“ฉันไม่เป็นไร ภรรยาของฉันก็เช่นกัน”คนบนเตียงเอ่ยตอบเสียงเรียบ เฉินซิ่วลี่ถอนหายใจยาว ตวัดสายตามองคนบนเตียงก่อนจะผายมือเชิญคนนั่งลงและเดินไปรินน้ำมารับรองเขาตามมารยาท“น้ำค่ะ คุณหมอกู้”“ขอบคุณครับ”กู้เหยียนยิ้มอ่อน ส่งสายตาอบอุ่น ยื่นมือไปรับน้ำมาจากเฉินซิ่วลี่ด้วยท่าทีสุภาพ ในทุกการกระทำยังคงเว้นระยะห่างจากเฉินซิ่วลี่เพื่อไม่ให้ดูใกล้ชิดจนอีกฝ่ายอึดอัดทว่าการกระทำที่ใส่ใจนี้ของเฉินซิ่วลี่กลับสร้างความขุ่นเคืองใจให้คนบนเตียงจนใบหน้าที่ซีดเซียวหมองคล้ำ“ความจริงนายกลับไปแล้วก็ไม่เห็นต้องวนกลับมาให้ลำบากยุ่งยาก”“ลำบากยุ่งยากอะไรกัน อาเฉิงนายลืมสัญญาของฉันไปแล้วหรือ”หลี่อันเฉิงนึกถึงเรื่องราวในวัยประถมของตนกับสหายทั้งสองแล้วถอนหายใจยาว“โตขึ้นฉันจะเป็นทหาร ใครก็จะมารังแกฉันและครอบครัวของฉันไม่ได้” เพราะบิดาอ่อนแอ เขาจึงถูกหม่าอิงหงแม่เลี้ยงคนนั้นรังแก ภายหน้าหากเขามีครอบครัว เขาจะต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะไม่ให้ใครมารังแกลูกของเขา“อย่างนั้นฉันจะเรียนหมอ หากนายบาดเจ็บฉันจะดูแลนายและคนในครอบครัวของนายเอง” กู้เหยียนบอกเสียงหนักแน่น ชีวิตของเขาไร้พ่อ ไร้แม่ มีเพียงคุณตาที่อ่อนแอไร้กำลัง
“150 หยวน และเดือนหน้าคุณต้องไปงานกีฬาโรงเรียนของเด็กๆ ด้วย”หลี่อันเฉิงขบกรามแน่น เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา ต่อให้เป็น 1,500 หยวนเขาก็สามารถจ่ายให้เฉินซิ่วลี่ได้อย่างไม่เดือดร้อน แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกขัดเคืองในใจก็คือสายตาแห่งผู้ชนะของเธอ“เฉินซิ่วลี่ อย่าให้มันมากไปนักนะ!”คนตัวโตเอื้อมมือไปจับข้อมือเล็ก ออกแรงบีบจนเฉินซิ่วลี่ปวดร้าวไปถึงปลายนิ้ว หัวคิ้วเล็กขมวดมุ่น หมุนข้อมือสลัดแขนออกจากการจับกุมของเขา“คุณหลี่ หากยังใช้กำลังกับฉัน อย่าว่าแต่งานครั้งนี้ที่ฉันจะปฏิเสธ ต่อไปไม่ว่าเรื่องอื่นก็อย่าหวังว่าฉันจะยินยอมร่วมมือ”หลี่อันเฉิงกำมือที่ว่างเปล่าแน่น จดจ้องแววตาแข็งกร้าวของเฉินซิ่วลี่นิ่งแล้วสูดลมหายใจเพื่อควบคุมอารมณ์ตนเอง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินไปหยิบเอากระเป๋าเงินของตนเองมาวางตรงหน้าเฉินซิ่วลี่ปัง! “อยากได้เท่าไหร่ก็เอาไป”เฉินซิ่วลี่ช้อนตามองเจ้าของกระเป๋าเงินอย่างไม่พอใจก่อนจะหยิบมาถือเปิดออกนับเงิน เพียงแต่หลังจากนับเงินครบ 150 หยวนแล้ว สายตาก็มองเห็นเงินที่เหลืออยู่อีกหนึ่งปึกในกระเป๋าของเขา มุมปากเล็กยกขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะรวบเงินทั้งหมดออกมาใส่กระเป๋าตนเอง“เฉินซิ่
พ่อทำร้ายแม่อีกแล้วใช่หรือไม่มือเล็กกำเข้าหากันแน่น เดิมทีตั้งแต่เห็นข้อความของแม่ในใจของเขาก็กังวลไม่น้อยด้วยรู้ดีว่าพ่อไม่ค่อยชอบแม่นัก และคิดจะหย่ากับแม่ตลอดเวลา ในใจจึงกังวลว่าการจากมาของแม่ครั้งนี้อาจเป็นการจากลาไปตลอด เขาไม่เคยตำหนิความคิดของพ่อ เพราะในอดีตแม่เคยทำหลายสิ่งที่ผิดพลาด แต่ตอนนี้ เวลานี้ แม่ของเขาดีที่สุด การได้เห็นพ่อกระทำต่อแม่แบบนี้ในใจของหลี่หมิงพลันเกิดความรู้สึกที่ยากจะอธิบายขึ้นมาหรือเขาควรยินยอมให้พ่อหย่ากับแม่ดีหลี่หมิงเม้มริมฝีปากเล็ก ถึงแม้ในใจจะเกิดคำถามนี้ แต่เขาก็ยังตัดใจยอมรับการสูญเสียแม่ไปไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่สามารถทำได้ก็คือ ปกป้องแม่จากพ่อให้ถึงที่สุด “แม่ไม่อยู่ผมนอนไม่หลับ อาชุนบอกว่าที่นี่มีพยาบาลเฝ้าตลอดเวลา อย่างนั้นแม่กลับบ้านกับผมนะครับ”หลี่หมิงพูดพลางจ้องมองรอยแดงบนข้อมือแม่นิ่ง เฉินซิ่วลี่ใจสั่นสะท้าน เธอรู้สึกอบอุ่นในใจกับความรักความห่วงใยที่ลูกชายคนนี้มอบให้ ทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกเจ็บปวดและไม่ต้องการให้เด็กชายเกิดภาพจำว่าพ่อของเขาทำร้ายแม่ จนกลายเป็นปมลึกในใจไปตลอดชีวิต“พ่อของลูกไม่สบายแม่จะกลับบ้านได้ยังไง”“แต่...”“ทั้งหมดต้
“อย่างนั้นเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งของเธอกับลูกชายฉันเมื่อคืน จะจัดการยังไง”เฉินซิ่วลี่ขมวดคิ้วเรียว แม้หม่าอิงหงจะเป็นคนไร้ยางอาย แต่เรื่องเช่นนี้อีกฝ่ายย่อมไม่พูดขึ้นลอยๆ เฉินซิ่วลี่หันมาบอกให้หลี่หมิงกลับขึ้นไปอ่านหนังสือบนห้องแล้วเดินไปนั่งตรงข้ามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าวิตกกังวล ในใจได้แต่หวังว่าเรื่องคงไม่เป็นอย่างที่เธอคิด“คุณหม่า คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง”“ก็จะหมายความว่ายังไงล่ะ เมื่อคืนพี่ใหญ่ของฉันนอนโรงพยาบาล แต่เธอกลับลักลอบมีความสัมพันธ์กับพี่ชายรองของฉันทั้งคืน ไร้ยางอายจริงๆ หากเรื่องนี้พี่ใหญ่รู้เข้าจะเกิดอะไรขึ้นคิดบ้างหรือไม่ หรือว่าร่านจนไม่ได้คิด”หลี่อันอันได้ทีจึงเอ่ยด่าคนอย่างรุนแรง หม่าอิงหงที่นั่งข้างๆ ไม่เพียงไม่ห้ามปรามยังยกมุมปากขึ้นเย้ยหยันอีกฝ่าย หกปีที่ผ่านมาเฉินซิ่วลี่คิดปีนขึ้นเตียงลูกชายของเธอมาตลอด แต่เพราะมีหม่าอิงหงที่คอยทั้งกีดทั้งกัน หลี่อันเผยจึงรอดมือหญิงไร้ยางอายผู้นี้มาได้ทว่าตอนนี้เฉินซิ่วลี่เป็นดังแหล่งผลิตเงิน ไม่เพียงมีบ้านหลังใหญ่ หลี่อันเฉิงก็ยังไม่ตายในฐานะสามีของนาง บิดาของเด็กแฝดเขาย่อมต้องส่งเงินให้คนเป็นภรรยาใช้สอยไม่ขาดมือ ดังนั
“พี่ใหญ่ พี่กล้าข่มขู่พวกเราเหรอ ฉันกับพี่รองเป็นน้องของพี่นะ”มุมปากของหลี่อันเฉิงยกขึ้นเย้ยหยัน จดจ้องหญิงสาวตรงหน้าอย่างดูแคลน“อาเผยเป็นน้องฉันเรื่องนั้นไม่ผิด แต่เธอ... ไม่ใช่!” ใบหน้าของหลี่อันอันพลันซีดเผือดสองขาอ่อนแรงทรุดลงนั่งข้างคนเป็นแม่อีกครั้ง เรื่องน่าอับอายนี้ตัวเธอรับรู้โดยบังเอิญ แล้วหลี่อันเฉิงที่กลับบ้านเพียงปีละ 2 ครั้งจะรู้ได้อย่างไร แน่นอนว่าต้องเป็นฝีมือของเฉินซิ่วลี่อย่างไม่ต้องสงสัย“พี่ใหญ่พี่พูดเรื่องอะไร ฉันเป็นน้องของพี่ เฉินซิ่วลี่! แกใส่ความฉันกับแม่ใช่หรือไม่ พี่ใหญ่พี่อย่าไปฟังสตรีหน้าหนาคนนี้นะคะ”“ใส่ความหรือไม่เธอถามแม่เธอก็รู้เอง”หลี่อันเฉิงย่อมไม่ยินยอมให้ใครมาตราหน้าด่าทอคนในอ้อมแขนของเขาง่ายๆ จึงเอ่ยปากออกตัวด้วยตนเอง หม่าอิงหงใบหน้าซีดเผือดก้มหน้าหลบสายตาของทุกคนอย่างอับอายต่ออดีตของตนเอง“หม่าอิงหง! ต่อไปอย่าได้เอานิสัยของเธอมายัดเยียดให้ภรรยาของฉัน และหากครั้งหน้าพวกเธอยังกล้าทำให้ลี่ลี่ลำบากใจ ก็ให้อาเผยเตรียมโลงศพคู่ไว้ได้เลย!”สิ้นคำข่มขู่ของหลี่อันเฉิง สองแม่ลูกก็ไม่แม้แต่จะเสียเวลาต่อรองต่างเร่งลุกลากแขนกันวิ่งจากไปในทันทีเมื่อไร้คนน
ในช่วงเย็นหวังรั่วซีกลับมาจากโรงเรียนด้วยอาการเซื่องซึม ในดวงตากลมแดงก่ำด้วยความเศร้าหมอง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเปล่งประกายยินดี เมื่อเห็นว่ามีรถยนต์จอดอยู่ที่ข้างบ้าน“พี่ลี่ อาหมิง อาชุน พวกเขากลับมาแล้ว!”หวังรั่วซีเอ่ยเสียงสั่นเครือพร้อมกับรีบเปิดประตูรั้ววิ่งเข้าบ้าน เฉินซิ่วลี่วางเข็มปักผ้าลงแล้วเดินออกมารับคน เกิดอะไรขึ้นทำไมหวังรั่วซีจึงได้มีท่าทางราวกับหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างเช่นนี้“พี่ลี่ พี่กลับมาแล้ว!”ทันทีที่เห็นคนหวังรั่วซีก็โผเข้าโอบกอดอีกฝ่ายแน่น น้ำตาที่พยายามอดกลั้นมาทั้งวันไหลอาบแก้มจนตัวสั่น หลี่อันเฉิงเดินลงจากชั้นบนมาเห็นภาพนี้ก็ขมวดคิ้วหนา หางตาเหลือบมองเห็นคนคุ้นตายืนอยู่ที่นอกบ้าน“ฉันจะออกไปข้างนอก”เฉินซิ่วลี่ตอนนี้ตกใจกับอาการของหวังรั่วซีย่อมไม่สนใจคนที่เดินออกจากบ้านไป เธอประคองเด็กสาวมานั่งที่เก้าอี้บุนวม โอบกอดเธอเอาไว้แล้วลูบแผ่นหลังเบาๆ พร้อมกับเอ่ยถามเสียงอ่อนโยน“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ร้องไห้หนักขนาดนี้”เด็กสาวไม่เอ่ยตอบแต่กลับร้องไห้หนักมากกว่าเดิม คิ้วเรียวของเฉินซิ่วลี่ขมวดเข้าหากันแน่น หรือว่าเรื่องที่หม่าอิงหงมาหาเรื่องวันนี้จะเป็นความจริง ห
เป็นเธอที่ปกป้องรั่วซีได้ไม่ดี เป็นเธอที่ประมาทเลินเล่อแม้เห็นเพียงแผ่นหลังแต่หลี่อันเฉิงก็รับรู้ได้ว่าเฉินซิ่วลี่กำลังร้องไห้ มือหนากำแน่น เป็นเพราะคนพวกนั้นเฉินซิ่วลี่จึงได้หลั่งน้ำตา ดวงตาคมจดจ้องไหล่บางที่สั่นไหวน้อยๆ ด้วยหัวใจที่บีบรัด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนึกถึงกลยุทธ์ทางทหารมากมายที่เขาฝึกฝนศึกษามา เพียงแต่ให้คิดอย่างไรก็ไร้วิธีการที่จะปลอบโยนคนตรงหน้า“ฉันจะไปจัดการพวกมันให้เอง!”เฉินซิ่วลี่เม้มริมฝีปากบางถึงแม้ว่าเธอจะต้องการจัดการคนพวกนั้น เพื่อแก้แค้นให้หวังรั่วซี แต่ตัวเธอที่เป็นเพียงหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่งจะเอาอะไรไปตอบโต้คนต่ำช้าเหล่านั้น ทว่าหลี่อันเฉิงนั้นไม่เหมือนกัน เขาไม่เพียงมีกำลังแต่ยังมีอำนาจ ขอเพียงเขายินดีออกหน้า เธอมั่นใจว่าคนต่ำช้าพวกนั้นย่อมไม่อาจต่อกรกับเขามือบางยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้ม สูดลมหายใจกลืนก้อนสะอื้นแล้วหันมาเอ่ยเสียงแผ่วเบาขอบคุณหลี่อันเฉิง“ขอบคุณค่ะ”หลี่อันเฉิงจดจ้องคนตรงหน้าด้วยความสงสัยทั้งที่เขาอาสาจัดการคนเลวพวกนั้นให้แล้วแต่ในแววตาเรียวของเฉินซิ่วลี่เหตุใดจึงยังไม่คลายความกังวลอีก หรือว่าเธอไม่เชื่อใจเขา ไม่เชื่อว่าเขาจะจัดการคนพวกนั้นได
เมื่อถึงกำหนดการวันงานเลี้ยงที่คุณนายหลง ภรรยาท่านนายพลเอ่ยชวนเอาไว้มาถึง หลี่อันเฉิงก็พาเฉินซิ่วลี่และเด็กๆ รวมถึงหวังรั่วซีออกจากบ้านตั้งแต่เช้า เขาจอดรถที่หลังร้านเสริมสวยร้านหนึ่ง เมื่อเขาลงจากรถก็มีหญิงสาววัยประมาณ 30 ต้นๆ เดินออกมาจากประตูหลังร้านเอ่ยต้อนรับเขาด้วยท่าทางสนิทสนม“คุณหลี่ ในที่สุดคุณก็มาแล้ว”แขนเรียวสอดเข้ากอดต้นแขนแกร่งอิงแอบแนบชิดอย่างคุ้นเคย เฉินซิ่วลี่ที่ลงมาจากรถมองดูความสนิทสนมนี้แล้วในใจก็เกิดความรู้สึกขุ่นเคืองอย่างไร้เหตุผลบุรุษอยู่นอกบ้านก็เป็นของคนอื่น คำพูดนี้ดูแล้วจะไม่เกินจริงไปนัก แม้แต่คนอย่างหลี่อันเฉิงก็ไม่ยกเว้น“ปล่อย!”จ้าวเถียนซีถูกน้ำเสียงเข้มเอ่ยปรามพร้อมส่งสายตาดุจดจ้องก็รีบปล่อยมือของตนเองแล้วยิ้มแห้งในทันที บุรุษผู้นี้ด้านชาหรือยังไงกันเธอยั่วยวนกี่ครั้งก็ล้วนไร้ประโยชน์“ลี่ลี่ มานี่”น้ำเสียงเรียกขานอ่อนโยน แตกต่างจากเมื่อครู่ราวคนละคนทำให้จ้าวเถียนซีอดมองไปยังหญิงสาวที่ลงจากรถมาพร้อมกับเด็กๆ อีก 3 คนไม่ได้“นี่คือลี่ลี่ภรรยาของฉัน และลูกๆ ของเรา”“โอ้ว! ที่แท้คุณก็มีภรรยาสวยขนาดนี้นี่เองมิน่าเล่าฉันยั่วยวนยังไงก็ไม่สนใจ”คำพูดของจ้า
“คุณพ่อ คุณแม่ อาเหม่ยอยากได้ตุ๊กตาตัวนี้”เสียงเด็กหญิงไว้ 3 ขวบร้องบอกคนเป็นพ่อและแม่ กวงซุนหลี่ยิ้มรับทว่าขณะที่กำลังจะเดินไปซื้อของให้ลูกสาวคนเล็ก มือข้างซ้ายก็ถูกดึงรั้งเอาไว้เสียก่อน“อาเหม่ยเพิ่งซื้อของเล่นไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หากจะซื้อชิ้นใหม่ต้องเป็นเดือนหน้า”เฉินซิ่วลี่ห้ามปรามเด็กหญิงตัวน้อยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ใบหน้ากลมสดใสพลันสลดน้ำตาคลอก้มหน้ามองพื้น หลี่ชุนในวัย 10 ขวบรีบเข้ามาอุ้มน้องสาวตัวน้อยขึ้นแล้วเอ่ยกระซิบปลอบประโลม“ไม่เป็นไรนะอาเหม่ย เดี๋ยวเดือนหน้าพี่ซื้อให้”ด้วยฐานะทางบ้านของพวกเขาตอนนี้ แค่ของเล่นเพียงชิ้นเดียวไม่ใช่เรื่องยากที่จะซื้อหามาครอบครอง แต่เพราะพวกเขาเคยผ่านความยากลำบากมาก่อนจึงได้เรียนรู้คุณค่าของเงิน ในบ้านจึงมีกฎให้ซื้อของเล่นได้เพียงเดือนละ 1 ชิ้นเท่านั้น“ผมเอาตัวนี้ ใส่ถุงให้ด้วยครับ”เสียงเข้มราบเรียบเอ่ยบอก ทุกสายตาพลันหันมาจดจ้องที่หลี่หมิงขณะที่พนักงานขายรีบหยิบตุ๊กตาที่เด็กหญิงร้องบอกอยากได้เมื่อครู่ใส่ถุงอย่างรวดเร็ว“อาหมิงลูกกำลังจะทำลายกฎของบ้านเรา”เฉินซิ่วลี่เอ่ยบอกเสียงราบเรียบ แม้จะไม่ได้มีน้ำเสียงหรือท่าทางตำหนิ แต่สายตานั้นชัดเจ
“คืนนี้พวกเราจะได้น้องสาวแล้วใช่ไหมครับ”หลี่ชุนกระซิบเสียงเบา มุมปากของคนเป็นพ่อยกขึ้นสูงก่อนจะพยักหน้ารับด้วยสายตามุ่งมั่น“พ่อรับรองว่าเดือนหน้าน้องสาวของลูกต้องมาแน่ๆ”เมื่อได้ยินคำพูดที่หนักแน่นของคนเป็นพ่อสองเด็กชายก็ย้ายไปนอนที่ห้องถัดไป ขณะที่ร่างสูงโปร่งของกวงซุนหลี่ขยับเดินเข้าห้องลงกลอนแน่นหนาฉับไว “อื้ม...”เฉินซิ่วลี่ร้องครวญในลำคอเมื่อร่างกายถูกรบกวน ความเย็นจากภายนอกเข้ามาปะทะผิวกายทำให้คิ้วเรียวขมวดมุ่น ก่อนที่ดวงตาจะเปิดออก“คุณกวง! เข้ามาทำไมคะ”เพราะความแนบชิดที่ไม่เหมาะสมทำให้เธอตื่นตระหนกรีบมองรอบตัวอย่างหวาดระแวง“หยุดนะคะ เดี๋ยวเด็กๆ เห็น”“เด็กๆ ย้ายไปนอนอีกห้องแล้ว”คนตัวโตที่ปลดเปลื้องผ้าของเธอจนเหลือเพียงร่างที่เปลือยเปล่าเช่นเดียวกับเขากระซิบบอกเสียงแหบพร่า แนบชิดร่างกายกำยำลงทาบทับบนตัวนุ่ม“คุณกวงหยุดก่อนค่ะ เราต้องคุยกันให้ชัดเจนก่อน”“เดี๋ยวค่อยคุยนะ”ริมฝีปากร้อนขยับจากลำคอขาวกดแนบชิดบดเบียดริมฝีปากบาง พร้อมกับวางมือบีบเคล้นอกอวบอิ่มทั้งสองข้าง ร่างกายของเฉินซิ่วลี่พลันตื่นตัวขนกายสาวลุกชัน สองเนื้อนิ่มแข็งสู้กับมือหนากวงซุนหลี่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ถอนริมฝ
“แค่ทำข้าวสารให้เป็นข้าวสุกก็พอ”ใบหน้าของกู้เหยียนพลันร้อนผ่าวแดงก่ำไปจนถึงลำคอ เดิมทีเขาเสนอตัวช่วยแก้ปัญหานี้ก็เพราะว่าเงื่อนไขของคุณหนูกวงเพียงแค่อยากแต่งงาน แต่ไม่ต้องการความสัมพันธ์ทั้งทางกายและใจ ให้แยกบ้านเธอก็ยินดี ในเมื่อชีวิตนี้เขาเองก็ไม่คิดแต่งงานกับใครอีกแล้ว ให้แต่งหลอกๆ เป็นหุ่นเชิดให้เธอก็ไม่นับว่าเสียหายอะไร แต่งเสร็จเขาก็กลับไปเมืองเจียงเป็นคุณหมอกู้ของชาวบ้านต้าหยางต่อไปก็เท่านั้นเพียงแต่แค่เรื่องหลอกๆ เรื่องหนึ่งทำไมต้องให้เขานอนกับเธอด้วย ทำแบบนี้กวงจือหลินย่อมต้องถูกผู้คนครหาติฉินนินทา ทว่าเขาไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธกวงจือหลินก็ตอบรับแผนการของกวงซุนหลี่ไปแล้ว“ได้!”“ดี! อาหย่งเอาเหล้ามา”กู้เหยียนมองเหล้าดีกรีแรงตรงหน้าแล้วกลืนน้ำลายฝืดลงคอ ทั้งชีวิตของเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับเส้นทางอบายมุขไม่ว่าจะเป็น เหล้า บุหรี่ ฝิ่น การพนัน และผู้หญิง ล้วนไม่เคยข้องเกี่ยว ดังนั้นเมื่อกวงซุนหลี่ส่งแก้วเหล้าให้ มือหนาจึงยื่นไปรับด้วยท่าทางลังเล“อาหลี่ ฉัน... ไม่กินได้หรือไม่ นายก็รู้ว่าฉัน...”กู้เหยียนพูดยังไม่ทันจบประโยคแก้วเหล้าในมือก็ถูกกวงซุนหลี่จับจรดที่ริมฝีปากของเขา ตอนนี้แม
“นอกจากเธอฉันไม่เคยสัญญาจะแต่งงานกับใครทั้งนั้น”เฉินซิ่วลี่ขมวดคิ้วเรียวมองคนตรงหน้าด้วยสายตาสับสน กวงซุนหลี่จับมือซ้ายของเธอมากอบกุมแล้วกดจุมพิตที่หลังมือนุ่มก่อนจะสวมใส่แหวนลงไปที่นิ้วนางเธอเหมือนเดิม“คุณกวง คุณจะทำอะไร ฉันไม่ยินดีแต่งเป็นภรรยารองให้คุณหรอกนะ หรือต่อให้เป็นภรรยาเอก ฉันก็ไม่ยินดี”“เอาไว้ไปถึงบ้านฉันจะอธิบายเรื่องพวกนี้ให้เธอฟัง แต่นับจากนี้ห้ามเธอถอดแหวนวงนี้อีก และห้ามเธอทอดทิ้งฉันด้วย แค่คิดก็ไม่ได้เข้าใจไหม”น้ำเสียงกระซิบอ้อนวอนราวกับสาวน้อยถูกรังแก ทำให้ความกรุ่นโกรธในใจของเฉินซิ่วลี่จางหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น “ได้! ฉันจะรอฟังคำอธิบายของคุณ แต่ถ้าเหตุผลไม่เพียงพอเรื่องของเราก็ยังคงต้องยุติ”“ไม่ได้! ฉันไม่ยอม”กวงซุนหลี่เอ่ยบอกอย่างดื้อดึงพร้อมกับกระชับอ้อมแขนแน่น เฉินซิ่วลี่ถอนหายใจยาวไม่คิดทำเรื่องที่เสียแรงเปล่าอย่างการดิ้นรนขัดขืนเขา รั้งรอจนรถหยุดลงกวงซุนหลี่ก็อุ้มคนลงจากรถเดินเข้าบ้านในทันที“คุณกวงปล่อยฉันนะคะ ฉันเดินเองได้”“ไม่!”เสียงเข้มหนักแน่นตอบกลับพลางก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปในห้องโถงแล้วนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวโดยยังคงกอดรัดเฉินซิ่วลี่ไว้บนตักไม่ยอมปล
นี่เขาคงไม่คิดจะประกาศแต่งงานกับเธอในเวลานี้หรอกนะดวงตาคมของคนบนเวทีมองตอบกลับสอดประสานดวงตาเรียว ก่อนที่เขาจะประกาศก้องอีกครั้ง“ลี่ลี่ แต่งงานกับฉันนะ”เมื่อได้ยินกวงซุนหลี่เอ่ยชื่อหญิงสาวที่เขาต้องการแต่งงาน บรรดาแขกในงานก็ส่งเสียงวิจารณ์อื้ออึงอีกครั้ง“ลี่ลี่เหรอ ใครกัน”“นั่นสิ! คุณกวงไม่ใช่ว่ากำลังคบหาดูใจกับคุณหนูกวงจือหลินอยู่หรือ ทำไมถึงประกาศแต่งกับคนอื่นได้”“แบบนี้คุณกวงจือเหลียงจะยอมหรือ”“กวงซุนหลี่ เขาไม่รักลมหายใจของตนเองแล้วหรือไง”คำพูดของผู้คนมากมายดังก้องไปทั่วงานจนกวงซุนหลี่ขบกรามแน่น หากแต่ใครจะพูดอย่างไรเขาล้วนไม่สนใจ ที่เขาสนใจมีเพียงเฉินซิ่วลี่ที่ยังนั่งนิ่งไม่ตอบรับคำขอของเขา“ลี่ลี่ ฉันสัญญาหากเธอตกลงแต่งงานกับฉัน ฉันจะมีแค่เธอ จะปกป้องดูแลเธอและครอบครัวของเราด้วยชีวิตของฉัน”หัวใจของเฉินซิ่วลี่พลันสั่นระรัว มองสบดวงตาคมด้วยแววตาสั่นไหว ดูแลด้วยชีวิต เมื่อได้ยินคำพูดนี้ความรู้สึกในวันที่เธอคิดว่าเขาตายจากไปแล้วก็ย้อนกลับมาอีกครั้ง จะมีสักกี่คนที่มีโอกาสแบบเธอ ในเมื่อมีโอกาสแล้วยังต้องยึดติดกับทิฐิและข้อสงสัยมากมายทำไมกัน เมื่อคิดได้เช่นนี้เฉินซิ่วลี่ก็โยนท
เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้าร่วมงานเลี้ยงวันเกิดของกวงซุนหลี่ เฉินซิ่วลี่ก็เลือกสวมชุดสีฟ้าเข้ารูปคอสูงเพื่อปกปิดร่องรอยที่กวงซุนหลี่ทิ้งเอาไว้บนลำคอระหง แล้วออกเดินทางไปยังสถานที่จัดเลี้ยงกู้เหยียนใช้เวลาเพียง 15 นาทีก็ขับรถมาถึงหน้าโรงแรมจัดเลี้ยง ชายในชุดสูทแบบตะวันตกก็เดินมาเปิดประตูรถทั้ง 4 ด้าน กู้เหยียนส่งกุญแจรถให้พนักงานตรงหน้านำรถไปจอดในสถานที่จอดรถ ส่วนตัวเขาเดินมารับเฉินซิ่วลี่ ขณะที่หลี่หมิงและหลี่ชุนเดินขนาบข้างซ้ายขวาหวังรั่วซีตามหลังคนเป็นแม่เข้างานอย่างสงบเสงี่ยมรู้ความและในทันทีที่เฉินซิ่วลี่ก้าวเท้าเข้ามาในงาน ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น จึงทำให้สายตาชายหนุ่มในงานจดจ้องมาที่เธออย่างมากมาย หากไม่เพราะข้างกายเธอมีกู้เหยียนเคียงข้างอยู่ตลอดเวลา แน่นอนว่าคืนนี้เฉินซิ่วลี่คงไม่อาจนั่งอย่างสงบแน่นอน“คุณกวงจัดที่นั่งไว้ให้คุณเฉินและผู้ติดตามเป็นพิเศษ เชิญพวกคุณทางด้านนี้ครับ”เมื่อทุกคนในงานได้เห็นตำแหน่งที่นั่งของเฉินซิ่วลี่ผู้คนในงานต่างก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงสถานะความสำคัญของเธอและกู้เหยียน จวบจนกระทั่งกวงซุนหลี่ก้าวเท้าเข้ามาความสนใจของผู้คนจึงเปลี่ยนไปที่เขาแทน“สวัสดีค่ะคุณก
บทสุดท้ายเมื่อหวังรั่วซีตื่นมาตอนเช้าแล้วพบว่าเฉินซิ่วลี่หายตัวไปก็ตื่นตระหนก รีบไปแจ้งกู้เหยียนที่ห้องของเขาด้วยความร้อนใจ“รั่วซี! มาหาฉันแต่เช้ามีเรื่องด่วนอะไรหรือ”กู้เหยียนเอ่ยถามเสียงเบา เพราะเด็กชายทั้งสองยังนอนหลับอยู่บนเตียง ก่อนจะปิดประตูเดินออกมาคุยกับหวังรั่วซีที่หน้าห้อง“พี่ลี่หายตัวไปค่ะหมอกู้”เมื่อได้ยินว่าเฉินซิ่วลี่หายตัวไป กู้เหยียนก็ตื่นตระหนกจนหน้าซีดรีบหมุนตัวเปิดประตูเข้าไปหยิบเสื้อคลุมและกุญแจรถในทันที“จะเป็นพวกเดียวที่ลักพาตัวอาหมิงกับอาชุนไปเมื่อคราวก่อนไหมคะ”คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น เรื่องที่หลี่หมิงกับหลี่ชุน ถูกลักพาตัวไปเมื่อเดือนก่อน จนเป็นเหตุให้หลี่อันเฉิงตายจากไป เขายังจดจำไม่ลืม ดังนั้นไม่ว่าครั้งนี้จะอันตรายแค่ไหน เขาจะต้องปกป้องช่วยเหลือเฉินซิ่วลี่ให้ได้“เธอเข้าไปรอฉันในห้องกับเด็กๆ ก่อน ฉันจะไปตามหาคุณเฉิน”กู้เหยียนยืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมกับวางเสื้อคลุมของตนเองลงบนไหล่บาง ใบหน้าของหวังรั่วซีพลันแดงก่ำเมื่อตระหนักได้ว่าตนเองสวมใส่เสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสมนัก“ขอโทษค่ะ”“ไม่เป็นไร เธอเข้าไปรอในห้องก่อนไม่ต้องกังวลฉันจะพาคุณเฉินกลับมาอย่างปลอดภั
“ตอนนี้ฉันคือภรรยาของหลี่อันเฉิงค่ะ” กวงซุนหลี่กำมือแน่น รู้สึกอิจฉาตนเองในอดีตขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ทว่าสุดท้ายก็ยอมถอยขยับตัวลุกขึ้นนั่งที่ข้างเตียง เฉินซิ่วลี่ถอนหายใจยาว เธอไม่รู้ว่าควรจะอธิบายความรู้สึกของตนเองอย่างไร สุดท้ายหลังจากหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ก็ลุกขึ้นหมายใจถอยกลับไปตั้งหลัก“ฉันกลับก่อนนะคะ”ทว่าเท้าเล็กก้าวลงเตียงแต่ไม่ทันได้ขยับเดิน เอวบางก็ถูกดึงรั้งจนเธอเซถลาลงนั่งบนตักกว้าง“อย่าไปได้ไหม”เสียงออดอ้อนแผ่วเบากระซิบที่ข้างใบหูเล็ก“ลี่ลี่ อย่าไปได้ไหม”วงแขนแกร่งกระชับแน่นมากขึ้น กดปลายจมูกลงบนไหล่เล็กแล้วกระซิบเสียงอ้อนเว้าวอน“ลี่ลี่ ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ เธอจะทุบตีจะด่าทอฉันก็ได้ แต่อย่าไปจากฉันได้ไหม”เฉินซิ่วลี่ถอนหายใจยาวก่อนจะบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ฉันไม่มีเหตุผลต้องอยู่ทุบตีด่าทอคุณ อีกอย่างเด็กๆ ยังอยู่ที่โรงแรมฉันไม่กลับไม่ได้ค่ะ”“เธอกลับไปตอนนี้พวกเขาก็หลับกันหมดแล้ว แต่ฉันยังไม่หลับและคงหลับไม่ลงทั้งคืนถ้าเธอจากไป ลี่ลี่... คืนนี้อยู่กับฉันนะ”หัวใจของเฉินซิ่วลี่พลันสั่นสะท้าน เม้มริมฝีปากบางอย่างสับสน หากคิดตามเหตุผลเธอไม่สมควรอยู่ต่อ แต่หากถามคว
“ในที่สุดพวกเราก็ได้พบกันเป็นการส่วนตัวสักทีนะคุณกวง”“ส่งคนคืนฉันมา”กวงซุนหลี่ขบกรามกำหมัดแน่นพร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ท่าทางเช่นนี้ของเขาทำให้เหลียงเหว่ยพึงพอใจมาก มือหนากระชับไหล่บางเข้าประชิดตัวก่อนจะส่งสายตาเยาะเย้ยเขา“ไม่เอาน่าคุณกวงของดีๆ แบบนี้เราแบ่งกันเล่นสนุกดีกว่านะ”เหลียงเหว่ยพูดพลางหันไปกดจมูกลงบนแก้มนุ่ม ทว่าปลายจมูกยังไม่ทันสัมผัสผิวของเฉินซิ่วลี่ ร่างกายก็ถูกเธอจับพลิกหมุนเคว้ง รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของเขาก็กระแทกลงกับพื้นจนปวดไปทั้งตัว คนของเหลียงเหว่ยชักปืนออกมาในทันที แต่ไม่ทันได้ขยับลั่นไกปืนในมือชายคนหนึ่งก็ย้ายมาอยู่ในมือของกวงซุนหลี่แล้วปัง! ปัง! เสียงปืนดังลั่นพร้อมกับเลือดที่ไหลออกจากต้นขาของเหลียงเหว่ยทั้งสองข้าง คอเสื้อด้านหลังถูกกระชากยกขึ้น ก่อนที่ขมับขวาของเขาจะเย็นวาบเพราะปลายกระบอกปืนที่จ่อแนบลงมา“เหลียงเหว่ย คุณคงรู้ว่าต้องบอกคนของตนเองยังไง”“ถอย! ถอยไปให้หมด”สิ้นคำสั่งของเหลียงเหว่ยคนนับสามสิบคนก็ขยับหลีกทางให้กวงซุนหลี่ เขาหันมาส่งสัญญาณให้เฉินซิ่วลี่เดินประกบตามหลังเขาไปที่รถยนต์ด้านหน้าตึก“ลี่ลี่ คุณขับรถได้ไหม”“ได้ค่ะ”เหลียงเหว่ยตัวสั่นสะ