เสียงเพลงจากด้านนอกดังเข้ามาถึงในห้องน้ำ แต่เหมือนว่ามันจะไม่ได้ดังเท่าเสียงหอบหายใจของเธอ บูรณิการ์แข้งขาอ่อนแรงหมดเรี่ยวแรงจะต่อต้านและสู้กับคนดิบเถื่อน ตอนนี้เธอเชื่อแล้วว่าคนเราจะดูแค่หน้าตาไม่ได้ เพราะนิสัยและสันดานของคนเรามันต้องดูกันนานๆ อย่างผู้ชายคนนี้ เขาแทบไม่เหมือนคนไม่ดี แต่ตอนนี้เชื่อแล้วว่าไม่ดีและเลวมาก
‘ข่มขืน’ เขากำลังข่มขืนเธอในห้องน้ำของผับ แถมเป็นห้องน้ำชายด้วย
“อะ...อื้อ” สมองของสาวน้อยแทบจะหยุดทำงานเมื่อถูกบดจูบเอาแต่ใจ เรียวลิ้นก็ถูกเรียวลิ้นของคนถ่อยรัดคลึงดูดกลืน ตอนนี้ทุกอย่างมันดูว่างเปล่าไปหมดสำหรับบูรณิการ์ เสียงผู้คนด้านนอกห้องที่ดังลอดเข้ามาในห้องน้ำมันไม่ได้ทำให้เธอตื่นกลัวแม้แต่น้อย
“อ่า...ไม่ไหวแล้ว ตอนนี้พี่เหิมอยากได้บีบีสุดๆ อ่า...”
เขาดันร่างเล็กจนแผ่นหลังแนบเบียดจนจะกลืนกินเป็นเนื้อเดียวกับประตูด้านหลัง แล้วมือที่บีบขยุ้มขยำยกอุ้มก้นกลมกลึงของหญิงสาวก็ปล่อยเธอยืนกับพื้นเอง แต่ยังคงกอดอุ้มเอวเล็กคอดไว้ด้วยกลัวว่าร่างเล็กจะทรุดฮวบไปกองกับพื้น
“ปะ...ปล่อยฉัน อือ...” เธอบอกเขาเสียงหอบพร้อมกับพยายามบิดข้อมือทั้งสองออกจากอุ้งมือหนา แต่มันก็ไม่ได้ผล ตอนนี้เธอถูกมือของเขากำข้อมือทั้งสองแน่นรวมกันจนเจ็บ
“ชูว์...ก็เห็นอยู่ว่าไม่มีแรงจะยืนแล้วยังจะให้ปล่อยอีกเหรอบีบี” แล้วมือที่จับมือน้อยทั้งสองรวบรั้งไว้เหนือหัวก็ปล่อยผละออกมาปลดกระดุมกางเกงยีนส์ตัวเองแล้วล้วงมือเข้าไปในความโอหังตัวเองที่กำลังเหยียดตัวขยายคับแน่นในกางเกงออกมาข้างนอก
บูรณิการ์ก้มมองเห็นความใหญ่โตเด้งออกมาด้านนอกกางเกงก็ตกใจกลัวกับความใหญ่โตโอหังของบุรุษ ครั้งแรกกับการได้เห็นความเป็นชายชัดๆ แบบนี้ เธอไม่เคยเห็นตอนมันขยายตัวและไม่คิดว่ามันจะใหญ่อวบและยาวขนาดนี้ ตอนนี้สติของเธอเริ่มกลับมาอีกครั้ง สองมือน้อยที่ได้อิสระก็ผลักคนตัวโตออกห่าง แต่ก็ถูกเขากอดรั้งเอวเล็กจนตัวเองลอยตามร่างที่กระเด็นห่าง
“ปล่อยฉัน! คุณจะทำแบบนี้กับคนที่ไม่เต็มใจไม่ได้” สองมือน้อยดันหน้าอกแกร่งไว้ด้วยไม่อยากให้ร่างตัวเองแนบเบียดสีไปกับอกคนตัวโต แต่ช่วงล่างของเธอนั้นเปลือยเปล่าและมือของคนเถื่อนก็กอบกุมก้นกลมกลึงของเธอพร้อมบีบขยุ้มขยำเล่น
“เดี๋ยวก็รู้ว่าเต็มใจหรือไม่เต็มใจบีบี” แล้วเขาก็ยกเท้าไปด้านหลังเขี่ยปิดฝาชักโครกแล้วก็นั่งทับลงไปพร้อมกับกอดรั้งเธอขยับมายืนแทรกกลางหว่างขาตน
“คุณทำแบบนี้ก็ไม่ต่างจากพวกในข่าวที่ฉุดผู้หญิงไปข่มขืน”
“ไม่ได้ฉุด แต่อุ้มมาให้คนเห็นเนี่ยแหละ อีกอย่างลองก่อนได้ไหมค่อยพูดว่าข่มขืนน่ะ เผลอๆ บีบีอาจจะติดใจพี่เหิมก็ได้” แล้วเขาก็จับบังคับมือหญิงสาวมาจับสัมผัสความอหังการตัวเองที่กำลังตั้งตารอคอยการสัมผัสจากคนตัวเล็ก
“มะ...ไม่นะ อย่าทำแบบนี้”
บูรณิการ์พยายามขืนมือตัวเองและดึงมือตัวเองต้านแรงดึงของบุรุษ แต่ก็พ่ายแพ้แรงบุรุษตัวโตอย่างกองทัพ มือเธอกำลังแตะสัมผัสกับความน่ากลัวตรงหน้า มันอุ่นร้อนและรู้สึกว่ามันจะขยับได้ มันตอบสนองมือของเธอที่แตะอยู่บนปลายเนื้อที่กำลังเบ่งบานของคนเถื่อน
“ตรงนี้ของบีบีกับตรงนี้ของพี่เหิมมันจะเข้ากันได้ดีไหมนะ”
เขาเอ่ยพึมพำเสียงพร่าเสียวขณะสายตามองจ้องความเป็นสาวอวบอูมตรงหน้าตน ส่วนมือใหญ่ก็บังคับมือน้อยให้เคลื่อนไหวกับท่อนเอ็นร้อนตัวเอง
“ยะ...อย่ามอง” สองขายกพาดไขว้กันทันทีเมื่อรู้ว่าถูกคนถ่อยจ้องมอง
หึหึ
เธอห้ามเขางั้นเหรอ กองทัพมองจ้องสามเหลี่ยมทองคำของบูรณิการ์แล้วก็ยิ้มเอ็นดูความอวบอูมสวยงามและมีเส้นขนขึ้นปกคลุมบางๆ
“ก็บอกว่าอย่ามองไงล่ะ” เธอตะโกนบอกกองทัพเสียงดังพร้อมใช้มือข้างที่ว่างอยู่ปิดตาของชายหนุ่ม
“ไม่ให้มองแล้วจะให้มองไปทางไหน ก็มันน่ารักนี่บีบี” เขาจับมือเธอที่ปิดตามาจูบเบาๆ แล้วก็ปล่อยมันเป็นอิสระ มืออีกข้างก็ยังคงบังคับมือน้อยเคลื่อนไหวกับเอ็นร้อนตัวเอง
“อ่า...รู้ไหมตอนนี้พี่เหิมต้องการบีบีมาก อ่า...เสียว อยากให้บีบีใช้ภายในของบีบีตอดรัดให้พี่เจ็บปวดมากกว่านี้ อื้ม...เสียว”
กองทัพครางเสียวให้คนตัวเล็กได้ยินว่าตนเองนั้นร้อนรุ่มเพราะมือและร่างกายของเธอมากแค่ไหน มือใหญ่ผละจากมือน้อยที่กำลังบังคับให้ขยับขับเคลื่อนถูไถกับเอ็นเนื้อตัวเองไปวางทาบทับตรงสามเหลี่ยมทองคำสตรี แล้วเริ่มลูบคลึงไปมา ก่อนจะรั้งเธอเข้ามาใกล้แล้วใช้เท้าใหญ่เหยียบกางเกงชั้นในและกางเกงซับในของเธอไว้กับพื้น ก่อนจะกอดอุ้มเธอยกขึ้นมานั่งคร่อมทับบนตักตัวเองและองศาที่กดร่างเล็กลงนั้น เขาก็แอ่นเด้งกระแทกกายอหังการตัวเองเด้งกระแทกเบียดแทรกกลางร่างน้อยครั้งเดียวเต็มลำใหญ่โตจนสุดโคนเนื้อ
“กรี๊ด! เจ็บ!” มันเจ็บปวดทรมานราวกับถูกกระชากทึ้งร่างแยกออกเป็นสองส่วน บูรณิการ์ดิ้นลุกหนีออกจากตักหนา แต่ก็ถูกแขนแข็งแรงของคนป่าเถื่อนกอดรัดรั้งไว้แน่น และเสียงร้องของเธอก็ดังถึงข้างนอกทำให้คนที่มาเข้าห้องน้ำได้ยินและกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเธอจึงเคาะทุบประตูรัวๆ เรียก
“คุณเป็นอะไรรึเปล่าครับ” เสียงของผู้ชายหน้าห้องดังตะโกนเข้ามาและทำให้ทั้งสองคนข้างในเงียบ บูรณิการ์เม้มปากแน่นด้วยกลัวว่าคนข้างนอกจะพังประตูเข้ามาและเขินอายผู้คนข้างนอก
“คุณครับๆๆ” คนด้านนอกยังคงร้องตะโกนพร้อมทุบตีประตูห้องน้ำรัวๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
“ไม่มีอะไรครับ แฟนผมเขาเล็กมากเลยทำให้เจ็บน่ะครับ” กองทัพตะโกนบอกคนหน้าประตู หากตอบช้ากว่านี้ทุกคนคงได้พังประตูเข้ามาแน่นอน และเขาไม่ปรารถนาให้ใครมาเห็นความสวยงามของคนเหนือตักหนาตนเอง
พอกองทัพตะโกนตอบ คนข้างนอกก็เข้าใจในความหมาย เพราะไม่ใช่แค่ครั้งแรกที่มีคนพาผู้หญิงมาร่วมกิจกรรมกันในห้องน้ำ แล้วเสียงหน้าประตูก็เงียบไป
“ฉันเจ็บ!” พอเสียงหน้าห้องเงียบ บูรณิการ์ก็บอกกองทัพอีกครั้งว่าตนนั้นเจ็บกลางกายความเป็นสาวที่เขากระแทกกายเข้าหาอย่างดุดัน
“อ่า...พี่เหิมไม่คิดว่าบีบีเป็นสาวพรหมจรรย์ ชูว์...ขอโทษครับทูนหัว” หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาอ่อนไหวยวบ เต้นแรงผิดจังหวะเมื่อรู้ว่าตนได้เป็นคนแรกของหญิงสาว ความรู้สึกการได้เป็นคนแรกของใครสักคนมันเป็นแบบนี้นี่เอง เพราะปกติที่ผ่านมาไม่เคยรู้เลย เขาไม่เคยได้เป็นผู้ชายคนแรกของใคร เคยเป็นแต่คนที่สี่ ห้าหรือมากกว่านั้นของสาวๆ
“อือ...เจ็บ! ได้โปรด...ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ อือ...” บูรณิการ์ขอร้องเสียงสั่นเครือ สองมือน้อยเกาะบ่าหนาพร้อมกับน้ำตาไหลหยดลงใบหน้าหล่อเข้มของคนถ่อย
น้ำใสๆ หยดลงแก้มสากทำให้กองทัพรู้สึกเห็นใจสงสารคนตัวเล็กที่โดนตัวเองกระทำอย่างป่าเถื่อน เพราะเขาไม่คิดว่าคนตัวเล็กจะยังบริสุทธิ์อยู่ ก็ยุคสมัยนี้แล้วมันยากที่จะยังมีผู้หญิงที่ยังรักษาพรหมจรรย์ แต่วันนี้ก็ได้เจอแล้วและเขาเองก็เป็นคนพรากมันไปจากบูรณิการ์
“อ่า...ขอโทษทูนหัว อ่า...พี่เหิมขอโทษ แต่ให้ปล่อยไปตอนนี้บีบีจะทรมานเชื่อพี่เหิมนะ ลืมความเจ็บปวดแล้วไปด้วยกัน ผ่อนคลาย อ่า...” เขายังไม่จับร่างน้อยยกขย่มท่อนเอ็นตัวเอง เขากอดเธอแน่นด้วยแขนข้างเดียว เพราะมืออีกข้างยกขึ้นซับเช็ดน้ำตาให้สาวน้อย
“ฉันเจ็บ! คุณข่มขืนฉัน ได้ยินไหมคุณข่มขืนฉัน ฉันเกลียดคุณ! อึก!” บูรณิการ์ก้มมองสบตาคนตัวโตด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวและเสียใจและยังเต็มไปด้วยความเกลียดแค้นกองทัพ
หัวใจที่ด้านชารู้สึกเจ็บแปลบอย่างประหลาดเมื่อได้เห็นสายตาของคนตัวเล็กส่งมาให้ เขารับรู้ได้ทุกอย่างถึงความรู้สึกของบูรณิการ์ และเขาก็คงทำได้แค่เพียงพูดว่า
“ขอโทษบีบี”
“สารเลว!” เธอตอบกลับเขาแล้วก็ดิ้นจะหนีจากตักหนา ไม่สนใจความเจ็บปวด แต่ยิ่งดิ้นเธอก็ยิ่งเจ็บตรงกลางความเป็นสาวที่ยังคงหลอมรวมเป็นหนึ่งกับคนโอหัง
“ครั้งแรกที่มีคนด่าพี่เหิมแบบนี้ แต่พี่ยอมเพราะพี่ทำสารเลวกับบีบีจริงๆ แต่ตอนนี้บีบีก็เป็น ‘เมีย’ ของผู้ชายสารเลวคนนี้แล้วนี่ จะเสียใจทำไม พี่เหิมใช่จะหน้าตาไม่ดีเสียที่ไหน เผลอๆ หล่อกว่าพวกดารานายแบบเสียอีกนะทูนหัว” เขาเจ็บที่เธอด่า แต่ก็ยอมรับ เพราะตนทำกับเธออย่างคนบ้านป่าเมืองเถื่อนจริงๆ “ฉันเกลียดคุณที่สุด อะ...อื้อ” แล้วเธอก็ร้องครางเจ็บออกมาเมื่อคนตัวโตยกร่างเธอขึ้นขย่มลงบนตักของเขาด้วยจังหวะหนักหน่วงพร้อมเอวสอบแอ่นเด้งรับตอบสนองแรงขย่มที่เขาบังคับเอาแต่ใจไปด้วย “อ่า...แน่นเหลือเกิน ไม่ไหวจริงๆ อดทนหน่อยนะ เดี๋ยวภายในของบีบีก็คุ้นเคยกับความใหญ่ยาวของพี่เองทูนหัว อ่า...เสียว” เขานั่งบนชักโครกแอ่นเด้งเร่าจังหวะขึ้นรับคนตัวเล็กที่ตัวเองบังคับยกอุ้มให้เธอขย่มโยกโคนเนื้อตัวเองตามใจปรารถนา “อะ...เจ็บ ได้โปรดหยุดเถอะ อ่า...ไม่ไหว เจ็บ อ่า...”ตอนนี้บูรณิการ์มีสองความรู้สึกเกิดขึ้นยามตั
กองทัพพาคนตัวเล็กกลับมาบ้านด้วย ก็เธอเล่นหลับคาอกของเขาในห้องน้ำจนต้องพามาด้วย อีกอย่างเขาก็ยังอยากจะเชยชมคนสวยตัวเล็กต่อ จึงไม่อยากปล่อยเธอกลับบ้าน พอมาถึงบ้านก็จัดการเปลื้องเสื้อผ้าเธอออกโยนทิ้งแล้วนำผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้เธออย่างอ่อนโยน “สวยไปทั้งตัวเลยนะบีบีของพี่เหิม” เขาทั้งเช็ดทั้งก้มลงจูบขบเม้มผิวกายนวลเนียนลออไปด้วย และสองมือสากกร้านก็เคล้นคลึงสองเต้าอวบใหญ่ล้นมือเกินคาด ก่อนหน้านี้เขาได้แค่มองมันผ่านเสื้อ ตอนนี้ได้เห็นเนื้อแท้และได้สัมผัสเคล้นคลึงแล้ว เขาไม่สนใจว่าเจ้าของเต้าจะหลับ ก็เขาจะขยำซะอย่าง กองทัพทิ้งผ้าเปียกในมือแล้วใช้มือเปล่าๆ ตัวเอง บดเร่าหน้าอกอวบอูมล้นมือของสาวน้อยแล้วเคลื่อนตัวคร่อมทับดูดกลืนกินยอดอกแข็งตึงของคนที่หลับสนิท เขาทำขนาดนี้เธอยังคงหลับไม่ยอมตื่น ยิ่งเธอหลับเขาก็ยิ่งตื่นเต้นที่ได้สัมผัสเฉกเช่นโจรเถื่อนในตอนนี้ เขากำลังจะลักหลับ ‘เมีย’ ตัวเอง ใช่...ก็ตอนนี้เธอเป็นของตน มีเพียงคำนี้คำ
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! กองทัพกำลังนอนกอดคนตัวเล็กหลับฝันหวานก็ต้องตื่นขึ้นมารีบกดรับโทรศัพท์เมื่อตอนเช้ามืด เพราะถ้าช้ากว่านี้เธอจะตื่น แต่จะว่าไปคนหลับลึกขี้เซาอย่างบูรณิการ์ไม่น่าตื่นถึงโทรศัพท์จะสั่นเตือนเสียงดังนานแค่ไหนก็ตาม แต่ก็เป็นเขาเองนั่นแหละรำคาญจนต้องลุกขึ้นมาคว้าหยิบโทรศัพท์ที่วางบนหัวเตียงมากดรับสายพร้อมกรอกเสียงห้วนส่งไปในสายบอกถึงอารมณ์ตัวเองในตอนนี้ “มีอะไรของมึงไอ้พี่หิน?” “เหมือนอารมณ์ไม่ดีที่กูโทรหา” “มึงแหกตาดูเวลามั่งว่ามันกี่โมงที่มึงโทรมา” “ตีห้า” “แล้วมึงคิดว่ากูต้องดีใจไหมที่มึงโทปลุกแต่เช้าไอ้พี่หิน” “แน่ใจว่าปลุก ไม่ได้รบกวนเวลามึงกับอีหนูที่ไหน” กองพลตอบกวนกลับมา
“ให้ตายสิวะ!” กองทัพเดินวนไปวนมาในห้องทำงานของตัวเองด้วยความหงุดหงิดงุ่นง่านใจ ก็ตั้งแต่วันนั้นจนตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบจะอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้เจอหน้าของบูรณิการ์ ใช่ว่าจะไม่ได้ไปที่โรงแรม เขาไปแทบทุกวัน แต่ไม่ได้หิ้วพาสาวไหนไปด้วย เขาไปนอนค้างที่นั่น จากที่เช่าไว้นอนเป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น แต่ตอนนี้ต้องไปทุกวันเพื่อที่จะได้เจอกับบูรณิการ์ เพราะหญิงสาวทำงานที่นั่น ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! “เข้ามา!” เสียงเข้มห้วนอนุญาตคนที่หน้าประตูให้เข้ามาในห้องได้ แอค! ชายเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารหลายเล่มที่หอบมาด้วย “มีเอกสารมาให้คุณกองทัพเซ็นครับ” ชายเดินมาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายหนุ่มเมื่อเจ้านายเดินไปทิ้งตัวลงนั่งกับเก้าอี้ทำงานป
บูรณิการ์หนีมาหลบในห้องน้ำหวังให้กองทัพจากไป เธอหลบซ่อนตัวในห้องน้ำนานเกือบสิบนาทีจนมั่นใจว่ากองทัพน่าจะไปจากหน้าเคาน์เตอร์แล้วจึงเปิดประตูห้องน้ำออกมาส่องกระจกเช็กดูความเรียบร้อยตัวเองก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ แต่พอเดินผ่านประตูออกมาก็ต้องหยุดเท้าที่เดิน เมื่อเสียงทุ้มเข้มคุ้นหูดังขึ้น “รอตั้งนาน” “คุณกองทัพ!” “เลิกเรียกห่างเหินสักทีบีบี ผัวง่วงจะตายแล้ว” แล้วเขาก็ฉวยโอกาสจับข้อมือเล็กดึงลากให้เดินตามตัวเอง ไม่สนใจว่าเธอจะขืนตัวจิกเท้าต้านแรงตัวเอง แต่มีหรือเรี่ยวแรงของเธอจะสู้เรี่ยวแรงช้างศึกอย่างตน “ปล่อยฉันคุณกองทัพ!” เธอสั่งเขาเมื่อถูกดึงลากมาหยุดยืนที่หน้าลิฟต์โดยสารท่ามกลางสายตาเพื่อนร่วมงานในโรงแรมที่อยู่ประจำกะดึกวันนี้กับตนเอง “ปล่อยเธอก็หนีพี่น่ะสิบีบี ถ้าไม่อยากอายคนไปมากกว่านี้ก็ยอมไปกับพี่เหิมดีๆ ไม่
เกษมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบน้ำชาหลังทานมื้อเช้าอิ่มแล้วพี่สาวก็เดินถือถาดผลไม้เข้ามาในห้องนั่งเล่นนั่งลงโซฟาตัวยาวอีกตัวที่อยู่ถัดทางขวามือของตัวที่ตนนั่ง เกษมปิดหนังสือพิมพ์แล้วพับหนังสือพิมพ์แล้ววางลงบนโต๊ะกลางโซฟาตรงหน้าแล้วหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นจิบดื่ม “สีหน้าพี่บู่ไม่ค่อยดี มีอะไรรึเปล่าครับ” “ก็หลานทั้งสามน่ะสิ พักนี้ไม่รู้เป็นอะไรไม่ค่อยสนใจพี่เลยพ่อเษม”บู่บอกน้องชาย กองพลก็ไปอยู่เหมืองไม่ยอมกลับมานอนบ้านทั้งๆ ที่ปกติมาค้างที่บ้านให้เห็นหน้าทุกวัน กองบินก็ไปฝรั่งเศสกว่าจะกลับก็เป็นอาทิตย์ แถมกลับมาก็ใช่จะกลับมาที่กำแพงเพชร เดี๋ยวก็อ้างงานที่กรุงเทพฯ ยุ่งเยอะอีก ส่วนไอ้หลานคนเล็ก กองทัพก็อยู่สระบุรี ไม่เข้าใจทำไมต้องไปมีธุรกิจที่นั่นด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ หลานชายของนางถึงต้องไปอยู่กันคนละที่ ส่วนไอ้คนโตว่าทำงานอยู่บ้านด้วย แต่พักนี้ทำตัวแปลก “พวกมันไม่สนใจ พี่ก็โทรหาพวกมันสิพี่บู่ จะรอให้พวกมั
หากกองทัพไม่ได้ถาม เธอก็ลืมไปเลยว่าตั้งแต่เดือนที่แล้วประจำเดือนของตนนั้นเลื่อน จนมาเดือนนี้ก็ยังไม่มา ทำให้ต้องแวะร้านขายยาซื้อที่ทดสอบการตั้งครรภ์มาตรวจขณะเดินทางมาทำงานในช่วงกะเช้า อาทิตย์นี้เธอทำงานกะเช้ายาวจนถึงสิ้นเดือน ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! มีสายเรียกเข้า เธอจึงหยุดเดินขณะจะเดินไปห้องน้ำแล้วล้วงกระเป๋าสะพายตัวเองหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นสมทรง เพื่อนสนิทของตน “บีบีเสาร์ว่างไหม?” สมทรงกรอกเสียงที่พยายามดัดให้เล็กส่งมาในสายที่บูรณิการ์กดรับ “เดี๋ยวบอกอีกทีแล้วกันสมทรงว่าว่างไหม”เธอยังไม่พร้อมจะเจอเพื่อนๆ ตอนนี้เพราะครั้งที่แล้วเพื่อนๆ ก็ซักเรื่องที่เธอถูกผู้ชายอุ้มออกจากผับแล้วหายไปด้วยกันทั้งคืน จนตอนนี้เธอก็ยังบอกเพื่อนๆ ไม่ได้ เพราะอายที่จะเล่าเรื่องของตัวเอง ทั้งๆ ที่ปกติมีเรื่องอะไร ปัญหาอะไรจะเล่าให้สมทรง นิภา
บูรณิการ์เตรียมซองขาวไว้ลาออกติดกระเป๋าไว้ตลอดมาสักพักแล้ว พอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ลูกของคนถ่อย เธอก็นำซองขาวมายื่นที่ฝ่ายบุคคลก่อนจะกลับบ้านทันที จากที่ว่าจะยื่นลาออกตอนสิ้นเดือนนี้ แต่ตอนนี้คงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว กองทัพก็เห็นที่ตรวจครรภ์แล้ว พอยื่นจดหมายลาออกเสร็จก็กลับบ้านของตัวเองทันที พอมาถึงบ้านก็เจอกับพ่อและแม่ที่เลิกงานกลับมาก่อนตัวเอง เธอก็บอกท่านทั้งสองว่าตัวเองได้ลาออกจากที่ทำงานแล้วและพร้อมจะไปทำงานช่วยคุณอาที่นครปฐม “แน่ใจแล้วเหรอลูก?” ผู้ว่าบันลือถามลูกสาว เพราะคุยกันครั้งก่อนยังไม่มีแววว่าจะลาออก แต่อยู่ๆ วันนี้ก็มาบอกว่าลาออกแล้ว “ค่ะพ่อ บีบีจะไปช่วยงานคุณอาค่ะ” เธอบอกท่านทั้งสองเสียงหนักแน่น “ลูกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมลูก ไม่ใช่ตัดสินใจเพราะอารมณ์ชั่ววูบใช่ไหมบีบี” ผู้เป็นแม่เอ่ยถาม เพราะสังเกตเห็นตาที่แดงก่ำของลูกสาวเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มายังไงไม่รู้&n
เหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวานนี้เอง ตอนนี้ลูกชายอายุได้สองขวบแล้ว เด็กชายทัพฟ้า สุปรีย์ หรือน้องบูม และกำลังจะเป็นพี่ชาย เพราะอีกสองเดือนเธอก็จะคลอดลูกคนที่สอง ใครจะคิดว่าชีวิตหลังแต่งงานกับกองทัพของเธอจะมีความสุขขนาดนี้ และเธอไม่อยากเชื่อว่าเสือผู้หญิงอย่างเขาจะจมปลักรักเธอแค่คนเดียว แต่ทุกอย่างมันก็พิสูจน์แล้วว่าเขา ‘รัก’ เธอและมีเธอแค่คนเดียวได้จริงๆ “ยิ้มอะไรอยู่ฮึทูนหัว” กองทัพที่เพิ่งกลับมาจากทำงานเดินเข้ามาหาภรรยาที่กำลังทำมื้อเย็นในครัว ส่วนลูกชายอยู่กับคุณตา คุณยายและคุณลุงที่สนามเด็กเล่น “มีความสุขค่ะ อีกอย่างบีบีก็ยังไม่อยากเชื่อว่าเราสองคนจะรักกัน” “เชื่อเถอะ ท้องสองแล้วนะ แล้ววันหยุดนี้เพื่อนของบีบีจะมากินข้าวที่บ้านด้วยกันไหม” กองทัพถามภรรยาพร้อมปลดกระดุมแขนเสื้อเชิ้ตแล้วพับขึ้นถึงข้อศอก อีกข้างก็ทำเช่นเดียวกัน&nb
พอตากลับมามองเห็นเป็นปกติ กองทัพก็ได้เห็นว่าตอนนี้บูรณิการ์ท้องแก่มากแล้ว และเขาเองก็มีความต้องการเหมือนกัน ตั้งนานแล้วแทบจะลงแดงตาย พอกลับมาถึงบ้าน เขาก็ไม่รอช้าจะอุ้มร่างอวบอิ่มของแม่ของลูกไปยังเตียงนอนนุ่มของตัวเองที่เคยพาบูรณิการ์มานอน “อือ...พี่เหิมอะไรกันคะเนี่ย” “ไม่อะไรแล้วทูนหัว บีบีก็รู้ว่าพี่เหิมเป็นคน ‘เซ็กซ์’ จัดแค่ไหนและก็รู้ว่าพี่เหิมต้องการเรามากแค่ไหนตอนตายังไม่เปิด” “แต่มันกลางวันอยู่นะคะ คุณพ่อ คุณแม่และพี่ชายของพี่เหิมทั้งสองก็อยู่ด้วย” “พวกเขาเข้าใจ ให้พี่เถอะนะ” แล้วเขาก็วางร่างอวบอิ่มที่อุ้มมานอนราบไปกับเตียง “แต่บีบีอายนะคะ” “มีอะไรต้องอายกันบีบี เราเป็นผัวเมียกันนะ พรุ่งนี้เราก็จะไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว”&nbs
นานหลายชั่วโมงกว่ากองทัพจะถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัดหลังจากผ่าตัดตาเสร็จ หมอบอกว่าเขาจะกลับมามองเห็นได้ปกติ แต่ตอนนี้ให้ทุกคนช่วยดูแลคนป่วยก่อน บูรณิการ์มองคนที่นอนหลับบนเตียงพักฟื้นมีผ้าสีขาวพันที่แขนและที่ตา ยิ่งมองเขานอนนิ่งก็ยิ่งเจ็บปวดและกลัว กลัวว่าเขาจะจากไป โชคดีที่เขายังมีลมหายใจ มือน้อยยกขึ้นปาดป้ายเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้มทิ้ง อึก! “ฉันไม่อยากให้คุณตาย ห้ามตายนะ ฮือ...” เธอรู้สึกผิดและเสียใจกับคำพูดตัวเองก่อนหน้านี้ที่พูดกับกองทัพที่บ้าน และคิดว่าเพราะตัวเอง กองทัพถึงเกิดอุบัติเหตุ “พี่เขาปลอดภัยแล้วลูก ไม่ต้องร้องนะหนูบีบี” นารีโอบกอดว่าที่สะใภ้คนเล็กของตัวเองที่กำลังยืนร้องไห้สะอื้นอยู่ข้างเตียง “เพราะหนู เพราะหนูพูดแบบนั้นกับเขา เขาถึงเป็นแบบนี้ อึก! ฮือ...” “ไม่เก
นารีกับเกษมพาลูกชายมาบ้านของผู้ว่าบันลือและครูจิตตราตั้งแต่เช้า มาถึงก็แนะนำตัวพร้อมบอกเจ้าบ้านว่าตนทั้งสามมาที่บ้านของทั้งสองในเช้าวันอาทิตย์นี้ทำไม เจ้าบ้านทั้งสองพอได้ยินเรื่องราวจากปากของกองทัพแล้วก็พากันเม้มปากแน่นเป็นเส้นตรงด้วยความโกรธและไม่พอใจที่ชายหนุ่มทำลายศักดิ์ศรีลูกสาวตนเองและยิ่งได้รู้ว่าตอนนี้บูรณิการ์กำลังตั้งครรภ์ก็ยิ่งโกรธ ทำให้คนที่เดินผ่านมาได้ยินพอดีอย่างบรรณวิช์เดินเข้ามากระชากคอเสื้อของกองทัพขึ้นแล้วอัดหมัดหนักๆ เข้าหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงด้วยความโกรธ โดยที่พ่อกับแม่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ตุ้บ! โอ๊ย! กองทัพโดนหมัดของพี่ชายบูรณิการ์จนหน้าหัน โหนกแก้มแตก แม้จะไม่พอใจอยากจะสวนกลับ แต่ก็ได้แต่เม้มปากกำมือแน่น เพราะยังไงตัวเองก็เป็นคนผิดและสมควรโดนแบบนี้แล้ว “มึงทำน้อ
ตอนนี้เขาตามหาบูรณิการ์เจอแล้ว จากที่ใช้เวลามาอยู่พักหนึ่ง ตอนนี้พี่ชายทั้งสองก็ประสบปัญหาหัวใจพร้อมกับตนเองและทั้งสองก็ ‘เมีย’ อุ้มท้องหนีไปเหมือนกันกับตน แต่ทุกคนสมหวังกันแล้ว มีความสุขกับพี่สะใภ้แล้ว เหลือแต่เขาที่ยังคงตามง้อบูรณิการ์อยู่ เขาอิจฉาพี่ชายทั้งสองเหลือเกินที่พี่สะใภ้ยอมให้อภัยแล้ว เหลือแต่ตัวเองนี่แหละที่ต้องมานั่งดื่มย้อมใจทุกวันในห้องของโรงแรมที่เคยเป็นสวรรค์ของตนและบูรณิการ์ ห้องนี้แหละที่ทำให้เขาและเธอได้มีเจ้าตัวเล็กด้วยกัน ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! “ครับแม่” เมื่อเห็นว่าเป็นแม่โทรมา เขาจึงรีบรับ ไม่อยากให้ท่านรอนาน “อยู่ไหนน้องเหิม ตอนนี้แม่กับพ่ออยู่บ้านนะลูก” นารีเอ่ยถามลูกชายคนเล็ก นางได้อยู่ยาวตั้งแต่กองพลโดนยิงอาการสาหัสและมีเรื่องวุ่นวายต่อให้จัดการจนตอนนี้ก็ยังไม่ได้กลับไปหาสามีและลูกที่ต่างประเทศ โชคดีที่พวกเขาเข้าใจนางว่าลูกชายทั้งสาม
บัวบูชากับอำนาจมองหลานสาวที่ตนเองรักเหมือนลูกสาวแท้ๆ เพราะทั้งสองแต่งงานอยู่กินด้วยกันมานานยี่สิบปีก็ไม่มีโซ่ท้องคล้องใจ แต่ก็มีหลานสาวและหลานชายลูกพี่ชายมาให้ได้ชื่นใจ และตอนนี้บูรณิการ์ก็มาอยู่ด้วยที่นครปฐม มาช่วยงานที่ร้านทองกิจการของตนและสามีและช่วยจัดการบริหารระบบของตลาดสดให้ใหม่ “คุณว่าหนูบีบีดูซึมๆ ไหมคะ” บัวบูชาถามสามีพร้อมกับมองไปทางหลานสาวที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ในสวนหลังบ้านในตอนเช้า “ผมสังเกตตั้งแต่วันแรกที่หลานมาถึงที่นี่แล้วแหละบัว แล้วบัวได้โทรถามพี่บันลือและพี่จิตตรารึยังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหนูบีบีถึงตัดสินใจลาออกจากงานที่ชอบแล้วมาอยู่ช่วยงานเราที่นี่” อำนาจเอ่ยกับภรรยา “บัวโทรไปถามพี่บันลือแล้วค่ะ แต่พี่บันลือก็ไม่รู้เรื่องอะไร ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของหนูบีบีเอง อีกอย่างพี่บันลือก็บอกว่าให้หนูบีบีพูดเอง เราอย่าไปเซ้าซี้เดี๋ยวจะทำให้บีบีเกิดความเครียดได้ค่ะ” บัวบูชาบอกสามี&n
บูรณิการ์เตรียมซองขาวไว้ลาออกติดกระเป๋าไว้ตลอดมาสักพักแล้ว พอรู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ลูกของคนถ่อย เธอก็นำซองขาวมายื่นที่ฝ่ายบุคคลก่อนจะกลับบ้านทันที จากที่ว่าจะยื่นลาออกตอนสิ้นเดือนนี้ แต่ตอนนี้คงอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว กองทัพก็เห็นที่ตรวจครรภ์แล้ว พอยื่นจดหมายลาออกเสร็จก็กลับบ้านของตัวเองทันที พอมาถึงบ้านก็เจอกับพ่อและแม่ที่เลิกงานกลับมาก่อนตัวเอง เธอก็บอกท่านทั้งสองว่าตัวเองได้ลาออกจากที่ทำงานแล้วและพร้อมจะไปทำงานช่วยคุณอาที่นครปฐม “แน่ใจแล้วเหรอลูก?” ผู้ว่าบันลือถามลูกสาว เพราะคุยกันครั้งก่อนยังไม่มีแววว่าจะลาออก แต่อยู่ๆ วันนี้ก็มาบอกว่าลาออกแล้ว “ค่ะพ่อ บีบีจะไปช่วยงานคุณอาค่ะ” เธอบอกท่านทั้งสองเสียงหนักแน่น “ลูกตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมลูก ไม่ใช่ตัดสินใจเพราะอารมณ์ชั่ววูบใช่ไหมบีบี” ผู้เป็นแม่เอ่ยถาม เพราะสังเกตเห็นตาที่แดงก่ำของลูกสาวเหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มายังไงไม่รู้&n
หากกองทัพไม่ได้ถาม เธอก็ลืมไปเลยว่าตั้งแต่เดือนที่แล้วประจำเดือนของตนนั้นเลื่อน จนมาเดือนนี้ก็ยังไม่มา ทำให้ต้องแวะร้านขายยาซื้อที่ทดสอบการตั้งครรภ์มาตรวจขณะเดินทางมาทำงานในช่วงกะเช้า อาทิตย์นี้เธอทำงานกะเช้ายาวจนถึงสิ้นเดือน ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! มีสายเรียกเข้า เธอจึงหยุดเดินขณะจะเดินไปห้องน้ำแล้วล้วงกระเป๋าสะพายตัวเองหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นสมทรง เพื่อนสนิทของตน “บีบีเสาร์ว่างไหม?” สมทรงกรอกเสียงที่พยายามดัดให้เล็กส่งมาในสายที่บูรณิการ์กดรับ “เดี๋ยวบอกอีกทีแล้วกันสมทรงว่าว่างไหม”เธอยังไม่พร้อมจะเจอเพื่อนๆ ตอนนี้เพราะครั้งที่แล้วเพื่อนๆ ก็ซักเรื่องที่เธอถูกผู้ชายอุ้มออกจากผับแล้วหายไปด้วยกันทั้งคืน จนตอนนี้เธอก็ยังบอกเพื่อนๆ ไม่ได้ เพราะอายที่จะเล่าเรื่องของตัวเอง ทั้งๆ ที่ปกติมีเรื่องอะไร ปัญหาอะไรจะเล่าให้สมทรง นิภา
เกษมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จิบน้ำชาหลังทานมื้อเช้าอิ่มแล้วพี่สาวก็เดินถือถาดผลไม้เข้ามาในห้องนั่งเล่นนั่งลงโซฟาตัวยาวอีกตัวที่อยู่ถัดทางขวามือของตัวที่ตนนั่ง เกษมปิดหนังสือพิมพ์แล้วพับหนังสือพิมพ์แล้ววางลงบนโต๊ะกลางโซฟาตรงหน้าแล้วหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นจิบดื่ม “สีหน้าพี่บู่ไม่ค่อยดี มีอะไรรึเปล่าครับ” “ก็หลานทั้งสามน่ะสิ พักนี้ไม่รู้เป็นอะไรไม่ค่อยสนใจพี่เลยพ่อเษม”บู่บอกน้องชาย กองพลก็ไปอยู่เหมืองไม่ยอมกลับมานอนบ้านทั้งๆ ที่ปกติมาค้างที่บ้านให้เห็นหน้าทุกวัน กองบินก็ไปฝรั่งเศสกว่าจะกลับก็เป็นอาทิตย์ แถมกลับมาก็ใช่จะกลับมาที่กำแพงเพชร เดี๋ยวก็อ้างงานที่กรุงเทพฯ ยุ่งเยอะอีก ส่วนไอ้หลานคนเล็ก กองทัพก็อยู่สระบุรี ไม่เข้าใจทำไมต้องไปมีธุรกิจที่นั่นด้วย ไม่เข้าใจจริงๆ หลานชายของนางถึงต้องไปอยู่กันคนละที่ ส่วนไอ้คนโตว่าทำงานอยู่บ้านด้วย แต่พักนี้ทำตัวแปลก “พวกมันไม่สนใจ พี่ก็โทรหาพวกมันสิพี่บู่ จะรอให้พวกมั