“เจ้าค่ะ”ต้าหู่รีบเดินตามหวังหยวนไป ทั้งสองก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตรงไปบ้านตระกูลหยางเมื่อมาถึงหน้าประตูบ้านตระกูลหยาง หวังหยวนก็เดินไปที่ประตู แล้วเคาะประตูเบา ๆไม่นาน ชายชราวัยห้าสิบก็เปิดประตูออกมา“พวกท่านไม่คุ้นหน้า ขอถามได้หรือไม่ว่าพวกท่านมาจากที่ใดกัน?”คนพูดคือพ่อบ้านตระกูลหยาง เขามองหวังหยวนด้วยความสับสน พิจารณาจากเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่“ท่านผู้เฒ่า ข้าชื่อหวังหยวน วันนี้ข้าต้องการเข้าพบหัวหน้าตระกูลหยาง โปรดแจ้งให้ข้าด้วย”ชายชราพยักหน้า ยิ้มอย่างสุภาพแล้วพูดว่า “ทราบแล้วขอรับ เช่นนั้นกรุณารอที่ประตูสักครู่”ชายชราหันหลังเดินเข้าไปในห้องโถงที่หยางอู่ตวนอยู่“นายท่าน มีชายผู้หนึ่งอ้างว่าชื่อหวังหยวนต้องการเข้าพบขอรับ”“หวังหยวนหรือ?”เมื่อหยางอู่ตวนได้ยินชื่อนั้น นัยน์ตาของเขาก็ฉายแววจริงจังทันที เขาวางถ้วยชาในมือลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ไม่ให้พบ”“ขอรับ นายท่าน”ก่อนที่พ่อบ้านจะออกไป เขาก็ได้ยินหยางอู่ตวนพูดอีกครั้ง “ช่างเถอะ พาพวกเขาไปรอในห้องโถงใหญ่”“บอกว่าข้ามีเรื่องต้องจัดการ ให้พวกเขารอสักครู่ หากชาหมดก็ให้เติมเรื่อย ๆ จนกว่าพวกเขาจะจากไป”
“ต่อให้ภรรยาจะคลอดบุตร แต่ก็ควรรู้ว่าเป็นการปล่อยให้แขกที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยมานั่งรอนานถึงเพียงนี้ เหตุใดจึงไม่แวะมาหาแขกก่อนล่ะ?”หวังหยวนวางถ้วยชาลง ส่ายหน้าเบา ๆ เแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ข้าเดาว่า เราคงไม่ได้พบหัวหน้าตระกูลหยางในวันนี้”“เหตุใดกัน?”หลี่ซื่อหานรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เมื่อมองหวังหยวน ก็เห็นสีหน้าที่แสดงออกว่า ‘ข้าเดาได้ตั้งนานแล้ว’“หากเขาต้องการพบเรา คงไม่มีข้อแก้ตัวมากมายถึงเพียงนี้”หลังจากที่หวังหยวนพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืนช้า ๆ แล้วพูดกับทุกคน “เอาล่ะ เราจะกลับไปกันก่อน วันนี้ท่านหยางคงไม่ออกมาพบพวกเรา”ต้าหู่ยังคงดูไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเดินตามออกไปทันทีที่ทุกคนก้าวออกไป ก็เห็นพ่อบ้านเฒ่ารีบเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้นเขาพูดกับทุกคนด้วยรอยยิ้มสุภาพบนใบหน้า “ต้องขออภัยทุกท่านด้วย จู่ ๆ เจ้านายของพวกข้ารู้สึกไม่สบายขอรับ”“เขาเพิ่งทำงานเสร็จ แล้วรู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อยจึงกลับไปพักผ่อน ขณะนี้อยู่ระหว่างการรักษา จึงไม่อาจมาพบท่านได้ ต้องขออภัยด้วย”ต้าหู่มีสีหน้าไม่พอใจ ขณะที่เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ก็เห็นหวังหยวนส่ายหน้าเบา ๆ“เช่
หยางอู่ตวนไม่ได้โกรธ แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามของลูกชายตามตรง เขาถามกลับว่า“ลูกพ่อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าระหว่างทางมาที่นี่ หวังหยวนทำอะไรไปบ้าง?”หลังจากที่หยางอู่ตวนพูดจบแล้ว หยางถิงก็คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าได้ยินมาว่าหวังหยวนกำลังสร้างเส้นทางการค้าบางอย่าง นี่น่าจะเป็นเรื่องที่ดีขอรับ”“ถูกต้อง ถือได้ว่าเป็นเรื่องดี บอกพ่อสิว่ามันดีอย่างไร?”หยางอู่ตวนถามอีกครั้งหยางถิงคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ผลประโยชน์ขอรับ วิธีนี้จะทำให้เราเก็บค่าคุ้มครองได้มากขึ้นขอรับ”หยางอู่ตวนพยักหน้า “ใช่แล้ว เจ้าพูดถูก เราจะได้รับค่าคุ้มครองเพิ่มขึ้นแน่นอน”“แต่มันยังไม่เพียงพอ เพียงเพราะค่าคุ้มครอง พ่อไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น”หยางถิงไม่เข้าใจว่าพ่อของเขาจะสื่ออะไร แต่เขาก็ยังถาม“ท่านพ่อ ยังมีความหมายลึกซึ้งอะไรอีกหรือขอรับ?”หยางถิงพูดจบ หยางอู่ตวนก็พยักหน้า“แน่นอนว่าพ่อแค่ต้องการแสดงให้เขาเห็น ด้วยวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาเข้าใจได้ว่า มันไม่ง่ายเลยที่จะร่วมมือกับเรา การต่อรองราคาก็จะเป็นเรื่องง่าย”“หวังหยวนผู้นี้เป็นเศรษฐี หากไม่ฆ่าก็จะไม่ถูกฆ่า”หลังจากที่หยางอู่ตวนพูดจบ หยางถิงก็ตกต
แม้หยางถิงจะรู้ว่าหวังหยวนเป็นอัจฉริยะด้านธุรกิจ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าหวังหยวนมีสินค้าอะไรบ้างเมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เขาก็ตกใจเล็กน้อย!สิ่งเหล่านี้ช่างดีจริง ๆ!แต่ละอย่างขายดีมาก!“สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่หวังหยวนต้องการจะขาย นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาเปิดเส้นทางการค้าด้วย”“ลูกพ่อ เจ้ารู้หรือไม่ว่าของพวกนี้ทำกำไรได้เท่าใด?”หยางถิงย่อมเข้าใจสิ่งที่หยางอู่ตวนจะสื่อสิ่งเหล่านี้หาได้ยาก“โดยเฉพาะแก้วคริสตัลนี้ ดูเนื้อสัมผัสสิ ช่างพิเศษเหลือเกิน! หวังหยวนมีความสามารถในการสร้างอะไรเช่นนี้จริง ๆ!”“นี่เป็นสิ่งที่คนรวยหลายคนชอบ มันมีค่ามาก หากควบคุมมูลค่าตลาดได้ คงจะทำเงินได้มหาศาล”หยางอู่ตวนพูดจบ ก็มองหยางถิง ลูกชายของเขาด้วยรอยยิ้มหยางถิงเข้าใจทันทีว่าพ่อของเขาหมายความว่าอย่างไร!หลังจากใช้เวลาอยู่นาน เขาก็เกิดความคิดขึ้นมา!หวังหยวนต้องการขายสินค้าเหล่านี้ ผ่านเส้นทางสายหลักเส้นนี้พวกเขาก็สามารถเรียกค่าคุ้มครองได้ แต่จะได้เท่าใดกันเชียว?มันไม่มีค่าเท่าสิ่งเหล่านี้!“ท่านพ่อขอรับ ท่านต้องการ...”หยางถิงพูดจบ หยางอู่ตวนก็หัวเราะทันที“ใช่แล้ว หากสิทธิ์ในการขายสินค้า
หลังจากที่หูเมิ่งอิ๋งพูดจบ หวังหยวนก็พยักหน้าแต่หวงเจียวเจียวก็พูดทันที “พวกเขาเอาแต่ใจมากเช่นนี้ จะร่วมมือกับพวกเขาได้อย่างไร!”แม้ว่าหลี่ซื่อหานจะเข้าใจความหมายของหูเมิ่งอิ๋ง แต่นางก็พยักหน้าและพูดว่า “ข้าเกรงว่าการร่วมมือกับพวกเขานั้น ไม่ง่ายเลย!”หวังหยวนหัวเราะอีกครั้ง มองสตรีทั้งสามแล้วพูดว่า “พวกเขาไม่ได้มองหาผลกำไรอันน้อยนิดจากค่าคุ้มครองหรอก”พูดจบ หลี่ซื่อหานและหวงเจียวเจียวก็นิ่งอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วก็เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว“สามี ท่านหมายความว่าพวกเขาสนใจสินค้าของเราหรือเจ้าคะ?”หลี่ซื่อหานถามทันทีหวังหยวนพยักหน้า “แน่นอน ค่าคุ้มครองเป็นรายได้เท่าใดกันเชียว แต่หากพวกเขาสามารถขายสินค้านี้ได้ พวกเขาก็จะทำเงินได้มหาศาล”หลี่ซื่อหานตกใจ อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เช่นนั้น ตระกูลหยางก็จงใจทำเรื่องยุ่งยากให้แก่สามี เพียงเพราะต้องการแสดงอำนาจ เพื่ออำนวยความสะดวกในความร่วมมือในอนาคตหรือเจ้าคะ?”หวังหยวนพ่นลมหายใจ “ใช่ อย่างน้อยนั่นก็คือการคาดเดาของข้า”แต่หวงเจียวเจียวกลับพูดอย่างไม่พอใจ “ความร่วมมือก็คือความร่วมมือสิ ใช้วิธีเช่นนี้ ช่างหน้าซื่อใจคดยิ่งนัก”เมื่อได้ยินเช่น
หูเมิ่งอิ๋งก็เห็นด้วยเช่นกัน “ด้วยวิธีนี้ เราก็มีสิทธิเริ่มดำเนินการครอบครองได้!” หลังจากที่สตรีทั้งสามพูดจบ หวังหยวนก็หัวเราะทันที “ฮ่าฮ่าฮ่า มีภรรยาเช่นนี้ สามีอย่างข้าก็ไม่ขออะไรอีก พวกเจ้าสมกับที่เป็นภรรยาของข้าจริง ๆ!” หวังหยวนมีความสุขมาก สตรีทั้งสามคนสามารถคิดเรื่องเหล่านี้ได้ ซึ่งทำให้เขาพอใจมากจริง ๆ! หากเป็นเช่นนี้ล่ะก็ พวกนางก็สามารถช่วยตัวเองในเส้นทางของการทำกิจการในอนาคตได้ แน่นอนว่าหวังหยวนพูดสิ่งเหล่านี้และสอนพวกนาง ไม่เพียงแต่ให้พวกนางช่วยเขาเท่านั้น แต่ยังให้พวกนางเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ด้วยตัวเองอีกด้วย สตรีทั้งสามคนต่างก็มีความสุขมาก ใบหน้าสวยของพวกนางแดงก่ำ และรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “ข้า...ข้ายังไม่ได้ตกลงแต่งงานกับท่านเลย” หวงเจียวเจียวอายมากจนนางอดไม่ได้ที่จะกระซิบพูดเบา ๆ ก่อนที่หวังหยวนจะเอ่ยปากพูด หลี่ซื่อหานเม้มริมฝีปากของนางแล้วยิ้ม “เอาน่าน้องหวง เจ้าบอกว่า แม้ว่าท่านพี่จะไม่กลับมาทั้งชีวิตนี้ เจ้าก็จะไม่แต่งงานกับใครอีก” “ข้าก็ได้ยินเรื่องนี้เหมือนกัน” หูเมิ่งอิ๋งที่อยู่ด้านข้างก็เข้าร่วมการสนทนาด้วย “ไอหย๊า พวกท่านอย่าล้อเลียนข้าเลยนะ ท
“อย่าคิดว่าที่เราขายของราคาถูกเพราะสินค้ามีปัญหา” ต้าหู่มีรอยยิ้มราบเรียบบนใบหน้า และอธิบายอย่างจริงจัง “เหตุผลที่เราทำเช่นนี้ก็เพื่อการประชาสัมพันธ์เท่านั้น!” ต้าหู่กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้เรามาที่นี่เพื่อนำเสนอสินค้าของเรา เพื่อให้ทุกคนได้รับสินค้าราคาถูกและมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น!” “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สินค้าทั้งหมดที่ขายในร้านของเรา ทุกท่านสามารถเข้าไปซื้อได้ในร้านค้าตระกูลหยาง!” “ไม่ว่าพวกท่านคนใดคิดจะซื้อของเรา หรือต้องการซื้อจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม ทุกท่านสามารถไปสั่งจองที่ร้านค้าตระกูลหยางได้!” “เนื่องจากเราได้ร่วมมือกับตระกูลหยางสำเร็จแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกท่านสามารถไปซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ!” เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของพวกเขาก็ตื่นเต้นอย่างมาก! ต้องรู้ไว้ว่าของที่ทั้งถูกและดีแบบนี้หายากนัก ตอนนี้ต้องคว้าโอกาสนี้และซื้อเท่าที่ไหวให้ได้มากที่สุด! ดังนั้นหลังจากที่คนกลุ่มหนึ่งซื้อของทั้งหมดจนหมดเกลี้ยง พวกเขาก็รีบตรงไปที่ร้านค้าตระกูลหยางทันที! ขณะนี้ เถ้าแก่ของร้านค้าตระกูลหยางกำลังต้อนรับแขกทั้งหลาย คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้ยินเสียงฝ
ผู้ดูแลจวนร้อนใจยิ่งนัก เขาเดินเข้าไปด้วยสีหน้าวิตกกังวลมากและเอ่ยพูดอย่างเร่งรีบ “นายท่าน แย่แล้ว เกิดเรื่องใหญ่แล้วขึ้นขอรับ!” “เกิดอะไรขึ้น? ทำท่าทางตื่นตระหนก?” หยางอู่ตวนขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมมองดูผู้ดูแลจวนที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกมาก “หวังหยวนผู้นั้นแพร่ข่าวลืออยู่ข้างนอก โดยบอกว่าตระกูลหยางของเราร่วมมือกับเขาแล้ว ทำให้ลูกค้าจำนวนมากมาที่ร้านของเราเพื่อซื้อสินค้าครึ่งราคา!” ผู้ดูแลจวนดูกังวลและพูดว่า “เนื่องจากในร้านมีคนมามากเกินไป ผู้ดูแลร้านจึงไม่ได้บอกว่าร้านของเราไม่ขายของเหล่านี้ แค่บอกพวกเขาว่าเราจะแจ้งวันขายให้พวกเขารู้ในภายหลัง” เมื่อได้ยินสิ่งนี้ สีหน้าของหยางอู่ตวนก็ดูตกใจมาก! เขายืนขึ้นอย่างช้า ๆ พร้อมมีสีหน้าตกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา และอดไม่ได้ที่จะพูดด้วยความประหลาดใจว่า “หวังหยวนคนนี้ ช่างมีความสามารถเสียจริง...” “คิดไม่ถึงเลยว่าเขาถึงกับจะใช้วิธีนี้เพื่อบังคับให้ตระกูลหยางของเราประนีประนอม?” หยางถิงยังดูตกใจเช่นกันและพึมพำ “หวังหยวนคนนี้กำลังเตรียมใช้พลังของมวลชนเพื่อกดดันตระกูลหยางของเรา!” “ถึงกับใช้เรื่องแบบนี้วางแผนต่อต้านตระกูลหยาง
“พวกเจ้าออกไปก่อน”เมื่อเห็นว่าคนเหล่านั้นหน้าดำคร่ำเครียด ซือหม่าอันจึงโบกมือให้พวกเขาออกไปในชั่วพริบตา คนเหล่านั้นก็จากไปด้วยความโล่งอกพวกเขาถึงกับกังวลว่าหานเทาจะสังหารพวกเขาเพราะความโกรธด้วยซ้ำ...“ท่านขุนพลหานไม่ต้องโมโห”“อันที่จริง เรื่องเหล่านี้ล้วนสมเหตุสมผล”“แม้ว่าจะไม่มีตำแหน่งอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าแล้ว แต่ชื่อเสียงของพวกเราก็ไม่ค่อยดีนัก พวกเขาจะเดินทางมาได้อย่างไร?”“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็สร้างหอไร้เทียมทานขึ้นมาเอง ท่านคิดเห็นเช่นไร?”ซือหม่าอันหรี่ตาลง ตอนนี้เขานั่งอยู่บนเก้าอี้ สายตาจับจ้องไปที่หานเทาหานเทากลืนน้ำลาย เอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านมีความคิดดี ๆ แล้วหรือ?”ซือหม่าอันกล่าวว่า “หลายปีมานี้ ผู้คนต่างก็เกลียดชังอาณาจักรต้าเป่ย ถึงกับคิดว่าต้นตอของสงครามในดินแดนทั้งเก้าก็คืออาณาจักรต้าเป่ยของพวกเรา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่อยากเข้าร่วมกับพวกเรา”“เช่นนั้นพวกเราก็นำยอดฝีมือจำนวนมากจากภายนอกเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองสิ!”“ตามที่ข้ารู้ หวังหยวนมีน้องชายคนหนึ่งชื่อว่าไฉจวิ้น ทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด ว่ากันว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบาน”“ไฉ
“เมื่อคืนข้าไม่ได้บอกเจ้าแล้วหรือ ว่าอีกสองวันพวกเราจะกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวัง?”“ท่านถงและคนอื่น ๆ ล้วนอยู่ที่หมู่บ้านต้าหวัง พวกเราไม่ต้องเป็นกังวลกับเรื่องราวที่นั่น”“เมื่อพวกเรากลับไปแล้ว ก็เพียงแค่ใช้ชีวิตให้มีความสุข”หวังหยวนไม่ใช่คนไร้ซึ่งความทะเยอทะยาน เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้มีความรักชาติอันยิ่งใหญ่และคำนึงถึงปวงประชาเป็นหลัก!เขาเพียงต้องการดูแลครอบครัวของตนเอง รวมถึงสหายและพี่น้องที่อยู่เคียงข้าง!หากสามารถช่วยเหลือปวงประชาได้ ย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากต้องเสียสละสิ่งใดจริง ๆ เกรงว่าเขาคงจะไม่ทำเช่นนั้น...แม้แต่การประชุมที่หอหลิวหลีในตอนนั้น ก็เป็นเพียงเพราะหวังหยวนต้องการความสงบสุข“ไม่ได้ ไม่ได้!”“ข้าไม่อยากกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวัง!”“ข้าอยากจะติดตามท่านไปยังสถานที่ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน เมื่อข้าให้กำเนิดลูกแล้ว พวกเราค่อยกลับไปก็ได้ไม่ใช่หรือ?”หลิ่วหรูเยียนฉลาดยิ่งนักเมื่อกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวัง นางจะสามารถติดตามหวังหยวนได้ทุกวันได้อย่างไร?อย่าว่าแต่ต้องการจะมีลูกเป็นของตนเองเลย เกรงว่าแม้แต่พื้นที่ส่วนตัวของเขากับนางก็ยังแทบจะไม่มี!ในบ้านยังมีพี่สาวอีกหลายคน
หวังหยวนได้ตัดสินใจแล้ว เรื่องราวในเมืองอู่เจียงใกล้จะสิ้นสุด เขาเตรียมที่จะกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวังในอีกสองวันครั้งนี้เขาออกมานานกว่าครึ่งปี แม้ว่าพวกหลี่ซื่อหานจะไม่ได้เร่งรัดให้เขากลับบ้าน แต่ด้วยนิสัยของพวกนาง เกรงว่าคงจะอยากมาตามหาเขาแล้วกระมัง?มีปัญหาน้อยดีกว่ามีปัญหามาก รีบกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวังย่อมดีกว่าอีกอย่างคือเมื่อมีคนรักใหม่แล้วจะลืมคนรักเก่าได้อย่างไร!ฝนตกทั่วฟ้าถึงจะถูกต้อง!“ท่านผู้นำ มีเรื่องสำคัญที่ต้องรายงานท่านขอรับ!”“ข้าเพิ่งได้รับข่าว หานเทาและซือหม่าอันได้ก่อตั้งสถานที่ที่คล้ายกับหอไร้เทียมทาน ตอนนี้กำลังรวบรวมยอดฝีมือทั่วหล้า!”“นี่มันจงใจเป็นศัตรูกับพวกเราชัด ๆ”“ข้าจึงอยากจะถามว่า ต่อไปพวกเราต้องทำการตอบโต้หรือไม่ขอรับ?”หากเป็นเมื่อก่อน เกาเล่อย่อมต้องการความมั่นคง ไม่เคยทำเรื่องหุนหันพลันแล่นในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมไม่เลือกที่จะปะทะกับหานเทาโดยตรงแต่ยามนี้แตกต่างออกไป เมื่อก่อนหวังหยวนมีเพียงแคว้นเดียวเท่านั้น ตอนนี้แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่เผ่าทางเหนือทั้งหมดก็อยู่ภายใต้การบัญชาของหวังหยวนแล้ว และท่านไท่สื่อก็เป็นคนของพวกเขาด้วย!ประกอบก
กองทัพทั่วหล้าตกอยู่ในมือของเขาแล้ว!หากเกิดสงครามกับหวังหยวน เขาก็ต้องเป็นแนวหน้า!ซือหม่าอันหรี่ตา จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “เรื่องที่ท่านขุนพลหานกังวล มีหรือที่ข้าจะไม่กังวล?”“ข้าได้กราบทูลเรื่องนี้กับฝ่าบาทแล้ว แต่ฝ่าบาทกลับไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้ท่านโปรดปรานการใช้ดินปืน ซ้ำยังให้คนไปคิดค้นอาวุธร้อนเพิ่มด้วย!”“เพียงแต่ว่าการจะพัฒนาอาวุธร้อนให้สมบูรณ์ ไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ในชั่วข้ามคืน!”หานเทาถอนหายใจยาว มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจหลักการนี้?น่าเสียดายที่ไม่สามารถพูดคุยกับฝ่าบาทให้เข้าใจได้!“เช่นนั้นตามความคิดเห็นของท่านซือหม่า ต่อไปพวกเราต้องทำอย่างไร?”หานเทาเอ่ยถามเขาเป็นเพียงขุนศึก ในสถานการณ์เช่นนี้ ย่อมต้องการความช่วยเหลือจากซือหม่าอันเมื่อทั้งสองปรึกษาหารือกัน อาจจะสามารถหาผลลัพธ์ที่ดีได้!ซือหม่าอันหรี่ตาลง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ จากนั้นกล่าวว่า “หรือว่าพวกเราจะก่อตั้งสถานที่ที่คล้ายกับหอไร้เทียมทาน จากนั้นก็ป่าวประกาศเรื่องนี้ให้ทั่ว ให้ผู้คนทั่วหล้าเดินทางมา เช่นนี้แล้ว ต่อให้พวกเราไม่สามารถรวบรวมยอดฝีมือได้มากมาย อย่างน้อยก็ไม่ปล่อยให้
“เจ้านี่นะ! ถึงกับหึงหวงเพราะผู้ชายเลยหรือ? หากกลับไปยังหมู่บ้านต้าหวัง เช่นนั้นข้าจะมีความสุขได้อย่างไร?”หวังหยวนส่ายหน้าอย่างจนใจ ที่บ้านเขายังมีภรรยาสาวสวยอีกหลายคน ท่าทางของหลิ่วหรูเยียนเช่นนี้ ช่างทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นที่สำคัญที่สุดก็คือ ภรรยาในบ้านแต่ละคนล้วนไม่ใช่คนธรรมดา!โดยเฉพาะหวงเจียวเจียว นิสัยของนางร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ นอกจากหลี่ซื่อหานและคนอื่น ๆ แล้ว ก็เกรงว่าจะไม่ยอมรับใครอีกหากสตรีทั้งสองนี้มาพบกัน ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแต่ในเมื่อรับพวกนางมาเป็นภรรยาแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เขาก็ต้องรับผิดชอบทั้งหมดเวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงสามวันนี้ หวังหยวนอยู่ในหอไร้เทียมทานต้องยอมรับว่าการก่อตั้งหอไร้เทียมทานได้ดึงดูดผู้มีความสามารถมากมายมาให้หวังหยวนที่สำคัญที่สุดก็คือหวังหยวนเป็นเพียงผู้ดูแล เรื่องราวทั้งหมดมอบให้เกาเล่อจัดการ โดยเพียงแค่ใช้ชื่อเสียงของหวังหยวนเท่านั้น!ต้องรู้ว่าหวังหยวนมีชื่อเสียงไปทั่วทั้งดินแดนทั้งเก้า เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด แม้แต่ปวงประชาแห่งดินแดนทั้งเก้าก็เคารพหวังหยวน แล้วใครเล่าจะไม่อยากมาอยู่ใต้บัญชาของหวังหยวน?ยิ่งไป
การประลองย่อมต้องดำเนินต่อไปเพียงแต่ว่าตำแหน่งอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้านั้นมีมากมาย หวังหยวนจึงไม่ได้อยู่ดูการแข่งขันต่อคาดว่าในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า หอไร้เทียมทานคงจะคึกคักเป็นอย่างมากในไม่ช้า หวังหยวน ไฉจวิ้น และหลิ่วหรูเยียนทั้งสามก็กลับมาถึงห้อง ส่วนเรื่องภายนอกมอบให้เกาเล่อจัดการทันทีที่เดินเข้าห้อง หวังหยวนจึงรีบจับมือไฉจวิ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด“พี่ใหญ่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหรอกขอรับ ข้าสบายดี!”“ต่อให้ต้องประลองต่อ ข้าก็ยังไหว!”“เพียงแต่ข้าคิดไม่ถึงว่าเจ้านั่นจะยอมแพ้...”“เช่นนี้ก็ดี ทำให้ข้าไม่ต้องเปลืองแรง!”“อีกอย่าง หากต้องประลองกันต่อ เกรงว่าแม้แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่...”นี่เป็นความจริงทุกคนรู้ว่าไฉจวิ้นมีพละกำลังมหาศาล ตัวเขาเองก็รู้ดีแก่ใจ แต่ขีดจำกัดของตนอยู่ที่ใด เกรงว่าแม้แต่เขาเองก็คงจะไม่รู้“เห็นว่าเจ้าไม่เป็นอะไร ข้าก็โล่งใจ”“แต่ต่อไปเมื่อทำสิ่งใด ต้องใช้ความคิดให้มาก”“แม้ว่าเจ้าจะมีพละกำลังมหาศาล แต่เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน เจ้าไม่มีทางรู้ได้ว่าคู่ต่อสู้ของเจ้าแข็งแกร่งเพียงใด”“ดังนั้นเมื่อทำสิ่งใด อย่าได้อวดดี เข้าใจหรือไม่?”
“ช่างมีพละกำลังมหาศาลจริง ๆ!”ขณะที่หวังหยวนกับพวกกำลังสนทนากัน สายตาของพวกเขาก็จับจ้องไปที่ดาร์เนล ซึ่งในตอนนี้ได้ยกติ่งหนักถึงเจ็ดร้อยชั่งขึ้นเหนือศีรษะบนเวทีเหลือเพียงไฉจวิ้นและดาร์เนลเมื่อดาร์เนลยกติ่งขึ้นได้ สายตาของทุกคนต่างจับจ้องไปที่ไฉจวิ้น ตอนนี้เขาคือความหวังของปวงประชาแห่งดินแดนทั้งเก้า ตำแหน่งจอมพลังอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้าจะไปตกอยู่ในมือของชาวต่างชาติได้อย่างไร?เช่นนี้แล้ว ภายภาคหน้าปวงประชาแห่งดินแดนทั้งเก้าจะเชิดหน้าชูตาได้อย่างไร?ทางด้านสายตาของหวังหยวนนั้นจับจ้องไปที่ดาร์เนล ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่“ดูท่าแล้วไฉจวิ้นยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ดาร์เนลมีความสามารถจริง ๆ ข้าเห็นว่าตอนที่เขายกติ่งขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้มีความลังเลแม้แต่น้อย ช่างมีพละกำลังมหาศาลนัก หากบอกว่าคนผู้นี้คือจอมพลังอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า นั่นไม่ถือว่าเป็นการดูหมิ่นชื่อเสียงอันดับหนึ่งแห่งใต้หล้า”หลิ่วหรูเยียนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยอย่างช้า ๆการกระทำทั้งหมดของดาร์เนลล้วนอยู่ในสายตาของพวกเขา นี่คือผู้ที่มีความสามารถอย่างแท้จริงหากเปลี่ยนเป็นคนอื่น เกรงว่าจะไม่มีใครทำได้อย่างเข้าไม่ใช่หรือ?
แต่ทั้งหมดนี้นั้น นับว่าเป็นความดีความชอบของปู่ของไฉจวิ้นด้วย หากไม่ใช่เพราะมีปู่ช่วยเหลืออยู่ข้าง ๆ และใช้ชีวิตอยู่ในป่ามาหลายปี แล้วเขาจะมีพละกำลังแข็งแกร่งเพียงนี้ได้อย่างไร?เมื่อไฉจวิ้นยกติ่งใหญ่ขึ้น ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ ก็ทยอยแสดงความสามารถของตนน่าเสียดาย ในท้ายที่สุดผู้ที่สามารถยกติ่งใหญ่ขึ้นได้ นอกจากไฉจวิ้นแล้วมีเพียงชาวต่างชาติที่มาจากต่างแดนเท่านั้นเสียงปรบมือดังกึกก้องจากข้างล่างเวที “คนผู้นี้มีความสามารถยิ่งนัก”หวังหยวนกอดอกมองชาวต่างชาติผู้นั้น พลางกวักมือเรียกเกาเล่อในชั่วพริบตา เกาเล่อก็มาอยู่ข้างกายหวังหยวน แต่สีหน้ากลับดูตึงเครียด“คนผู้นั้นคือชาวต่างชาติที่เจ้าเพิ่งพูดถึงหรือ?”หวังหยวนชี้ไปที่อีกคนบนเวที แล้วเอ่ยถามเกาเล่อพยักหน้า จากนั้นก็ขมวดคิ้วเอ่ยว่า “คนผู้นี้มีที่มาไม่ธรรมดา ก่อนหน้านี้ข้าได้บอกข้อมูลของเขาให้ท่านทราบแล้ว คนผู้นี้มีชื่อว่าดาร์เนล ว่ากันว่ามีพละกำลังมหาศาลตั้งแต่เด็ก และเคยต่อยเสือร้ายตายด้วยหมัดเดียว!”“เดิมทีคิดว่าทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องเล่า ตอนนี้ดูเหมือนว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องโกหก...”สามารถยกติ่งใหญ่หนักห้าร้อยชั่งได้ นั่นก็
เขามีความมั่นใจในตัวน้องชายคนนี้ก่อนหน้านี้ หวังหยวนเคยเห็นความสามารถของไฉจวิ้นมาก่อน อย่าว่าแต่จะหาผู้ที่เทียบเทียมเขาในบรรดาคนรุ่นเดียวกันได้ยากเลย แม้แต่คนที่อายุมากกว่าเขาก็ยังไม่มีใครมีพละกำลังเท่าเขา!ยิ่งไปกว่านั้น หวังหยวนเองก็ยังไม่รู้ขีดจำกัดของไฉจวิ้น!ดูท่าแล้ววันนี้คงมีเรื่องสนุกให้ชมกันเกาเล่อกลับเอ่ยว่า “ข้าเห็นว่าไม่เป็นเช่นนั้น คนที่อยู่ข้างกายไฉจวิ้นล้วนไม่ใช่คนธรรมดา! หนึ่งในนั้นมาจากต่างแดน คนผู้นี้มีชื่อเสียงมานาน ว่ากันว่าสามารถยกหินใหญ่หนักสองร้อยจินได้ด้วยมือเดียว!”“หากใช้สองมือ คาดว่าของหนักห้าร้อยจินก็คงไม่คณนามือขอรับ!”นี่...หวังหยวนกลืนน้ำลาย คนเหล่านี้กินหินเป็นอาหารกันหรืออย่างไร?ฝึกฝนร่างกายจนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยหรือ?อย่าว่าแต่ยกของหนักห้าร้อยจินเลย แม้แต่สองร้อยห้าสิบจิน เขาก็ยังยกไม่ขึ้น!“รอดูไปก่อน ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าศักยภาพของไฉจวิ้นมีขีดจำกัดอยู่ที่ใด”“เจ้าจำไว้ว่าต้องไปเตือนเขาด้วยว่าอย่าได้มุทะลุดุดัน!”“เขายังเด็กนัก ภายภาคหน้ายังมีโอกาสอีกมากที่จะพิสูจน์ตนเอง หากได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้แล้วนั้น ย่อมไม่คุ้มค่า”ห