ชายหนุ่มว่าแล้วก็หันไปมองเรือนโอสถ ใจเขานั้นห่วงม่านซือซือ เมื่อรู้ว่านางต้องพิษเขาก็จัดการให้เหม่ยหลานเร่งหาตัวคนกระทำผิด กระทั่งจับได้ ทว่านางพวกนั้นชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน“พรุ่งนี้จะมีสาวใช้เข้ามาใหม่อีกห้านาง คุณชายอยากทดสอบพวกนางหรือไม่ขอรับ”จ้าวเล่อซีไม่ตอบแต่ถีบอาเฟยอย่างแรง จนพ่อบ้านคนสนิทล้มลงไปกองบนพื้น‘ข้าต้องเล่นสนุกกับพวกนางอีกรึ ไสหัวไป และอย่าให้เกิดเรื่องเหลวไหลกับซือซืออีก’เมื่อได้รับข้อความนั้น อาเฟยก็แจ้งใจว่าที่องค์ชายใบ้เสียแรงลงไปคัดเลือกหญิงรับใช้ด้วยตนเองในครั้งนั้น ล้วนเป็นเพราะม่านซือซือ ในยามรุ่งสาง ม่านซือซือฝันประหลาด ความฝันยากเกินอธิบายได้ หากมันทำให้นางหลั่ง หลั่งน้ำหวานอย่างมากมาย และโชคร้ายเหลือเกิน เมื่อนางสะดุ้งตื่น คนที่อยู่ข้างกายนางคือจ้าวเล่อซีเขาพ่นลมหายใจร้อนๆ แสดงออกว่าไม่พอใจนาง จะด้วยเหตุใด หากไม่ใช่เพราะนางหลั่งความหวานออกมาจนอาบสองขาและเปียกฟูกนอน ซึ่งหลายวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์สัตตบงกช และเมื่อยามสายของเมื่อวานเขากลับมาที่นี่และคลอเคลียนางที่เรือนโอสถ ทว่าร่างกายของม่านซือซือยังไม่ใคร่จะหายดี นางกลัวว่าจะรับใช้เขาไม่ได้จึงพ
เริงสวาทบนผืนน้ำ ม่านซือซือรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า คนที่ช่วยนางออกจากการผูกห้อยอยู่ที่กิ่งไม้คือเหม่ยหลานและอาเฟย ทั้งคู่ส่งเสียงถอนหายใจแข่งกัน และอีกฝ่ายหนึ่งก็เอ่ยว่า“เจ้าทำสิ่งใดให้คุณชายขัดเคืองใจก็หลายหน แต่นับว่ายังมีวาสนาดีมากรู้หรือไม่ หากเป็นสตรีนางอื่น ป่านนี้ถูกจับโยนลงเขาไปแล้ว”หญิงสาวได้แต่มองเหม่ยหลาน ใครจะว่านางโหดร้ายหรือมักทำสิ่งใดเพื่อให้สาวใช้ในเรือนต้องเจ็บตัว นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทว่าลึกๆ เหม่ยหลานจิตใจดี และหญิงสาวที่ถูกซื้อตัวมาอยู่ในเรือนนี้ล้วนมีชะตากรรมที่โชคร้าย หากคฤหาสน์สัตตบงกชไม่รับไว้ ชีวิตที่อยู่ข้างนอกอาจเลวร้ายกว่านี้เป็นร้อยเท่า แต่แรกม่านซือซือไม่เชื่อ กระทั่งอาเฟยบอกนางอย่างชัดแจ้งว่าบิดาตัดสินใจขายนางออกไปเป็นทาสจริงๆหลังจากม่านฮูหยินให้คนไปสืบและได้รู้ว่าม่านซือซือลักลอบออกมาพบกับเอี๊ยะถัง และนางยังเป็นคนวางแผนให้เอี๊ยะถังข่มเหงน้ำใจม่านซือซือด้วย พอม่านเจิ้นรู้เรื่องนี้เข้า แทนที่เขาจะสงสารนาง กลับกลายเป็นว่าเขาไม่อยากพบหน้าลูกสาวคนนี้อีก เพราะทำให้ชื่อเสียงสกุลมัวหมองเหม่ยหลานมองคนที่เพิ่งคลายจากความตกใจ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปลอบโยน“
วังหลวงแคว้นชิง ณ ตำหนักของสนมกุ้ยเฟยผิงเสียน ท้องฟ้าคืนนั้นน่ากลัวเหลือเกิน อีกทั้งมีฝนตกตั้งแต่เช้า กระทั่งกลางดึกฟ้ายังรั่วไม่หยุด แต่เหนืออื่นใดตำหนักกว้างใหญ่แห่งนี้มีสิ่งสำคัญยิ่งกว่าให้วิตก ด้วยครรภ์ของกุ้ยเฟยผิงเสียนกำลังก่อปัญหาใหญ่ เหล่าหมอหลวงนับสิบชีวิตจึงมีสีหน้าเครียดจัด อีกทั้งจักรพรรดิอี้คังทรงอยู่ที่กำแพงเมืองทางทิศใต้ มีข่าวไม่สู้ดีว่าเกิดกบฏจากฝีมือเกากงกง ผู้เป็นอาของเต๋อเฟยอี้ (สนมเอกลำดับที่สามของจักรพรรดิ) มิหนำซ้ำนางยังเล่นชู้กับจ้าวเทียนฉาง น้องชายองค์จักรพรรดิ!เรื่องนี้ส่งผลให้กุ้ยเฟยผิงเสียนวิตกหนัก จึงกระทบต่อการคลอดทารก แต่จะไม่ให้นางคิดมากได้อย่างไร ด้วยสามีนางผู้นั่งบัลลังก์แคว้นชิง อาจไม่มีชีวิตกลับมาดูหน้าลูกน้อยผู้ที่จะได้เป็นองค์รัชทายาท!นางกำนัลที่ใกล้ชิดกุ้ยเฟยผิงเสียน นามว่าเหม่ยหลาน พยายามพูดปลอบคนใกล้คลอด ทว่ายามนี้สตรีแสนบอบบางที่เพิ่งตั้งครรภ์เป็นครั้งแรกเอาแต่ส่ายหน้าไม่หยุดและหวีดร้องเสียขวัญ ซึ่งก่อนหน้านี้ เมื่อสามเดือนที่ผ่านมา นางเกือบสิ้นชีพเพราะลูกในท้องมาหนึ่งหน ด้วยลื่นล้มที่หอพระกลางวังหลวง สาเหตุเป็นเพราะความริษยาของเต๋อเฟยอี้
เมืองกุ้ยโจว แคว้นชิงยี่สิบสองปีต่อมาปลายวสันต์บุรุษเรือนกายสูงใหญ่ที่มีผิวขาวดุจหิมะบุกรุกเข้ามาหาสตรีที่นอนอยู่บนเตียงหลังน้อยในยามวิกาล นางส่งเสียงหวานแผ่วเบา เสียงซึ่งเกิดจากการถูกริมฝีปากบางสีสดบรรจงลวกตามผิวกายสาวยอดถันงดงามของนางเย้ายวนใจเขายิ่ง มันเป็นสีชมพูเข้ม และนางมีหน้าอกอวบสวยขนาดใหญ่ มันเด้งไหวรับการนวดเฟ้นจากแรงมือของเขา ราวกับก้อนเต้าหู้เนื้อดีเขาดูดเลียขบเม้มยอดถันพอให้นางส่งเสียงหวานอย่างเผลอไผล และหลังจากเล่นกับถันคู่งามสมใจ เขาก็เลื่อนริมฝีปากลงมาเรื่อยๆ กระทั่งถึงเนินสวาทที่ชวนให้ไล้ลิ้นชิมม่านซือซือเป็นหญิงที่ดูแลร่างกายได้ดีเหลือเกิน ขนซึ่งอยู่ใน ส่วนลับถูกเก็บให้เรียบร้อย มันจึงเผยให้ชายหนุ่มคลั่งหนักกว่าเดิม ด้วยเนินเนื้อนางนูนสวยอีกทั้งสั่นระริก ชวนให้เขากระแทกทั้งลิ้นและแก่นกายเข้าไปสำรวจความชุ่มชื้นข้างใน“เจ้ารอข้าอยู่ใช่หรือไม่ คงปรารถนาร่วมรักกับข้ามิต่างกัน” เขาเอ่ยจบก็หัวเราะลงลูกคอ เสียงหัวเราะที่แสนประหลาดอีกทั้งชวนให้ ครั่นคร้ามใจ ในคืนที่แสงจันทร์มีเมฆบดบังเช่นนี้ ห้องนอนของคุณหนูห้าสกุลม่านจึงมีเพียงแสงจากตะเกียงดวงน้อยที่ให้ความสว่างเพียง
หลิวฟ่านหรี่ตามองม่านซือซือ ท่าทางนางเหมือนกำลังประเมินว่า อีกฝ่ายถูกจับขึ้นรถม้าคันนี้ได้อย่างไร“ตัวเจ้าเล่า เหตุใดถึงถูกจับตัวมา” หลิวฟ่านถาม“ขะ ข้า...มาเอาจดหมายให้ท่านพ่อที่หอดอกเหมย” ม่านซือซือเอ่ยจบ ก็เหมือนพึ่งพบความผิดปกติบางอย่าง ก่อนมองจดหมายในมือตน“ซือซือ เจ้าคงถูกบิดาหลอกอย่างมิต้องสงสัย ในมือเจ้าคงไม่ใช่จดหมายอันใด แต่เป็นสัญญาขายตัวเสียมากกว่า โถ... เด็กโง่เอ๋ย”“เอ จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร ท่านพ่อจะขายข้าให้ใคร!?”หลิวฟ่านไม่ได้ตอบ และนางปิดปากเงียบคล้ายถูกดึงเข้าสู่เรื่องดำมืด เป็นตอนนั้นที่ม่านซือซือคิดไม่ตก นางทบทวนหลายสิ่งตามลำพัง ก่อนค่อยๆ เปิดซองจดหมายและอ่านข้อความที่อยู่ข้างในสิ่งที่นางรับรู้ด้วยสองตาของตนมันคือความจริงเยี่ยงนั้นรึ สวรรค์ไยเล่นตลกกับนางถึงเพียงนี้ม่านเจิ้นขายนางให้กับคนอื่น เรื่องบัดซบเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร“ทะ ท่านพ่อ ขายข้าให้กับคฤหาสน์สัตตบงกช!”ม่านซือซือเอ่ยจบ นางก็เป็นลมหมดสติ ม่านซือซือสลบไปนานเท่าไหร่นางไม่แน่ใจนัก แต่ที่สะดุ้งตื่นเพราะถูกทาสหญิงตัวอ้วนกำลังป้อนยาเม็ดกลมๆ สีดำเหมือนถ่านเข้าปากนาง ทั้งที่พยายามขัดขืน แต่นางกลับสู
“หรือเป็นเพราะเจ้ารังเกียจที่พี่ต่ำต้อย” ชายหนุ่มแสร้งเอ่ยอย่างตัดพ้อ เขารู้ว่าม่านซือซือจิตใจเมตตาและมีหัวก้าว หน้า นางจึงไม่อาจทนฟังคำพูดเช่นนี้จากเขา“ขะ ข้าเปล่า ใครจะกล้ากระทำเยี่ยงนั้น พี่ถังคือชายที่ข้าปรารถนาครองคู่กันไปจนแก่เฒ่า” นางเอ่ยจบจึงอายม้วนเอี๊ยะถังยิ้มพึงใจ ซึ่งเขาไม่อาจปล่อยให้สตรีที่ลักลอบมาพบกันที่สวนแปะก๊วยรอดพ้นมือไปได้ คืนนี้เขาเตรียมการไว้แล้ว นางต้องตกเป็นเมียเขาเท่านั้น!น่องเรียวขาวนวลถูกมือใหญ่หยาบกร้านลูบไล้ ก่อนเคลื่อนสัมผัสต้นขานางอย่างรวดเร็ว ความอุ่นซ่านเหมือนจะร้อนลวกมือเขา ร่างกายนางสั่นระริก ดวงตาดอกท้อมองเขาด้วยความสงสัยแกมอยากรู้ อีกทั้งริมฝีปากอิ่มสวยเผยออ้า ส่งลมหายใจที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆ รดเรือนกายแกร่งนางงามเช่นนี้ เขายิ่งหลงใหลจนอยากร่วมรักให้เร็วขึ้น เขาอยากกอด อยากทิ่มแทงนางด้วยท่อนเนื้อร้อนที่มีพิษร้ายกาจ“พี่ถัง ทะ ท่าน...หยุดมือก่อน”ชายหนุ่มดึงสติตนกลับ กระนั้นมือของเขาก็เจียนแตะลงบนกลีบสวาทที่อยู่ใต้ร่มผ้าของนาง ซึ่งเขาคะเนว่าพื้นที่ของนางคงอวบอูมและงดงามเหนือสตรีนางอื่น“เจ้าไม่ต้องการพี่รึ” เขาถามเสียงทุ้มๆ จงใจออดอ้อนนาง“ข้าเพียงแ
สิ่งที่เขากระซิบข้างหูม่านซือซือ ทำให้นางร้อนวูบวาบในร่มผ้า หญิงสาวหน้าแดงจัด มือนางเหมือนจะอ่อนแรงลง จวบจนเขาจับมือข้างหนึ่งของนางไปวางแปะตรงเป้าพองๆ นางก็กระจ่างแจ้งในสิ่งที่เอี๊ยะถังอยากให้ช่วยเหลืออึดใจต่อมา ภาพที่ปรากฏต่อหน้านางคือแท่งเนื้อ แท่งเนื้อสีเข้มที่ปลายหยักของมันวาววามเป็นสีคล้ำจัดจากการใช้งานอย่างโชกโชน ตลอดทั้งลำมีเส้นเลือดปูดโปนราวกับหัวมัน และไม่งามอย่างที่นางจินตนาการถึง ทว่าแท่งเนื้ออันอุ่นร้อนก็เชิญชวนให้นางสัมผัสลูบไล้ และปรนเปรอความสวาทให้แก่เอี๊ยะถัง“ขะ ข้าทำไม่ได้หรอก” เมื่อคลำหาเสียงตนเองพบนางจึงปฏิเสธ นางกลัว... ใช่ มันคือความรู้สึกที่ไม่อาจเป็นอื่นได้ เมื่อก่อนนางเคยอ่านพบเรื่องราวลึกลับของบุรุษในหนังสือมามิน้อย ได้เห็นภาพวาดการอุ่นเตียงจากหนังสือชุนกง ภาพเหล่านั้นและการบรรยายท่วงท่ากับลีลาอันโลดโผนนางยังระลึกถึงอยู่เสมอ ส่วนแท่งเนื้อของจริงเพิ่งจะเคยเห็นด้วยสองตาตนเองอย่างใกล้ชิด ยกเว้นยามที่นางหลับฝันถึงชายปริศนาเอี๊ยะถังมองหญิงสาวชั่วแวบหนึ่ง ก่อนหยิบถุงหอมจากอกเสื้อและส่งให้นางดมเขาไม่ได้ต้องการทำเรื่องชั่วช้าข่มเหงน้ำใจม่านซือซือ ทว่าหากไม่เร่งรั
ณ ลานกว้างหน้าเรือนทานตะวัน ม่านซือซือยังไม่ทันหายตกใจหลังจากถูกต้อนลงจากรถม้าคันใหญ่ นางไม่รู้เหนือรู้ใต้อันใด ก่อนหน้านี้ก็ถูกต้อนให้ขึ้นรถม้าอีกคันที่ใหญ่กว่าเดิม แล้วถูกมัดมือปิดตาและได้ยินแต่เสียงอื้ออึงรอบกาย จึงทำให้เครียดจนแทบคลั่งระหว่างเดินทางยังมีเสียงครางแปลกๆ ของชายหญิง ก่อนจะตามมาด้วยกลิ่น กลิ่นคาวที่นางไม่อาจล่วงรู้ว่าเกิดจากสิ่งใดกระทั่งลงมายืนที่พื้นดิน นางก็ถูกสั่งให้เดินตามก้นสตรีนางอื่น กระทั่งเข้ามาถึงส่วนด้านในของคฤหาสน์อันใหญ่โต และมันถูกแบ่งเป็นเรือนหลังเล็กๆ หลายหลัง ดูจากหมายเลขของเรือน คงมีราวๆ 10-12 หลัง “เข้าไปรอที่ลานหน้าเรือนทานตะวัน” คำสั่งของแม่นมเอ่ยเสียงดังเฉียบขาด เมื่อดูท่าทางนางก็คาดว่าไม่ได้สูงวัยสักเท่าไหร่ แต่ด้วยไร้รอยยิ้มและการยืนหลังตรงราวกับสตรีที่ถูกฝึกมาอย่างดี อีกทั้งมีสาวใช้เดินตามนางเป็นพรวน ทำให้นางรวมถึงสตรีที่ถูกขายมาต่างพากันอกสั่นขวัญแขวน“เหตุใดถึงได้มีเรื่องบัดซบเช่นนี้เกิดขึ้นกับข้าได้ ข้ารู้เพียงแต่ว่าต้องออกมาไหว้พระที่อารามศักดิ์สิทธิ์ ไฉนถึงตกเป็นสาวใช้ต่ำต้อยที่ต้องมาปรนนิบัติชายวิปริต!” สตรีนางหนึ่งที่แต่งตัวงดงามมิน
เริงสวาทบนผืนน้ำ ม่านซือซือรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่า คนที่ช่วยนางออกจากการผูกห้อยอยู่ที่กิ่งไม้คือเหม่ยหลานและอาเฟย ทั้งคู่ส่งเสียงถอนหายใจแข่งกัน และอีกฝ่ายหนึ่งก็เอ่ยว่า“เจ้าทำสิ่งใดให้คุณชายขัดเคืองใจก็หลายหน แต่นับว่ายังมีวาสนาดีมากรู้หรือไม่ หากเป็นสตรีนางอื่น ป่านนี้ถูกจับโยนลงเขาไปแล้ว”หญิงสาวได้แต่มองเหม่ยหลาน ใครจะว่านางโหดร้ายหรือมักทำสิ่งใดเพื่อให้สาวใช้ในเรือนต้องเจ็บตัว นั่นก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ทว่าลึกๆ เหม่ยหลานจิตใจดี และหญิงสาวที่ถูกซื้อตัวมาอยู่ในเรือนนี้ล้วนมีชะตากรรมที่โชคร้าย หากคฤหาสน์สัตตบงกชไม่รับไว้ ชีวิตที่อยู่ข้างนอกอาจเลวร้ายกว่านี้เป็นร้อยเท่า แต่แรกม่านซือซือไม่เชื่อ กระทั่งอาเฟยบอกนางอย่างชัดแจ้งว่าบิดาตัดสินใจขายนางออกไปเป็นทาสจริงๆหลังจากม่านฮูหยินให้คนไปสืบและได้รู้ว่าม่านซือซือลักลอบออกมาพบกับเอี๊ยะถัง และนางยังเป็นคนวางแผนให้เอี๊ยะถังข่มเหงน้ำใจม่านซือซือด้วย พอม่านเจิ้นรู้เรื่องนี้เข้า แทนที่เขาจะสงสารนาง กลับกลายเป็นว่าเขาไม่อยากพบหน้าลูกสาวคนนี้อีก เพราะทำให้ชื่อเสียงสกุลมัวหมองเหม่ยหลานมองคนที่เพิ่งคลายจากความตกใจ และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปลอบโยน“
ชายหนุ่มว่าแล้วก็หันไปมองเรือนโอสถ ใจเขานั้นห่วงม่านซือซือ เมื่อรู้ว่านางต้องพิษเขาก็จัดการให้เหม่ยหลานเร่งหาตัวคนกระทำผิด กระทั่งจับได้ ทว่านางพวกนั้นชิงฆ่าตัวตายเสียก่อน“พรุ่งนี้จะมีสาวใช้เข้ามาใหม่อีกห้านาง คุณชายอยากทดสอบพวกนางหรือไม่ขอรับ”จ้าวเล่อซีไม่ตอบแต่ถีบอาเฟยอย่างแรง จนพ่อบ้านคนสนิทล้มลงไปกองบนพื้น‘ข้าต้องเล่นสนุกกับพวกนางอีกรึ ไสหัวไป และอย่าให้เกิดเรื่องเหลวไหลกับซือซืออีก’เมื่อได้รับข้อความนั้น อาเฟยก็แจ้งใจว่าที่องค์ชายใบ้เสียแรงลงไปคัดเลือกหญิงรับใช้ด้วยตนเองในครั้งนั้น ล้วนเป็นเพราะม่านซือซือ ในยามรุ่งสาง ม่านซือซือฝันประหลาด ความฝันยากเกินอธิบายได้ หากมันทำให้นางหลั่ง หลั่งน้ำหวานอย่างมากมาย และโชคร้ายเหลือเกิน เมื่อนางสะดุ้งตื่น คนที่อยู่ข้างกายนางคือจ้าวเล่อซีเขาพ่นลมหายใจร้อนๆ แสดงออกว่าไม่พอใจนาง จะด้วยเหตุใด หากไม่ใช่เพราะนางหลั่งความหวานออกมาจนอาบสองขาและเปียกฟูกนอน ซึ่งหลายวันที่ผ่านมาเขาไม่ได้อยู่ในคฤหาสน์สัตตบงกช และเมื่อยามสายของเมื่อวานเขากลับมาที่นี่และคลอเคลียนางที่เรือนโอสถ ทว่าร่างกายของม่านซือซือยังไม่ใคร่จะหายดี นางกลัวว่าจะรับใช้เขาไม่ได้จึงพ
กระต่ายน้อยจงอย่าขัดใจ ม่านซือซือตื่นนอน และคนที่อยู่ในห้องกับนางคือเหม่ยหลาน รวมถึงทาสหญิง และยังมีผู้คุมกฎบ้านหญิงสาวเตรียมอ้าปากเพื่อบอกความจริงให้ทุกคนเข้าใจ แต่เหม่ยหลานยกมือห้าม“ไม่ต้องพูดสิ่งใด ข้าเชื่อเจ้า และตอนนี้เรื่องของสาวใช้หอวิหคปล่อยเอาไว้ก่อนเถิด”“นางเป็นเช่นไรบ้างแม่นมหลาน”“นางหลับสบาย ไม่ทุกข์ร้อนอันใดอีก”เมื่อเหม่ยหลานเอ่ยเช่นนั้น ม่านซือซือก็เข้าใจว่าสตรีคนดังกล่าวจากโลกนี้ไปแล้ว จึงไม่มีสิ่งใดต้องถามไถ่อีก“ตัวเจ้าเล่า อาการดีขึ้นหรือไม่”“ดีขึ้นกว่าเดิมมาก แต่ข้าไม่ทราบได้ว่าเหตุใดถึงมีคนคิดร้ายต่อข้า”เหม่ยหลานหัวเราะออกมาน้อยๆ และตอบนาง “อย่างที่เสี่ยวเหยากล่าว เจ้าคือคนที่คุณชายพึงใจกว่าใคร และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คนอื่นริษยา”“ข้าเพียงแต่อยากรับใช้คุณชาย ไม่คิดชิงดีชิงเด่นหรืออยากเป็นศัตรูใคร” ม่านซือซือเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ“หึๆๆ มันสายเกินไปแล้ว เมื่อเข้ามาที่นี่เจ้าก็ไม่อาจมีชีวิตเช่นเดิม ฉะนั้นอย่าได้ทำตัวเป็นคนเขลาหรือซื่อจนเกินเหตุ”หลังจากทุกคนกลับไป ม่านซือซือก็ง่วนอยู่กับการดูแลตนเอง และเตรียมตัวให้พร้อมหากจ้าวเล่อซีต้องการหลับนอนกับนา
“ฝ่าบาท แต่เมื่อครู่มันจะทำร้ายพระองค์”“จับตัวไปก็พอ!” จักรพรรดิหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม แต่อาเฟยอาศัยโอกาสที่มี จัดการองครักษ์คนดังกล่าวให้พ้นทาง ก่อนจะหมายมั่นทำตามคำสั่งของจ้าวเล่อซี“ใครส่งเจ้ามา อาเฟย”ขันทีหนุ่มปั้นสีหน้าเรียบเฉย ไม่ทันได้เอ่ยคำใดก็มีร่างสูงใหญ่ปรากฏ บุรุษผู้นั้นมีไอสังหารรุนแรง ซึ่งมันแผ่มาโอบคลุมร่างของจักรพรรดิเทียนฉางดวงตาเรียวเล็กจ้องมองอีกฝ่าย ละม้ายเห็นร่างพี่ชายของตนและกุ้ยเฟยผิงเสียนในคราเดียวกัน“เจ้าคือ!”จ้าวเล่อซีไม่ได้ตอบแต่มีอีกเสียงเอ่ยแทน มันเป็นเสียงอาเฟย“เขาคือคนที่ฝ่าบาทควรคืนบัลลังก์ให้อย่างไรเล่า”สิ้นคำพูดอาเฟย จ้าวเล่อซีก็สั่งให้คนจับตัวจักรพรรดิเทียนฉาง และทั้งที่เหมือนจะสำเร็จโดยง่าย แต่กลับกลายเป็นว่าโชคไม่เข้าข้างฝ่ายของจ้าวเล่อซี เมื่อจู่ๆ กลับมีเหล่าองครักษ์เสื้อแพรแอบซุ่มอยู่และโผล่ออกมาจ้าวเล่อซีมั่นใจว่าตนเองไม่มีไส้ศึกภายในเป็นแน่แท้ ทั้งหมดนี้คงเป็นเพราะอาของเขาเป็นคนขี้ขลาด ถึงได้มีคนคอยอารักขามากมายยอมตายแทน‘ท่านช่างเก่ง ช่างสรรหามดปลวกมาให้ข้าลับคมดาบ’จักรพรรดิเทียนฉางไม่เข้าใจภาษาใบ้ของหลานชาย เพียงแต่มองบุรุษหน้ากากขาวที่ท
การออกล่าสัตว์ของจักรพรรดิเทียนฉางและเหล่าขุนนางเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง บางคราเป็นการปล่อยให้เสือไล่กัดเชลยศึกที่จับตัวไว้ได้ แม้แต่การยิงธนูเพื่อปลิดชีวิตนักโทษคดีร้ายแรงก็เป็นที่ชื่นชอบของเขา “เฮ้อ ไหนว่าพวกเจ้ามีเรื่องบันเทิงใจกว่านี้ แต่เท่าที่เห็นมันก็แค่นักโทษไม่กี่คน เราอยากยิงหมี หรือไม่ก็จิ้งจอกขาว พวกเจ้าไม่มีปัญญาหามาให้หรืออย่างไร”“โอ้ ฝ่าบาท ของแบบนั้นต้องเสาะหาสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ ยามนี้ถึงจะมีแค่ทาสและเสือ แต่รับรองว่าพระองค์จะต้องพอพระทัยแน่ๆ”จักรพรรดิเทียนฉางไม่อยากสนใจคำพูดประจบของขุนนาง เขาลุกยืนแล้วขึ้นขี่ม้าออกไปพร้อมองครักษ์จำนวนหนึ่ง กระทั่งพบกับธรรมชาติร่มรื่น และเบื้องหน้าเห็นน้ำตกจากภูเขาสูง“เราอยากล้างหน้าสักหน่อย พวกเจ้าอย่าได้กวนใจ”สิ้นคำสั่ง องครักษ์ก็ถอยออกไปอารักขาอยู่ห่างๆจักรพรรดิหนุ่มหย่อนใจกับธรรมชาติและวักน้ำเย็นล้างหน้า ซึ่งเป็นตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงขับร้องเพลงเบาๆ เสียงดังกล่าวทุ้มนุ่ม หากเจือด้วยความสดใสมากล้นเมื่อได้ยินแล้วก็เหมือนต้องมนตร์สะกด เขาก้าวตามไป กระทั่งพบร่างขาวนวลเนียนที่ว่ายน้ำอยู่ ผิวน้ำใสจนแลเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่านั
“ใคร... ใครเป็นคนวางยานางจนแทบจะเสียผู้เสียคนอย่างนี้” เหม่ยหลานถามย้ำอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีใครปริปากเอ่ย กระทั่งเหม่ยหลานชี้ไปยังซ่งถิงอี้“ถิงอี้ เป็นเจ้าหรือไม่”ซ่งถิงอี้ในวันนี้ไม่ค่อยมีปากมีเสียงนัก นางเป็นสตรีนับว่ารูปโฉม งามและสูงโปร่ง การถูกส่งตัวไปอยู่ที่เรือนม้าไม้คงกำราบความพยศนางลงไม่น้อย“แน่นอน ย่อมไม่ใช่ข้าหรอกแม่นมหลาน”“แล้วเจ้าคิดว่าเป็นใคร” เหม่ยหลานเอ่ยถามซ่งถิงอี้“คงจะเป็นคนที่เสียประโยชน์ หากคุณชายเอาแต่ขลุกอยู่ที่เรือนวิหค” “สามหาว คุณชายจะเข้าออกเรือนใด เจ้ามีสิทธิ์รู้เห็นรึ”“แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่ข้าก้าวเข้ามาในคฤหาสน์สัตตบงกช ข้าไม่เคยรับใช้คุณชายสักครั้ง!” ซ่งถิงอี้กล่าวอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ และคำพูดของนางทำให้ม่านซือซือคิดเข้าข้างตัวเองว่าจ้าวเล่อซีพึงใจต่อนางเพียงใด“หึๆๆ นั่นเพราะ เจ้าไม่คู่ควร” เหม่ยหลานไม่อยากเสวนากับซ่งถิงอี้ นางจึงเดินไปสำรวจสาวใช้แต่ละเรือนทีละคน กระทั่งมาหยุดที่ม่านซือซือ“หรือจะเป็นเจ้า ซือซือ...”ม่านซือซือเหงื่อแตกเต็มหน้าผาก ภายในร่างกายนางปั่นป่วนไปหมด ยามนั้นลำคอแห้งผาก มันเป็นผลจากยาที่นางเคี่ยวและใช้ดื่มเพื่อกำจัดพิษหอมหมื่นลี้“
เป็นนางที่วางยาข้า ม่านซือซือพยายามไม่พูดกับใครในคฤหาสน์แห่งนี้ ไม่ใช่เพราะนางรักสงบหรือไม่อยากสุงสิงผู้คน แต่เพราะนางรู้ว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาบานปลายในภายหลังและเมื่ออยู่ที่นี่นานวันเข้า นางต้องพยายามทำความเข้าใจว่าจ้าวเล่อซีเป็นชายที่มักมาก และยังชอบบังคับให้นางร่วมรักอย่างเปิดเผย นอกจากนั้นดูเหมือนเขาจะหาทางกลั่นแกล้งนางให้เจ็บตัว เขาเป็นมารร้ายที่มาจากขุมนรกอย่างไม่ต้องสงสัย และหลังจากที่นางอุ่นเตียงกับเขาอย่างเร่าร้อนเมื่อสองวันก่อน ม่านซือซือมีอาการตัวร้อนจัด ก่อนจะมีระดู ทว่าเป็นระดูที่มีสีคล้ำราวกับสีน้ำหมึก และเหนืออื่นใดมันมีกลิ่นที่ชวนให้ม่านซือซือครั่นคร้ามใจ นางกลัวว่ามันจะทำร้ายร่างกายของตนระดูนั้นไหลออกมาราวๆ หนึ่งวันหนึ่งคืนก่อนจะหายไป ทว่านางกลับรู้สึกไม่สบายตัว ร้อนๆ หนาวๆ ราวกับคนจับไข้นางพยายามจะต้มยาสมุนไพรเพื่อรักษาตนเอง ทว่าพิษ หอมหมื่นลี้ที่อยู่ในร่างกายมันประหลาด ด้วยสร้างภาพหลอนแปลกๆ ให้นาง อีกทั้งบางคราเกิดหน้ามืด และหลังจากนางดื่มยาเคี่ยวไปสี่ชามนางก็ได้ยินเสียงเหม่ยหลานพร้อมทาสหญิงอีกหลายคนร้องเรียกหญิงรับใช้ประจำเรือนต่างๆ ออกไปรวมตั
ม่านซือซืออยู่ในห้วงความฝัน เป็นฝันร้ายที่แสนน่ากลัว ทำให้นางหวีดร้องไม่หยุด ทว่าเหตุใดนางถึงไม่สะดุ้งตื่นเสียทีความเสียใจก่อขึ้นอย่างมหาศาล นางไม่คาดคิดว่าเอี๊ยะถังจะทำเรื่องเลวทรามต่อนางได้ เขารักนาง ปรารถนาดี และต้องการให้นางเป็นฮูหยินมิใช่หรอกหรือภาพต่างๆ ที่เขาเคยกระทำดีด้วยย้อนมาให้เห็น ก่อนจะเป็นภาพของเขาที่ใช้ท่อนเนื้อร้อนที่กลายร่างเป็นงูยักษ์เลื้อยรัดร่างกายนางและมันเป็นงูปีศาจมีสองหัวม่านซือซือดิ้นพล่าน แต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งถูกรัดหนักหน่วง งูปีศาจสีดำมันมีดวงตาสีแดง หัวหนึ่งเลื้อยพันรอบคอนางและกำลังขู่ฟ่อๆ อย่างน่ากลัว ส่วนหัวที่สองพันที่โคนขาและอ้าปากกว้าง เห็นลิ้นสองแฉกที่แลบเลีย ลิ้นที่ยาวๆ นั้นแสดงท่าคล้ายจะจู่โจมกลีบสวาทนางหญิงสาวขวัญหนีดีฝ่อ นางกลัว กลัวจนแทบสิ้นสติงูร้ายมันไม่หยุดเท่านั้น ในขณะที่ม่านซือซืออกสั่นขวัญแขวนหัวด้านบนก็บีบรัดลำคอนาง พลอยให้นางหายใจไม่ออกและต้องหวีดร้องลั่น เป็นตอนนั้นที่มันอาศัยโอกาสชั่วช้าพุ่งหัวดำอันใหญ่โตเข้ามาในโพรงปากนางม่านซือซือทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากการดิ้นรนขัดขืน และความอึดอัดคับแน่นในโพรงปากยังไม่หนักหนาเท่ากับกลีบสวาท ด
อดีตของหลิวฟ่าน หลิวฟ่านอยู่ในเรือนสุนัขด้วยความสุข นางคบหาสหายมามากมาย เรียกได้ว่าเป็นที่รู้จักของชาวเมืองกุ้ยโจว แต่พอได้อยู่ที่นี่ กลับรู้สึกว่าสุนัขป่าตัวโตของคฤหาสน์สัตตบงกชมีความเป็นมิตรมากกว่าคนที่เคยคบค้า กระนั้นพวกมันก็ดุกร้าว กัดศัตรูไม่เลือกหน้าตามนิสัยของสัตว์ป่าและเมื่อขึ้นชื่อว่าสัตว์เดรัจฉาน อย่างไรก็สมสู่ไม่เลือกที่ นอกจากการสมสู่เร่าร้อนรุนแรง พวกมันยังรักเจ้านายและพวกพ้องในแบบที่เรียกว่าตายแทนกันได้และลูกสาวเจ้าบ้านหลิวที่คนทั้งเมืองนิยมในความเก่งกล้าสามารถ นางเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ได้อย่างไร ต้นสายปลายเหตุนั้น หลิวฟ่านย่อมรู้ดีแก่ใจอดีต เทศกาลโคมไฟ เมืองกุ้ยโจวหลิวฟ่านวิ่งหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต นางตื่นตระหนกสุดขีด ภาพที่เห็นเมื่อครู่คือแขนข้างหนึ่งของชายรูปงามจากหอสังคีตถูกโยนมาหล่นตุ้บที่ปลายเท้านาง เขาเป็นคนที่นางจ้างมาดีดพิณและร้องเพลงขับกล่อมในเรือที่จอดอยู่กลางน้ำ ซึ่งนางจัดไว้สำหรับเริงสวาทค่ำคืนนี้ ทว่ากลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน ด้วยไม่ทันได้ก้าวขึ้นเรือด้วยซ้ำ ก็มีผู้ร้ายโผล่มาขวางทางนางแล้วไล่ฆ่าคน ชวนให้ตื่นตระหนกยิ่งนักเมื่อเห็นภัยใกล้ตัว มือสังหารร