ไคท์รู้สึกงุนงง เธอรู้สึกว่าการคาดเดาของฮาร์วีย์ถูกทางแล้ว แต่ไม่มีทางที่รถจะเกือบพลิกคว่ำเพียงเพราะเรื่องที่พ่อเธอโดนตบไม่กี่ครั้งฮาร์วีย์พูดอย่างใจเย็นว่า “เอาล่ะ เลิกคิดมากได้แล้ว นี่เงิน 3.2 พันล้านดอลลาร์ มาแบ่งกันเถอะ คุณเอาไปครึ่งหนึ่ง”ฮาร์วีย์ไม่แยแส ในความเป็นจริงเขาไม่ได้ทำอะไรมากด้วยซ้ำตราหัวหน้าสาขานั้นถูกแกะสลักจากผลึกน้ำแข็งพันปี มันมีความเย็นโดยธรรมชาติของมันหากคนที่ฝึกฝนศิลปะการต่อสู้โบราณสวมตรานี้เป็นเวลานาน ไม่เพียงแต่เขาจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ แต่มันจะยังช่วยให้ผู้ถือมีสมาธิควบคุมพลังมากขึ้นบวกกับผลประโยชน์อื่น ๆ อีกนับไม่ถ้วนและถ้าคนธรรมดาถือมัน อย่างน้อยพวกเขาก็จะต้องเป็นหวัดแน่ ๆสำหรับแองเจลิน่าที่มีอาการป่วยภายในอยู่แล้ว มันจะทำให้อาการป่วยของเธอทรุดแน่นอนนี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฮาร์วีย์ถึงกล่าวว่าตรานี้จะไม่มีประโยชน์อะไรสำหรับจัสตินอีกเหตุผลหนึ่งก็คือข่าวที่ราเชลและไอเดนแพร่ออกไปเมื่อไม่นานมานี้ตราหัวหน้าสาขาในตอนนี้จึงไม่ได้เป็นสมบัติอีกต่อไป แต่เป็นระเบิดเวลาแทนฮาร์วีย์อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจหลังจากที่นึกถึงสถานการณ์ของจัสตินปัญหาที่เราก่อขึ
“เข้าใจแล้ว”ฮาร์วีย์เข้าใจทั้งหมดแล้ว“ไม่แปลกใจเลยที่พ่อของคุณและแองเจลิน่าถึงเกลียดคุณมากขนาดนี้และต้องการให้คุณแต่งงานไว ๆ“ทั้งหมดเป็นเพราะหุ้นที่คุณถืออยู่“แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมยินดีที่จะช่วยให้คุณกลับมามีอำนาจสูงสุดในองค์กรวอล์คเกอร์นะ”ทำไมเขาจะไม่ช่วยไคท์ต่อไปหากเขาสามารถทำได้ล่ะ?“อืม... ขอบคุณนะ”ไคท์รู้สึกสับสน เธอรู้ว่ามันเป็นเกียรติที่สูงส่งที่ฮาร์วีย์จะเสนอช่วยทำให้เธอกลับไปมีอำนาจสูงสุดในบริษัทได้อีกครั้ง แต่เธอก็ยังคงเพียงแต่พยักหน้าเพราะเธอไม่ต้องการที่จะปฏิเสธข้อเสนอของเขาโดยตรงรถกำลังแล่นอยู่บนถนนไปทางวิลล่าเมื่อโทรศัพท์ของฮาร์วีย์ดังขึ้นฮาร์วีย์มองดูโทรศัพท์ด้วยความงุนงง‘เฮเซล?’ทั้งสองไม่ได้ติดต่อกันมากนัก แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงโทรหาฮาร์วีย์ล่ะ?ฮาร์วีย์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะส่งสัญญาณให้ไคท์หยุดรถข้างถนนแล้วรับโทรศัพธ์“เฮเซล มีอะไรเหรอ? จะเลี้ยงข้าวผมหรือไง?”“คุณก็คิดถึงแต่อาหารนั่นแหละ!”เฮเซลกำลังเดือดดาลด้วยความโกรธที่ปลายสาย“คุณเป็นอะไรไป? เมื่อวานคุณก็ขาดงาน และวันนี้คุณก็ไม่มาอีก! คุณจะทำอะไรของคุณกันแน่?!“คุณรู้บ้างไหมว่าฉันต
ไคท์เปลี่ยนทิศทางของรถจากที่นั่งคนขับแล้วมองฮาร์วีย์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น“สตีเว่นเหรอ? เกิดอะไรขึ้น?"ฮาร์วีย์ยักไหล่“คุณลุงที่ครอบครัวผมรู้จักขอให้ลูกสาวเขาหาตำแหน่งพนักงานขายในไคเซน กรุ๊ปให้ผมไปทำ“สตีเว่นใช้ชื่อของคุณเพื่อหางานให้ผม นี่ผมควรจะขอบคุณเขาและทั้งครอบครัวของเขาไปตลอดชีวิตเลยไหม?”ไคท์หัวเราะเบา ๆ“ฮาร์วีย์ คุณกำลังล้อเล่นอยู่ใช่ไหม? คุณสามารถให้เงินฉันกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์โดยไม่คิดอะไร แต่คุณกลับต้องทำงานที่ได้ค่าจ้างเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ต่อเดือนอย่างนั้นเหรอ?”ฮาร์วีย์ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้“ก็ผมไม่มีทางเลือก พวกผู้ใหญ่ในครอบครัวผมไม่คิดว่างานที่ผมทำอยู่สุจริตอ ทำไมคุณไม่ให้ผมไปทำงานในตำแหน่งสูง ๆ แทนล่ะ?”“ได้ คุณเข้ามาแทนเป็นหัวหน้าขององค์กรวอล์คเกอร์ได้เลย ฉันจะพาคุณเข้าได้ทันที แต่ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยว่าไม่ง่ายเลยนะ” ไคท์ยิ้มและพูดติดตลกฮาร์วีย์ยิ้มโดยไม่ตอบอะไรในไม่ช้าเฟอร์รารี 488 ก็มาถึงอาคารของไคเซน กรุ๊ป เพื่อไม่ให้ฮาร์วีย์ถูกเปิดโปง เขาจึงขอให้ไคท์จอดรถไกล ๆ เผื่อมีคนสังเกตเห็นเขาไคท์ไม่ได้ออกรถทันทีที่ฮาร์วีย์ลงไป ความสนใจของเธอยิ่งสูงขึ
ในสายตาของเฮเซล ฮาร์วีย์ล้มเหลวที่จะได้รับการยอมรับจากเธอทันทีฮาร์วีย์เทียบกับสตีเวนไม่ได้ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงพี่ใหญ่อันดับต้น ๆ ในรายชื่อของเฮเซลเลยในขณะนั้นเฮเซลเริ่มสวดอ้อนวอนโดยหวังว่าพ่อของเธอจะไม่จับคู่เธอกับฮาร์วีย์สุดท้ายชาวนาจะไม่สามารถอยู่กับเจ้าหญิงได้อยู่ดีฮาร์วีย์เมินสายตาของเฮเซลและอ่านเอกสารผ่าน ๆ ในไม่ช้าเขาก็เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดทิโมธีขอให้ไคเซน กรุ๊ปส่งของให้ก่อนและรับปากว่าจะจ่ายเงินภายในหนึ่งเดือนแต่ล่วงเลยมาหนึ่งเดือนแล้ว เขาก็ยังไม่ได้จ่ายเงินคืนอีกหากเป็นคนอื่น พวกเขาทั้งหมดจะต้องตัวสั่นหากชื่อของบริษัทถูกเอ่ยถึงแต่ทิโมธีไม่เหมือนคนอื่น เขาเป็นถึงพี่เขยของเบนจามิน!ใครจะกล้าใช้กำลังกับน้องเขยของผู้บังคับบัญชาอันดับหนึ่งของมอร์ดู? ช่างเป็นเรื่องตลก!พูดได้ว่านี่เป็นเพียงเหตุการณ์ธรรมดา แต่บุคคลที่ก่อให้เกิดเรื่องนี้บังเอิญไม่ใช่คนธรรมดา ทำให้สถานการณ์ทั้งหมดซับซ้อนมาก“ประชุมนี้ ประชุมนั้น!“เราประชุมกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว!“มีใครคิดแผนดี ๆ ออกไหม?!“ถ้าเราไม่สามารถเอาเงินคืนมาได้ กำไรของบริษัทในปีนี้จะได้รับผลกระทบอย่างมาก!”“ถึงตอนนั้น ควา
“อย่างแรก ผมจัดการเรื่องนี้คนเดียวได้ นี่ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ดังนั้นคุณไม่ต้องไปหานายท่านวอล์คเกอร์หรือนายหญิงวอล์คเกอร์“ข้อสอง ผมจะได้ 20 เปอร์เซ็นต์จากเงินนั้นหากผมเอามันกลับมาได้“ตกลงไหม?”‘ฮาร์วีย์เหรอ?’‘เขาจะไปทวงเงินนั้นเหรอ?’‘และเขายังเรียกเพิ่มเป็น 20 เปอร์เซ็นต์อีก’ทุกคนเย้ยหยันฮาร์วีย์หลังจากที่เห็นท่าทางที่เฉยชาของเขา‘เด็กคนนี้คงไม่รู้ว่าเขากำลังจะเจอกับใคร’‘เขาคิดว่าคนอย่างทิโมธีจะให้ยอมคนง่าย ๆ เหรอ?’‘เขาอาจถูกเตะหน้าทันทีถ้าทิโมธีรู้ว่ามีคนที่เขาไม่รู้จักบุกเข้าไปในบ้านของเขา’‘แน่นอนว่าทิโมธีจะไม่สามารถทำอย่างนั้นได้เพราะเขานั่งอยู่ในรถเข็น แต่เขามีลูกน้องมากมาย!’เฮเซลตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นฮาร์วีย์โดดเด่นแบบนั้น เธอดึงเขาลงมาและพูดว่าว่า “ฮาร์วีย์ หยุดเล่นได้แล้ว!“นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะแก้ไขได้!“เลิกอวดดีสักทีได้ไหม?!”สตีเว่นชะงักเล็กน้อย เขามองฮาร์วีย์ซึ่งไม่ได้มาทำงานเป็นเวลาสองวันตั้งแต่หัวจรดเท้าและสงสัยว่าทำไมเดนเซลถึงยังไม่ฆ่าเขาอีกท้ายที่สุดแล้วสตีเว่นไม่ได้นับว่าอยู่ในวงสังคมระดับสูง เพราะฉะนั้นคงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าเขาจะได้ข่าวว่า
“คุณไม่ต้องใช้เวลาถึงสามวันด้วยซ้ำอย่างนั้นเหรอ?”พนักงานขายสาวสวยแกว่งขาไปมาในขณะที่ยิ้มจาง ๆ ให้ฮาร์วีย์“คุณบอกว่าคุณสามารถแก้ไขปัญหาด้วยการโทรศัพท์เพียงครั้งเดียวเหมือนครั้งที่แล้วเหรอ?”ฮาร์วีย์แตะหน้าจอโทรศัพท์ของเขาแล้วตอบว่า “ใช่แล้ว ผมต้องการแค่นั้น”พรวด!ทุกคนหัวเราะเบา ๆ หลังจากที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้นในขณะที่จ้องฮาร์วีย์ด้วยความดูถูกทุกคนรู้ข่าวจากวงในแล้วว่าฮาร์วีย์ขอลายเซ็นจากเฮลีย์ได้เพียงเพราะสตีเวน แผนคือการให้ความเคารพเฮเซลด้วยการมอบงานให้ฮาร์วีย์แต่แล้วตัวตลกนี้ก็คิดว่าทั้งหมดเป็นเพราะการกระทำของเขาเองอย่างนั้นเหรอ?ตลก!ในขณะนี้ทุกสายตาที่จ้องมองฮาร์วีย์เต็มไปด้วยความดูถูกพนักงานหญิงทุกคนต่างพากันดูถูกฮาร์วีย์‘เขาเป็นแค่คนจน! เขาคิดว่าตัวเองมีอำนาจในมอร์ดูมากขนาดนั้นในเลยเหรอ?’‘ถ้าไม่ใช่เพราะเฮเซล เขาจะทำอะไรได้สำเร็จบ้าง?’‘ขยะโสโครกไร้ประโยชน์อย่างเขาคิดว่าตัวเองใหญ่โตจริง ๆ!’เฮเซลมองฮาร์วีย์ราวกับว่าเขาทำลายความคาดหวังของเธอโดยสิ้นเชิง“พอได้แล้วฮาร์วีย์! เลิกเล่นได้แล้ว!“เราทุกคนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครั้งที่แล้ว!“ทำไมคุณยังจะเสแสร้งอีก
ขณะที่ฮาร์วีย์กำลังรีบไปที่ห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล แลรี่ก็พาเฟร็ดไปพร้อมกับคนอื่น ๆ ที่ถูกตบหน้าหลังจากที่ใส่ร้ายซินเธียร์และนั่งลงที่ทางเข้าห้องสวีทของโรงพยาบาลด้วยความไร้ยางอายการปราบปรามของฮาร์วีย์ทำให้เฮงเดียน เวิร์ล สตูดิโอเกือบจะล้มละลายแต่หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนจากหนึ่งในหกเจ้าชายแห่งมอร์ดู เอเลียส พาเทล แลรี่ก็มีกำลังใจฮึกเหิม!แลรี่ไม่แม้แต่จะสืบประวัติของฮาร์วีย์ก่อนด้วยซ้ำ และนำคนของเขามาเพื่ออวดความแข็งแกร่งของเขาเฟร็ดไม่ได้มีความยิ่งใหญ่แต่อย่างใด แต่ไม่เพียงแต่เขาจะเตะรถเข็นผู้ป่วยเมื่อเขาไปถึงโรงพยาบาลเท่านั้น แต่เขายังไล่ผู้ป่วยออกไปอีกด้วย!เมื่อพวกเขาไปถึงห้องของซินเธียร์ พวกเขายังสั่งให้ฮาร์วีย์มาขอโทษอีกโรงพยาบาลอยู่ในความโกลาหลที่สุด ผู้ป่วยต่างหลบซ่อนตัว ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้พวกเขาโอลด์ ไนเนอร์ จอร์จและไทสัน อยู่ในห้องของซินเธียร์โอลด์ ไนเนอร์พร้อมที่จะให้คนของเขาจัดการกับแงรี่และผู้ติดตาม แต่เขายับยั้งตัวเองหลังจากที่ตระหนักว่าพวกเขาเป็นคนมอร์ดูไม่ใช่บัควูด เขาเอนตัวไปหาไทสันและกระซิบว่า “ไทสัน คุณยอร์กขอให้เราเฝ้าซินเธียร์ แล้วดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น
การกระทำของฮาร์วีย์ทำให้เฮงเดียน เวิร์ล สตูดิโอตกอยู่ในความโกลาหลและในฐานะหนึ่งในบุคคลที่ทำให้เกิดเรื่อง เฟร็ดจึงถูกบริษัทสอบสวนและทำให้เขาเกิดความเครียดอย่างมากวันนั้นเขาตามแลรี่ไปกระทืบใครบางคน นั่นคือเหตุผลที่เขาจึงเปล่งอำนาจการที่เฟร็ดสาดน้ำใส่หน้าจอร์จเป็นเพียงการทักทายเท่านั้นยังมีอีกมากที่จะตามมาหลังจากนั้นดาราหญิงสองสามคนที่ตามมาล้วนแสดงสีหน้าที่ดูถูกเหยียดหยามฮาร์วีย์ดูถูกแลรี่และเฮงเดียน เวิร์ล สตูดิโอ นี่ไม่ใช่สิ่งที่การโดนน้ำไม่กี่แก้วราดหน้าจะแก้ปัญหาได้แลรี่มองสถานการณ์อย่างเมินเฉยในขณะที่นั่งไขว่ห้างและสูบซิการ์ของเขาในสายตาของเขา เขาควรจะแสดงอำนาจเหนือฮาร์วีย์เผื่อว่าผู้คนจะคิดว่าเขาถูกรังแกได้ง่ายทว่า จอร์จไม่โกรธ เขาเช็ดน้ำออกจากหน้าและพูดอย่างใจเย็นว่า “ผู้อำนวยการมิลเลอร์ คุณทำเกินไปแล้ว! คุณไม่รู้หรือว่าเราจะมีโอกาสทำงานร่วมกันได้มากขึ้นถ้าเราเข้ากันได้?”“ใช่! คุณโวยวายที่นี่มาทั้งวันแล้ว! ผู้ชายคนนี้ไม่เพียงแต่จะไม่โกรธ แต่เขายังเอาน้ำมาให้คุณด้วย! ถ้าคุณจะไม่รับก็ไม่เป็นไร แต่คุณยังสาดมันใส่หน้าเขาอีก! คุณไม่คิดว่ามันแรงไปหน่อยเหรอ?”“จริง! ภ
“อย่างนั้นเหรอ?”ร็อดนีย์ทำเสียงเยาะเย้ยหลังจากได้ยินคำพูดของฮาร์วีย์“ฉันไม่ได้ต้องการดูหมิ่นอะไรแกหรอกนะไอ้หนู!“แกไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเหรอ ถึงได้พูดอะไรออกมาแบบนั้น?“มา ๆ! บอกฉันหน่อยว่าแกเรียนที่ไหน ฉันจะได้ประเมินความสามารถของแกได้!“บอกตามตรงนะ ถึงแม้ว่าแกจะพาอาจารย์ซีเกลอร์มาที่นี่ โอกาสก็ยังคงมีเท่าเดิม!”ฮาร์วีย์เหลือบมองที่หัวของเวส ดูเหมือนว่าพลังชั่วร้ายที่อยู่ในตัวเขากำลังจะปรากฏออกมาแล้ว ความทุกข์ทรมานที่เขารู้สึกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน คงเป็นเรื่องยากสำหรับเขาการนอนไม่หลับอาจเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยสำหรับเขาไปเลยก็ได้ถ้าเขาสามารถข่มใจให้นอนหลับได้ เขาก็จะต้องสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้ายอยู่ดีณ จุดนี้ เขาคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้นฮาร์วีย์รู้สึกสงสารอย่างไม่ต้องคิดทบทวนอะไรเลยฮาร์วีย์หันไปมองร็อดนีย์“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยหรอก ผมไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้จากอาจารย์คนไหนทั้งนั้น”ร็อดนีย์ตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา"แล้วยังมีหน้ามั่นใจได้ถึงขนาดนี้อีกเหรอ?”“แต่ผมรู้เรื่องศิลปะการฆ่านะ” ฮาร์วีย์ตอบ“ยกตัวอย่างเช่น เมื่ออยู่ต่อหน
“อะไรนะ!”อาร์เล็ตตกใจมากกับอาการของคุณปู่ แต่เธอรู้สึกประหลาดใจมากกว่าที่ฮาร์วีย์สรุปอาการได้แม่นยำร็อดนีย์ก็สรุปอาการเหมือนเขาเป๊ะเวสทำสีหน้าแปลก ๆ เมื่อเขามองไปที่ฮาร์วีย์ เขาไม่คาดคิดว่าฮาร์วีย์จะเก่งกาจได้ถึงขนาดนั้นไคริทำสีหน้าแสดงความชื่นชมเธอเชื่อมั่นในความสามารถของฮาร์วีย์มาโดยตลอด นั่นคือเหตุผลที่เธอพาเขามาที่นี่ตั้งแต่แรกเป็นไปตามคาด เขาทำได้อย่างที่เธอคาดหวังเอาไว้เวสมองฮาร์วีย์ก่อนจะหันไปมองร็อดนีย์“เรารู้จักกันมาหลายปีแล้วนะ ร็อดนีย์“ลองทำตามวิธีการของคุณก็แล้วกัน แล้วดูซิว่าคุณจะรักษาผมได้หรือเปล่า”“ผมจะขอพูดตรง ๆ กับคุณนะเวส มีแหล่งพลังงานชั่วร้ายอยู่ในตัวคุณ วิธีเดียวที่จะช่วยคุณได้คือต้องกำจัดแหล่งพลังงานนั้นออกไป” ร็อดนีย์ตอบอย่างเคร่งขรึม“แต่ถึงกระนั้นผมก็มีอะไรอยากจะบอกคุณ“ขั้นตอนนี้มีความเสี่ยงมาก“ถ้าเราไม่ระวัง พลังงานชั่วร้ายในคุณก็จะปรากฏตัวออกมา แล้วฆ่าคุณทันที”อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อ“มั่นใจแค่ไหนคะ คุณปู่ฟอสเตอร์?”ร็อดนีย์ขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง“ผมบอกไม่ได้ว่าแหล่งพลังงานนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่ ดังนั้นตอนนี้โอกาสสำเร็จมีเพียงยี่สิบถึงส
“นานสุดแค่สองสามสัปดาห์เหรอ?อาร์เล็ตตัวแข็งทื่อก่อนที่จะระเบิดความโกรธเกรี้ยวออกมา“ไอ้สารเลว! แกไม่เพียงแต่ไม่เก่งอะไรสักอย่างแล้ว แต่ยังกล้าสาปแช่งคุณปู่ของฉันอีกเหรอ?!“แกนี่มันช่างชั่วช้าจริง ๆ!“ไอ้คนไร้มนุษยธรรม!“ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้เลย!“เลิกพยายามสร้างภาพที่นี่ได้แล้ว!“ถ้าฉันไม่เห็นแก่ไคริล่ะก็ฉันจะหักขาแกด้วยมือของฉันเองแล้ว!”เห็นได้ชัดว่าคำเตือนของฮาร์วีย์ทำให้อาร์เล็ตโกรธเคืองอย่างมากบรืน!มีเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นก่อนที่รถโตโยต้า อัลพาร์ดสีเหลืองจะแล่นมาจอดอยู่ข้างนอกมีคนหนุ่มสาวสองสามคนกระโดดลงมาจากรถ พร้อมทั้งถือกล่องโบราณอยู่ในมือหลังจากนั้นก็มีชายสูงอายุคนหนึ่งเดินออกมาเขาสวมเสื้อคลุมที่เปล่งรังสีออร่าของผู้ปราดเปรื่องออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาคือผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยฮาร์วีย์ทำหน้าสงสัยก่อนจะจดจำใบหน้านั้นได้ชายคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยระดับสุดยอดของโกลด์เด้น แซนด์“ในที่สุดคุณปู่ฟอสเตอร์ก็มาถึงแล้ว!อาร์เล็ตเดินออกไปรับด้วยสีหน้าเบิกบานใจ“คุณปู่มาถูเวลาพอดีเลย! ไม่อย่างนั้นครอบครัวของเราคงโดนนักต้มตุ่นหลอกเอา
ฮาร์วีย์ยิ้มจาง ๆ หลังจากได้ยินข้อสงสัยของอาร์เล็ต“สถานการณ์ของคุณเพแกนไม่ได้มีความซับซ้อนอะไร แค่ร่างกายของเขาโดนพลังงานชั่วร้ายเล่นงานเท่านั้นเอง“ปัญหานั้นจะได้รับการแก้ไขทันทีที่มีการจัดการที่ต้นเหตุ"“พลังงานชั่วร้ายเหรอ?”เวสชะงักไปครู่หนึ่ง“แต่ฉันก็ระวังตัวอยู่เสมอนะ ฉันไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปในสถานที่ที่จะมีพลังชั่วร้ายแบบนั้นเลย“ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฮวงจุ้ยก็ยังออกแบบคฤหาสน์ทั้งหลังนี้ให้ฉันด้วย ที่ดินก็มีความบริสุทธิ์ผุดผ่องด้วย แล้วทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ล่ะ?“นอกจากนี้เราก็อยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วด้วย แต่ไม่เคยเกิดเรื่องร้าย ๆ อะไรกับเราเลยจวบจนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้“นั่นเป็นเพราะเมื่อเร็ว ๆ นี้แหล่งพลังงานชั่วร้ายนั้นได้เพิ่งหาทางเข้ามาที่นี่ได้" ฮาร์วีย์ตอบอย่างตรงไปตรงมา“เมื่อเร็ว ๆ นี้มันเจอหนทางที่เข้ามาที่นี่ได้เหรอ?'อาร์เล็ตหัวเราะอย่างเย็นชา“คุณคิดว่าเราโง่หรือไง?“พลังชั่วร้ายมีแต่ในบ้านผีสิงเท่านั้นแหละ!“บ้านของเราอยู่ในสภาพเดิมมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว! ทำไมถึงเกิดขึ้นได้ล่ะ?!“คุณอ้างว่ามันมาที่นี่เมื่อไม่นานมานี้เหรอ?“ก็บอกมาเลยสิว่าปู่
อาร์เล็ตเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เวสฟังอีกครั้ง ก่อนจะกัดฟันกรอดต่อหน้าฮาร์วีย์“ทำไมคุณถึงทำอะไรตามใจชอบโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยล่ะ?!“ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคุณปู่ของฉัน คุณก็คงตายแน่!“คุณคิดที่จะช่วยใครเพียงให้ได้ค่าขนมนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเองน่ะเหรอ?!“คุณช่างเป็นคนน่ารังเกียจจริง ๆ!"ในดวงตาของอาร์เล็ตมีแต่ความดูถูกเหยียดหยาม“ถ้าไม่ใช่เพราะผมที่ยกโครงเหล็กของรถเอาไว้ ป่านนี้คุณเพแกนก็คงกลายเป็นเศษเนื้อเละ ๆ ไปแล้วล่ะ”ใบหน้าของอาร์เล็ตดูมืดมนลงทันที“คุณกล้าดียังไงมาสาบแช่งคุณปู่ของฉันแบบนั้น ไอ้สารเลว!?!“ยอมรับออกมาต่อหน้าทุกคนซะว่าคุณพูดล้อเล่น!“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ คุณปู่ของฉันก็คงไม่ต้องเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหรอก!”สีหน้าของอาร์เล็ตดูเย็นชาราวกับน้ำแข็งในตอนนี้เธอรู้สึกอกสั่นขวัญแขวนเมื่อคิดว่าฮาร์วีย์อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปู่ของเธอต้องเสียชีวิต“ฮาร์วีย์เป็นนักศิลปะป้องกันตัวนะอาร์เล็ต เขามีความแข็งแกร่งกว่าผู้ชายธรรมดาทั่วไปหลายเท่า เขาต้องมั่นใจที่จะช่วยคุณปู่ของคุณได้ ถึงได้ลงมือทำไปอย่างนั้น"ไคริก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับขมวดคิ้ว“ฉันไม่รู้ร
เมื่อได้ยินคำพูดของไคริ ผู้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ชายคนนั้นก็ทำสีหน้าที่ดูแย่มากเห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งหมดต่างรู้ว่าผู้ชายคนนี้มีโอกาสที่จะตายสูงมาก เมื่อดูจากสภาพร่างกายของเขาแล้ว“ขอบคุณที่เป็นห่วงลุงนะ"ชายคนนั้นแค่ยิ้มให้เฉย ๆ ราวกับว่าเขารู้ว่าความตายของเขาเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“โอ้ ไคริ… หลานไม่ต้องเศร้าเสียใจกับเรื่องปู่หรอก ปู่รู้ว่ามีชีวิตก็ย่อมมีตายเป็นธรรมดา“เออจริงสิ ปู่ได้ยินมาว่าหลานถูกลอบทำร้ายในระหว่างบินมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อนนี่นา“หลานสบายดีไหม?“ปู่มีหัวไชเท้าร้อยปีอยู่สองสามหัว เอาไปกินเพื่อเพิ่มพลังได้นะ"แน่นอนว่าชายคนนี้เป็นห่วงเรื่องสุขภาพของไคริไคริยิ้ม“ขอบคุณค่ะลุง!“หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มีคนบนเที่ยวบินเดียวกันได้ช่วยหนูเอาไว้ นั่นคือเหตุผลที่หนูยังมายืนอยู่ตรงนี้ได้"จากนั้นไคริก็ชี้ไปที่ฮาร์วีย์“หนูขอแนะนำให้ลุงรู้จักกับฮาร์วีย์ค่ะ เขาเป็นคนที่ช่วยชีวิตหนูไว้ในตอนนั้น“ฮาร์วีย์ นี่คือลุงของฉันค่ะ เวส เพแกน“ตระกูลเพแกนเป็นหนึ่งในตระกูลที่ตัดขาดจากโลกภายนอกที่อยู่ในโกลด์เด้น แซนด์แห่งนี้ พวกเขาถือเป็นหนึ่งในตระกูลลึกลับของเมืองนี้
บรืน!สิบห้านาทีต่อมาก็มีเฟอร์รารี่สีแดงคันหนึ่งเข้ามาจอดตรงหน้าวิลล่าเมื่อกระจกรถเลื่อนลงมาก็เห็นใบหน้าอันงดงามของไคริแถมเธอยังใส่แว่นกันแดดด้วย เลยทำให้เธอดูทันสมัยและงามพริ้งเป็นพิเศษไคริเหลือบมองฮาร์วีย์ก่อนจะส่งยิ้มให้จาง ๆ“เชิญค่ะคุณยอร์ก"ฮาร์วีย์ไม่มีโอกาสได้มองหน้าไคริอย่างใกล้ชิดมาก่อน...แต่เมื่อได้มองภายใต้แสงแดดอันสดใส เขาบอกได้เลยว่าไครินั้นดูสวยราวกับภาพวาด แค่ความสวยดุจเทพธิดาเพียงอย่างเดียว ก็ทำให้ตึกรามบ้านช่องพังถล่มด้วยการมองเพียงแวบเดียวได้แล้วแมนดี้ก็มีหน้าตางดงามเช่นกัน แต่ไคริก็สวยไม่ได้ด้อยไปกว่าเธอเลยทั้งสองคนนี้เป็นดั่งดอกไม้ที่สวยงดงาม เธอทั้งคู่ต่างก็มีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูดในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งยากจะบอกได้ว่าใครสวยกว่าใครโดยทั่วไปแล้วไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็เลือกไม่ได้หรอกว่าอยากจะได้คนไหนมากกว่ากันพวกเขาทั้งหมดคงอยากได้ทั้งสองคนนั่นแหละฮาร์วีย์สงบสติอารมณ์ตัวเองด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนก้าวเข้าไปในรถทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็มีกลิ่นหอมภายในรถโชยเข้าจมูกทันที แล้วเมื่อมองเห็นขาอันเรียวเล็กของไคริเข้าไปอีก ฮาร์วีย์ก็อดที่จะรู้สึกวิงเวียนคล
ฮาร์วีย์ก้มศีรษะลงอย่างไม่ลังเล ก่อนจะตัดสินใจยอมแพ้ในเรื่องนี้จากนั้นเขาก็ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องไปแมนดี้ทำเสียงเยาะเย้ยอย่างเย็นชา เธอคิดว่าฮาร์วีย์ดูแปลก ๆ ไปในตอนนั้น***ในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฮาร์วีย์กำลังจะออกไปข้างนอกเพื่อทำการสอบสวนคนในตระกูลจอห์นก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั้นก็มีสายโทรศัพท์เข้ามาฮาร์วีย์เหลือบมองก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา“คุณไม่โทรหาฉันเลยนะคะ? ฉันเป็นเพื่อนของคุณนะฮาร์วีย์"มีเสียงนุ่ม ๆ ดังขึ้นจากปลายสายอีกด้านหนึ่ง เธอคือไครินั่นเอง“คุณพาเทลเหรอ?”ฮาร์วีย์ตัวแข็งทื่อ เขาไม่คาดคิดว่าไคริจะโทรหาเขาในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้“คุณเรียกแต่ชื่อฉันไม่ได้เหรอคะ?” ไคริถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง“ก็ได้ครับไคริ"ฮาร์วีย์ไม่อ้อมค้อม“คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมในช่วงเช้าตรู่ขนาดนี้เหรอ?”ฮาร์วีย์รู้ดีว่าคนอย่างไคริจะไม่มีวันทำอะไรโดยไม่มีเหตุผลไม่มีทางที่เธอจะแค่โทรมาเชิญฮาร์วีย์ไปดื่มชาด้วยกันเท่านั้น“บอกตามตรงนะคะว่าฉันได้สืบหาข้อมูลของคุณนับตั้งแต่วันที่เราเจอกันที่สนามบิน“ฉันได้ส่งคนไปติดตามคุณด้วย“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอะไร“เพราะยังไงก็ตามฉันต
แมนดี้ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินน้ำเสียงอันชอบธรรมชองอัลม่า“ฉันไม่เคยเห็นหน้าพี่ชายเธอเลยนะอัลม่า“เลิกพยายามจับคู่ให้เราสักทีได้ไหม?”อัลม่าเงยหน้าขึ้นก่อนจะทำเสียงเยาะเย้ย“พี่ชายฉันเป็นผู้ชายที่มีความโดดเด่น! เขาเป็นลูกน้องที่นายน้อยคนโตให้ความไว้วางใจมากที่สุด!“ผู้หญิงในเมืองนี้ต่างก็อยากได้เขาเป็นแฟน!“ฉันให้โอกาสเธอก็เพราะเธอเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน! ฉันเก็บผู้ชายที่มีความโดดเด่นเอาไว้ให้เธอโดยเฉพาะ!“ไม่มีใครได้รับโอกาสนี้หรอก!อัลม่าทำสีหน้าที่ดูหยิ่งผยอง“เธอควรจะรู้ว่าอะไรดีสำหรับเธอนะแมนดี้!”แมนดี้ทำสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูก ก่อนจะเอาหัวพิงหมอนพร้อมกับเอามือก่ายหน้าผาก“เอาล่ะพอแค่นี้ก่อนนะ ฉันมีเรื่องต้องทำในวันพรุ่งนี้ ฉันต้องขอตัวก่อนละนะ" แน่นอนว่าเธอไม่อยากจะโต้เถียงกับอัลม่าในเรื่องนี้“ราตรีสวัสดิ์นะ!”อัลม่ายิ้มจาง ๆ“แต่ยังไงก็ตามฉันได้สัญญากับพี่ชายไว้แล้วนะแมนดี้...“ฉันบอกเขาไปว่าเธอยังเป็นสาวบริสุทธิ์อยู่ ถึงแม้ว่าเธอจะคบหากับไอ้ตัวโสโครกที่เป็นสามีเก่าของเธอมาสามปีเต็มแล้วก็ตาม!“อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ!“ไม่อย่างนั้นฉันก็ไม่รู้ว่าพี่ชายฉันจะจัดการกับเข