จ้าวเจวียนถึงขั้นเสียดายที่ไม่ลาออกมาทำงานกับฉู่เฉินตั้งแต่แรกถึงทำงานที่กรมตำรวจทั้งชีวิต เธอก็ไม่มีทางหาเงินซื้อรถหรูคันหนึ่งได้แน่ๆเห็นอย่างนั้น กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเชอฮุยถึงขั้นกระตุกสั่นฉู่เฉินมีเงินจริงๆ เหรอเนี่ยเขาค่อนข้างไม่อยากเชื่อ จึงรีบเรียกพนักงานขายคนหนึ่งให้หยิบเครื่องรูดบัตรมารูดบัตรเครดิตของฉู่เฉินดู จากนั้นก็พูดกับฉู่เฉินอย่างกระอักกระอ่วนสุดขีดว่า “คุณฉู่ กรุณากดรหัสของคุณด้วยครับ”พริบตาต่อมา เมื่อมีเสียงแจ้งเตือนว่าได้รับเงินสามร้อยล้านแล้ว ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตะลึงตาค้างไปทันทีโดยเฉพาะจ้าวเจวียนกับกวนเหล่ย พวกเธอแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองรถคนละหนึ่งคัน รวมทั้งหมดสามร้อยล้านบาทงั้นฉู่เฉินก็ซื้อรถหรูราคาร้อยห้าสิบล้านให้พวกเธอคนละคันน่ะสิ?ความสุขมาเยือนกะทันหันเกินไป กวนเหล่ยควบคุมอารมณ์ตื่นเต้นไม่ไหว วิ่งเข้าไปกอดคอฉู่เฉิน และหอมแก้มเขาอย่างบ้าคลั่งภาพนั้นทำให้เย่ชิ่นเหยียนถึงขั้นยืนอึ้งค้างไปกับที่ไม่ใช่แค่เธอที่อึ้ง แม้แต่หยางเส้าหัวที่หันไปมองหน้าเชอฮุย ก็มีสีหน้าที่ดำทะมึนจนน่ากลัวแม่งเอ๊ย ใช้เงินสามร้อยล้านง่ายๆ โดยไม่แม้แต่จะกระ
พูดจบ ฉู่เฉินก็โทรศัพท์หาสองพี่น้องต้วนหลิงเสวี่ยทันทีถึงแม้กวนเหล่ยกับจ้าวเจวียนจะผิดหวังอยู่บ้างแต่การได้เจอกับเจ้านายที่รวยขนาดนี้ ขอแค่ปรนนิบัติพัดวีให้เขาผ่อนคลายสบายใจ วันข้างหน้าไม่แน่อาจได้รถหรูราคาสามร้อยกว่าล้านมาครองก็ได้หลังจากผ่านไปประมาณสิบนาที ณ ประตูทางเข้า แสงแดดยามสายัณห์สาดส่องเข้าสู่ม่านตาของทุกคนผู้หญิงหน้าตาสะสวยดัดผมลอนใหญ่ในชุดกี่เพ้าสีแดงสด เดินเฉิดฉายเข้ามาพร้อมกับบั้นท้ายอันอวบอิ่ม และหน้าอกอันสูงเชิดข้างๆ เธอ มีผู้หญิงสวยเพริศพริ้งที่เรือนร่างมีส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบในชุดเดรสสีขาวยืนอยู่ด้วย ภาพที่เห็นกลายเป็นทิวทัศน์อันงดงามและสมบูรณ์แบบอย่างยิ่งพอเห็นสองพี่น้องสกุลต้วน พวกเฒ่าลามกที่ตั้งใจมาถ่ายรูปพริตตี้ถึงขั้นลืมพวกพริตตี้สาวไปทันที พวกเขาหันกล้องมากดชัตเตอร์ใส่สองพี่น้องรัวๆชุดแดงเย้ายวน ชุดขาวบริสุทธิ์ผุดผ่องพอสองสาวปรากฏตัว ก็ทำให้สาวสวยที่อยู่ในนี้กลายเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ไปในพริบตาแม้แต่เย่ชิ่นเหยียนก็ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงในผิวอันเรียบลื่นดูชุ่มชื่น รวมถึงองคาพยพอันประณีตงดงามของพวกเธอที่จริงนั่นก็มีความดีความชอบข
แววตาที่มองฉู่เฉิน เต็มไปด้วยความรักและเทิดทูนผู้ชายคนนี้ตอนรูดบัตรจ่ายเงิน ช่างหล่อและมีเสน่ห์อะไรอย่างนี้!ยิ่งพอทุ่มเงินให้ผู้หญิงหลายร้อยล้าน แต่กลับยังพูดจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์อย่างนี้ บวกกับน้ำเสียงทุ้มมีเสน่ห์ของเขา น่าหลงใหลเกินไปแล้วแม้แต่นางแบบสาวที่อยู่ข้างกายหยางเส้าหัว จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหยางเส้าหัวไม่ได้เนื้อหอมอะไรขนาดนั้นราวกับว่าฉู่เฉินต่างหากที่คู่ควรกับความงามและคุณค่าของเธอเย่ชิ่นเหยียนในตอนนี้ถูกการกระทำอันบ้าคลั่งไร้การควบคุมของฉู่เฉินทำให้ช็อกค้างไปนานแล้ว เธอถึงขั้นเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองขึ้นมาหรือหมอแผนจีนตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมีเงินได้ขนาดนี้จริงๆ ถึงขั้นที่ว่าจ่ายเงินไปหลายร้อยล้านโดยที่ไม่กระพริบตาเลยแม้แต่น้อย?แล้วผู้หญิงสวยสองคนที่เพิ่งมานั่น เป็นอะไรกับเขากันนะคงไม่ใช่ว่าเป็นคนรักของเขาหมดหรอกนะพอนึกถึงความเป็นไปได้นี้ขึ้นมาได้ เย่ชิ่นเหยียนอดเบนสายตาไปมองจ้าวเจวียนกับกวนเหล่ยไม่ได้ถ้าหากกวนเหล่ยเป็นคนรักของฉู่เฉิน เธออาจจะเชื่อ แต่จ้าวเจวียน…จ้าวเจวียนอายุมากกว่าเธอถึงสามสี่ปีด้วยซ้ำ…ไม่น่าจะใช่คนรักของเขานั่นก็หมา
หยางเส้าหัวล้วงโทรศัพท์ออกมาต่อทุกคนในงาน ก่อนจะค้นหาเบอร์โทรศัพท์แล้วโทรออกไปไม่นานนัก ชายวัยกลางคนที่สวมชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินก็เบียดฝ่าผู้คนออกมาอยู่ตรงหน้าหยางเส้าหัวแล้วเอ่ยว่า “คุณชายหยาง”หยางเส้าหัวชี้ไปที่ชายวัยกลางคนด้วยใบหน้าลำพองใจก่อนจะกล่าวว่า “ท่านนี้คือหัวหน้าแผนกจ้าวจากกรมขนส่ง ต้องขอโทษมาก ๆ ครับ วันนี้ทางกรมขนส่งหยุด รถทุกคันไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้ ถูกต้องไหมครับ? หัวหน้าแผนกหลิว?”หัวหน้าแผนกหลิวอึ้งไปก่อน จากนั้นถึงค่อยพยักหน้าติดต่อกันแล้วเอ่ยว่า “ใช่ ๆๆ วันนี้ไม่สามารถ...” “หัวหน้าแผนกหลิวใช่ไหม? ฉันขอแนะนำคุณสักประโยค คิดให้ดีก่อนแล้วค่อยพูด”หัวหน้าแผนกหลิวยังไม่ทันเอ่ยจบ จ้าวเจวียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉู่เฉินก็มองหัวหน้าแผนกจ้าวด้วยใบหน้ายิ้มหยัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย็นชาซี้ด!ทำไมหัวหน้าแผนกหลิวยิ่งฟังเสียงนี้ก็ยิ่งรู้สึกคุ้น ๆ?เมื่อหันหน้าไปมอง เขาก็ตกใจจนวิญญาณแทบหลุดลอยปีศาจโลหิต!ยัยนี่เป็นคนโหดเหี้ยมเลยนะ!“อุ๊ย นะ...นี่หัวหน้าจ้าวไม่ใช่เหรอครับ ลมอะไรหอบคุณมาถึงที่นี่ได้ครับ?”หัวหน้าแผนกหลิวดูหวาดกลัวขึ้นมาในพริบตาแม้ว่าหยางเส้าหั
ทว่าฉู่เฉินกลับทำหน้าจริงจัง เย่ชิ่นเหยียนได้แต่ถอนหายใจกล่าวว่า “เขานอกใจ”คำธรรมดาสามคำก็เหนือกว่าคำพูดนับพันนับหมื่นแล้วฉู่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ไม่เป็นไร เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไป ตอนที่อายุยังน้อยใครไม่เคยเจอคนโง่เง่าบ้างล่ะ?” พรืด! ในกลุ่มคนรอบข้างที่เฝ้าดูความคึกคัก ในที่สุดก็มีคนอดไม่ไหวหัวเราะออกมาสถานการณ์ของหยางเส้าหัวในตอนนี้เลยดูกระอักกระอ่วนมากยิ่งขึ้น ถูกฉู่เฉินชี้หน้าด่าว่าโง่เง่า เขากลับไม่อาจพูดแย้งกลับอะไรได้“คุณฉู่ คุณคิดดีแล้วจริง ๆ เหรอว่าจะเป็นศัตรูกับตระกูลหยาง?”หยวนคุนที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากขึ้นมาอีกครั้ง“ทำไมครับ?” ฉู่เฉินหันหน้ามองไปทางหยวนคุน “คุณฉู่อย่าเข้าใจผิดครับ ผมหมายความว่าในเมื่อคุณเป็นลูกค้าของบริษัทจำหน่ายรถเรา ถ้าเกิดมีความต้องการ บริษัทจำหน่ายรถของเราสามารถให้บริการคุ้มครองคุณได้ทุกเมื่อ” “การรับประกันว่าลูกค้าทุกท่านสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัยคือหน้าที่ของบริษัทจำหน่ายรถเราครับ” หยวนคุนทำสีหน้าสงบนิ่ง ไม่มีความหวั่นไหวเลยสักนิดเดียว ทว่าได้แสดงจุดยืนออกมาแล้วหยางเส้าหัวที่ได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทั
“ฉู่เฉิน”หลังจากที่รับนามบัตรแล้ว ฉู่เฉินก็เอ่ยปากพูดอย่างเฉยชาก่อนจะโทรศัพท์ไปตามหมายเลขบนนามบัตร เมื่อเสียงดังขึ้นเพียงหนึ่งครั้ง ฉู่เฉินก็วางสายหยวนคุนอดอึ้งไม่ได้ ก่อนจะเข้าใจทันทีแล้วแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังลั่นขึ้นมา“ไม่มีนามบัตร ขอโทษด้วยนะครับ แต่ว่าเป็นเพื่อนกันได้”ฉู่เฉินกล่าวจบก็ยัดนามบัตรเข้าไปในอกหยวนคุนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นกล่าวว่า “น้องชาย ถ้าเกิดต้องการอะไร สามารถโทรเข้าเบอร์นั้นได้ตลอดเวลา ไม่มีใครในเจียงจงทำร้ายคุณได้หรอก”ฉู่เฉินก็ลุกขึ้นมาเช่นกัน ก่อนจะจับมือกับหยวนคุนแล้วพูดว่า “คนที่ทำร้ายผมได้ยังไม่เกิดมาหรอกครับ” หยวนคุนตะลึงไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มทันทีว่า “น้องชายมีมาดไม่ธรรมดาจริง ๆ ผมขอตัวก่อนนะ” เมื่อเห็นหยวนคุนเดินไปไกลแล้ว ใบหน้าของหยางเส้าหัวก็เผยรอยยิ้มหยันที่ดุดันออกมาตราบใดที่หยวนคุนไม่สอดมือ วันนี้ฉู่เฉินจะต้องตายอย่างแน่นอน!ในขณะที่เย่ชิ่นเหยียนขับรถสปอร์ตกลับมาที่โชว์รูมรถ ชายชราผมสีดอกเลาสวมเสื้อคอจีนสองคนก็เดินลงมาจากรถเก๋งสีดำเมื่อเห็นชายชราสองคนนี้ หลายคนในที่แห่งนี้ก็ร้องอุทานออกมาเย่ชิ่นเหยียนตกใจจนสะ
หมอนี่บ้าไปแล้วหรือไง?นั่นคือผู้อาวุโสฮวากับผู้อาวุโสกู่ เป็นตัวตนที่แม้แต่ปรมาจารย์จินเจิ้นหลงเห็นก็ต้องคุกเข่าโขกหัวคารวะคนอื่นเขาไม่ได้หาเรื่องคุณก็โชคดีมากแล้วคุณกลับกล้าหาเรื่องเองเนี่ยนะ?!เย่ชิ่นเหยียนเครียดจนพูดไม่ออกแล้ว มือเล็ก ๆ ที่ดึงแขนของฉู่เฉินไว้ก็สั่นเทาไม่หยุด ถึงแม้เธอจะรู้จักกับฉู่เฉินได้ไม่นาน แต่เธอไม่อยากให้ฉู่เฉินเกิดเรื่องขึ้นมาจริง ๆ“สหายน้อย คุณกำลังพูดกับผมเหรอ?” ฮวาว่านโหลวหันตัวกลับมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะมองฉู่เฉินด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ“ถ้าไม่ได้พูดกับคุณ แล้วพูดกับอากาศหรือไง?”ฉู่เฉินหยิบบุหรี่ออกมาหนึ่งมวนแล้วจุดไฟทันที เขาสูบพ่นควันพลางเอ่ยปากพูดอย่างเรียบนิ่งว่า “คนที่เที่ยวข่มผู้อื่นโดนอาศัยว่าตัวเองอาวุโสกว่า ผมเห็นมาเยอะแล้ว แต่ว่าคนที่อายุเท่าคุณแต่ยังทำตัวอวดเก่ง ผมไม่ค่อยเห็นจริง ๆ” แค่ก ๆๆ...ฮวาว่านโหลวอดกระแอมไอแรง ๆ ไม่ได้ เขาอวดเก่งตั้งแต่เมื่อไหร่?ถ้าเกิดไม่ใช่เพราะว่าวันนี้ยังมีเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่า นายคิดว่าเรื่องนี้จะแล้วกันไปแบบนี้เหรอ? ให้ทางรอดนายแท้ ๆ แต่นายจะหาเรื่องตายเองให้ได้“ดูเหมือ
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าวินาทีต่อมาฉู่เฉินจะถูกพลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสองสายนี้กดดันจนคุกเข่าลงทันที ฉู่เฉินกลับแค่นเสียงเย็นแล้วโบกมือหนึ่งที พลังกดดันอันน่ากลัวสองสายหายไปอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา!เมื่อเห็นฉากนี้ ฮวาว่านโหลวกับกู่ฉางเซิงตกตะลึงไปเล็กน้อย แม้แต่หยางเส้าหัวก็ไม่อยากจะเชื่ออยู่บ้าง ยังนึกว่าตัวเองมองผิดไปใช่หรือเปล่า พลังกดดันสองสายของผู้แข็งแกร่งระดับฝึกปราณชั้นเจ็ดถูกฉู่เฉินจัดการง่ายดายขนาดนี้เชียวเหรอ?“เจ้าหนุ่ม คิดไม่ถึงว่าคุณจะเก็บงำฝีมือไว้ลึกมากเลย”กู่ฉางเซิงหรี่ตา จ้องเขม็งไปที่ฉู่เฉิน!จนกระทั่งตอนนี้เอง เขากับฮวาว่านโหลวถึงตระหนักได้ว่าที่แท้ฉู่เฉินก็เป็นสุดยอดฝีมือระดับฝึกปราณชั้นเจ็ดเหมือนกัน! แม้ในใจของเขาจะตกตะลึงอย่างยิ่ง แต่ว่าต่อให้ฉู่เฉินเอาชนะหนึ่งในพวกเขาได้ก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้เลย สองต่อหนึ่ง แม้ว่าจะเป็นการต่อสู้อย่างยุติธรรมระหว่างระดับเดียวกัน ฉู่เฉินก็ไม่มีทางรอดไปได้เด็ดขาด“เลิกพูดจาไร้สาระ พวกคุณสองคนจะเข้ามาทีละคน หรือว่าเข้ามาพร้อมกัน?” ฉู่เฉินเอามือข้างหนึ่งไพล่หลัง ไม่เห็นกู่ฉางเซิงกับฮวาว่านโหลวอยู่ในสายตาเลย แค่ระดับ
อวี้ลู่ยังไม่ทันพูดจบ ฉู่เฉินก็แคะฟันพลางพูดบทว่า “กินมากเกินไปจะอ้วนเป็นตุ่มได้นะ”“เจ้า...ไม่รู้จักความหวังดีของคนอื่นเลย!” อวี้ลู่เหลือกตาใส่ฉู่เฉินอย่างอำมหิต แล้วดึงสองพี่น้องตระกูลต้วนเดินออกไปจากถนนของกินโดยทิ้งฉู่เฉินไว้ “นายท่าน...” ต้วนหลิงเสวี่ยถูกอวี้ลู่ลากไปข้างหน้าพลางหันหน้ามามองฉู่เฉินอย่างอาลัยอาวรณ์ ฉู่เฉินโบกมือให้ต้วนหลิงเสวี่ยพอดีเลยคืนนี้เขาควรไปหาโจวเทียนเฟิ่งเพื่อทำการเตรียมตัวสำหรับการวางจำหน่ายยาบำรุงปราณในตลาดทั่วประเทศ จนกระทั่งสามสาวเดินจากไปไกลแล้ว ฉู่เฉินถึงค่อยเข้าไปนั่งในรถ แล้วสตาร์ทเครื่องยนต์มุ่งหน้าไปยังเทียนเฟิ่งวิลล่าทันทีช่วงนี้โจวเทียนเฟิ่งยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวออกมาได้อย่าเห็นว่าเป็นแค่ธุรกิจในมณฑลแห่งหนึ่ง แต่ด้วยจำนวนเงินที่หมุนเวียนมหาศาลในแต่ละวัน โจวเทียนเฟิ่งไม่กล้าเลินเล่อแม้เพียงชั่วขณะ เมื่อฉู่เฉินเดินเข้าไปในเทียนเฟิ่งวิลล่า โจวเทียนเฟิ่งกำลังสรุปยอดบัญชีอยู่เมื่อเห็นฉู่เฉิน ยามหลายคนตรงหน้าประตูก็รีบเข้ามาต้อนรับ “โอ้ คุณฉู่ นาน ๆ คุณจะมาเป็นแขก เร็วเข้าเถอะครับ เชิญข้างในเลย” ยามคนหนึ่งผงกศีรษะค้อมเอว พาฉู่
“เจ้าสำนักปี้!” ในขณะที่ปี้คุนเตรียมตัวจะตามฉู่เฉินไป ทันใดนั้นเองก็มีเสียงทุ้มต่ำดังมาจากข้างหลัง ปี้คุนอดสะดุ้งตกใจไม่ได้ หันหน้ามองไปทางด้านหลังทันที“หลี่ว์เจิ้งหยาง?” ปี้คุนขมวดคิ้วขึ้นมา มองหลี่ว์เจิ้งหยางด้วยความประหลาดใจ “เจ้าสำนักปี้คงไม่ได้ตั้งใจมาที่เมืองหมอตูเพื่อไอ้เด็กแซ่ฉู่หรอกใช่ไหม?”ปี้คุนทำหน้าทะมึน กัดฟันแต่ไม่ตอบเขาหลี่ว์เจิ้งหยางเป็นเพียงศิษย์ของสำนักนางใน จากในแง่ของฐานะ เขาต่างจากปี้คุนอย่างมากด้วยเหตุนี้ ปี้คุนเลยไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย “เจ้าสำนักปี้ ผมขอแนะนำคุณสักคำ อย่าลงมือเด็ดขาด ไม่งั้นผลที่ตามมาคงเลวร้ายเกินจะคาดคิด” หลี่ว์เจิ้งหยางเอ่ยด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม“อ้อ?” นัยน์ตาของปี้คุนฉายแววเย็นชา จ้องมองหลี่ว์เจิ้งหยางพลางพูดว่า “คุณคิดจะขัดขวางผมเหรอ?”หลี่ว์เจิ้งหยางรีบโบกมือกล่าวว่า “เจ้าสำนักปี้เข้าใจผิดแล้ว ผมก็มาแก้แค้นไอ้หมอนี่เหมือนกัน”หลี่ว์เจิ้งหยางพูดจบก็ถลกเสื้อขึ้นมา ก่อนจะชี้ไปที่บาดแผลบนตัวแล้วพูดว่า “ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือไอ้หมอนั่น แต่ว่าไอ้เด็กแซ่ฉู่ไม่ได้น่ากลัว คนที่น่ากลัวคือยัยผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ข้างกายมัน!” หลี
“คุณร่วมมือทุจริตกับคนแซ่หลี่ข้างล่างนั่น เรื่องนี้น่าจะไม่ผิดใช่ไหม? อีกอย่าง คุณปลอมแปลงตัวตน โกหกว่าตัวเองเป็นหมอดูแลสุขภาพท่านหลง คุณทำเรื่องพวกนี้ทั้งหมดเลยใช่ไหม?” ฟางอวี่เจิ้งเอามือสองข้างไพล่หลัง มองถังจิ้งจือด้วยรอยยิ้มหยัน “นะ...นี่เป็นแค่การแข่งขันแพทย์แผนจีน จะถือว่าเป็นการทุจริตการแข่งขันได้ยังไง? อีกอย่าง ฉะ...ฉันเป็นหมอดูแลสุขภาพของท่านหลงจริง ๆ นะ”ฟางอวี่เจิ้งได้ยินคำกล่าวก็หัวเราะหยันแล้วเอ่ยว่า “เป็นแค่การแข่งขันแพทย์แผนจีน? คุณพูดง่ายดีนี่ คุณน่าจะเข้าใจนะว่าการแข่งขันแพทย์แผนจีนเป็นการแข่งขันเลือกบุคลากรในวงการแพทย์ ระดับไม่ด้อยไปกว่าการสอบจอหงวนเลย” “คุณเปลี่ยนโจทย์การแข่งขันโดนพลการ นี่ไม่ใช่การทุจริตการแข่งขันหรือไง?” ไม่รอให้ถังจิ้งจือแก้ต่าง ฟางอวี่เจิ้งก็พูดต่อว่า “เมื่อกี้ผมยืนยันกับทางแก๊งมังกรแล้ว ท่านหลงไม่มีหมอดูแลสุขภาพอะไรทั้งนั้น ทางสำนักงานใหญ่ของแก๊งมังกรก็ไม่มีหมอแซ่ถังด้วย”“ตอนนี้คุณจะอธิบายว่ายังไง!” ถังจิ้งจือได้ยินคำพูดนี้ หัวใจก็เย็นวาบไปครึ่งหนึ่งเขาเพิ่งโดนท่านหลงปลดออกเมื่อไม่กี่วันก่อน ทางแก๊งมังกรไม่มีทางไม่มีบันทึกเอาไว้
เมื่อฮว่าจิ่วหยางเอ่ยจบ หลิ่วหรูเยียนก็อดตัวสั่นเทิ้มไม่ได้แบนทั่วประเทศ?ถ้าอย่างนั้นฉู่ซื่อกรุ๊ปก็จบเห่โดยสิ้นเชิงแล้วจริง ๆ! แต่เธอทำใจไม่ได้จริง ๆไอ้สารเลวฉู่เฉินกล้าทำให้เธออับอายขายหน้าต่อหน้าผู้คนเนี่ยนะ!“คุณหลิ่ว ความอดทนของพวกเรามีขีดจำกัดนะ” จางเสวี่ยเหยียนจับกรอบแว่นบนใบหน้า แล้วเอ่ยด้วยเสียงเย็นชาว่า “ให้เวลาคุณพิจารณาอีกหนึ่งนาที ถ้าเกิดคุณหลิ่วยืนกรานไม่ยอมขอโทษฉู่เฉิน งั้นผมก็จะให้นักเรียนทั้งหมดของผมไม่ใช้เวชภัณฑ์ทุกตัวที่มาจากฉู่ซื่อกรุ๊ปตลอดไป” เฝิงว่านชางกับหลินจื้อหงก็พากันลุกขึ้นมาสนับสนุนเช่นกันแม้ว่าเขาเป็นเพียงศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัยการแพทย์ประจำมณฑล แต่หลายสิบปีมานี้ก็มีลูกศิษย์มากมายนับไม่ถ้วนขอเพียงพวกเขาพูดคำเดียว แม้แต่คลินิกเล็ก ๆ ทั่วประเทศก็จะแบนฉู่ซื่อกรุ๊ปกันหมด “คุณหลิ่ว ฉันคือเย่ชิ่นเหยียน ทนายความจากสำนักงานกฎหมายหมิงเจวี๋ย!” เย่ชิ่นเหยียนพูดพลางลุกขึ้นมาเช่นกัน ก่อนจะมองหลิ่วหรูเยียนด้วยสีหน้าเย็นชาแล้วพูดว่า “การกระทำเมื่อครู่นี้ของคุณถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทคุณฉู่ ถ้าเกิดคุณไม่ยอมขอโทษคุณฉู่ ฉันจะทำการฟ้องร้องคุณแทนคุณฉ
นี่มันเป็นไปได้ยังไงกัน?หรือว่าฉู่เฉินจะหลอมยาเป็นจริง ๆ?เมื่อคิดถึงการกระทำของเธอมีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่าจะทำให้ฉู่ซื่อกรุ๊ปเดือดร้อน ถึงขนาดที่ยังโดนสังคมประณาม หลิ่วหรูเยียนก็รีบผลักเจียงถิงออกแล้วหันตัวกำลังจะคิดหนีไป แต่เสียงเย็นชาของฉู่เฉินดังมาจากข้างหลังว่า “ผู้จัดการใหญ่หลิ่ว รบกวนหยุดก่อน!”หลิ่วหรูเยียนตัวสั่นเล็กน้อย เผลอหยุดฝีเท้าตามจิตใต้สำนึก ก่อนจะหันตัวกลับมาฉับพลันแล้วพูดว่า “ฉู่เฉิน กะ...แกยังจะเอายังไงอีก?” “มะ...เมื่อกี้ฉันแค่สงสัยแก ละ...และก็เพื่อความรอบคอบทางการแพทย์ มันผิดตรงไหนเหรอ?” ฉู่เฉินหัวเราะหยันสองครั้ง มองหลิ่วหรูเยียนอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วเอ่ยว่า “เธอว่านั่นเรียกว่าความรอบคอบเหรอ? ดูเหมือนยังมีอีกคำนะ เรียกว่าการใส่ร้ายต่อหน้าผู้คนใช่ไหม”“ถ้าเกิดฉันจำไม่ผิด เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอเคยพูดกับปากเองต่อหน้าแฟนคลับนับล้านว่าถ้าเกิดฉันชนะการแข่งขันในการแข่งขันแพทย์แผนจีน เธอก็จะคุกเข่าโขกหัวขอโทษ”“ไม่รู้ว่าตอนนี้นับว่าฉันชนะแล้วหรือยัง?” เมื่อสิ้นเสียงพูด ฉู่เฉินก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองไปทางฮว่าจิ่วหยาง “คุณฉู่พูดล้อเล่นแล้ว วิชาแพทย์ของคุณ
“หรูเยียน ลูกพูดเหลวไหลอะไร! รีบนั่งลงเร็วเข้า!”ไม่ว่าอย่างไรหลิ่วชิงเหอก็คิดไม่ถึงว่าหลิ่วหรูเยียนจะสูญเสียการควบคุมอารมณ์ในเวลานี้ เลยรีบดึงแขนของหลิ่วหรูเยียนไว้“หนูไม่ได้พูดเหลวไหลเลยนะ!” หลิ่วหรูเยียนสะบัดมือของหลิ่วชิงเหอออก ก่อนจะเดินลงจากที่นั่งแขกกิตติมศักดิ์ อย่างรวดเร็ว เจียงถิงมองหลิ่วหรูเยียนที่พุ่งขึ้นมาบนเวที แล้วขมวดคิ้วเอ่ยด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรนิดหน่อยว่า “คุณผู้หญิงท่านนี้ ฉันหวังว่าคุณจะรับผิดชอบต่อคำพูดเมื่อกี้ของคุณได้นะคะ” “การใส่ร้ายคนอื่นต่อหน้าผู้คนเป็นความผิดทางกฎหมายนะคะ!” หลิ่วหรูเยียนแค่นเสียงเย็น แย่งไมโครโฟนมาแล้วเอานิ้วชี้ไปที่ฉู่เฉิน ก่อนจะพูดกับผู้ชมกว่าหมื่นคนด้านล่างเวทีว่า “ฉันพิสูจน์ได้ว่าฉู่เฉินคนนี้เป็นแค่นักต้มตุ๋นที่ไม่มีความรู้ความสามารถ!”“พวกคุณอย่าโดนรูปลักษณ์ภายนอกปลอม ๆ ของเขาหลอกลวงเด็ดขาดนะคะ!”“เขาไม่เพียงไม่มีวิชาแพทย์อะไรทั้งนั้น แม้แต่สามีภรรยาเมื่อครู่นี้จะต้องเป็นหน้าม้าที่เขาจ่ายเงินจ้างมาแน่นอน!”หลังจากที่สิ้นเสียงตะโกนของเธอ ทุกคนก็หันไปมองสามีภรรยาหนุ่มสาวที่กำลังอุ้มลูกเมื่อครู่นี้อีกครั้ง“พวกเราไม่รู้จักคุณ
“ตึกตัก! ตึกตัก!”ฮว่าจิ่วหยางรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองใกล้จะกระโดดมาถึงลำคอแล้ว ถ้าเกิดเด็กชายตัวน้อยเอ่ยปากพูดจริง ๆ เช่นนั้นยาบำรุงสวรรค์ตัวนี้ก็จะโด่งดังไปทั่วอินเทอร์เน็ตในพริบตาฉู่เฉินก็จะกลายเป็นดาวเด่นของทั้งวงการแพทย์นี่ไม่ใช่การสร้างปาฏิหาริย์แล้ว แต่เป็นการท้าทายชะตากรรมชะตากรรมของผู้พิการทางการได้ยินและการพูดย่อมแตกต่างจากคนปกติโดยสิ้นเชิง ในขณะที่ทุกคนกลั้นหายใจเพ่งสมาธิ เด็กชายตัวน้อยค่อย ๆ อ้าปากเล็ก ร้องเรียกเบา ๆว่า “บอ” “ระ...เรียกพ่อ”เมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นก็ตื่นเต้นจนน้ำตาร้อน ๆ เอ่อคลอดวงตา แม้แต่ร่างกายก็สั่นเทิ้มไม่หยุด ส่วนบรรยากาศในงานก็ตื่นเต้นถึงที่สุด เสียงที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นไม่อาจถือได้ว่าฉู่เฉินประสบความสำเร็จแล้ว อย่างมากก็เป็นเพียงการพูดอ้อแอ้ หรือว่าเสียงจากการครางเท่านั้น“เรียกสิ เรียกพ่อ!” ภายใต้การกระตุ้นครั้งแล้วครั้งเล่าของชายหนุ่ม เด็กชายตัวน้อยอ้าปากเล็ก ๆ อีกครั้งก่อนจะพูดว่า “พะ...อา พอ...พ่อ”เสียงที่ชัดเจนดังออกมาเป็นรอบที่สอง ทั่วทั้งงานและแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั่วทั้งอินเทอร์เน็ตแทบจะเดือดพล่านพร้อมกั
เชี่ย!ฮว่าเทียนอวี่ที่นั่งข้างหลังฮว่าจิ่วหยางอดสบถคำหยาบไม่ได้จากนั้นก็เห็นเพียงเตาหลอมโอสถในมือฉู่เฉินพลันเปล่งแสงสีแดงฉานออกมา ก่อนที่กลิ่นหอมของยาที่สดชื่นผ่อนคลายจะอบอวลไปทั่วทั้งสนามกีฬาระดับสวรรค์!ถึงแม้พวกฮว่าจิ่วหยางไม่เชี่ยวชาญด้านการหลอมยา แต่ว่ายังคงแยกแยะระดับได้ชัดเจนมาก แม้ว่าตัวยาเม็ดนี้หลอมขึ้นจากสูตรยาระดับล่างเท่านั้น แต่เมื่อมันไปถึงระดับสวรรค์ขึ้นไปก็ล้ำค่าจนประเมินค่าไม่ได้เช่นเดียวกัน! อย่างไรเสียสูตรยาเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติและทิศทางการรักษาของยา แต่ความสามารถของนักหลอมโอสถเป็นตัวกำหนดระดับของตัวยา แม้ว่าจะเป็นสูตรยาระดับดิน ถ้าเกิดออกมาเป็นยาวิเศษระดับสวรรค์ได้ นั่นก็น่ากลัวมากนี่ก็เปรียบเหมือนกับว่าหากใช้สูตรยาหกตำรับบำรุงไตหลอมเป็นยาวิเศษระดับสวรรค์ ยาหกตำรับบำรุงไตหนึ่งเม็ดนี้สามารถขายได้ถึงหลายพันล้าน และยาในมือฉู่เฉินเม็ดนี้ คุณสมบัติกับการรักษาหลักยังไม่ชัดเจน หรือพูดอีกอย่างก็คือมีความเป็นไปได้สูงว่านี่เป็นยาระดับสวรรค์ที่ประเมินค่าไม่ได้ รวย!รวยเละแล้ว!พวกฮว่าจิ่วหยางรู้สึกอิจฉาฉู่เฉินไม่หยุด ไม่แน่ว่าฉู่เฉินอาศัยยาวิเศษระดับสวร
“พวกนายรีบดูสิ นั่นมันอะไรน่ะ?”“เชี่ย นั่นเหมือน...เหมือนก้อนเมฆเลย?” “นี่แม่งไม่สมเหตุสมผลเลย ขะ...เขาจะมีก้อนเมฆอยู่ในมือได้ยังไง?” แม้แต่เจียงถิง เวลานี้ก็สังเกตเห็นแล้วเหมือนกันว่ามีก้อนเมฆขนาดเท่าฝ่ามือค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเหนือเตาหลอมโอสถของฉู่เฉินนอกจากนี้ด้านในยังมีสายฟ้าที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!ซี้ด!พวกฮว่าจิ่วหยางที่อยู่บนที่นั่งกรรมการก็มองไปทางฉู่เฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อหรือว่านั่นก็คือเคราะห์โอสถในตำนาน?เล่ากันว่า มีเพียงโอสถที่ไปถึงระดับท้าทายสวรรค์ถึงจะเกิดเคราะห์โอสถขึ้นมาในขณะกำลังหลอมยาเสร็จแม้แต่หลี่จวิ้นเฟิงก็มองฉู่เฉินอย่างไม่อยากจะเชื่อเล็กน้อย นั่นมันเคราะห์โอสถเชียวนะ! เพียงแต่ว่าแม้กระทั่งผู้อาวุโสของสำนักหมอก็หลอมโอสถชั้นเลิศที่สามารถผ่านเคราะห์โอสถออกมาไม่ได้เลย ฉู่เฉินเขาทำได้อย่างไร? เป็นไปไม่ได้!จะต้องประสาทหลอนแน่ ๆ! “เลิกหลอกลวงอยู่ตรงนั้นได้แล้ว!”หลี่จวิ้นเฟิงกลืนน้ำลายหนัก ๆ ตะคอกเสียงดังลั่นขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะยกเท้าข้างหนึ่งเตะไปที่เตาหลอมโอสถในมือฉู่เฉินไม่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เขาต้องหยุดยั้งไม่ให้ฉู่เฉินหลอมยาได้สำเร็จ!แ