พัชระกลับไปแล้วมิลินจึงเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วยที่นั่งทำหน้าไม่พอใจอยู่บนเตียง“เป็นยังไบ้างคะ ไข้ลดแล้วหรือยัง”“ถามทำไมเป็นหมอเหรอถามไปแล้วจะช่วยได้งั้นเหรอ”“ช่วยไม่ได้หรอกค่ะแต่ที่ถามเพราะว่าเป็นห่วงในฐานะแฟน แค่นี้พอไหมคะ”คนตัวโตเกือบจะหลุดยิ้มออกมาเพราะคำว่า “แฟน” ที่เธอใช้แต่ก็ยังไม่ยอมง่าย ๆ เมื่อมิลินหันไปมองกับข้าวในโรงพยาบาลที่เขาไม่แตะต้องเลย“ไม่กินข้าวเหรอคะ ต้องกินยานะ”“ไม่ชอบ มันจืดชืดไม่มีรสชาติ”“เฮ้อ ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”มิลินยกปิ่นโตสำหรับใส่อาหารร้อนมาวางแทนอาหารของโรงพยาบาล สิ่งนี้ทำให้บอสหนุ่มยิ้มออกมาได้ในที่สุดเมื่อเธอเริ่มเปิดปิ่นโตออกมาให้เขาดู“นี่ที่คุณมาช้าเพราะทำกับข้าวพวกนี้มาให้ผมเหรอ”“ค่ะ แต่ว่ากว่าจะออกจากบริษัทก็สองทุ่มแล้วเลยกลับไปทำกับข้าวง่าย ๆ มาให้เพราะคิดว่าคุณคงไม่ชอบอาหารที่นี่”“ผมกินได้เลยไหม”“ได้ค่ะ รอเดี๋ยวนะคะมิลินตักข้าวให้”“ครับผม”“หายโกรธแล้วใช่ไหมคะ”“ก็…ไม่ได้โกรธอะไร แค่เห็นคุณไม่มาสักทีเลยเป็นห่วงก็เท่านั้นเอง ขอบใจมากเลยนะเรื่องที่บริษัทวันนี้คงเหนื่อยเลยสิ”“เอาไว้กินข้าวเสร็จแล้วค่อยคุยกันนะคะ”ภูวินทร์คิดไม่ถึงเลยว่ามิลินจะเ
ใช้เวลาสองวันที่ทั้งคู่อยู่ในโรงพยาบาล แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแต่ยังต้องหอบยาอีกมากกลับมากินด้วยตามคำสั่งของหมอตะวัน เมื่อกลับมาถึงบ้านภูวินทร์ก็แทบจะไม่ทำอะไรเลยนอกจากอ้อนให้มิลินอยู่เป็นเพื่อนเขา“ไม่เอา ผมยังไม่หายดีคุณเองก็เหมือนกันไม่เห็นต้องแยกกันอยู่เลย”“งั้นกลับไปนอนโรงพยาบาลดีไหมคะ”“ไม่เอา!! กว่าจะรอดมาจากที่นั่นได้คุณไม่รู้เหรอว่ามันทรมานขนาดไหน ทำอะไรก็ไม่ได้วัน ๆ ได้แต่จ้องตากันจนแทบจะเหมือนปลากัดอยู่แล้ว”“ก็ได้ค่ะก็ได้”“ผมหิวแล้ว”“รอเดี๋ยวนะคะ ไปดูก่อนว่าในตู้เย็นพอจะมีอะไรเหลือไหม”“งั้นสั่งมากินก็ได้คุณไม่ต้องทำเองหรอก เก็บแรงเอาไว้ทำอย่างอื่น”“งดค่ะ”“ทำไมล่ะ!!”“ติดไฟแดงค่ะเสียใจด้วย”“เฮ้อ…. กะเวลาไม่ดีเลยสินะ”มิลินรู้สึกสะใจเล็กน้อยอย่างบอกไม่ถูกที่เธอเอาคืนเขาได้ด้วยวิธีนี้ หมอตะวันบอกแล้วว่าเธอคงป่วยช่วงที่มีประจำเดือนพอดีเลยทำให้ร่างกายอ่อนเพลียมากกว่าเดิม ดังนั้นช่วงที่อยู่โรงพยาบาลเธอจึงได้พักผ่อนเต็มที่สามวันถัดมาข่าวเรื่องที่มิลินรดาคบกับบอสสุดโหดของพีวี กรุ๊ปไม่เป็นความลับอีกต่อไปเพราะข่าวนี้เริ่มลือตั้งแต่แม่บ้านที่เห็นมิลินพยุงภูวินทร์ออกจากออฟฟิศเพื่
มิลินหันมามองหน้าจิตราอีกครั้งด้วยความตกใจ นี่เธอรู้จักกับภูวินทร์ แม้ว่าสายงานจะใกล้เคียงกันแต่ว่าทำไมถึงได้บังเอิญขนาดนี้ หรือว่ามีบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน แต่สีหน้าคนพูดในตอนนี้นั่งยิ้มมุมปากอย่างถือดีและจิบชาร้อนเพื่อรอให้เธอนั่งลง“คุณว่าอะไรนะคะ”“ถ้าอยากรู้ก็นั่งลง ฉันมาที่นี่เพื่อเสนอทางเลือกให้เธอ”“หมายความว่ายังไงคะ”“ฉันเป็นน้าสาวของภูวินทร์ เจ้านายและคนรักใหม่ของเธอ”ราวกับถูกฟ้าผ่าแสกกลางหน้าผากเมื่อแม่ของคนรักเก่าพูดขึ้นมาว่าเธอ…คือญาติสนิทของบอสหรือคนรักใหม่ของเธอ“หมายความว่ายังไง คุณกำลังจะพูดอะไร”“หึ ทีแบบนี้เรียกคุณแล้วเหรอ งั้นฉันจะเข้าเรื่องเลยนะ ภูวินทร์ได้หุ้นส่วนของพี่สาวฉันตามพินัยกรรมให้ดูแล พีวี กรุ๊ปแห่งนี้ ส่วนฉันถูกเฉดหัวออกไปทำบริษัทผลิตชิ้นส่วนเล็ก ๆ นั่น แต่เพราะภูวินทร์แค้นใจที่ไม่สามารถควบรวมกิจการของเอส กรุ๊ปหลังจากพี่สาวของฉันตายให้เข้ามาร่วมกับพีวี กรุ๊ปของพ่อเขาได้ดังนั้น เขาเลยเริ่มกำจัดเสี้ยนหนามซึ่งแน่นอนว่าศิระเป็นจุดอ่อนของฉัน”“ว่ายังไงนะ…แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ…”“เกี่ยวอะไรกับเธอน่ะเหรอ มิลินเธอเป็นคนฉลาดไม่รู้เลยเหรอว่าเขาพยายามเข้าห
ภูวินทร์นิ่งไปเมื่อถูกเธอตั้งคำถามนี้ขึ้นมา สายตาของเขาที่มองมาที่เธอและสายตาของเธอที่มองกลับมาแทบจะไม่มีความเชื่อในตัวเขาอยู่เลย“คุณถามผมเรื่องนี้ทำไม คุณไม่เชื่อใจผมเลยงั้นเหรอ”“คุณตอบไม่ได้เหรอคะถ้าอย่างนั้นฉันถามคุณอีกครั้ง เรื่องที่ฉันกับศิระคบกันคุณรู้มาโดยตลอด ใช่ไหมคะ”“ใช่ ผมรู้มาตลอดแต่...”“เรื่องที่เขาหักหลังฉัน”“นั่นผมไม่รู้เรื่องนะเรื่องนี้คุณต้องฟังผม”“คุณเข้าหาฉันเพราะต้องการแก้แค้นพวกเขา ใช่ไหมคะ”“ผม!!”มิลินหันมามองเขา สายตาของเธอว่างเปล่าราวกับไม่อยากรับรู้ความจริง สายตามที่เย็นชาราวกับแผ่นน้ำแข็งที่รอวันแตก เขาควรจะทำยังไงกับเธอในตอนนี้ดี“มิลิน คือเรื่องนี้…”มิลินหลับตาลง เธอแทบไม่อยากจะฟังต่อแล้วว่าเขาจะพูดว่าอะไรแค่คำตอบที่อึกอักนี้ก็เป็นคำตอบให้เธอได้หมดแล้ว เธอเดินถอยออกมาพร้อมกับใช้มือเช็ดน้ำตาให้แห้ง“วันนี้ฉันขอลางานครึ่งวันนะคะ รู้สึกไม่ค่อยสบายเท่าไหร่”“ให้ผมพาคุณกลับบ้านนะ”“อย่าเลยค่ะ ฉันอยากอยู่คนเดียว”“มิลินแต่ผมต้องการคุณ ผมอยากจะอธิบาย”“อย่าพึ่งเลยค่ะ ฉันขออยู่คนเดียวเงียบ ๆ สักพัก อยากจะทบทวนเรื่องบางอย่าง ขอตัวนะคะ”“มิ…”เมื่อเธอเดินออกจ
อุ่นเป็นคนแรกที่ลุกขึ้นมาจากห้องประชุม อนุชิต พิมพ์และทีมงานอีกสี่คนหันไปมองเธอในทันที“บอสคะ อุ่นไม่ทราบว่าระหว่างคุณกับมิลินมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา แต่คุณจะสัญญากับเราได้ไหมว่าจะพาหัวหน้าทีมของพวกเรากลับมาที่พีวี กรุ๊ป”“ผมสาบานด้วยชีวิตว่าจะพาเธอกลับมาให้ได้ ผมไม่มีทางเสียเธอให้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเอส กรุ๊ปหรือที่ไหน ๆ ก็ตาม ผมไม่มีทางยอม”อุ่นยิ้มให้กับภูวินทร์และยื่นมือไปให้เขาจับ“ถ้าอย่างนั้นอุ่นก็จะช่วยบอสค่ะ”อนุชิตเมื่อเห็นว่าอุ่นเริ่มก่อนเขาก็รีบลุกขึ้นทันทีเช่นกันแต่ก็แอบปาดน้ำตาไปก่อนที่จะลุกขึ้นพูด“ผมด้วยครับบอส ผมยังไม่ได้ใช้โบนัสที่บอสแจกให้ครั้งก่อนเลย ครั้งนี้ผมจะตั้งใจมากกว่าเดิมจะต้องพามิลินกลับมาให้ได้ครับ”“หนูด้วยค่ะ”“พิมพ์ด้วยค่ะ”“พวกเราก็จะไม่ไปไหนค่ะบอส”“เราจะช่วยบอสจัดการคนที่ใส่ร้ายบริษัทและพาพี่มิลินกลับมาค่ะ”ภูวินทร์ยิ้มให้กับทุกคนในห้องนี้ เป็นรอยยิ้มแรกที่พวกเขาเห็นนับตั้งแต่ร่วมงานกับบาสโหดคนนี้มาเกือบครึ่งปี“ขอบคุณพวกคุณมาก ผมอาจจะไม่ใช่บอสที่ใจดีนักแต่…”“พวกเราเข้าใจค่ะบอส ที่จริงเป็นเพราะบอสนะคะพวกเราถึงได้พัฒนาฝีมือและละเอียดรอบคอ
มิลินยังคงทำหน้านิ่ง ๆ อยู่เมื่อจิตราพูดออกมาแต่ศิระนั้นหันไปแล้วแสยะยิ้มให้กับญาติผู้พี่ของตัวเอง“หึ คนอย่างเขาแม่ก็รู้ว่าเปลี่ยนผู้หญิงเป็นว่าเล่น ใครใช้ให้เขาเนื้อหอมกันล่ะ”“แต่วันนี้เขามากับเจ้าพ่อวงการสื่อเพราะเรื่องอะไรกันแน่ หรือว่าพีวีจะทำเรื่องเกี่ยวกับสื่อเหรอ มิลินรู้เรื่องนี้มาก่อนหรือเปล่า”“คุณน้าคะ ศิระเองก็พูดไม่ใช่เหรอคะว่าเขาควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า ถ้าพาผู้หญิงมาด้วยแบบนั้นคงเป็นอย่างอื่นไม่ได้หรอกค่ะ สันดานผู้ชายเป็นแบบนั้นไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก คุณน้าก็ทราบเรื่องนี้ดีนี่คะ”“นั่นสินะ”ศิระไม่กล้าหันไปมองมิลินอีกเลยเมื่อเธอพูดแบบนั้น แม้ว่าจะไม่มองหน้าเขาแต่เขาก็รู้ว่าเธอหมายถึงเขา“ขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะคะ”“ให้ผมไปส่งไหม”“ฉันจะไป “ห้องน้ำ” ค่ะคุณศิระ”“อ้อ ก็ได้งั้นผมสั่งของหวานรอนะ”มิลินไม่ตอบอะไรแต่ก็เดินเลี่ยงไปอีกทางโดยที่ไม่ได้หันไปมองโต๊ะของภูวินทร์เลยแม้แต่น้อย เธอเดินเข้าไปสงบสติอารมณ์ในห้องน้ำและหายใจออกมาแรง ๆ เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ที่อึดอัดนี้ แม้ว่าจะไม่อยากเห็นแต่ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาก็เห็นว่าผู้หญิงข้าง ๆ ภูวินทร์นั่งกอดแขนเขาอยู่ไม่ปล่อย“ใจเย็นเอ
“พี่ภูพูดถึงใครเหรอคะ”“เปล่าหรอก ลุงวีครับเรื่องที่ผมเล่าให้ฟังเมื่อครู่”“อืม ลุงเข้าใจแล้วไม่ต้องห่วงหรอกเรื่องนี้ลุงจัดการให้ได้อยู่แล้ว ดูท่าแล้วคุณจิตรานี่จะใช้แฟนเราทำเรื่องจริง ๆ สินะนี่”“นั่นสิคะพี่ภู น่าสงสารเธอนะคะแค่เห็นพี่ทำแบบนี้กับรสาเธอก็หน้าซีดแล้วทำไมไม่ง้อเธอหน่อยละคะ”“รสาก็เห็น พี่มีโอกาสที่ไหนขนาดเมื่อกี้นี้รสาไปดูต้นทางให้พี่หน้าห้องยังคุยกับเธอไม่รู้เรื่องเลย”“เฮ้อ…พี่ภูก็อ่อนโยนหน่อยสิคะเรื่องแบบนี้ไม่น่าให้สอนเลยนี่คะ”“เราไม่ต้องไปยุ่งกับพี่เขาเลย ตัวเองยังสามวันดีสี่วันทะเลาะกับตารามอยู่เลยทำเป็นไปสอนพี่เขา”“พ่อ!! นี่ลูกเองค่ะ หึ ชวนมากินข้าวด้วยเพราะแบบนี้สินะ พี่ภูรู้ได้ยังไงว่ายัยป้านั่นจะพาแฟนพี่มากินข้าวที่นี่”“แกถามโง่ ๆ รสาเรื่องของแฟนตัวเองมีใครที่จะไม่รู้บ้างล่ะ ตาภูพ่อจะกลับมาเมื่อไหร่ยังไม่มีกำหนดเลยเหรอ”“ยังเลยครับงานที่ฮ่องกงค่อนข้างยุ่ง เห็นว่าจะเปิดสาขาเพิ่มอีกเพราะออเดอร์ของทางฝั่งนั้นมีมากกว่าที่คาดเอาไว้ครับ”“ตั้งแต่แม่ของภูจากไปพ่อของภูก็แทบจะไม่กลับเมืองไทยเลยนะ”“ผมเข้าใจพ่อนะครับ เป็นผมก็คงไม่อยากจะอยู่ในที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ
มิลินเบี่ยงหน้าหลบเขาอีกครั้งเพื่อไม่ให้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของคนตรงหน้า ภูวินทร์ทรุดตัวลงกับพื้นและคุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างหมดแรง“แม้ว่าตอนนั้นผมจะรู้ว่าคุณคบกับศิระ แต่ผมก็แยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว เรื่องที่เขาหักหลังคุณไม่เกี่ยวอะไรกับผม แม้ว่าเรื่องที่ผมรู้จะสามารถแก้แค้นพวกเขาได้แต่ผมไม่เคยคิดที่จะใช้คุณเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นพวกเขา มิลินรดาคุณมีค่ากับผมมากกว่านั้นมากนัก คุณเชื่อใจผมอีกสักครั้งจะได้ไหม”มิลินรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งก่อน เพราะตลอดเวลาที่เธอไปทำงานที่เอส กรุ๊ป ใช่ว่าเธอจะไม่สืบอะไรเลยเสียเมื่อไหร่ ศิระไม่ใช่คนอย่างที่เธอคิดเอาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว วันที่สามที่เธอก้าวเข้าไปทำงานที่นั่นศิระก็ยังพาดาราสาวโนเนมคนหนึ่งเข้าไปที่บริษัทโดยอ้างว่าเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ สุดท้ายเขาก็นอนกับดาราสาวคนนั้นและยังทำในออฟฟิศของตัวเองด้วยแม้ว่ามิลินจะรู้แต่กลับเฉยชากับเรื่องนี้ นั่นหมายความว่ามิลินไม่ได้รู้สึกอะไรกับศิระอีกต่อไปแล้ว“คุณลุกขึ้นเถอะค่ะ อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ”“คุณจะไม่ยกโทษให้ผมจริง ๆ เหรอ”“คุณภูวินทร์คะอย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยนะคะ เรื่องนี้
ห้องพักคู่บ่าวสาว“อ๊าา เดี๋ยวก่อนค่ะที่รัก ยังไม่ได้ถอดชุด”“ผมไม่สน ที่เราเลือกชุดสั้นแบบนี้ก็เพื่อให้สะดวกแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ อาา เสียวจัง หันมาหน่อยสิผมยังจูบไม่พอเลย”“อื้อ…เสียว เบาหน่อยค่ะ อ๊ะ”แต่แรงอัดกระแทกด้านหลังไม่ได้เบาลงเลย ยิ่งเห็นเธอในชุดเจ้าสาวแบบนี้จิตใจเขาก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะมันกระตุ้นอารมณ์เขาได้มากกว่าชุดปกติ “ถอดยากนักก็ต้องทำแบบนี้แหละ”“อื้อ อ๊าา บีบแรง ๆ ค่ะ อ๊าา”เจ้าสาวถูกยกสะโพกขึ้นเพื่อรับแรงอัดกระแทกที่แรงขึ้น มิลินยังไม่ได้ไปถึงเตียงด้วยซ้ำ เพราะเข้าประตูมาได้เจ้าบ่าวก็รีบจัดการเธอทันที ตอนนี้ทั้งคู่ยังอยู่แค่ประตูห้องส่งตัวยังไม่ได้แตะต้องเตียงที่ปูไปด้วยกุหลาบนั่นเลย“ซี๊ด…อ๊าา!! จะเสร็จแล้วค่ะ ที่รักเร็วค่ะ”ภูวินทร์อัดกระแทกแรง ๆ เน้น ๆ เข้าไปอีกครั้งตามที่หมอตะวันแนะนำเพราะเขาให้เธอหยุดกินยาคุมแล้วเพื่อจะได้ปั๊มลูกโดยไม่พักเพราะเขาเห็นหมอตะวันเล่นกับลูกชายแล้วนึกอยากจะมีเป็นของตัวเองบ้าง“ขนาดเลือกแบบง่าย ๆ แล้วยังถอดยากอีก ฉีกเลยดีไหม”“ไม่ได้นะ!! มันแพง”“ที่รัก ผมซื้อให้ใหม่ก็ได้”“ไม่ได้!! ถอยไปเลย”เมื่อถูกภรรยาดุ ภูวินทร์ก็ได้แต่ทำห
บนเรือสำราญ / เกาะพีพี“ยอดไปเลยนะ สมกับเป็นบอสจริง ๆ จัดงานแต่งทั้งทีธรรมดาไม่ได้เลย สมกับเป็นเจ้าพ่อวงการธุรกิจไอที”“พี่อุ่นก็อยากแต่งงานเหรอคะ”“บ้าน่าพิมพ์พี่เลยจุดนั้นมานานแล้ว คงไม่มีใครมาจีบหรอกอยู่เป็นสาวทึกกับพวกเธอนี่แหละ”“แหม คุณอุ่นก็พูดเกินไป ยังสาวยังสวยอยู่อย่าตัดพ้อแบบนั้นสิครับว่าแต่เจ้าบ่าวเจ้าสาวยังไม่เข้ามาอีกเหรอครับเรือออกจากฝั่งนานแล้ว”“รออีกหน่อย ยังไม่ถึงฤกษ์เลยพวกเราก็ไปเตรียมประจำที่เถอะ”พนักงานของพีวี กรุ๊ปทยอยกันมาที่ดาดฟ้าเรือสำราญหรูที่ภูวินทร์เหมาลำสำหรับสองบริษัทมาพักและร่วมพิธีแต่งงานของเขาและมิลินรดา ทั้งพีวี กรุ๊ปและเอส กรุ๊ปที่รวบกิจการเข้าด้วยกันและยังมีตะวันและตันหยงที่มาพร้อมกับวัชระกับแคทที่กรี๊ดทุกครั้งที่เห็นภูวินทร์จนวัชระค้อนไปหลายรอบ“ที่รักคุณไหวหรือเปล่า เมาเรือไหมผมเป็นห่วง"“คุณลืมไปแล้วเหรอคะว่าคุณก็เคยพาหยงไปขอแต่งงานบนเรือมาเหมือนกันแค่นี้สบายมากค่ะ”“แต่ตอนนี้เหมือนกันที่ไหน คุณท้องอยู่นะครับถ้าเวียนหัวก็รีบบอกนะผมเอายาดมมาให้ด้วย”“คุณก็ยังเหมือนเดิมจริง ๆ นะคะหมอ หยงไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น” "แล้วนี่ตาภูผาไปไหนแล้ว”“อยู่กับคุณแ
ภูวินทร์ดึงเธอขึ้นมาและจับขึ้นไปวางที่โต๊ะทำงานใหม่ของเธอ มิลินอ้าขาให้เขาทันทีเพื่อให้เขาจัดการกับชั้นในตัวจิ๋วที่เขาเลือกซื้อให้เอง เมื่อมองเห็นภูวินทร์ก็แทบจะทนไม่ไหวที่จะใช้นิ้วลากไล้ไปมาจนมิลินแอ่นรับสัมผัส“อ๊าา อย่ากระตุ้นสิคะ มันเสียว”“แฉะขนาดนี้จะใส่ได้อีกไหมนะ ถอดออกก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวทำความสะอาดให้”“อ๊าา”เมื่อพูดจบก็ลงมือทำทันที บอสจอมโหดยังไม่ทิ้งลายความเด็ดขาดเมื่อต้องการรุกฆาตเหยื่อ ลิ้นและนิ้วของเขายังสร้างความเสียวให้เธอไม่ขาดจนน้ำหวานเริ่มไหลออกมาและก่อนที่จะเลอะเขาก็จัดการพามังกรยักษ์สอดเข้าไปทันที“อู๊วว…เสียวจัง เบาหน่อยนะคะเดี๋ยวข้างนอก…”“ไม่ได้ยินหรอก คุณคิดว่าห้องทำงานผมไม่เก็บเสียงเหรอ ผมออกแบบเองเชียวนะไม่มีทางปล่อยผ่านเรื่องนี้ได้หรอกน่าวางใจได้”“คุณมันร้ายกาจ อ๊าา”แรงอัดกระแทกทำเอาโต๊ะทำงานใหม่เกือบจะล้มเขาจึงพาเธอกลับมาที่โซฟาตัวเดิมที่เคยเป็นเตียงแรกของทั้งสอง เมื่อเริ่มกระแทกมิลินก็เริ่มครางดังขึ้นอีกครั้ง“อาา เสียวมาก อ๊าา ท่านี้เสียวไปแล้วที่รักคะ เร็วหน่อย”เขาเองก็รู้ว่าตอนนี้คงจะทำนานไม่ได้เหมือนกับที่คอนโดเพราะยังมีภารกิจต้องไปทำอีกหลายที่ เม
อุณหภูมิของน้ำในอ่างจากุชชี่สุดหรูแม้ว่าจะอุ่นแต่ก็สู้ความเร่าร้อนของคนทั้งสองที่แช่อยู่ไม่ได้ แม้ว่ามิลินจะดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีปลาสเตอร์กันน้ำอยู่ที่หน้าผาก ภูวินทร์ที่เฝ้าระวังอยู่ก็อ่อนโยนกับเธอมากกว่าครั้งไหน ๆ เพราะเขาพึ่งสังเกตเห็นรอยช้ำตามตัวของเธอ“ไอ้สารเลวนั่น…”“ลืมมันไปเถอะนะคะ มันจบแล้วตอนนี้คุณสนใจแค่มิลินก็พอ ได้ไหมคะบอส”“ผมบอกแล้วว่าถ้าคุณเรียกผมว่าบอส ผมจะจัดการคุณ”“อ๊าา ภูคะ อื้อ เสียวจัง นิ้วคุณซนเกินไปแล้ว อ๊าา ลิ้นด้วย อ๊าา”ลิ้นของภูวินทร์วนไล้ไปทั่วรอบ ๆ ราวหน้าอกอวบที่ตอนนี้กลับมาเนียนขาวอีกครั้งหลังจากที่เขาไม่ได้รังแกเธอมาหลายวัน ตอนนี้เขาไม่ต้องใช้เครื่องป้องกันแล้วเพราะมิลินตัดสินใจเปลี่ยนไปกินยาคุมแบบรายเดือนแทนซึ่งนั่นก็นับว่าสะดวกกับทั้งคู่มากเพราะมิลินไปปรึกษาตะวันมา เขาจึงแนะนำให้เธอกินยาแบบแผงที่ช่วยเรื่องผิวพรรณเพราะมิลินไม่ชอบวิธีการฉีดยาคุมแบบรายเดือน“มิลินผมจะทนไม่ไหวแล้ว ขอตอนนี้ก่อนได้ไหมมันจะแตกแล้ว”“อือ ได้ค่ะ โอ๊ะ!! เข้ามาเร็วจัง ซี๊ด…แน่น!!”“มันคงคิดถึงกันน่ะสิเพราะไม่ได้เข้าไปนานหลายวัน”“อื้อ ทะลึ่ง อ๊าา เสียว ที่รักคะขยับเร็วขึ้นอีก
มิลินและภูวินทร์หันไปมองที่จอมอนิเตอร์ก็ต้องตกใจทันทีเพราะตัวคนที่พูดในตอนนี้อยู่ญี่ปุ่นกับแฟนสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตันหยงนั่นเอง"พี่วัชระ เป็นพี่เองเหรอคะเนี่ย!!”“ยังดีที่ไม่เรียกว่าแฮกเกอร์โนเนม เชอะจะงอนแล้วนะ นี่ตันหยงน้องสายรหัสคุณนี่ร้ายชะมัดเลยกล้าบอกว่าผมเป็นแฮกเกอร์โนเนม”“พี่วัชระคะ ถ้าเทียบกับบลูเดวิล ยังไงพี่ก็โนเนมสำหรับมิลินอยู่ดีแหละค่ะ”“อะไรนะ!! เดี๋ยวก่อนนะเมื่อกี้พูดว่าบลูเดวิลเหรอ!! ตัวจริง ตัวเป็น ๆ น่ะเหรอไม่จริงน่าเขาคือใครกันน่ะ”ภูวินทร์ยื่นหน้าเข้าไปในจอ วัชระถึงกับกะพริบตาถี่ ๆ เข้ามาหน้ากล้องด้วยความอยากรู้อย่างที่สุด เพื่อมองให้ชัดอีกครั้งเพราะเขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่อยากรู้ตัวจริงของ “บลูเดวิล” มาโดยตลอด“สวัสดีครับคุณวัชระ ผมภูวินทร์เองครับหรือที่พวกคุณรู้จักในนาม…”“โอ้มายก็อด!! ใช่จริง ๆ เหรอ บลูเดวิลเทพแห่งเซิร์ฟเวอร์คนนั้น ที่รัก!! เร็ว ๆ เข้ามานี่เร็ว วันนี้เราจะได้เห็นหน้าจริงของบลูเดวิล”“อะไรนะคะ!! เมื่อกี้คุณพูดว่าบลูเดวิลเหรอ”เสียงโวยวายของผู้หญิงด้านหลังเขารีบตะโกนมาเมื่อรู้ว่าคนที่พูดอยู่คือใคร “แคท” เพื่อนสนิทของตันหยงวิ่งมาที่หน้าจอพร้อม
ทุกคนหันไปดูที่จอใหญ่อีกครั้ง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทำให้จิตราแทบอยากจะเดินไปบีบคอภูวินทร์ให้ตายคามือ เอกสารสร้างหุ้นและเงินทุนปลอมและจำนวนเงินที่หุ้นส่วนแต่ละคนนำมาลงทุน“เห็นความผิดปกติอะไรไหมครับ ทุกคนพร้อมที่จะร่วมลงทุนในโปรเจคที่มิลินรดาคิดขึ้นมาแต่มีสองแม่ลูกที่มีเพียงรายชื่อและจำนวนเงินที่ไม่ได้ลงเงินจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่หุ้นส่วนแต่ละคนได้วางเงินลงทุนของตัวเองจนครบ ขาดก็แต่…”“ขาดคุณจิตราและคุณศิระ”คุณจิตรา!! ผมต้องการคำอธิบาย"บอร์ดบริหารที่นั่งโต๊ะเดียวกับจิตราเริ่มหันมาเอาเรื่องเธอเองหลังจากที่ภูวินทร์แสดงเอกสารออกมา“ไม่ใช่แค่นั้น เดิมทีเธอและลูกชายทำหน้าที่ดูแลก็จริง แต่เงินที่ใช้บริหารกลับดึงมาจากส่วนกลางและผู้บริหารคนอื่น ๆ ก็ไม่เคยทราบเลยว่า…ผลประโยชน์ที่ได้นั้นไม่ได้มีสัดส่วนที่เป็นธรรมตั้งแต่แรก”จอเปลี่ยนไปอีกครั้ง ผลกำไรและเม็ดเงินที่เข้าบัญชีของสองแม่ลูกนั้นแตกต่างกับสัดส่วนกำไรของคนอื่น ๆ ที่ได้รับอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้คณะบอร์ดของเอส กรุ๊ปเริ่มลุกขึ้นและหันมาเอาเรื่องจิตราและศิระที่นั่งตัวงออยู่ข้าง ๆ“แก!! เรื่องที่ระบบเซิร์ฟเวอร์ของฉันถูกทำลายก็เป็นแกที่ทำขึ้นมาใช่ไหม”
มิลินรดาเดินมาพร้อมกับภูวินทร์ที่คอยพยุงเธอ ชัตเตอร์หันไปรัวภาพทั้งคู่เมื่อเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับจิตราที่ยังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะแถลงข่าว แม้ว่าสีหน้าจะไม่แสดงอาการแต่เธอก็กำหมัดแน่น ส่วนศิระเมื่อเห็นมิลินอีกครั้งเขาก็รีบหลบสายตาทันทีพร้อมกับหันมามองที่แม่ของเขา“แม่ครับ”“อยู่นิ่ง ๆ ฉันสั่งให้คนลบทุกอย่างจากกล้องวงจรปิดไปแล้วมันจะมีหลักฐานที่ไหนเอาผิดแกได้”“ฉันมิลินรดา คนที่คุณจิตราใส่ความว่าเป็นคนทำลายระบบเซิร์ฟเวอร์ของเอส กรุ๊ป”“เอาล่ะค่ะในเมื่อคู่กรณีมาแล้ว ขอถามได้ไหมคะว่าวันนั้นที่เกิดเรื่องขึ้นคุณได้ใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าทำร้ายคุณศิระจริงหรือไม่คะ”มิลินรดากับภูวินทร์หันไปมองรสาที่ยืนยิ้มให้กับทั้งคู่เมื่อถามคำถามนี้ขึ้นมา มิลินยิ้มกลับให้เธอและพูดขึ้นมาทันที“ใช่ค่ะ ฉันยอมรับว่าใช้เครื่องช็อตไฟฟ้านั่นทำร้ายเขาจริง ๆ แต่เรื่องมันไม่ได้เริ่มต้นเหมือนกันที่คุณจิตราได้เล่าให้พวกคุณฟังเลยแม้แต่น้อย”นักข่าวเริ่มหันมาทางมิลินโดยที่จิตรายังนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะ“คุณเล่าให้ฟังได้ไหมคะว่าวันนั้นเกิดอะไรขึ้น”“ได้ค่ะ วันนั้นหลังจากเลิกประชุมโปรเจคสำคัญของบริษัทซึ่งฉันรับหน้าที่เป็นหัวหน้าดูแ
ภูวินทร์และมิลินรดาพักอยู่ที่คอนโดของตะวันยับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น แม้ว่าภูวินทร์จะเข้าบริษัททุกวันแต่ก็ไม่ลืมที่จะโทรมาถามมิลินสามเวลาหลังอาหารอีกทั้งตอนนี้งานที่พีวี กรุ๊ปก็หนักมากจนอนุชิตแทบจะร้องขอชีวิต“บอสครับ เหลืออีกสองที่สุดท้ายแล้วครับ”“ขอบใจมากนะอนุชิต หลังจากงานนี้แล้วผมคงต้องเพิ่มเงินและวันหยุดให้พวกคุณแล้วล่ะ”“ตอนนี้ผมแค่ขอเวลาได้นอนเกินสี่ชั่วโมงก็พอแล้วครับ รอให้ผ่านวิกฤตินี้ไปได้แล้วค่อยว่ากันครับบอส”“ฝากคุณด้วยนะ คุณอุ่นล่ะ”“อ้อ ไปอีกที่หนึ่งครับ เธอฝากเอกสารนี้มาให้บอสด้วยครับ”“ขอบใจมากนะ”“งั้นผมไปก่อนนะครับ”“ให้คนขับรถไปให้นะ ผมเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย”“ขอบคุณครับบอส”อนุชิตเดินออกไปพร้อมกับคนขับรถบริษัท ตอนนี้โปรแกรมเมอร์ในพีวี กรุ๊ปจะมีคนขับรถและบอดี้การ์ดส่วนตัวคอยคุ้มกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา แม้ว่าภูวินทร์จะไม่ใช่เจ้าพ่อมาเฟียเหมือนหมอตะวันแต่เขาเองก็มีเพื่อนในวงการนี้อยู่พอสมควรที่จะเรียกใช้งานได้โรงพยาบาล“คุณหมอคะ อาการที่เขียนมานี่มันเบามากเลยนะคะ ลูกชายฉันบาดเจ็บหนักเพราะโดนเครื่องช็อตไฟฟ้าเลยนะคะ เขาเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้เลยทำไมคุณหมอเขีย
“ค่ะ มิลินจะไม่กลับไปอีกแล้ว”“คุณนอนพักสักหน่อยนะ แผลของคุณยังเจ็บอยู่ไหม ผ้าพันแผลนี่แน่นเกินไปหรือเปล่า”“ไม่ค่ะ คุณกอดมิลินหน่อยสิคะ”“มาเถอะ พักสักหน่อยนะไม่ต้องห่วงนะมีผมอยู่ไม่มีใครกล้าแตะต้องคุณได้”“มิลินทำสำเร็จแล้วใช่ไหมคะ ใกล้จะจบแล้ว”“ใช่ มันใกล้จะจบแล้วล่ะ”เอส กรุ๊ป“ท่านประธานคะติดต่อคนแก้ไขเซิร์ฟเวอร์ได้แล้วค่ะ แต่ตอนนี้เขาอยู่ที่ญี่ปุ่นค่ะ”“ดีมาก ฉันคุยเอง”จิตราระดมคนที่มีความสามารถเพื่อหาแฮกเกอร์แทนที่จะหาคนที่แก้ไขงานระบบและสุดท้ายเธอก็ได้มาคนหนึ่งแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในเมืองไทยแต่คนนี้เป็นแฮกเกอร์มืออาชีพที่เคยดูแลระบบให้มาเฟียต่างประเทศที่หาตัวจับยากซึ่งโปรแกรมเมอร์ของเธอแนะนำมา“ใช่ค่ะ ปัญหาที่เราพบอยู่ตอนนี้เป็นแบบนี้คุณพอจะช่วยได้ใช่ไหม เยี่ยมเลยค่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะส่งข้อมูลไปให้คุณ…อะไรนะ สามล้าน”“ครับ สามล้านดอลล่าห์ต่องานหนึ่งครั้ง”“ดอลล่าห์?”“ครับ ถ้าไม่พร้อมก็ไปคิดดูก่อนได้”“แล้วถ้าคุณทำไม่สำเร็จล่ะ เงินที่ฉันจ่ายไปไม่สูญเปล่าเหรอ”“นั่นก็แล้วแต่คุณ การแก้ไขระบบเองก็มีความเสี่ยง ไม่มีใครรู้ว่าระบบคุณถูกโจมตีด้วยอะไร ใครแต่ผมสามารถหาคนที่ทำและจัดการมัน