Share

บทที่ 537

Author: จี้เวยเวย
ชั่วขณะเคอหยวนจื่อกำลังสบมองซ่งจิ่งเซินอยู่นั้น ความไม่พอใจพลุ่งพล่านภายในใจ

“จิ่งเซิน บัดนี้ท่านบรรลุเป้าหมายแล้ว งานแต่งของข้าและสกุลชวีถูกระงับไว้ชั่วคราว ท่านพอใจแล้วกระมัง?”

นับตั้งแต่ครั้งก่อนซ่งจิ่งเซินพาคนมากมายมาคิดบัญชีสกุลเคออย่างกระจ่างชัดเจนแล้ว ชวีคั่วกลับไปก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ครอบครัวสกุลชวีฟัง

เดิมทีนางคิดว่าสกุลชวีกิจการใหญ่โต ต่อให้ด้านการเงินไม่อาจเทียบสกุลซ่งได้ แต่ก็ต้องหาทางช่วยแก้ปัญหา

ใครคิดเล่าว่าสกุลชวีถึงขั้นกลายเป็นเต่าหัวหด พูดว่ารอพวกเขาคลี่คลายปัญหานี้แล้วค่อยคุยเรื่องแต่งงานก็ยังไม่สาย แม้แต่ชวีคั่วที่ก่อนหน้านี้ตามตอแยนางก็มีท่าทีเปลี่ยนไป คล้ายตั้งใจหลบเลี่ยงนาง

ทั้งหมดนี้ทำให้นางรู้สึกทรมานใจอย่างบอกไม่ถูก

ถือสิทธิ์อะไร?

ก็แค่จ่ายเงินมากหน่อยเท่านั้น ซ่งจิ่งเซินมอบให้นางมากมายถึงเพียงนี้จนคุ้นชินแล้ว ชวีคั่วถึงขั้นยอมรับเรื่องเล็กน้อยนี้ไม่ได้

ทว่าหลังทั้งหมดนี้เกิดขึ้น นางกลับยิ่งโกรธแค้นซ่งจิ่งเซินภายในใจ

แต่ไหนแต่ไรมานางไม่เคยได้รับความอับอายเช่นนี้มาก่อน ทั้งๆ ที่ทั้งหมดล้วนเป็นแผนการของซ่งจิ่งเซิน ก็เพื่อทำให้นางยอมแพ้!

ชั่วขณะซ่งจิ่ง
Locked Chapter
Continue Reading on GoodNovel
Scan code to download App

Related chapters

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 538

    เขาได้ยินเรื่องในตอนนั้นจากปากของพวกเขาเพียงบางส่วนก็ถูกขัดขึ้นแล้ว เรื่องในอดีตไม่อยากรื้อฟื้น ที่ผ่านมาตนเองก็คือตัวโง่งมคนหนึ่งโดยแท้!“ซงจิ่งเซิน เหตุใดท่านถึงพูดกับหยวนจื่อเช่นนี้? สาเหตุที่ในอดีตท่านทำเพื่อหยวนจื่อมากมายถึงเพียงนั้น ยังมิใช่เพราะต้องการให้หยวนจื่อมอบโอกาสให้ท่านสักครั้งหรือ?”เจี่ยงเหวินจิ้งสบมองซ่งจิ่งเซิน ภายในสายตาเปี่ยมความรังเกียจ คล้ายกำลังมองสิ่งน่าขยะแขยงบางอย่าง“บัดนี้หยวนจื่อมาแล้ว ท่านก็พูดเถอะว่าตกลงจะต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถลบล้างเรื่องที่ผ่านมาได้!”“ทว่าท่านอยากให้หยวนจื่อแต่งกับท่าน นั่นไม่มีวันเป็นไปได้!”พานเหราทางฝั่งหนึ่งพยักหน้า “วันนี้อากาศไม่เลว มิสู้ก็ให้หยวนจื่อไปเที่ยวทะเลสาบเป็นเพื่อนท่าน แต่ของทั้งหมดท่านต้องเตรียมไว้ให้ดี”“ได้ยินมาว่าระยะนี้ร้านขายผ้าของท่านออกแบบพิเศษไม่น้อย งดงามอย่างมาก เชื่อว่าท่านเตรียมไว้ให้หยวนจื่อดีแล้วกระมัง? ยังไม่รีบฉวยโอกาสนี้เอามาส่งให้อีกหรือ?”“พลาดวันนี้ไป ท่านก็ไม่มีโอกาสแล้ว!”ภายในสายตาเคอหยวนจื่อสะท้อนความลำพองใจ ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อย สะท้อนความเย่อหยิ่งหลายส่วน“เหวินจิ้งและพานเหรามากั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 539

    เคอหยวนจื่อสามคนเห็นองครักษ์เหล่านี้ออกมาไล่พวกนาง ไม้กระบองนั้นคล้ายเสี้ยววินาทีต่อมาก็จะตีโดนตัวของพวกนางแล้ว ตกใจทำได้เพียงรีบวิ่งหนีโครม!เจี่ยงเหวินจิ้งไม่ทันระวังล้มลงไป มือหนึ่งจับพานเหราไว้ตลอด นี่ถึงดึงพานเหราให้ล้มลงไปพร้อมกันพานเหราเห็นดังนั้นก็รีบจับเคอหยวนจื่อ ทันใดนั้นทั้งสามคนก็ล้วนล้มอยู่บนพื้น สภาพน่าสงสารอย่างเห็นได้ชัดเคอหยวนจื่อหันหน้ากลับไปอย่างน้อยใจ รอให้ซ่งจิ่งเซินสงสารเข้ามาประคองนางจากนั้น ซ่งจิ่งเซินไม่ทำแม้แต่สนใจ สั่งคนปิดประตูใหญ่ปัง!ชั่วขณะประตูใหญ่สกุลซ่งปิดลง ภายในสายตาเคอหยวนจื่อเปี่ยมความตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อว่าซ่งจิ่งเซินที่เชื่อฟังนางมาโดยตลอดจะทำกับนางเช่นนี้!“หยวนจื่อ งานแต่งระหว่างเจ้าและชวีคั่วจะต้องทำให้คุณชายซ่งรำคาญใจจริงๆ”“ต่อให้เขาชอบเจ้ามาก ก็ไม่มีชายคนใดสามารถยอมปล่อยให้แม่นางที่ตนชอบหมั้นหมายกับชายอื่นได้หรอกนะ”เจี่ยงเหวินจิ้งเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แม้แต่เสียงก็สะท้อนคำตำหนิ หากรู้ตั้งแต่แรก วันนี้นางก็ไม่มาแล้ว!ยังไม่ต้องพูดว่าถูกด่าโดยเสียเปล่า ยังล้มกลิ้งทีหนึ่ง น่ากลัวว่าหัวเข่าแตกไปแล้วพานเหราพยักหน้า “แท้จริงแล

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 540

    ซ่งเยี่ยนโจวตบบ่าซ่งจิ่งเซิน ให้ความรู้สึกราวกับน้องชายเติบโตขึ้นแล้วในที่สุดก็รู้ความแล้ว!ซ่งจิ่งเซิน “...” จู่ๆ สายตาของพี่ใหญ่ก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกชันไปทั่วทั้งสรรพางค์กายซ่งจืออวี้กลับถอนหายใจหนักๆ เฮือกหนึ่ง “จิ่งเซิน หากเจ้าสูญเสียความทรงจำเร็วกว่านี้สักหน่อยคงดีมากนัก ที่ผ่านมาข้าคิดว่ามีใบหน้าเหมือนเจ้าช่างน่าขายหน้าเหลือเกิน”ซ่งจิ่งเซิน “???”“บัดนี้พูดได้สะดวกปาก แต่หากความทรงจำของเจ้าฟื้นคืนกลับมา ยังไปร้องขอความรักจากเคอหยวนจื่อ นั่นไม่ขายหน้ายิ่งกว่าหรือ?”ซ่งจืออวี้สบมองซ่งจิ่งเซินอย่างเห็นใจ เพียงนึกถึงภาพนั้นก็กลัวขึ้นมา นั่นถึงแก่ชีวิตเชียวนะ!“ไม่มีวัน!” ซ่งจิ่งเซินปฏิเสธอย่างไม่ลังเล “ต่อให้ความทรงจำของข้ากลับคืนมา ข้าก็ไม่มีวันทำเช่นนั้น!”ซ่งจืออวี้ไม่เชื่อแม้ครึ่งคำ “ในอดีตข้าก็ไม่เชื่อว่าน้องชายข้าจะโง่งมถึงเพียงนี้ ปรากฏว่าโง่งมมานานหลายปีเชียวล่ะ”ซ่งจิ่งเซินแทบจะอาเจียนตายแล้ว ทั้งๆ ที่เป็นซ่งจืออวี้โง่เขลากว่าเขามาโดยตลอด แต่เรื่องนี้กลับทำให้เขาไม่สามารถตอบโต้ได้ ทำให้เขาโมโหแทบตายแล้ว!ซ่งรั่วเจินสองสามคนเห็นแล้วก็อยากขัน ออกมาทำกรรมก็ต้องชดใช

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 541

    “เจ้าสาม ข้ารู้แต่ไหนแต่ไรมาเจ้าสนิทสนมกับอวิ๋นเวยที่สุด ระยะก่อนที่ช่วยเซี่ยงเหิงก็เป็นเจ้าขอร้องอยู่ตลอด”“ตอนนั้นพวกเราก็พูดกันดีแล้ว ช่วยเพียงครั้งนี้ ภายภาคหน้าไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรกับสกุลฉิน พวกเราจะไม่สนใจอีก”สีหน้าคุณชายใหญ่สกุลกู้กู้ชิงเหยี่ยนปึ่งชา “หลายปีมานี้ มีเรื่องดีไม่เคยเห็นนางคิดถึงพวกเรา ข้ามปีข้ามเทศกาลก็ไม่เคยมาเยี่ยมเยียนท่านพ่อท่านแม่”“ระยะก่อนร่างกายท่านแม่ไม่แข็งแรง เห็นนางมาถามไถ่สักครึ่งประโยคหรือไม่? บัดนี้เกิดเรื่องแล้ว กลับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นนางมาหาพวกเราเพื่อขอความช่วยเหลือ!”“บางทีอวิ๋นเวยอาจไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อแรกยามตัดขาดความสัมพันธ์ก็บอกแล้วว่าห้ามมิให้นางมาอีกครั้ง ไฉนเลยนางจะกล้ามา?” กู้ชิงเจ๋อโต้กลับกู้ชิงซิวยิ้มเย็น “ข้ามปีข้ามเทศกาลไม่กล้า เช่นนั้นเหตุใดตอนนี้ถึงกล้าเล่า?”“เจ้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ หลายปีมานี้เจ้าและอวิ๋นเวยไม่ใช่ไม่ติดต่อกันเลย หากไม่ใช่เพราะมีเจ้าสนับสนุนอยู่ตรงกลาง ไฉนเลยฉินซวงซวงและฉินเซี่ยงเหิงจะขวัญกล้ากำเริบเสิบสานถึงขั้นนี้?”“ข้าจะบอกเจ้าให้ เจ้ามิใช่กำลังช่วยพวกเขา แต่ทำร้ายพวกเขา!”

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 542

    กู้ชิงเหยี่ยนและกู้ชิงซิวเห็นมารดาไม่ใจอ่อน ทันใดนั้นถอนหายใจโล่งอกเฮือกหนึ่ง พวกเขากังวลที่สุดก็คือบิดามารดาจะเปลี่ยนใจบัดนี้พวกเขามีลูกของตนแล้ว ระยะก่อนฉินเซี่ยงเหิงแย่งการแต่งงานของพี่น้องไป ลอบทำอย่างลับๆ ยังไม่ทันแต่งงานก็ลอบสานสัมพันธ์ไปแล้ว หน้าตาของสกุลฉินหมดไปจนสิ้นต่อให้พวกเขาตัดขาดความสัมพันธ์ไปแล้ว แต่ตอนนั้นสายตาทุกคนยามสบมองพวกเขาก็แปลกประหลาดมาก แม้แต่ลูกของตนก็ได้รับเสียงเยาะหยันยิ่งไม่ต้องพูดถึงความโหดเหี้ยมอำมหิตของฉินซวงซวง แย่งชิง ใส่ร้ายครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกเรื่องล้วนชวนให้คนชี้หน้าด่า!เทียบกับอวิ๋นเวยแล้ว ทำเรื่องน่าขายหน้าได้มากยิ่งกว่าเสียอีก!“เรื่องนี้ก็ตกลงตามนี้เถอะ ไม่ต้องเข้าไปยุ่ง” ราชครูกู้พูด“ท่านพ่อ อวิ๋นเวยเป็นลูกสาวแท้ๆ ของท่านนะ! ท่านทำเช่นนี้โหดร้ายเกินไปแล้ว!” สีหน้ากู้ชิงเจ๋อตกตะลึงพรึงเพริด ไม่กล้าเชื่อว่าบิดามารดาแท้ๆ ของตนจะเลือดเย็นถึงขั้นนี้ นิ่งดูดายดูลูกสาวของตนไปตาย!ราชครูกู้สบมองเขานิ่งๆ อย่างกล่าวเตือน “หากเจ้าคิดว่าพวกเราทำไม่ถูก มิสู้เจ้าไปคลี่คลายด้วยตนเอง อย่างไรเสียพวกเจ้าก็ล้วนโตแล้ว ต้องการแยกบ้านก็สมควรแล้ว เจ้าแย

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 543

    หลังฉินซวงซวงได้รู้ว่าตนเองและหลินจือเยว่ล้วนถูกเนรเทศ ก็โมโหแทบสิ้นสติ!“ถือสิทธิ์อะไรทำกับพวกเราเช่นนี้? ซ่งรั่วเจินโหดเหี้ยมโดยแท้ ทั้งๆ ที่นางมิได้เสียหายอะไร แต่กลับจัดการพวกเราถึงตาย!”“จะต้องเป็นนางให้ฉู่อ๋องทำเช่นนี้แน่ นังผู้หญิงใจคอโหดเหี้ยม!”สีหน้าหลินจือเยว่เผือดซีด หมดอาลัยตายอยาก ยามถูกจับมาเขาก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดี เนรเทศ...ก็คือหนึ่งในสิ่งที่คาดการณ์ไว้ทว่าทั้งๆ ที่เดิมทีเขามีอนาคตรุ่งโรจน์ เหตุใดจู่ๆ ก็ตกต่ำถึงขั้นนี้ได้!“นี่ล้วนไม่ใช่เพราะเจ้ารนหาที่หรือ? หากมิใช่เพราะเจ้าสมคบคิดกับพวกเขาใส่ร้ายคน ไฉนเลยจะถูกตัดสินเนรเทศได้?”ฉินซวงซวงร้อนใจแย่แล้วพูดว่า “มาถึงตอนนี้แล้ว ท่านยังตำหนิข้าอีกหรือ? เห็นได้อย่างชัดเจนว่าซ่งรั่วเจินมุ่งร้ายต่อพวกเรา นางต้องการทำลายพวกเราให้สิ้นซาก!”หลินจือเยว่รำคาญใจมาก “หากไม่ใช่เพราะเจ้าทำงานไม่สำเร็จยังต้องเสียเปรียบ ดึงบุตรีจวนอัครเสนาบดีไปจนถึงฝ่าบาท และฮองเฮาเข้าไปเกี่ยวข้อง เรื่องก็คงไม่ร้ายแรงถึงขั้นนี้!”“ที่ผ่านมาข้าเตือนเจ้าไม่ใช่เพียงครั้งเดียว อย่าทำเรื่องเช่นนี้อีก ตกลงเจ้าต้องก่อความวุ่นวายถึงขั้นใดถึงจะพอใจ?”“บั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 544

    พริบตาต่อมา ใบหน้าหลินจือเยว่ก็ถูกข่วนจนเป็นรอยเลือดนับไม่ถ้วน ฉินซวงซวงคล้ายเสียสติไปแล้วก็มิปาน ราวกับระบายความอึดอัดคับข้องใจทั้งหมดออกมาหลินจือเยว่โมโห คนมิอาจทนไหวยื่นมือออกไปผลักแรงๆ!โครม!ฉินซวงซวงกระแทกกับซี่กรงของห้องขัง ล้มลงกับพื้นแรงๆ กลับกุมท้องไว้ ร้องตะโกน “เจ็บเหลือเกิน ข้าเจ็บท้องเหลือเกิน!”หลินจือเยว่เห็นดังนั้นก็คิดว่านางแสดงละคร เดิมทีก็ไม่เก็บมาใส่ใจ จนกระทั่งมองเห็นเลือดบนร่างกายท่อนล่างของนางไหลออกมา สีหน้าถึงเปลี่ยนไป“เร็ว รีบตามหมอมาเร็วเข้า!”เดิมทีผู้คุมก็ไม่สนใจสองคนนี้อยู่แล้ว อย่างไรเสียทั้งคู่ก็นับเป็นแขกประจำของคุกที่ผ่านมามีฐานะสูงศักดิ์ บัดนี้กลับดี เข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนหน้านี้พาคนในครอบครัวมาด้วยกัน บัดนี้กลับตกต่ำถึงขั้นถูกเนรเทศมาถึงขั้นนี้แล้วกลับยังไม่ยอมหยุด ทะเลาะกันไม่รู้จักจบสิ้น พวกเขาคร้านจะชายตาแลคราวนี้เห็นคล้ายเกิดเรื่องจริงๆ นี่ถึงตามหมอมา ยังไม่ทันถูกเนเทศ คนก็จะเกิดเรื่องภายในคุก พวกเขาเองก็จะพลอยซวยไปด้วยจากนั้นหมอช่วยจับชีพจรให้ฉินซวงซวง ได้ฟังจากปากว่าหลินจือเยว่ผลักนาง สายตาเปี่ยมความไม่พอใจ“ดีชั่วอย่างไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 545

    หมอทางด้านข้างเหลือบมองหลินจือเยว่แวบหนึ่ง นี่กำลังฝันกลางวันอะไร?นี่ล้วนกลายเป็นนักโทษแล้ว ยังคิดเกาะแม่นางซ่ง คิดว่าฉู่อ๋องเป็นเครื่องประดับหรือ?สีหน้าหลินจือเยว่แข็งค้างไป เร่งอธิบาย “เจ้าพูดเหลวไหลอะไร? ข้าเพียงคำนวณวันที่เจ้าตั้งครรภ์”ถ้อยคำนี้พูดออกมาแล้ว ฉินซวงซวงเข้าใจในทันใด หัวใจพลันหนักอึ้งคืนนั้นนางและเหยาจิ่นเฉิงนับว่าบ้าคลั่งอย่างสุดขีด ช่วงเวลาตั้งครรภ์ตรงกับจุดนี้พอดี แม้แต่นางก็ไม่มั่นใจว่าตกลงเด็กคนนี้เป็นของใครกันแน่ทว่า สีหน้านางกลับมั่นใจหนักแน่น “นี่เป็นลูกของท่าน! ท่านคงไม่ใช่ไม่ยอมรับแม้แต่ลูกของตนหรอกกระมัง?”“เป็นลูกของข้า ข้าย่อมยอมรับ! แต่นั่นต้องแน่ใจก่อนว่าเป็นลูกของข้า!”ใบหน้าหลินจือเยว่เคร่งขรึม ก่อนนี้เขาไม่รู้คาดหวังจะมีลูกของเขาและฉินซวงซวงมากเพียงใด ทว่าเด็กคนนี้กลับเกิดมาได้ไม่ถูกเวลาเท่าใดนักเขาไม่มีอะไรแล้ว คลอดลูกออกมาก็มีเพียงความลำบาก“เขาต้องเป็นลูกของท่านแน่ ไม่มีวันเป็นลูกของคนอื่น!” ฉินซวงซวงกัดฟัน ไม่ว่าใช่หรือไม่ เด็กคนนี้ก็ต้องเป็นลูกของหลินจือเยว่!“รีบหาคนส่งข่าวนี้ไปให้ท่านพ่อท่านแม่ข้า ท่านแม่รู้จะต้องดีใจ คิดหาทางช่

Latest chapter

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 738

    “ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 737

    น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 736

    “ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 735

    ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 733

    ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 732

    “ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 731

    เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 730

    “หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที

Scan code to read on App
DMCA.com Protection Status