แชร์

บทที่ 507

ผู้เขียน: จี้เวยเวย
หร่วนอวี้เฉิงเกรงใจมาก ใช้สายตาเอ่ยถามฉู่จวินถิงอย่างไร้สุ้มเสียง ก่อนหน้านี้ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าแม่นางท่านนี้สามารถรักษาอาการป่วยได้!

ฉู่จวินถิงมีสีหน้าเรียบเฉย ครั้นตกอยู่ในสายตาหร่วนอวี้เฉิงและอวิ๋นอ๋อง เห็นได้ชัดว่ากำลังทอประกายระยับ!

ซ่งรั่วเจินจับชีพจรดูแล้ว มั่นใจขึ้นมาภายในใจหลายส่วน จากนั้นหันหน้าไปถามฉู่อวิ๋นกุย “อวิ๋นอ๋อง ท่านช่วยหม่อมฉันอย่างหนึ่งได้หรือไม่?”

“ข้า?” ฉู่อวิ๋นกุยชี้เข้าที่ตนเอง เปล่งเสียงประหลาดใจปนดีใจ สบมองฉู่จวินถิงอย่างยั่วยุ พี่สะใภ้ไม่ขอความช่วยเหลือจากเสด็จพี่ ถึงขั้นขอความช่วยเหลือตนเอง!

ฉู่จวินถิงนึกแปลกใจอย่างอดไม่ได้ แต่กลับไม่แสดงอารมณ์ใดผ่านทางสีหน้า

“อวิ๋นอ๋อง ท่านถอดถุงเท้าของคุณชายหร่วนก่อน กดจุดฝังเข็มตามที่หม่อมฉันบอก”

ซ่งรั่วเจินเอ่ยปาก นางในฐานะหมอย่อมไม่ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ แต่ที่นี่คือยุคสมัยโบราณ ชายหญิงไม่พึงใกล้ชิดกัน ไม่เหมาะสมเท่าใดนัก ต้องให้คนช่วย

เพียงฉู่อวิ๋นกุยได้ยินว่าให้ตนเองถอดถุงเท้าเหม็นๆ หร่วนอวี้เฉิง รอยยิ้มบนใบหน้าหายไปในทันใด เขามองหร่วนอวี้เฉิงอย่างรังเกียจ คนผู้นี้ต้องมีเท้าเหม็นที่สุดในหมู่พวกเขาแน่!

หร่วนอ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 508

    ซ่งรั่วเจินยิ้มน้อยๆ ขณะกำลังเตรียมเขียนตำรับยาถอนพิษอยู่นั้น ก็เห็นฉู่จวินถิงช่วยนางหยิบพู่กันและกระดาษมาแล้วนางหันมองเขาแวบหนึ่ง หลังจากเริ่มคุ้นเคยกับเขา นางพบว่าชายคนนี้ใส่ใจมากจริงๆ ไม่เพียงไม่เย็นชาอย่างที่แสดงออกมา ตรงข้ามกันเขามักสังเกตเห็นรายละเอียดมากมาย คิดแทนนางไปทุกจุดไม่นาน ซ่งรั่วเจินก็เขียนตำรับยาออกมาดีแล้ว “ยึดตามตำรับยานี้ ต้มน้ำสามชามจนกลายเป็นน้ำหนึ่งชาม วันละสามครั้ง”ฉู่อวิ๋นกุยรับตำรับยามาอย่างมีไหวพริบ “ข้าจะให้คนไปเตรียมเดี๋ยวนี้เลย”“คุณชายหร่วนถูกพิษมาระยะหนึ่งแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นร่างกายยังอ่อนแอมาก หลังกินยากระบวนการถอนพิษจะต้องทรมานมากแน่”“นี่คือยาลูกกลอนที่ก่อนหน้านี้ข้าทำขึ้น หลังกินลงไปร่างกายจะดีขึ้น สามารถบรรเทาอาการปวดได้”ซ่งรั่วเจินหยิบยาที่ก่อนหน้านี้นางทำขึ้นออกมา ช่วงที่ผ่านมานางชอบทำยาลูกกลอนยามว่าง ภายในนั้นมียาทำให้ร่างกายแข็งแรง อีกทั้งยังทำยาถอนพิษ ตระเตรียมไว้หลายชนิดหร่วนอวี้เฉิงสมเป็นลูกผู้ชาย หลังถูกพิษแล้วยังอดทนต่อความเจ็บปวดยามค่ำคืนอยู่ได้ แม้ไม่ใช่ยามค่ำคืน เวลาอื่นเขาก็อดทนต่อความเจ็บปวดอยู่ตลอดแม้ว่าสีหน้าเผือดซีด แต่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 509

    มิน่าเล่าทุกครั้งได้พบหน้าเสด็จพี่สามจึงคิดว่าเขาอารมณ์ดีมาก ที่แท้ก็เก็บของล้ำค่ามาได้นี่เอง!ในเวลาเดียวกัน ณ พระราชวังหลังฉู่เทียนเช่อฟื้นขึ้นมาแล้วก็รู้สึกปวดเมื่อยทั่วทั้งสรรพางค์กาย สำคัญที่สุดคือได้รับบาดเจ็บโดยเสียเปล่าไปแล้ว ไม่บรรลุตามแผนที่วางไว้“เหตุใดอยู่ดีๆ เสด็จพี่ใหญ่ก็ไปปรากฏตัวอยู่ที่นั่นได้เล่า?”เขารู้ว่าทุกครั้งยามเสด็จพี่ใหญ่ล่าสัตว์ชอบไปทิศทางใด ดังนั้นจึงยิ่งไม่เข้าใจ อยู่ดีๆ เหตุใดเสด็จพี่ใหญ่ก็เปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ถึงขั้นช่วยเขาเอาไว้แล้ว!ไม่เพียงแค่นี้ แม้แต่ฉู่จวินถิงเองก็มาช่วยคนด้วย ทั้งๆ ที่วางอุบายไว้ดีแล้ว คนลำบากที่สุดกลับเป็นเขาเอง!จงเฟยได้รู้ว่าฉู่เทียนเช่อฟื้นขึ้นมาแล้วก็รีบเข้ามา สายตาปวดใจอย่างยิ่งยวด“เทียนเช่อ วันนี้เจ้าเป็นอะไรไป? ล่วงเกินใครเข้าแล้ว เหตุใดพวกเขาจึงต้องการฆ่าเจ้าเล่า!”“เสด็จแม่ ไม่ต้องกังวล ข้าไม่เป็นไร” ฉู่เทียนเช่อมิได้พูดมาก แต่ถามว่า “หลังข้าหมดสติไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่?”จงเฟยส่ายหน้า “เสด็จพ่อห่วงใยเจ้ามาก พูดว่าจะต้องหาคนร้ายออกมาให้ได้ เรื่องนี้มอบให้ศาลต้าหลี่ไปตรวจสอบ เชื่อว่าจะต้องสืบหาออกมา

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 510

    “ฮองเฮาไม่ชอบนาง?”ฉู่เทียนเช่อประหลาดใจ หลุบตาครุ่นคิดก็เข้าใจแล้ว “ซ่งรั่วเจินเคยถอนหมั้นมาก่อน เกรงว่าฮองเฮาจะใส่ใจเรื่องนี้”หลายปีมานี้ฉู่จวินถิงแสดงออกได้อย่างโดดเด่น ต่อให้พวกเขาต้องการจับจุดอ่อนก็ไม่สำเร็จ เจ้าเด็กคนนี้ทำเรื่องใดล้วนไร้ช่องโหว่!สายตาของฮองเฮา มีเพียงสตรีชนชั้นสูงถึงจะคู่ควรกับเขา ฐานะของสกุลซ่งไม่อาจเทียบจวนอัครเสนาบดีได้หากเขาตบแต่งกับคุณหนูจวนอัครเสนาบดี มีอัครเสนาบดีเป็นแรงสนับสนุน ก็ย่อมมีความเป็นไปได้มากที่จะได้เป็นองค์รัชทายาท ทว่านางคิดไม่ถึงว่าวิชาศาสตร์ลี้ลับของซ่งรั่วเจินยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน ตราบใดที่ใช้มันได้อย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ก็อาจเหนือชั้นกว่าหนึ่งขั้น!ยิ่งไปกว่านั้น ก็แค่ตำแหน่งชายารองเท่านั้น สามารถสู่ขอสตรีงามเช่นนี้คนหนึ่งได้ เขาย่อมยินดี“ฮองเฮาก็เป็นเช่นนี้ นั่นก็ไม่ชอบนี่ก็ไม่ชอบ นางมีชาติกำเนิดที่ดี คนอื่นมีชาติกำเนิดไม่ดีจะเข้าตานางได้อย่างไร?”จงเฟยยิ้มเย็น นึกถึงสายตายามได้พบนางเป็นครั้งแรกของฮองเฮา สูงส่งทระนงตน แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเห็นพวกเขาเหล่านี้อยู่ในสายตา รอเทียนเช่อได้เป็นองค์รัชทายาท นางกลับอยากเห็นว่าฮองเฮายังมีอะไรให

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 511

    ใบหน้าของเขาลึกซึ้ง ลายเส้นไหลลื่น ยามสบมองนางนิ่งๆ สามารถมองเห็นถึงความรู้สึกลึกซึ้งและจริงจัง ทั้งๆ ที่เป็นคำพูดหยอกเย้า แต่สายตาลุ่มลึกกลับสะท้อนความจริงจังชวนให้คนไม่สามารถเห็นเป็นเรื่องตลกได้ตอนนี้เอง ซ่งรั่วเจินรู้สึกเพียงว่าที่อยู่ตรงหน้าก็คือปีศาจหนุ่มคนหนึ่งเขากำลังยั่วยวนตน!ที่น่ากลัวที่สุดคือ...นางใกล้ถูกยั่วยวนสำเร็จแล้ว“ท่านอ๋อง ถ้อยคำเช่นนี้ออกจากปากท่านดูแล้วไม่เหมาะสมเท่าใดกระมัง? หากคนอื่นได้รู้ว่าท่านอ๋องหน้าตายถึงขั้นเปล่งวาจาเช่นนี้ออกมา ก็ไม่รู้ว่าจะตกใจมากเพียงใด” ซ่งรั่วเจินพูดฉู่จวินถิงเลิกคิ้ว ดวงตาดำดุจหินอัคนีทมิฬใต้แสงจันทร์เปล่งประกายมากเป็นพิเศษ สุ้มเสียงชวนให้คนหวั่นไหวอย่างมาก“ยามข้าอยู่ต่อหน้าเจ้า แต่ไหนแต่ไรมาไม่ใช่อ๋องหน้าตาย ยิ่งไปกว่านั้น...ยามอยู่ต่อหน้าคนที่ชอบ ยังจะต้องการหน้าตาอะไรอีก?”ซ่งรั่วเจินชะงักเบาๆ คิดเพียงว่าชายคนนี้พูดเก่งเกินไปแล้วกระมัง!ต่อให้ท่อง ‘คาถาชำระจิตใจ’ ภายในใจก็ยังยากที่จะไม่ถูกปีศาจหนุ่มรูปงามเช่นนี้ล่อลวงฉู่จวินถิงเห็นดวงตาทอประกายระยิบระยับของฝ่ายหญิงจับจ้องเขา ยังเจือความรู้สึกว้าวุ่นใจเล็กน้อยอีกด้วย

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 512

    “คารวะเซียวอ๋อง” ซ่งรั่วเจินทำความเคารพฉู่อี้ชวนพยักหน้า แม้รู้สึกตกตะลึงภายในใจ กลับไม่เผยอารมณ์ใดผ่านทางสีหน้าเลยสักเศษเสี้ยว“เสด็จพี่ ท่านเขาไปนั่งด้านในก่อนสักครู่ น้องห้าอยู่ด้านใน” ฉู่จวินถิงเอ่ยปากเสียงเรียบ ท่าทีมีเหตุผลฉู่อี้ชวนชะงักเล็กน้อย สายตาของเขากวาดมองทั้งสองคน หยั่งเดาภายในใจว่าดึกถึงเพียงนี้แล้วคงมิใช่ว่าทั้งสองคนยังมีเรื่องอะไรให้ทำหรอกกระมัง?“ได้”ซ่งรั่วเจินเองก็คิดไม่ถึงว่าที่ฉู่จวินถิงพูดเมื่อครู่ล้วนเป็นความจริง เซียวอ๋องตั้งใจเดินทางมายามวิกาล เขาให้คนไปรอภายในจวน ยึดมั่นจะไปส่งนางกลับก่อน“ท่านอ๋อง หม่อมฉันนั่งรถม้ากลับไปก็พอ ท่านกลับเข้าไปก่อนเถอะ ประเดี๋ยวเซียวอ๋องจะคอยนาน” ซ่งรั่วเจินพูดสีหน้าฉู่จวินถิงไม่เปลี่ยนไป “เขารอสักครู่ได้ไม่เป็นไร ในเมื่อข้ารับเจ้ามา ย่อมต้องพาเจ้าไปส่งอย่างปลอดภัย”“หม่อมฉันรู้ท่านกังวลความปลอดภัยของหม่อมฉัน ถ้าอย่างนั้นก็สามารถให้อวิ๋นหยางส่งหม่อมฉันกลับไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นบัดนี้คนที่หม่อมฉันล่วงเกินล้วนถูกจับไปแล้ว ไม่มีวันมีคนลงมือกับหม่อมฉันอีก”ซ่งรั่วเจินหัวเราะเบาๆ บัดนี้พวกฉินซวงซวงถูกขังอยู่ภายในคุก ไม่มีโ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 513

    “น้องสาม เจ้าได้ข่าวมากระนั้นหรือ?”ฉู่อี้ชวนมีสีหน้าจริงจัง หลังจากที่เขากลับไปก็รู้สึกว่าทุกอย่างในเรื่องนี้ดูมีพิรุธ ยิ่งไปกว่านั้นซ่งรั่วเจินยังตั้งใจหลอกล่อพาเขาไปที่นั่น พูดว่าเพื่อช่วยเขา ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล โดยเฉพาะหลังจากที่เขาถูกลอบสังหารก็ยิ่งรู้สึกว่าถูกวางแผนเล่นงาน แต่เมื่อกลับมาสืบข่าวเหล่านี้ เขาก็เริ่มตระหนักถึงปัญหาทั้งหมด...น่ากลัวว่าคือแผนการหนึ่ง! เมื่อครู่ยามเขาได้พบซ่งรั่วเจินก็อยากถามดู แต่เพราะยังไม่แน่ใจในเรื่องนี้ จึงยังไม่เหมาะที่จะเปิดเผยออกไป“เรื่องนี้ฐานะของข้าไม่สะดวกนัก จึงฝากให้ศาลต้าหลี่สอบสวนและไม่ได้ถามมากมายอันใด เรื่องนี้มีพิรุธจริงๆ คาดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะได้ผลสรุปแล้ว” ฉู่จวินถิงพูดแต่ไหนแต่ไรมาศาลต้าหลี่ทำงานว่องไวมาก ยิ่งไปกว่านั้นเสด็จพ่อได้ออกพระราชโองการให้สอบสวนอย่างเคร่งครัด เวลาหนึ่งวันเพียงพอให้ศาลต้าหลี่สอบสวนข่าวสำคัญออกมาได้ ฉู่อี้ชวนรู้สึกหนักอึ้งภายในใจ หากฉู่จวินถิงเองก็ยังเห็นว่าเรื่องนี้มีพิรุธ ก็พิสูจน์ได้ว่าเขาคิดถูกแล้ว เรื่องนี้น่ากลัวว่าเป็นเรื่องยุ่งยากจริงๆ “เรื่องวันนี้ต้องขอบคุณเจ้าและแม่นางซ่ง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 514

    วันต่อมา ซ่งรั่วเจินก็ได้รู้ข่าวว่าหลินจือเยว่และฉินซวงซวงถูกตัดสินเนรเทศ“เนรเทศ? ผลการตัดสินออกเร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”เฉินเซียงหัวเราะอย่างอดไม่ได้ “คุณหนู เรื่องนี้เป็นฉู่อ๋องจัดการ จะไม่เร็วได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ?”ซ่งรั่วเจินมองนางแวบหนึ่ง “ตอนนี้เจ้ากล้าขึ้นไม่น้อยเลยนะ ถึงขั้นกล้ามาหยอกล้อข้าเช่นนี้”“นั่นยังไม่ใช่เพราะรู้ว่าคุณหนูใจดีกับข้าอีกหรือ?” เฉินเซียงกลับไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย นางรู้ว่าคุณหนูดีต่อคนของตน“ฉินซวงซวงก็คล้ายอสรพิษ คิดอยากกัดคุณหนูอยู่ทุกขณะจิต หลังนางถูกเนรเทศไปแล้วก็จะไม่มาขัดตาคุณหนูในเมืองหลวงอีก นี่ยังไม่ใช่เรื่องดีอีกหรือ?”“การจัดการนี้ของฉู่อ๋องยอดเยี่ยมยิ่งนัก เมื่อครู่บ่าวได้ยินคุณชายรองชื่นชมด้วยเจ้าค่ะ” เฉินเซียงพูดอย่างมีความสุข ภาคภูมิใจอย่างแท้จริง“เช่นนั้นเถียนเจียวเจียวและถังเสวี่ยหนิงจะถูกจัดการเช่นไร?” ซ่งรั่วเจินถามต่อ“ทั้งสองคนถูกสั่งโบยที่ศาลาว่าการ เช้าวันนี้ถูกโบยต่อหน้าราษฎร์ โหย่วฝูตั้งใจไปดูมาเป็นพิเศษ พูดว่าการโบยนั้นแรงมากจริงๆ ชุดกระโปรงล้วนเปื้อนเลือด”ซ่งรั่วเจินขมวดคิ้ว “อัครเสนาบดีถังมิได้ไปหรือ?”“ไปเจ้าค่ะ ไม่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 515

    คิดว่า ต่อให้พี่ห้าฟื้นคืนความทรงจำแล้ว ก็ไม่มีวันไร้สมองเหมือนที่ผ่านมาขณะสองพี่น้องกำลังปรึกษากันว่าจะเปิดร้านที่ใดอยู่นั้น โหย่วฝูก็รีบเร่งเข้ามาแล้ว“คุณหนู” โหย่วฝูมองซ่งจิ่งเซินอย่างลังเลแวบหนึ่ง“ไม่เป็นไร พูดเถอะ” ซ่งรั่วเจินพูดซ่งจิ่งเซินมองน้องหญิงของตนอย่างสงสัย นี่คือมีแผนอะไรที่พวกเขาไม่รู้ด้วยหรือ?“คุณหนู ทางฝั่งนั้นมีการเคลื่อนไหวแล้ว ดูท่าทางแล้ววันนี้เตรียมไปสกุลหลิ่วเจ้าค่ะ” โหย่วฝูเอ่ยออกมาซ่งรั่วเจินเลิกคิ้วเรียวยาวดุจกิ่งหลิวขึ้น “ข้ารู้แล้ว เจ้าออกไปเถอะ”“น้องหญิงห้า ใครจะไปสกุลหลิ่วหรือ?” ซ่งจิ่งเซินงุนงง“พี่สี่ ตอนนี้ไม่มีเวลาพูดมากกับท่านแล้ว พวกเราไปหาท่านแม่ก่อนเถอะ หลายวันมานี้อยู่อย่างสุขสบายเกินไป การค้าไก่ทอดเองก็ดีมาก ย่อมต้องเข้าตาครอบครัวของท่านน้าที่คอยจับตามองพวกเรา”“ในอดีตทุกครั้งล้วนเป็นท่านน้าไปสกุลหลิ่วฟ้องพวกเราก่อน ย่อมไม่สามารถถูกกระทำไปเสียทุกครั้งได้ ครั้งนี้สมควรเป็นพวกเราไปร้องทุกข์ก่อน”เพียงซ่งจิ่งเซินได้ยินก็สนใจขึ้นมาแล้ว “มิน่าเล่าสองวันนี้ข้าถึงรู้สึกไม่ชอบมาพากล เกือบลืมบ้านของท่านน้าไปแล้ว!”“ในอดีตขอเพียงบ้านพวกเ

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 738

    “ข้าว่าเรื่องนี้ก็เลิกแล้วต่อกันเพียงเท่านี้จะดีกว่า ถือเสียว่าไม่เคยเกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องไปเชิญเช่ออ๋องมาแล้วละ”หลังนางกลับบ้านเดิม เช่ออ๋องก็มารับนางเป็นการเฉพาะ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดีขึ้นอย่างหาได้ยากถ้าเช่ออ๋องรู้ว่าตนเองมาหาเรื่องถึงตระกูลซ่งจะต้องพิโรธมากเป็นแน่!“นั่นจะได้อย่างไรกัน?” ฉู่จวินถิงเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ “พี่สะใภ้ถึงขั้นตั้งใจมาคาดคั้นถึงตระกูลซ่ง เห็นได้ชัดว่าเข้าใจผิดมากเพียงใด ถ้าข้าไม่มาเห็นเข้าพอดี เกรงว่าป่านนี้ซ่งรั่วเจินคงรักษาชีวิตไว้ไม่ได้แล้ว”“นอกจากนี้ อีกสองวันข้าก็จะลงใต้แล้ว ถ้าไม่อธิบายเรื่องเข้าใจผิดกันให้ชัดเจน พอข้ากลับมาก็ไม่ได้เห็นซ่งรั่วเจินแล้วน่ะสิ?”ซ่งรั่วเจินพยักหน้าติดต่อกัน กล่าวด้วยสีหน้าเจ็บช้ำใจว่า “ท่านอ๋องพูดถูกเพคะ หม่อมฉันหวาดกลัวยิ่งนัก!”ซ่งจืออวี้เห็นน้องสาวของตนเองแสดงละครร่วมกับฉู่อ๋อง ใบหน้าพระชายาเช่ออ๋องเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีดำ เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแล้วเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีขาว จนเขาอดตะลึงไม่ได้ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี้ช่างรวดเร็วมากจริงๆ!หลังจากอวิ๋นหยางไปเชิญเช่ออ๋อง พระชายาเช่ออ๋องก็กระวนกระวายอย่างเห็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 737

    น้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนทั้งสองภายในห้องต่างนิ่งอึ้งไป ซ่งรั่วเจินเห็นฉู่จวินถิงที่เดินเข้ามาในห้องอย่างแช่มช้า ดวงตางามก็ฉายแววตกใจเขามาถึงตั้งแต่เมื่อไร?คงไม่ได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของตนเองหรอกนะ?ซ่งจืออวี้อ่านสายตาน้องสาวตนเองออกจึงเหยียดริมฝีปากอย่างอ่อนใจ หัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ของซ่งรั่วเจินจึงหยุดเต้นไปในที่สุดได้ยินแล้วจริงๆ ด้วย!ชั่วขณะที่พระชายาเช่ออ๋องเห็นว่าฉู่อ๋องมาแล้ว ใบหน้าก็พลันถอดสี คิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญถึงเพียงนี้!ความลนลานวาบผ่านดวงตานาง แต่ก็กลับไปเป็นปกติอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยว่า “ที่แท้ก็ฉู่อ๋องมานี่เอง”“ข้าเพิ่งมาถึงก็ได้ยินว่าพี่สะใภ้กำลังข่มขู่คนอยู่ ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องใดขึ้นหรือถึงได้มาขู่เอาชีวิตคนในจวนสกุลซ่งเช่นนี้?”ใบหน้าหล่อเหลาของฉู่จวินถิงมองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ใดๆ เลยสักนิด น้ำเสียงผ่อนคลายเรียบเรื่อยราวกับเป็นการถามไถ่ธรรมดาทั่วไป ทว่าความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่างรวมถึงสายตาเย็นเฉียบทำให้คนเข้าใจว่า เขามีโทสะแล้ว“ซ่งรั่วเจินไม่เคารพข้า...”พระชายาเช่ออ๋องยังพูดไม่จบ ฉู่จวินถิงก็กล่าวขึ้นว่า “อ้อ? พี่สะใภ้มาถึงตระก

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 736

    “ซ่งรั่วเจิน เจ้าอย่าทำตัวไม่รู้ดีชั่วเช่นนี้ วันนี้ข้าให้โอกาสเจ้ารักษาก็คือให้เกียรติเจ้า!”“ถ้าฉู่อ๋องรู้ว่าเจ้าไปยั่วยวนเช่ออ๋องลับหลังเขา เจ้าคิดว่าฉู่อ๋องยังจะชอบเจ้าอยู่งั้นรึ?”ซ่งรั่วเจินได้ยินอย่างนั้นก็แทบจะหัวเราะออกมา นางยั่วยวนเช่ออ๋อง?“พระชายาเช่ออ๋อง ท่านคิดว่าหม่อมฉันสมองไม่ดีหรือสายตามีปัญหาหรือเพคะ?”“ฉู่อ๋องยังไม่แต่งงาน กล้าหาญชาญศึกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นบุรุษรูปงามของเมืองหลวง ไยหม่อมฉันจะต้องปล่อยมือจากฉู่อ๋องไปยั่วยวนเช่ออ๋องด้วยเพคะ?”เมื่อซ่งจืออวี้มาหาน้องหญิงห้าเป็นเพื่อนฉู่อ๋อง ยังไม่ทันเข้าไปใกล้ก็ได้ยินคำพูดเช่นนี้ดังออกมาจากข้างใน เขาเบิกตากว้างอย่างอดไม่อยู่เหตุใดสตรีวิปลาสผู้นี้จึงมาใส่ร้ายน้องหญิงห้าส่งเดชเช่นนี้!“เช่ออ๋องไม่ดีตรงไหน? ฉู่อ๋องเย็นชาเสียขนาดนั้น เหมือนก้อนหินไม่มีผิด ถ้าไม่ระวังก็อาจเสียชีวิตเอาได้ ไหนเลยจะอ่อนโยนเหมือนเช่ออ๋อง?”พระชายาเช่ออ๋องแย้งกลับมาอีกประโยค “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเจ้ามันไม่รู้จักพอ!”“ฉู่อ๋องหน้าตาหล่อเหลาปานนั้น ถึงเขาจะตีหน้าเย็นชาทั้งวันแต่ก็เป็นชายรูปงามที่หาได้ยากนักในโลกนี้ ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 735

    ซ่งรั่วเจินเพิ่งมาถึงโถงหน้าก็เห็นพระชายาเช่ออ๋องที่แต่งกายอย่างหรูหราอาภรณ์สีชมพูตัดเย็บจากผ้าแพรชั้นดี คลุมทับด้วยเสื้อคลุมขนสุนัขจิ้งจอกสีขาว รูปโฉมนางเหมือนสาวน้อยที่งดงามน่ารัก ผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ ดวงตาชั้นเดียวเชิดขึ้นเล็กน้อยทอประกายคมกริบแม่นมสี่คนกับสาวใช้สี่คนยืนอยู่ข้างกาย กล่าวได้ว่าวางมาดใหญ่โตยิ่งนัก“คารวะพระชายาเช่ออ๋องเพคะ”ซ่งรั่วเจินแสดงคารวะ นางรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามจับจ้องตนเองตั้งแต่เดินเข้ามาแล้ว แต่การจ้องมองเช่นนี้...แสดงท่าทีของผู้เหนือกว่าอย่างชัดเจน ในใจก็เข้าใจขึ้นมาหลายส่วนเห็นที...จะไม่ได้มาดีสินะ!“เจ้าก็คือซ่งรั่วเจิน?”พระชายาเช่ออ๋องมองประเมินซ่งรั่วเจิน ก่อนหน้านี้ได้ยินว่าแม่นางผู้นี้เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็คงไม่สามารถอาศัยสถานะหญิงที่เคยถอนหมั้นไปเข้าตาฉู่อ๋องได้แล้วสายตาฉู่อ๋องสูงส่งมาแต่ไหนแต่ไร หลายปีมานี้ไม่เคยต้องตาแม่นางคนใดมาก่อน แต่กลับถูกนางล่อลวงจนลุ่มหลงหัวปักหัวปำ ชั่วขณะนี้เมื่อได้เห็นแล้วก็จำต้องยอมรับว่างดงามจริงดังกล่าว“เพคะ” ซ่งรั่วเจินตอบรับ “ไม่ทราบว่าพระชายาเช่ออ๋องมาหาหม่อมฉันด้วยธุระอันใดหรือเพคะ?”“ข้าไ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 733

    ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 732

    “ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 731

    เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 730

    “หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status