เมื่อรถม้าออกจากหมู่บ้านชิงสุ่ย ก็มุ่งหน้าไปในทิศทางหนึ่งเจี่ยนอันอันถามด้วยความสงสัย “พี่เซิ่ง ที่นี่เป็นทางไปที่ว่าการมณฑลหรือ?”เซิ่งฟางฟาดแส้ไปที่ม้าพลางตอบโดยไม่หันกลับมามอง “ใช่แล้ว ที่นี่เป็นทางไปที่ว่าการมณฑล”“ที่ว่าการอำเภออยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการมณฑล อีกทั้งยังไกลกว่าที่ว่าการอำเภอด้วย”เจี่ยนอันอันรับคำ ก่อนจะเงียบไปนางเริ่มคิดแผนในใจ หากผู้ว่าการมณฑลเป็นขุนนางซื่อสัตย์ นางจะพูดจาด้วยดีๆหากฝ่ายตรงข้ามเป็นเหมือนนายอำเภอ เป็นขุนนางทุจริตที่รับสินบน เจี่ยนอันอันก็เตรียมท่าไม้ตายไว้แล้วรถม้าเดินทางมากว่าหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็มาถึงหน้าประตูที่ว่าการมณฑลเมื่อรถม้าจอดลง ก็พอดีกับมีเกี้ยวหลังหนึ่งมาจอดอยู่หน้าที่ว่าการมณฑลเช่นกันคนผู้หนึ่งก้าวลงจากเกี้ยว สวมชุดขุนนางสีน้ำเงินเข้ม และสวมหมวกแพรดำเมื่อผู้ว่าการมณฑลก้าวลงมาแล้ว ก็หันไปมองรถม้า สายตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของเซิ่งฟางเขาถึงกับชะงักอยู่ที่เดิมไปชั่วขณะแต่ไม่นานก็กลับคืนสติ ขมวดคิ้วและแค่นเสียงเย็นชาออกมาจากนั้นผู้ว่าการมณฑลสะบัดแขนเสื้อแล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในที่ว่าการมณฑลเซิ่งฟางลงจากรถม้า ในใจ
ที่ปรึกษาที่อยู่ข้างๆ เห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที“พวกเจ้าช่างบังอาจนัก เห็นใต้เท้าแล้วเหตุใดยังไม่คุกเข่า?”“ทหาร จับพวกมันทุกคน!”เหล่าเจ้าหน้าที่ในที่ว่าการมณฑลกว่าสิบคนที่อยู่ในห้องโถงรับคำสั่งทันที พวกเขารีบรุดเข้ามาเพื่อจับตัวเจี่ยนอันอันและพรรคพวกทั้งสามคนแต่พอพวกเขาเข้ามาใกล้ เซิ่งฟางก็ร้องตวาดขึ้นด้วยความโกรธทันที “ดูสิว่าใครกล้าเข้ามา ข้าจะฆ่าคนผู้นั้นเดี๋ยวนี้”คำพูดของเซิ่งฟางทำให้เหล่าเจ้าหน้าที่ชะงักและหยุดฝีเท้าลงในทันทีผู้ว่าการมณฑลโกรธจัด ขว้างไม้เรียกสติที่อยู่ในมือไปทางเซิ่งฟาง“เจ้ามันโจรทรยศเมืองบังอาจนัก กล้าดีอย่างไรถึงมาป่วนที่ว่าการมณฑลของข้า““พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่ จับพวกมันให้หมด!”เซิ่งฟางคว้าไม้เรียกสติที่ถูกขว้างมาได้อย่างรวดเร็วจากนั้นเขายกเท้าขึ้นถีบเข้าที่ท้องของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจนอีกฝ่ายปลิวกระเด็นไปเมื่อเจ้าหน้าที่คนอื่นเห็นเช่นนั้น พวกเขาก็แสดงสีหน้าดุดันทันทีพวกเขาชักดาบจากเอวออกมาและพุ่งเข้าฟันใส่ทั้งสี่คน เจี่ยนอันอันเตะเข้าที่ข้อมือของเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง ดาบในมือเขากระเด็นลอยไปนางคว้าดาบนั้นไว้และเริ่มต่อสู้กับเจ
เมื่อผู้ว่าการมณฑลได้ยินดังนั้น ก็รีบสั่งให้คนไปตรวจสอบที่หมู่บ้านชิงสุ่ยทันทีส่วนนายอำเภอ เมื่อได้ยินว่าเจี่ยนอันอันเพียงแค่เอ่ยถึงหมู่บ้านชิงสุ่ย หัวใจที่เคยเต็มไปด้วยความกังวลของเขาก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้างเรื่องของหมู่บ้านชิงสุ่ย แม้ว่าเขาจะมีส่วนผิด แต่คนที่ลงมือวางยาพิษจริงๆ ไม่ใช่เขาถึงจะถูกตรวจสอบจนเจอความจริง เขาก็ไม่ถึงขั้นถูกตัดหัวเขาสามารถอ้างได้ว่า ที่ทำไปเพราะถูกน้องเขยอย่างจางต้าบีบบังคับอย่างไรจางต้าก็ตายไปแล้ว ไม่มีหลักฐานมายืนยันอีกต่อไปเขาจะพูดอะไรก็ได้ตามใจชอบเจี่ยนอันอันก้มลงมองนายอำเภอ และเห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขานางก็รู้ถึงความคิดในใจของนายอำเภอทันทีเจี่ยนอันอันจึงพูดต่อไปว่า “หากใต้เท้าส่งคนไปสอบสวนเพียงแค่ที่หมู่บ้านชิงสุ่ย ย่อมไม่สามารถค้นพบความผิดทั้งหมดของเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้”“ใต้เท้าจำเป็นต้องส่งคนไปสอบถามชาวบ้านในอำเภอไถหยางด้วย เพื่อดูว่าพวกเขาจะว่าอย่างไรบ้าง”ผู้ว่าการมณฑลขมวดคิ้วแน่นขึ้นในฐานะผู้ว่าการมณฑล เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกเด็กสาวคนหนึ่งล้อเล่นนางบอกว่ามีหลักฐาน แต่กลับไม่ได้นำออกมาให้เห็น แถมยังบอกให้เขาส่งคน
นายอำเภอคิดหาทางแก้ตัวเอาไว้แล้ว เขาสั่นเทิ้มไปทั้งตัวและร้องแก้ต่างออกมาทันที“ใต้เท้า ข้าน้อยถูกน้องเขยบังคับ จึงต้องส่งมอบน้ำยาคูหยาให้ไป แต่ข้าน้อยไม่ได้เป็นคนลงมือวางยา ข้าน้อยถูกใส่ความจริงๆ ขอรับ!”เจี่ยนอันอันหัวเราะออกมาอย่างเหลือเชื่อกับคำพูดของนายอำเภอฉู่จวินสิงถีบนายอำเภอเข้าไปหนึ่งทีแล้วตวาดอย่างโกรธจัด “เจ้าเป็นถึงนายอำเภอ แต่กลับบอกว่าถูกน้องเขยข่มขู่”“เจ้าคิดว่าพูดออกมาแล้วจะมีใครเชื่อเจ้าอย่างนั้นหรือ?”แม้ว่าผู้ว่าการมณฑลจะมีท่าทีไม่เป็นมิตรกับเจี่ยนอันอันและพรรคพวก แต่คำพูดของนายอำเภอก็เต็มไปด้วยช่องโหว่เขาย่อมไม่เชื่อคำพูดไร้สาระของนายอำเภอเลยผู้ว่าการมณฑลตบโต๊ะอย่างแรงและตะโกนด้วยความโกรธ “ไร้สาระ!”“หากเจ้ายังไม่พูดความจริง ข้าจะปลดเจ้าจากตำแหน่งนายอำเภอเดี๋ยวนี้!”นายอำเภอรู้ว่าผู้ว่าการมณฑลกำลังพูดกับเขา ตกใจจนตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง รีบหดคอด้วยความกลัวเดิมทีเขาคิดว่าคำพูดของตนไม่มีช่องโหว่ และผู้ว่าการมณฑลต้องเข้าข้างเขาอย่างแน่นอนแต่คิดไม่ถึงว่า ผู้ว่าการมณฑลจะไม่เชื่อในคำพูดของเขาเช่นกันนายอำเภออึกอักอยู่ครู่หนึ่ง สมองพยายามคิดหาทางออกอย่างร
ฉู่จวินสิงที่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเจี่ยนอันอันจะมีป้ายคำสั่งลายมังกรอยู่ในครอบครองป้ายคำสั่งนี้เป็นของล้ำค่าที่เก็บไว้ในคลังหลวง แต่กลับมาอยู่ในมือของเจี่ยนอันอันได้ดูท่าทางเจี่ยนอันอันไม่เพียงแค่ขนสมบัติทั้งหมดจากจวนเยียนอ๋อง แต่ยังบุกไปขนสมบัติจากคลังหลวงอีกด้วยนางช่างกล้าบ้าบิ่นเกินคนจริงๆ!เมื่อคิดได้เช่นนั้น ฉู่จวินสิงก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากขณะเดียวกันบนใบหน้าของเจี่ยนอันอันก็ปรากฏรอยยิ้มลำพองใจนางพูดกับผู้ว่าการมณฑลด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ฮ่องเต้มีราชโองการ ปลดนายอำเภอออกจากตำแหน่งทันที แต่งตั้งเซิ่งฟางเป็นนายอำเภอแทน”แม้ว่าภายในใจของผู้ว่าการมณฑลจะไม่เต็มใจอย่างที่สุด แต่เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรตอนนี้เมืองอินเป่ยตกอยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นไท่ยวนแล้ว หากฮ่องเต้ออกคำสั่ง เขาในฐานะผู้ว่าการมณฑลจะกล้าขัดได้อย่างไร“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะเขียนร่างคำสั่ง เพื่อแต่งตั้งเซิ่งฟางเป็นนายอำเภอ”ผู้ว่าการมณฑลพูดเสร็จแล้วก็ยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหนเจี่ยนอันอันส่งเสียงฮึดฮัดเบาๆ แล้วพูดว่า “ยังคุกเข่าอยู่ทำไม รีบไปเขียนร่างคำสั่งเร็วเข้าสิ!”
เจี่ยนอันอันมองไปทางเจ้าเมือง “เจ้ามีอันใดไม่พอใจเกี่ยวกับการตัดสินใจของข้าหรือไม่?”เจ้าเมืองรีบค้อมกายตอบ “ข้าน้อยไม่กล้าไม่พอใจ”“หึ แค่ไม่กล้าเท่านั้นรึ?”เจี่ยนอันอันจ้องเจ้าเมืองเขม็งจนฝ่ายตรงข้ามต้องก้มศีรษะลง“ข้าน้อยมิกล้า แต่ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งไม่เข้าใจ เหตุใดพวกท่านจึงต้องการให้เซิ่งฟางเป็นนายอำเภอ?”ในเมื่อเซิ่งฟางกลับเมืองอินเป่ยมาพร้อมกับเหล่าเชื้อพระวงศ์ เขาไม่ควรได้รับตำแหน่งสูงกว่านั้นหรอกหรือไยจึงได้เป็นแค่นายอำเภอตัวเล็กๆ คนหนึ่งเล่า?นี่เป็นเรื่องที่เจ้าเมืองคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจเจี่ยนอันอันมองบนใส่เจ้าเมือง “พวกข้าทำเช่นนี้ยังต้องอธิบายต่อเจ้าอีกงั้นรึ”เจี่ยนอันอันกล่าวจบก็ก้าวยาวๆ ออกไปจากโถงใหญ่ฉู่จวินสิงและเหยียนเซ่าก็ตามออกมาเช่นกันเจ้าเมืองรีบตามออกมาส่งเขามองส่งรถม้าจากไปแล้วค่อยเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากเวลานั้นเอง เจ้าหน้าที่ทางการที่ถูกเจ้าเมืองส่งไปหมู่บ้านชิงสุ่ยก็ก้าวออกมาตรงหน้าเจ้าเมือง“ใต้เท้า ข้าน้อยสืบได้ความแล้วขอรับ กลุ่มคนที่มาเมื่อครู่นี้เพิ่งมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชิงสุ่ยได้ไม่กี่วันนี่เอง”“ได้ยินคนหมู่บ้านชิงสุ่ยพูดกันว่า
“เจ้าทำอะไรอยู่?” ฉู่จวินสิงค่อนข้างสงสัยเจี่ยนอันอันหันมายิ้มกว้างให้เขา “ข้ากำลังปลูกมันเทศ”ฉู่จวินสิงนึกถึงมันเทศแห้งๆ ที่เคยกินที่วัดร้างมันเทศแห้งๆ ในตอนนั้นเกือบส่งเขาไปสู่สุคติเสียแล้วมุมปากเขากระตุกยิบ คิดในใจว่าชั่วชีวิตนี้เขาไม่อยากกินมันเทศอีกเลยวันนี้เจี่ยนอันอันเหนื่อยมากเอาการ นางล้างมือแล้วกลับห้องไปพักผ่อนเมื่อฉู่จวินสิงกลับมาที่ห้องก็เห็นเจี่ยนอันอันนอนหงายกางแขนขาหลับปุ๋ยเขาส่ายหน้ายิ้มๆ นั่งลงบนขอบเตียงอุ่นพลางมองดูเจี่ยนอันอันเสียงเคาะประตูของสาวใช้สี่เอ๋อร์ดังขึ้นในเวลานั้นเอง“นายน้อยรองเจ้าคะ มีคนมาหาฮูหยินน้อยรองเจ้าค่ะ”ฉู่จวินสิงเดินไปเปิดประตู“อันอันนอนอยู่ ไม่ว่าใครก็ห้ามรบกวนนาง”ฉู่จวินสิงว่าแล้วก็จะปิดประตูเวลานั้นเอง เสียงสตรีผู้หนึ่งก็ดังขึ้นจากในลานเรือน“แม่นางได้โปรดช่วยหลานชายข้าด้วยเถอะ เขาใกล้จะไม่ไหวแล้ว”ฉู่จวินสิงเห็นสตรีผู้หนึ่งอุ้มเด็กชายวัยสองขวบไว้ในอ้อมอกเด็กน้อยสองตาปิดแน่น ร่างกายชักกระตุก น้ำลายฟูมปากสตรีผู้นั้นน้ำตานองหน้า นางคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดังฉู่จวินสิงกำลังจะพูดอะไรก็ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหลังเ
ผ่านไปไม่นาน สี่เอ๋อร์ก็ยกถ้วยยากลับมาเจี่ยนอันอันรับถ้วยยามาเป่าให้เย็นลงก่อน แล้วค่อยป้อนให้เด็กน้อยทีละคำเด็กน้อยกินยาไปได้ไม่นานก็ฟื้นขึ้นมาเขาลืมดวงตากลมโตมองเจี่ยนอันอันที่อยู่ตรงหน้าเนื่องจากสัมผัสได้ถึงรสขมในปาก เด็กน้อยจึงเบะปากทำท่าจะร้องไห้เจี่ยนอันอันรีบซื้อลูกกวาดกระต่ายขาวจากร้านค้าในมิติออกมาให้เด็กน้อยกินพอได้ลูกกวาดกระต่ายขาวไป เด็กชายก็หยุดร้องไห้ทันทีเจี่ยนอันอันถามเด็กน้อยเสียงอ่อนโยน “เจ้าชื่ออะไรหรือ?”เด็กน้อยตอบเสียงเจื้อยแจ้ว “ข้าชื่อเสี่ยวโต้วจื่อ”เจี่ยนอันอันคิดในใจว่านี่คงเป็นชื่อเล่นของเด็กคนนี้นางยิ้มหวานให้เด็กน้อย “เสี่ยวโต้วจื่อเด็กดี นอนอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ข้าขอไปคุยกับย่าของเจ้าสักประเดี๋ยว”เสี่ยวโต้วจื่อพยักหน้าอย่างว่าง่าย ปากยังอมลูกกวาดกระต่ายขาวเสียงดังแจ๊บๆเจี่ยนอันอันบอกให้ฉู่จวินสิงคอยดูเด็กชาย ส่วนนางเปิดประตูออกไปข้างนอกสตรีผู้นั้นเห็นเจี่ยนอันอันเดินออกมาก็รีบเข้ามาถาม “หลานชายข้าเป็นอย่างไรบ้าง?”เจี่ยนอันอันเห็นนางร้อนใจถึงเพียงนี้ก็เอ่ยปลอบว่า “เสี่ยวโต้วจื่อไม่เป็นไรแล้ว นอนอีกสักครู่ก็จะดีขึ้นเอง”สตรีผู้นั้นได้
โชคดีที่เขาสวมเสื้อเกราะทอง ระเบิดมือเมื่อครู่นี้จึงไม่อาจทำอะไรเขาได้แต่แขนข้างนี้ถูกระเบิดจนไม่อาจออกแรงได้อีกแล้วเจี่ยนอันอันเห็นเสื้อเกราะทองที่โผล่ออกมาใต้อาภรณ์ขาดหลุดลุ่ยของกู้มั่วหลีในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดกู้มั่วหลีจึงไม่ถูกระเบิดจนตายที่แท้เขาก็สวมของล้ำค่าเช่นนี้เอาไว้นั่นเองฉู่จวินสิงก้าวมาขวางอยู่หน้าเจี่ยนอันอัน ป้องกันไม่ให้กู้มั่วหลีลงมือกับนางสายตาที่กู้มั่วหลีมองฉู่จวินสิงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมแต่เขาไม่ได้มองฉู่จวินสิงนานนัก สายตามองผ่านอีกฝ่ายไปจ้องมองเจี่ยนอันอันโดยตรง“เจี่ยนอันอัน เดิมข้าอยากมอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้เจ้า แต่ตอนนี้เห็นที ของขวัญชิ้นนี้คงไม่จำเป็นต้องมอบให้อีกแล้ว”กู้มั่วหลีเพิ่งพูดจบ เขาก็รู้สึกว่ามีเลือดพุ่งขึ้นมาในลำคอเขาหันหน้าไปอีกทาง พ่นเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่งแม้เขาจะสวมเสื้อเกราะทองอยู่ แต่ระเบิดเมื่อครู่ก็สั่นสะเทือนจนอวัยวะภายในของเขาได้รับบาดเจ็บถ้าไม่ใช่เพราะเขากินยามานานปี เกรงว่าป่านนี้คงลงไปกองอยู่บนพื้นเสียแล้วฉู่จวินสิงอาศัยจังหวะที่กู้มั่วหลีกระอักเลือด กระชับกระบี่เฝินเทียนในมือพุ่งเข้าโจมตีกู้ม
แต่คิดไม่ถึงเลยว่า หลังกินยาเม็ดนี้ลงไปแล้วก็พลันปวดท้องขึ้นมาอย่างรุนแรงผ่านไปไม่นาน กระทั่งอวัยวะภายในอื่นๆ ก็เริ่มปวดจนยากจะทานทนตามไปด้วย“โอ๊ย!” เจี่ยนหลิงเยว่เจ็บปวดจนลงไปเกลือกกลิ้งอยู่บนพื้น อาภรณ์บนร่างเปียกชุ่มเหงื่อเย็นเจียงหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ กอดเสิ่นคังถอยออกไปไม่ไกลนางถามอย่างสงสัยทั้งเนื้อตัวสั่นเทิ้ม “ท่านให้นางกินอะไร?”กู้มั่วหลีไม่มองเจียงหว่านเอ๋อร์เลยสักแวบเดียว เขากล่าวเสียงเย็นชา “ย่อมให้นางกินยาหักกระดูกเก้าตลบที่ข้าทำขึ้นเองน่ะสิ”เพิ่งสิ้นเสียงกู้มั่วหลี ร่างกายของเจี่ยนหลิงเยว่ก็เริ่มบิดงอผิดรูปเสียงกระดูกหัก ‘กร๊อบแกร๊บ’ ยังดังมาจากภายในร่างของนางเจียงหว่านเอ๋อร์รีบกอดเสิ่นคังไว้ด้วยความตกใจแล้วหลบไปอยู่ไกลๆเสิ่นคังได้ยินเสียงร้องโหยหวนของเจี่ยนหลิงเยว่ก็แหงนหน้ามองเจียงหว่านเอ๋อร์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก“ท่านแม่ ข้ากลัว”“คังเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว แม่อยู่นี่”เจียงหว่านเอ๋อร์กอดเสิ่นคังแน่น กลัวว่าจะถูกกู้มั่วหลีทำร้ายอีกกู้มั่วหลีไม่สนใจคนทั้งคู่ เมื่อครู่เนื่องจากโกรธจัดเกินไป พิษในร่างจึงทำให้เขาเจ็บปวดอย่างรุนแรงไปทั้งตัวอีกครั้งเขารีบ
คำพูดของเจี่ยนหลิงเยว่ไม่ได้ทำให้กู้มั่วหลีปล่อยมือเขาตีหน้าเย็นชาถามเสียงทุ้มต่ำ “สิ่งที่เจี่ยนอันอันพูดมาทั้งหมดเป็นความจริงสินะ ยาถอนพิษถูกเจ้าทำหายไประหว่างทางแล้ว?”ก่อนหน้านี้เจี่ยนหลิงเยว่ยังบอกว่าจะเขียนจดหมายถึงเจี่ยนกั๋วกง ทำให้เขาไม่ได้ให้คนนำยาถอนพิษมาส่งตอนนี้เห็นที ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นคำโกหกที่นางปั้นแต่งขึ้นมาถ้านางไม่รู้เรื่องนี้แล้วจะพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไรเล่าคิดถึงตรงนี้ เรี่ยวแรงที่มือของกู้มั่วหลีก็เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมหลายส่วนเจี่ยนหลิงเยว่รู้สึกว่าหนังศีรษะแทบจะถูกกู้มั่วหลีกระชากหลุดไปแล้ว เจ็บปวดจนนางตัวสั่นเทิ้มอย่างรุนแรง“คุณชายกู้ ข้าไม่ได้เอายาถอนพิษมาด้วยจริงๆ ท่านต้องเชื่อข้านะ!”เจี่ยนหลิงเยว่เจ็บปวดจนถึงที่สุด ตอนนี้แม้แต่บาดแผลบนใบหน้าของนางก็ยังถูกดึงจนเจ็บไปด้วยเสียงร้องแหลมของเจี่ยนหลิงเยว่พลันดังขึ้นภายในห้องเจี่ยนอันอันมองกู้มั่วหลีกระชากผมเจี่ยนหลิงเยว่ด้วยสายตาเย็นชา ในใจร่ำร้องสะใจรอยยิ้มเหี้ยมผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง กล่าวยั่วยุเหมือนที่เจี่ยนหลิงเยว่เคยทำกับเจ้าของร่างเดิมว่า“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้นำยาถอนพิษมาด้วย แล้วเจ้าม
“เมื่อครู่อยู่ข้างนอก ข้าได้ยินการพูดคุยของพวกเจ้า คุณชายกู้อยากรู้ใช่ไหมว่า ยาถอนพิษที่ฮ่องเต้ให้มา เหตุใดตั้งหลายวันยังมาไม่ถึงอีก?”กู้มั่วหลีได้ยินประโยคนี้เข้า พลันเหยียดริมฝีปากขึ้น“ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ความนัย”เพราะหลายวันมานี้ เมื่อเข้าสู่ยามค่ำคืน พิษในตัวก็จะแผ่ขยายไปทั่วสรรพางค์กายกู้มั่วหลีต้องฝืนทนต่อความทรมานอย่างรุนแรง ตราบใดที่ไม่ได้กินยาถอนพิษ เขาจะไม่อาจพักผ่อนได้เลยสักวันเดียวและทุกๆ ครึ่งปี ฮ่องเต้จะให้คนมาส่งยาถอนพิษหนึ่งครั้ง จุดประสงค์เพื่อควบคุมความเคลื่อนไหวของเขาหากเขากล้าขัดพระบัญชาเมื่อใด ก็จะถูกพิษร้ายในตัวทรมานเสียจนยิ่งกว่าความตายมาเยือนด้วยเหตุนี้เขาได้ทดลองยาถอนพิษอยู่หลายแขนง แต่ก็ไม่อาจช่วยบรรเทาพิษร้ายที่อยู่ในตัวได้ยามนี้เมื่อเจี่ยนอันอันกล่าวถึงเรื่องยาถอนพิษขึ้นมา แสดงว่านางคงรู้เรื่องราวบางอย่างสายตากู้มั่วหลีจับจ้องที่นางเขม็ง เพื่อจะจับพิรุธที่ออกทางสีหน้าบ้างแต่เจี่ยนอันอันยังคงมีสีหน้าเรียบเป็นปกติ “ข้าย่อมรู้เบื้องหลังแน่นอน ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของเจี่ยนหลิงเยว่”เจี่ยนอันอันพุ่งเป้าไปยังเจี่ยนหลิงเยว่หน้าตาเฉยกู้มั่วหลี
เจียงหว่านเอ๋อร์กอดร่างน้อยของเสิ่นคังไว้ พร้อมร่ำไห้น้ำตานองเจี่ยนหลิงเยว่เห็นกู้มั่วหลีเชื่อฟังเจี่ยนอันอันเช่นนี้ นางยิ่งโมโหโกรธาจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเจี่ยนอันอันเป็นตัวอะไร จึงทำให้กู้มั่วหลีอยู่ใต้โอวาทได้เช่นนี้นางต้องทำให้เจี่ยนอันอันจบชีวิตลง!ขอเพียงเจี่ยนอันอันตายเสีย นางจึงจะได้ครอบครองทั้งกู้มั่วหลีและฉู่จวินสิงเพียงผู้เดียวเมื่อนึกถึงตรงนี้ เจี่ยนหลิงเยว่จึงไม่สนใจใบหน้าที่ยับเยินอีกนางเดินไปหาเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงอย่างองอาจเมื่อสบสายตาเข้ากับฉู่จวินสิง ใบหน้านางจึงปรากฏแววเขินอายแดงเรื่อออกมา“พี่สาว ท่านนี้คงเป็นพี่เขยของข้ากระมัง” เจี่ยนหลิงเยว่กล่าว และไม่รอให้เจี่ยนอันอันตอบกลับ นางรีบหันไปคารวะต่อฉู่จวินสิง “คารวะพี่เขย ข้าคือเจี่ยนหลิงเยว่ เป็นคนที่ฮ่องเต้เคยประทานสมรสให้แก่ท่าน”เจี่ยนหลิงเยว่เปิดเผยฐานะที่แท้ ขณะพูดจานั้น นางยังเงยหน้าขึ้นพร้อมใช้สายตาจ้องมองฉู่จวินสิงแต่ฉู่จวินสิงกลับแสร้งมองไปทางอื่น แม้เพียงสายตาจริงจังก็ยังไม่ยอมมอบให้นางเจี่ยนหลิงเยว่กัดฟันเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงอยู่“พี่เขยมาที่นี่เพื่อตามหาข้ากระนั้นรึ? ทั้งหมดน
“คุณชายกู้ รีบปล่อยคังเอ๋อร์ของข้าเสีย”เจียงหว่านเอ๋อร์ไม่สนใจจะคิดบัญชีกับเจี่ยนอันอันอีก พลางรีบวิ่งไปเบื้องหน้ากู้มั่วหลีแต่กู้มั่วหลีก็หาได้ยอมปล่อยตัวเสิ่นคังเพราะคำพูดของนางไม่เจี่ยนอันอันเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา นางยังไม่รู้สึกตื้นตันเจี่ยนหลิงเยว่เห็นการกระทำของกู้มั่วหลีเช่นนี้ กลับยิ่งเสียใจเป็นทวีคูณเมื่อครู่ขณะเจียงหว่านเอ๋อร์พุ่งตัวมาทำร้ายนาง กู้มั่วหลีกลับนิ่งเฉย ไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อยแต่ไฉนพอเจี่ยนอันอันปรากฏตัว เขากลับออกหน้าช่วยเหลือทันทีเจี่ยนหลิงเยว่โกรธเคืองเสียจนหน้าอกกระเพื่อมแรง แต่กลับจนปัญญาที่จะตอบโต้กู้มั่วหลีกู้มั่วหลีกล่าวเสียงเย็นชา “เจี่ยนอันอันเป็นหญิงที่ข้าชอบพอ พวกเจ้าใครก็ห้ามแตะต้องนางแม้แต่ปลายเล็บ”ขณะเอ่ยปากนั้น แรงมือหาได้ลดน้อยลงไม่และคำพูดของเขา ก็ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังให้แก่ฉู่จวินสิงมากขึ้นอะไรคือเป็นหญิงที่ชอบพอ เจ้ายังมียางอายบ้างหรือไม่!เจี่ยนอันอันเป็นภรรยาของฉู่จวินสิงแล้ว หาใช่สตรีที่ชายใดจะมาหมายปองง่ายๆ ได้อีกสองมือของฉู่จวินสิงกำเป็นหมัดแน่น แววตายิ่งกลายเป็นเย็นชา สีหน้าแทบจะกินเลือดกินเนื้อกู้มั่วหลีให้จ
เจียงหว่านเอ๋อร์นัยน์ตาแดงต่ำ นางไม่นำพาต่อการร่ำไห้ของเจี่ยนหลิงเยว่ พร้อมยื่นมือไปยังใบหน้าฝ่ายตรงข้ามอีกครั้งเสียงประตูถูกเตะอย่างแรง ยับยั้งการกระทำของนางไว้คนในห้องทั้งสี่คนต่างหันหน้าไปดูเห็นเพียงเจี่ยนอันอันและฉู่จวินสิงยืนอยู่หน้าประตู ท่าทางคล้ายตั้งใจมาดูเรื่องสนุกบางอย่างกู้มั่วหลีไม่คาดคิดว่า จู่ๆ เจี่ยนอันอันจะมาปรากฏตัวในเวลานี้เพราะเขาตามหานางมาหลายวัน ค้นแทบทุกซอกทุกมุมเมืองอินเป่ยก็ว่าได้ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเจี่ยนอันอัน จนแม้แต่ฉู่จวินสิงก็ไม่พบร่องรอยเขายังนึกว่าทั้งสองคนได้หายสาบสูญไปแล้ว มิคาดว่าคืนนี้จะมาปรากฏตัวที่จวนเป่าจวิ้นอีกช่างเป็นการได้มาโดยมิต้องเปลืองแรงโดยแท้“เจี่ยนอันอัน ในที่สุดเจ้าก็ยอมโผล่จนได้” ขณะกู้มั่วหลีทักทายนั้น สีหน้าฉาบด้วยรอยยิ้มมันเป็นสิ่งที่เจี่ยนหลิงเยว่รอคอยมาตลอด ว่าจะได้เห็นรอยยิ้มจากเขาบ้างแต่กลับกลายเป็นรอยยิ้มนี้มิใช่ของนาง เขามอบให้เจี่ยนอันอันต่างหากความแค้นที่นางมีต่อเจี่ยนอันอัน จึงยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นครั้นเมื่อเห็นฉู่จวินสิงซึ่งอยู่ข้างกายเจี่ยนอันอัน ก็ยิ่งตะลึงกับรูปโฉมสง่างามนั้นราวกับเทพบุตรก็ไ
อาจเป็นเพราะก่อนหน้านี้ เรื่องที่นางยืนกรานจะมาหาฉู่จวินสิง ได้ทำให้บิดาโกรธเคืองเป็นอย่างมากฉะนั้นแม้ยามนี้นางจะตายอยู่ในเมืองอินเป่ย บิดาก็คงไม่มาเหลียวแลแม้แต่น้อยจนวันนี้นางไม่ได้พบหน้าฉู่จวินสิงสักครั้ง แต่กลับมาอยู่กับกู้มั่วหลีแทนเดิมคิดว่ากู้มั่วหลีอาจจะดีต่อนางบ้าง เพราะคนผู้นี้มีใบหน้าที่หล่อเหลา หากได้อยู่กับเขาก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวนักมิคาดว่ากู้มั่วหลีกลับเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง หรือไม่ก็เป็นเครื่องระบายอารมณ์เท่านั้นหากนางปรนนิบัติไม่เป็นที่ถูกใจเขา ก็จะถูกเตะลงเตียงได้ในบัดดลนางจึงรู้สึกเสียใจยิ่งที่มาเมืองอินเป่ย จนบัดนี้แม้แต่บิดาบังเกิดเกล้า ก็ยังไม่ห่วงความเป็นตายของนางเจี่ยนหลิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ จนอดไม่ได้ที่จะร่ำไห้ออกมา“พอที อย่ามาบีบน้ำตาให้เห็นอีก นึกว่าข้าจะห่วงใยเจ้าหรือไร”น้ำเสียงตวาดของกู้มั่วหลี แทบทำให้เสียงสะอื้นของเจี่ยนหลิงเยว่จุกอยู่ในลำคอเจี่ยนอันอันยืนอยู่ด้านนอก ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแล้ว ในใจก็อดยิ้มหยันเสียมิได้“เจี่ยนหลิงเยว่ เจ้าโอหังนักมิใช่หรือ ในที่สุดก็ถูกกรรมตามสนองแล้ว”ขณะที่เจี่ยนอันอันเตรียมจะบ
มุมปากเจี่ยนอันอันกระตุกเล็กน้อย ด้วยไม่คิดว่ากู้มั่วหลียังใช้แผนชั่วกับนางอีกทั้งคู่ต่างสบสายตา ในที่สุดฉู่จวินสิงก็อุ้มเจี่ยนอันอันขึ้น พร้อมใช้วิชาตัวเบาะเหาะข้ามเถาวัลย์หนามบนพื้นไปเคราะห์ดีที่หน้าประตูห้องใหญ่ ไม่ได้ปูหนามไว้ ฉู่จวินสิงจึงค่อยๆ ร่อนลง พร้อมวางตัวเจี่ยนอันอันลงด้วยทั้งคู่เคลื่อนไหวอย่างแผ่วเบา ค่อยๆ เปิดประตูห้องพร้อมเบี่ยงกายเข้าไปภายในห้องไม่มีผู้ใดอยู่แม้แต่สักคนเจี่ยนอันอันมองสำรวจรอบข้าง แม้แต่ตามขื่อหลังคาก็ไม่เว้นเสียดายกู้มั่วหลีไม่อยู่ในห้องนี้ทั้งคู่จึงรีบถอยออกไป พร้อมปิดประตูสนิทจวนเป่าจวิ้นมีห้องหับมากมาย ทั้งคู่หาต่อไปเรื่อยๆ แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของกู้มั่วหลีจนแม้แต่เจี่ยนหลิงเยว่ก็ไม่เห็นเช่นกันฉู่จวินสิงกล่าวเสียงเบา “ดูท่าพวกเขาคงไม่อยู่ที่นี่”แต่เจี่ยนอันอันกลับคิดว่า คนเจ้าเล่ห์เช่นกู้มั่วหลี อย่างไรก็ต้องมีห้องลับอยู่ในจวนเป่าจวิ้นอย่างแน่นอนนางเคยถูกจับตัวมาอยู่นี่ จึงพอคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมบ้างนางแนบไปใกล้หูฉู่จวินสิง พลางกล่าวเสียงค่อย “ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ไม่ได้ไปดู”ที่นั่นเคยเป็นห้องที่กักขังนางมาก่อนต