แชร์

บทที่ 438

ผู้เขียน: จี้เวยเวย
“สวรรค์ นี่จะอร่อยเกินไปแล้ว!”

ฉู่อวิ๋นกุยลืมตากว้าง เขาเป็นถึงท่านอ๋อง รับประทานอาหารเลิศรสมาจนชิน มีของดีแบบไหนที่ไม่เคยกินบ้าง?

ทว่า อาหารรสโอชาตรงหน้าเขากลับไม่เคยกินมาก่อนจริงๆ!

พี่น้องตระกูลซ่งทั้งสี่คนก็ลอบตกตะลึงเช่นกัน ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยลิ้มรสมือน้องหญิงห้า เมื่อก่อนแม้ไม่เลว แต่รสชาติที่ได้ลิ้มชิมในชั่วขณะนี้เรียกได้ว่าเป็นการลิ้มรสอย่างเพลิดเพลินเลยทีเดียว

“ฝีมือทำอาหารของน้องหญิงห้าก้าวหน้าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใด?”

ดวงตาซ่งอี้อันฉายแววประหลาดใจ วันนี้ได้ยินว่าน้องหญิงห้าเสนอตัวเข้าครัวทำอาหารรับรองท่านอ๋องก็รู้สึกประหลาดใจแล้ว ชั่วขณะนี้ได้ลิ้มรสแล้วก็เข้าใจว่าน้องหญิงห้ามีการเตรียมตัวมาก่อนนี่นา!

ซ่งเยี่ยนโจวรับประทานอย่างมีความสุข ใช้ตะเกียบคีบชิ้นแล้วชิ้นเล่า “อาหารที่น้องหญิงห้าทำเลิศรสมากจริงๆ หลายปีมานี้ข้าไม่เคยกินปลาที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!”

“นี่คือปลาต้มผักกาดดอง” ซ่งรั่วเจินยิ้มบาง วัตถุดิบอาหารยุคโบราณสดใหม่มาก แต่วิธีประกอบอาหารนั้นเรียบง่ายเกินไป

ตอนที่นางเพิ่งทะลุเข้ามาในนิยายก็รู้สึกว่ารสชาติไม่เลว แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าก็เริ่มโหยหารสชาติที่เคยชอบกิ
บทที่ถูกล็อก
อ่านต่อที่ GoodNovel
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทที่เกี่ยวข้อง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 439

    หลังกินข้าวเสร็จ ฉู่จวินถิงก็บอกให้คนนำของขวัญมา“ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นของพวกท่าน นี่คือน้ำใจเล็กน้อยของข้า”หลิ่วหรูเยียนเห็นอย่างนั้นก็สบตากับซ่งรั่วเจินแล้วรีบร้อนเอ่ยว่า “ท่านอ๋อง วันนี้ท่านช่วยพวกหม่อมฉันไว้มากแล้ว แค่อาหารมื้อเดียวเท่านั้น ยังจะรับของพวกนี้ได้อย่างไร?”“วันนี้ก็แค่เรื่องเล็กน้อยแค่ยกมือเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ”“จะว่าไปแล้ว สองวันก่อนทำให้รั่วเจินได้รับความตกใจเพราะข้า ข้ารู้สึกละอายใจมาตลอด คิดไม่ถึงว่าหลังจากรั่วเจินเข้าวังไปแล้วยังช่วยทำให้ความปรารถนาของเสด็จย่าเป็นจริง”“วันนี้ข้าไม่เพียงมาขอบคุณ แต่ยังมาขออภัยด้วยเช่นกัน”สายตาฉู่จวินถิงมองคนตรงหน้าโดยไม่หลีกเลี่ยงแม้แต่น้อย “ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้จัดการเรื่องราวให้ดีจึงทำให้เกิดความเข้าใจผิดเหล่านี้ ขอให้ทุกท่านวางใจได้ ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกแล้ว”พี่น้องตระกูลซ่งทั้งสี่คนได้ยินดังนั้นก็สบตากัน ความไม่พอใจเล็กๆ ในจิตใจก็สลายไปด้วยเช่นกันฉู่อ๋องทะนงในตนเองมาแต่ไหนแต่ไร ยามนี้สามารถเป็นฝ่ายกล่าวขออภัยต่อหน้าพวกเขาเช่นนี้ ทั้งยังอธิบายเรื่องเข้าใจผิดก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 440

    เห็นฉู่จวินถิงจริงจังถึงเพียงนั้น หลิ่วหรูเยียนย่อมตกตะลึงอย่างไม่ต้องสงสัยความจริงด้วยฐานะของฉู่จวินถิง ถ้าเขาต้องการแต่งงานกับเจินเอ๋อร์ แค่ขอพระราชทานสมรสจากฝ่าบาท พวกตนก็ไม่อาจปฏิเสธได้แล้วยามนี้ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจอย่างถึงที่สุด เห็นได้ชัดว่าไม่คิดจะใช้อำนาจข่มเหงรังแกคนอื่น ทำให้นางเบาใจลงหลายส่วน“ข้าพึงใจรั่วเจิน แต่ไม่มีความคิดจะกดดันบังคับ หากวันหนึ่งนางยอมรับข้า ข้าย่อมยินดี ถ้านางยังไม่ยอมรับข้าหนึ่งวัน ข้าก็จะตามขอความรักต่อไปอีกวัน”“หากสุดท้ายนางยังคงไม่ยินดี ข้าก็จะไม่บังคับ”ดวงตาลึกล้ำของฉู่จวินถิงฉายแววจริงจัง ในเมื่อตัดสินใจไปแล้วก็อยากบอกให้ตระกูลซ่งรับทราบความตั้งใจของเขามิฉะนั้น ต่อไปทุกครั้งที่เขาปรากฏตัวขึ้นข้างกายรั่วเจินแล้วทำให้ตระกูลซ่งต้องคอยหวาดหวั่นตลอดเวลาก็ย่อมไม่เหมาะสมนัก“ท่านอ๋องมีใจเช่นนี้เป็นวาสนาของตระกูลซ่งของพวกข้ายิ่งนัก แต่เรื่องที่เจินเอ๋อร์เคยประสบมาในอดีต ท่านอ๋องเองก็ทราบ เป็นหม่อมฉันกับนายท่านที่ดูคนผิดไป”“ดังนั้น หลังจากถอนหมั้นเป็นต้นมาก็บอกไว้ว่าเรื่องแต่งงานจะให้เจินเอ๋อร์ตัดสินใจด้วยตนเอง”หลิ่วหรูเยียนก็พูด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 441

    “ข้ากับท่านอ๋องรู้จักกันได้มินานนัก หากจะพูดถึงเรื่องแต่งงานอย่างไรก็เร็วเกินไป ทว่าข้ารู้ว่าเขาเป็นคนดี และข้าก็ไม่ได้รังเกียจที่จะไปมาหาสู่กับเขา”ซ่งรั่วเจินกล่าวความคิดของตนออกไปตามตรง ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเมื่อเผชิญหน้ากับฉู่จวินถิง ชายผู้ที่ไม่ว่าจะเป็นรูปโฉม นิสัยใจคอตลอดจนกระทั่งสถานะทางสังคมก็ล้วนเป็นเลิศเหนือผู้ใด น้อยคนนักที่จะมีหญิงสาวผู้ใดไม่หวั่นไหวในช่วงหลายปีมานี้นางก็ไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวต่อชายใดมาก่อน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าฉู่จวินถิงแล้ว ใจของนางก็ไม่อาจสงบนิ่งไร้ความเคลื่อนไหวได้เลยเพียงแต่นางอดประหลาดใจไม่ได้ ทั้งๆ ที่เดิมทีเนื้อหาในนิยายเขาเป็นกษัตริย์เดียวดาย ชั่วชีวิตหาได้มีเส้นหัวใจวาสนาใดในรัก ทว่าบัดนี้กลับมาชอบพอนางเข้าเสียได้เมื่อได้ฟังแล้ว ทุกคนเพียงมองสบสายตากันก็เข้าใจบางอย่างขึ้นมาทันทีในเมื่อไม่ได้ต่อต้านรังเกียจ เช่นนั้นไปมาหาสู่กันต่อไปก็ใช่ว่าจะไร้โอกาสพัฒนาความสัมพันธ์จนได้ตกล่องปล่องชิ้น“เช่นนั้นก็อย่าเพิ่งคิดให้มากความ เรื่องนี้ข้องเกี่ยวกับทั้งชีวิต จะให้เร่งร้อนไปมิได้” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวเขาเคยพลาดแต่งงานเป็นฝั่งเป็

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 442

    ทันใดนั้น ซ่งจืออวี้ก็ลืมตัว ไม่สนแม้สักนิดว่าตนยังยืนอยู่นอกร้าน ปากก็กินไปพร่ำกล่าวชมไป “น้องหญิงห้า ไก่ทอดนี่เป็นไก่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่ข้าเคยกินมาเลย! ไยเจ้าจึงได้เฉลียวฉลาดเยี่ยงนี้ อาหารที่ทำออกมาถึงได้รสเลิศถึงเพียงนี้ได้!”ซ่งจิ่งเซินเหลือบมองพี่สามที่กินอย่างตะกละตะกลามด้วยสายตารังเกียจ “พี่สาม ท่านกินเสียขนาดนี้ไม่กลัวแขกตกใจเอาหรืออย่างไร เข้าไปกินข้างในเถิด”ซ่งจืออวี้เองก็รู้ตัวว่าตนมีนิสัยกินมูมมาม พอโดนซ่งจิ่งเซินพูดเช่นนี้อยากจะเถียงกลับ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของน้องหญิงห้า เขาจึงเกิดรู้สึกกระดากใจขึ้นมาบ้าง“ก็ได้ ข้าจะเข้าไปกินข้างใน”แต่แล้วซ่งรั่วเจินกลับยกมือห้าม “ไม่ต้องหรอก พี่สามกินเอร็ดอร่อยถึงเพียงนี้ ผู้อื่นเห็นก็จะได้รู้ว่าอร่อยแน่ๆ พี่สามถือเป็นผู้ช่วยประชาสัมพันธ์เลยทีเดียวล่ะ”ฟังคำแล้วซ่งจืออวี้ก็ชะงักไป ก่อนจะเพิ่งสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนโดยรอบกำลังจ้องมองมายังเขา ในตอนนั้นก็มีคนเดินเข้ามา“ไก่ทอดนี่ไม่เห็นเคยได้ยินมาก่อน แต่ดูเขากินเสียเอร็ดอร่อยเชียว รสชาติเป็นต้องดีมากแน่ ข้าขอซื้อหนึ่งชุด!”“ข้าก็ขอซื้อไปลองชิมด้วยอีกชุด!”เมื่อผู้คนได้ซื้อไก่ทอ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 443

    ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ เรื่องราวจะเกิดพลิกผันได้ถึงเพียงนี้?“นี่เป็นเรื่องของข้า เจ้าจะถามไปไย? หากไม่มีเหตุธุระใดเจ้าก็กลับไปเสียเถอะ” ถังเสวี่ยหนิงมีน้ำเสียงเย็นชา ตั้งแต่เกิดเรื่องขายหน้าในจวนเซียงอ๋องเมื่อครานั้น สองวันมานี้นางก็ไม่ได้ออกจากจวนไปพบเจอผู้ใดอีกเลย ด้วยกลัวจะถูกหัวเราะเยาะตอนนี้ที่เถียนเจียวเจียวถ่อมาหาถึงที่เพื่อถามก็เหมือนจะมาซ้ำเติมกันเสียมากกว่าเถียนเจียวเจียวมีความคิดเยาะเย้ยอยู่บ้างในจิตใจ ก่อนหน้านี้ได้รู้ว่าถังเสวี่ยหนิงมีวาสนาที่ดีเช่นนั้นจะบอกว่านางไม่อิจฉาก็จะเป็นการโกหก ทว่าบัดนี้เมื่อหมั้นหมายสมรสถูกยกเลิกไปแล้ว ในฐานะเพื่อนนางก็รู้สึกเห็นใจอยู่เช่นกัน “ข้าย่อมต้องเป็นห่วงเจ้าอยู่แล้วสิ เรื่องที่เกิดในจวนเซียงอ๋องข้าก็ได้ยินมาหมดแล้ว เรื่องถอนหมั้นนี้จะอย่างไรก็คงไม่แคล้วเกี่ยวข้องกับซ่งรั่วเจินเป็นแน่”“ก่อนนี้พวกเราล้วนประเมินนางต่ำจนเกินไป เดิมทีคิดว่าเมื่อนางถูกถอนหมั้นหมายตอนอายุไม่น้อยแล้วจะต้องไร้หนทางสู้รบปรบมือใดได้เป็นแน่ นึกไม่ถึงว่านางจะมากเล่ห์ได้ถึงเพียงนี้!”เถียนเจียวเจียวพูดด้วยสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์ “ข้าได้ยินมาว่าไม่เพียงฉู่อ๋อ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 444

    สกุลฉินกัวเยว่หลินมองหญิงสาวผู้หนึ่งซึ่งปรากฏตัวอยู่นอกเรือนด้วยเรือนคิ้วขมวดมุ่น กลับมาได้แค่เพียงไม่กี่วันแท้ๆ นางก็เผอิญเจอเหอเซียงหนิงไม่รู้ตั้งกี่ครั้งเข้าไปแล้วแต่ไหนแต่ไรนางก็ดูแคลนสตรีเช่นนี้ เรื่องที่ฉินซวงซวงคบชู้สู่ชายก็มากพอให้คนรังเกียจอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเหอเซียงหนิงที่ไปเกลือกกลั้วกับพวกขอทาน แค่เห็นบ่อยครั้งเข้าก็รู้สึกสะอิดสะเอียนแล้ว“แม่นางเหอ เห็นแก่ที่เจ้ามีฐานะเป็นสหายของซวงซวง ข้ายอมให้เจ้าอาศัยอยู่ในจวนก็นับว่ายอมให้มากแล้ว แต่เหตุใดเจ้าจึงต้องมาวนเวียนใกล้เรือนของข้าบ่อยนักเล่า?”เรือนคิ้วกัวเยว่หลินขมวดมุ่น ก็ไม่รู้เพราะเหตุใด เพียงนางได้เจอะเจอหน้าเหอเซียงหนิงก็จะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทุกที โดยเฉพาะเมื่อสตรีผู้นี้คล้ายจะกำลังจงใจให้ท่า มิใช่ว่าอยากจะยั่วยวนท่านพี่ของนางหรอกหรือ?เหอเซียงหนิงสะดุ้งโหยง รีบร้อนเอ่ยอธิบาย “ข้า...ข้าก็เพียงผ่านมาแถวนี้โดยบังเอิญเท่านั้น”ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้นางและฉินจื้อหย่วนก็เข้ากันได้ดี นางคิดว่าหากใช้โอกาสนี้ตั้งครรภ์เสียหรือให้เวลานางมากอีกหน่อย ก็คงสามารถทำให้ฉินจื้อหย่วนลุ่มหลงเชื่อฟังจนยอมรับนางเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 445

    เหอเซียงหนิงเองก็คับแค้นใจ แต่บัดนี้ในสถานการณ์ที่นางไร้ซึ่งที่พึ่งใดๆ ก็ทำได้เพียงแต่กัดฟันทน นางกล่าว “ซวงซวง เมื่อสองวันก่อนข้าพบเถียนเจียวเจียว ข้าได้เล่าให้นางฟังตามที่เจ้าสั่งแล้ว ว่าทุกสิ่งที่ข้าต้องเจอล้วนเป็นเพราะฝีมือของซ่งรั่วเจิน”“นางดูจะเห็นอกเห็นใจข้าไม่น้อย ยังบอกอีกว่าจะช่วยบอกถังเสวี่ยหนิงให้ร่วมด้วยช่วยกันคิดหาวิถีทางเอาผิดซ่งรั่วเจินให้จงได้!”ฟังคำแล้ว ใบหน้าของฉินซวงซวงก็ผุดพรายรอยยิ้มออกมา “เป็นเช่นที่ข้าคิดไม่มีผิด หากมีถังเสวี่ยหนิงออกหน้าจัดการ พวกเราก็มิจำเป็นต้องต่อกรกับซ่งรั่วเจินด้วยตนเองแล้ว!”“แต่เรื่องวันนั้นเดิมก็มิมีหลักฐานอื่นใด ต่อให้พวกเรายืนยันว่าเป็นซ่งรั่วเจินก็ทำอะไรนางไม่ได้หรอก!”เหอเซียงหนิงอดกังวลขึ้นมาไม่ได้ หากนางมีวิธีแล้วล่ะก็ นางก็อยากจะทำให้ซ่งรั่วเจินได้ลิ้มรสความทรมานอย่างแสนสาหัสอยู่เช่นกัน!เสียก็แต่ ตั้งแต่วันเกิดเหตุนางก็ถามไถ่เอากับผู้คนบริเวณตรอกหย่งอันแล้ว กระทั่งเหล่าขอทานเรียงรายนางก็ถามมาแล้วทั้งย่าน ทว่าท้ายที่สุดก็ยังไม่ได้เบาะแสใดกลับไปฉินซวงซวงหัวเราะออกมาเบาๆ “ก็ยิ่งง่ายเลยมิใช่หรือ? ไร้หลักฐานเราก็สร้างขึ้นมาอ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 446

    ซ่งรั่วเจินได้รู้ว่าอวิ๋นเนี่ยนชูติดตามจางเหวินและอวิ๋นเฉิงเจ๋อออกจากจวนอวิ๋นแล้ว จึงตั้งใจไปเยี่ยมเยียนสักหนึ่งรอบ“รั่วเจิน เหตุใดเจ้านำของมามากมายเพียงนี้เล่า?”อวิ๋นเนี่ยนชูเห็นซ่งรั่วเจินสั่งให้คนนำของเข้ามา สายตาเปี่ยมความตกตะลึงประหลาดใจซ่งรั่วเจินยิ้มน้อยๆ “พวกเจ้าย้ายออกมาอย่างกะทันหัน จะต้องยังไม่ทันซื้อของมากมายเป็นแน่ อย่างไรเสียบ้านข้าก็ทำการค้า นี่ถึงหยิบของที่น่าจะต้องใช้งานจากภายในร้านมาให้พวกเจ้าเล็กน้อย”“แต่มากมายถึงเพียงนี้ จ่ายไปไม่น้อยกระมัง นี่รับไว้ไม่ได้หรอก” อวิ๋นเนี่ยนชูรีบพูด“เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งของต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ผ้าห่ม ชุดชาจิปาถะ ยังมีของกินอีกบางส่วน ไม่ใช่ของราคาแพงอะไร ใช้จ่ายไม่มาก”ซ่งรั่วเจินโบกมือ “ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าท่านป้าถึงขั้นคิดหย่าร้าง ชนิดที่ว่ายังพาพวกเจ้าออกมาแล้ว”“คาดว่าเรือนหลังนี้มิใช่เพิ่งจัดหาตกแต่ง เกรงว่าตระเตรียมไว้พรักพร้อมตั้งนานแล้วกระมัง?”อวิ๋นเนี่ยนชูพยักหน้า “ข้าเองก็คิดไม่ถึงว่าครั้งนี้ท่านแม่จะตัดสินใจเด็ดขาด แม้ว่าเรือนหลังนี้ไม่ใหญ่เท่าจวนอวิ๋น แต่ข้ากลับคิดว่าที่นี่ล้วนดีไปทุกหนแห่ง”“ต่อให้เป็นต้นไม้

บทล่าสุด

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 734

    พี่ใหญ่ถูกลอบโจมตีจนเกือบไม่รอดชีวิตกลับมา หลังกลับมาแล้วขาทั้งสองข้างยังพิการ ท่านพ่อก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยถ้ามีคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้...“ส่วนจิ่งเซิน เขาได้ทำการค้าบ่อยๆ เชี่ยวชาญการติดต่อสัมพันธ์กับผู้คน พวกเจ้าเดินไปทางไปด้วยกันสามารถปลอมเป็นกลุ่มพ่อค้าที่ไปค้าขาย ผู้คนจะได้ไม่สงสัยโดยง่าย” ซ่งเยี่ยนโจวกล่าวซ่งจิ่งเซินพยักหน้ารัวๆ “ใช่แล้ว มีข้าอยู่ด้วย สามารถตัดความยุ่งยากไปได้มากที่สุดแล้ว!”ทุกคนล้วนเข้าใจเรื่องนี้ดี ยามออกไปข้างนอก การมีไหวพริบในการจัดการเรื่องราวเฉพาะหน้าสามารถลดปัญหาได้ นอกจากนี้ ซ่งจิ่งเซินก็ยังมีประสบการณ์ พวกเขาไม่จำเป็นต้องแสดงละครด้วยซ้ำ แค่นำกลุ่มพ่อค้าออกเดินทางก็สามารถตบตาผู้คนได้อย่างง่ายดายกู้หรูเยียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นมากจึงกล่าวว่า “เจินเอ๋อร์ ทำตามที่พี่ใหญ่เจ้าพูดเถอะนะ? เช่นนี้พวกข้าจะได้คลายใจ”ซ่งรั่วเจินเหลือบมองพวกซ่งจืออวี้สองฝาแฝดก็เห็นพวกเขาพยักหน้าเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนลูกไก่จิกข้าวสารกระนั้น นางกล่าวยิ้มๆ ว่า “เจ้าค่ะ งั้นประเดี๋ยวค่อยมาดูกันว่าต้องเตรียมสิ่งใดไปบ้าง”“น้องหญิงห้า เรื่องนี้เจ้ายกให้เป็นหน้าที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 733

    ซ่งรั่วเจินตัดสินใจไปรับบิดากลับมา ก่อนออกเดินทางย่อมต้องเตรียมสิ่งของมากมาย แต่ก่อนหน้านั้นยังต้องบอกคนในครอบครัวเสียก่อนหลังนางบอกเรื่องที่จะเดินทางไปชายแดน คนในจวนล้วนอึ้งตกใจกันหมด“เจินเอ๋อร์ เจ้าว่าอะไรนะ? เจ้าจะไปชายแดนด้วยตัวเอง?” กู้หรูเยียนมีสีหน้าตกตะลึง “ก่อนนี้ไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงมาก่อนเลย”“น้องหญิงห้า ถ้าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของท่านพ่อก็ให้พี่ชายอย่างพวกข้าไปดีกว่า ผู้หญิงแบบเจ้าไปสถานที่ห่างไกลปานนั้นจะอันตรายเกินไปแล้ว” ซ่งจืออวี้เอ่ยอย่างร้อนใจซ่งจิ่งเซินพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเขารับราชการอาจไม่สะดวก ข้ามีประสบการณ์เดินทางโชกโชน ให้ข้าไปดีกว่า!”“ความจริงสาเหตุที่ข้าจะเดินทางไปเป็นเพราะข้าทำนายดวงชะตาให้ท่านพ่อ”เมื่อซ่งรั่วเจินเอ่ยวาจาประโยคนี้ออกมา สีหน้าทุกคนในห้องล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด หรือว่าจะเกิดปัญหาอันใด?“ก่อนนี้ข้าก็เคยทำนายเหมือนกัน ดวงชะตาของท่านพ่อปลอดภัยไร้อันตราย สามารถกลับมาได้อย่างราบรื่น แต่ช่วงนี้เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงขึ้น น่าจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก”“ถ้าไม่ไป ข้ากังวลว่าอาจมีอันตราย ดังนั้นจึงคิดว่าจะไปด้วยตั

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 732

    “ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันได้ค้นตัวไต้ซือเทียนจีใช่หรือไม่?” ซ่งรั่วเจินถามซ่งเยี่ยนโจวพยักหน้า “ก่อนหน้านี้คนผู้นั้นรีบร้อนเกินไป พวกข้าไม่เปิดโอกาสให้เขา แต่ว่ากันตามปกติแล้ว ของที่มีค่ามากมักจะไม่พกติดตัวไว้”“สิ่งสำคัญที่สุดมักไม่พกติดตัวก็จริง แต่คนในวงการพวกข้า โดยเฉพาะคนชั่วร้ายอย่างเขา จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามเอาไว้ข่มขู่อย่างแน่นอน”คิ้วบางของซ่งรั่วเจินเลิกขึ้นน้อยๆ ต่อให้เคยเจอไต้ซือเทียนจีเพียงครั้งเดียว แต่ก็ทราบว่าเป็นจิ้งจอกเฒ่าผู้หนึ่งกระทำเรื่องชั่วช้ามาหลายปีขนาดนี้แต่ก็ยังอยู่รอดปลอดภัย แล้วจะไม่มีวิธีปกป้องตัวเองเลยได้อย่างไร?กู้ชิงฉือได้ยินเช่นนั้นก็รีบวิ่งไปข้างกายไต้ซือเทียนจีแล้วเริ่มค้นหาอย่างละเอียด การค้นตัวครั้งนี้พบว่านอกจากยันต์ที่อ่านไม่ออกพวกนั้นแล้วยังมียาลูกกลอนอีกสองเม็ด“ไม่มีของอย่างอื่น แต่มีหินก้อนหนึ่ง นี่คือหยิบติดตัวมาด้วยงั้นรึ?”กู้ชิงฉือมองก้อนหินในมือ หินก้อนนี้แม้พอจะนับได้ว่ามนเกลี้ยง แต่ก็ดูแตกต่างจากก้อนหินที่พบเห็นได้ทั่วไปบริเวณริมแม่น้ำมากเกินไป“ข้าขอดูหน่อย”ซ่งรั่วเจินก้าวเร็วๆ เข้ามาหา มองก้อนหินในมือแ

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 731

    เมื่อซ่งเยี่ยนโจวเอ่ยปากสอบถาม สายตาทุกคนก็ต่างจับจ้องมายังซ่งรั่วเจิน พวกเขาในตอนนี้ไม่กล้าบุ่มบ่ามรบกวนแล้วฉู่จวินถิงก็เป็นห่วงดุจเดียวกัน เขารู้ว่าวิชาแพทย์ของรั่วเจินนั้นไม่ธรรมดา เก่งกาจกว่าหมอหลวงในวังหลวงมากนัก ถ้านางบอกว่าช่วยไม่ได้ก็แสดงว่าหมดหนทางแล้วจริงๆ“ยังช่วยได้”ซ่งรั่วเจินพูดโดยที่มือยังเคลื่อนไหวไม่หยุด นางลังเลไปชั่วครู่ก็หยิบยาลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายัดเข้าไปในปากของชายผู้นั้นซ่งเยี่ยนโจว “...” อีกแล้ว?ซ่งรั่วเจินรู้ว่าตนเองนำสิ่งของมากมายติดตัวมาเช่นนี้จะทำให้คนสงสัย แต่ช่วยชีวิตคนสำคัญกว่า อย่างไรเสียแค่พูดจาส่งเดชไม่กี่ประโยคก็สามารถกลบเกลื่อนเรื่องนี้ได้แล้วตั้งแต่นางทะลุมิติมาก็มีมิติขนาดเล็กเป็นของตัวเอง ยาเอย ยันต์เอย ยามปกติล้วนเก็บไว้ในนั้น นับว่าสะดวกมากทีเดียวหลังจากชายหนุ่มที่มีท่าทางอ่อนแอสุดขีดกลืนยาเม็ดนั้นลงไปก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดแต่เดิมบรรเทาลงบ้าง การหายใจก็ไม่ได้ยากลำบากถึงเพียงนั้นอีกแล้ว“ส่งคนไปหารถม้าหรือยัง?” ฉู่จวินถิงถามจ้าวเจียงพยักหน้า “เรียนท่านอ๋อง ส่งคนไปจัดการแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ข้าฟัง

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 730

    “หม่อมฉันได้ยินมาว่าบนบัญชีรายชื่อมีอยู่สิบกว่าคน ไม่รู้อาการของคนอื่นร้ายแรงหรือไม่?” ซ่งรั่วเจินเอ่ยถาม“ในหมู่คนเหล่านั้นมีลูกสะใภ้ไม่เคารพแม่สามี คนแก่อายุมากแล้ว คนจึงตายไป แต่มากที่สุดยังเป็นความขัดแย้งของอนุภรรยาและภรรยาเอก”“คนส่วนใหญ่ล้วนคล้ายพระชายาเซียงอ๋อง ตกอยู่ในฝันร้าย ยังป่วยหนักอีกด้วย อนุอวิ๋นนับว่าลงทุนลงแรงมากทีเดียว” ฉู่จวินถิงพูด“อนุอวิ๋นเป็นคนโหดเหี้ยมไม่ผิดไปดังคาด แต่ยังเสแสร้งใจดีมีเมตตา ปรากฎว่ามีเพียงใต้เท้าอวิ๋นตัวโง่งมคนนี้ถึงจะหลงเชื่อ”ซ่งรั่วเจินไม่แปลกใจ ความยากในการเลี้ยงดูผีทวงชีวิตนั้นมากกว่าผีน้อยตนอื่นมาก แม้ว่าไต้ซือเทียนจีมีความสามารถอยู่บ้าง กลับไม่สามารถเลี้ยงผีทวงชีวิตหลายตนได้ตนนี้เป็นเขาใส่ใจเลี้ยงดู ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่จึงสนิทสนมกันมากจากนั้นยามทั้งคู่เดินผ่านอุโมงค์ไปจนถึงฝั่งหนึ่ง กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นสายหนึ่งชำแรกจมูกพวกซ่งเยี่ยนโจวยืนอยู่ข้างหน้า สีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างมาก ส่วนซ่งรั่วเจินเองก็สังเกตเห็นศพแต่ละร่างใต้พื้น หนึ่งในนั้นมีนักพรตเต๋าคนหนึ่ง เห็นชัดว่าคือไต้ซือเทียนจี“นี่คือ...ตายทั้งหมดแล้ว?”“เดิมที

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 729

    “ไปเส้นทางใต้ดิน”ไต้ซือเทียนจีไม่คิดมากนัก พาทุกคนไปยังเส้นทางใต้ดิน“ไต้ซือ เส้นทางไต้ดินนี้ไม่สามารถเดินทางตามสะดวกได้!”ทุกคนมองเส้นทางใต้ดิน ใบหน้าเผยความลังเล ก่อนหน้านี้เคยพูดมาก่อนหากไม่แจ้ง จะไม่สามารถใช้เส้นทางใต้ดินนี้ได้เด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้นจะปล่อยให้ถูกคนพบไม่ได้!“บัดนี้หมดหนทางแล้ว ฉู่อ๋องเป็นคนเช่นไร? ในเมื่อเขาแน่ใจว่าพวกเราอยู่ในพื้นที่นี้ จะต้องแจ้งคนอื่นให้เข้ามาปิดล้อมแน่”“หากพวกเราไม่หนี ก็มีเพียงต้องตายเท่านั้น!”สีหน้าไต้ซือเทียนจีเคร่งขรึม เขาย่อมรู้ว่าเส้นทางใต้ดินนี้หมายความว่าอะไร แต่ตอนนี้นอกจากตัวเลือกนี้แล้ว ก็ไม่มีตัวเลือกอื่นอีก!ทุกคนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจ ไปอาจไม่ตาย แต่ไม่ไปจะต้องตายแน่!“ไป!”ครู่ต่อมา พวกซ่งเยี่ยนโจวมองเห็นกิ่งไม้หยุดหน้าห้องหนึ่ง จากนั้นเสียงประตูใหญ่ถูกเปิดออกดัง “แอ๊ด” ภายในสายตาเปี่ยมความตกตะลึงพรึงเพริด“กิ่งไม้นี้ถึงขั้นสามารถเปิดประตูได้?”จ้าวเจียงอ้าปากกว้าง คิดเพียงว่าหลังจากวันนี้ผ่านพ้นไปไม่ว่าคนอื่นพูดเรื่องเหลือจะเชื่อมากเพียงใดเขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจอีกแล้ว!เพราะเรื่องแปลกประหลาดที่สุดถูกเขาพบแล้ว!

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 728

    นางหยิบกิ่งไม้หนึ่งกิ่งขึ้นมาจากพื้น จากนั้นทุกคนได้เห็นกิ่งไม้นั้นลอยขึ้นกลางอากาศ ยิ่งไปกว่านั้นยังหันไปที่ทิศทางหนึ่ง ทันใดนั้นเบิกตากว้าง“เยี่ยนโจว พวกเราดีชั่วอย่างไรก็รู้จักกันมานานหลายปีถึงเพียงนี้ ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าน้องสาวของท่านยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้!”จ้าวเจียงเผยสีหน้าตกตะลึง ก่อนหน้านี้ได้ยินก็คิดว่าเร้นลับเหลือเกิน จนกระทั่งได้เห็นเองกับตาวันนี้ กลับรู้สึกตกตะลึงพรึงเพริดฝีมือนี้ช่างมหัศจรรย์โดยแท้!ซ่งเยี่ยนโจว “...” จะให้พูดได้อย่างไรว่าแท้จริงแล้วเขาก็เคยเห็นเป็นครั้งแรก?ที่ผ่านมาใช่ว่าไม่เคยเห็นน้องหญิงห้าแสดงฝีมือมาก่อน แต่นั่นก็แค่เขียนยันต์ไม่กี่ใบเท่านั้น ยามได้เห็นน้องหญิงห้าช่วยอนุอวิ๋นกำจัดความชั่วร้าย ก็เห็นเพียงเผายันต์หนึ่งใบ!ได้เห็นฉากนี้ รู้ว่าแตกต่างจากที่เคยได้เห็นก่อนหน้านี้นี่...นับเป็นการเคลื่อนที่กลางอากาศหรือไม่?“ไล่ตามไป!”กิ่งไม้ขยับไปข้างหน้าไม่นับว่าช้า ฉู่จวินถิงรีบเอ่ยเตือนทุกคนให้ไล่ตามพวกซ่งเยี่ยนโจวไม่กล้ารอช้า ใช้ความเร็วที่สุดไล่ตามไป การไล่ตามไปครั้งนี้กลับพบความมหัศจรรย์ กิ่งไม้นั้นคล้ายมีตา ยิ่งไปกว่านั้นยังหน

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 727

    ฉู่จวินถิงเลื่อนสายตาไปอย่างแปลกใจ ก็ได้เห็นดวงตาทอประกายระยับของแม่นางคนนี้ที่กำลังเดินมาหยุดต่อหน้าตน ภายในไม่มีความกลัวหรือรังเกียจเลยสักเศษเสี้ยว มีเพียงความตกตะลึงระคนเลื่อมใส“ท่านอ๋อง วิชาตัวเบาของท่านยอดเยี่ยมมาก ภายภาคหน้าสามารถสอนหม่อมฉันได้หรือไม่?”ฉู่จวินถิงหลุดหัวเราะออกมา ภายในสายตากลับเปล่งประกาย “ได้”บรรยากาศตึงเครียดรอบกายเปลี่ยนไปตามคำพูดของซ่งรั่วเจิน ทุกคนหัวเราะเบาๆ อย่างอดไม่ได้ แม่นางคนนี้น่าสนใจมาก กล้าหาญไม่ธรรมดาหากได้อยู่กับท่านอ๋อง นี่จะต้องเหมาะสมไม่ธรรมดาแน่!“คนหนีไปหมดแล้ว”ซ่งเยี่ยนโจวขมวดคิ้วแน่น อีกฝ่ายเห็นว่าพวกเขามาแล้วก็หนีไปในทันที เมื่อครู่ไม่ทันได้ไล่ตาม บัดนี้ต้องตามรอยเบาะแสใหม่อีกครั้งแล้ว“วันนี้ไต้ซือเทียนจีหนีไม่รอดหรอกเจ้าค่ะ!”ใบหน้าซ่งรั่วเจินเผยแววมั่นใจในตนเอง นางหยิบยันต์ออกมาหนึ่งปึกมอบให้ฉู่จวินถิง “ท่านอ๋อง ท่านให้ทุกคนพกยันต์ไว้ให้ดี จะได้ไม่ถูกวิชาพรางตาหลอกอีก”ซ่งเยี่ยนโจวเห็นเวลาเพียงชั่วพริบตาน้องสาวก็นำยันต์ออกมามากถึงเพียงนี้ ใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมความสงสัย ตกลงนางใส่ของเหล่านี้ไว้ที่ใด?เพียงออกจากบ้านก็นำของมา

  • ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง   บทที่ 726

    “ชิ้ง!”กู้ชิงฉือสัมผัสได้ว่ากระบี่คมสายหนึ่งผ่านข้างกายตนไป ไรผมช่อหนึ่งถูกตัด ตกตะลึงพรึงเพริดภายในใจ“นี่ให้เจ้า”ฉู่จวินถิงลังเลไปครู่หนึ่ง ยัดยันต์คุ้มภัยใส่มือกู้ชิงฉือ“เก็บไว้ให้ดีแทนข้าด้วย!”ครู่ต่อมา กู้ชิงฉือก็มองเห็นคู่ต่อสู้เบื้องหน้า ภายในสายตาสั่นสะท้าน ก้มหน้ามองดู นี่คือกระดาษยันต์สีเหลืองหนึ่งใบ“ท่านอ๋อง ท่านยกให้ข้า เช่นนั้นท่านจะทำเยี่ยงไร!”ไต้ซือเทียนจีเห็นฉู่จวินถิงมอบยันต์ให้กู้ชิงฉือ ภายในสายตาสะท้อนแววตกตะลึง ฉู่อ๋องอยู่ภายนอกได้ชื่อว่าโหดเหี้ยมอำมหิต ฆ่าคนไม่กะพริบตา ถึงขั้นมอบของป้องกันชีวิตให้ผู้อื่น?คนผู้นี้...มีภูมิหลังเช่นไร?“ไม่ต้องห่วงข้า”ฉู่จวินถิงหลับตาลง ได้ยินเสียงฝ่าอากาศรอบด้าน แยกแยะตำแหน่ง“ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง!”พลังอันแข็งแกร่งปะทุออกมา ฉู่จวินถิงเคลื่อนไหวอย่างว่องไว ราวกับมังกรเคลื่อนไหวก็มิปาน หลบหลีกการโจมตีที่พุ่งเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่า ก่อนที่ดาบในมือจะพุ่งแทงออกไปอย่างฉับพลัน“อ๊าก!”เสียงแผดร้องสายหนึ่งดังขึ้น ศพร่างหนึ่งปรากฏต่อหน้าทุกคน“ไอ้พวกชั่ว!”ภายในสายตาฉู่จวินถิงสะท้อนความอำมหิต คนผ่านเข้าไปกลางตรอกเล็ก ทั้งๆ

สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status