แชร์

บทที่ 577

ผู้เขียน: พิณเคล้าสายฝน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2024-11-06 18:00:00
สายตาถูกฮุ่ยอี๋ขวางไว้ได้อย่างชาญฉลาด ไป๋อวี้ถังไม่เห็นใบหน้าหลินซวงเอ๋อร์ ทำได้เพียงละสายตาไปอย่างผิดหวัง

ทั้งสามเดินไปข้างหน้าต่อ

อาจเป็นเพราะไม่ได้ออกวังมานาน ฮุ่ยอี๋ถึงรู้สึกเก็บกด เห็นอะไรดูแปลกตาน่าสนุก ก็อดใจพุ่งไปดูไปจับเสียมิได้

ครานี้ นางเตรียมเงินมาเพียงพอ ยามเห็นอะไรน่าสนุกหรือสวยงาม ก็ต้องซื้อติดมือไปสองชิ้น ชิ้นหนึ่งให้ตนเอง อีกชิ้นเอาให้ซวงเอ๋อร์

ไปอวี้ถังตามหลังทั้งสอง ออกตัวถือของให้ฮุ่ยอี๋

ฮุ่ยอี๋เองก็ไม่เกรงใจ ไม่ว่าจะซื้ออะไรล้วนยัดใส่มือไป๋อวี้ถังทั้งหมด

ไม่นาน ในมือไป๋อวี้ถังก็เต็มไปด้วยสารพัดของเล็กใหญ่

ฮุ่ยอี๋ยังไม่พอใจ เทียวเลือกของหน้าร้านต่อเนื่อง

หลินซวงเอ๋อร์ไม่ได้ตามติดไป นางเห็นไป๋อวี้ถังถือของเต็มมือ จึงคิดอยากช่วยแบ่งเบาสักส่วน

ไป๋อวี้ถังเอ่ย “ไม่เป็นไร เรื่องใช้แรงงานเช่นนี้จะให้เจ้าทำได้อย่างไร”

หลินซวงเอ๋อร์ตอบ “ไม่เป็นหรอก แต่ก่อนข้าก็ใช้แรงงาน เป็นงานใช้แรงหนักกว่านี้เสียอีก”

ไป๋อวี้ถังกล่าว “อย่างไรก็ไม่ได้ อย่างน้อยอยู่ต่อหน้าข้า ข้าไม่มีทางให้เจ้าต้องทำเรื่องแบบนี้แน่”

เมื่อได้ยิน หลินซวงเอ๋อร์ชะงักงันเล็กน้อย

คำพูดคำจานี้ ฟังดูแล้ว
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อเรื่องนี้บน Application

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 578

    เยี่ยเป่ยเฉิงคือคนใกล้ชิดที่นางไว้ใจที่สุด ทว่ายามนี้แม้แต่ตัวเขายังไม่ยอมเชื่อ นี่เป็นสิ่งที่นางรับไม่ได้เป็นที่สุดไป๋อวี้ถังอดทนถามต่ออย่างใจเย็น “เรื่องที่พวกเขาไม่เชื่อเจ้าพูดคือเรื่องอันใดหรือ? บอกให้พี่ไป๋ฟังสักหน่อยได้หรือไม่?”หลินซวงเอ๋อร์ก้มหน้า จดจ้องปลายเท้าตน ดึงจมูกครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “พวกเขาบอกว่าโรคของข้าจะคลั่งทำร้ายคน ทำร้ายตัวเอง จะแยกไม่ออกระหว่างความจริงและภาพหลอน จะคิดมากเรื่อยเปื่อย......”“แต่ข้าเปล่า! ข้าไม่ได้บ้า และไม่ได้ทำร้ายตัวเอง ยิ่งไม่ได้คิดเรื่อยเปื่อยด้วยซ้ำ......”ประโยคสุดท้าย นางแทบตะโกนออกมา“ข้ารู้......ท่านก็ไม่เชื่อเหมือนกัน” จู่ๆนางพลันเงยหน้ามองไป๋อวี้ถังด้วยความผิดหวัง “แต่ไม่เป็นไร อย่างไรเสียข้าก็ชินแล้ว ถึงอย่างไรหมอหลวงก็บอกว่าข้าทุกข์ใจจนกลายเป็นโรค ใครจะมาเชื่อคำพูดคนป่วยอย่างข้าเล่า?” “ข้าเชื่อ” จู่ๆไป๋อวี้ถังกลับเอ่ยหลินซวงเอ๋อร์ชะงักงัน แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง“แม่นางซวงเอ๋อร์ ไม่ว่าเจ้าจะพูดอะไร ข้าเชื่อเจ้าทั้งสิ้น” ไป๋อวี้ถังมองนางด้วยสายตาจริงจังแน่วแน่“เหตุใดเล่า?” หลินซวงเอ๋อร์เริ่มตาแดงไป๋อวี้ถังกล่าง “เพราะดวงตา

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-06
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 579

    ทันใดนั้นฝูงชนบนท้องถนนพลันแตกตื่น ขอทานยาจกไม่รักชีวิตกำลังวิ่งพล่านท่ามกลางกลุ่มคน ในมือเขาถือถุงผ้าห่ออันหนึ่งไว้แน่นข้างหลังขอทานยาจก มีหญิงชราคนหนึ่งตามติดไม่หยุด ปากพร่ำตะโกนร้อง “จับหัวขโมยสิ จับเจ้าหัวขโมย”ประชาชนรอบบริเวณไม่กล้ายุ่งเรื่องชาวบ้าน จึงพากันหลีกหนีไปไกลมือเท้าขอทานยากจกว่องไวยิ่ง หญิงชชราที่เรี่ยวแรงไม่พอนั้น ถูกเขาสลัดทิ้งห่างไปไกลอย่างรวดเร็วไป๋อวี้ถังโอบหลินซวงเอ๋อร์ค่อยๆขยับมาข้างกาย ขอทานยาจกพุ่งผ่านทั้งสองดุจลมกรดมองพริบตาเดียวก็รู้แล้วว่าขโมยจนเป็นนิสัย มือเท้าไวว่องดังว่าเมื่อเห็นว่าขอทานกำลังจะวิ่งหนีไปไกล ไป๋อวี้ถังพลันดึงตราหยกตรงเอว ตามติดขอทานนั่นไปทันใดเขาลงมือรวดเร็วเด็ดขาด ตราหยกนั่นประหนึ่งซ่อนเร้นด้วยพลังสายฟ้า ฟาดเข้าต้นขาขอทานอย่างแม่นยำเสียงแผดร้องดังขึ้นในวินาทีต่อมา ขอทานล้มลงบนพื้น ตามด้วยเสียงแตกร้าวของตราหยกขอทานหมดหนทางหยัดกายยืน เขารู้สึกแค่ว่าขาของตนกำลังจะหักหญิงชรากระหืดกระหอบวิ่งตามมา ชิงถุงผ้าห่อของในมือขอทานไป จากนั้นก็เตะเข้าที่ขาสองข้างของขอทาน ปากพลางก่นด่าไปด้วย “ไอ้คนเนรคุณ ฮูหยินของข้าอุตส่าห์เมตตาให้เงิน

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-06
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 580

    เดิมทีหลินซวงเอ๋อร์อยากปฏิเสธ ทว่าน้ำใจไมตรีนั้นตัดได้ยาก จึงทำได้เพียงตามหญิงชราไปด้วยเท่านั้นทั้งกลุ่มตามหญิงชราเข้าโรงเตี๊ยม มาถึงห้องแสนโอ่อ่าตรงชั้นสองห้องหนึ่ง หญิงชราให้ทั้งกลุ่มคอยอยู่ข้างนอก ส่วนตนเข้าไปรายงานกระทั่งหญิงชราเข้าไปแล้ว ฮุ่ยอี๋จึงเริ่มมีโทสะ “จะมีอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าองค์หญิงอย่างข้าอีก?”หลินซวงเอ๋อร์เอ่ย “องค์หญิงอย่าเพิ่งโกรธเกรี้ยว อาจเป็นตระกูลเศรษฐีก็ได้ คอยครู่หนึ่งก็ไม่เป็นไร”ฮุ่ยอี๋เอ่ยอย่างหยิ่งยโส “หากมิมใช่เพราะเห็นแก่เจ้า ข้าไม่ยอมลดตัวเช่นนี้หรอก!”หลินซวงเอ๋อร์หัวเราะ “เอาล่ะเอาล่ะ ศักดิ์ศรีเรามันยิ่งใหญ่เสียจริง”ขณะทั้งสองกำลังคุยกัน ประตูตรงหน้าพลันมีเสียง ‘แกร็ก’ จากการเปิดดังขึ้น หญิงชรายิ้มให้กับทั้งกลุ่ม “ทำเอาทุกท่านคอยเสียเนิ่นนาน ฮูหยินอยู่ข้างในนี้แล้ว เชิญทุกท่านเข้าไปเถิด”สิ้นเสียง ประตูบานใหญ่ตระการตาเปิดออก หญิงชราพาทั้งกลุ่มเดินเข้าไปภายในห้อง อวี๋หว่านหนิงกำลังนั่งบนตั่งเบาะนุ่มครานี้ นางมิได้สวมหมวกหญ้าหรือผ้าปิดหน้า ใบหน้างดงามเกินคนปรากฏต่อเบื้องหน้าธารกำนัล นี่เป็นคราที่สองที่ได้พบนาง หลินซวงเอ๋อร์ยังคงรู้สึกตกต

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-06
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 581

    อวี๋หว่านหนิงมองหน้าหลินซวงเอ๋อร์ มีความชื่นชอบจนยากจะบรรยายเพียงแต่มาพบนางครั้งนี้ สีหน้าดูคล้ายซีดเซียวไปไม่น้อย ดวงตาก็ไม่ใคร่สดใสดังเช่นเมื่อครั้งแรกพบ แม้แต่เรือนร่างผอมบางของนาง ก็ดูราวซูบผอมไปมากอวี๋หว่านหนิงไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุใด เห็นแล้วรู้สึกปวดใจยิ่ง ในยามนี้ อาหารขึ้นโต๊ะมาครบแล้ว อวี๋หว่านหนิงจึงเชิญให้ทุกคนนั่งลง ส่วนตัวนางเองยืนขึ้น เดินไปเบื้องหน้าหลินซวงเอ๋อร์ พานางมานั่งด้านข้างตนหลินซวงเอ๋อร์ก็ไม่รู้เพราะเหตุใด เห็นความอ่อนโยนของอวี๋หว่านหนิงแล้ว รู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกไป๋อวี้ถังนั่งข้างหลินซวงเอ๋อร์อีกฝั่งหนึ่ง ทุกคนนั่งล้อมโต๊ะกินข้าว บรรยากาศแลดูอบอุ่นยิ่งอวี๋หว่านหนิงจ้องมองหลินซวงเอ๋อร์ พลางถามด้วยความห่วงใย “แม่นางดูคล้ายซูบผอมไปมาก คราวก่อนที่พบเจ้า ยังเห็นสีหน้าเปล่งปลั่ง ดวงตาเป็นประกาย แต่วันนี้ไฉนจึงดูซีดเซียวนัก?”เมื่อกล่าวจบ ทั้งไป๋อวี้ถังและฮุ่ยอี๋ต่างมองหน้าหลินซวงเอ๋อร์พร้อมกันหลินซวงเอ๋อร์กล่าวตอบ “สุขภาพไม่สู้ดี ล้มป่วยเล็กน้อยน่ะเจ้าค่ะ”อวี๋หว่านหนิงมองด้วยความปวดใจ “น่าสงสารเสียจริง ครอบครัวมิได้ดูแลเจ้าหรอกหรือ?”หลินซ

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-07
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 582

    ฮุ่ยอี๋เหลือบตามองดูไป๋อวี้ถัง ในใจคล้ายมีม้าเป็นหมื่นตัวกำลังโลดแล่นโจนทะยานเขาน่ะหรือจะมาชอบตน?ฮุ่ยอี๋นึกขำในใจจะเป็นไปได้อย่างไร?ไป๋อวี้ถังเป็นคนใจร้ายนัก ชอบเสแสร้งก็ที่หนึ่ง เขารักแต่ตัวเอง เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกโดยแท้ คนเช่นนี้จะรู้จักชอบผู้อื่นด้วยความจริงใจได้อย่างไรฮุ่ยอี๋แทบไม่กล้าคาดคิด หากไป๋อวี้ถังชอบพอใครสักคนจริงๆ เขาจะมีท่าทีเป็นอย่างไรครั้นเมื่อสบเข้ากับสายตาจับผิดของฮุ่ยอี๋ ไป๋อวี้ถังแสร้งทำเป็นไม่สนใจ พลางยกถ้วยชาขึ้นช้าๆ จิบเบาๆ ไปหนึ่งอึกอวี๋หว่านหนิงมองดูทั้งฮุ่ยอี๋และไป๋อวี้ถัง ในใจรู้ซึ้งถึงเรื่องบางอย่างนางกล่าวยิ้มๆ “เอาเถิดๆ ไม่พูดแล้ว อีกอย่าง แม่นางหลินดูจะร้อนใจมาก”จะไม่ให้หลินซวงเอ๋อร์ร้อนใจได้อย่างไร?เพราะนางถูกจับคู่ผิดไปเสียแล้วเคราะห์ดีที่ไป๋อวี้ถังเปลี่ยนหัวข้อในการสนทนา“ฮูหยินเดินทางมาไกล ถ้าอย่างไรข้าจะจัดหาที่อยู่ให้ ฉางอันคึกคักนัก ท่านน่าจะอยู่ต่อสักหลายวัน”อวี๋หว่านหนิงกล่าวปฏิเสธเนิบๆ “อย่าเลย ข้ามาอยู่หลายวันแล้ว รอสักพักข้าคงต้องกลับบ้าน”เมื่อได้ยินว่านางจะกลับไป หลินซวงเอ๋อร์ก็รู้สึกอาลัยอาวรณ์ยิ่ง นางมองหน้าอวี๋

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-07
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 583

    อวี๋หว่านหนิงถลึงตาใส่หญิงชรา พลางกล่าว “เพียงแค่ยาขวดเดียว ไม่เป็นไรหรอก ข้ากับแม่นางผู้นี้ถูกชะตากันนัก หากช่วยให้นางสุขภาพดีขึ้นได้ ก็นับว่าได้ตอบแทนบุญคุณของนาง”น่าอยู่หรอกที่หญิงชราจะตื่นเต้นเพราะยาชนิดนี้หายากนัก แก้ได้สารพัดพิษ รักษาได้ทุกโรค ทั่วทั้งวังเป่ยหรงมีเพียงขวดเดียวเท่านั้นเนื่องจากอวี๋หว่านหนิงมีสุขภาพอ่อนแอ ฮ่องเต้เป่ยหรงจึงให้นางพกติดตัวไว้ แต่นางกลับมอบให้หลินซวงเอ๋อร์อย่างง่ายดายหลินซวงเอ๋อร์เห็นหญิงชราตื่นเต้นเช่นนี้ จึงไม่ได้เอื้อมมือไปรับ พลางกล่าว “ฮูหยินอย่าได้เกรงใจ เพียงแค่ป่วยเล็กน้อย หมอได้จัดยาให้ข้าแล้ว พักฟื้นสักหลายวันก็คงดีขึ้น”อวี๋หว่านหนิงกลับยืนกรานจะมอบยาให้นางให้ได้ พลางกล่าว “ยาที่หมอจัดให้หากได้ผลจริง เจ้าคงไม่มีใบหน้าที่ซีดเซียวเช่นนี้ ยาตัวนี้ล้ำเลิศนัก เหมาะกับการปรับสมดุลทั้งกายและใจ เจ้ารับไว้ก่อน ในวัง...บ้านข้ายังมีอีกหลายขวด”หลินซวงเอ๋อร์ยากจะปฏิเสธได้ จึงจำต้องรับไว้บนโต๊ะกินข้าว ทุกคนพูดคุยสนทนาอยู่นาน เมื่อเห็นว่าใกล้ค่ำมากแล้ว อวี๋หว่านหนิงจึงไม่คิดรั้งตัวไว้อีกก่อนจากลา หลินซวงเอ๋อร์และฮุ่ยอี๋เดินนำหน้า โดยมีไป๋อวี

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-07
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 584

    ท้องถนนยังพอคึกคักอยู่บ้าง ร้านค้าสองข้างทางแขวนโคมไฟสีแดง รอบข้างแลดูสว่างไสว กระจ่างตาจนขาวโพลนไปทั่วในเวลานี้ จันทราอยู่กลางหาว ทอดเงาลางเรือนลงสู่ผิวน้ำ พาให้พลิ้วไหวเบาๆริมฝั่งน้ำเห็นต้นหยางหลิ่วไหวเอน เรือลำน้อยลอยอยู่กลางบึง บนเรือยังมีเสียงพิณลอดมา ฟังแล้วไฟเราะเสนาะหูยิ่ง มีคนหลายคนเดินออกจากโรงเตี๊ยม มุ่งตรงไปยังริมฝั่งน้ำผ่านแผงลอยที่ขายโคมไฟอยู่หลายแผง ฮุ่ยอี๋อดไม่ได้ที่จะเหลียวมองซ้ำๆโคมไฟที่ทำจากฝีมือชาวบ้าน มีความช่างประดิดประดอย แม้วัสดุที่ใช้จะดูพื้นๆ แต่ฝีมือนับว่าเป็นเลิศนักวันนี้มีผู้คนมาเที่ยวงานโคมไฟจนแน่นขนัด ส่วนใหญ่จะมาเป็นกลุ่ม และในมือหญิงสาวทุกคนจะมีโคมไฟเล็กที่แลดูน่ารักยิ่งฮุ่ยอี๋เห็นเข้าก็ถูกใจยิ่ง และนางก็เดินไปซื้อไป ไม่นานเงินที่พกมาก็ถูกใช้จ่ายจนสิ้นแต่นางก็ยังถูกใจไปเสียหมด ถึงขั้นยืนอยู่หน้าแผงลอยไม่ยอมจากไปไหนหลินซวงเอ๋อร์รู้สึกจนปัญญาด้วยความที่เร่งรีบออกมา นางจึงไม่ได้พกเงินสักแดง แม้ว่าฮุ่ยอี๋จะชอบสิ่งใด นางก็ไม่มีเงินจะซื้อให้ได้ไป๋อวี้ถังอ่านความคิดของพวกนางออก จึงรีบเดินขึ้นไปพร้อมกล่าว “องค์หญิงชอบสิ่งใดบ้าง ข้าน้อยจะซื

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-07
  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 585

    ไป๋อวี้ถังนับว่าโชคดี โคมไฟกระต่ายน้อยนี้ดูเป็นงานที่ประณีต คนขายยังมอบให้โดยไม่คิดเงินหลินซวงเอ๋อร์คิดในใจ อาจเพราะโคมไฟของฮุ่ยอี๋มีราคาแพง เถ้าแก่จึงแถมให้อีกหนึ่งโคมก็เป็นได้เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินซวงเอ๋อร์จึงยอมรับมานางถือไว้ในมือ รู้สึกพอใจยิ่ง คิดว่าจะนำกลับไปแขวนไว้ในห้องเล็กของเหมาเหมากับหรงหรง น่าจะเหมาะสมที่สุดในขณะที่ฮุ่ยอี๋รู้สึกไม่ชอบมาพากลไป๋อวี้ถังทำเช่นนี้ต้องการสิ่งใดกันแน่?หรือว่า...ฮุ่ยอี๋คล้ายกับคาดเดาได้บางอย่างฉวยโอกาสที่หลินซวงเอ๋อร์ไม่ทันสังเกต นางแสร้งเดินช้าลง ไปอยู่ด้านหลังกับไป๋อวี้ถัง“คนแซ่ไป๋ เจ้าหวังสิ่งใดกันแน่” ฮุ่ยอี๋ลดเสียงลงถามเขาไป๋อวี้ถังใช้สายตาประหลาดใจมองดูนาง“องค์หญิงกล่าวหนักไปแล้ว ข้าน้อยจะหวังอะไรได้”ฮุ่ยอี๋กล่าวตอบ “อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย ข้าเห็นสายตาที่เจ้ามองดูซวงเอ๋อร์ไม่ปกติ เจ้าคงไม่ได้ชอบนางเข้าหรอกนะ”ไป๋อวี้ถังแอบสะดุ้งในใจแต่ยังแสร้งทำเป็นยิ้มใจเย็น พลางกล่าว “องค์หญิงล้อเล่นไปแล้ว ข้าจะชอบแม่นางซวงเอ๋อร์ได้อย่างไร”ฮุ่ยอี๋หรี่ตาเล็กน้อย พลางกล่าว “ยังจะแก้ตัวอีก หากไม่ชอบซวงเอ๋อร์จริง ไยจึงต้องตั้งใจเลือก

    ปรับปรุงล่าสุด : 2024-11-08

บทล่าสุด

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 655

    วันที่เจียงหว่านกำลังจะถูกเนรเทศ ในที่สุดเจียงเช่อก็มาหาถึงหน้าประตูเขาคุกเข่าเบื้องหน้าเยี่ยเป่ยเฉิง เว้าวอนขอเยี่ยเป่ยเฉิงปล่อยเจียงหว่านไปขณะที่เดินทางมา เขารับรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วเจียงหว่านลอบวางยาพระชายาเยี่ย ใช้ประชาชนที่ติดโรคทดลองยา เข่นฆ่าคนบริสุทธิ์ ผลาญชีวิตคนดุจผักดุจปลา นับเป็นอาชญากรรมอันชั่วร้ายที่สุด......แต่ไม่ว่าอย่างไร เจียงหว่านก็เป็นน้องสาวเขา เป็นคุณหนูหนึ่งเดียวของตระกูลเจียง เจียงเช่อมิอาจนั่งนิ่งดูดาย ปล่อยให้นางไปตายได้“ขอร้องท่านอ๋องไว้ชีวิตนางเถิด เป็นเพราะข้าตามใจนางจนเสียคน หากท่านอ๋องจะลงโทษ โปรดลงที่เจียงเช่อเถิดพะยะค่ะ”เมื่อเห็นเจียงเช่อ สายตาสิ้นหวังของเจียงหว่านพลันมีประกายความหวังขึ้น“พี่......ท่านพี่ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากไปแดนเถื่อน ข้าอยากกลับบ้าน ท่านพี่ช่วยข้าด้วย......”เจียงเช่อขมวดคิ้วเขม็งจ้องเจียงหว่าน สายตาแฝงเร้นด้วยแววเกยีดชังเข้าไส้เขารู้ว่าเจียงหว่านต้องโทษตาย ยามนี้แค่เนรเทศ ถือว่าเมตตามากแล้ว แต่เขาเองก็รู้ว่า สถานที่อย่างแดนเถื่อนนั้น มิใช่สถานที่ที่สตรีตัวคนเดียวจะไปได้ การเนรเทศนางไปที่นั่น เท่ากับส่งนางไปขุมนร

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 654

    “เลือดของนาง...”เจียงหว่านสีหน้าตกตะลึงตอนนั้น ตอนที่ฮุ่ยอี๋มอบยาถอนพิษใส่ในมือนาง นางเคยเอาทิ้งไว้หลายขวด เดิมทีคิดศึกษาส่วนผสมในนั้น ทว่าด้านในกลับมีส่วนผสมยาเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือเลือดมนุษย์...แรกเริ่ม นางคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล! กระทั่งยามนี้นางถึงได้เชื่อความจริง ส่วนประกอบของยานั้น มีเพียงเลือดมนุษย์จริงๆ! ทั้งยังเป็นเลือดของหลินซวงเอ๋อร์! เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ในที่สุดนางก็เข้าใจ!มิน่า...ตอนนั้น นางใช้ยาปริมาณมาก แต่กลับไม่อาจทำให้หลินซวงเอ๋อร์ถึงตาย! ไม่คิดว่าเลือดของนางจะขจัดพิษในร่างนางโดยมองไม่เห็น...ฮุ่ยอี๋เอ่ย “เจ้ายังมีหน้าพูดว่าไม่ได้ฆ่าคนเป็นผักเป็นปลาอีก! เจียงหว่าน เจ้าลืมแล้วหรือว่าเจ้าวางยาซวงเอ๋อร์อย่างไร? เสด็จอาให้อภัยเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ข้าไม่มีวันเกรงใจเจ้า!”คำพูดนี้สองแง่สองง่าม เห็นชัดว่ากำเย้ยหยันเยี่ยเป่ยเฉิงที่ดึงหมาป่าเจ้าเล่ห์เข้าบ้าน!เยี่ยเป่ยเฉิงตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ไร้ซึ่งแรงโต้กลับยามนี้ เขามิอาจชำระคืนได้ ซวงเอ๋อร์ของเขาไม่มีวันกลับมาอีกต่อไป!สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือทำให้เจียงหว่านชดใช้อย่างสาสมที่สุด ส่วนตัวเขา ชีวิตที่

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 653

    เยี่ยเป่ยเฉิงมีสีหน้าเคร่งขรึม สายตาที่มองเจียงหว่านเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง ไม่มีความอ่อนโยนเลยสักนิดเขาอยากฆ่านางตั้งนานแล้ว ที่ปล่อยนางรอดมาจนถึงตอนนี้ ก็แค่อยากให้นางได้รับความทรมานจนตายบัดนี้เห็นนางตกยากเช่นนี้ เยี่ยเป่ยเฉิงกลับรู้สึกว่าบทลงโทษแค่นี้ยังมิพอเจียงหว่านถูกทรมานจนเหมือนตายดีกว่าอยู่มานานแล้ว นางรู้ เยี่ยเป่ยเฉิงไม่มีทางปล่อยนางไปง่ายๆ หลังจากคิดดูแล้ว หากตายด้วยน้ำมือของเยี่ยเป่ยเฉิงได้ ก็คงจะดีกว่าตอนนี้ ที่ดูดซับยาเข้าสู่ร่างกายทุกวัน ถูกฝันร้ายหลอกหลอนทุกคืนสุดท้ายก็ไม่สามารถหนีจากพิษและเสียชีวิตลงได้!อย่างไรก็ตาย มิสู้ให้เยี่ยเป่ยเฉิงจบชีวิตนางด้วยมือเขาเอง!เมื่อคิดได้เช่นนี้ นางก็ยิ้มเยาะ จงใจกล่าวยั่วยุเขา “เยี่ยเป่ยเฉิง เจ้ามีฝีมือแค่นี้หรือ? แน่จริงก็ฆ่าข้าไปเลยสิ!”“ฆ่าข้าให้มันจบๆ ไปเสีย!”เยี่ยเป่ยเฉิงปรายตามองนาง พลางกล่าวอย่างเย็นชา “ตอนนั้น เจ้าก็ทรมานซวงเอ๋อร์เช่นนี้!”เจียงหว่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ใช่แล้วอย่างไร!”“ลูกในท้องนางข้าก็เป็นคนทำร้ายเอง! ร่างกายอ่อนแอแบบนั้นของนางต่อไปจะตั้งครรภ์ไม่ได้อีกแล้ว!”“ที่นางฝันร้ายทุกคืน ก็เป็นข้าที่ทำเอง

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 652

    หลายสิบปีมานี้ นางทำเรื่องชั่วมานับไม่ถ้วน ทุกเรื่อง นางจิตใจสงบ ไม่เคยรู้สึกผิดเลยมีเพียงเจียงหลิง…มีเพียงการตายของเจียงหลิง ทำให้นางยากจะข่มตานอนได้…ตลอดเวลาที่ผ่านมา ในฐานะคุณหนูรอง เจียงหว่านไม่เป็นที่ชื่นชอบของพ่อแม่มาตลอด พี่ชายก็ยิ่งไม่สนใจนาง ทว่าเจียงหลิงกลับได้รับความรักมากมาย…นางอิจฉาเจียงหลิง และแทบอยากทำให้อีกฝ่ายหายไปจากโลกใบนี้แต่เจียงหลิงกลับรักเอ็นดูนางมาตั้งแต่ต้นจนจบ ปกป้องนาง มอบของที่ดีที่สุดในโลกใบนี้ให้แก่นาง…เจียงหลิงเป็นพี่สาวที่ดีต่อนางที่สุดบนโลกใบนี้…ทว่าที่นางต้องการหาใช่แค่พี่สาวอย่างเดียว นางต้องการความรักของทุกคน นางต้องการให้พ่อแม่ พี่ชายรกนางแค่คนเดียว นางอยากครอบครองของที่ดีที่สุดไว้กับตัวเอง ไม่ใช่รอให้คนอื่นมอบให้!ดังนั้น ในคืนวันหิมะตก นางผลักเจียงหลิงตกน้ำ มองนางจมตายทั้งเป็นอยู่ใต้น้ำ หลังจากนั้นนางก็ติดวันเกิดเวลาเกิดของเจียงหลิงบนตุ๊กตาคุณไสย แทงเธอทุกวัน สวดภาวนาทุกคืน นางต้องการให้เจียงหลิงไม่มีโอกาสได้ผุดได้เกิด ไม่หวนกลับมาตลอดกาล!เพราะมีเพียงแค่ทำแบบนี้ นางถึงจะไม่มีโอกาสแก้แค้นตัวเอง!แต่ทำไม…ทำไมตอนนี้นางถึงยังหาตัวเอง

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 651

    ยาซึมเข้าสู่ร่างกายติดกันหลายวันทำให้เจียงหว่านค่อยๆ เป็นบ้าในห้องที่ปิดสนิท เจียงหว่านหดตัวอยู่บนพื้นเหมือนดินโคลนตัวนางเหม็นมาก ชุดกระโปรงสีรากบัวเปลี่ยนเป็นสกปรกและเก่าองครักษ์ทำให้เส้นเอ็นมือของนางขาด ตรงบาดแผลถูกทาขี้ผึ้งปิดแผลชั้นแล้วชั้นเล่าแม้ขี้ผึ้งปิดแผลจะเป็นยาสำหรับปกปิด ทว่ากลับมีผลดีต่อการหยุดเลือดบาดแผลแข็งตัวจนกลายเป็นสะเก็ดไปแล้ว เพียงแต่ไม่ได้รับการรักษาที่ดีกว่านี้ แม้จะดีขึ้นก็ยังเหลือรอยแผลเป็นอัปลักษณ์เอาไว้ธูปในห้องไม่เคยลดลงเลยทั้งวัน ประกอบกับกระกระตุ้นของต้นคลีเวีย ความคิดต่ำช้าที่อยู่ในตัวนางแทบจะถูกกระตุ้นออกมาทั้งหมดสองตานางแดงก่ำ ดูฉุนเฉียวไม่น้อย กรีดร้องโวยวายอยู่ในห้อง ประหนึ่งคนบ้าคนหนึ่งองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าห้องไม่สนใจนางสักนิด ได้แต่ทรมานนางไม่ให้นางตายทุกวันความเคียดแค้นฉายออกมาจากในตาเจียงหว่าน เวลานี้ นางได้ปล่อยว่างความหลงใหลต่อเยี่ยเป่ยเฉิงแล้ว ไม่ว่าจะรักมากขนาดไหนก็แปรเปลี่ยนเป็นความชิงชังเข้ากระดูก“เยี่ยเป่ยเฉิง! ปล่อยข้ากลับไป! ปล่อยข้ากลับไปสิ!”“แน่จริงก็ฆ่าข้าเลยสิ!ฆ่าข้าให้มันจบๆ ! ท่านมีสิทธิ์อะไรมาขังข้าไว้เช่นนี

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 650

    “ได้ยินว่าพ่อแม่ที่เลี้ยงดูเจ้าเสียไปนานแล้ว แล้วเจ้ากับพี่ชายอยู่มาได้อย่างไร?”“แล้วเหตุใดเจ้าจึงขายตัวไปเป็นบ่าวไพร่? หลายปีมานี้ เจ้าคงผ่านความลำบากมิใช่น้อย เคยถูกใครรังแกหรือไม่?”หลินซวงเอ๋อร์พลันเกิดความขมขื่นในจิตใจเดิมที หากไม่เอ่ยถึงเรื่องเหล่านี้ นางยังพออดทนได้บ้าง แต่เมื่ออวี๋หว่านหนิงถามขึ้นมา นางก็อดรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเสียมิได้นางเม้มปากพลางจ้องมองนิ้วมือตนเอง น้ำตาเริ่มเอ่อล้น พร้อมหยดแหมะลงหลังมือทีละหยดนางอยู่สบายหรือไม่?นางเคยถามตนเองอยู่เช่นกันหลายปีมานี้ นางผ่านเรื่องราวมากมาย สูญเสียบิดามารดา สูญเสียพี่ชายไป กลายเป็นเด็กกำพร้าที่ไร้ญาติขาดมิตรโดยแท้แต่หากคิดดีๆ ชีวิตนางก็เคยอยู่สุขสบายมาช่วงหนึ่งนั่นคือตอนอยู่กับเยี่ยเป่ยเฉิง นางมีความสุขจริงๆในตอนนั้น เยี่ยเป่ยเฉิงเป็นกำลังใจให้นาง ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ หาของดีมาให้กิน สอนนางเรียนหนังสือ พาไปเดินเล่นท่องทะเลสาบ ให้ความรักต่อนางอย่างชนิดไร้ผู้เทียบเทียม...ในเวลานั้น นางมีความสุขเหลือล้น เป็นความสุขมากที่สุดในชีวิต แม้แต่ฝันก็ยังเป็นฝันหวาน...แต่ต่อมา ทุกอย่างกลับแปรเปลี่ยน ก่อนหน้านี้เคยสุ

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 649

    เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินซวงเอ๋อร์แทบชะงักงันไปที่บั้นเอวนางมีปานแดงรูปเสี้ยวจันทร์จริงๆ ท่านแม่บอกว่า มันมีติดตัวมาตั้งแต่นางเกิด เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่บั้นเอว จึงมีน้อยคนที่จะรู้เรื่องนี้“ท่าน...คือแม่ของข้าจริงหรือ?” หลินซวงเอ๋อร์หัวใจเต้นแรง ขอบตาแดงเรื่อขึ้นอวี๋หว่านหนิงยื่นมือมาจับมือของนางไว้ พลางกล่าวเสียวเศร้า “ซวงเอ๋อร์ ข้าคือแม่เจ้าจริงๆ หลายปีนี้ทำให้เจ้าลำบากนัก...”แม่นมซุนอยู่ด้านข้างพลางกล่าวเสริม “องค์หญิง นางคือเสด็จแม่ของท่านจริงๆ หลายปีมานี้ ฮองเฮาไม่เคยเลิกราในการตามหาท่าน เพียงแต่ภาคกลางกว้างขวางนัก พวกท่านเองก็ข่าวคราวเงียบหาย หลายปีนี้ พวกท่านลำบากก็จริง ฮองเฮาก็ไม่ได้สุขสบายใจ...”หลินซวงเอ๋อร์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ พลันหันไปมองอวี๋หว่านหนิงแล้วกล่าว “ที่จริง ข้าไม่เคยตำหนิท่านเลย เพียงแต่บางครั้งก็เคยคิด ว่าท่านแม่จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้หรือไม่”“ตอนยังเป็นเด็ก ข้าเคยคาดหวังให้นางมาหาบ้าง แต่พอโตขึ้นก็ไม่เห็นนางมาเสียที ข้าจึงภาวนาให้นางอยู่ดีมีสุขแทน แม้จะไม่ได้พบหน้า แต่ขอให้นางยังมีชีวิตอยู่ เป็นความคิดถึงในใจก็เพียงพอแล้ว...”

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 648

    อวี๋หว่านหนิงรับเอาผ้าเช็ดหน้ามาซับน้ำตา พลันเกิดความตื้นตันจนไม่รู้ตอบอย่างไรดีทันใดนั้น แม่นมซุนเดินขึ้นมาพร้อมกล่าว “องค์หญิง ที่นี่คือวังหลวงแห่งเป่ยหรง ฮองเฮาทรงตามหาท่านมานาน ทุ่มแทแรงกายแรงใจไม่น้อยกว่าจะหาพบ...”“องค์หญิง?” หลินซวงเอ๋อร์นึกว่าตนหูฝาดไป “ท่านเรียกข้าอยู่หรือ?”นางกล่าวตอบ “พวกท่านจำคนผิดหรือเปล่า ข้าไม่ใช่องค์หญิง ข้าคือหลินซวงเอ๋อร์ต่างหาก”นางเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ถูกทอดทิ้ง เติบโตมาจากชนบทแร้นแค้น เป็นเพียงสาวใช้ต่ำต้อยผู้หนึ่งเท่านั้นองค์หญิงอะไรกัน ยังมีวังเป่ยหรงอีก แล้วใครคือฮองเฮา?พวกนางคงจำคนผิดเป็นแน่แม่นมซุนกล่าวตอบ “ไม่ผิดเจ้าค่ะ ไม่มีผิดแน่นอน ท่านก็คือองค์หญิงของเรา องค์หญิงที่พลัดพรากจากฮองเฮาไป...”หลินซวงเอ๋อร์คล้ายกับยังมึนงงอยู่ ความคิดนางเกิดความสับสน ปวดหัวเป็นอย่างมากแม่นมซุนอธิบายต่อ “สมัยที่อดีตฮ่องเต้สวรรคต ฮ่องเต้องค์ใหม่ยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์ ราชสำนักเป่ยหรงเกิดความวุ่นวาย ตอนนั้นฮองเฮายังมีฐานะเป็นเพียงพระชายาแห่งรัชทายาท นางเสี่ยงอันตรายให้กำเนิดแฝดชายหญิงคู่หนึ่ง เพื่อปกป้องชีวิตของพวกท่านไว้ จึงให้คนสนิทส่งพวกท่านออก

  • ทาสสาวพราวพิลาส   บทที่ 647

    หลินซวงเอ๋อร์เปลือกตากระตุกเล็กน้อย นางก็อยากตื่น แต่ทำอย่างไรก็ไม่อาจตื่นขึ้นมาหน้าอกคล้ายถูกกรีดจนเป็นแผลเหวอะหวะ เหงื่อเย็นในตัวไหลพราก ลำคอคล้ายถูกงูพิษตัวหนึ่งรัดไว้ ยิ่งรัดก็ยิ่งแน่น จนนางใกล้จะหายใจไม่ออกข้างโสตนั้น ได้ยินเสียงคุ้นหูประเดี๋ยวไกลประเดี๋ยวใกล้ ถัดจากนั้น คล้ายมีมืออ่อนโยนลูบไล้ใบหน้านางเบาๆ“เด็กดี หมดเรื่องแล้ว เจ้าปลอดภัยดีแล้ว รีบตื่นมาเถิด ตื่นมาเร็วเข้า...”หลังจากได้ยินเสียงนั้นชัดเจนมากขึ้น ลำคอที่ถูกรัดแน่นก็ค่อยๆ คลายออก นางลืมตาช้าๆ ภาพเบื้องหน้าจากพร่ามัวจนกลายเป็นชัดเจน สิ่งแรกที่เข้าสู่ม่านตาก็คือม่านคลุมเตียงสีม่วงที่อยู่เหนือศีรษะขึ้นไป คล้ายเป็นภาพฝัน เสมือนเป็นแหยักษ์ที่ถูกเหวี่ยงลงมา เพื่อคลุมตัวนางให้อยู่ตรงกลางเตียงนี้เป็นเตียงที่สวยงาม จนแม้แต่เสาเตียงก็เป็นลวดลายที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน หัวเตียงนอกจากจะแกะสลักลายดอกไม้แล้วยังฝังด้วยหยกเจียระไนงดงามและพลอยล้ำค่าอีกชั่วขณะนั้น นางรู้สึกมึนงงยิ่งนี่มันเป็นที่ไหนกัน?“ซวงเอ๋อร์ เจ้ารู้สึกตัวแล้วรึ?” จนกระทั่งข้างหูได้ยินเสียงนั้นอีกครั้ง นางจำได้ว่าตอนอยู่ในความฝัน ได้ยินเสียงนี้จนคุ

DMCA.com Protection Status