับ อลิสาขอบคุณท่านสิ”“ขอบคุณค่ะ” อลิสายกมือไหว้อย่างเฉื่อยชา ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก“เดี๋ยวพาน้องขึ้นไปพักบนห้องแล้วลงมาพบพ่อหน่อยนะ พ่อมีเรื่องจะคุยด้วย”“ครับ”ทั้งสองคนเดินตามแม่บ้านขึ้นไปยังห้องนอนบนชั้นสอง ซึ่งเดชาได้สั่งให้ทำความสะอาดเอาไว้แล้วคนละห้อง แต่เนื่
@ บ้านวาณิชย์ศราหลังจากที่อคิณออกจากมหาวิทยาลัยก็เดินทางกลับเข้าบ้านทันทีเขาเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่ถูกตกแต่งไปด้วยตุ๊กตาหมีสีชมพูวางเต็มหัวเตียง ภายในห้องมีกระดาษที่ถูกตัดเป็นรูปหัวใจแปะเต็มฝาผนัง บางส่วนก็ได้ถูกเขียนข้อความติดเอาไว้“ทำอะไรอยู่ครับคนเก่งของพี่”อคิณเอ่ยถามพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องสาวที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานที่มีกระดาษและปากกากองอยู่อย่างอ่อนโยน แล้วหันไปมองนักจิตวิทยาและพยาบาลพิเศษที่จ้างมาเฝ้าติดตามอาการน้องสาวอย่างใกล้ชิดที่นั่งอยู่ตรงโซฟา ก็ส่งซิกให้พวกเธอออกจากห้องไปก่อน“นี่ค่ะ ลิสาทำหัวใจ สวยไหมคะ”อลิสา หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีที่ตอนนี้เป็นผู้ป่วยจิตเวช เนื่องจากมีอาการซึมเศร้าและอาการเพ้อร่วมด้วย หันมาตอบพี่ชายด้วยรอยยิ้ม โชว์กระดาษโน้ตในมือที่เขียนชื่อคนที่เธอรัก และทำให้เธอกลายเป็นแบบนี้ให้พี่ชายดู“พี่สกายของหนู”อคิณกัดกรามแน่น ฝืนยิ้มให้น้องสาวที่จับกระดาษโน้ตแนบอก หลับตาพริ้มแล้วเอ่ยชื่อคนที่เขาเกลียดเข้าไส้ออกมาเขาเดินออกห่างจากน้องสาวที่กำลังตกอยู่ในอาการเพ้อ ก่อนจะปิดประตูห้องก็หันไปมองอลิสาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแต่แผ่วเบา เพื่อไม่ให้น้องสาวได้ย
@ มหาวิทยาลัยหลายวันต่อมา“นักศึกษาทุกคนคะ นี่คือคุณอคิณ เป็นเจ้าของบริษัทวีเอ็น ฟู้ด แอนด์ เบฟเวอเรจ จำกัด วันนี้คุณอคิณได้เข้ามาพบกับอาจารย์เพื่อมอบโควตาให้กับนักศึกษาฝึกงานจำนวนสิบคน ส่วนรายละเอียดเดี๋ยวให้ทางคุณอคิณเป็นคนชี้แจงนะคะ”เสียงของมณีวรรณ อาจารย์ประจำสาขาอาหารและโภชนาการ เอ่ยกับนักศึกษาชั้นปีที่สามที่ห้องประชุมเล็กของคณะคหกรรมศาสตร์วันนี้นักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบริษัทผลิตอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ ส่งขายทั้งในไทยและต่างประเทศ ได้มีการเข้ามาพบปะกับอาจารย์ผู้สอนของคณะคหกรรมศาสตร์ สาขาวิชาอาหารและโภชนาการ เนื่องจากภาคฤดูร้อนที่จะถึงนี้ นักศึกษาชั้นปีที่สามจะได้มีการฝึกงานเป็นระยะเวลาสองเดือนและหลังจากอาจารย์พูดจบ อคิณก็ได้เอ่ยต่อ“สวัสดีครับน้อง ๆ นักศึกษา บริษัทของผมเป็นอุตสาหกรรมผลิตอาหารสำเร็จรูปทั้งคาวและหวาน และผลิตเครื่องดื่มหลากหลายชนิดซึ่งทุกคนน่าจะทราบกันดี และที่ผมมาในวันนี้ก็เพราะอยากจะมอบโอกาสดี ๆ ให้กับน้อง ๆ ได้เข้าไปฝึกงานที่บริษัท ไม่ต้องกังวลนะครับว่างานที่ฝึกจะไม่ตรงกับสายที่ได้เรียนมา เพราะว่าทางเรามีนักโภชนาการมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา ทั้งในเรื่องกา
สกายอุ้มหญิงสาวตรงไปยังห้องน้ำ และวางเธอลงอย่างเบามือ ก่อนจะเอ่ยออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงพร่า“ถอดเสื้อผ้าให้ฉันสิ”ชะเอมยื่นมือออกไปดึงรั้งเสื้อยืดของเขาให้ถอดออกไปทางศีรษะ ริมฝีปากสวยยกยิ้มอย่างเคอะเขิน แม้จะมีอะไรกันนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังเขินอายอยู่ทุกครั้งที่ได้แก้ผ้าต่อหน้ากันผิวกายขาวสะอาดปรากฏแก่สายตาหญิงสาว ชะเอมเลื่อนมือลงไปปลดเข็มขัดของเขาและจัดการถอดกางเกงต่อแก่นกายขนาดหกสิบสองผงาดเป็นลำแข็ง ชะเอมลอบกลืนน้ำลายเผลอมองต่ำทำเอาใจสั่นไหว ก่อนจะช้อนดวงตาคู่หวานเงยขึ้นมองใบหน้าหล่อร้าย และหลบสายตาคู่คมเบี่ยงใบหน้าไปทางอื่นสกายจับปลายคางของเธอให้หันมามองกัน โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบที่ข้างหู“จะถอดเอง หรือให้ฉันช่วย”“ฉันอยากให้คุณช่วย” ชะเอมเอ่ยความต้องการออกไปน้ำเสียงแผ่วเบาสกายยกยิ้มพึงพอใจ เลื่อนมือไปจัดการกับเสื้อผ้าของเธอ ก่อนจะอุ้มหญิงสาวเข้าไปในอ่างอาบน้ำ“อาบน้ำให้ฉัน ถูสบู่ทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะที่กำลังแข็งอยู่”เขาใช้ความอดทนอดกลั้นเป็นอย่างมาก น้องชายก็แข็งจนอยากแทงเข้าไปในกายสาว แต่ก็ดึงเวลาเพื่อที่จะได้อาบน้ำด้วยกันมือเล็กถูไปทั่วทั้งตัวของเขา โดยเฉพาะจุดที่ชายหนุ่มเน
@ โรงพยาบาล“ยายเป็นยังไงบ้างจ๊ะ”“ก็ตามสภาพนะลูก ไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลง” ยายของเธอเอ่ยพลางเอามือลูบศีรษะหลานสาวอย่างทะนุถนอม“วันนี้หนูไปช่วยชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมมาด้วยนะคะ ชาวบ้านดีใจกันใหญ่เลยที่มีคนเข้าไปช่วยเหลือ”“ดีแล้วล่ะชะเอม มีอะไรที่เราพอช่วยได้ ก็ช่วย ๆ กันไป คนตกทุกข์ได้ยาก เวลาเห็นคนใจบุญมาช่วยเหลือ ก็เหมือนได้เห็นแสงสว่างต่อลมหายใจให้พวกเขา”“จ้ะยาย”ยายของเธอพร่ำสอนเรื่องการมีน้ำใจต่อเพื่อนมนุษย์มาตั้งแต่เด็ก แม้ว่าสองยายหลานจะไม่ได้ร่ำรวยอะไร แต่พอเห็นคนลำบากก็จะช่วยตามกำลังที่มี“อยู่ที่นี่ก็ไม่มีอะไร แค่นอนเบื่อไปวัน ๆ พายายกลับไปนอนพักที่บ้านไม่ได้เหรอลูก”“ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินนะจ๊ะยาย ยังไงอยู่ที่นี่ก็ใกล้หมอ หนูจะได้สบายใจ ถ้าวันไหนได้รับหัวใจใหม่ขึ้นมา ยายจะได้ผ่าตัดได้เลย กลับไปอยู่บ้านเราหนูก็ทำแต่งาน ไม่มีเวลาดูแลยายด้วยนะคะ”ชะเอมพยายามเกลี้ยกล่อมคนแก่ที่ชอบอยู่ติดบ้าน เธอเข้าใจผู้เป็นยายดีว่ามาอยู่ต่างที่มันรู้สึกเบื่อ แต่เธอก็เป็นห่วงอาการของยาย อยู่ในสถานที่ปลอดเชื้อและใกล้มือหมอ อย่างไรก็ลดอาการเจ็บป่วยที่อาจแทรกซ้อนขึ้นมาได้บ้างยายของเธอได้แต่ถ