เชียวเกอหลงอมยิ้ม ความหวานส่งออกมาทางสายตาและการกระทำ“ใครกัน จะไม่หลงเชื่อในเมื่อท่านอ๋องห่วงใยนางเพียงนั้น”“เอ่อต้าเหนิงนางคือเอ่อต้าเหนิงคนของตระกูลเอ่อที่เหลือรอดเพียงคนเดียวและนางคือคนที่ข้าต้องปกป้องตามบัญชาของเสี้ยนตี้หรือเสด็จปู่”“ตระกูลเอ่อ”“นางเหลือรอดคนสุดท้ายไร้ญาติมิตรเดส็จย่าจึงให้ข้า มาคอยอารักขานางและ นางตอนนี้วางยา กัวกั๋วฮ่องเต้ จนต้องหนีตาย”เชียวเกอหลงอ้าปากค้าง“เป็นแม่นางเอ่อต้าเหนิงคนนี้หรอกหรือที่วางยากัวกั๋วฮ่องเต้”สีหน้าประหลาดใจอย่างที่สุดต้าเหนิงอายุอานามไม่กี่มากน้อยทำไมถึงได้ใจถึงขนาดนี้“ข้าจะเล่าให้ฟังดีไหม เดิมใต้เท้าเฉินมอบยาพิษให้ข้าและบอกว่าให้วางยากัวกั๋วฮ่องเต้แต่พิษไม่ได้ร้ายแรงอะไรแค่ทำให้กัวกั๋วรู้ว่าต้องพิษแล้วข้าเป็นคนทำเพื่อจะได้สั่งประหารข้าแล้ว ๆๆๆท่านอ๋องจะได้มีแรงฮึดที่จะเข้าไปช่วยข้าและชิงบัลลังก์ไม่ได้บอกว่ากัวกั๋วฮ่องเต้จะต้องเป็นแบบนี้ ข้าผิดเองไม่คิดว่า ใต้เท้าเฉินจะเป็นคนแบบนี้ใต้เท้าเฉินจะหลอกใช้ข้าคิดว่าเป็นเขาที่ดีกับท่านอ๋องช่วยพวกเราจากองครักษ์วังหลวงให้ที่หลบซ่อน และยังมี เฉินอี้เหมยที่คอยดูแลอาากรบาดเจ็บของท่านอ๋อง”เหลือบต
ต้าเหนิงโยนหินลงกระทบผิวน้ำ ทีละก้อนแล้วยังไม่หายโมโห มือสองข้างกอบเอาก้อนหินเต็มกำมือปาลงบนพื้นน้ำแตกกระจาย เชียวกงเล่อวางดอกเหมยสีแดงหนึ่งดอกให้ไหลไปตามท้องน้ำ ต้าเหนิงมองดอกเหมยสีแดงงดงามลอยล่องไปตามลำน้ำ แล้วหันมาจ้องเชียวกงเล่อด้วยสายตาคมดุ“อย่างไหนที่ทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจกว่ากันความแข็งแกร่งหรือความอ่อนโยน”“ถามทำไม ข้าผู้ไม่นิยมความอ่อนแอ”“เพราะฉะนั้นหวางเย่จึงเลือกที่จะดุดันเพื่อให้เจ้าได้รู้ว่า ชีวิตคนเราอะนะเกิดเพียงครั้งตายเพียงหนึ่งหากเจ้ายังใช้มันสิ้นเปลืองคนที่เจ็บปวดใจก็คือท่านอ๋องที่นั่งมองจ้าเน้นใช้ชีวิตไม่เน้นมีชีวิต ท่านอ๋องเช่นไรจะตามปกป้องเจ้าได้ตลอดเวลา”“ช่างเขาเถอะข้าไ่สนใจเขาแล้วว่าแต่ที่นี่มีงานให้ทำไหมข้าจะอยู่มันที่นี่แหละ” เชียวกงเล่ออมยิ้ม“งานหรือ”อือต้าเหนิงพยักหน้าขึ้นลง“ข้ารับสมัครนายหญิงน้อย เจ้ายินดีไหมเล่า”“อีกแล้วหรือ เฮ้อต้าเหนิงทำใจเถอะนะก็เจ้าหน้าตาดีขนาดนี้เจ้าก็เลยมีคนมาชอบมากมายสินะ”ิยิ้มแก้มปริเชิดหน้าสูงขึ้นเชียวกงเล่อยิ้ม“เจ้านี่จริงๆเลยไม่แปลกใจที่หวางเย่จะหวงแหนเจ้ายิ่งกว่าสิ่งของมีค่าชิ้นไหนเพราะเจ้าทำให้โลกสดใสเช่นนี้นี่เอง”“ข
“บิดาท่าน ไม่ว่าหรือที่ท่านหนีออกมาอย่างนี้”ต้าเหนิงถาม ซือกวานเบาๆอีกคนยิ้มทอดถอนใจ“ข้าเนรเทศตัวเอง”ต้าเหนิงยิ้ม อีกคนยิ้มเศร้า“ข้าไม่เคยได้ยินว่าใครเนรเทศตัวเองมาก่อนท่านกล้าเสียจริงต้าเหนิงคารวะเป็นศิษย์ดีไหม555 แล้วเหมยเขียวม้าไม้ไผ่ของท่านอ๋องเล่านางจะลำบากไหม”ประโยคสุดท้ายคือคำห่วงใยจริงจังที่เฉินซือกวานสัมผัสได้“นางไม่ลำบาก เจ้าไม่ต้องห่วงนาง เดิมทีอี้เหมยนางสบายมาตลอดแค่ต้องมาใช้ความคิดนิดหน่อย มีน้ำตาเพียงเล็กน้อยตอนที่จะต้องถวายตัวกับกัวกั๋วตลอดชีวิตนางไม่เคยร้องไห้ด้วยซ้ำ ข้ากับหวางเย่ก็คอยปกป้องนางมาตลอดและยังมีหานจงที่ยอมเป็นลูกไล่นางเช่นนั้นนางไม่มีอะไรต้องกลัวหรือต้องห่วงอะไร”ต้าเหนิงยิ้มเศร้าๆรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกินขึ้นมาทันที “ขอบคุณท่านที่ ที่เลือกที่ยืนข้างที่ถูก”เฉินชือกวานยิ้มบางๆ“ขอบคุณเจ้าเช่นกันที่วันนี้ทำให้ข้ารู้ว่าข้าตัดสินใจไม่ผิด”“ข้าไปแล้วท่าน อวยพรให้ข้าหน่อยสิว่าอย่าได้เจอ…คนหล่อหน้ายักษ์” เฉินซือกวานยิ้มสดใสนึกขำกับคำเรียกขานฉินเกอหลงของต้าเหนิงนางช่างสรรหาคำที่เหมาะกับตัวฉินเกอหลงเสียจริง“ขอให้ เจ้าอย่าใจดำกับหวางเย่ก็พอ”“ขี้โกงนี่ ข้าให้อ
ถ้ำกลางหุบเขา“หานจงดื่มยาเสียหน่อยเจ้่าอาการไม่ดีขึ้นเลย”ท่านหมอเยี่ยนฉือผประคองร่างบอบซ้ำของหานจงบรรจงป้อนยาที่เป่าไล่ลมร้อนไปแล้วจนอุ่นกำลังดี ท่านจะไม่ทิ้งข้าใช่ไหมท่านจะยังอยู่ตรงนี้ไใช่ไหม เยี่ยนฉือข้ากลัว กลางคืนมาน่ากลัว”มือไม้ไขว่คว้ากอดรัดเพ้อเพราะพิษไข้จากบาดแผลที่กำลังระบม“เจ้าเด็กโง่เอ๊ยใครกันจะทิ้งเจ้า ข้าควรจะไปเรียนวิชาแพทย์ใหม่ใช่ไหมอาการบาดเจ้บแค่นี้กลับทำให้ดีขึ้นไม่ได้”ร่างเล็กที่ท่อนบนมีผ้าพันแผลรอบไหลเลือดสีแดงยังไหลซึม“หนาวจัง”เยี่ยนฉือรีบเสื้อคลุมห่มให้แล้วขยับตัวตั้งใจจะเพิ่มฟืนให้โหมกระพือ แต่หานจงกลับรั้งร่างสูงมากอดรัดด้วยอาการของคนที่ไร้สติ“หนาว หนาวจัง”เยี่ยนฉือกอดร่างเล็กในอ้อมแขนเขาไว้แน่น อากาศหนาวอ้อมกอดอบอุ่นจึงช่วยได้ไม่น้อยเยี่ยนฉือยิ้มเศร้าๆกอดหานจงไว้ในอ้อมแขนแน่น จะห่วงอะไรห่วงอะไรกันเล่า ความสุขความทุกข์รายล้อมรอบตัวเราอยู่ที่ใครจะเก็บเกี่ยวความสุขได้มากกว่ากันเช้าสดใส“ท่าน ท่าน เยี่ยนฉือ เจ้าคนบ้าทำอะไรกับข้า”เสียงหานตงโวยวายแต่เช้าเยี่ยนฉืองัวเงียลืมตาขึ้นช้าๆก็เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนหมอนี่ตัวร้อนเขาต้องคอยป้อนยาและกอดไว้ไม่ปล่อยพอจะปล่
“ท่านกำลังจะพาข้าไปที่ไหน”“เสด็จย่ากำลังจะไปบำเพ็ญเพียรที่วิหารเทียมฟ้าที่นั่นเจ้าจะปลอดภัย จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยข้าจะแวะมารับเจ้าขอประทานอนุญาตพาเจ้าเข้าวัง”“ทำไมไม่พาข้าเข้าวังในตอนนี้เลยเล่าข้ากลัวที่จะต้องอยู่โดยที่ไม่มีใครที่ข้ารู้จัก”“เจ้ารู้จักข้าหรือ” เอ่อต้าเหนิงไม่ตอบคำถามแต่ซบหน้าลงลบนแผ่นหลังบอบบางของฉินเกอหลงแทนคำตอบ อีกคนอมยิ้มก่อนลาในคืนนั้น ต้าเหนิงยืนนิ่งมองฉินเกอหลงที่กำลังจะกระโดดขึ้นบนหลังม้าหานจงยืนม้าคอยอยู่ก่อนแล้ว“ข้าไม่อาจพาเจ้าเข้าวังได้ แต่นี่คือป้ายหยกของข้าเจ้านำมันไปยื่นที่ประตูวังเพื่อขอพบข้า หากว่าอยากพบข้า”ปลดป้ายหยกข้างเอวให้กับเอ่อต้าเหนิงที่รับเอาด้วยรอยยิ้มเศร้าๆวังหลวง“เกอหลง แม่ให้ขันทีตามตัวเจ้าเหตุใดจึงไม่พบที่ตำหนักบูรพา”“เอ่อ เอ่อ ลูกไปที่ตลาดเช่นทุกครั้งที่เคยทำไม่ได้ไปนอกลู่นอกทางที่ไหนดีแล้วมาใกล้ๆแม่หน่อย”ฉินเกอหลงเดินเข้าไปหามารดาที่สวมกอดฉินเกอหลงไว้แนบแน่น“คิดถึงเจ้าเหลือเกินเกอหลง หลายวันมานี้แม่ป่วยไข้คิดว่าจะไม่ได้พบหน้าเจ้าเสียแล้ว”“พระมารดา ท่านอย่าพูดแบบนี้ต่อไปลูกจะมาที่นี่ทุกวันเพื่อให้พระมารดากอด”มารดาเหอเต่อยิ้
อุทยานหลวงหมู่แมกไม้กลับงดงามด้วยโคมไฟสว่างไสวเอ่อต้าเหนิงเดินพลางสงสัยว่าทำไมต้องมานัดพบกันในที่สว่างไสวเพียงนี้ที่นั่นใต้ต้นดอกเหมยสีแดงสด ร่างสูงยืนหันหลัง ต้าเหนิงก้าวขาไปข้างหน้ามือกำที่ป้ายหยกไว้แน่นปีหนึ่งเต็มๆที่ไม่ได้พบกัน ตั้งแต่วันนั้นฉินเกอหลงไม่เคยไปที่วิหารเทียมฟ้าอีกเลย เขาคงมีเรื่องราวมากมายให้สะสางจึงไม่ไปรับเต้าเหนิงเข้าวัง“ทะท่านอ๋อง” ร่างสูงที่เอามือไพล่หลังหันหน้ามาช้าๆ“เอ่อต้าเหนิง เจ้าหรือคุณหนูเอ่อต้าเหนิง”เอ่อต้าเหนิงยืนตัวแข็งทื่อกับภาพตรงหน้ากัวกั๋วฮ่องเต้ที่มีใบหน้าละม้ายฉินเกอหลงทว่าสีหน้ากับไม่มีความจริงใจ“งดงาม งดงามจริงๆ”เอ่ต้าเหนิงรีบหันหลังกลับเมื่อรู้ว่าไม่ใช่ฉินเกอหลง แต่กลับถูกกัวกั๋วฮ่องเต้ คว้าเอวบางกอดรวบไว้แน่น พยายามดิ้นรนยิ่งดิ้นอ้อมกอดยิ่งแน่นขึ้นกว่าเดิม“ฝะฝ่าบาทปล่อยเต้าเหนิงเพคะ”ดิ้นรนเอาตัวรอดรู้ว่าถูกหลอกเสียแล้ว“ฮือ ได้ยินว่าจะไปพบอ๋องฉินจวิ้นหวัง จริงสิพรุ่งนี้เขาก็จะไปบวชแล้วนี่ อยากพบกเขาก็ต้องดีกับข้าหน่อย คืนนี้ปรนิบัติข้าดีไหม…ข้าต้องการเจ้า”กระซิบข้างหูเสียงสั่น เอ่อต้าเหนิงส่ายหน้าไปมา แต่กัวกั๋วฮ่องเต้กลับยิ้มพรายเอ่อต้
“คิดอะไรอยู่”ต้าเหนิงถามฉินเกอหลงที่เงียบไป“คิด คิดถึงเรื่องราวในอดีต ข้าไม่อาจปกป้องคนที่รักและเก็บรักษาพวกเขาไว้ได้ เสด็จพ่อจากไป รวดเร็วเหลือเกิน เจ้ารู้ไหเจ้าจะเจ็บที่สุดก็ต่อเมื่อเขาจากไปไม่ลา”“คนที่กำลังจะตาย เขาไม่สนใจหรอกว่าเราจะพร้อมหรือเปล่าเราพร้อมให้เขาไปไหม เมื่อถึงเวลาเขาก็จะทิ้งเราไป เหมือนกับว่าไมารักเราไม่ห่วงเราทั้งที่เขาอยากจะอยู่กับเรานานๆ”ฉินเกอหลงยิ้ม“เราจะอยู่ที่ซูตงอีกไม่นานแล้วจะออกเดินทางเพื่อไปพำนักที่สุ่ยจิง”“ที่นี่ก็สบายดีทำไมเราไม่อยู่ที่นี่”“ข้า หากข้าจะบอกว่าเจ้ายินดีจะแต่งกับข้าไหม”ต้าเหนิงเลิกคิ้วสูงต้าเหนิงยกมือขึ้นอังหน้าผากฉินเกอหลง เขากับรวบมือบางมาจุมพิต“ไมไ่ด้ไม่สบายไม่ได้จับไข้ไม่ได้เป็นอะไรแต่ต้องพิษ”“ต้องพิษ ต้องตามท่านหมอแล้วท่านอ๋องรอนี่แป็บนะ”คว้ามือมาไว้ กอดรวบรอบเอวบาง“ต้องพิษ…รัก เจ้า ต้าเหนิงนี่เก่งจริงๆวางยาพิษกัวกั๋วฮ่องเต้ แล้วยังวางพิษรักกับฉินเกอหลงได้อีก”“หือ นี่ชมหรือด่า”“ข้า รักเจ้าหมดใจ จะกล้าด่าหรือ จึงอยากแต่งเจ้าเสียแต่งกันก่อนที่จะถึงสุ่ยจิง”“ทำไม อยู่ๆถึงอยากจะแต่ง ท่านอ๋องแน่ใจหรือว่าจะรันิสัยไม่ดีของต้าเหนิ
“จะจะเจ้าค่ะ”จะเอ่ยคำได้ได้ก็ได้แต่คำนี้ในเมื่อปู่อะไรก่อนอยู่ๆก็มีปู่ แล้วสองคนนั่นเป็นอะไรกับ้าเหนิงเป้นอาหรอกหรือไม่ข่มตาเหนิงตายห่าหรือไรคนที่หนักใจไม่แพ้กันคือฉินเกอหลง ต้าเหนิงยิ้มเจื่อนๆจำคำพูดของเจายี่ได้ขึ้นใจ ท่านปู่ของพระสนมเอ่อถูหวังซวนร้ายกว่านี้อีก“ไม่ต้องห่วงนะ ทายาทตระกูลเอ่อมีเพียงเจ้าเท่านั้นเชียวกงเล่อกับเชียวไฉหรานนั่นคือลูกเลี้ยงของข้า ที่นี่มีข้ากับเจ้าเท่านั้นที่เป็นคนตระกูลเอ่อ”เหมือนเข้ามานั่งในใจต้าเหนิงไขปัญหาให้เสร็จสรรพ “เจ้าค่ะท่านปู่”ยังนอบน้อมเช่นเดิม “ไม่ต้องรีบร้อนความแค้นของตระกูลเอ่อจะต้องได้รับการสะสาง ตระกูลไหนที่เคยหักหลังข้าไม่มีทางให้อภัย”“อาวุโสเอ่อ ท่านพูดเช่นนี้รวมถึงข้าด้วยใช่ไหม”ต้าเหนิงกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น แล้วความสัมพันธ์ระหว่างต้าเหนิงกับฉินเกอหลงเล่าจะเป้นในแนวทางไหนต่อจากนี้ทุกอย่างเหมือนถอยหลังลงคลองทำไมมีอุปสรรค์เยอะจัง ดวงตาเกรี้ยวกราดสีสนิมเหล็กนั่น เหมือนจะอ่อนแสงลง“ข้าได้ยินว่าหวางเย่รับบัญชา ..ปู่ของหยางเย่ให้ช่วยปกป้องตระกูลเอ่อ และผู้รอดชีวิตในตระกูลเอ่อ ความจริงแล้วหาสำคัญไม่ แต่ก็ถือว่าหวงซานตี้เป็นสหายที่ดีไม่น้อยย
หนึ่งปีผ่านไปที่คลินิกใหญ่แห่งหนึ่งของย่านที่มีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาต้าเหนิงหอบหิ้วข้าวของมากมายเดินเข้าไปข้างใน ที่นั่นหมอดนัยนั่งไขว่ห้างพนิงพนักเก้าอี้หานจงกำลังเดินออกมาพร้อมกับของว่างได้เวลาของว่างพอดีสินะ“กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมคุณกับหลานๆ” หมอดนัยกล่าวทักแล้วรีบมาช่วยต้าเหนิงรับเอาของพรุงพะรังไปวางที่โต๊ะตัวกลางหน้าโซฟา หันมองสบตากับหานจงยิ้มๆ ต้าเหนิงเบ้ปาก“ฮันนีมูนมาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง” ต้าเหนิงพูดไปด้วยวางขนมลงบนโต๊ะทำงานของหมอดนัย “ดีที่สุดดีมากและดีจริงๆ” หันไปยิ้มกับหานจงอีกครั้งโกลมันเปลี่ยนไปแล้วความรักคือสิ่งสวยงาม หานจงรีบกุลีกุจอนำจานมาแกะห่อขนมวางตรงหน้าหมอดนัย “หือน่ากินจังต้าเหนิงเก่งจริงๆ ทำขนมเป็นด้วยหรือ” ต้าเหนิงส่ายหน้ายิ้มๆ“ทายสิว่าใครทำ” หมอดนัยอ้าปากค้าง“เมืองจีนนี้เขาสอนลูกหลานเขาอย่างไรน้าาา ผู้ชายสุภาพทุกคนและยังเอาใจเก่งอีกด้วยอิจฉาต้าเหนิงจังมีคนทำกับข้าวให้เลี้ยงลูกให้แล้วยังนอนกล่อมกลางคืนด้วย” ต้าเหนิงส่ายหน้าไปมายิ้มๆ“แล้วคนของหมอเล่า” พยักหน้าไปทางหานจง“ผมไม่เกี่ยวนะ ผมไม่สุภาพตรงไหนผมเอาใจคุณหมอทั้งคืน” หานจงพูดตามแบบที่เข้าใจภาษาไทยได้เล
“เราจะรักกันตลอดไป” ฉินเกอหลงกระซิบเบาๆ ข้างหูขย่มเขย่าร่างเล็กใต้ร่างเขา เร่งจังหวะพาอีกคนไปสู่สรวงสวรรค์พร้อมกัน“ข้ารักเจ้าต้าเหนิง” คำรักที่ส่งผ่านริมฝีปากออกมาแล่นเข้าสู่หัวใจของต้าเหนิงบทรักหวานฉ่ำในคืนเข้าหอและจากนี้ตลอดไปยังวนเวียนคำรักไม่สำคัญแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขแล้วความเข้าใจเช้าสดใส“คุณชอบกินกุ้งผมสั่งกุ้งย่างมาให้คุณ” ฉินเกอหลงแกะกล่องหยิบกุ้งมาวางในจานเช็ดมือใกับผ้ากันเปื้อนตั้งแต่แต่งงานกันมาเขาเป็นคนทำอาหารที่ตรงเวลาและใส่ใจอย่างที่สุด เลื่อนจานกุ้งย่างไปตรงหน้าต้าเหนิง“ต้าวแมวอ้วนของผมจะต้องกินกุ้งอร่อยๆ จนหมดแน่เลย” ต้าเหนิงยิ้มรับเอาจานกุ้ง…แต่“อะอะ โอ๊กกกกกกโอ๊กกกกกอ้วกๆๆๆๆ” วิ่งเข้าห้องน้ำโก่งคออาเจียนออกมาทั้งที่ยังไม่ด้กินอะไรตั้งแต่เช้า ฉินเกอหลง วิ่งมาลูบหลังไหล่ให้อย่างอ่อนโยน“เป็นอะไรต้องไปหาหมอแล้วไหม” ต้าเหนิงส่ายหน้าอีกคนโอบไหล่กดหัวให้ซบลงบนอกกว้าง แล้วอุ้มต้าเหนิงไปที่เตียงนอน“อือ แย่จริงผมอยากจะทำอีกแล้วสิบ้าจริงคุณไม่ค่อยสบายแต่ผมกลับอยากจะนอนกับคุณอีกแล้ว” ต้าเหนิงยิ้มบางๆ“เวียนหัวค่ะอยากจะนอน แล้วกุ้งนั่นเหม็นจังเลยค่ะ”“ผมก็เห็
ทุกอย่างหมุนวนไปตามครรลองของมันต้าเหนิงเคียงข้างฉินเกอหลงในโบสถ์ชุดแต่งงานสีขาวสะอาด สายตาจับจ้องที่เจ้าบ่าวที่พูดตามบาทหลวงด้วยคำสัญญาจะรักมั่นเพียงต้าเหนิงคนเดียวน้ำตาไหลริน ไม่สายไป ยังไม่สายไปที่จะรักกันใหม่แหวนทองถูกสวมลงบนนิ้วนางของต้าเหนิงต้าเหนิงเองก็บรรจงสวมแหวนทองให้กับฉินเกอหลงใบหน้ายิ้มแย้มของคุณปทุมกับคุณพ่อของต้าเหนิงราวกับว่ายกภูเขาออกจากอกท่านประธานอี้ตวนคนหล่อยิ้มสมใจต่อนี้ไปจะกุมมือต้าเหนิงไว้ไม่ยอมปล่อยช่อดอกไม้ถูกโยนออกไป ร่างสูงของใครบางคนคว้าช่อดอกไม้ช่อสีขาวสะอาดไว้ในอ้อมแขนต้าเหนิงยิ้มทำตาโตเมื่อเห็นใบหน้าคนที่รับช่อดอกไม้ไว้ได้นั่นมัน หานจงนี่ คิดถึงหมอดนัย แสงสว่างวาบขึ้นในหัวจะต้องแนะนำหานจงให้กับคุณหมอดนัยสินะเฮ้อโลกกลมจริงกัวกั๋วยืนพิงต้นดอกท้อที่นำมาประดับในงานมองมาที่คนทั้งสอง“ในที่สุดพี่ก็มีความสุขอีกแล้วครับทุกอย่างก็เป็นพี่ที่ต้องได้มันไป” ถอนหายใจยาวฉินเกอหลงกุมมือต้าเหนิงพาวิ่งไปที่รถกสปร์อตที่จอดผูกโบไว้ด้านหลังผูกกระป๋องก๋องแก๋งให้ดูตลก ฉินเกอหลงเปิดประตูอุ้มต้าเหนิงขึ้นนั่งบนรถเข้าเองก็เปิดประตูเข้านั่งข้างๆ พารถเคลื่อนไปข้างหน้าช้าๆ“ในที
“ฝ่าบาทแย่แล้วลูกดอกของฝ่าบาทคงไปโดนชาวบ้านที่ผ่านทางมาทางนี้” หานจงพูดขึ้นดังๆตกใจไม่น้อยแต่ทว่าฉินเกอหลงกลับมีท่าทีเฉยชาไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนอะไรลูกดอกยิงลงเขาเช่นไรจึงไปโดนคนด้านล่างได้ จะบังเอิญอะไรเพียงนั้น“เอ่อ ฝ่าบาทเราจะไม่ลงไปดูคนที่โดนลูกดอกหน่อยหรือขอรับ”หานจงส่งเสียงเตือนเพราะเห็นว่าฉินเกอหลงไม่สนใจแล้วยังจะควบม้าหันหน้าขึ้นไปบนเขาเพื่อตามกวางที่บาดเจ็บต่อไป“ข้าจะลงเขาไปดูพวกเขา ด้วยตัวเอง” สวรรค์นำพาแน่แล้ว ต้าเหนิงดวงตาพร่ามัวมองเห็นใบหน้าของไฉหรานเลือนลางเวลานี้เจ็บปวดที่บาดแผลที่ถูกลูกดอกแทบขาดใจ แต่พยายามที่จะตั้งสติไว้ ความเจ็บปวดนั้นแล่นเข้าสู่หัวใจและสมองบอกว่า ไม่ไหวแล้วดวงตาพร่ามัวกอ่นที่จะค่อยๆหลับลง“เจ้าจะตายแล้วหรือต้าเหนิงไม่ง่ายไปหน่อยหรือเจ้ากล้าตายทั้งๆ ที่ฝ่าบาทยังจำเจ้าไม่ได้หรือไรอิอิ ข้าสงสารเจ้าเสียจริงรักเขาแต่กลับต้องจบชีวิตลงง่ายดายเพียงนี้กลับไปที่ของเจ้าเสียดีไหม ข้าจัดการได้ดีกว่าเจ้าเชื่อข้าเถอะ” เสียงหวานของเอ่อต้าเหนิงที่ต้าเหนิงจำได้ขึ้นใจในอุโมงค์ที่เต็มๆ ไปด้วยสีสันหลากหลายหมุนวนจนปวดหัว“ไม่ข้าไม่มีทางยอมแพ้ข้าจะต้องจัดการเรื่องนี้ด้ว
เฉินอี้เหมยเดินนวยนาดเข้าไปยังจวนราชครูที่ประดับตกแต่งราวกับตำหนักของฮ่องเต้ แม้แต่เก้าอี้ที่นั่งยังทำให้ออกมาคล้ายบัลลังก์มังกรเฉินตงลี่นั่งหยิบองุ่นเข้าปากเคี้ยวสบายใจไมไ่ด้มีเรื่องใกทุกร้อนยทุกอย่างล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของเฉินตงลี่“ท่านพ่อ ส่งคนสังหารเอ่อต้าเหนิงลุล่วงไปแล้วหรือ” เฉินตงลี่เลิกคิ้วสูงไม่สู้ชอบใจกิริยาของอี้เหมยนัก ตั้งแต่นางนั่งบัลลังก์ฮองเฮานางก็ไม่เคยจะเห็นหัวเขา แต่ในใจของเฉินอี้เหมยรู้ดีว่าเป็นเพราะบิดาและไทเฮาในตอนนั้นที่ทำให้อี้เหมยต้องจดจำช่วงเวลาเลวร้ายที่ถุกกัวกั๋วย่ำยีไปจนตายความศรัทธาในตัวใต้เท้าเฉินบิดาจึงหมดลง“ข้าส่งคนสังหารนางกับเอ่อถูหวังซวน ผู้โฉดชั่วคนนั้นทว่าคนพวกนั้นไร้ฝีมือไม่อาจจัดการตัวการใหญ่อย่างเอ่อถูหวังซวนได้สำเร็จ คนผู้นี้สมควรตายที่สุดแล้วแต่ยังรอดมาได้ข้าส่งคนลอบสังหารเขาอีกคราแต่ทว่าเอ่อถูหวังซวนผู้นี้ฉลาดเป็นกรดไม่มีทางให้พบตัวได้ง่ายๆ แต่ก็นั่นแหละที่กบดานของเขาถูกคนของข้าเผาทำลายคงเจ็บปวดใจไม่น้อยสินะเหมือนครั้งที่ข้าส่งคนเผาทำลายตระกูลเอ่อแต่เอ่อต้าเหนิงคนนั้นดวงดีรอดตายมาได้”“ท่านพ่อท่านวางมือเสียเรื่องสังหารนางให้เป็นหน้าที
“หากพบกันเจ้าจะพูดกับเขาว่าอย่างไร” ไฉหรานถามขึ้นยิ้มๆ“เจ้าหมายถึงใคร” ถามกลับเพราะไม่ได้สนใจในสิ่งที่ไฉหรานพูด“จะหมายถึงใครข้าก็หมายถึงฝ่าบาทในเมื่อเขาทิ้งเจ้าไปเจ้าพบเขาก็ควรจะตัดพ้อเขาให้เขารู้ว่าตัวเองทำผิดกับเจ้า”“ท่านหมอบอกว่า ฝ่าบาทจำอะไรไม่ได้บางทีอาจจำข้าไม่ได้ด้วยซ้ำ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะไปทวงคำสัญญาเขาคำสัญญาบนแท่นนอนเจ้าคิดว่าเชื่อถือได้หรือ” ไฉหรานยิ้มเจื่อนๆ“แต่ข้าก็มองว่าเขารักเจ้ามากกว่าใครเขาไม่เคยเหลียวแลหญิงใดเลยมิใช่หรือ หรือแม้แต่ข้าที่อิจฉาเจ้าตลอดมา”“นั่นมันก่อนที่เขาจะเป็นแบบนี้ ท่านหมอบอกว่าคนที่มีอิทธิพลกับเขาที่สุดก็เฉินตงลี่และเฉินอี้เหมย”“ดีนะที่ไม่มีพี่ใหญ่เฉินข้าด้วย”“พี่ใหญ่เฉินของเจ้า ดีจังอย่างน้อยก็ยังได้พูดถึงเขาสินะ เจ้าแอบชอบเขาใช่ไหมบอกข้ามา” ไฉหรานหน้าแดงควบม้านำหน้าต้าเหนิงไปเสียวังหลวงฉินเกอหลงที่นั่งกุมขมับที่ศาลาริมน้ำ ข้างหน้าคือฉินที่กำลังรอใครสักคนบรรเลงเพลงไม่ว่าจะเป็นเพลงหวานหรือเพลงเช่นไรก็ควรจะถูกบรรเลงขึ้นได้แล้วแต่เปล่าเลยฉินเกอหลงนั่งมองเครื่องเล่นฉินนิ่งงันลืมเลือนท่วงทำนองเพลงไปเสียสิ้นหานจงจึงเลือกที่จะบอกเล่าเรื่
“ฝ่าบาท น่าจะรู้ดีกว่าใครในใจของฝ่าบาทที่มีแต่เอ่อต้าเหนิงทั้งที่นางทำร้ายทำลายแม้กระทั่งมารดาของฝ่าบาทก็ตามฝ่าบาทก็ยังหลงงมงายกับนางไม่เปลี่ยน นางคงมีเล่ห์เหลี่ยมกลใดจึงทำให้ฝ่าบาทเป็นแบบนี้” “หุบปากเจ้าเสียข้าไม่คิดเลยว่าเฉินอี้เหมยที่สดใสน่ารักจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้น้องสาวตัวเล็กที่เอาแต่ใจแต่ก็น่าเอ็นดูคนนั้นหายไปไหนเสีย เจ้าพูดถึงนางแล้วทำไมไม่ให้ข้าถามเจ้าบอกว่าข้ารักนางแล้วทำไมนางต้องทำร้ายข้าและมารดาข้า”เฉินอี้เหมยกัดฟันจนเป็นสันนูน“ฝ่าบาทตลอดเวลาที่ผ่านมาข้ากับท่านพ่อหวังดีกับฝ่าบาทมาตลอดข้าทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ เพื่อเปิดโปงเอ่อต้าเหนิงว่าทำผิดต่อฝ่าบาทเพียงใดแต่กระนั้นฝ่าบาทก็ยังไม่ตัดใจจากนางข้าควรจะฆ่านางเสียใช่ไหม”ฉินเกอหลงนิ่งงัน“นั่นมันก็แล้วแต่เจ้าจะฆ่านางหรือเก็บไว้ก็แล้วแต่เจ้า ที่ข้าสงสัยก็แค่นางจะทำร้ายข้าเพื่ออะไรมิสู้ทำดีกับข้ารอให้ข้านั่งบัลลังก์แล้วยกย่องนางไม่ดีกว่าหรือ”“ฝ่าบาทมีอี้เหมยแล้ว จะรักหรือไม่เราสองคนก็คือสามีภรรยา อี้เหมยจะทำเหมือนว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาก่อนหากเรื่องนี้ถึงหูท่านพ่อเรื่องที่ฝ่าบาทยังคลางแคลงสงสัยในความภักดีของท่านพ่อและอี้เห
“ทำไมข้ารู้สึกว่า รู้สึกว่า มีบางอย่างแปลกไปทำไมไม่รู้สึกดีใจที่ ท่านแม่ทัพบอกกับข้าเรื่องที่ทำลายซูตงจนราบคาบ ทำไมรู้สึกว่าที่นั่นสวยงามจนไม่น่าถูกทำลายลงไป” ฉินเกอหลงพูดขึ้นเบาๆ หานจงถอนหายใจยาว“ฝ่าบาทจะลองกินยาท่านหมอเยี่ยนฉือหน่อยดีไหม” ฉินเกอหลงถอนหายใจ“ท่านราชครูเฉินกับอี้เหมยบอกข้าว่าท่านหมอ เยี่ยนฉือไม่ได้อยู่ข้างข้าเช่นเดิมแล้วเขาแอบส่งข่าวถึงเอ่อถูหวังซวนและเอ่อต้าเหนิงจึงออกไปอยู่ที่ด่านอู่เอินเพื่อง่ายต่อการส่งข่าวให้กับศัตรู”“แล้วฝ่าบาทเชื่อที่ท่านราชครูกับฮองเฮาพูดถึงท่านหมอหรือไร” ฉินเกอหลงส่ายหน้าไปมา“ข้าเชื่อใครได้บ้าง ข้าไม่รู้เวลานี้ว่าใครพูดจริงพูดเท็จ หานจงช่วยข้าด้วย”“เชื่อหานจง ฝ่าบาท ฝ่าบาทเชื่อหานจง หากฝ่าบาทอยากได้ความจริงต้องเชื่อหานจง” ฉินกอหลงยกมือกุมขมับจ้องมองไปที่หานจงเพื่อค้นหาความจริงในสายตา“ฮองเฮาเสด็จๆๆๆๆๆๆ” หานจงถอนหายใจยาวเฉินอี้เหมยเดินเข้ามาข้างในห้อง“หานจงถวายพระพร…ฮองเฮา” เหลือบตามองหานจง“ไม่ต้องมากพิธีน่าท่านองครักษ์เมื่อก่อนเคยแบบไหนก็แบบนั้นเราเหมือนดังพี่น้องเมื่อก่อนนั้นท่านให้ข้าขี่หลังวิ่งเล่นแทนม้า มาบัดนี้ข้าจึงคิดว่า ท่านองค
“ท่านจ้าวบ้านขอรับมีการประกาศจับและให้เงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเบาะแสของท่านจ้าวบ้านไม่ว่าจะเป็นหรือตาย และตอนนี้คนของเราที่ถูกจับตัวไปถูกส่งตัวไปใช้แรงงานที่ด่านชายแดนเด็กเล็กถูกพรากจากพ่อแม่ หญิงงามถูกข่มเหงสามีถูกฆ่าตาย” เชียวกงเล่อกัดฟันแน่นเอ่อถูกหวังซวน ขมวดคิ้วเข้าหากัน“ข้าจะเข้าวังยอมจำนนเพื่อให้พวกเขาเลิกข่มเหงชาวซูตงเสียที”“ท่านปู่ ท่านพ่อ” เชียวกงเล่อต้าเหนิงและไฉหรานอุทานพร้อมกัน“ท่านพ่อได้โปรดอย่าทำแบบนี้ท่านเข้าวังก็ใช่ว่าพวกเขาจะส่งคืนชาวซูตง ท่านยอมจำนนใช่ว่าเขาจะอภัยให้” เชียวกงเล่อประสานมือคัดค้านเต็มที่“ท่านปู่ทุกอย่างไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเรา เราไม่อาจคาดเดาได้ทุกอย่างเขาทำแบบนี้เพราะต้องการให้ท่านปู่ยอมจำนนเสียเขาไมไ่ด้มีศีลธรรมถึงกลับต้องเห็นท่านปู่สำนึกผิดแล้วจะอภัยพวกเขาแค่ต้องการเอาชนะและทำให้ท่านเจ็บปวดที่สุดออกไปเท่ากับไปตาย”“ข้าไม่อาจทนเห็นคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความแค้นครั้งนี้จะต้องมาพบจุดจบกับสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ทำและเป็นข้าที่ทำให้เกิดเรื่องเล่านี้ตามมา” ต้าเหนิงกลืนน้ำลายลงคอยากเย็น“ท่านปู่อยู่ที่นี่ ข้า…จะออกไปทวงความเป็นธรรมคืนให้ท่านและช